กันตรึมติดกฎหมาย: ความซ้อนทับระหว่างการสืบทอดมรดกภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการคุ้มครองสัตว์ป่า
จากเหตุการณ์การเข้าตรวจค้นและดำเนินคดีกับช่างทำเครื่องดนตรีพื้นบ้านในพื้นที่ตำบล กังแอน อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปทส.) ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตรวจยึดของกลาง ได้แก่ ซากงูหลามจำนวน 24 ซาก ซากตะกวด ซากเหี้ย และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากซากสัตว์ป่าคุ้มครอง (กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, 2569) เหตุการณ์ดังกล่าวนำไปสู่คำถามและข้อถกเถียงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่ากับการสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น (เดลินิวส์, 2569)
ปรากฏการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างของสังคมอีสานใต้ โดยเฉพาะในกลุ่มครูเพลง ช่างฝีมือ และศิลปินพื้นบ้าน เช่น สำรวม ดีสม หรือ น้ำผึ้ง เมืองสุรินทร์ ศิลปินกันตรึมชื่อดัง ที่ได้ออกมาตั้งคำถามถึงความเหมาะสมและเรียกร้องให้มีการแสวงหาจุดสมดุลเชิงนโยบายระหว่างการคุ้มครองสัตว์ป่ากับการรักษาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ที่ต่างฝ่ายต่างก็ดูเหมือนว่าไม่สามารถประเมินค่าได้ (อมรินทร์ทีวี, 2569)
ปรากฏการณ์ดังกล่าวอาจสะท้อนให้เห็นสภาวะตึงเครียดที่เกิดจากการเข้าปะทะกันระหว่างการกำกับดูแลทรัพยากรธรรมชาติของรัฐ กับสิทธิทางวัฒนธรรมของชุมชนและท้องถิ่นในการสืบทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม
ความตึงเครียดในลักษณะนี้ปรากฏให้เห็นในหลายกรณี เช่น การทำประมงพื้นบ้านของชาวเล หรือการทำไร่หมุนเวียนของชาวปกาเกอะญอ ซึ่งเป็นวิถีปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานจากรุ่นสู่รุ่น หากแต่พื้นที่ดำรงชีวิตหรือพื้นที่ทำกินบางส่วนซ้อนทับกับพื้นที่ที่ภายหลังรัฐประกาศเป็นพื้นที่อนุรักษ์ ซึ่งส่วนมากเป็นการดำเนินการประกาศในพื้นที่ชุมชนท้องถิ่นหรือชุมชนชาติพันธุ์
แม้ปัจจุบัน ประเทศไทยมีกฎหมายที่ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองมรดกภูมิปัญญาและสิทธิทางวัฒนธรรม ทั้งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พ.ศ. 2559 และพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 ซึ่งวางหลักการเกี่ยวกับการรักษาวิถีชีวิต ภูมิปัญญา และความหลากหลายทางวัฒนธรรมของชุมชน แต่วิถีปฏิบัติดั้งเดิมเหล่านี้ยังคงถูกตีความว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายหรือหลักเกณฑ์ของทางการ แม้ในหลายกรณีจะเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและระบบความรู้ที่ชุมชนสืบทอดมาอย่างยาวนานก็ตาม
สถานการณ์เช่นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการพิจารณาว่า การบังคับใช้กฎหมายเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสัตว์ป่า อาจส่งผลต่อวิถีชีวิตและภูมิปัญญาที่สืบทอดมาอย่างไร และ วิถีปฏิบัติทางวัฒนธรรมบางประการอาจส่งผลต่อทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่าในบริบทปัจจุบันอย่างไร รวมทั้งอาจต้องตั้งคำถามต่อไปด้วยว่า วิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นได้รับการยอมรับ ส่งเสริม และกำกับดูแลในลักษณะเดียวกับวิถี วัฒนธรรมบางประเภทที่ได้รับการสถาปนาและสนับสนุนผ่านสถาบันของรัฐในระดับชาติ หรือไม่
ประเด็นจึงอาจไม่ได้อยู่ที่การเลือกระหว่าง “ธรรมชาติ” หรือ “วัฒนธรรม” ว่าสิ่งใดควรได้รับการคุ้มครองมากกว่ากัน แต่อยู่ที่ว่าจะออกแบบกฎหมาย มาตรการ และแนวทางการจัดการอย่างไรให้การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสามารถดำเนินไปพร้อมกับการรักษาและสืบทอดวิถีทางวัฒนธรรมองแต่ละท้องถิ่นได้อย่างเหมาะสม
บทความนี้มุ่งประมวลและวิเคราะห์ข้อมูลจากเอกสาร กฎหมาย งานวิชาการ และกรณีตัวอย่างที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างการคุ้มครองสัตว์ป่ากับการสืบทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมในกรณีกันตรึม รวมทั้งเสนอแนวทางเบื้องต้นสำหรับการพิจารณาและอภิปรายเชิงนโยบาย โดยไม่ได้มุ่งเสนอข้อสรุปทางกฎหมายต่อกรณีคดีใดคดีหนึ่ง
เครื่องดนตรีกันตรึม: ภูมิปัญญาช่างและการเปลี่ยนแปลง
“กันตรึม” เป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านที่สำคัญในพื้นที่อีสานใต้ โดยเฉพาะจังหวัดสุรินทร์ บุรีรัมย์ และศรีสะเกษ มีการสืบทอดและปรับเปลี่ยนรูปแบบการแสดงมาอย่างต่อเนื่องตามบริบททางสังคมและวัฒนธรรมในแต่ละช่วงเวลา
วงดนตรีกันตรึมมีความผูกพันกับวิถีชีวิตและพิธีกรรมตั้งแต่เกิดจนตาย เช่น พิธีรำแม่มด (เรือมมด) พิธีแต่งงาน และงานฉลองตามเทศกาลต่างๆ องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้วงกันตรึมมีน้ำเสียงและท่วงทำนองที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ เครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายและเครื่องตี ได้แก่ ซอกันตรึม (ตรัว) และกลองกันตรึม (สก็วล)
ในทางเครื่องดนตรีวิทยา (organology) การสร้างเครื่องดนตรีกันตรึมต้องอาศัยการเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมกับการกำเนิดและถ่ายทอดเสียง ตามแบบแผนการทำเครื่องดนตรีกันตรึมดั้งเดิมบางรูปแบบ หน้ากล่องเสียงของซอกันตรึมและหน้ากลองอาจขึงด้วยหนังสัตว์ เช่น หนังงูเหลือม หนังงูหลาม และหนังตะกวด (เกียรติพงศ์ เรืองเกษม, 2565) โดยคุณสมบัติของวัสดุ ความหนาและความตึงของหนัง ตลอดจนวิธีการขึ้นหน้าและฝีมือของช่าง ล้วนมีส่วนกำหนดลักษณะและคุณภาพเสียงของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้น

การแสดงกันตรึม โดยคณะ น้ำผึ้งเมืองสุรินทร์ ณ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร เมื่อ พ.ศ. 2550
ความแตกต่างนี้เองเป็นเสน่ห์ประการหนึ่งของเครื่องดนตรีพื้นบ้าน เพราะเสียงของเครื่องดนตรีไม่ได้มีลักษณะเป็นมาตรฐานเดียวกันทุกชิ้น หากมีความหลากหลายของน้ำเสียง อันเกิดจากทั้งคุณสมบัติของวัสดุ กระบวนการทำ และประสบการณ์ของช่างแต่ละคน ความหลากหลายของเสียงจึงไม่ใช่ความคลาดเคลื่อนของการผลิต แต่เป็นเอกลักษณ์ของงานหัตถกรรมและงานช่างที่อาศัยการปรับแต่งและความรู้จากประสบการณ์ด้วย
นอกจากการเลือกวัสดุแล้ว ขนาดและสัดส่วนของตัวเครื่องก็มีผลโดยตรงต่อระดับเสียงและลักษณะเสียงที่ได้ แหล่งข้อมูลบางแห่ง เช่น สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (ม.ป.ป.) แบ่งซอกันตรึมออกเป็น 3 ขนาด ตามระดับเสียงและการใช้งาน ได้แก่ “ตรัวจี้” ซอขนาดเล็กที่ให้เสียงค่อนข้างสูง “ตรัวเอก” ซอขนาดกลาง และ “ตรัวทม” ซอขนาดใหญ่ที่ให้เสียงทุ้มต่ำ
เพื่อให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของการผลิต การจัดหาวัตถุดิบ และความสัมพันธ์ระหว่างการส่งเสริมวัฒนธรรมกับการกำกับทรัพยากร บทความนี้จึงเสนอแบ่งพัฒนาการโดยสังเขปออกเป็น 3 ช่วง ซึ่งแต่ละช่วงอาจมีความต่อเนื่องและซ้อนทับกัน ดังนี้
ช่วงที่ 1 ยุคการผลิตบนฐานวิถีชุมชน การทำเครื่องดนตรีกันตรึมในอดีตอาศัยวัสดุธรรมชาติและวัตถุดิบที่ช่างสามารถเข้าถึงได้จากท้องถิ่นหรือเครือข่ายในภูมิภาค การผลิตยังมีลักษณะเป็นงานช่างในระดับชุมชน เพื่อใช้ในการแสดงหรือจำหน่ายในวงจำกัด ดังเช่นกรณีของครูพูน สามสี ศิลปินกันตรึมอีสานใต้ และยังเป็นช่างทำเครื่องดนตรีพื้นบ้าน ทั้งซอกันตรึมและกลองกันตรึม สำหรับใช้เล่นเองและจำหน่ายเป็นอาชีพเสริม (ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น, ม.ป.ป.; เกียรติพงศ์ เรืองเกษม, 2565; ยุทธนา ทองนำ และณรุทธ์ สุทธจิตต์, 2561)
ช่วงที่ 2 ยุคการส่งเสริมวัฒนธรรมและการขยายตัวของการผลิต นับตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 2520 เป็นต้นมา เมื่อหน่วยงานด้านวัฒนธรรมและสถาบันการศึกษาเข้ามามีบทบาทในการศึกษา อนุรักษ์ และถ่ายทอดกันตรึมมากขึ้น ทำให้การแสดงและการเรียนรู้กันตรึมจึงขยายออกจากบริบทของชุมชนเข้าสู่พื้นที่การศึกษา การแสดง และกิจกรรมทางวัฒนธรรมในรูปแบบที่หลากหลายขึ้น (สมจิตร กัลยาศิริ, 2524; วีณา วีสเพ็ญ, 2526; วรวิทย์ วราสินธ์ และเสาวภา พรสิริพงษ์, 2555)
ขณะเดียวกัน การจัดหาวัตถุดิบจากสัตว์ก็อยู่ภายใต้ข้อจำกัดทางกฎหมายมากขึ้น โดยกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าและกฎกระทรวงที่ออกตามกฎหมายดังกล่าวได้กำหนดสัตว์หลายชนิดที่เคยนำมาใช้เป็นวัสดุในการทำเครื่องดนตรี เช่น งูหลาม งูเหลือม และตะกวด ให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง การครอบครองซากสัตว์เหล่านี้เพื่อนำมาใช้เป็นวัตถุดิบจึงต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด (พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535, 2535; กฎกระทรวงกำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. 2546, 2546)
ช่วงที่ 3 ยุคข้อจำกัดทางกฎหมายที่ชัดเจนขึ้นและความท้าทายต่อการสืบทอด แม้ข้อจำกัดเกี่ยวกับสัตว์ป่าคุ้มครองจะมีมาก่อนหน้านี้แล้ว คือพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 แต่พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ได้ปรับโครงสร้างการกำกับดูแล การครอบครอง และการค้าสัตว์ป่าและซากสัตว์ป่าให้มีความเข้มงวดและเป็นระบบมากขึ้น รวมทั้งกำหนดบทลงโทษสำหรับความผิดบางประเภทในระดับสูงขึ้น เมื่อวิธีจัดหาวัตถุดิบแบบเดิมของช่างบางส่วนไม่สอดคล้องกับระบบการอนุญาตและการตรวจสอบแหล่งที่มาตามกฎหมาย ความตึงเครียดระหว่างการสืบทอดงานช่างกับการคุ้มครองสัตว์ป่าจึงปรากฏให้เห็นชัดเจนขึ้น ดังกรณีที่เกิดขึ้นในจังหวัดสุรินทร์ พ.ศ. 2569
กันตรึมและดนตรีไทยภายใต้กฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่าฉบับเดียวกัน
การจัดการทรัพยากรที่ส่งผลต่อวิถีปฏิบัติทางวัฒนธรรมของกันตรึม ไม่สามารถมองแยกขาดจากการจัดการวิถีวัฒนธรรมรูปแบบอื่น ๆ ในสังคมไทยได้ ในกรณีนี้ “ดนตรีไทย” จึงเป็นจุดเทียบเคียงสำคัญ เพื่อพิจารณาว่าการยอมรับ ส่งเสริม และกำกับดูแลของรัฐต่อดนตรีไทยมีความเหมือนหรือแตกต่างจากกันตรึมหรือไม่ อย่างไร
ดนตรีไทยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ สาขาศิลปะการแสดง ในรูปแบบของ “วงปี่พาทย์” เมื่อ พ.ศ. 2553 และ “วงมโหรี” เมื่อ พ.ศ. 2556 โดยระบุพื้นที่ของผู้ปฏิบัติไว้ว่า “ทั่วประเทศ” ขณะที่ “กันตรึม” ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติเช่นกันใน พ.ศ. 2555 และระบุพื้นที่ของผู้ปฏิบัติไว้เฉพาะจังหวัดสุรินทร์และบุรีรัมย์ (กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, 2566)
แม้ดนตรีไทยและกันตรึมจะได้รับสถานะระดับชาติเหมือนกัน แต่เห็นได้ชัดว่าความแพร่หลายหรือการได้รับการสนับสนุนจากรัฐแตกต่างกัน การเรียนการสอนดนตรีไทยถูกบรรจุในหลักสูตรแกนกลาง ภายใต้กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ซึ่งนักเรียนจะได้เรียนทั้งการอ่านโน้ตไทย การฝึกเล่นดนตรีไทย และประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการของวงดนตรีไทย (สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา, 2561) ในขณะที่กันตรึมได้รับการสอนผ่านโรงเรียนท้องถิ่นจำนวนไม่กี่โรงเรียนในรูปแบบของกิจกรรมเสริมในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ บุรีรัมย์ และศรีสะเกษ โดยงานสำรวจโรงเรียนในพื้นที่อีสานใต้เมื่อ พ.ศ. 2554 พบว่า มีโรงเรียนจำนวน 49 แห่ง ที่มีการสอนกันตรึม (จากทั้งหมด 193 แห่งที่ตอบแบบสอบถาม) (Pornsiripongse & Soplerk, 2011 cited in Denes, 2015)
.jpg)
วงกันตรึม ประกอบด้วย กลองกันตรึม ซอ ปี่เลา ขลุ่ย ฉิ่ง กรับ และฉาบ
ที่มา: Surin Cultural (2558), https://shorturl.at/VHD9D
วงมโหรีเครื่องเล็ก ประกอบด้วย ซอสามสาย ซอด้วง ซออู้ จะเข้ ขลุ่ยเพียงออ ระนาดเอก ฆ้อง โทน-รำมะนา และฉิ่ง
ที่มา: มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.ป.ป.), https://archive.clib.psu.ac.th/online-exhibition/Mahori/page5.html
ในกรณีเดียวกัน ปรากฏการณ์จับกุมช่างซอกันตรึมที่มีซากสัตว์ป่าคุ้มครองเตรียมพร้อมไว้เป็นวัตถุดิบสำหรับการทำซอ อาจเกิดคำถามตามมาถึงการบังคับใช้กฎหมายกับเครื่องดนตรีประเภทอื่นที่ใช้วัสดุในการผลิตคล้ายคลึงกัน เช่น “ซอด้วง” มีการใช้หนังงูหรือหนังงูในกลุ่มไพธอนในการขึ้นหน้ากะโหลกซอ ที่บริเวณกะโหลกซอขึงด้วยหนังงูเหลือมเป็นส่วนใหญ่เพื่อให้ได้เสียงคุณภาพดี (อรวรรณ บรรจงศิลป และคณะ, 2546 อ้างถึงใน ศสิตรา ธรรมรัตน์, 2565)
อย่างไรก็ตาม จากการสืบค้นข้อมูล ยังไม่พบประเด็นการจับกุมช่างผลิตซอด้วงบนสื่อสาธารณะ ทั้งที่ซอด้วงเป็นเครื่องดนตรีไทยที่พบได้ทั่วไปในกลุ่มนักดนตรีไทย นักสะสม ครูช่าง ตลอดจนสถานศึกษาระดับต่าง ๆ ที่มีการจัดการเรียนการสอนหรือกิจกรรมดนตรีไทย ข้อสังเกตนี้ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่ามีความแตกต่างในการบังคับใช้กฎหมาย แต่ชวนให้ศึกษาต่อว่า ห่วงโซ่วัตถุดิบ การตรวจสอบแหล่งที่มา และการกำกับดูแลผู้ผลิตเครื่องดนตรีแต่ละประเภทดำเนินไปในลักษณะเดียวกันหรือไม่
ข้อสังเกตดังกล่าวเชื่อมโยงถึงการจัดวางทางวัฒนธรรมของกันตรึมและดนตรีไทยในความสัมพันธ์กับรัฐไทย แม้จะอยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่าฉบับเดียวกัน Alexandra Denes (2015) เสนอแนวคิดเรื่อง “กระบวนการทำให้เป็นวัฒนธรรมพื้นบ้าน” (folklorization) เพื่ออธิบายกระบวนการที่รัฐและสถาบันทางวัฒนธรรมเข้ามามีบทบาทในการคัดเลือก กำหนดรูปแบบ และนำเสนอวัฒนธรรมท้องถิ่นในฐานะมรดกทางวัฒนธรรม ซึ่งอาจส่งผลให้ความหมายและบริบทบางประการของวัฒนธรรมถูกปรับเปลี่ยนไปจากการปฏิบัติในชุมชนเดิม
ในกรณีกันตรึม Denes (2015) ชี้ให้เห็นว่า การทำให้กันตรึมมีสถานะเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติอาจทำให้มิติบางประการที่เชื่อมโยงกับชุมชนท้องถิ่น อัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์ และความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมข้ามพรมแดนได้รับการนำเสนอน้อยลง ขณะเดียวกัน กันตรึมก็ถูกจัดวางให้สัมพันธ์กับอาณาเขตและกรอบความเป็นชาติของรัฐไทยมากขึ้น ซึ่ง Denes อธิบายผ่านแนวคิดกระบวนการขยายอำนาจรัฐเหนือพื้นที่ (territorialization)
กรอบวิเคราะห์ของ Denes ชวนให้ผู้เขียนตั้งคำถามต่อไปว่า เมื่อมรดกที่มีสถานะและประวัติความสัมพันธ์กับรัฐแตกต่างกันอยู่ภายใต้กฎหมายทรัพยากรฉบับเดียวกัน กระบวนการกำกับดูแล การเข้าถึงกลไกสนับสนุน และการปรับตัวของผู้ปฏิบัติจะมีลักษณะเหมือนหรือแตกต่างกันเพียงใด
กฎหมาย 3 ฉบับกับพื้นที่ทับซ้อนของการคุ้มครอง
นอกเหนือจากการพิจารณาสังคมและวัฒนธรรมแล้ว ประเด็นดังกล่าวอาจจำเป็นต้องพิจารณาจากกรอบกฎหมายไทย 3 ฉบับ ซึ่งมีวัตถุประสงค์และกลไกในการคุ้มครองที่แตกต่างกัน คือ การอนุรักษ์สัตว์ป่า การรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และการคุ้มครองวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ เมื่อนำมาพิจารณาร่วมกันในกรณีการทำเครื่องดนตรีกันตรึม ทำให้เห็นทั้งจุดที่กฎหมายสามารถสนับสนุนกัน และประเด็นที่อาจเกิดข้อจำกัดหรือความไม่สอดคล้องกันในทางปฏิบัติ
(1) พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562
พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพและยับยั้งการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย โดยกฎกระทรวงกำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. 2567ภายใต้ พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว กำหนดให้งูหลาม งูเหลือม ตะกวด และเหี้ย เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง
- มาตรา 17 ห้ามมิให้ผู้ใดมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง หรือซากสัตว์ป่าดังกล่าว โดยไม่ได้รับอนุญาต หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 92
- มาตรา 29 ห้ามมิให้ผู้ใดค้าสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าดังกล่าว หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 89
ในทางปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ การครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองหรือซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่เข้าเงื่อนไขยกเว้นที่กฎหมายกำหนด อาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 17 ทั้งนี้ วัตถุประสงค์เพื่อการสืบทอดทางวัฒนธรรมมิได้เป็นข้อยกเว้นจากข้อห้ามดังกล่าวโดยอัตโนมัติ
(2) พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พ.ศ. 2559
พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พ.ศ. 2559 จัดทำขึ้นเพื่อรองรับการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ค.ศ. 2003 (Convention for the Safeguarding of the Intangible Cultural Heritage) ของ UNESCO โดยประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาดังกล่าวใน พ.ศ. 2559กฎหมายฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมให้มีความสืบเนื่องและยั่งยืน และมีหลักการสำคัญหลายประการที่สอดคล้องกับกรอบการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ตามอนุสัญญาดังกล่าว
อย่างไรก็ดี พ.ร.บ. ฉบับนี้มุ่งเน้นกลไกด้านการสำรวจและขึ้นบัญชี การส่งเสริม การรักษา และการสืบทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมเป็นสำคัญ แม้จะมีกลไกในการส่งเสริมและรักษามรดกดังกล่าว แต่ไม่ได้กำหนดข้อยกเว้นจากกฎหมายอื่นสำหรับการปฏิบัติหรือการใช้วัสดุที่เกี่ยวข้องกับการสืบทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ดังนั้น หากการปฏิบัติหรือการใช้วัสดุนั้นอยู่ภายใต้ข้อห้ามหรือเงื่อนไขของกฎหมายอื่น ก็ยังต้องเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า นิยามของ “มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม” ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พ.ศ. 2559 ใกล้เคียงกับอนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ค.ศ. 2003 ที่ครอบคลุมทั้งความรู้ การแสดงออก การประพฤติปฏิบัติ หรือทักษะ ทางวัฒนธรรมที่แสดงออกผ่านบุคคล เครื่องมือ หรือวัตถุ ซึ่งกรณีนี้ซอกันตรึมจึงอาจถือได้ว่าเป็นเครื่องมือที่เกิดจากองค์ความรู้และทักษะของช่าง และเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่ทำให้การปฏิบัติและการถ่ายทอดดนตรีกันตรึมดำเนินต่อไปได้
อย่างไรก็ตาม การส่งเสริมรักษาวัตถุหรือเครื่องมือที่สัมพันธ์กับมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมโดยชุมชนผู้ปฏิบัติยังคงเป็นไปอย่างจำกัด โดยอำนาจในการกำหนดหลักเกณฑ์และมาตรการต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนภาครัฐและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเป็นหลัก งานศึกษาบางชิ้นจึงตั้งข้อสังเกตว่า กระบวนการดังกล่าวอาจไปจำกัดบทบาทของชุมชนหรือกลุ่มผู้ปฏิบัติในการเสนอแนวทางจัดการมรดกของตน ทั้งด้านการพิจารณารายการมรดกเพื่อขึ้นทะเบียนและการกำหนดมาตรการส่งเสริมรักษาที่เหมาะสมกับบริบทของชุมชน (พนิต มงคลธรรม รัตนะ, 2561) ประเด็นนี้ส่งผลโดยตรงต่อกรณีกันตรึมที่การส่งเสริมรักษาไม่ได้อยู่แค่การแสดงดนตรี แต่ยังรวมถึงองค์ความรู้และทักษะในการทำเครื่องดนตรี และการจัดการวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตซอที่ต้องคำนึงถึงบริบทของช่างท้องถิ่นด้วย
(3) พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568
พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 (2568) มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19กันยายน พ.ศ. 2568 ถือเป็นกฎหมายหมุดหมายใหม่ที่เข้ามาเติมมิติสิทธิมนุษยชนและสิทธิทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย ตราขึ้นบนฐานของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยเฉพาะมาตรา 70 ซึ่งรับรองการส่งเสริมและคุ้มครองวิถีชีวิต วัฒนธรรม และประเพณีของกลุ่มชาติพันธุ์ ควบคู่กับหลักสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ เช่น อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในทุกรูปแบบ (ICERD) (United Nations, 1965) และปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิของชนเผ่าพื้นเมือง (UNDRIP) (United Nations General Assembly, 2007) ซึ่งให้ความสำคัญกับสิทธิในการธำรงอัตลักษณ์ วัฒนธรรม วิถีชีวิต และการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อชุมชน
กฎหมายฉบับนี้ได้วางหลักการสำคัญที่รับรองสิทธิขั้นพื้นฐาน 7 ประการ (ธิติยา จารุไพบูลย์พันธ์ และชญาดา จิรกิตติถาวร, 2569) โดยมีประเด็นที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับกรณีช่างทำเครื่องดนตรีกันตรึม ดังนี้
- สิทธิในวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และการดำเนินวิถีชีวิต คุ้มครองสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ในการสืบทอด จัดการ และสร้างความเข้มแข็งทางภูมิปัญญา ศิลปหัตถกรรม และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของตนเอง โดยห้ามมิให้รัฐหรือหน่วยงานใดกระทำการบังคับให้ผสมกลมกลืนทางวัฒนธรรม หรือทำลายวิถีชีวิตดั้งเดิม (ธิติยา จารุไพบูลย์พันธ์ และชญาดา จิรกิตติถาวร, 2569) อย่างไรก็ตาม การใช้สิทธิดังกล่าวไม่ได้เป็นสิทธิที่ปราศจากข้อจำกัด แต่ต้องไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี ไม่เป็นอันตรายต่อความมั่นคง สุขภาพอนามัย และไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น (มาตรา 5) ในส่วนของการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ มาตรา 9 กำหนดให้เป็นไปอย่างสมดุล เป็นธรรม และยั่งยืน และการดำรงวิถีชีวิตตามวัฒนธรรมและภูมิปัญญาต้องไม่ทำลายสมดุลหรือเป็นอันตรายต่อระบบนิเวศ ขณะที่ในกรณีพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ มาตรา 38 และ 39 ยังกำหนดให้การใช้ประโยชน์เป็นไปตามเงื่อนไขของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่นั้น
- เปลี่ยนไปสู่แนวทาง “การจัดการร่วม” (Co-management) หมวด 5 ของ พ.ร.บ. เรื่องพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ เน้นย้ำการบริหารจัดการร่วมกันระหว่างหน่วยงานรัฐกับชุมชน สร้างกลไกที่เปิดให้รัฐ ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการกำหนดและบริหารจัดการพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์
- กลไกสภาคุ้มครองชาติพันธุ์และฐานข้อมูลกลุ่มและชุมชนชาติพันธุ์ ตามหมวด 3 ของ พ.ร.บ. ได้กำหนดให้มี “สภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์แห่งประเทศไทย” เพื่อเป็นพื้นที่ให้กลุ่มชาติพันธุ์ได้มีส่วนร่วมสะท้อนปัญหา เสนอแนวทางแก้ไข และให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ขณะเดียวกัน ตามหมวด 4 ของ พ.ร.บ. ยังจัดให้มีคณะอนุกรรมการจัดทำข้อมูลวิถีชีวิตและประวัติศาสตร์กลุ่มชาติพันธุ์เป็นผู้มีหน้าที่จัดทำข้อมูล โดยศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (ศมส.) รับผิดชอบงานธุรการและงานวิชาการของคณะอนุกรรมการ เพื่อจัดทำข้อมูลด้านประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต พื้นที่ทางวัฒนธรรม มรดกทางวัฒนธรรม และการใช้ทรัพยากรของกลุ่มชาติพันธุ์ ข้อมูลเหล่านี้สามารถใช้เป็นหลักฐานประกอบการกำหนดนโยบายและการพิสูจน์ข้อเท็จจริงทางกฎหมายได้ (ธิติยา จารุไพบูลย์พันธ์ และชญาดา จิรกิตติถาวร, 2569)
- กลไกเสนอปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มาตรา 17 (2) กำหนดให้คณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์มีหน้าที่และอำนาจเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีในการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือข้อบังคับ เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกฎหมาย กลไกดังกล่าวอาจเป็นช่องทางในการนำปัญหาที่เกิดจากความไม่สอดคล้องระหว่างการคุ้มครองวิถีชีวิตและภูมิปัญญาของกลุ่มชาติพันธุ์กับกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องขึ้นมาพิจารณาในระดับนโยบาย อย่างไรก็ตาม บทบัญญัตินี้ไม่ได้ทำให้ข้อห้ามตามกฎหมายอื่นสิ้นผลลงโดยอัตโนมัติ การดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ป่าคุ้มครองหรือซากสัตว์ป่าคุ้มครองจึงยังต้องเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า จนกว่าจะมีการแก้ไขหรือกำหนดกลไกทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ในกรณีการทำเครื่องดนตรีกันตรึม ข้อมูลทางประวัติศาสตร์และมานุษยวิทยาอาจมีส่วนช่วยอธิบายว่า การใช้หนังสัตว์ในการทำซอหรือกลองมีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิต ภูมิปัญญาช่าง และการสืบทอดวัฒนธรรมของชุมชนมาอย่างไร ข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงอาจนำมาประกอบการพิจารณาร่วมกับหลักการอนุรักษ์สัตว์ป่าและข้อกำหนดทางกฎหมาย เพื่อให้เห็นทั้งบริบททางวัฒนธรรมและผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติอย่างรอบด้าน


กรณีตัวอย่างจากต่างประเทศ
ความตึงเครียดระหว่างการใช้วัสดุจากสัตว์ป่าในเครื่องดนตรีพื้นบ้านกับการคุ้มครองสัตว์ป่าและข้อกำหนดด้านการค้าระหว่างประเทศ ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย หลายประเทศต้องเผชิญกับประเด็นดังกล่าว และมีทั้งการพัฒนากลไกกำกับแหล่งที่มาของวัตถุดิบ ตลอดจนการคิดค้นวัสดุและรูปแบบเครื่องดนตรีทางเลือก ยกตัวอย่าง
(1) เครื่องดนตรีเอ้อหู (Erhu) ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน
เอ้อหูเป็นเครื่องสายดั้งเดิมของจีนที่ตามกรรมวิธีแบบดั้งเดิมใช้หนังงูในวงศ์ไพธอน (python skin) ขึงบริเวณด้านหน้าของกล่องเสียง โดยคุณสมบัติ ความหนา และลักษณะของหนังมีความสัมพันธ์กับคุณลักษณะของเสียงที่เกิดขึ้น

ซอเอ้อหู (Erhu)
ที่มา: Chen (2015), https://kingedwardsmusic.com/2015/04/22/the-erhu-2/ ;
AFP (2005), https://www.taipeitimes.com/News/feat/archives/2005/09/13/2003271531
อย่างไรก็ตาม ความต้องการหนังงูสำหรับการผลิตเครื่องดนตรี รวมทั้งปัญหาการค้าหนังงูที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้จีนต้องพัฒนากลไกควบคุมแหล่งที่มาของวัตถุดิบมากขึ้น ในปี ค.ศ. 2005 สำนักข่าว AFP รายงานว่า TRAFFIC East Asia และองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมได้ทำงานร่วมกับ State Forestry Administration ของจีนเพื่อพัฒนาระบบรับรองระหว่างผู้จำหน่ายหนังงูในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับโรงงานผลิตเครื่องดนตรีในจีน (Agence France-Presse, 2005)
“ระบบรับรองแหล่งที่มา” (Certification System) รายงานดังกล่าวระบุว่า กฎระเบียบที่มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2005 กำหนดให้เอ้อหูมีเอกสารรับรองจาก State Forestry Administration เพื่อยืนยันว่าหนังงูที่ใช้มาจากงูเพาะเลี้ยง ไม่ใช่งูที่จับจากธรรมชาติ ขณะที่การนำเอ้อหูออกนอกประเทศในเชิงพาณิชย์ต้องมีเอกสารการส่งออกเพิ่มเติมด้วย ขณะที่โฆษกของ China Musical Instrument Association ให้ข้อมูลในขณะนั้นว่า ผู้ผลิตเครื่องดนตรีโดยทั่วไปให้การสนับสนุนนโยบายดังกล่าว เนื่องจากช่วยสร้างความชัดเจนด้านที่มาของหนังงูและความถูกต้องตามกฎหมายของการผลิต (Agence France-Presse, 2005)
กลไกดังกล่าวควรพิจารณาแยกจากระบบของอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (Convention on International Trade in Endangered Species of Wild Fauna and Flora: CITES) กล่าวคือ ระบบรับรองของจีนเป็นมาตรการภายในประเทศที่ใช้กำกับแหล่งที่มาของหนังงูและผลิตภัณฑ์เครื่องดนตรี ขณะที่ CITES เป็นกรอบกำกับการค้าระหว่างประเทศของชนิดพันธุ์ที่อยู่ในบัญชีของอนุสัญญา งูในวงศ์ไพธอนหลายชนิดที่เกี่ยวข้องกับการค้าหนัง เช่น งูเหลือม (Malayopython reticulatus) และงูหลามพม่า (Python bivittatus) อยู่ใน Appendix II การค้าระหว่างประเทศของตัวอย่างหรือผลิตภัณฑ์จากชนิดพันธุ์ดังกล่าวจึงต้องดำเนินการตามระบบใบอนุญาตของ CITES
สำหรับการนำเครื่องดนตรีที่มีส่วนประกอบจากชนิดพันธุ์ในบัญชี CITES เดินทางข้ามพรมแดนเพื่อการแสดงหรือวัตถุประสงค์ที่มิใช่การค้า CITES ยังได้กำหนดกลไก Musical Instrument Certificate ตาม Resolution Conf. 16.8 (Rev. CoP17) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่การเคลื่อนย้ายเครื่องดนตรีข้ามแดนซ้ำ ๆ ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด
“การพัฒนาวัสดุทดแทน” (Alternative Materials) นอกจากการควบคุมแหล่งที่มาของหนังงูแล้ว ในจีนยังปรากฏความพยายามคิดค้นวัสดุอื่นเพื่อใช้แทนหนังงูในเครื่องดนตรี ตัวอย่างเช่น สิทธิบัตรโครงสร้างหนังเทียมจากแผ่นโพลีเอสเตอร์สำหรับใช้แทนหนังงูไพธอนในเครื่องดนตรี การใช้หนังปลาเป็นหน้ากล่องเสียงของเอ้อหู และการผลิตหน้ากล่องเสียงเอ้อหูด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติโดยใช้วัสดุ เช่น PLA (李培俊, 2003; 伊长军, 2003; 黎志文 และคณะ, 2020)
อย่างไรก็ตาม หลักฐานจากสิทธิบัตรเหล่านี้ควรใช้เพื่อแสดงว่ามีการคิดค้นและพัฒนาทางเลือกด้านวัสดุ เท่านั้น ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าวัสดุเหล่านี้ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในหมู่ผู้ผลิตและนักดนตรี หรือเป็นนโยบายที่รัฐบาลจีนส่งเสริมโดยตรง
(2) เครื่องดนตรีซันชิน (Sanshin) จังหวัดโอกินาวะ ประเทศญี่ปุ่น
ซันชินเป็นเครื่องดนตรีสามสายที่สำคัญของวัฒนธรรมดนตรีโอกินาวะ โดยรูปแบบดั้งเดิมใช้หนังงูในกลุ่มไพธอน (python skin) ขึงบนกล่องเสียง งูกลุ่มดังกล่าวมิใช่สัตว์พื้นถิ่นของโอกินาวะ และมีประวัติการนำเข้าหนังจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Dani, 2013; Okinawa Prefecture, 2024)

ซันชิน (Sanshin)
ที่มา: Oki Social (2025). https://www.gov-online.go.jp/hlj/en/september_2025/september_2025-05.html ;
The National Theatre Okinawa, reproduced in Morohashi (2025). https://www.okisocial.com/practical-information/okinawa-sanshin/
อย่างไรก็ตาม ในงานผลิตและตลาดซันชินปัจจุบัน ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายบางรายเสนอวัสดุและโครงสร้างทางเลือกหลายรูปแบบ นอกเหนือจากการขึงด้วยหนังงูแท้ ได้แก่ หนังเทียม (artificial skin) ซึ่งใช้วัสดุสังเคราะห์แทนหนังงู และการขึงแบบเสริมความแข็งแรง (reinforced or double-layer skin) ซึ่งใช้หนังงูแท้ร่วมกับวัสดุสังเคราะห์ที่เป็นชั้นรองรับ เพื่อเพิ่มความคงทนของหน้าซันชิน (ASOVIVA, n.d.-a; Marutaka Music, n.d.)
นอกจากนี้ ยังมีการผลิต ซันชินหน้าไม้ (Wood Sanshin/New Wood Sanshin) ซึ่งใช้โครงสร้างกล่องเสียงแบบกรุแผ่นไม้ แทนการขึงบนผิวกล่องเสียงด้วยหนังสัตว์ แสดงให้เห็นว่ารูปแบบของเครื่องดนตรีสามารถปรับเปลี่ยนวัสดุและโครงสร้างได้ โดยยังคงลักษณะพื้นฐานของซันชินไว้ (ASOVIVA, n.d.-b)
ทางเลือกเหล่านี้มิได้หมายความว่าหนังงูแท้หมดความสำคัญในการทำซันชิน แต่สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวของงานช่างและตลาดเครื่องดนตรีให้เหมาะกับเงื่อนไขด้านการใช้งาน ความคงทน ราคา และการเข้าถึงวัตถุดิบ
ขณะเดียวกัน การใช้วัสดุที่ไม่มีส่วนประกอบจากหนังงูยังอาจลดภาระด้านเอกสารในการนำเครื่องดนตรีข้ามพรมแดน เพราะงูในวงศ์ไพธอนหลายชนิดอยู่ภายใต้บัญชี CITES ตัวอย่างเช่น งูเหลือม (Malayopython reticulatus) อยู่ใน Appendix II และการค้าระหว่างประเทศของตัวอย่างหรือผลิตภัณฑ์จากชนิดพันธุ์ดังกล่าวอยู่ภายใต้ระบบใบอนุญาตของอนุสัญญา ขณะที่การนำเครื่องดนตรีที่มีส่วนประกอบจากชนิดพันธุ์ในบัญชี CITES เดินทางข้ามพรมแดนเพื่อการแสดงหรือวัตถุประสงค์ที่มิใช่การค้า อาจอยู่ภายใต้กระบวนการสำหรับ Musical Instrument Certificate ตามเงื่อนไขของ CITES
ข้อเสนอแนวทางที่อาจเป็นไปได้
ข้อเสนอต่อไปนี้เป็นแนวทางเบื้องต้นเพื่อชวนให้พิจารณาความเป็นไปได้ในการเชื่อมโยงการคุ้มครองสัตว์ป่ากับการสืบทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะในกรณีศึกษาของกันตรึม ทั้งนี้ การนำไปใช้จริงจำเป็นต้องพิจารณาฐานกฎหมาย ความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ และการมีส่วนร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่างทำเครื่องดนตรี นักดนตรี และชุมชนผู้ปฏิบัติ
(1) มาตรการระยะสั้น เพื่อจัดการปัญหาการครอบครองวัตถุดิบเดิมและลดความไม่แน่นอนทางกฎหมาย
- สำรวจการใช้วัสดุจากสัตว์ในเครื่องดนตรีของไทยในภาพรวม (ไม่จำกัดเฉพาะเครื่องดนตรีกันตรึม) โดยสำรวจชนิดของวัสดุ แหล่งที่มา รูปแบบการจัดหาและการค้า การครอบครอง ตลอดจนเงื่อนไขและข้อจำกัดตามกฎหมาย เพื่อให้เห็นขอบเขตของปัญหาและใช้เป็นฐานสำหรับกำหนดแนวทางกำกับดูแลที่ชัดเจนและสอดคล้องกันสำหรับผู้ผลิตเครื่องดนตรีประเภทต่าง ๆ
- สำรวจและขึ้นทะเบียนช่างทำเครื่องดนตรีพื้นบ้านและวัตถุดิบที่มีอยู่เดิม โดยกระทรวงวัฒนธรรมร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ควรจัดทำฐานข้อมูลช่างทำเครื่องดนตรีพื้นบ้านและขึ้นทะเบียนวัตถุดิบซากสัตว์ป่าที่มีอยู่ในครอบครองปัจจุบัน
- ศึกษากลไกการแจ้งครอบครองหรือระยะผ่อนผัน ศึกษาความเป็นไปได้ของมาตรการแจ้งครอบครองหรือช่วงผ่อนผันสำหรับวัตถุดิบที่มีอยู่เดิม โดยกำหนดหลักเกณฑ์ แหล่งที่มา และระยะเวลาอย่างชัดเจน ทั้งนี้ หากกฎหมายปัจจุบันไม่มีฐานอำนาจรองรับ จำเป็นต้องพิจารณาการแก้ไขกฎหมายหรือกำหนดกลไกทางกฎหมายที่เหมาะสม
- พิจารณาบริบทและพฤติการณ์ของการกระทำ ผู้บังคับใช้กฎหมายและผู้มีอำนาจในกระบวนการยุติธรรมอาจพิจารณาบริบท วัตถุประสงค์ และพฤติการณ์ของการครอบครองซากสัตว์ป่า รวมถึงกรณีที่เกี่ยวข้องกับการสืบทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ประกอบการใช้ดุลพินิจในส่วนที่กฎหมายเปิดช่อง เพื่อให้การพิจารณาคำนึงถึงข้อเท็จจริงและบริบทของแต่ละกรณีอย่างรอบด้าน ทั้งนี้ มิได้หมายความว่าวัตถุประสงค์ในการครอบครองเพื่อการสืบทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมจะทำให้การครอบครองดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายโดยอัตโนมัติ
(2) มาตรการระยะกลาง เพื่อการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานวัตถุดิบวัฒนธรรม
- พัฒนากลไกคลังวัตถุดิบเพื่อการอนุรักษ์วัฒนธรรม (Cultural Material Bank) อาจพิจารณาเทียบเคียงในเชิงหลักการกับแนวทางการจัดการไม้จันทน์หอมสำหรับจัดสร้างพระโกศจันทน์และพระหีบจันทน์ ซึ่งหน่วยงานรัฐเป็นผู้สำรวจ คัดเลือก และควบคุมการนำไม้จันทน์หอมที่ยืนต้นตายตามธรรมชาติในพื้นที่อนุรักษ์มาใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางวัฒนธรรมที่กำหนดไว้เป็นการเฉพาะ ในทำนองเดียวกัน อาจศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนากลไกสำหรับจัดการซากสัตว์ป่าบางประเภทที่ตกเป็นของแผ่นดิน หรือได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย เช่น ซากสัตว์ที่เสียชีวิตตามธรรมชาติภายใต้การดูแลของหน่วยงานรัฐ โดยกำหนดหลักเกณฑ์เรื่องชนิด แหล่งที่มา การตรวจสอบย้อนกลับ ผู้มีสิทธิรับ และวัตถุประสงค์การใช้อย่างชัดเจน เพื่อให้สามารถนำทรัพยากรบางส่วนมาใช้ในการสืบทอดงานช่างและเครื่องดนตรีพื้นบ้านได้ โดยไม่สร้างแรงจูงใจต่อการล่าหรือการค้าสัตว์ป่าจากธรรมชาติ ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวจำเป็นต้องศึกษาความสอดคล้องกับกฎหมายและระเบียบว่าด้วยการจัดการซากสัตว์ป่าที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
- สนับสนุนแหล่งวัตถุดิบจากการเพาะพันธุ์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ส่งเสริมการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าบางชนิดที่กฎหมายอนุญาตให้เพาะพันธุ์และค้าได้ เพื่อเป็นทางเลือกของวัตถุดิบสำหรับการผลิตเครื่องดนตรีพื้นบ้าน โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชเป็นหน่วยงานหลักในการกำหนดชนิดสัตว์ การอนุญาตเพาะพันธุ์และค้า ตลอดจนระบบทำเครื่องหมายหรือเอกสารกำกับที่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ กระทรวงพาณิชย์อาจเข้ามาสนับสนุนด้านการพัฒนาธุรกิจ การสร้างตลาด และการยกระดับผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบที่มีแหล่งที่มาถูกต้อง ทั้งนี้ เพื่อสร้างห่วงโซ่วัตถุดิบที่ตรวจสอบได้และลดแรงกดดันต่อสัตว์ป่าในธรรมชาติ
(3) มาตรการระยะยาว เพื่อการพัฒนานวัตกรรมวัสดุศาสตร์และการปรับตัวทางวัฒนธรรม
- พัฒนานวัตกรรมหนังสังเคราะห์เพื่อเครื่องดนตรีพื้นบ้าน โดยอาศัยสถาบันวิจัยและสถาบันการศึกษาต่าง ๆ โดยเฉพาะที่อยู่ในพื้นที่ ในกรณีของพื้นที่อีสานใต้ เช่น มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ฯลฯ อาจก้าวเข้ามามีบทบาทในการวิจัยและพัฒนาวัสดุสังเคราะห์หรือวัสดุทางเลือกที่ผลิตจากวัตถุดิบชีวภาพ (bio-based materials) ที่มีคุณสมบัติด้านความยืดหยุ่นและการถ่ายทอดเสียงใกล้เคียงกับหนังสัตว์
- ปรับเปลี่ยนค่านิยมและสร้างการยอมรับต่อวัสดุทางเลือก ส่งเสริมให้สถาบันการศึกษา วงดนตรีกันตรึมร่วมสมัย และเยาวชนรุ่นใหม่ ทดลองและพัฒนาเครื่องดนตรีกันตรึมที่ใช้วัสดุสังเคราะห์หรือวัสดุทดแทนที่เหมาะสม เพื่อลดการพึ่งพาวัตถุดิบจากสัตว์ป่า และลดแรงกดดันต่อสัตว์ในธรรมชาติ ขณะเดียวกัน การใช้วัสดุที่ไม่อยู่ภายใต้บัญชีควบคุมของอนุสัญญา CITES ยังอาจช่วยลดข้อจำกัดด้านเอกสารและการอนุญาตเมื่อนำเครื่องดนตรีเดินทางไปแสดงหรือเผยแพร่ในต่างประเทศ เนื่องจากเครื่องดนตรีที่มีส่วนประกอบจากชนิดพันธุ์ภายใต้ CITES อาจอยู่ภายใต้ระบบใบอนุญาตหรือใบรับรองสำหรับการเคลื่อนย้ายข้ามพรมแดน (CITES, 2016)
บทสรุป
กรณีการจับกุมช่างทำเครื่องดนตรีกันตรึมที่จังหวัดสุรินทร์ ทำให้เห็นปัญหาที่ซ้อนกันอยู่ระหว่างการคุ้มครองสัตว์ป่ากับการรักษาภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม รวมถึงชวนให้ตั้งคำถามต่อมุมมองและมาตรการของรัฐที่มีต่อชุมชนและกลุ่มวัฒนธรรมที่มีสถานะและบริบทแตกต่างกัน
ในทางปฏิบัติ วัฒนธรรมกับการคุ้มครองสัตว์ป่า ไม่ควรถูกมองว่าต้องเลือกด้านใดด้านหนึ่ง แต่จะทำให้อย่างไรให้การบูรณาการความร่วมมือระหว่างรัฐและชุมชนท้องถิ่นเกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรมทั้งในระดับพื้นที่และระดับนโยบาย พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 อาจเป็นช่องทางหนึ่งที่ช่วยเปิดพื้นที่ให้ปัญหาลักษณะนี้ถูกนำมาพิจารณาในมิติที่กว้างขึ้น ไม่ว่าจะผ่านกลไกของสภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ หรือแนวทางการจัดการร่วมระหว่างรัฐกับชุมชน เพื่อให้ข้อเท็จจริงเรื่องวิถีชีวิต ภูมิปัญญา และการใช้ทรัพยากรถูกนำมาพิจารณาควบคู่กับข้อกฎหมาย
การแก้ปัญหาจึงไม่สามารถพึ่งพากฎหมายฉบับใดฉบับหนึ่งได้ แต่จำเป็นต้องพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งในด้านการคุ้มครองสัตว์ป่า การรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่เป็นไปอย่างมีส่วนร่วมของชุมชนผู้ปฏิบัติ และการคุ้มครองวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อหาแนวทางที่ทำให้การทำเครื่องดนตรีกันตรึม รวมถึงมรดกภูมิปัญญาอื่นที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน สามารถสืบทอดต่อไปได้ ควบคู่ไปกับเป้าหมายด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่า
การสืบทอดเครื่องดนตรีกันตรึม ไม่ได้หมายถึงการรักษารูปทรงหรือวัสดุแบบเดิมไว้เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการรักษาความรู้และทักษะของช่างในการเลือกวัสดุ การขึ้นหน้า การปรับแต่ง และการสร้างคุณลักษณะของเสียง เครื่องดนตรีที่ทำด้วยมือแต่ละชิ้นอาจมีน้ำเสียงแตกต่างกันตามวัสดุ วิธีการทำ และประสบการณ์ของช่าง ความหลากหลายของเสียงดังกล่าวจึงนับเป็นส่วนหนึ่งของเสน่ห์และภูมิปัญญาที่ควรคำนึงถึงควบคู่ไปกับการพัฒนาวัสดุหรือวิธีการผลิตรูปแบบใหม่
ท้ายที่สุด กรณีตัวอย่างจากจีนและญี่ปุ่นดังที่กล่าวมาข้างต้นสะท้อนให้เห็นว่า การสืบทอดวัฒนธรรมไม่จำเป็นต้องหมายถึงการรักษารูปแบบเดิมไว้ทุกประการ การปรับเปลี่ยนวัสดุ วิธีการผลิต หรือระบบจัดหาวัตถุดิบ อาจเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสืบทอดได้เช่นกัน หากการปรับเปลี่ยนนั้นยังสามารถรักษาความรู้ ทักษะ คุณลักษณะและความหลากหลายของเสียง ตลอดจนความหมายทางวัฒนธรรมที่สำคัญไว้ พร้อมกับคำนึงถึงการอนุรักษ์สัตว์ป่าและการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม
บรรณานุกรมภาษาไทย
กฎกระทรวงกำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. 2546. (2546, 1 สิงหาคม). ราชกิจจานุเบกษา, 120 (74 ก), 58–115.
กฎกระทรวงกำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. 2567. (2567, 24 กันยายน). ราชกิจจานุเบกษา, 141(58 ก), 34–35.
กรมส่งเสริมวัฒนธรรม. (2566). คู่มือดำเนินงานตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พ.ศ. 2559 (พิมพ์ครั้งที่ 3). สถาบันวัฒนธรรมศึกษา กรมส่งเสริมวัฒนธรรม. https://ich-thailand.org/api/v1/uploads/unsorted/20240610155157_khuumuue-dameninngaantaamphraraachbayyatisngesrimaelaraksaamrdkphuumipayyaathaangwathnthrrm-ph.s.-2559.pdf
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช. (2569, 9 กันยายน). “สุชาติ” สั่งลุยปราบค้าสัตว์ป่า! กรมอุทยานฯ สนธิกำลังบุกตรวจแหล่งผลิตเครื่องดนตรี จ.สุรินทร์ พบซากสัตว์ป่าคุ้มครอง–ผลิตภัณฑ์ 84 รายการ ดำเนินคดีครอบครองและค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต. ข่าวกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช.
เกียรติพงศ์ เรืองเกษม. (2565). ภูมิปัญญาตรัวกันตรึม ตำบลคอโด อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์. ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น. https://cac.kku.ac.th/บทความ-ภูมิปัญญาตรัวกั/
เดลินิวส์. (2569, 11 กันยายน). ดราม่า! จับช่างเครื่องดนตรีพื้นบ้าน ยึดซากงูหลามทำซอกันตรึม วอนรัฐหาจุดสมดุลกฎหมายกับภูมิปัญญา. https://www.dailynews.co.th/news/6181137/
ธิติยา จารุไพบูลย์พันธ์ และชญาดา จิรกิตติถาวร. (2569, 20 สิงหาคม). 1 ปี พ.ร.บ.ชาติพันธุ์ สู่การขับเคลื่อนสิทธิที่ยังต้องไปต่อ. Policy Watch. https://policywatch.thaipbs.or.th/article/life-363
พนิต มงคลธรรม รัตนะ. (2561). กฎหมายส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม: การพัฒนาและอุปสรรคของประเทศไทย.วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ, 9(1), 69–102.
พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568. (2568, 18 กันยายน). ราชกิจจานุเบกษา, 142(61 ก), 1–20.
พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535. (2535, 28 กุมภาพันธ์). ราชกิจจานุเบกษา, 109(15), 1–27.
พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562. (2562, 29 พฤษภาคม). ราชกิจจานุเบกษา, 136(71 ก), 104–144.
พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พ.ศ. 2559. (2559, 1 มีนาคม). ราชกิจจานุเบกษา, 133(19 ก), 1–9.
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. (ม.ป.ป.). มโหรี. https://archive.clib.psu.ac.th/online-exhibition/Mahori/page5.html
ยุทธนา ทองนำ และณรุทธ์ สุทธจิตต์. (2561). กระบวนการถ่ายทอดการบรรเลงตรัวของครูธงชัย สามสี. วารสารสถาบันวัฒนธรรมและศิลปะ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 19(2), 20–32. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jica/article/view/129881
วีณา วีสเพ็ญ. (2526). กันตรึม. คณะกรรมการโครงการส่งเสริมหนังสือตามแนวพระราชดำริ.
วรวิทย์ วราสินธ์ และเสาวภา พรสิริพงษ์. (2555). การเปลี่ยนผ่านบทบาทหน้าที่ดนตรีกันตรึม: จากดนตรีศักดิ์สิทธิ์สู่ดนตรีพาณิชย์. วารสารภาษาและวัฒนธรรม, 31(1), 79–107. https://repository.li.mahidol.ac.th/handle/123456789/55428
ศสิตรา ธรรมรัตน์. (2565). กรรมวิธีการสร้างซอด้วงของเรือตรีชัยนรินทร์ แถมมีทรัพย์ (ช่างนาคร) [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. Chulalongkorn University Theses and Dissertations. https://doi.org/10.58837/CHULA.THE.2022.567
ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น. (ม.ป.ป.). พูน สามสี (สาขาศิลปะการแสดง ดนตรีพื้นบ้านอีสานใต้). https://cac.kku.ac.th/พูน-สามสี-สาขาศิลปะการแ/
สมจิตร กัลยาศิริ. (2524). การวิเคราะห์เพลงพื้นเมืองและการละเล่นพื้นเมือง ของจังหวัดสุรินทร์ [วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต,จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. คลังปัญญาจุฬาฯ. https://doi.org/10.58837/CHULA.THE.1981.213
สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (TK Park). (ม.ป.ป.). ซอกันตรึม. https://tkapp.tkpark.or.th/stocks/content/developer1/thaimusic/80_sawguntrum/web/detail.html
สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2561). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดฯ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560). สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. https://academic.obec.go.th/web/news/view/75
สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร. (ม.ป.ป.). ตัวอย่างข้อมูล: กันตรึม. กรมศิลปากร.https://www.finearts.go.th/literatureandhistory/view/10585-ตัวอย่างข้อมูล---กันตรึม
องค์การสหประชาชาติ. (2508). อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในทุกรูปแบบ (International Convention on the Elimination of All Forms of Racial Discrimination: ICERD). United Nations Treaty Series, 660, 195.
อมรินทร์ทีวี. (2569, 10 กันยายน). ดรามา! บุกจับช่างทำซอกันตรึม คนสุรินทร์จวกยับ มันคือการอนุรักษ์ศิลปะ. https://www.amarintv.com/news/social/557156
อมรินทร์ทีวี. (2569, 11 กันยายน). “น้ำผึ้ง เมืองสุรินทร์” วอนหาจุดสมดุล หลังช่างทำซอกันตรึมโดนจับ. https://www.amarintv.com/news/social/557305
เอกพงษ์ สารน้อย, สุขสมัย สุทธิบดี, อุทัย อาทิเวช, และวริยา ล้ำเลิศ. (2561). ปัญหากฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม. วารสารรามคำแหง ฉบับบัณฑิตวิทยาลัย, 1(3), 41–52. http://www.rujogs.ru.ac.th/Journals/ClickLink/32
Surin Cultural. (2558, 19 กุมภาพันธ์). มาฟัง “กันตรึม” กันเถอะ. https://shorturl.at/VHD9D
References in English
Agence France-Presse. (2005, September 13). Erhus sing as snakes gently weep. Taipei Times, p. 16. https://www.taipeitimes.com/News/feat/archives/2005/09/13/2003271531
ASOVIVA. (n.d.-a). 強化張り三線 [Reinforced-skin sanshin]. Retrieved September 24, 2026, from https://www.asobi-sanshin.com/select_kyouka.html
ASOVIVA. (n.d.-b). ウッド三線 [Wood sanshin]. Retrieved September 24, 2026, from https://www.asobi-sanshin.com/wood_index.html
Chen, Z. (2015, April 22). The erhu. King Edward’s Music. https://kingedwardsmusic.com/2015/04/22/the-erhu-2/
CITES. (2016). Resolution Conf. 16.8 (Rev. CoP17): Frequent cross-border non-commercial movements of musical instruments. https://cites.org/sites/default/files/documents/COP/19/resolution/E-Res-16-08-R17.pdf
CITES. (2022). Reticulated python harvest and trade in Indonesia: CITES & livelihoods case study. Convention on International Trade in Endangered Species of Wild Fauna and Flora. https://cites.org/sites/default/files/eng/prog/Livelihoods/case_studies/2022/CITES_%26_livelihoods_fact_sheet_Python_Indonesia.pdf
Dani, A. (2013). Establishing conservation in an unconventional venue in Okinawa. Objects Specialty Group Postprints, 20, 16–31. https://resources.culturalheritage.org/wp-content/uploads/sites/8/2015/03/osg020-02.pdf
Denes, A. (2015). Folklorizing Northern Khmer identity in Thailand: Intangible cultural heritage and the production of “good culture.” SOJOURN: Journal of Social Issues in Southeast Asia, 30(1), 1–34. https://doi.org/10.1355/sj30-1a
General Administration of Customs of the People’s Republic of China. (2020, December 31). Shenzhen Customs seizes python-skin erhu in outbound post. http://english.customs.gov.cn/statics/99a830e1-0144-44c4-a8df-336700c54199.html
Koizumi Gakki. (n.d.). 沖縄三線 人工皮 / Okinawan Sanshin (Artificial Leather Skin) 三線の爪、替え弦、ソフトケースセット[Product page]. Retrieved September 15, 2026, from https://www.koizumigakki.com/?pid=27017153
Lim, A. (2025, May 9). Live! Session #7—Synthetic skin erhu vs. python skin erhu and more! ft. Ruijun. Eason Music School. https://www.easonmusicschool.com/live-session-7-synthetic-skin-erhu-vs-python-skin-erhu-and-more-ft-ruijun/
Marutaka Music. (n.d.). 沖縄三線 [Okinawan sanshin]. Marutaka Music. Retrieved September 24, 2026, from https://marutaka-music.sakura.ne.jp/sansin.htm
Morohashi, K. (2025, September). The sanshin, Okinawa’s traditional instrument, and the classical performing art, Kumiodori: Resonating to create sound culture. HIGHLIGHTING Japan, 207. Public Relations Office, Government of Japan. https://www.gov-online.go.jp/hlj/en/september_2025/september_2025-05.html
Oki Social. (2025, February 27). Celebrate Sanshin Day: The soulful sound of Okinawa (and a good excuse to party).https://www.okisocial.com/practical-information/okinawa-sanshin/
Okinawa Prefecture. (2024, January 11). 沖縄の音楽 [Music of Okinawa]. Okinawa Prefecture. https://www.pref.okinawa.jp/kyoiku/kodomo/1002688/1002693.html
Pornsiripongse, S., & Soplerk, A. (2011). Kantrum: The status of folk music education within the Thai Khmer cultural zone. Mon-Khmer Studies Journal, Special Issue No. 3, 81–88.
TanSungWahAdmin. (2016, August 16). The differences between python and synthetic erhu skins. Eason Music School. https://www.easonmusicschool.com/the-differences-between-python-and-synthetic-erhu-skins/
Taobao World. (n.d.). CITES compliance and packaging for python skin erhu. Retrieved September 15, 2026, from https://world.taobao.com/lang/en-us/shopping-guide/2030023728628236288.htm
The Active. (2568, 19 กันยายน). กฎหมายชาติพันธุ์ บังคับใช้แล้ว (19 ก.ย. 68) I ตรงประเด็น [วิดีโอ]. YouTube.https://www.youtube.com/watch?v=lQnTZB1R24M
Tnews. (2569, 11 กันยายน). บุกจับช่างซอกันตรึม ยึดซากสัตว์ป่าคุ้มครอง หวั่นกระทบวัฒนธรรม.https://www.tnews.co.th/social/social-news/659151
UNESCO. (n.d.). Thailand: Conventions ratified by Thailand. United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization. https://www.unesco.org/en/countries/th/conventions
United Nations. (1965). International Convention on the Elimination of All Forms of Racial Discrimination. United Nations Treaty Series, 660, 195.
United Nations General Assembly. (2007, September 13). United Nations Declaration on the Rights of Indigenous Peoples. Resolution 61/295 (A/RES/61/295).
Wikipedia contributors. (n.d.). Sanshin. In Wikipedia. Retrieved September 15, 2026, from https://en.wikipedia.org/wiki/Sanshin
李培俊. (2003). 一种替代乐器用蟒蛇皮的人造皮结构 [Artificial skin structure for replacing python skin in musical instruments] (Chinese Utility Model No. CN2533542Y). Google Patents. https://patents.google.com/patent/CN2533542Y/zh
伊长军. (2003). Fish-skin erhu (Chinese Patent application publication CN1438624A). Google Patents. https://patents.google.com/patent/CN1438624A/en
黎志文, 黎汉明, 李灝霖, & 庾艾盈. (2020). The production method of erhu based on 3D printing and the production method of piano skin (Chinese application publication CN112150988A). Google Patents. https://patents.google.com/patent/CN112150988A/zh
เรียบเรียงโดย
ทนงศักดิ์ เลิศพิพัฒน์วรกุล ฝ่ายคลังข้อมูลวิชาการ
พมิรา รักษ์อรศิลป์ ฝ่ายสื่อสารสังคมและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)
ป้ายกำกับ กันตรึม กฎหมาย มรดกภูมิปัญญาท้องถิ่น การคุ้มครองสัตว์ป่า พมิรา รักษ์อรศิลป์ ทนงศักดิ์ เลิศพิพัฒน์วรกุล