Hope cluster โควิดนี้ยังมีหวัง ลำดับที่ 35 เคล็ดวิชาต้านโควิดฉบับเก้ากระบี่เดียวดาย

 |  วัฒนธรรมร่วมสมัย
ผู้เข้าชม : 712

Hope cluster โควิดนี้ยังมีหวัง ลำดับที่ 35 เคล็ดวิชาต้านโควิดฉบับเก้ากระบี่เดียวดาย

เรียบเรียงโดย พงศกร เจนในเมือง

 

           หากท่านเป็นคอหนังและนิยายจีนกำลังภายในแบบเข้าเส้น ย่อมต้องเคยได้ยินนาม “เก้ากระบี่เดียวดาย” มาบ้าง โดยนามนี้คือสุดยอดเคล็ดวิชากระบี่ขั้นสูงของปรมาจารย์ต๊กโกวคิ้วป้าย
ที่ปรากฏในอมตะนิยายจีนกำลังภายในชุดมังกรหยกของกิมย้ง ยิ่งถ้าชอบท่องโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะ Facebook ด้วยแล้วล่ะก็ “เก้ากระบี่เดียวดาย” ยังเป็นเพจบันเทิงคดีหลักแสนไลก์ที่มีเกร็ดสารพันในวงการบันเทิง โดยเฉพาะจากฝั่งจีน ฮ่องกง และไต้หวัน จนเป็นเหมือนลายเซ็นของเพจไปแล้ว

 

 

           ริทธิเมธ ทับสุวรรณ หรือ อาร์ม วัย 41 ปี ที่ลูกเพจเรียกอย่างเป็นกันเองว่า “ท่านเก้า”
ผู้เป็นทุกอย่างของเพจ เล่าให้ฟังเราฟังว่าเริ่มทำเพจเก้ากระบี่เดียวดายมาได้ประมาณ 3-4 ปี เรียกว่าหากนับถึงปัจจุบัน อายุเพจก็ผูกพันกับโควิดไปแล้วกว่าครึ่งชีวิต ซึ่งจุดเริ่มต้นของการทำเพจเริ่มต้นจาก การจากไปอย่างไม่มีวันกลับของหวงอี้ นักเขียนนิยายจีนกำลังภายในชื่อดัง
เมื่อ พ.ศ. 2560 ทำให้นิยายเรื่อง “เหยี่ยวมารสะท้านสิบทิศ” ต้องเขียนไม่จบไปโดยปริยาย

           อาร์มจึงอยากหาเพื่อน ๆ ที่มีรสนิยมเดียวกัน ชอบหนังและนิยายจีนกำลังภายในเหมือนกัน ให้ได้มาพูดคุยกัน จึงตัดสินใจทำเพจขึ้น ซึ่งคนกลุ่มนี้คือเป้าหมายหลักที่อาร์มอยากสื่อสารด้วย
ในช่วงแรก โดยเปิดเพจเมื่อเดือนเมษายน 2560 ทำไปได้ประมาณเดือนเดียวก็มีผู้ติดตามหลักหมื่น ไป ๆ มา ๆ เนื้อหาเลยไม่จำกัดแค่เรื่องหนังและนิยายจีนกำลังภายในแล้ว เพราะผู้ติดตามก็อยากรู้แง่มุมอื่น ๆ เกี่ยวกับดารา-นักร้องจากจีน ฮ่องกง และไต้หวัน บางครั้งก็เลยเถิดไปถึงประเทศญี่ปุ่น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นดาวดังในยุค 90s ที่ยังคงมีผลงานหรือถูกกล่าวขานมาจนปัจจุบัน ทำให้เนื้อหาของเพจอยู่ในแนวนี้เรื่อยมาจนปัจจุบัน กลุ่มเป้าหมายจึงกว้างขึ้นเป็นคนทั่วไปที่สนใจวงการบันเทิงทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะจากจีน ฮ่องกง และไต้หวัน

 

 

           สำหรับเนื้อหาที่เขียนลงในแต่ละวัน ตั้งแต่เริ่มเพจมาจะเน้นเนื้อหาที่อ่านแล้วสร้างกำลังใจ การนำแนวคิดหรือการปฏิบัติตัวของดารา นักร้อง หรือผู้กำกับชื่อดัง ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ บางครั้งลูกเพจมาขอให้อาร์มเขียนเรื่องนั้นเรื่องนี้ แต่ถ้าพิจารณาแล้วว่าไม่น่าจะมีประโยชน์ ไม่สร้างพลังใจในการใช้ชีวิต อาร์มก็จะไม่เขียน ยิ่งดาราบางคนมีเรื่องฉาวโฉ่ ความประพฤติไม่ดี เป็นตัวอย่างไม่ดีให้เยาวชน อาร์มจะพยายามหลีกเลี่ยง เว้นแต่ว่าจะเป็นการเขียนเพื่อให้เป็นอุทาหรณ์ในการดำเนินชีวิต เช่น เคยผิดพลาดพลั้งแต่กลับตัวได้ในภายหลัง เป็นต้น

           จนกระทั่งในช่วงโควิดที่ระบาดมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 จนปัจจุบัน อาร์มสังเกตว่าลูกเพจมีความเครียดเยอะกว่าแต่ก่อน มีอารมณ์ร่วมกับประเด็นอ่อนไหวได้ง่าย อาร์มจึงเพิ่มคอนเทนต์ไปในแนวเบาสมองคลายเครียดให้มากขึ้นกว่าเดิมเพื่อบรรเทาอุณหภูมิร้อนแรงของสถานการณ์บ้านเมือง เช่น ลงภาพพร้อมแคปชั่นสั้น ๆ สนุก ๆ ไม่ต้องยาวเหมือนเนื้อหาหลัก สลับกับการรายงานข่าวสารเกี่ยวกับโรคระบาดอยู่เป็นระยะ

           “ปีที่แล้วเราเคยรีวิวอาหารให้บรรดาลูกเพจและร้านอาหารต่าง ๆ แบบฟรี ๆ แม้เราจะเป็นเพียงเพจหลักแสน แต่ก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในสถานการณ์ยากลำบากเช่นนี้ ส่วนการนำเสนอเนื้อหาบทความ ตลอดจนข่าวสารต่าง ๆ ช่วงนี้จะเน้นไปในเชิงบวกให้กำลังใจมากหน่อย รวมทั้งเพิ่มมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์ระบาดทั่วโลก ไม่เจาะจงแต่ในเมืองไทย เพื่อให้ลูกเพจได้เห็นภาพวงกว้างและระวังป้องกันตนเองมากขึ้น” อาร์มกล่าว

 

 

           นอกจากนี้อาร์มยังให้มุมมองว่า “วิกฤตโควิดตั้งแต่ต้นปี 2563 จนถึงปัจจุบัน ให้บทเรียนเราว่าความแน่นอนคือความไม่แน่นอน หลายอย่างที่ไม่คิดว่าจะเกิดก็เกิดขึ้น การเตรียมตัวให้พร้อมในหลาย ๆ ด้านจึงเป็นสิ่งจำเป็น เช่น เงินออม เงินเก็บ เพราะการใช้เงินที่มีอยู่ทุ่มไปกับการลงทุนในสัดส่วนที่มากกว่าเงินออมอาจไม่เหมาะกับแนวคิดการใช้ชีวิตในปัจจุบันและอนาคตเสียแล้ว”

 

 

           เมื่อถามถึงความหวังในการพ้นผ่านวิกฤต อาร์มบอกว่า “ต้องมองความเป็นจริงจึงจะเห็นทางออก ทุกวันนี้โซเชียลมีเดียมีเรื่องจริงและเท็จอยู่มากมาย ยิ่งช่วงนี้มีข้อมูลไหลบ่าสู่ประชาชนจนเกิดความสับสนและสร้างความหวาดกลัว ขณะที่ภาครัฐก็สื่อสารไม่ชัดเจน ไม่สามารถให้ข้อมูลที่ตรงประเด็นได้ดีพอ ถ้าภาครัฐสร้างความมั่นใจและชัดเจนในข้อมูลในการสื่อสารกับประชาชนมากกว่านี้ คิดว่าประเทศไทยคงผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ ดังนั้นโดยส่วนตัว ความหวังเดียวตอนนี้คือภาคประชาชนต้องช่วยเหลือกัน เป็นกำลังใจ เข้าใจบทบาทและหน้าที่ของแต่ละคน รวมทั้งดูแลป้องกันตัวเองด้วย ทุกเรี่ยวแรงจะทำให้เราพ้นวิกฤตไปได้”

           ก่อนแยกย้ายกันไป อาร์มบอกว่าจะพยายามทำเนื้อหาที่อ่านแล้วอมยิ้ม สร้างกำลังใจ หรือเป็นเซฟโซนสำหรับใครหลายคนในภาวะเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ แต่เนื้อหาหนัก ๆ ซีเรียสก็ไม่ทิ้ง มีให้อ่านสลับกันไปแน่นอน พร้อมทั้งส่งท้ายเราด้วยสุภาษิตจีนโบราณที่เหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบันอย่างที่สุดว่า “ดวงอาทิตย์ทำให้ทุกสิ่งกระจ่างชัด แต่เรายังต้องทำความเข้าใจในส่วนที่มืดซึ่งยังคงดำรงอยู่ เมื่อเสียหลักก็ต้องหลบอย่างฉลาด เมื่อพลั้งพลาดต้องรู้หลีกใส่ปีกหาง ค่อย ๆ คิด ค่อย ๆ ทำ ค่อยคลำทาง จึงจะย่างสู่จุดหมายมีแสงสว่างด้านปลายอุโมงค์”

 

สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2564

 

ป้ายกำกับ โควิด-19 ระลอก 3 covid-19 ระลอก 3 content creator พงศกร เจนในเมือง

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Share