ลืม เดอะซีรีส์: ตอนที่ 5 ผีนิรนามบนท้องถนน
“ผมมาตามหาผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งที่จริงนี้เราพบกันไม่นาน เกือบสัปดาห์ มันเป็นคืนฟ้าฝนโปรยกระหน่ำ ที่ข้างทางพบใครยืนอยู่ ใต้ต้นไม้ ผมจึงจอดรับเพราะความเห็นใจ ให้อาศัยและนำเธอมา ที่หน้า แมนชั่นนี้...คุณคนนั้นคิดพลางถอนใจ ตอบออกไปด้วยสายตาประหวั่น ใครกัน ห้องสุดท้าย หรือคนก่อนนั้นที่เธอหายไป รถเธอชนที่โค้งต้นไทร หรือใครที่คุณถาม...ผมมาตามหาผู้หญิงคนหนึ่ง เธออยู่ไหน”
เพลง ห้องสุดท้าย (เอ้ รงค์ สุภารัตน์)
ปลายทศวรรษ 2530 สถานีวิทยุหลายแห่งของไทยเริ่มเปิดเพลงที่มีเนื้อหาหักมุมเพลงหนึ่งที่มีชื่อว่า “ห้องสุดท้าย” ของ รงค์ สุภารัตน์ เพลงนี้ดูเหมือนจะเป็นเพลงรักโรแมนติกทั่วไป แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย เพราะเนื้อหาของเพลงเริ่มต้นด้วยฉากคืนวันหนึ่งที่ฝนตกกระหน่ำ ชายหนุ่มขับรถไปพบกับหญิงสาวแปลกหน้าซึ่งกำลังยืนอยู่ใต้ต้นไม้และโบกรถให้ขับเข้ามารับเธอไปส่งที่แมนชั่น แน่นอนว่าเขารับเธอขึ้นมา โดยระหว่างทาง เขาได้ชวนพูดคุยกับเธอเพื่อไม่ให้บรรยากาศระหว่างการขับรถเงียบเหงา แต่จากจุดนั้น ทำให้เขาเกิดความรู้สึกอบอุ่นหัวใจและอยากจะทำความรู้จักกับเธอให้มากกว่านี้ หลังจากเขาส่งเธอกลับแมนชั่นแล้ว ทั้งยังรู้มาว่าเธออาศัยอยู่ในห้องสุดท้ายของชั้นบน หลายวันต่อมา ด้วยความคิดถึง เขากลับมาหาเธอที่แมนชั่นอีกครั้ง แต่เมื่อสอบถามคนในแมนชั่นเกี่ยวกับผู้หญิงห้องสุดท้าย พวกเขากลับสงสัยว่าคนที่ชายหนุ่มกำลังตามหาอยู่นั้นเป็น “ใครกัน” สิ่งที่ชวนขนลุกยิ่งกว่าคือ พวกเขาคาดเดาว่าหรือเป็นหญิงสาวที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ณ โค้งต้นไทรที่ชายหนุ่มเคยรับหญิงสาวคนนั้นขึ้นรถมา เพลงจบลงด้วยคำถามและความทรมานใจของชายหนุ่มที่ว่า สรุปแล้วสุภาพสตรีคนนั้น “เธออยู่ไหน”
ความน่าสนใจของเพลงนี้ คือการทำให้ผู้หญิงในบทเพลงกลายเป็นผีนิรนาม เพราะตลอดทั้งเพลง เราทราบเพียงว่าเธอเป็น “ผู้หญิงคนหนึ่ง” ซึ่งน่าจะเป็นผีที่ตายจากอุบัติเหตุ ณ โค้งต้นไทร แต่สุดท้ายแล้ว เราก็ไม่สามารถทราบได้อยู่ดีว่าเธอเป็น “ใครกัน” และ “เธออยู่ไหน” เธอจึงเป็นได้เพียงวิญญาณนิรนามที่ล่องลอยไปมาระหว่างโค้งต้นไทรกับแมนชั่นอย่างไม่จบสิ้น ในอีกมุมหนึ่ง สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความทรงจำที่ถูกลืม อุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นสิ่งที่สังคมไทยพบเห็นกันจนเป็นเรื่องชินชา แต่ไม่มีใครสามารถจดจำได้ว่ามีใครที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ และปัจจัยที่ก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมนี้คืออะไร รวมถึงจะแก้ไขอย่างไร เนื่องจากอุบัติเหตุบนท้องถนนถูกผลักให้เป็นปัญหาของผู้ใช้รถใช้ถนน มากกว่าปัญหาเชิงโครงสร้างที่เกิดขึ้นจากกระบวนการออกแบบและการสร้างถนนเอง ความสูญเสียจึงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าดังเห็นได้จากกรณีของถนนพระรามสอง ซึ่งใช้เวลาก่อสร้างมานานนับทศวรรษก็ยังไม่สามารถทำให้แล้วเสร็จสมบูรณ์จนกลายเป็นถนนอาถรรพ์ลี้ลับอีกแห่ง (ไทยรัฐออนไลน์, 2568) ทุกวันนี้ ในสังคมไทยจึงมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับผีนิรนามจำนวนมากที่ปรากฏบนถนนหนทางต่าง ๆ ผีที่ออกอาละวาดเพื่อให้ผู้คนได้รับรู้ถึงประสบการณ์อันแสนเจ็บปวดบนถนนเหล่านี้1 ควรกล่าวด้วยว่า เพลงห้องสุดท้าย สอดคล้องกับบริบทสังคมไทยในช่วงทศวรรษ 2530 ซึ่งหากลองเปิดหนังสือพิมพ์เก่า ๆ ดูแล้ว จะพบว่านี่คือยุคที่อุบัติเหตุบนท้องถนนเริ่มเกิดขึ้นถี่อย่างเห็นได้ชัด ศิลปินและนักแสดงจำนวนหนึ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเหล่านี้ (ภิญญพันธุ์ พจนะลาวัณย์, 2566, น.277-278)
ผีบนถนน: ภาพสะท้อนความรู้สึกนึกคิดของคนเป็น
งานมานุษยวิทยาที่ศึกษาประเด็นเรื่องผีและความหลอกหลอน ชี้ให้เห็นว่า แม้ผีจะยังไม่สามารถได้รับการพิสูจน์ยืนยันถึงการมีตัวตนอยู่จริง ๆ แต่ผีก็อาจเป็นภาพสะท้อนสังคมของมนุษย์ที่ยังมีลมหายใจอยู่ เป็นภาพสะท้อนของความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์ที่มีต่อสภาพแวดล้อมทางสังคมนั้น ๆ โดยเฉพาะสังคมที่ผู้คนต้องแบกรับความเสี่ยงทั้งชีวิตและทรัพย์สินจากปัญหาเชิงโครงสร้างมากมายซึ่งฝังรากลึกอยู่ในสังคม กระนั้นเมื่อความเสี่ยงเกิดขึ้นแล้ว อำนาจจะกดทับมิให้ผู้ได้รับผลกระทบ ส่งเสียงหาตัวผู้รับผิดชอบได้ง่าย ๆ และจะทำให้เสียงเหล่านั้นถูกลืมไปในที่สุด Byron J. Good, Andrea Chiovenda & Sadeq Rahimi (2022) กล่าวว่า ในเมื่อผู้คนต้องดำเนินชีวิตอยู่ในสภาพสังคมเช่นนี้ ผีจึงเป็นสิ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเพื่อสื่อสารแบบอ้อม ๆ ให้คนทั่วไปได้รับรู้ถึงความทุกข์และความเจ็บปวดของพวกเขา นอกจากนั้น ผียังสามารถใช้เป็นที่พึ่งทางใจ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ซึ่งสร้างความหวังให้แก่ผู้คนในการดำเนินชีวิตประจำวันท่ามกลางสังคมที่เต็มไปด้วยสภาพแวดล้อมอันเลวร้ายก็ได้
เช่นเดียวกับผีที่ปรากฏบนท้องถนน งานของ Theo Aalders & Wangui Kimari (2025) กล่าวว่า เรื่องสยองขวัญเกี่ยวกับผีหรือสัตว์ประหลาดซึ่งปรากฏตามโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ โดยเฉพาะถนนหนทางในประเทศเคนย่า เป็นภาพสะท้อนถึงความหวาดหวั่นของผู้คนที่มีต่อโครงสร้างพื้นฐานเหล่านั้น ถนนซึ่งไร้มาตรฐาน ขาดความปลอดภัย มีกระบวนการสร้างที่ไม่โปร่งใส หรือบางแห่งยังสร้างไม่เสร็จแต่ถูกปล่อยร้าง คือสิ่งที่ชาวเคนย่าต้องเผชิญ พวกเขาทราบดีว่าอันตรายสามารถเกิดขึ้นได้เสมอเมื่อต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับพื้นที่เหล่านี้ และก็ทราบดีเช่นกันว่าพวกเขาไม่มีอำนาจมากพอที่จะทลายต้นตอของปัญหา และลงท้าย ประสบการณ์เรื่องราวของพวกเขาจะถูกลืม นี่ยังไม่นับรวมถึงชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบอื่น ๆ จากการสร้างถนนอย่างเช่นการถูกเวนคืนที่ดินอย่างไม่เป็นธรรม พวกเขาเหล่านั้นถูกปล่อยให้ต่อสู้กับรัฐและนายทุนเพียงลำพังจนถูกลืมไปในที่สุด ทั้งหมดนี้ จึงมิใช่เรื่องแปลกหากคนเคนย่าจะได้ยินเรื่องเล่าต่าง ๆ มากมายเกี่ยวกับผีหรือสัตว์ประหลาดที่ออกอาละวาดตามถนนร้าง เรื่องเล่าเหล่านี้ต่างแสดงให้เห็นว่า ผีและสัตว์ประหลาดคือผู้คนที่ตายจากการถูกทอดทิ้งและประสบชะตากรรมอันเลวร้ายในโครงการพัฒนาถนนของรัฐบาลและกลุ่มทุน ในอีกมุมหนึ่ง สิ่งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความคับข้องใจของผู้คน ตลอดจนต้องการท้าทายอำนาจรัฐและทุนซึ่งคอยควบคุมโครงการพัฒนาถนนอีกด้วย
ผีบนถนน จึงเป็นเสมือนภาพสะท้อนความรู้สึกไม่มั่นคง (ที่ถูกลืม) ของผู้คนที่มีต่อปัญหาเชิงโครงสร้างของถนน ผีนิรนามที่ปรากฏตัวบนถนนหนทางต่าง ๆ นั้น อีกนัยหนึ่ง ก็คือสิ่งที่คอยย้ำเตือนให้เห็นถึงโศกนาฏกรรม ความสูญเสีย และความเจ็บปวด จากการใช้รถใช้ถนน แต่กลับไม่มีใครหวนกลับมามองนั่นเอง
กรณีตำนานสาวชุดดำ
คืนวันหนึ่งช่วงบริเวณถนนรัชดาภิเษก คุณหนุ่มยังคงขับรถกลับบ้านตามปกติ จนเมื่อเขาขับไปได้สักพัก ก็พบหญิงสาวสองคนในชุดดำโบกรถให้เขาจอด ได้ความว่าพวกเธอต้องการไปแถววัดเสมียนนารี แต่เนื่องด้วยเป็นเวลาดึกมากแล้ว จึงไม่มีรถรับจ้างขับผ่านมา นั่นทำให้คุณหนุ่มอาสารับหญิงชุดดำทั้งสองขึ้นรถเพื่อไปส่งให้ถึงจุดหมายปลายทาง เมื่อคุณหนุ่มขับรถไปได้สักพัก เขารู้สึกว่าหญิงสาวทั้งสองมีความแปลกประหลาดอย่างหนึ่งคือพวกเธอนั่งนิ่งจนคล้ายคนตัวแข็ง สายตาเหม่อลอยไปข้างหน้า ช่างเป็นบรรยากาศที่ทำให้ชวนขนลุก แม้จะชวนสนทนาแล้ว แต่พวกเธอก็ไม่ค่อยมีปฏิกิริยาใด ๆ กับเขา จนกระทั่งคุณหนุ่มขับรถผ่านทางรถไฟจนมาถึงบริเวณวัดเสมียนนารีแล้ว เขาหันกลับมาทางที่นั่งผู้โดยสารเพื่อจะถามหญิงสาวทั้งสองว่าให้จอดลงตรงไหน แต่ภาพที่เขาเห็นคือไม่มีหญิงสาวชุดดำนั่งอยู่แล้ว ทันใด สายตาของเขาก็มองไปเห็นที่รางรถไฟ หญิงทั้งสองคนอยู่ตรงนั้น ในสภาพเลือดอาบและตัวขาดครึ่ง โดยที่ท่อนบนของหญิงสาวทั้งสองพยายามคลานเข้ามาหากันช้า ๆ คุณหนุ่มตกตะลึงในสิ่งที่เขาพบเห็น และรีบขับรถหนีออกไปจนได้มาเล่าเรื่องนี้ให้รายการผีชื่อดังทางวิทยุฟัง โดยหลังจากคุณหนุ่มถ่ายทอดเรื่องนี้แล้ว ก็มีคนขับแท็กซี่อีกหลายคน ยืนยันว่าเรื่องที่คุณหนุ่มเจอมาเป็นความจริง เพราะมีคนเคยพบเห็นสาวชุดดำเช่นกัน เรื่องของสาวชุดดำกลายเป็นตำนานซึ่งคนที่สนใจเรื่องผีสางนางไม้ในประเทศไทย ต้องรู้จักเป็นอย่างดี
พ้นไปจากการพิสูจน์ว่าเรื่องสาวชุดดำเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ความน่าสนใจของตำนานสาวชุดดำนี้ คือการสะท้อนให้เห็นถึงกรณีศึกษาที่สังคมได้สร้างตัวตนให้แก่สาวชุดดำขึ้นมาในฐานะผี นิรนามซึ่งต้องทนทุกข์ทรมานกับถนนแถววัดเสมียนนารีนี้ อันที่จริง ถนนบริเวณดังกล่าว เป็นที่รับรู้กันว่าไม่ใช่ถนนที่มีความปลอดภัยมากนัก เพราะถนนเส้นนี้เองก็มีอุบัติเหตุและการสูญเสียเกิดขึ้นจริงตามที่ปรากฏในข่าวอยู่เป็นระยะ (ดูข่าวเช่น PPTV, 2562; สวพ.FM 91, 2567) เคยมีการร้องเรียนว่าถนนบริเวณทางโค้งหน้าหมู่บ้านบริเวณสถานีรถไฟฟ้าวัดเสมียนนารีนั้น ไม่มีไฟส่องสว่าง ไม่มีป้ายแจ้งเตือน ทั้งยังมีหลุมในบางช่วง ส่งผลให้ถนนบริเวณนี้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง แต่ก็ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง (PPTV, 2565) การถือกำเนิดของตำนานสาวชุดดำ จึงเสมือนการมาย้ำเตือนผู้คนให้มองเห็นถึงความสูญเสียและความเจ็บปวดของผู้คนที่ได้รับผลกระทบในถนนสายนี้ ควรกล่าวด้วยว่า นับตั้งแต่เรื่องสาวชุดดำถูกเล่าผ่านประสบการณ์ของคุณหนุ่มนั้น ก็มีคนอื่น ๆ ที่พยายามเขียนรายละเอียดเพิ่มเติมให้แก่สาวชุดดำ ไม่ว่าจะเป็นการเล่าถึงที่มาการตายอันเศร้าสลดของสาวชุดดำซึ่งเริ่มต้นจากการรีบเดินทางมางานศพแม่ให้ทันเวลา แม้จะนำมาสู่จุดจบอย่างไม่คาดคิด แต่วิญญาณของพวกเธอยังคงวนเวียนด้วยความเป็นห่วงแม่อยู่ (สำนักข่าวไทย Online, 2563) หรือการอ้างว่าเคยมีหนังสือพิมพ์ลงข่าวอุบัติเหตุการตายของสาวชุดดำ พร้อมทั้งลงชื่อและรูปภาพของพวกเธอ แต่ที่สุดแล้ว ก็ไม่มีใครสามารถหาหลักฐานมายืนยันได้ จึงเป็นเหตุให้มีการร่างภาพวาดของสาวชุดดำขึ้นมาผ่านคำบอกเล่าของผู้เคยพบเห็น สาวชุดดำยังคงเป็นผีที่เสมือนจะทำให้คนจดจำได้ แต่สุดท้ายก็กลับไปเป็นผีที่ไม่มีคนรับรู้ว่าเป็นใครมาก่อน สิ่งเดียวที่ทราบคือพวกเธอตายจากอุบัติเหตุบนถนนแห่งนี้ เหมือนกับอีกหลาย ๆ คน
ผี ถนน และอุบัติเหตุในสังคมไทย
ในสังคมไทย ยังคงมีเรื่องผีนิรนามบนถนนอีกจำนวนมาก และผีเหล่านี้ก็สะท้อนให้เห็นถึงการขยายตัวของโครงการพัฒนาถนน ตลอดจนอุบัติเหตุความสูญเสียที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะตั้งแต่ทศวรรษ 2530 ซึ่งเป็นช่วงที่มีการขยายถนนออกไปอย่างกว้างขวางมากขึ้นภายหลังสิ้นสุดสงครามระหว่างรัฐไทยกับฝ่ายคอมมิวนิสต์ตามเขตป่าเขา ช่วงเวลานั้นเองที่ ภิญญพันธุ์ พจนะลาวัณย์ (2566) ได้ชี้ให้เห็นว่า อุบัติเหตุจากการใช้รถใช้ถนน ก็มีเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว การรณรงค์ให้ผู้คนขับขี่รถอย่างปลอดภัย ง่วงก็หาที่จอด เมาก็อย่าขับรถ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปีใหม่หรือสงกรานต์ เป็นปรากฏการณ์ที่เห็นได้ทั่วไป แต่ในอีกมุมหนึ่ง สิ่งนี้เป็นการมองข้ามปัญหาเชิงโครงสร้างบางประการบนท้องถนนที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ เพราะการออกแบบถนนหลายแห่งวางอยู่บนหลักการความรวดเร็วในการเดินทาง แต่ไม่ได้วิเคราะห์สภาพพื้นที่และการใช้งานจริง ทั้งนี้ ยังไม่นับรวมถึงปัญหาของคุณภาพในการก่อสร้าง ซึ่งสัมพันธ์กับการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ระหว่างผู้รับเหมากับกลุ่มทุน
ด้วยเหตุนี้ ความสูญเสียบนท้องถนนจึงเกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่สิ่งเหล่านี้ก็จะถูกลืมไป ทิ้งให้กลายเป็นความรับผิดชอบของปัจเจกบุคคล ผู้คนจำนวนมากต้องมาทิ้งชีวิตบนถนนที่มีปัญหาเชิงโครงสร้างที่ไม่ได้รับการแก้ไข ศพแล้วศพเล่าที่เกิดขึ้น กลายเป็นเรื่องเล่าของเหล่าผีนิรนามที่ออกอาละวาดให้ผู้คนสัญจรไปมาได้พบเห็น ตำนานผีบนถนนที่มีชื่อเสียงโด่งดัง มักปรากฏตามถนนที่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น ทางหลวงหมายเลข 44 (ถนนเซาท์เทิร์น) ทางหลวงแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องผีดุจนเป็นที่เล่าขาน แต่หากพิจารณาถึงประวัติศาสตร์ของทางหลวงดังกล่าว ทางหลวงแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเชื่อมต่อรองรับการขนส่งของท่าเรือน้ำลึกตามแผนโครงการพัฒนาเศรษฐกิจเซาท์เทิร์นซีบอร์ด แต่โครงการกลับล้มเหลว ไม่มีท่าเรือน้ำลึกเกิดขึ้น ส่งผลให้ทางหลวงหมายเลข 44 กลายเป็นถนนถูกตัดขาด (Wikipedia, ม.ป.ป.) ความปลอดภัยของทางหลวงแห่งนี้จึงมีน้อย อุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ หรือทางหลวงหมายเลข 101 ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นถนนที่ห้ามขับผ่านหลังดวงอาทิตย์ตกดิน เนื่องด้วยเป็นถนนเฮี้ยนวิญญาณหลอนจนเป็นตำนานเล่าขานเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาลักษณะสภาพภูมิศาสตร์ของพื้นที่ที่ตั้งของถนนแล้ว พบว่าเป็นภูเขาสูงชัน การออกแบบถนนในบางช่วงจึงต้องทำให้มีความโค้งและลาดชันสูงกว่าปกติ โดยหากการออกแบบ ไม่สามารถรองรับการขับรถเข้าโค้งและขึ้นลงทางลาดชันได้อย่างมีมาตรฐาน ความสูญเสียจากการเกิดอุบัติเหตุก็จะมีสูงขึ้นตามที่พบเห็นในข่าวจนส่งผลให้ทางหลวงหมายเลข 101 เป็นหนี่งในถนนที่กรมทางหลวงกำหนดให้เป็นสายทางที่ต้องใช้ความระมัดระวังในการโดยสารเป็นพิเศษ (กรมทางหลวง, ม.ป.ป.) ควรกล่าวด้วยว่า ทางหลวงหมายเลข 101 ยังใช้เป็นพื้นที่สำหรับลำเลียงไม้ในช่วงกลางคืน (Thairath Studio, 2568) และเป็นพื้นที่สำหรับลำเลียงเถ้าลอยระหว่างโรงไฟฟ้าในลาวกับโรงงานรีไซเคิลเถ้าลอยในลำปาง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยต่อผู้สัญจรไปมาอย่างเห็นได้ชัด แต่รัฐไม่สามารถควบคุมได้ (สุทธิกานต์ วงศ์ไชย, 2569)
ผีบนถนน จึงเป็นภาพสะท้อนประเด็นทางสังคมมากกว่าเพียงเรื่องเล่าสยองขวัญชวนขนหัวลุก เพราะถนนมาพร้อมกับอุบัติเหตุ แต่โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น จะมีผู้คนจดจำมันได้มากเพียงใด และจะทำให้ผู้คนหันมามองเห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างหรือไม่ คงเป็นสิ่งที่ขึ้นอยู่กับการเรียนรู้ของแต่ละสังคม มิเช่นนั้น เรื่องราวความสูญเสียบนท้องถนน ก็จะยังคงเกิดขึ้นต่อไปไม่สิ้นสุด โดยที่สังคมจะลืมกลุ่มคนที่ประสบกับความสูญเสียเหล่านี้ให้เป็นเพียงอดีตและเรื่องของปัจเจกบุคคล เปรียบเสมือนการสร้างผีนิรนามที่ไม่มีใครรู้จัก แต่ต้องการสำแดงอิทธิฤทธิ์ให้มนุษย์ได้รับรู้ถึงชะตากรรมอันเลวร้ายที่ไม่สามารถพูดได้
บรรณานุกรม
Aalders, T.; Kimari, W. (2025). A Time for Monsters: Ghost Projects, Gothic Marxism, and the
Transgressive Horror of Infrastructure Futures. Third World Quarterly.
https://shorturl.asia/6eEYm
Good, B.J.; Chiovenda, A.; Rahimi, S. (2022). The Anthropology of Being Haunted: On the
Emergence of Anthropological Hauntology. Annual Review of Anthropology. 51 (1): 437-453.
กรมทางหลวง. (ม.ป.ป.). สายทางที่ต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินทางของรถโดยสารและรถบรรทุก.
https://bhs.doh.go.th/download2/101beware
ไทยรัฐออนไลน์. (2568). ศาลเจ้าแม่จงอางและลูก อาถรรพ์ ! ถนนพระรามสอง.
https://www.thairath.co.th/lifestyle/culture/2848627
ภิญญพันธุ์ พจนะลาวัณย์. (2566). ไฮยาเวธิปไตย: อำนาจของถนนนกับพลวัตการคมนาคมขนส่งของ
ประเทศไทย. ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน).
สวพ.FM 91. (2567). รถจักรยานยนต์ชนกับรถกระบะ กลางแยกวัดเสมียนนารี บาดเจ็บสาหัส อาสากู้ภัยเร่ง
ช่วยเหลือยื้อชีวิต แต่ไม่เป็นผล. https://www.fm91bkk.com/newsarticle/40240
สุทธิกานต์ วงศ์ไชย. (2569). 101 ทางมรณะ เมื่อเถ้าลอยกำลังฆ่าคนน่าน จากหงสาถึงลำปางใต้เงาทุนไทย. https://www.lannernews.com/17022569-01/
สำนักข่าวไทย Online. (2563). ตำนานผู้หญิงชุดดำสุดหลอนแห่งวัดเสมียนนารี.
https://today.line.me/th/v3/article/nPYjgK
PPTV. (2562). รถไฟชนหญิงนิรนามเสียชีวิตที่หน้าวัดเสมียนฯ. https://shorturl.asia/tlazY
PPTV. (2565). โลคัลโรดกลางกรุง ไร้ไฟส่องสว่าง เกิดอุบัติเหตุซ้ำซาก วอนรัฐช่วยแก้ไข.
https://shorturl.asia/4VY7i
Thairath Studio. (2568). พระอาทิตย์ตกห้ามผ่าน “ทางหลวงต้องห้าม” ถนนสายเหนือที่ผีโคตรเฮี้ยน. https://www.youtube.com/watch?v=BFMpQizGR14
Wikipedia. (ม.ป.ป.). ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 44. https://shorturl.asia/UXfut
1 เช่นเดียวกับความอาถรรพ์ของถนนพระรามสอง มีการเชื่อมโยงว่าเกิดขึ้นเพราะคำสาปแช่งและแรงอาฆาตพยาบาทของเจ้าแม่งูจงอาง หลังจากเธอต้องสูญเสียครอบครัวจากอุบัติเหตุระหว่างการก่อสร้างถนน (หรือบางตำนานก็เล่าว่าสูญเสียครอบครัวจากรถคันหนึ่งที่พุ่งเข้ามาทับลูก ๆ ของเธอระหว่างข้ามถนน) ทั้งหมดนี้ ก็ยิ่งแสดงให้เห็นว่า ผีบนถนนคือภาพสะท้อนของความเจ็บปวดของสิ่งมีชีวิตใดก็ตามที่ได้รับผลกระทบจากโครงสร้างพื้นฐานที่ละเลยชีวิตของพวกเขาเหล่านั้น.
ผู้เขียน
ธนวัฒน์ รุ่งเรืองตันติสุข
นักวิจัย ฝ่ายวิจัยและส่งเสริมวิชาการ
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)
ป้ายกำกับ ผีนิรนาม ท้องถนน ธนวัฒน์ รุ่งเรืองตันติสุข