ค้นหาข้อมูล
ค้นหาแบบละเอียด
  •   ความเป็นมาและหลักเหตุผล

    เพื่อรวบรวมงานวิจัยทางชาติพันธุ์ที่มีคุณภาพมาสกัดสาระสำคัญในเชิงมานุษยวิทยาและเผยแผ่สาระงานวิจัยแก่นักวิชาการ นักศึกษานักเรียนและผู้สนใจให้เข้าถึงงานวิจัยทางชาติพันธุ์ได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

  •   กลุ่มชาติพันธุ์และขอบเขตพื้นที่ที่จะสรุปงานวิจัยลงฐานข้อมูล

    ความหมายกลุ่มชาติพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาต่างๆ กัน ในขั้นแรกนี้โครงการฯ เลือกเก็บเนื้อหา “กลุ่มชาติพันธุ์” ต่างๆ ที่ถูกมองว่าเป็น “ชนกลุ่มน้อย” ของประเทศไทย ฐานข้อมูลจึงไม่มีงานวิจัยที่เกี่ยวกับคนไทยภาคกลาง  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ และยังไม่ได้รวมงานวิจัยเกี่ยวกับ “ชาวจีนโพ้นทะเล” ในประเทศไทย ซึ่งได้มีสถาบันวิชาการอื่นรวบรวมไว้แล้ว เช่น สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ภาพ-ข้าวห่อ อาหารของปกาเกอะญอ บ้านมอวาคี จ. เชียงใหม่
  •   ฐานข้อมูลจำแนกกลุ่มชาติพันธุ์ตามชื่อเรียกที่คนในใช้เรียกตนเอง ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ คือ

    1. ชื่อเรียกที่ “คนอื่น” ใช้มักเป็นชื่อที่มีนัยในทางเหยียดหยาม ทำให้สมาชิกกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ รู้สึกไม่ดี อยากจะใช้ชื่อที่เรียกตนเองมากกว่า ซึ่งคณะทำงานมองว่าน่าจะเป็น “สิทธิพื้นฐาน” ของการเป็นมนุษย์

    2. ชื่อเรียกชาติพันธุ์ของตนเองมีความชัดเจนว่าหมายถึงใคร มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอย่างไร และตั้งถิ่นฐานอยู่แห่งใดมากกว่าชื่อที่คนอื่นเรียก ซึ่งมักจะมีความหมายเลื่อนลอย ไม่แน่ชัดว่าหมายถึงใคร เช่น คำว่า “ลัวะ” ถูกใช้ในเรียกรวมในกลุ่ม ลเวือะ ลัวะ และปลัง เป็นต้น


    ภาพ-เยาวชนปกาเกอะญอ บ้านมอวาคี จ.เชียงใหม่

  •  

    จากการรวบรวมงานวิจัยในฐานข้อมูลและหลักการจำแนกชื่อเรียกชาติพันธุ์ที่คนในใช้เรียกตนเอง พบว่า ประเทศไทยมีกลุ่มชาติพันธุ์มากกว่า 62 กลุ่ม


    ภาพ-สุภาษิตปกาเกอะญอ
  •   การจำแนกกลุ่มชนมีลักษณะพิเศษกว่าการจำแนกสรรพสิ่งอื่นๆ

    เพราะกลุ่มชนต่างๆ มีความรู้สึกนึกคิดและภาษาที่จะแสดงออกมาได้ว่า “คิดหรือรู้สึกว่าตัวเองเป็นใคร” ซึ่งการจำแนกตนเองนี้ อาจแตกต่างไปจากที่คนนอกจำแนกให้ ในการศึกษาเรื่องนี้นักมานุษยวิทยาจึงต้องเพิ่มมุมมองเรื่องจิตสำนึกและชื่อเรียกตัวเองของคนในกลุ่มชาติพันธุ์ 


    ภาพ-สลากย้อม งานบุญของยอง จ.ลำพูน
  •   มโนทัศน์ความหมายกลุ่มชาติพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาต่างๆ กัน

    ในช่วงทศวรรษของ 2490-2510 ในสาขาวิชามานุษยวิทยา “กลุ่มชาติพันธุ์” คือ กลุ่มชนที่มีวัฒนธรรมเฉพาะแตกต่างจากกลุ่มชนอื่นๆ ซึ่งมักจะเป็นการกำหนดในเชิงวัตถุวิสัย โดยนักมานุษยวิทยาซึ่งสนใจในเรื่องมนุษย์และวัฒนธรรม

    แต่ความหมายของ “กลุ่มชาติพันธุ์” ในช่วงหลังทศวรรษ 
    2510 ได้เน้นไปที่จิตสำนึกในการจำแนกชาติพันธุ์บนพื้นฐานของความแตกต่างทางวัฒนธรรมโดยตัวสมาชิกชาติพันธุ์แต่ละกลุ่มเป็นสำคัญ... (อ่านเพิ่มใน เกี่ยวกับโครงการ/คู่มือการใช้)



    ภาพ-หาดราไวย์ จ.ภูเก็ต บ้านของอูรักลาโว้ย
  •   สนุก

    วิชาคอมพิวเตอร์ของนักเรียน
    ปกาเกอะญอ  อ. แม่ลาน้อย
    จ. แม่ฮ่องสอน


    ภาพโดย อาทิตย์    ทองดุศรี

  •   ข้าวไร่

    ผลิตผลจากไร่หมุนเวียน
    ของชาวโผล่ว (กะเหรี่ยงโปว์)   
    ต. ไล่โว่    อ.สังขละบุรี  
    จ. กาญจนบุรี

  •   ด้าย

    แม่บ้านปกาเกอะญอ
    เตรียมด้ายทอผ้า
    หินลาดใน  จ. เชียงราย

    ภาพโดย เพ็ญรุ่ง สุริยกานต์
  •   ถั่วเน่า

    อาหารและเครื่องปรุงหลัก
    ของคนไต(ไทใหญ่)
    จ.แม่ฮ่องสอน

     ภาพโดย เพ็ญรุ่ง สุริยกานต์
  •   ผู้หญิง

    โผล่ว(กะเหรี่ยงโปว์)
    บ้านไล่โว่ 
    อ.สังขละบุรี
    จ. กาญจนบุรี

    ภาพโดย ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ
  •   บุญ

    ประเพณีบุญข้าวใหม่
    ชาวโผล่ว    ต. ไล่โว่
    อ.สังขละบุรี  จ.กาญจนบุรี

    ภาพโดยศรยุทธ  เอี่ยมเอื้อยุทธ

  •   ปอยส่างลอง แม่ฮ่องสอน

    บรรพชาสามเณร
    งานบุญยิ่งใหญ่ของคนไต
    จ.แม่ฮ่องสอน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ปอยส่างลอง

    บรรพชาสามเณร
    งานบุญยิ่งใหญ่ของคนไต
    จ.แม่ฮ่องสอน

    ภาพโดย เบญจพล  วรรณถนอม
  •   อลอง

    จากพุทธประวัติ เจ้าชายสิทธัตถะ
    ทรงละทิ้งทรัพย์ศฤงคารเข้าสู่
    ร่มกาสาวพัสตร์เพื่อแสวงหา
    มรรคผลนิพพาน


    ภาพโดย  ดอกรัก  พยัคศรี

  •   สามเณร

    จากส่างลองสู่สามเณร
    บวชเรียนพระธรรมภาคฤดูร้อน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   พระพาราละแข่ง วัดหัวเวียง จ. แม่ฮ่องสอน

    หล่อจำลองจาก “พระมหามุนี” 
    ณ เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า
    ชาวแม่ฮ่องสอนถือว่าเป็นพระพุทธรูป
    คู่บ้านคู่เมืององค์หนึ่ง

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม

  •   เมตตา

    จิตรกรรมพุทธประวัติศิลปะไต
    วัดจองคำ-จองกลาง
    จ. แม่ฮ่องสอน
  •   วัดจองคำ-จองกลาง จ. แม่ฮ่องสอน


    เสมือนสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม
    เมืองไตแม่ฮ่องสอน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ใส

    ม้งวัยเยาว์ ณ บ้านกิ่วกาญจน์
    ต. ริมโขง อ. เชียงของ
    จ. เชียงราย
  •   ยิ้ม

    แม้ชาวเลจะประสบปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย
    พื้นที่ทำประมง  แต่ด้วยความหวัง....
    ทำให้วันนี้ยังยิ้มได้

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ผสมผสาน

    อาภรณ์ผสานผสมระหว่างผ้าทอปกาเกอญอกับเสื้อยืดจากสังคมเมือง
    บ้านแม่ลาน้อย จ. แม่ฮ่องสอน
    ภาพโดย อาทิตย์ ทองดุศรี
  •   เกาะหลีเป๊ะ จ. สตูล

    แผนที่ในเกาะหลีเป๊ะ 
    ถิ่นเดิมของชาวเลที่ ณ วันนี้
    ถูกโอบล้อมด้วยรีสอร์ทการท่องเที่ยว
  •   ตะวันรุ่งที่ไล่โว่ จ. กาญจนบุรี

    ไล่โว่ หรือที่แปลเป็นภาษาไทยว่า ผาหินแดง เป็นชุมชนคนโผล่งที่แวดล้อมด้วยขุนเขาและผืนป่า 
    อาณาเขตของตำบลไล่โว่เป็นส่วนหนึ่งของป่าทุ่งใหญ่นเรศวรแถบอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี 

    ภาพโดย ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ
  •   การแข่งขันยิงหน้าไม้ของอาข่า

    การแข่งขันยิงหน้าไม้ในเทศกาลโล้ชิงช้าของอาข่า ในวันที่ 13 กันยายน 2554 ที่บ้านสามแยกอีก้อ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
 
  Princess Maha Chakri Sirindhorn Anthropology Centre
Ethnic Groups Research Database
Sorted by date | title

   Record

 
Subject มอญ,ประเพณี,ราชบุรี
Author จวน เครือวิชฌยาจารย์
Title ประเพณีมอญที่สำคัญ
Document Type หนังสือ Original Language of Text ภาษาไทย
Ethnic Identity - Language and Linguistic Affiliations ออสโตรเอเชียติก(Austroasiatic)
Location of
Documents
ห้องสมุดศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร Total Pages 140 Year 2538
Source ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
Abstract

ประเพณีมอญสามารถบอกถึงวิถีชีวิตของคนไทยเชื้อสายมอญตั้งแต่เกิดจนตาย รวมทั้งประเพณีในพุทธศาสนา เช่น การเทศน์มหาชาติที่คนไทยเชื้อสายมอญแถบลุ่มแม่น้ำแม่กลองยังยึดถือปฏิบัติกันอยู่ ประเพณีมอญดังกล่าวบางอย่างมีแนวปฏิบัติคล้ายกับประเพณีของคนไทยเชื้อสายอื่นๆ บางครั้งก็แตกต่างกันออกไป โดยเฉพาะคนไทยเชื้อสายมอญที่อาศัยอยู่ลุ่มแม่น้ำแม่กลองในเขตบ้านโป่ง อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี มีประเพณีบางอย่างที่คนไทยเชื้อสายมอญเห็นว่าไม่สำคัญก็ค่อยๆ สูญหายไปตามสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว แต่ก็มีประเพณีที่เห็นว่าสำคัญและดำรงรักษาไว้ แม้ว่าอาจจะมีการปรับเปลี่ยนบ้าง เช่น ประเพณีสงกรานต์ ประเพณีโกนผมไฟ ประเพณีนับถือผีบ้าน ฯลฯ ซึ่งกลายเป็นอัตลักษณ์มอญเป็นที่น่าภูมิใจของคนไทยเชื้อสายมอญ (หน้า คำนำ, คำนำผู้เขียน)

Focus

พรรณนาประเพณีต่างๆ ที่สำคัญซึ่งเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของคนไทยเชื้อสายมอญ เช่น ประเพณีแต่งงาน ประเพณีหญิงตั้งครรภ์และการอยู่ไฟ ประเพณีโกนผมไฟ ประเพณีนับถือผีบ้านและอื่นๆ (หน้า 13-14)

Theoretical Issues

ไม่มี

Ethnic Group in the Focus

คนไทยเชื้อสายมอญ ที่อาศัยอยู่ลุ่มแม่น้ำแม่กลองในเขตบ้านโป่ง อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี (หน้า 13)

Language and Linguistic Affiliations

ไม่มีข้อมูล

Study Period (Data Collection)

ไม่ระบุ

History of the Group and Community

ไม่มีข้อมูล

Settlement Pattern

ไม่มีข้อมูล

Demography

ไม่มีข้อมูล

Economy

ไม่มีข้อมูล

Social Organization

ไม่มีข้อมูล

Political Organization

ไม่มีข้อมูล

Belief System

ตามความเชื่อของมอญ ปัจจัย 4 อย่างอันจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ ได้แก่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค เป็นปัจจัยที่มนุษย์เราจึงสร้างประเพณี พิธีกรรมความเชื่อเพื่อให้สามารถดำรงอยู่ได้ คนไทยเชื้อสายมอญจึงมีประเพณี พิธีกรรมที่เกี่ยวกับปัจจัย 4 ดังนี้ ประเพณีนับถือผีบ้าน ประเพณีการนับถือผีบ้านเป็นมรดกทางนามธรรมที่สำคัญของคนไทยเชื้อสายมอญ ผู้เป็นลูกหลานต้องยอมรับผีบ้านประจำตระกูลของตนและสืบทอดโดยไม่ขาดสาย โดยคนไทยเชื้อสายมอญจะทำการเซ่นไหว้ผีบ้านทุกปี กำหนดวันเซ่นไหว้ในเดือน 4,6,12,2 โดยบ้านใดเซ่นไหว้เดือนไหน ก็ต้องเซ่นไหว้ในเดือนนั้นประจำเสมอ โดยมีเครื่องเซ่นไหว้ ได้แก่ ขนมลูกสะบ้าทอด ขนมนางแอบ ขนมคันเหลา ขนมห่อใบตองแดง ข้าวเหนียวนึ่ง ขนมเปียกปูน ขนมข้าวตอก-งา โดยพิธีการเซ่นไหว้ ผู้ชำนาญการผีจะจัดวางเครื่องเซ่นไหว้ตามตำแหน่งให้ถูกต้อง แล้วเริ่มอัญเชิญหีบหรือกระบุงเสื้อผ้าอาภรณ์ผีบ้านลงมาเปิดตรวจสอบ จากนั้นเริ่มกล่าวคำอัญเชิญเจ้าฟ้าพระมหากษัตริย์-ผีบ้าน-สมุน ไพร่บ่าวให้มารับเครื่องเซ่นไหว้ประจำทุกปี ประเพณีขึ้นบ้านใหม่ ประเพณีขึ้นบ้านใหม่ของคนไทยเชื้อสายมอญแบ่งออกได้ 2 แบบ ได้แก่ พิธีกรรมขึ้นบ้านใหม่แบบปัจจุบัน (ยุคโลกาภิวัตน์) กับพิธีกรรมขึ้นบ้านใหม่แบบโบราณ 1. พิธีกรรมขึ้นบ้านใหม่แบบปัจจุบัน (ยุคโลกาภิวัตน์) ผู้คนส่วนใหญ่จัดพิธีกรรมแบบง่าย ๆ คือ เจ้าของบ้านใหม่หาฤกษ์งามยามดีจากท่านผู้รู้ หรือพระภิกษุสงฆ์ที่ตนเคารพนับถือมอบให้ท่านเป็นผู้กำหนด เมื่อได้วันแล้ว จะไปนิมนต์พระภิกษุสงฆ์ ตามจำนวนที่ต้องการ โดยให้ท่านไปเจริญ พระพุทธมนต์ที่บ้านใหม่ตอนเช้า ฉันภัตตาหาร กรวดน้ำแผ่บุญกุศล เจิมประตูบ้าน ประตูห้องนอนพร้อมให้ท่านประพรมน้ำ พุทธมนต์ทั่วทั้งบ้านใหม่ เป็นอันเสร็จพิธีตามประเพณี 2. พิธีกรรมขึ้นบ้านใหม่แบบโบราณ แบ่งเป็น 2 แบบ คือ แบบพิธีกรรมอย่างง่าย และแบบพิธีกรรมแบบครบถ้วน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานภาพทางเศรษฐกิจของแต่ละบ้าน 2.1 พิธีกรรมอย่างง่าย เพียงเจ้าของบ้านใหม่หาฤกษ์งามยามดี เชิญญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือมาร่วมงาน ให้ท่านช่วยจัดระเบียบแบบโบราณ มอบให้ท่านผู้เกิดวันอะไร ต้องถือวัตถุสิ่งของใด จัดลำดับตั้งขบวนแถวเดินนำหน้าขบวนแถวจนถึงคนสุดท้ายตามประเพณี 2.2 พิธีกรรมแบบครบถ้วน การจัดพิธีกรรมแบบนี้ต้องกระทำทุกอย่างตามโบราณประเพณี ดังนี้ 2.2.1 เริ่มต้นด้วยการเลือกวันดีในพิธีกรรม วันใดก็ได้ในรอบอาทิตย์ ยกเว้นวันเสาร์เพราะถือว่าเป็นวันอปมงคล 2.2.2 เมื่อได้วันแล้ว ให้จัดการเรื่องพระภิกษุสงฆ์ โดยไปนิมนต์ตามจำนวนที่ต้องการเพื่อให้ท่านเจริญพุทธมนต์ ฉันภัตตาหารเช้า และประพรมน้ำมนต์ทั่วไป 2.2.3 เชิญญาติพี่น้อง ผู้ใหญ่ มิตรสหาย และผู้มีเกรียติไปร่วมงาน 2.2.4 ฤกษ์พิธีกรรมต้องเริ่มตอนบ่าย ช่วงเวลาไหนก็ได้ตามสะดวก ประเพณีการแต่งงาน คนไทยเชื้อสายมอญ มีพิธีการแต่งงานดังนี้ 1.แต่งงานแบบวิวาหมงคล เป็นพิธีการแต่งงานที่จัดขึ้น ณ บ้านฝ่ายหญิง ฝ่ายชายต้องยกขบวนขันหมากไปทำพิธีการแต่งงานที่บ้านเจ้าสาว 2.แต่งงานแบบอาวาหมงคล เป็นพิธีการแต่งงานที่จัดขึ้น ณ บ้านเจ้าบ่าว ฝ่ายหญิงต้องพากันไปทำพิธีแต่งงานบ้านเจ้าบ่าว 3.แต่งงานนอกระบบ เป็นการแต่งงานระหว่างชาย-หญิง โดยไม่แจ้งเรื่องราวต่อพ่อแม่ทั้ง 2 ฝ่าย ไปจดทะเบียนแต่งงานที่อำเภอตามกฎหมาย โดยก่อนจะแต่งงานจะมีการเจรจาของพ่อสื่อแม่สื่อของฝ่ายชายต่อฝ่ายหญิงก่อนเสมอ เมื่อตกลงกันได้แล้วจะทำการหมั้นหมาย โดยฝ่ายชายจะนำเงินทองหมั้นหมายเสมือนเป็นคำมั่นสัญญาของทั้ง 2 ฝ่าย ในวันทำพิธีแต่งงาน ฝ่ายชายจะยกขบวนขันหมากไปยังบ้านฝ่ายหญิง โดยเจ้าสาวจะเตรียมสถานที่ประกอบพิธีแต่งงานไว้ก่อนให้เรียบร้อย เมื่อมาถึงบ้านเจ้าสาว จะมีประเพณีกั้นประตู โดยคนฝ่ายเจ้าสาว 2 คน เจ้าบ่าวจะต้องมอบซองสีใส่เงินให้คนกั้นประตูคนละซองจึงผ่านเข้าไปได้ เมื่อประกอบพิธีแต่งงานเสร็จแล้วรอถึงการส่งตัวเจ้าสาวเข้าหอ ประเพณีหญิงตั้งครรภ์และการอยู่ไฟ ตั้งแต่ยุคโบราณจนถึงปัจจุบัน คนไทยเชื้อสายมอญยังยึดถือปฏิบัติ "ประเพณีหญิงตั้งครรภ์และการอยู่ไฟ" โดยบรรพชนไทยเชื้อสายมอญมีข้อสั่งสอนให้หญิงตั้งครรภ์ (ท้อง) ปฏิบัติตนสืบมาจนถึงทุกวันนี้ ได้แก่ คำสั่งสอนหญิงตั้งครรภ์พึงปฏิบัติ ผู้ใหญ่สมัยก่อนสั่งสอนต้องทำการชี้แนะนำหญิงตั้งครรภ์ว่าสิ่งใดควรทำ ไม่ควรทำ เช่น - อย่ายกวัตถุสิ่งของที่ใช้แรงมาก อย่าทำการงานที่ต้องออกแรงจนสุดกำลัง - กินอาหารที่ควรกิน เป็นการบำรุงครรภ์และต้องงดเว้นอาหารที่ไม่สมควรกิน - ดื่มน้ำที่ควรดื่ม งดเว้นน้ำที่ไม่ควรดื่ม กิจกรรมที่หญิงตั้งครรภ์ต้องปฏิบัติ คนไทยเชื้อสายมอญ ยึดมั่นในพระพุทธศาสนาอย่างแนบแน่น ประเพณีจึงยึดถือเอาพุทธศาสนาเป็นหลัก ให้หญิงตั้งครรภ์พึงปฏิบัติดังนี้ - ให้ไปกราบไหว้ปู่ ย่า ตา ยาย ญาติผู้ใหญ่หรือผู้ทรงคุณวุฒิ - ให้ทำอาหารคาว-หวานตักบาตรวันโกน-วันพระ - ให้ทำการใส่บาตรพระภิกษุสงฆ์ที่มาบิณฑบาตทุกเช้า - ให้ออกกำลังตักน้ำถวายพระภิกษุตอนเย็น - ให้ไปกราบไหว้หมอตำแยประจำตนและผีบ้านผีเรือน สิ่งที่หญิงตั้งครรภ์ต้องงดเว้น เพื่อทารกในครรภ์ของตนมีสุขภาพอนามัยสมบูรณ์และปราศจากโรคภัยต่าง ๆ ควรให้หญิงตั้งครรภ์งดเว้นสิ่งต่อไปนี้ - งดเว้นอาหารที่มีรสเผ็ด อาหารที่แข็งกระด้างย่อยยาก - ห้ามนั่งกลางนอกชานหรือเฉลียงบ้าน ห้ามนั่งเหยียดขา หรือนั่งห้อยขา - ห้ามนั่งหัวบันไดบ้าน ห้ามนั่งพิงเสาบ้าน - ห้ามส่งศพออกไปป่าช้า ห้ามยกหีบศพ ห้ามไม่ให้ยกถาดเครื่องศพ การดูแลระวังรักษาครรภ์ - การสนทนาปราศรัย ต้องสุภาพอ่อนหวาน เป็นคนมีกิริยามารยาทเรียบร้อย - ต้องกราบไหว้ระลึกถึงคุณพระศรีรัตนตรัย ต้องกราบไหว้สามีตนก่อนนอนเสมอ - ต้องทาขมิ้นทั่วตัว และที่ครรภ์ประจำจนกว่าจะถึงวันคลอดทารก เมื่อหญิงตั้งครรภ์คลอดทารกแล้วหมอตำแยต้องรีบอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดปราศจากกลิ่นคาวต่างๆ เอาผ้าพันหน้าท้องหลายๆ ชั้น ให้ขึ้นบนเตียงหน้าไฟทันที ก่อไฟให้เกิดความร้อนพอทนได้ เพื่อให้มดลูกเข้าที่ ประเพณีโกนผมไฟ ประเพณีการโกนผมไฟถือเป็นวัฒนธรรมประเพรีประจำชาติของมอญและเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่คนมอญถือปฏิบัติ โดยกำหนดวันเดือนปีโกนผมไฟ ที่นิยมกันมากคือ เดือน 4,5,6 และ 12 ซึ่งการโกนผมไฟทำได้ 2 แบบ 1.แบบประหยัด สำหรับครอบครัวที่มีฐานะทางเศรษฐกิจไม่ค่อยดี 2.แบบการจัดใหญ่ โดยมากเป็นครอบครัวที่มีฐานะทางเศรษฐกิจดี โดยตอนแรกเชิญญาติผู้ใหญ่มาร่วมงานเพื่อช่วยกันเตรียมของกินของใช้วันงาน เช้าวันงานก็นิมนต์พระภิกษุสงฆ์ที่มาที่บ้าน เพื่อเจริญพุทธมนต์ภายในวงสายสิญจน์ และให้พระภิกษุที่เป็นประทานถือกรรไกรตัดผมเด็กให้เป็นพิธี ข้อสำคัญคือต้องโกนผมก่อนเวลาเที่ยงวันเสมอ ประเพณีบรรพชาและอุปสมบท การบวชแบบคนไทยเชื้อสายมอญมี 2 แบบ คือ 1. การบวชแบบเงียบ ไม่จัดงานใหญ่โต เพียงนิมนต์พระอุปัชฌาย์คู่สวดและพระภิกษุสงฆ์ที่นั่งอันดับมีเครื่องอัฐบริขารครบ ถึงกำหนดเวลาพากันเข้าโบสถ์ บวชเป็นพระภิกษุได้เลย 2.การบวชแบบจัดงานใหญ่ เจ้าภาพจัดงานใหญ่โตใช้เงินทองมาก จัดเตรียมงานก่อนเวลาล่วงหน้า มีขั้นตอนดังนี้ 2.1 กำหนดวันการบวช ญาติผู้ใหญ่ไปขอพระอุปัชฌาย์ให้ท่านกำหนดวันเวลาการบวช 2.2 ส่งบัตรเชิญให้กับญาติและเพื่อนฝูง 2.3 เอาลูกหลานไปฝากวัด โดยต้องเอาไปฝากก่อนวันบวชเพื่อจะได้ท่องบทอุปสมบท และเรียนรู้แบบแผนความเป็นอยู่ชีวิตประจำวันของพระภิกษุสงฆ์ตั้งแต่เช้าจรดเย็น 2.4 กอง-เหมาสาวแห่ เป็นงานบวชที่มีการแห่ต้นเทียน พุ่มดอกไม้ บายศรีและเครื่องไทยทานถวายพระภิกษุสงฆ์ โดยเชิญสาว ๆ มาถือต้นเทียนหรือพุ่มดอกไม้ 2.5 ดนตรี ขบวนแห่จะได้สนุกสนาน เช่น แตรวง กลองยาว หรือ มโหรี 2.6 ม้าแห่นาค เพื่อให้นาคมีสง่าราศีต้องให้ขี่ม้าที่ประดับประดาไว้สวยงาม 2.7 มหรสพสมโภช เจ้าภาพที่ร่ำรวยจะฉลองงานให้ครึกครืนในคืนวันสุกดิบ มักหาภาพยนตร์หรือนาฏดนตรี (ลิเก) 2.8 เครื่องพิธีบรรพชาอุปสมบท เช่นเครื่องอัฐบริขาร เครื่องถวายพระภิกษุสงฆ์ 2.9 กิจกรรมในวันสุกดิบน้อย เช่น การทำขนมจีนเลี้ยงแขกในวันสุกดิบ 2.10 กิจกรรมในวันสุกดิบใหญ่ เป็นวันบวชจริง 2.11 การทำขวัญนาคหรือเทศน์สอนนาค กิจกรรมวันอุปสมบท ประมาณ 6 โมงเช้า จะมีกิจกรรมแห่นาคเที่ยว แต่งกายพ่อนาคนุ่งผ้าม่วง สวมเสื้อครุยนาค ห่มสไบทับบนเสื้อครุยนาค สวมชฎา เดินเท่ามือพนมกรไม่มีสาวอุ้มต้นเทียน และต้องกลับถึงบ้านทันพระภิกษุสงฆ์ฉันภัตตาหารเช้าเพื่อให้พ่อนาคมีโอกาสตักบาตรและถวายภัตตาหารเช้า พิธีปลงผมนาค ประมาณ 8.30 น. เริ่มพิธีปลงผมโดยให้บิดามารดาตัดผมพ่อนาคก่อน ตามด้วยญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงตามลำดับ มารดาเป็นผู้ถือถาดที่รองรับด้วยใบบัวคอยรับเส้นผมเสร็จแล้วจะห่อเส้นผมทั้งหมดด้วยใบบัว อธิษฐานขอให้ลูกหลานบวชเรียนอยู่ร่มเย็น แล้วนำไปเสียบเก็บไว้บนคบไม้ใหญ่ หลังจากนั้นอาบน้ำพ่อนาค และนุ่งขาวห่มขาว เลี้ยงฉลองก่อนเข้าโบสถ์ ตอนบ่ายจะนำพ่อนาคไปอุปสมบถที่วัด จัดริ้วขบวนอีกแบบหนึ่งให้บิดาถือตาลปัตร สะพายบาตรเดินนำหน้าริ้วขบวนตามด้วยมาดดาถือทูนพานแว่นฟ้าผ้าไตร ตามด้วยญาติพี่น้องและสาวๆ ถือพุ่มต้นเทียน ดอกไม้ บายศรี ไทยทาน ดนตรีแห่ ส่วนพ่อนาคถือธูปเทียนเดินไปถึงวัด แห่เดินประทักษิณเวียนขวามือรอบโบสถ์ 3 รอบ เป็นการคารวะตามพิธี เมื่อเดินผ่านลูกนิมิต้องนำกรวยดอกไม้จากมือพ่อนาคที่พนมอยู่ไปวางที่ใบเสมา 1 กรวย จนครบ 3 รอบ รอบสุดท้ายให้พ่อนาคนั่งลงบนเสื่อตรงพัทธสีมาหน้าโบสถ์ บิดามารดาทั้งสองคนเอาผ้าไตรจีวรมอบส่งให้พ่อนาค ด้วยการวางพาดลงบนแขนทั้งสองข้างของพ่อนาค โดยพ่อนาคต้องนั่งคุกเข่าพนมมือ ประเพณีสงกรานต์ วันสงกรานต์จะมีในวันที่ 13-14-15 เมษายน ของทุกปี โดยในวันนั้นทุกคนจะหาโอกาสเดินทางกลับบ้านเกิด เพื่อไปร่วมทำบุญกุศลในเทศกาลประเพณีสงกรานต์ และไปคารวะญาติผู้ใหญ่ พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ฯลฯ โดยชาวบ้านม่วงจะจัดเตรียมงานในวันที่ 12 เมษายน ซึ่งสมัยนี้เรียกว่าวัน "สุกดิบ" ทุกคนจะช่วยกันจับจ่ายใช้สอยหาวัสดุข้าวของมาประกอบอาหารตามต้องการตามกำลังทรัพย์ ในวันที่ 13 เมษายน เป็นวันมหาสงกรานต์ที่เรียกว่า "วันกรานต์ข้าวแช่" โดยตอนเช้าทุกบ้านจะนำข้าวแช่ 1 ชุด พร้อมกับดอกไม้ธูปเทียนจุดบูชาถวายบูชาข้าวแช่แด่เทพีสงกรานต์ตั้งเอาไว้บนศาลเพียงตา เป็นพิธีต้อนรับเทพีสงกรานต์ หลังจากนั้น แต่ละคนจะนำข้าวแช่ไปถวายพระภิกษุสามเณรตามวัดวาอารามต่างๆ หลังจากนั้นก็ตำข้าวแช่ไปส่งคารวะญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ และเชิญเพื่อ ฝูงรับประทานข้าวแช่สังสรรค์กับตามประเพณีสงกรานต์อย่างสนุกสนาน คนหนุ่มสาวรวมตัวกันไปดูการละเล่นหรือเล่นพื้นบ้านตามประเพณีสงกรานต์ ในวันที่ 14 เมษายน เรียกว่า "วันเนาว์" เป็นวันที่คาบเกี่ยวกับเก่ากับใหม่ มีกิจกรรมเหมือนวันที่ 13 เมษายนเกือบทุกอย่าง ส่วนวันที่ 15 เมษายน เรียกว่า "วันเถลิงศก" หรือวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีสงกรานต์ตามปีโหราศาสตร์มีการทำบุญกุศล ส่ง ถวายข้าวแช่เป็นครั้งสุดท้าย และจะมีการสรงน้ำพระพุทธ และพระภิกษุสงฆ์ปิดท้ายงานประเพณีสงกรานต์ ประเพณีช่วยเหลืองานศพ พี่น้องคนไทยเชื้อสายมอญ ตำบลบ้านม่วง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี มีการจัดงานศพตามประเพณีที่สืบทอดมาจากบรรพชน แต่การปฏิบัติจะแตกต่างจากชุมชนอื่นบ้าง โบราณประเพณีแยกศพออกเป็น 2 ประเภท - ศพคนตายไม่ดี เช่น ผูกคอตาย รถชนตาย ถูกยิงตาย ฯลฯ ชาวบ้านเรียกคนตายประเภทนี้ว่า "ศพพวกตายโหง" จัดเป็นพวกตายไม่ดี การช่วยเหลือศพคนตายประเภทนี้จะต้องรีบเร่งกันช่วยต่อโลงบรรจุศพ รีบเอาไปฝังหรือใส่โกดังศพที่วัดทันที เมื่อเวลาครบปีจะขุดศพหรือกระดูกขึ้นมาจัดงานบำเพ็ญกุศล เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะโบราณประเพณีถือว่า ศพคนตายไม่ดี ถ้าหากมีการจัดงานต่างๆ จะเกิดความหายนะ เสนียดจัญไร เกิดการตายไม่ดีสืบเนื่องต่อไปแก่วงศ์ตระกูลไปเจ็ดชั่วโคตร - ศพของคนที่ตายดี เช่น คนสูงอายุ ตายด้วยโรคชรา หรือตายเพราะเจ็บไข้ได้ป่วยธรรมดาทั่วไป ฯลฯ ถือว่าตายแบบสามัญ โดยมากเจ้าภาพจะแจ้งข่าวให้บรรดาเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงเพื่อให้รับรู้และถ้าใครสะดวกก็มาช่วยงานได้ โดยในพิธีจะมีการอาบน้ำศพในช่วงเวลา บ่ายโมง บ่ายสองโมง หรือบ่ายสามโมง ตามสะดวก ตกดึกพวกชาวบ้านที่มาช่วยงาน จะเตรียมตัวไปฟังพระสวดอภิธรรม โดยมากเวลาประมาณ 2 ทุ่ม พระท่านเริ่มสวดตั้งแต่ 2-4 จบ ในวัดเผาศพจะทำการเคลื่อนศพออกจากบ้านต้องเป็นเวลาตอนบ่าย เรียกว่า "ตะวันบ่ายควาย" ชาวบ้านบ้านม่วงจะจัดหาธูปหรือดอกไม้จันทน์หรือฟืนสำหรับเผาศพ ประเพณีเทศกาลเรือยาว คนไทยเชื้อสายมอญมีเทศกาลแข่งเรือยาว เมื่อพระภิกษุสงฆ์ออกพรรษาวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 เป็นต้นไป จนถึงกลางเดือน 12 ลอยกระทงแล้ว สิ้นสุดเทศกาลแข่งเรือยาวตามประเพณีช่วยกันยกเรือยาวเก็บที่วัดของตนต่อไปเพื่อเทศกาลปีหน้า จุดประสงค์ในการแข่งเรือยาวเพื่อเป็นการฉลองเทศกาลขนมกระยาสารทมอญ และต้อนรับการออกพรรษาของพระภิกษุสงฆ์, สร้างความสามัคคีของชาวพุทธของแต่ละวัดและหมู่บ้านพบปะกันฉันพี่น้อง, เพื่อการลากจูงเรือแห่กฐินผ้าป่าและขันหรือกระจาดกัณฑ์มหาชาติเวสสันดรชาดก ประเพณีเทศกาลเทศน์มหาชาติ คนไทยเชื้อสายมอญมีความศรัทธาเชื่อมั่น "เทศนามหาชาติเวสสันดรชาดก" มาก เชื่อกันว่าตามพระสัจธรรมที่ท่านพระมาลัยมหาเถระอรหันต์ได้แสดงว่า ถ้าผู้ใดได้สดับรับฟังพระธรรมเทศนามหาเวสสันดร ตั้งแต่ต้นจนจบแล้วจะได้รับผลานิสงส์มหากุศลยิ่งใหญ่ เทศมหาชาติ เป็นพระธรรมเทศนาที่กล่าวถึงพระชาติสุดท้ายในจำนวนทศชาติยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่พระองค์ท่านได้ทรงสร้างสม บำเพ็ญพระบรมบารมีอย่างเหลือจะพรรณนา จนถึงพระชาติสุดท้ายเสวยพระชาติเป็น "พระมหาเวสสันดร" หรือ เรียกขานกันภาธรรมเทศนาว่า "มหาชาติ" แบ่งออกเป็น 13 กัณฑ์ การจัดงานเทศกาลมหาชาติ นิยมจัดวันออกพรรษา แรม 1 ค่ำ เดือน 11 จนถึงเดือน 12 สิ้นเดือนอ้าย-เดือนยี่

Education and Socialization

ไม่มีข้อมูล

Health and Medicine

ไม่มีข้อมูล

Art and Crafts (including Clothing Costume)

ไม่มีข้อมูล

Folklore

ไม่มีข้อมูล

Ethnicity (Ethnic Identity, Boundaries and Ethnic Relation)

ไม่มีข้อมูล

Social Cultural and Identity Change

ไม่มีข้อมูล

Critic Issues

ไม่มีข้อมูล

Other Issues

ประเพณี พิธีกรรมในรอบปีทั้ง 12 เดือน ของคนไทยเชื้อสายมอญแถบลุ่มน้ำแม่กลอง มีดังนี้ เดือน 5 สงกรานต์ข้าวแช่ แห่ปลา, ค้ำโพธิ์, โรยทราย, ชักบังสุกุล และสรงน้ำพระสงฆ์ เดือน 6 พิธีแรกนาขวัญ ไถ ปักดำนาตามประเพณี เดือน 7 ทำบุญ ถวายทานผ้าอาบน้ำฝนแด่พระสงฆ์ เดือน 8 หล่อเทียนจำนำพรรษา, ถวายเทียนจำนำพรรษา พานพุ่มแด่พระสงฆ์ เดือน 9 ฤดูการทำนาหว่านข้าวกล้า ปักดำนา เดือน 10 ตำข้าวเหนียวทำขนมตักบาตร ตักบาตรน้ำผึ้ง เดือน 11 กวนขนมกระยาสารท ตักบาตรออกพรรษา เดือน 12 ตั้งศาลพระแม่โพสพที่ทุ่งนำ เพื่อเซ่นไหว้ผีบ้านและถวายพระสงฆ์ที่วัด เดือน 1 (อ้าย) ตำข้าวเม่าข้าวใหม่เซ่นไหว้ผีบ้านและถวายพระสงฆ์ที่วัด เดือน 2 (ยี่) ประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าว และลงแขกนวดข้าวเดือน 3 สารทข้าวหลาม ทำบุญฟืนก่อไฟถวายพระสงฆ์ และทำบุญวันมาฆบูชา เดือน 4 สิ้นฤดูทำนา ชายเข้าป่าตัดไม้ล่องแพ จักสาน หญิงเข้าหูกทอผ้านุ่งผ้าห่ม

Google Map

Map/Illustration

ไม่มี

Text Analyst วศิน เชี่ยวจินดากานต์ Date of Report 11 ก.พ. 2548
TAG มอญ, ประเพณี, ราชบุรี, Translator -
 
 

 

ฐานข้อมูลอื่นๆของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
  ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย
จารึกในประเทศไทย
จดหมายเหตุทางมานุษยวิทยา
แหล่งโบราณคดีที่สำคัญในประเทศไทย
หนังสือเก่าชาวสยาม
ภาพยนตร์ชาติพันธุ์
ข่าวมานุษยวิทยา
ICH Learning Resources
ฐานข้อมูลเอกสารโบราณภูมิภาคตะวันตกในประเทศไทย
ฐานข้อมูลประเพณีท้องถิ่นในประเทศไทย
ฐานข้อมูลสังคม - วัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  หน้าหลัก
งานวิจัยชาติพันธุ์ในประเทศไทย
บทความชาติพันธุ์
ข่าวชาติพันธุ์
เครือข่ายชาติพันธุ์
เกี่ยวกับเรา
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  ข้อมูลโครงการ
ทีมงาน
ติดต่อเรา
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
ช่วยเหลือ
  กฏกติกาและมารยาท
แบบสอบถาม
คำถามที่พบบ่อย


ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เลขที่ 20 ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170 
Tel. +66 2 8809429 | Fax. +66 2 8809332 | E-mail. webmaster@sac.or.th 
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2549    |   เงื่อนไขและข้อตกลง