ลืมรหัสผ่าน?

  สมัครสมาชิก   
ค้นหาข้อมูล
ค้นหาแบบละเอียด
  •   ความเป็นมาและหลักเหตุผล

    เพื่อรวบรวมงานวิจัยทางชาติพันธุ์ที่มีคุณภาพมาสกัดสาระสำคัญในเชิงมานุษยวิทยาและเผยแผ่สาระงานวิจัยแก่นักวิชาการ นักศึกษานักเรียนและผู้สนใจให้เข้าถึงงานวิจัยทางชาติพันธุ์ได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

  •   กลุ่มชาติพันธุ์และขอบเขตพื้นที่ที่จะสรุปงานวิจัยลงฐานข้อมูล

    ความหมายกลุ่มชาติพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาต่างๆ กัน ในขั้นแรกนี้โครงการฯ เลือกเก็บเนื้อหา “กลุ่มชาติพันธุ์” ต่างๆ ที่ถูกมองว่าเป็น “ชนกลุ่มน้อย” ของประเทศไทย ฐานข้อมูลจึงไม่มีงานวิจัยที่เกี่ยวกับคนไทยภาคกลาง  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ และยังไม่ได้รวมงานวิจัยเกี่ยวกับ “ชาวจีนโพ้นทะเล” ในประเทศไทย ซึ่งได้มีสถาบันวิชาการอื่นรวบรวมไว้แล้ว เช่น สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ภาพ-ข้าวห่อ อาหารของปกาเกอะญอ บ้านมอวาคี จ. เชียงใหม่
  •   ฐานข้อมูลจำแนกกลุ่มชาติพันธุ์ตามชื่อเรียกที่คนในใช้เรียกตนเอง ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ คือ

    1. ชื่อเรียกที่ “คนอื่น” ใช้มักเป็นชื่อที่มีนัยในทางเหยียดหยาม ทำให้สมาชิกกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ รู้สึกไม่ดี อยากจะใช้ชื่อที่เรียกตนเองมากกว่า ซึ่งคณะทำงานมองว่าน่าจะเป็น “สิทธิพื้นฐาน” ของการเป็นมนุษย์

    2. ชื่อเรียกชาติพันธุ์ของตนเองมีความชัดเจนว่าหมายถึงใคร มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอย่างไร และตั้งถิ่นฐานอยู่แห่งใดมากกว่าชื่อที่คนอื่นเรียก ซึ่งมักจะมีความหมายเลื่อนลอย ไม่แน่ชัดว่าหมายถึงใคร เช่น คำว่า “ลัวะ” ถูกใช้ในเรียกรวมในกลุ่ม ลเวือะ ลัวะ และปลัง เป็นต้น


    ภาพ-เยาวชนปกาเกอะญอ บ้านมอวาคี จ.เชียงใหม่

  •  

    จากการรวบรวมงานวิจัยในฐานข้อมูลและหลักการจำแนกชื่อเรียกชาติพันธุ์ที่คนในใช้เรียกตนเอง พบว่า ประเทศไทยมีกลุ่มชาติพันธุ์มากกว่า 62 กลุ่ม


    ภาพ-สุภาษิตปกาเกอะญอ
  •   การจำแนกกลุ่มชนมีลักษณะพิเศษกว่าการจำแนกสรรพสิ่งอื่นๆ

    เพราะกลุ่มชนต่างๆ มีความรู้สึกนึกคิดและภาษาที่จะแสดงออกมาได้ว่า “คิดหรือรู้สึกว่าตัวเองเป็นใคร” ซึ่งการจำแนกตนเองนี้ อาจแตกต่างไปจากที่คนนอกจำแนกให้ ในการศึกษาเรื่องนี้นักมานุษยวิทยาจึงต้องเพิ่มมุมมองเรื่องจิตสำนึกและชื่อเรียกตัวเองของคนในกลุ่มชาติพันธุ์ 


    ภาพ-สลากย้อม งานบุญของยอง จ.ลำพูน
  •   มโนทัศน์ความหมายกลุ่มชาติพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาต่างๆ กัน

    ในช่วงทศวรรษของ 2490-2510 ในสาขาวิชามานุษยวิทยา “กลุ่มชาติพันธุ์” คือ กลุ่มชนที่มีวัฒนธรรมเฉพาะแตกต่างจากกลุ่มชนอื่นๆ ซึ่งมักจะเป็นการกำหนดในเชิงวัตถุวิสัย โดยนักมานุษยวิทยาซึ่งสนใจในเรื่องมนุษย์และวัฒนธรรม

    แต่ความหมายของ “กลุ่มชาติพันธุ์” ในช่วงหลังทศวรรษ 
    2510 ได้เน้นไปที่จิตสำนึกในการจำแนกชาติพันธุ์บนพื้นฐานของความแตกต่างทางวัฒนธรรมโดยตัวสมาชิกชาติพันธุ์แต่ละกลุ่มเป็นสำคัญ... (อ่านเพิ่มใน เกี่ยวกับโครงการ/คู่มือการใช้)



    ภาพ-หาดราไวย์ จ.ภูเก็ต บ้านของอูรักลาโว้ย
  •   สนุก

    วิชาคอมพิวเตอร์ของนักเรียน
    ปกาเกอะญอ  อ. แม่ลาน้อย
    จ. แม่ฮ่องสอน


    ภาพโดย อาทิตย์    ทองดุศรี

  •   ข้าวไร่

    ผลิตผลจากไร่หมุนเวียน
    ของชาวโผล่ว (กะเหรี่ยงโปว์)   
    ต. ไล่โว่    อ.สังขละบุรี  
    จ. กาญจนบุรี

  •   ด้าย

    แม่บ้านปกาเกอะญอ
    เตรียมด้ายทอผ้า
    หินลาดใน  จ. เชียงราย

    ภาพโดย เพ็ญรุ่ง สุริยกานต์
  •   ถั่วเน่า

    อาหารและเครื่องปรุงหลัก
    ของคนไต(ไทใหญ่)
    จ.แม่ฮ่องสอน

     ภาพโดย เพ็ญรุ่ง สุริยกานต์
  •   ผู้หญิง

    โผล่ว(กะเหรี่ยงโปว์)
    บ้านไล่โว่ 
    อ.สังขละบุรี
    จ. กาญจนบุรี

    ภาพโดย ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ
  •   บุญ

    ประเพณีบุญข้าวใหม่
    ชาวโผล่ว    ต. ไล่โว่
    อ.สังขละบุรี  จ.กาญจนบุรี

    ภาพโดยศรยุทธ  เอี่ยมเอื้อยุทธ

  •   ปอยส่างลอง แม่ฮ่องสอน

    บรรพชาสามเณร
    งานบุญยิ่งใหญ่ของคนไต
    จ.แม่ฮ่องสอน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ปอยส่างลอง

    บรรพชาสามเณร
    งานบุญยิ่งใหญ่ของคนไต
    จ.แม่ฮ่องสอน

    ภาพโดย เบญจพล  วรรณถนอม
  •   อลอง

    จากพุทธประวัติ เจ้าชายสิทธัตถะ
    ทรงละทิ้งทรัพย์ศฤงคารเข้าสู่
    ร่มกาสาวพัสตร์เพื่อแสวงหา
    มรรคผลนิพพาน


    ภาพโดย  ดอกรัก  พยัคศรี

  •   สามเณร

    จากส่างลองสู่สามเณร
    บวชเรียนพระธรรมภาคฤดูร้อน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   พระพาราละแข่ง วัดหัวเวียง จ. แม่ฮ่องสอน

    หล่อจำลองจาก “พระมหามุนี” 
    ณ เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า
    ชาวแม่ฮ่องสอนถือว่าเป็นพระพุทธรูป
    คู่บ้านคู่เมืององค์หนึ่ง

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม

  •   เมตตา

    จิตรกรรมพุทธประวัติศิลปะไต
    วัดจองคำ-จองกลาง
    จ. แม่ฮ่องสอน
  •   วัดจองคำ-จองกลาง จ. แม่ฮ่องสอน


    เสมือนสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม
    เมืองไตแม่ฮ่องสอน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ใส

    ม้งวัยเยาว์ ณ บ้านกิ่วกาญจน์
    ต. ริมโขง อ. เชียงของ
    จ. เชียงราย
  •   ยิ้ม

    แม้ชาวเลจะประสบปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย
    พื้นที่ทำประมง  แต่ด้วยความหวัง....
    ทำให้วันนี้ยังยิ้มได้

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ผสมผสาน

    อาภรณ์ผสานผสมระหว่างผ้าทอปกาเกอญอกับเสื้อยืดจากสังคมเมือง
    บ้านแม่ลาน้อย จ. แม่ฮ่องสอน
    ภาพโดย อาทิตย์ ทองดุศรี
  •   เกาะหลีเป๊ะ จ. สตูล

    แผนที่ในเกาะหลีเป๊ะ 
    ถิ่นเดิมของชาวเลที่ ณ วันนี้
    ถูกโอบล้อมด้วยรีสอร์ทการท่องเที่ยว
  •   ตะวันรุ่งที่ไล่โว่ จ. กาญจนบุรี

    ไล่โว่ หรือที่แปลเป็นภาษาไทยว่า ผาหินแดง เป็นชุมชนคนโผล่งที่แวดล้อมด้วยขุนเขาและผืนป่า 
    อาณาเขตของตำบลไล่โว่เป็นส่วนหนึ่งของป่าทุ่งใหญ่นเรศวรแถบอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี 

    ภาพโดย ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ
  •   การแข่งขันยิงหน้าไม้ของอาข่า

    การแข่งขันยิงหน้าไม้ในเทศกาลโล้ชิงช้าของอาข่า ในวันที่ 13 กันยายน 2554 ที่บ้านสามแยกอีก้อ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
 
  Princess Maha Chakri Sirindhorn Anthropology Centre
Ethnic Groups Research Database
Sorted by date | title

   Record

 
Subject ปกาเกอะญอ จกอ คานยอ (กะเหรี่ยง),ภูมิปัญญาท้องถิ่น,การถ่ายทอด,นิเวศวิทยา,ดอยอินทนนท์,เชียงใหม่
Author ทัศนีย์ หิรัญวงษ์
Title การถ่ายทอดภูมิปัญญาด้านนิเวศวิทยาของชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
Document Type วิทยานิพนธ์ Original Language of Text ภาษาไทย
Ethnic Identity ปกาเกอะญอ จกอ คานยอ กะเหรี่ยง, Language and Linguistic Affiliations จีน-ทิเบต(Sino-Tibetan)
Location of
Documents
หอสมุด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ Total Pages 74 Year 2546
Source หลักสูตรปริญญามหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
Abstract

จุดมุ่งหมายการวิจัยของผู้เขียนคือ มุ่งศึกษาการถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านนิเวศวิทยาของกะเหรี่ยงที่อยู่บนดอยอินทนนท์ โดยศึกษาสองหมู่บ้านคือ หมู่บ้านแม่กลางหลวง และหมู่บ้านอ่างกาน้อย โดยศึกษาครอบคลุมถึงบริบท ข้อจำกัด และสภาพปัญหาการถ่ายทอดความรู้ด้านนิเวศวิทยา รวมถึงศึกษาแนวทางการถ่ายทอดความรู้ที่เหมาะสม ผู้เขียนได้สรุปผลการศึกษาไว้ว่ารูปแบบการถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านนิเวศวิทยาของกะเหรี่ยงมีสามรูปแบบคือ การถ่ายทอดโดยครอบครัว การถ่ายทอดโดยสังคมและการถ่ายทอดทางเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมทางสังคม ในด้านอุปสรรคการถ่ายทอดภูมิปัญญาเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมจากการจัดการของภาครัฐและการรับค่านิยมใหม่ ๆ จากสังคมภายนอกเข้ามากะเหรี่ยงรุ่นใหม่ที่ไดรับการศึกษาสมัยใหม่มองว่าสิ่งที่คนรุ่นเก่าเชื่อและปฏิบัติเป็นสิ่งงมงายไร้เหตุผล ทำให้ภูมิปัญญาด้านนิเวศวิทยาของกะเหรี่ยงสูญหายไป ในประเด็นแนวทางการถ่ายทอดภูมิปัญญาด้านนิเวศวิทยาเป็นการถ่ายทอดที่อาศัยประสบการณ์การปฏิบัติจริง

Focus

เน้นการศึกษาบริบทและแนวทางการถ่ายทอดประสบการณ์ ความรู้ด้านนิเวศวิทยาที่สั่งสมมาของกะเหรี่ยง ว่ามีการถ่ายทอดความรู้ดังกล่าวด้วยวิธีการใด (หน้า 39-58) อีกทั้งยังศึกษาปัญหาและอุปสรรคการถ่ายทอดที่เกิดขึ้น (หน้า 65-68)

Theoretical Issues

ไม่มี

Ethnic Group in the Focus

กลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง (ปกาเกอะยอ) ในหมู่บ้านแม่กลางหลวง และหมู่บ้านอ่างกาน้อย ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ โดยแบ่งประชากรออกเป็นกลุ่ม คือ กลุ่มผู้อาวุโสที่มีภูมิลำเนาในพื้นที่ไม่น้อยกว่า 2 ปี ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปจำนวน 5 คน กลุ่มผู้นำท้องถิ่นจำนวน 5 คนกลุ่มเยาวชนอายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไป จำนวน 5 คนกลุ่มประกรวัยทำงาน จำนวน 5 คนกลุ่มมัคคุเทศน์ท้องถิ่น จำนวน 5 คน (หน้า 3-4)

Language and Linguistic Affiliations

ไม่มีข้อมูล

Study Period (Data Collection)

ไม่ระบุ

History of the Group and Community

หมู่บ้านแม่กลางหลวงไม่ได้ระบุ หมู่บ้านอ่างกาน้อยตั้งเมื่อประมาณ พ.ศ. 2495 (หน้า 40)

Settlement Pattern

กะเหรี่ยงจะตั้งบ้านเรือนอยู่เป็นกลุ่ม ลักษณะบ้านของกะเหรี่ยงจะสร้างกะเหรี่ยงจะตั้งบ้านเรือนอยู่เป็นกลุ่ม ลักษณะบ้านของกะเหรี่ยงจะสร้างฟากหรือใบตองตึง มุงหลังคา ภายในบ้านมีห้องเดียวแบ่งพื้นที่ใช้สอยอยู่ภายในห้องนั้น (หน้า 44)

Demography

ประชากรในหมู่บ้านแม่กลางหลวงมี 54 หลังคาเรือน มีจำนวนประชากร 242 คน ชาย 84 คน หญิง 89 คน เด็กชาย 35 คน เด็กหญิง 35 คน ประชากรหมู่บ้านอ่างกาน้อยมี 42 หลังคาเรือน มีจำนวนประชากร 226 คน ชาย 76 คน หญิง 75 คน เด็กชาย 36คน เด็กหญิง 39 คน (หน้า 39-40)

Economy

ประชากรของทั้งสองหมู่บ้านมีอาชีพเกษตรกรรมคือการปลูกข้าว (การทำนาขั้นบันได) นอกจากนั้น ยังมีการปลูกพืชเศรษฐกิจเช่น ไม้ดอกอย่างลิลลี่ และ เยอบีร่า หรือพืชผักต่าง ๆ เช่น มะเขือเทศ พริกหวาน พริกยักษ์ ถั่วแขก สตรอเบอรี่และ พืชผักสวนครัวอื่น ๆ (หน้า 40) การทำไร่ก็เป็นอีกอาชีพหลักของกะเหรี่ยง เป็นลักษณะการทำไร่หมุนเวียน แต่ในระยะหลังเมื่อทางภาครัฐจำกัดเขตที่อยู่ของกะเหรี่ยง ทำให้ไม่สามารถทำไร่หมุนเวียนได้อย่างเคย จึงหันมาปลูกพืชเศรษฐกิจทดแทน บางครัวเรือนก็ละทิ้งไร่นา ออกไปรับจ้างในเมือง บ้างก็ให้นายทุนเข้ามาเช่าที่เพาะปลูก (หน้า 55-56) ลักษณะการทำไร่หมุนเวียนของกะเหรี่ยงเริ่มตั้งแต่เตรียมพื้นที่ด้วยการหักล้างถางพง จากนั้นก็จะมีการเผาพื้นที่และหยอดเมล็ดพันธุ์ รอจนสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ พื้นที่นั้นจะถูกใช้ไปอีกราวสองหรือสามครั้ง แล้วกะเหรี่ยงก็จะไปหาพื้นที่ใหม่ ปล่อยให้พื้นที่ดังกล่าวได้ฟื้นตัวจนกลายเป็นป่า จึงเข้ามาใช้พื้นที่อีกครั้ง (หน้า 55)

Social Organization

ไม่มีข้อมูล

Political Organization

ไม่มีข้อมูล

Belief System

กะเหรี่ยงมีความเชื่อในเรื่องผีธรรมชาติว่ามีความยิ่งใหญ่กว่าตัวมนุษย์ มนุษย์ ไม่ใช่เจ้าของธรรมชาติ แต่เป็นเพียงผู้มาขอใช้ธรรมชาติเพื่อความอยู่รอดกะเหรี่ยงจึงปฏิบัติต่อธรรมชาติด้วยความเคารพ (หน้า จ,46-49) พีธีกรรมในรอบปีของกะเหรี่ยงจะเกี่ยวพันกับธรรมชาติ ได้แก่ เดือนมกราคม (เต่อเล) พิธีกินข้าวใหม่ เดือนกุมภาพันธ์ (ทีแพ้) พิธีหนี่ซอโข่ เป็นพิธีขึ้นปีใหม่มีการเรียกขวัญ เสี่ยงทายเตรียมพื้นที่เพาะปลูก เดือนเมษายน (ลาเซอ) พิธีสืบชะตาบ้าน พิธีไล่นกหนู เดือนพฤษภาคม (เด่ญา) พิธีบอแซะคลี มีการหยอดเมล็ดพันธุ์ เดือนกรกฎาคม (ลาเคาะ) พีธีเลี้ยงผีไร่ ผีไฟ ไล่แมลง มัดมือคน วัวและ ควาย เดือนธันวาคม (ลาหปรือ) ส่งนกโถ่บีคาขึ้นสวรรค์ พีธีกรรมต่าง ๆ สะท้อนให้เห็นถึงการถ่ายทอดภูมิปัญญาด้านนิเวศวิทยาออกมาในรูปแบบพิธีกรรม (หน้า 60-62) กะเหรี่ยงมีความเชื่อที่มีประโยชน์ในด้านการจัดการป่า โดยจำแนก พื้นที่ออกเป็น 7 ประเภท ซึ่งถือเป็นพื้นที่ต้องห้ามไม่ให้มีการบุกเบิกทำกิน สร้างบ้านหรือแม้กระทั่งล่าสัตว์ ได้แก่ พื้นที่บริเวณหุบเขา เพราะเชื่อกันว่าเป็นทางเดินของผี พื้นที่ป่าที่เป็นเนินมีลำน้ำไหลอ้อมผ่าน เชื่อกันว่าที่บริเวณนี้ผีดุ พื้นที่ที่เป็นป่ามีน้ำซึมลงใต้ดินเชื่อว่าผีดุจะทำให้คนเจ็บไข้ พื้นที่ที่มีลำน้ำสองสายไหลมาบรรจบกันเชื่อว่าผีน้ำ "แรง" พื้นที่ดินโป่งเชื่อว่าผีดุ หากจะล่าสัตว์จะต้องขออนุญาตผีก่อน พื้นที่บริเวณยอดเขาสูง เชื่อว่าผีดุ หากฝ่าฝืนเข้าไปทำกิจกรรมจะต้องแลกด้วยชีวิต และพื้นที่ป่าประเพณีที่มีการทำพิธีกรรมเชื่อว่าเป็นที่อยู่ของผีไม่ควรไปรบกวนจากความเชื่อดังกล่าวทำให้ป่าไม่ถูกรบกวนมากจนเกินไป (หน้า 51-52)

Education and Socialization

กระบวนการขัดเกลาทางสังคมในด้านภูมิปัญญาท้องถิ่นกระทำผ่านตัวแทนคือสถาบันครอบครัว ผู้สูงอายุของครอบครัวจะเป็นผู้ที่ถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ด้านนิเวศวิทยาที่สั่งสมกันมาในรูปแบบมุขปาฐะแก่ลูกหลาน (หน้า 58) ผ่านการ สั่งสอน ตักเตือน แนะนำมอบหมายงานให้ทำ ร่วมกิจกรรมของครอบครัว (หน้า 62) การขัดเกลาในระดับนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ความรู้พื้นฐานในการดำรงชีพ มีทักษะในการแก้ปัญหามีสำนึกตระหนักในคุณค่าของธรรมชาติ ปลูกฝังโลกทัศน์ให้อยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสงบสุข ไม่เบียดเบียนธรรมชาติมากจนเกินไป การถ่ายทอดในระดับสังคมผู้อาวุโสจะมีบทบาทอย่างมาก เพราะเป็นผู้ที่รู้กฏเกณฑ์ วัฒนธรรมและ ประเพณีเป็นอย่างดี การถ่ายทอดในระดับนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้สมาชิกในสังคมประพฤติปฏิบัติไปในแนวทางเดียวกัน (หน้า 63)

Health and Medicine

ไม่มีข้อมูล

Art and Crafts (including Clothing Costume)

ไม่มีข้อมูล

Folklore

ไม่มีข้อมูล

Ethnicity (Ethnic Identity, Boundaries and Ethnic Relation)

ไม่มีข้อมูล

Social Cultural and Identity Change

การเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่เกิดขึ้นได้แก่ 1.) การเปลี่ยนแปลงด้านรูปแบบการผลิต สมาชิกในกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงหันมาทำอาชีพรับจ้าง แล้วนำที่ดินไปให้นายทุนเช่าทำการเพาะปลูก สมาชิกในครอบครัวมีเวลาให้กันน้อยลง การถ่ายทอดภูมิปัญญาจึงไม่สมบูรณ์เนื่องจากขาดองค์ประกอบการสื่อสารคือผู้ส่งสารและผู้รับสาร (หน้า 58) 2.) การเปลี่ยนแปลงด้านการขัดเกลาทางสังคม โดยระบบการศึกษาสมัยใหม่ ซึ่งดำเนินการโดยภาครัฐเข้ามามีบทบาทแทนสถาบันครอบครัว ความรู้ที่โรงเรียนถ่ายทอดก็เป็นความรู้ที่ถูกกำหนดมา มีความรู้ด้านนิเวศวิทยาแทรกอยู่น้อย (หน้า 59) 3.) การเปลี่ยนแปลงด้านความเชื่อ การเข้ามาของคริสต์ศาสนาทำให้ความเชื่อเรื่องผีธรรมชาติหมดไป พิธีกรรมต่าง ๆ ที่เป็นเครื่องมือการถ่ายทอดความรู้ด้านนิเวศวิทยาและสร้างจิตสำนึกต่อธรรมชาติถูกละเลย (หน้า 59)

Critic Issues

ไม่มีข้อมูล

Other Issues

transfer of local wisdom กะเหรี่ยงเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่ได้ชื่อว่ามีภูมิปัญญาในการอนุรักษ์ป่ามาช้านาน แต่ภายใต้กระแสการพัฒนาของรัฐ กะเหรี่ยงประสบปัญหาการถ่ายทอดภูมิปัญญาโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการศึกษาระบบนิเวศของป่า เพราะคนรุ่นเก่ามีปัญหาด้านการสื่อสารกับคนรุ่นหลัง ในเงื่อนไขต่าง ๆ เช่น เมื่อระบบคุณค่าใหม่ ๆ เข้ามาผ่านระบบโรงเรียนทำให้ทรัพยากรถูกมองว่าจะใช้อย่างไรก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวเพราะผีที่ดูแลป่าไม่ได้เป็นทียอมรับนับถือ เด็กนักเรียนใช้เวลากับโรงเรียนมากและสื่อสารกับครอบครัวและท้องถิ่นน้อยลง และการสาธารณะสุขที่ทันสมัยก็แพร่ขยายเข้าไปทำให้ภูมิปัญญาเดิมมีความสำคัญน้อยลงและค่อย ๆ สูญหายไป (หน้า 65-68)

Google Map

Map/Illustration

ตาราง ประชากรหมู่บ้านแม่กลางหลวง (หน้า 39) ประชากรหมู่บ้านอ่างกาน้อย (หน้า 40) ประเภทสัตว์ป่าสงวน (หน้า 50) ปฏิทินการทำไร่หมุนเวียนของกะเหรี่ยง (หน้า 60) แผนภูมิ ทิศทางการสื่อสารแบบทางเดียว (หน้า 22) ทิศทางการสื่อสารแบบสองทาง (หน้า 23) กรอบแนวคิดและขอบเขตการศึกษา (หน้า 34) แผนที่ หมู่บ้านในพื้นที่ที่ศึกษา (หน้า 41) หมู่บ้านแม่กลางหลวง (หน้า 42) หมู่บ้านอ่างกาน้อย (หน้า 43) แผนภาพ การแบ่งเขตพื้นที่ป่า (หน้า 45) การทำไร่หมุนเวียน (หน้า 55)

Text Analyst พรทิพย์ ลิ้มตระกูล Date of Report 30 มี.ค 2561
TAG ปกาเกอะญอ จกอ คานยอ (กะเหรี่ยง), ภูมิปัญญาท้องถิ่น, การถ่ายทอด, นิเวศวิทยา, ดอยอินทนนท์, เชียงใหม่, Translator -
 
 

 

ฐานข้อมูลอื่นๆของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
  ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทย
จารึกในประเทศไทย
จดหมายเหตุทางมานุษยวิทยา
แหล่งโบราณคดีที่สำคัญในประเทศไทย
หนังสือเก่าชาวสยาม
ภาพยนตร์ชาติพันธุ์
ข่าวมานุษยวิทยา
ICH Learning Resources
ฐานข้อมูลเอกสารโบราณภูมิภาคตะวันตกในประเทศไทย
ฐานข้อมูลประเพณีท้องถิ่นในประเทศไทย
ฐานข้อมูลสังคม - วัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  หน้าหลัก
งานวิจัยชาติพันธุ์ในประเทศไทย
บทความชาติพันธุ์
ข่าวชาติพันธุ์
เครือข่ายชาติพันธุ์
เกี่ยวกับเรา
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  ข้อมูลโครงการ
ทีมงาน
ติดต่อเรา
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
ช่วยเหลือ
  กฏกติกาและมารยาท
แบบสอบถาม
คำถามที่พบบ่อย


ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เลขที่ 20 ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170 
Tel. +66 2 8809429 | Fax. +66 2 8809332 | E-mail. webmaster@sac.or.th 
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2549    |   เงื่อนไขและข้อตกลง