เปิดรับบทความวิชาการและบทความวิจัยเพื่อนำเสนอ เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๖๙

 |  ข่าวประชาสัมพันธ์
ผู้เข้าชม : 410

เปิดรับบทความวิชาการและบทความวิจัยเพื่อนำเสนอ เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๖๙

เรื่อง รับบทความวิชาการและบทความวิจัยเพื่อนำเสนอ

ในการประชุมวิชาการระดับชาติ เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๖๙

“เอกสารโบราณสมัยใหม่: อดีตที่(ไม่)ไร้อนาคต”

วันที่ ๓-๔ สิงหาคม ๒๕๖๙

ณ หอประชุมและห้อง ๔๐๒ ชั้น ๔ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) กรุงเทพฯ



           ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) (ศมส.) ขอเชิญนักวิชาการ นักวิจัย ผู้ปฏิบัติงานและผู้สนใจ ส่งบทความเพื่อนำเสนอในการประชุมวิชาการระดับชาติ เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๖๙ ภายใต้หัวข้อ “เอกสารโบราณสมัยใหม่: อดีตที่(ไม่)ไร้อนาคต” ในวันที่ ๓-๔ สิงหาคม ๒๕๖๙ ณ หอประชุม และ ห้อง ๔๐๒ ชั้น ๔ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)

           การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีสำหรับแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ผลงานวิชาการ ผลงานวิจัย และประสบการณ์เชิงปฏิบัติ ตลอดจนยกระดับการจัดการเอกสารโบราณให้เป็นระบบ มีมาตรฐาน เข้าถึงได้อย่างเหมาะสม และสามารถใช้ประโยชน์ได้ภายใต้หลักวิชาการและจริยธรรม อันจะนำไปสู่การ “ต่ออายุ” องค์ความรู้จากเอกสารโบราณให้มีบทบาทต่อการศึกษา การวิจัย และสังคมร่วมสมัยอย่างยั่งยืน

           ในการนี้ ศมส. เปิดรับบทความวิชาการและบทความวิจัย โดยกำหนดขอบเขตหัวข้อบทความที่เปิดรับ ดังต่อไปนี้

           ๑. การอนุรักษ์ (Conservation): ศาสตร์และศิลป์แห่งการปกป้องเพื่องานมรดกที่ยั่งยืน

           ในสถานการณ์ปัจจุบัน คัมภีร์ใบลาน หนังสือสมุดไทย และสมุดฝรั่ง กำลังเผชิญกับความท้าทายจากหลายปัจจัย ทั้งภัยพิบัติ สภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมต่อการเก็บรักษา ความเปราะบางของวัสดุ การเสื่อมตามกาลเวลา และภัยคุกคามจากมนุษย์ หัวข้อนี้จึงมุ่งเน้นการนำเสนอองค์ความรู้และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการความเสี่ยงและภาวะวิกฤตของเอกสารโบราณ โดยไม่จำกัดเฉพาะการซ่อมแซมทางกายภาพ แต่ครอบคลุมถึงแนวทางปฏิบัติเพื่อรับมือภัยคุกคามต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ

           บทความในหัวข้อนี้ควรสะท้อนแนวทางที่สามารถป้องกันเอกสารโบราณจากภัยคุกคาม เพื่อยกระดับงานอนุรักษ์จากการตั้งรับสู่การป้องกันที่ยั่งยืน และธำรงรักษาเอกสารโบราณให้คงอยู่เป็นหลักฐานชั้นปฐมภูมิทางประวัติศาสตร์สืบไป เช่น

  • การจัดการภาวะวิกฤตและภัยพิบัติ (Disaster & Risk Management)
    • การวางแผนเตรียมความพร้อมและตอบโต้เหตุฉุกเฉินสำหรับหอไตร ห้องสมุด หรือพิพิธภัณฑ์
    • กรณีศึกษาการกู้คืนเอกสารโบราณจากอุทกภัย อัคคีภัย หรือโจรกรรม
  • วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ (Conservation Science)
    • การวิเคราะห์องค์ประกอบวัสดุ เช่น กระดาษ ข่อย สา ใบลาน หมึก และสี
    • การศึกษาสาเหตุการเสื่อมสภาพทางเคมีและชีวภาพ เช่น เชื้อรา แบคทีเรีย กรดในกระดาษ เป็นต้น
  • เทคนิคการซ่อมแซมและฟื้นฟู (Restoration Techniques)
    • เทคนิคการซ่อมแซมเฉพาะทาง เช่น การซ่อมแซม ใบลาน สมุดไทยที่ชำรุด การล้างคราบสกปรก เป็นต้น
    • กรณีศึกษาการอนุรักษ์และบูรณะเอกสารโบราณชิ้นสำคัญ
  • การอนุรักษ์เชิงป้องกันและการจัดการสภาพแวดล้อม (Preventive Conservation)
    • การออกแบบและจัดการคลังเก็บเอกสารที่เหมาะสมกับสภาพอากาศ
    • เทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์เพื่อการจัดเก็บเอกสารโบราณในระยะยาว
  • การอนุรักษ์ด้วยกระบวนการดิจิทัล (Digital Preservation)
    • มาตรฐานการจัดทำสำเนาดิจิทัลเพื่อการอนุรักษ์
    • การจัดการไฟล์ข้อมูลระยะยาว
  • การมีส่วนร่วมของชุมชนและจริยธรรม (Community Engagement & Ethics)
    • จริยธรรมในการอนุรักษ์คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์หรือของต้องห้ามตามความเชื่อ
    • กฎหมายและนโยบายสาธารณะที่เอื้อต่อการปกป้องเอกสารโบราณ

           ๒. การสืบสาน (Inheritance): พลวัตการถ่ายทอดและการฟื้นคืนภูมิปัญญา

           เอกสารโบราณจะไร้ความหมายหากขาดผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจในการอ่าน ตีความ และนำไปใช้โดยให้ความสำคัญกับมิติของ “คน” และ “กระบวนการ” ในการถ่ายทอดองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น มุ่งเน้นการแก้ปัญหาการขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญ การสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ เพื่อให้องค์ความรู้ที่บันทึกไว้ในเอกสารโบราณยังคงมีลมหายใจและถูกใช้ในวิถีชีวิต

           บทความในหัวข้อนี้ควรสะท้อนเนื้อหาตั้งแต่การจัดการศึกษา การพัฒนาหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน การนำไปใช้ในบริบททางวัฒนธรรม ไปจนถึงการรื้อฟื้นเทคนิควิทยาการโบราณที่เกือบสูญหายไปแล้ว เพื่อให้เอกสารโบราณไม่ได้เป็นเพียงวัตถุจัดแสดงแต่เป็น “ทุนทางปัญญา” ที่มีชีวิต เช่น

  • การจัดการศึกษาและการพัฒนาหลักสูตร (Education & Curriculum Development)
    • การพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนอักษรโบราณในสถาบันการศึกษาทุกระดับ
    • การจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)
  • การใช้งานในบริบททางวัฒนธรรมและพิธีกรรม (Living Heritage & Cultural Practices)
    • การศึกษาวิถีปฏิบัติของหมอพื้นบ้าน หรือปราชญ์ชาวบ้าน ที่ยังคงใช้ตำราโบราณในการประกอบอาชีพหรือช่วยเหลือสังคม
    • พลวัตและการปรับตัวของประเพณีที่เกี่ยวข้องกับคัมภีร์ เช่น ประเพณีตากธรรมประเพณีถวายคัมภีร์ เป็นต้น
  • การรื้อฟื้นกระบวนการผลิตและช่างศิลป์ (Revival of Craftsmanship & Material Knowledge)
    • การวิจัยและทดลองปฏิบัติจริงเพื่อฟื้นฟูเทคนิคการผลิตวัสดุ เช่น การทำกระดาษข่อยแบบโบราณ การเตรียมใบลาน การผลิตหมึกและสีจากธรรมชาติ เป็นต้น
    • การถ่ายทอดองค์ความรู้จาก "ครูช่าง" สู่ผู้สืบทอดรุ่นใหม่
  • การจัดการและประยุกต์ใช้ภูมิปัญญา (Wisdom Management)
    • การสังเคราะห์องค์ความรู้จากเอกสารโบราณสู่การใช้ประโยชน์ (Knowledge Translation) เช่น การนำตำรายามาวิจัยเชิงเภสัชกรรม เป็นต้น
    • การถอดบทเรียนทางประวัติศาสตร์ วรรณกรรม หรือศาสนา เพื่อใช้ในการสื่อสารหรือแก้ปัญหาสังคมร่วมสมัย
  • เครือข่ายสังคมและการมีส่วนร่วม (Social Network & Community Engagement)
    • การสร้างเครือข่ายนักอ่านเอกสารโบราณอาสาสมัคร
    • โมเดลความร่วมมือระหว่าง วัด-บ้าน-โรงเรียน ในการสืบสานเอกสารโบราณ

           ๓. การสร้างสรรค์ (Creativity): จากรากเหง้าสู่อรรถรสใหม่ในเศรษฐกิจสร้างสรรค์

           ในยุคที่ทุนทางวัฒนธรรมเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เอกสารโบราณจึงเปรียบเสมือนขุมทรัพย์ที่รอการเจียระไน หัวข้อนี้มุ่งเน้นการแปลงข้อมูลจากเอกสารโบราณให้เป็นผลงานร่วมสมัยที่มีมูลค่าและเข้าถึงคนในวงกว้าง ภายใต้แนวคิด “เอกสารโบราณสมัยใหม่” ที่นำมาตีความใหม่อย่างสร้างสรรค์

           บทความในหัวข้อนี้ควรสะท้อนการบูรณาการข้ามศาสตร์ เพื่อแสดงให้เห็นว่าอักษร เรื่องราวและลวดลายที่บันทึกไว้ในเอกสารโบราณ เป็นวัตถุดิบชั้นดีในงานออกแบบและขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน โดยยังคงสารัตถะเดิมแต่ปรับรูปแบบการดำรงอยู่ให้สอดคล้องกับโลกสมัยใหม่ เช่น

  • การออกแบบและการสื่อสารด้วยภาพ (Visual Design & Typography)
    • การออกแบบชุดตัวอักษรที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอักษรโบราณ
    • การประยุกต์ลวดลายจิตรกรรมจากสมุดไทย สู่การออกแบบกราฟิก บรรจุภัณฑ์ หรือสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์
  • วรรณกรรมและศิลปะการเล่าเรื่อง (Literature & Storytelling)
    • กระบวนการนำตำนาน หรือเกร็ดประวัติศาสตร์จากเอกสารโบราณ มาพัฒนาเป็นนวนิยาย หรือบทละคร
    • การดัดแปลงวรรณกรรมเก่าสู่สื่อร่วมสมัย เช่น การ์ตูน หรือแอนิเมชัน เป็นต้น
  • สื่อบันเทิงและเกม (Entertainment & Gamification)
    • การพัฒนาวิดีโอเกมหรือบอร์ดเกมที่นำระบบการเล่นหรือเนื้อเรื่องมาจากตำราพิชัยสงคราม ตำราโหราศาสตร์ เป็นต้น
    • การสร้างสรรค์ภาพยนตร์และซีรีส์ที่ใช้ข้อมูลจากจดหมายเหตุเป็นแกนหลักในการดำเนินเรื่อง
  • ศิลปะการแสดงและดนตรี (Performing Arts & Music)
    • การตีความบทละครหรือนาฏยศัพท์ในสมุดภาพท่ารำ สู่การแสดงนาฏศิลป์ร่วมสมัย
    • การแกะรอยและเรียบเรียงดนตรีใหม่จากการบันทึกเสียงหรือโน้ตเพลงโบราณ
  • การท่องเที่ยวและประสบการณ์เชิงวัฒนธรรม (Cultural Tourism & Experience)
    • การออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวตามรอยเอกสารโบราณ เช่น นิราศ แผนที่โบราณเป็นต้น
    • เมนูอาหารสร้างสรรค์ที่แกะสูตรจากบันทึกจดหมายเหตุหรือตำราอาหาร

           ๔. การต่อยอด (Extension & Innovation): นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่ออนาคต

           ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) คือ กุญแจสำคัญที่จะไขความลับของเอกสารโบราณ การใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม เครื่องมือต่าง ๆ ต่ออายุและเพิ่มคุณค่าให้กับเอกสารโบราณ ตั้งแต่กระบวนการอ่านแปลความ ไปจนถึงการแปรรูปความรู้ให้เป็นนวัตกรรมที่จับต้องได้

           บทความในหัวข้อนี้ควรสะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ช่วยแก้ปัญหางานเอกสารโบราณ เช่น ระบบสืบค้นที่ไม่ทั่วถึงขาดความเป็นเอกภาพ การนำข้อมูลจากเอกสารโบราณไปประมวลผลด้วยวิทยาการสมัยใหม่เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ชุดใหม่ที่แม่นยำและเป็นประโยชน์ต่อสังคมในวงกว้าง เช่น

  • ปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่อง (AI & Machine Learning)
    • การแปลงภาพอักษรโบราณเป็นข้อความ (OCR)
    • การใช้ AI ช่วยแปลภาษา
  • โครงสร้างพื้นฐานและมาตรฐานข้อมูล (Digital Infrastructure & Metadata)
    • การพัฒนาระบบคลังข้อมูลดิจิทัล
    • การทำ Linked Open Data (LOD) เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลเอกสารโบราณเข้ากับฐานความรู้ของโลก
  • เทคโนโลยีเสมือนจริงและสื่อสมัยใหม่ (Immersive Technology & New Media)
    • การพัฒนาแอปพลิเคชันบนมือถือสำหรับเรียนรู้อักษรโบราณหรือศึกษาปฏิทินโหราศาสตร์
  • นวัตกรรมเครื่องมือและอุปกรณ์ (Hardware & Tool Innovation)
    • การประดิษฐ์เครื่องสแกนเนอร์หรืออุปกรณ์ถ่ายภาพที่ลดผลกระทบต่อวัตถุ
    • การพัฒนาหุ่นยนต์หรือระบบอัตโนมัติในการเคลื่อนย้ายหรือจัดเก็บเอกสารในคลัง
  • การประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์เพื่อต่อยอดองค์ความรู้ (Scientific Application)
    • การนำตำรับยาจากคัมภีร์ใบลานมาวิเคราะห์และทดสอบในห้องปฏิบัติการเพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพ
    • การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์คำนวณตำแหน่งดวงดาวเปรียบเทียบกับบันทึกในปูมโหรเพื่อตรวจสอบความถูกต้องทางประวัติศาสตร์


ช่องทางการส่งบทคัดย่อ

           ผู้สนใจกรอกแบบฟอร์มบทคัดย่อ ทาง www.sac.or.th ข่าวสารกิจกรรม ข่าวประชาสัมพันธ์ และส่งบทคัดย่อมาที่อีเมล manuscripts2026@sac.or.th


ระยะเวลาดำเนินการ

หมายเหตุ

           ๑. ผู้นำเสนอบทความจะต้องส่งบทความฉบับสมบูรณ์ภายในวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๙ หากผู้นำเสนอไม่จัดส่งบทความในวันดังกล่าว ให้ถือว่าสละสิทธิ์การนำเสนอบทความในงานประชุมวิชาการระดับชาติ เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๖๙ “เอกสารโบราณสมัยใหม่: อดีตที่(ไม่)ไร้อนาคต" วันที่ ๓-๔ สิงหาคม ๒๕๖๙ ณ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)

           ๒. หากผู้นำเสนอบทความต้องการหนังสือแจ้งต้นสังกัด/หน่วยงาน ให้แจ้งความประสงค์และรายละเอียดมายังอีเมล manuscripts2026@sac.or.th


การพิจารณาคัดเลือกและจริยธรรม

           บทความจะได้รับการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกในสาขาวิชานั้น ๆ โดยวิธีพิจารณาอำพรางสองฝ่าย (Double Blind) โดยพิจารณาจากความสอดคล้องกับหัวข้อหลัก ความถูกต้องทางวิชาการและความเหมาะสมด้านจริยธรรม ทั้งนี้ ผู้เขียนควรคำนึงถึงสิทธิชุมชน ความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมและข้อมูลที่มีข้อจำกัดในการเผยแพร่

Share
Facebook Messenger Icon คลิกที่นี่เพื่อสนทนา