ค้นหาข้อมูล
ค้นหาแบบละเอียด
  •   ความเป็นมาและหลักเหตุผล

    เพื่อรวบรวมงานวิจัยทางชาติพันธุ์ที่มีคุณภาพมาสกัดสาระสำคัญในเชิงมานุษยวิทยาและเผยแผ่สาระงานวิจัยแก่นักวิชาการ นักศึกษานักเรียนและผู้สนใจให้เข้าถึงงานวิจัยทางชาติพันธุ์ได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

  •   กลุ่มชาติพันธุ์และขอบเขตพื้นที่ที่จะสรุปงานวิจัยลงฐานข้อมูล

    ความหมายกลุ่มชาติพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาต่างๆ กัน ในขั้นแรกนี้โครงการฯ เลือกเก็บเนื้อหา “กลุ่มชาติพันธุ์” ต่างๆ ที่ถูกมองว่าเป็น “ชนกลุ่มน้อย” ของประเทศไทย ฐานข้อมูลจึงไม่มีงานวิจัยที่เกี่ยวกับคนไทยภาคกลาง  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ และยังไม่ได้รวมงานวิจัยเกี่ยวกับ “ชาวจีนโพ้นทะเล” ในประเทศไทย ซึ่งได้มีสถาบันวิชาการอื่นรวบรวมไว้แล้ว เช่น สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ภาพ-ข้าวห่อ อาหารของปกาเกอะญอ บ้านมอวาคี จ. เชียงใหม่
  •   ฐานข้อมูลจำแนกกลุ่มชาติพันธุ์ตามชื่อเรียกที่คนในใช้เรียกตนเอง ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ คือ

    1. ชื่อเรียกที่ “คนอื่น” ใช้มักเป็นชื่อที่มีนัยในทางเหยียดหยาม ทำให้สมาชิกกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ รู้สึกไม่ดี อยากจะใช้ชื่อที่เรียกตนเองมากกว่า ซึ่งคณะทำงานมองว่าน่าจะเป็น “สิทธิพื้นฐาน” ของการเป็นมนุษย์

    2. ชื่อเรียกชาติพันธุ์ของตนเองมีความชัดเจนว่าหมายถึงใคร มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอย่างไร และตั้งถิ่นฐานอยู่แห่งใดมากกว่าชื่อที่คนอื่นเรียก ซึ่งมักจะมีความหมายเลื่อนลอย ไม่แน่ชัดว่าหมายถึงใคร เช่น คำว่า “ลัวะ” ถูกใช้ในเรียกรวมในกลุ่ม ลเวือะ ลัวะ และปลัง เป็นต้น


    ภาพ-เยาวชนปกาเกอะญอ บ้านมอวาคี จ.เชียงใหม่

  •  

    จากการรวบรวมงานวิจัยในฐานข้อมูลและหลักการจำแนกชื่อเรียกชาติพันธุ์ที่คนในใช้เรียกตนเอง พบว่า ประเทศไทยมีกลุ่มชาติพันธุ์มากกว่า 62 กลุ่ม


    ภาพ-สุภาษิตปกาเกอะญอ
  •   การจำแนกกลุ่มชนมีลักษณะพิเศษกว่าการจำแนกสรรพสิ่งอื่นๆ

    เพราะกลุ่มชนต่างๆ มีความรู้สึกนึกคิดและภาษาที่จะแสดงออกมาได้ว่า “คิดหรือรู้สึกว่าตัวเองเป็นใคร” ซึ่งการจำแนกตนเองนี้ อาจแตกต่างไปจากที่คนนอกจำแนกให้ ในการศึกษาเรื่องนี้นักมานุษยวิทยาจึงต้องเพิ่มมุมมองเรื่องจิตสำนึกและชื่อเรียกตัวเองของคนในกลุ่มชาติพันธุ์ 


    ภาพ-สลากย้อม งานบุญของยอง จ.ลำพูน
  •   มโนทัศน์ความหมายกลุ่มชาติพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาต่างๆ กัน

    ในช่วงทศวรรษของ 2490-2510 ในสาขาวิชามานุษยวิทยา “กลุ่มชาติพันธุ์” คือ กลุ่มชนที่มีวัฒนธรรมเฉพาะแตกต่างจากกลุ่มชนอื่นๆ ซึ่งมักจะเป็นการกำหนดในเชิงวัตถุวิสัย โดยนักมานุษยวิทยาซึ่งสนใจในเรื่องมนุษย์และวัฒนธรรม

    แต่ความหมายของ “กลุ่มชาติพันธุ์” ในช่วงหลังทศวรรษ 
    2510 ได้เน้นไปที่จิตสำนึกในการจำแนกชาติพันธุ์บนพื้นฐานของความแตกต่างทางวัฒนธรรมโดยตัวสมาชิกชาติพันธุ์แต่ละกลุ่มเป็นสำคัญ... (อ่านเพิ่มใน เกี่ยวกับโครงการ/คู่มือการใช้)



    ภาพ-หาดราไวย์ จ.ภูเก็ต บ้านของอูรักลาโว้ย
  •   สนุก

    วิชาคอมพิวเตอร์ของนักเรียน
    ปกาเกอะญอ  อ. แม่ลาน้อย
    จ. แม่ฮ่องสอน


    ภาพโดย อาทิตย์    ทองดุศรี

  •   ข้าวไร่

    ผลิตผลจากไร่หมุนเวียน
    ของชาวโผล่ว (กะเหรี่ยงโปว์)   
    ต. ไล่โว่    อ.สังขละบุรี  
    จ. กาญจนบุรี

  •   ด้าย

    แม่บ้านปกาเกอะญอ
    เตรียมด้ายทอผ้า
    หินลาดใน  จ. เชียงราย

    ภาพโดย เพ็ญรุ่ง สุริยกานต์
  •   ถั่วเน่า

    อาหารและเครื่องปรุงหลัก
    ของคนไต(ไทใหญ่)
    จ.แม่ฮ่องสอน

     ภาพโดย เพ็ญรุ่ง สุริยกานต์
  •   ผู้หญิง

    โผล่ว(กะเหรี่ยงโปว์)
    บ้านไล่โว่ 
    อ.สังขละบุรี
    จ. กาญจนบุรี

    ภาพโดย ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ
  •   บุญ

    ประเพณีบุญข้าวใหม่
    ชาวโผล่ว    ต. ไล่โว่
    อ.สังขละบุรี  จ.กาญจนบุรี

    ภาพโดยศรยุทธ  เอี่ยมเอื้อยุทธ

  •   ปอยส่างลอง แม่ฮ่องสอน

    บรรพชาสามเณร
    งานบุญยิ่งใหญ่ของคนไต
    จ.แม่ฮ่องสอน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ปอยส่างลอง

    บรรพชาสามเณร
    งานบุญยิ่งใหญ่ของคนไต
    จ.แม่ฮ่องสอน

    ภาพโดย เบญจพล  วรรณถนอม
  •   อลอง

    จากพุทธประวัติ เจ้าชายสิทธัตถะ
    ทรงละทิ้งทรัพย์ศฤงคารเข้าสู่
    ร่มกาสาวพัสตร์เพื่อแสวงหา
    มรรคผลนิพพาน


    ภาพโดย  ดอกรัก  พยัคศรี

  •   สามเณร

    จากส่างลองสู่สามเณร
    บวชเรียนพระธรรมภาคฤดูร้อน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   พระพาราละแข่ง วัดหัวเวียง จ. แม่ฮ่องสอน

    หล่อจำลองจาก “พระมหามุนี” 
    ณ เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า
    ชาวแม่ฮ่องสอนถือว่าเป็นพระพุทธรูป
    คู่บ้านคู่เมืององค์หนึ่ง

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม

  •   เมตตา

    จิตรกรรมพุทธประวัติศิลปะไต
    วัดจองคำ-จองกลาง
    จ. แม่ฮ่องสอน
  •   วัดจองคำ-จองกลาง จ. แม่ฮ่องสอน


    เสมือนสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม
    เมืองไตแม่ฮ่องสอน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ใส

    ม้งวัยเยาว์ ณ บ้านกิ่วกาญจน์
    ต. ริมโขง อ. เชียงของ
    จ. เชียงราย
  •   ยิ้ม

    แม้ชาวเลจะประสบปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย
    พื้นที่ทำประมง  แต่ด้วยความหวัง....
    ทำให้วันนี้ยังยิ้มได้

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ผสมผสาน

    อาภรณ์ผสานผสมระหว่างผ้าทอปกาเกอญอกับเสื้อยืดจากสังคมเมือง
    บ้านแม่ลาน้อย จ. แม่ฮ่องสอน
    ภาพโดย อาทิตย์ ทองดุศรี
  •   เกาะหลีเป๊ะ จ. สตูล

    แผนที่ในเกาะหลีเป๊ะ 
    ถิ่นเดิมของชาวเลที่ ณ วันนี้
    ถูกโอบล้อมด้วยรีสอร์ทการท่องเที่ยว
  •   ตะวันรุ่งที่ไล่โว่ จ. กาญจนบุรี

    ไล่โว่ หรือที่แปลเป็นภาษาไทยว่า ผาหินแดง เป็นชุมชนคนโผล่งที่แวดล้อมด้วยขุนเขาและผืนป่า 
    อาณาเขตของตำบลไล่โว่เป็นส่วนหนึ่งของป่าทุ่งใหญ่นเรศวรแถบอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี 

    ภาพโดย ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ
  •   การแข่งขันยิงหน้าไม้ของอาข่า

    การแข่งขันยิงหน้าไม้ในเทศกาลโล้ชิงช้าของอาข่า ในวันที่ 13 กันยายน 2554 ที่บ้านสามแยกอีก้อ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
 
  Princess Maha Chakri Sirindhorn Anthropology Centre
Ethnic Groups Research Database
Sorted by date | title

   Record

 
Subject ปกาเกอะญอ จกอ คานยอ (กะเหรี่ยง),การนับถือผี,ความทันสมัย,ระบบครอบครัว,เครือญาติ,เชียงใหม่
Author อุทัยวรรณ มินสุวรรณ
Title ภาวะความทันสมัยในระบบครอบครัวและเครือญาติกับวัฒนธรรมการนับถือผีของชาวกะเหรี่ยง
Document Type วิทยานิพนธ์ Original Language of Text ภาษาไทย
Ethnic Identity ปกาเกอะญอ จกอ คานยอ กะเหรี่ยง, Language and Linguistic Affiliations จีน-ทิเบต(Sino-Tibetan)
Location of
Documents
ห้องสมุดศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร Total Pages 124 Year 2541
Source หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาพัฒนาสังคม บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
Abstract

          วัฒนธรรมความเชื่อในการนับถือผีแบบดั้งเดิมของกะเหรี่ยง มีบทบาทและอิทธิพลต่อรูปแบบวิถีชีวิตในสังคมเกษตร แต่เดิมกะเหรี่ยงมีระบบการผลิตที่จำเป็นต้องพึ่งพาแรงงานภาคครัวเรือน จากระบบครอบครัวและเครือญาติเป็นหลัก เมื่อภาวะความทันสมัยอันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมเข้ามามีบทบาทต่อครอบครัวและเครือญาติ ส่งผลให้การปฏิบัติพิธีกรรมการนับถือผีเป็นแบบก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น โดยมีการปรับเปลี่ยนให้ยืดหยุ่นขึ้น ผลการวิจัยทดสอบสมมติฐาน หาความสัมพันธ์ระหว่างระบบครอบครัว และระบบเครือญาติกับวัฒนธรรมการนับถือผีของกะเหรี่ยงตำบลป่าแป๋ อ. แม่แตง จ. เชียงใหม่ พบว่า ประเภทครอบครัวที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวเดี่ยวหรือครอบครัวขยาย การแต่งงานระหว่างคนต่างเผ่าหรือคนภายในเผ่าเดียวกัน การยินยอมหรือไม่ยินยอมให้ลูกสมรสกับคนต่างเผ่าหรือคนพื้นราบ อำนาจในการเลือกคู่ครองด้วยตนเองหรือพ่อแม่เป็นผู้เลือกให้ อำนาจในการเลือกที่อยู่อาศัยหลังแต่งงาน อำนาจการตัดสินใจภายในครอบครัว รวมถึงความเห็นที่แตกต่างกันในเรื่องการแบ่งมรดก สิ่งเหล่านี้ไม่มีผลทำให้วัฒนธรรมการนับถือผีแตกต่างกันแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม รวมถึงการเปลี่ยนแปลงแบบแผนการตั้งถิ่นฐานของกะเหรี่ยงตามหลักความเชื่อแบบดั้งเดิม กลับส่งผลให้วัฒนธรรมการนับถือผีมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ เป็นที่น่าสังเกตว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ที่ยังคงมีความเชื่อตามแบบแผนดั้งเดิม แต่ไม่ปฏิบัติตามความเชื่อนั้น กลับมีวัฒนธรรมการนับถือผีแบบก้าวหน้ามากกว่า (หน้า 101-106)

Focus

          เน้นศึกษาภาวะความทันสมัยในระบบครอบครัวและเครือญาติ ซึ่งมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมในการนับถือผีของกะเหรี่ยงในพื้นที่ตำบลป่าแป๋ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่

Theoretical Issues

          ไม่มี

Ethnic Group in the Focus

          เน้นศึกษาประชากรกะเหรี่ยงซึ่งอาศัยอยู่พื้นที่ ตำบลป่าแป๋ อำเภอแม่แตง จ. เชียงใหม่

Language and Linguistic Affiliations

          ไม่มีข้อมูล

Study Period (Data Collection)

          ไม่ระบุ

History of the Group and Community

          ไม่มีข้อมูล

Settlement Pattern

          หมู่บ้านกะเหรี่ยงเรียกว่า "เก็ง" มักปลูกรวมกันเป็นกลุ่ม กลุ่มละประมาณ 20-30 หลังคาเรือน ใช้ไม้ไผ่และแฝกทำโครงบ้าน ยกพื้นด้วยเสาสูงจากพื้นดิน ใช้ใบหวาย ใบคาหรือใบหลวงตามแต่จะหาได้ในท้องถิ่นมามุงหลังคา ทำชายคาคลุม ก่อเตาไฟตรงกลาง ขนาดของหมู่บ้านขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดินและน้ำรวมถึงความสามารถในการผลิต (หน้า 17) จากข้อมูลการศึกษาแบบแผนการเลือกที่อยู่อาศัยของประชากรกะเหรี่ยงตำบลป่าแป๋ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ พบว่า จำนวนกลุ่มตัวอย่างที่เลือกที่อยู่อาศัยเอง และผู้ใหญ่เป็นผู้เลือกที่อยู่อาศัยให้ต่างกันไม่มากนัก กลุ่มตัวอย่างที่เหลือกที่อยู่อาศัยด้วยตนเองคิดเป็นร้อยละ 57.9 ที่เหลือผู้ใหญ่เป็นผู้เลือกที่อยู่อาศัยให้คิดเป็นร้อยละ 42.1 โดยส่วนใหญ่ผู้ใหญ่ของฝ่ายชายมักเป็นผู้จัดการที่อยู่อาศัยให้คิดเป็นร้อยละ 82.5 ในกรณีที่เลือกที่อยู่อาศัยด้วยตนเอง ผู้ใหญ่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายเห็นด้วย คิดเป็นร้อยละ 98.2 มีเพียงร้อยละ 1.8 ที่ผู้ใหญ่ไม่ให้ความช่วยเหลือ นอกจากนี้ยังพบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 92.1 เห็นว่าประเพณีการตั้งหมู่บ้านใหม่ จำเป็นต้องมีบุคคลที่เกี่ยวดองฝ่ายบิดากับเซี่ยเก็งคูคนเดิม ร่วมทางไปด้วย อย่างไรก็ดี กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 61.6 ยินดีเดินทางไป หากกลุ่มไม่มีบุคคลที่เกี่ยวดองกับเซี่ยเก็งคูคนเดิมร่วมไปด้วยในกรณีที่จำเป็นต้องแยกตัวไปตั้งหมู่บ้านใหม่ มีกลุ่มตัวอย่างที่ไม่ไปคิดเป็นร้อยละ 38.4 (หน้า 45-46,99) จากการทดสอบสมมติฐานพบว่า กลุ่มตัวอย่างที่มีความเชื่อในแบบแผนการตั้งถิ่นฐานดั้งเดิม มีความเชื่อไปในทางก้าวหน้ามากกว่ากลุ่มตัวอย่างที่ไม่มีความเชื่อ กล่าวคือ มีการปรับเปลี่ยนกระแสความคิดให้เข้ากับสังคมภายนอกได้มากกว่า (หน้า 91) อย่างไรก็ดี กลุ่มตัวอย่างที่ไม่ปฏิบัติตามความเชื่อในแบบแผนการตั้งถิ่นฐานดั้งเดิม มีวัฒนธรรมการนับถือผีแบบก้าวหน้ามากกว่ากลุ่มที่ปฏิบัติตามความเชื่อไปในทางก้าวหน้ามากกว่าที่ปฏิบัติตามความเชื่อ ผู้วิจัยตั้งข้อสันนิษฐานว่า อาจเป็นเพราะกะเหรี่ยงส่วนใหญ่ตั้งถิ่นฐานเป็นหลักเป็นแหล่งมากขึ้น ไม่ค่อยมีการอพยพย้ายถิ่นเหมือนในอดีต รวมถึงการประกอบอาชีพที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ต้องอาศัยการเซ่นสรวงบูชา หรือเลี้ยงผีอีกต่อไป (หน้า 91-92)

Demography

          ประชากรในงานวิจัยนี้ เป็นประชากรกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ตำบลป่าแป๋ อำเภอแม่แตง จ.เชียงใหม่ จำนวนทั้งสิ้น 302 ครัวเรือน กลุ่มตัวอย่างจำนวน 190 ครัวเรือน คิดเป็นเพศชายร้อยละ 70 เพศหญิงร้อยละ 30 อยู่ในช่วงอายุระหว่าง 36-60 ปีร้อยละ 53.2 ต่ำกว่า 36 ปีและ 60 ปีขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 24.2 และ 22.6 ตามลำดับ กลุ่มตัวอย่างมีผู้ที่ไม่ได้เรียนถึงร้อยละ 72.6 ได้รับการศึกษาถึงระดับประถมปีที่ 4 ร้อยละ 18.9 ไม่พบกลุ่มตัวอย่างที่มีการศึกษาสูงกว่ามัธยมปลาย จำนวนสมาชิกในครอบครัว 4-6 คนมีจำนวนมากที่สุดร้อยละ 60 ประชากรส่วนใหญ่สมรสแล้วคิดเป็นร้อยละ 75.3 รองลงมามีสถานภาพโสดร้อยละ 12.6 เป็นหม้ายน้อยที่สุด ร้อยละ 12.1 ไม่พบกลุ่มตัวอย่างที่มีการหย่าร้าง (หน้า 40-42, 97)

Economy

          สังคมกะเหรี่ยงแต่ละครัวเรือนมักมีไร่นาและยุ้งฉางเป็นของตนเอง ครอบครัวเป็นผู้จัดแรงงานด้านการเกษตร และทำพิธีด้านการเกษตรด้วยตนเอง การประกอบอาชีพของกะเหรี่ยงนิยมระดมแรงงานในกลุ่มเครือญาติเป็นหลัก เป็นผลมาจากการเกณฑ์แรงงานมาช่วยกันทำเกษตรกรรมบนเนินเขา เพราะครอบครัวหนึ่งๆ อาจทำไร่ไม่ทันฤดูเพาะปลูก จึงต้องมีการแบ่งหน้าที่ภายในกลุ่มเครือญาติกันตามความถนัด ช่วยกันลงแรงโดยไม่คิดค่าตอบแทนเป็นทรัพย์สินเงินทอง โดยผู้ที่อยู่ในวัยทำงานจะส่งตัวแทนจากทุกครอบครัวมาเข้าร่วม การจัดตารางเวลาลงแขกมักมีการบอกกล่าวล่วงหน้า อาจมีการดูฤกษ์ดูยามเพื่อหลีกเลี่ยงการจัดงานซ้ำซ้อนกัน (หน้า 13, 18) จากข้อมูลการศึกษาเรื่องเศรษฐกิจร่วมกันของประชากรกะเหรี่ยงตำบลป่าแป๋ อำเภอแม่แตง จ. เชียงใหม่ พบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 89.5 เห็นด้วยกับประเพณีที่ว่า ครอบครัวและเครือญาติสนิทต้องช่วยกันทำมาหากิน มีเพียงร้อยละ 10.5 ที่ไม่เห็นด้วย ซึ่งกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ปฏิบัติตามคิดเป็นร้อยละ 91.6 สำหรับรายได้จากการทำมาหากิน กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เห็นด้วยที่ว่า ครอบครัวและเครือญาติสนิทต้องใช้รายได้จากการทำมาหากินด้วยกัน คิดเป็นร้อยละ 91.1 ที่เหลือร้อยละ 8.9 ไม่เห็นด้วย มีกลุ่มตัวอย่างถึงร้อยละ 96.3 ปฏิบัติตามประเพณีดังกล่าว ในกรณีที่เครือญาติเดือดร้อนต้องให้ความช่วยเหลือโดยไม่ต้องตอบแทนคิดเป็นร้อยละ 97.4 โดยกลุ่มตัวอย่างมักให้ความช่วยเหลือญาติสนิทเป็นบางครั้งคิดเป็นเปอร์เซ็นต์สูงสุดคือ ร้อยละ 67.9 รองลงมาให้ความช่วยเหลือทุกครั้งร้อยละ 25.3 และไม่เคยให้ความช่วยเหลือเลยร้อยละ 6.8 (หน้า 99, 100) ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า กลุ่มที่เชื่อในระบบเศรษฐกิจร่วมกันของเครือญาติมีวัฒนธรรมการนับถือผีแบบก้าวหน้ากว่ากลุ่มที่ไม่เชื่อ (หน้า 92) กลุ่มที่เชื่อในการช่วยเหลือด้านการเงิน สิ่งของและแรงงานระบบเครือญาติโดยไม่ต้องมีค่าตอบแทน มีวัฒนธรรมการนับถือผีก้าวหน้ามากกว่าผู้ที่มีความเห็นว่า การช่วยเหลือกันในหมู่เครือญาติต้องมีผลประโยชน์หรือค่าตอบแทน อาจเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมของกะเหรี่ยง จากการทำไร่เลื่อนลอยมาสู่การเกษตรเพื่อการค้า ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมความเชื่อเรื่องผีให้เป็นแบบก้าวหน้ามากขึ้น (หน้า 93-94) อย่างไรก็ดี กลุ่มตัวอย่างที่มีการปฏิบัติตามความเชื่อในระบบเศรษฐกิจร่วมกันของเครือญาติแตกต่างกัน ไม่ทำให้วัฒนธรรมการนับถือผีมีความแตกต่างกัน (หน้า 93)

Social Organization

          ระบบครอบครัวกะเหรี่ยงมีการสืบสายการนับถือผีตามตระกูลฝ่ายมารดา และนับญาติฝ่ายหญิงอย่างเคร่งครัด กล่าวคือ บุตรสาวมักจะแต่งฝ่ายชายเข้าบ้านมาเป็นแรงงานอยู่ช่วยบิดามารดาเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี โดยถือจารีตประเพณีตามฝ่ายหญิงและนับญาติฝ่ายหญิงอย่างเคร่งครัด การตัดสินใจเรื่องต่างๆ ภายในบ้านรวมถึงการประกอบพิธีกรรมเป็นของฝ่ายหญิง หากภรรยาตายในขณะที่บุตรยังไม่แต่งงาน ถ้าบิดาต้องการจะแต่งงานใหม่บุตรจะคัดค้าน การสมรสมักอยู่ในดุลยพินิจของบิดามารดา ผู้ปกครองคู่สมรสต้องไม่เป็นญาติพี่น้องกัน สามารถทำงานหาเลี้ยงชีพได้ ชายที่มีความขยันขันแข็งมักเป็นที่พอใจของผู้ปกครองฝ่ายหญิง ส่วนฝ่ายหญิงต้องมีความสามารถในงานบ้าน งานฝีมือและเป็นที่พอใจของผู้ปกครองฝ่ายชาย มักให้ความสำคัญกับจิตใจ และคุณค่าทางประเพณีที่ดีงามมากกว่าคุณสมบัติภายนอก หลังการสมรส คู่สมรสจะตกลงกันว่าจะอยู่บ้านฝ่ายชายหรือฝ่ายหญิง ครอบครัวกะเหรี่ยงส่วนใหญ่นิยมอยู่บ้านของฝ่ายหญิงมากกว่า ถือว่าไม่เป็นการผิดสายผี คู่สมรสต้องรับภาระดูแลเรือกสวนไร่นาและเลี้ยงดูบิดามารดา สามีภรรยาไม่นอกใจกัน คู่แต่งงานมักแยกตัวออกมาตั้งบ้านเรือนของตนเองแต่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับญาติพี่น้องฝ่ายหญิง (หน้า 14,16) ระบบเครือญาติกะเหรี่ยง มักช่วยเหลือซึ่งกันและกันตามโอกาส เช่น เมื่อมีการแต่งงาน งานศพ ก็จะไปช่วยเหลือกันในกลุ่มเครือญาติ ในกลุ่มเครือญาติมีการนับถือผีบรรพบุรุษสืบสายฝ่ายมารดา มีพิธีกรรมการเลี้ยงผีบรรพบุรุษ และการรักษาอาการป่วยไข้ในหมู่เครือญาติร่วมกัน (หน้า 16) ผลการศึกษาประชากรกะเหรี่ยงตำบลป่าแป๋ อำเภอแม่แตง จ. เชียงใหม่ เกี่ยวกับรูปแบบครัวเรือน พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นครอบครัวเดี่ยวร้อยละ 87.4 ครอบครัวขยายร้อยละ 12.6 เป็นผลมาจากคู่สมรสนิยมแยกไปตั้งครอบครัวใหม่บริเวณใกล้เคียงและเพื่อสิทธิครอบครองในที่ดินทำกิน กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 98.4 เป็นคู่สมรสที่รู้จักกันเองตัดสินใจแต่งงานกันเองโดยไม่มีใครแนะนำ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ พ่อแม่ของคู่สมรสและพ่อแม่ของตัวเองเป็นผู้จัดการให้แต่งงานกัน เกือบทั้งหมดเห็นว่า การเลือกคู่ครองควรเลือกเองถึงร้อยละ 93.2 ที่เหลือเห็นว่า ควรให้พ่อแม่และญาติพี่น้องของตนเลือกให้ซึ่งคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ต่ำมาก กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่นิยมสมรสกับคนเผ่าเดียวกันร้อยละ 78.9 มีการแต่งงานข้ามเผ่าไม่มากนัก อย่างไรก็ดี กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 90.0 ยินยอมให้ลูกหลานแต่งงานกับคนต่างเผ่าหรือคนพื้นราบ (หน้า 42-44, 98) ผลการศึกษาเกี่ยวกับการพบปะสัมพันธ์กัน กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 92.6 เห็นด้วยกับการปฏิบัติตามประเพณีการไปมาหาสู่กันอย่างสม่ำเสมอในหมู่เครือญาติสนิท โดยกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 63.2 ไปมาหาสู่ญาติสนิทสม่ำเสมออย่างเคร่งครัด รองลงมาคือไปแต่ ไม่สม่ำเสมอคิดเป็นร้อยละ 35.3 มีเพียงร้อยละ 1.5 ที่ไม่เคยไปมาหาสู่ญาติสนิทเลย กลุ่มตัวอย่างเกือบทั้งหมดเห็นด้วยกับประเพณีการไปเยี่ยมเยียนญาติเมื่อเจ็บป่วยคิดเป็นร้อยละ 97.9 อย่างไรก็ดี พบว่ามีกลุ่มตัวอย่างถึงร้อยละ 32.6 ที่เคยไม่ไปเยี่ยมญาติ ในขณะที่กลุ่มตัวอย่างที่ไม่เคยไม่ไปเยี่ยมญาติเมื่อเจ็บป่วยคิดเป็นร้อยละ 62.7 ผลการศึกษาเกี่ยวกับการไปร่วมพิธีกรรม พบว่า กลุ่มตัวอย่างที่เห็นด้วยกับการไปร่วมพิธีกรรมสูงสุดร้อยละ 86.3 ที่เหลือร้อยละ 13.7 เห็นว่าไม่จำเป็น มีเพียงร้อยละ 14.7 เท่านั้นที่เคยไม่ไปร่วมพิธีกรรมเมื่อมีการจัดพิธีกรรมในหมู่เครือญาติ (หน้า 100) จากผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า กลุ่มที่ไม่ปฏิบัติตามความเชื่อเรื่องการพบปะในหมู่เครือญาติ รวมถึงกลุ่มที่ไม่ปฏิบัติตามความเชื่อในการไปร่วมพิธีกรรมในหมู่เครือญาติ จากการทดสอบสมมติฐานพบว่า เป็นกลุ่มตัวอย่างที่มีวัฒนธรรมการนับถือผี แบบก้าวหน้ามากกว่า ผู้วิจัยให้ข้อสันนิษฐานว่า อาจเป็นเพราะความเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจและสังคมของกะเหรี่ยงในปัจจุบัน มุ่งการติดต่อค้าขายกับคนพื้นราบทำให้ไม่สนใจต่อการประกอบพิธีกรรมตามแบบดั้งเดิม หรืออาจไม่เห็นความจำเป็นนัก (หน้า 94-96)

Political Organization

          หมู่บ้านกะเหรี่ยงมีหัวหน้าหมู่บ้าน ซึ่งเป็นผู้เฒ่าและยังเป็นหัวหน้าทางศาสนาเรียกว่า "เซี่ยเก็งคู" เป็นตำแหน่งจากการสืบสายเลือดฝ่ายบิดา ซึ่งชาวบ้านเคารพนับถือเป็นประธานประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ ภายในหมู่บ้าน ชาวกะเหรี่ยงแต่ละกลุ่มมีอิสระที่จะแยกออกไปตั้งหมู่บ้านใหม่ แต่ต้องมีบุคคลที่มีความเกี่ยวดองกับญาติทางฝ่ายบิดากับเซี่ยเก็งคูคนเดิมไปเป็นหัวหน้าของหมู่บ้านใหม่ด้วย (หน้า 17) ผลการศึกษาประชากรกะเหรี่ยงตำบลป่าแป๋ อำเภอแม่แตง จ. เชียงใหม่ เกี่ยวกับอำนาจในการตัดสินใจภายในบ้าน จากการตรวจสอบสมมติฐานที่ว่า ฝ่ายหญิงมักมีอำนาจเด็ดขาดในการตัดสินใจที่เกี่ยวกับพิธีกรรม เนื่องมาจากระบบครอบครัวกะเหรี่ยงนับถือสายตระกูลฝ่ายมารดาเป็นหลัก แต่ผลการทดสอบกลับไม่เป็นไปตามสมมติฐาน กล่าวคือ กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 55.8 ใช้อำนาจในการตัดสินใจภายในบ้านร่วมกัน รองลงมาสามีเป็นผู้ตัดสินใจ คิดเป็น 1 ใน 3 หรือร้อยละ 33.7 มีเพียงร้อยละ 10.5 ที่ภรรยาเป็นผู้ตัดสินใจภายในบ้าน (หน้า 46-47, 99)

Belief System

          ความเชื่อเรื่องการนับถือผี สังคมกะเหรี่ยงแต่เดิม นับถือผีและวิญญาณบรรพบุรุษ โดยเชื่อว่าทุกหนแห่ง ไม่ว่าจะเป็นไร่นา ป่าเขา ที่ดิน แม่น้ำลำธารมีวิญญาณสิงสถิตอยู่ มีทั้งผีที่คอยปกปักคุ้มครอง ดลบันดาลให้เพาะปลูกได้ผล และผีร้ายที่ทำให้เจ็บไข้ได้ป่วย จึงมักเซ่นสรวงบูชาหรือเลี้ยงผีเป็นประจำ ความเชื่อดังกล่าวมีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตของกะเหรี่ยงอย่างมาก สังเกตได้จาก หากมีหมอผีในหมู่บ้านเสียชีวิตลงทั้งหมู่บ้านต้องย้ายถิ่นที่อยู่ใหม่ หากหัวหน้าครัวเรือนเสียชีวิต ต้องหาสถานที่สร้างบ้านใหม่ หากปีใดเกิดความแห้งแล้งขาดแคลนผลผลิต เกิดโรคระบาดสัตว์และคนตายมาก ก็มักอพยพย้ายถิ่นใหม่ หากมีสัตว์มากัดกินสัตว์เลี้ยงในหมู่บ้านก็จะทำพิธีเลี้ยงผี หากเกิดขึ้นบ่อยครั้งก็ย้าย เพราะเชื่อกันว่าที่อยู่เดิมกลายเป็นที่สิงสถิตของวิญญาณผีร้าย การนับถือผีของกะเหรี่ยงแบ่งได้เป็น การเชื่อผีแบบดั้งเดิม (เอาะ-แฆ) และการเชื่อผีแบบก้าวหน้า (แชะ-เตอะ-ซี) กะเหรี่ยงจะมีการเซ่นสรวงบูชาผีทุกหนทุกแห่ง โดยเฉพาะช่วงก่อนทำนาทำไร่จะมีการตั้งร้านเลี้ยงผี ทั้งยังเชื่อว่าจะทำให้ผลิตผลเจริญงอกงาม เมื่อเก็บเกี่ยวเสร็จก็จะมีพิธีกินข้าวใหม่ อาหารจากการเลี้ยงผีจะนำมาแบ่งกันภายในหมู่บ้าน เชื่อว่าจะทำให้มีสุขภาพดีและอายุยืน นอกจากนี้กะเหรี่ยงยังนิยมเลี้ยงผีเรือน (ผีบรรพบุรุษ) ไว้ในห้องนอนเมื่อผีเรือนอยากกินอาหาร อาจทำให้คนบ้านป่วย ต้องพึ่งพาการวินิจฉัยโรคและการรักษาโรคแผนโบราณด้วยการดูเส้น จับเส้นและเซ่นไหว้ผี (หน้า 25, 26, 27) การเชื่อผีแบบดั้งเดิม (เอาะ-แฆ) มีมาแต่สมัยบรรพบุรุษ คือ เชื่อว่าทุกหนแห่งมีผีสิงสถิตอยู่ จึงมักเลี้ยงผีกันบ่อยครั้ง (หน้า 26) การเชื่อผีแบบก้าวหน้า (แชะ-เตอะ-ซี หรือ แซะ-เตอะ-ลี่) เมื่อการเลี้ยงผีตามความเชื่อแบบเดิมกลายเป็นเรื่องสิ้นเปลือง กะเหรี่ยงสะกอจึงหันมาให้ความสำคัญเฉพาะผีภูเขา ผีน้ำและผีหมู่บ้าน ข้อแตกต่างระหว่างการนับถือผีแบบเดิมกับการนับถือผีแบบก้าวหน้าคือ การนับถือแบบเดิมค่อนข้างเป็นพิธีใหญ่ที่เคร่งครัด สมาชิกทุกคนในครัวเรือนทุกคนต้องมาร่วมพิธีเพื่อระลึกถึงคุณของบรรพบุรุษ ในขณะที่การนับถือผีแบบก้าวหน้าหากสมาชิกมาร่วมพิธีไม่ได้ ก็ยังคงดำเนินพิธีต่อไปได้ เพียงเก็บฝ้ายผูกข้อมือไว้ให้ผู้ที่ไม่ได้มาร่วมพิธีในภายหลัง (หน้า 26) พิธีเลี้ยงผี หากคนในบ้านเจ็บป่วย จะทำพิธีเลี้ยงผีโดยนำสุกรหรือไก่ไปต้มบนเตาทำพิธี ซึ่งเป็นหิน 3 เส้าตั้งอยู่ในห้องนอน แล้วนำน้ำใส่จอกไปเซ่นไหว้เพื่อให้ผีเรือนพอใจ (หน้า 28) ผลการศึกษาประชากรกะเหรี่ยงตำบลป่าแป๋ อำเภอแม่แตง จ. เชียงใหม่ เกี่ยวกับความเชื่อเรื่องผี พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีวัฒนธรรมการนับถือผีแบบดั้งเดิมถึงร้อยละ 93.7 คือเชื่อว่ามีผีสิงสถิตอยู่ในทุก ๆ ที่ ไม่ใช่มีเฉพาะผีภูเขา ผีแม่น้ำและผีหมู่บ้านเพียงเท่านั้น สำหรับการปฏิบัติพิธีกรรมเกี่ยวกับผี กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ยังคงยึดมั่นและปฏิบัติตามวัฒนธรรมการนับถือผีแบบดั้งเดิม ทั้งการมีหิ้งบูชาผี การเซ่นและการเลี้ยงผีถึงร้อยละ 80 (หน้า 101)

Education and Socialization

          ไม่มีข้อมูล

Health and Medicine

          การรักษาพยาบาลในสังคมกะเหรี่ยง กะเหรี่ยงเชื่อในเรื่องการทำร้ายของผี ว่าผีสามารถทำให้คนเจ็บไข้ได้ป่วย ในหมู่บ้านเชื่อกันว่ามีผีบ้าน (ผีชาวบ้าน) และผีเรือน (ผีบรรพบุรุษ) หากคนกระทำผิดหรือผิดผี ผีบ้านจะโกรธ แล้วลงโทษให้คนและสัตว์ในหมู่บ้านตายหรือเจ็บป่วย หมอผีจะไปให้คนทรงเจ้าดูไม้ขีดเพื่อให้ทราบความต้องการ แล้วทำพิธีเลี้ยงผีด้วย ไก่เป็น ๆ หลังคาเรือนละ 1 ตัว หมอผีใช้ 4 ตัวนำไปฆ่าที่ศาลเจ้าบนดอย นำเลือดมาทาที่เสา หรืออาจรวมเงินกันซื้อหมูนอกหมู่บ้าน เหล้าที่ต้มจากข้าวสาร ผู้ต้มต้องเป็นคนดีมีศีล เทียนขี้ผึ้ง 12 คู่ หมากพลู 12 คำ ยอดสีเขียวของดอกคำปอง อาหารที่ใช้เลี้ยงผีนำมาแบ่งกันทั้งหมู่บ้าน เชื่อว่าช่วยให้ไม่เจ็บป่วยสุขภาพแข็งแรงและมีอายุยืน สำหรับผีเรือน (ผีบรรพบุรุษ) มีอำนาจบันดาลให้คนในบ้านเจ็บป่วย มีการให้คนแก่จับเส้นที่ข้อมือคนเจ็บ หากคนเจ็บไปไม่ไหว จะใช้วิธีม้วนใบไม้เป็นกรวย ใช้ดอกไม้และเงิน 2 บาท เทกรวยเพื่อให้รู้ว่าผีเรือนอยากกินอะไร แล้วนำของนั้นไปเลี้ยงผี อาทิ ไก่ หมู (หน้า 27) ผลการศึกษาประชากรกะเหรี่ยงตำบลป่าแป๋ อำเภอแม่แตง จังหวัด เชียงใหม่ ในเรื่องวิธีการรักษาพยาบาล พบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 84.7 ยังมีความเชื่อว่า ผีเป็นสาเหตุให้เกิดความเจ็บป่วยหรืออาจถึงตายได้ หากผู้ใดทำให้ผีไม่พอใจ อย่างไรก็ตาม ผลการวิจัยเกี่ยวกับวิธีการรักษาโรคกลับพบว่า กลุ่มตัวอย่างที่ใช้วิธีการรักษาแผนปัจจุบันมีมากกว่าการรักษาโดยใช้หมอผีแบบดั้งเดิม (หน้า 101)

Art and Crafts (including Clothing Costume)

          ไม่มีข้อมูล

Folklore

          ไม่มีข้อมูล

Ethnicity (Ethnic Identity, Boundaries and Ethnic Relation)

          เป็นที่น่าสังเกตว่า ประชากรกะเหรี่ยงในหมู่บ้านที่ศึกษาสามารถธำรงรักษาเอกลักษณ์ของชาติพันธุ์ด้านความเชื่อและการนับถือผีแบบดั้งเดิมไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ท่ามกลางสภาพสังคมและวัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปลงไป กล่าวคือ กะเหรี่ยงส่วนใหญ่ยังคงเชื่อว่ามีผีสิงสถิตอยู่ในทุก ๆ ที่ และยังคงยึดมั่นและปฏิบัติตามวัฒนธรรมการนับถือผีแบบดั้งเดิม ทั้งการมีหิ้งบูชาผี การเซ่น และการเลี้ยงผี (หน้า 101)

Social Cultural and Identity Change

          เมื่อสภาพสังคมกะเหรี่ยงเปลี่ยนแปลงไป จากการทำไร่เลื่อนลอยแบบเดิมมาสู่การประกอบอาชีพด้านการเกษตรเพื่อการค้า ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมความเชื่อเรื่องผีให้เป็นแบบก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น (หน้า 93-94) กล่าวคือ กลุ่มที่เชื่อในระบบเศรษฐกิจร่วมกันของเครือญาติ มีวัฒนธรรมการนับถือผีแบบก้าวหน้ากว่ากลุ่มที่ไม่เชื่อ ส่วนกลุ่มที่เชื่อในการช่วยเหลือด้านการเงิน สิ่งของและแรงงานระบบเครือญาติโดยไม่ต้องมีค่าตอบแทน ก็มีวัฒนธรรมการนับถือผีก้าวหน้ามากกว่าผู้ที่มีความเห็นว่า การช่วยเหลือกันในหมู่เครือญาติต้องมีผลประโยชน์หรือค่าตอบแทน (หน้า 92-94) การที่สมาชิกในครอบครัวกะเหรี่ยงไม่ให้ความใส่ใจต่อการประกอบพิธีกรรมตามแบบดั้งเดิมเท่าที่ควรหรืออาจไม่เห็นความจำเป็นนัก อาจเป็นผลมาจากสภาพสังคมที่เน้นการผลิตเพื่อการค้า กลุ่มที่ไม่ปฏิบัติตามความเชื่อเรื่องการพบปะในหมู่เครือญาติรวมถึงกลุ่มที่ไม่ปฏิบัติตามความเชื่อในการไปร่วมพิธีกรรมในหมู่เครือญาติ เป็นกลุ่มที่ดูจะมีวัฒนธรรมการนับถือผีแบบก้าวหน้ามากกว่า (หน้า 94-96) อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว อาจมีผลต่อระบบครอบครัวแบบเดิมของกะเหรี่ยง กล่าวคือ ระบบครอบครัวที่เคยสืบสายตระกูลฝ่ายมารดา ทำให้เกิดการคาดเดาว่าอำนาจในการตัดสินใจภายในบ้าน โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมการนับถือผี เป็นของฝ่ายหญิงแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แต่จากผลการตรวจสอบกลับไม่เป็นไปตามสมมติฐาน กล่าวคือ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ใช้อำนาจในการตัดสินใจภายในบ้านร่วมกัน รองลงมาสามีเป็นผู้ตัดสินใจ มีเพียงร้อยละ 10.5 ที่ภรรยาเป็นผู้ตัดสินใจภายในบ้าน (หน้า 46-47, 99)

Critic Issues

          ไม่มีข้อมูล

Other Issues

          ไม่มี

Google Map

Map/Illustration

          ตารางที่ 1 ข้อมูลคุณลักษณะของประชากรกลุ่มตัวอย่าง (หน้า 41) ตารางที่ 2 จำนวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจำแนกตามลักษณะครอบครัวและการสมรส (หน้า 44) ตารางที่ 3 จำนวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจำแนกตามการเลือกที่อยู่อาศัยหลังการสมรส (หน้า 45) ตารางที่ 4 จำนวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจำแนกตามการเลือกที่อยู่อาศัยหลังการสมรส กรณีที่เลือกที่อยู่อาศัยเอง (หน้า 46) ตารางที่ 5 จำนวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจำแนกตามการเลือกที่อยู่อาศัยหลังการสมรสกรณีที่ผู้ใหญ่เลือกให้ (หน้า 46) ตารางที่ 6 จำนวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจำแนกตามอำนาจในการตัดสินใจ (หน้า47) ตารางที่ 7 จำนวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจำแนกตามวิธีการแบ่งมรดก (หน้า 47) ตารางที่ 8 จำนวนและร้อยละกลุ่มตัวอย่างจำแนกตามแบบแผนการตั้งถิ่นฐาน (หน้า 48) ตารางที่ 9 จำนวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจำแนกตามเศรษฐกิจและการทำมาหากินร่วมกันภายในหมู่เครือญาติ (หน้า 49) ตารางที่ 10 จำนวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจำแนกตามการช่วยเหลือกันในหมู่ เครือญาติ (หน้า50) ตารางที่ 11 จำนวนและร้อยละกลุ่มตัวอย่างจำแนกตามการพบปะสัมพันธ์กันและ การไปร่วมพิธีกรรม (หน้า 51) ตารางที่ 12 ร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจำแนกตามความเชื่อเรื่องผี (หน้า 53) ตารางที่ 13 ร้อยละชองกลุ่มตัวอย่างจำแนกตามการปฏิบัติพิธีกรรมเกี่ยวกับผี (หน้า 54) ตารางที่ 14 ร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจำแนกตามวิธีการรักษาพยาบาล (หน้า 56) ตารางที่ 15 จำนวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่างในการไปร่วมพิธีทางพุทธศาสนา (หน้า57) ตารางที่ 16 จำนวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่างในการไปร่วมพิธีกรรมทาง ศาสนาคริสต์ (หน้า 57) ตารางที่ 17 การทดสอบความแตกต่างของวัฒนธรรมการนับถือผีเป็นรายด้านจำแนกตามประเภทครอบครัว (หน้า 59) ตารางที่ 18 การทดสอบความแตกต่างของวัฒนธรรมการนับถือผีจำแนกตามประเภทครอบครัว (หน้า 59) ตารางที่ 19 การทดสอบความแตกต่างของวัฒนธรรมการนับถือผีเป็นรายด้านจำแนกตามคู่สมรสของเจ้าของบ้าน (หน้า 60) ตารางที่ 20 การทดสอบความแตกต่างของวัฒนธรรมการนับถือผีจำแนกตามคู่สมรสของเจ้าของบ้าน (หน้า 61) ตารางที่ 21 การทดสอบความแตกต่างของวัฒนธรรมการนับถือผีเป็นรายด้านจำแนกตามความยินยอมให้ลูกสมรสกับคนต่างเผ่าหรือคนพื้นราบ (หน้า 62) ตารางที่ 22 การทดสอบความแตกต่างของวัฒนธรรมการนับถือผีจำแนกตามความยินยอมให้ลูกสมรสกับคนต่างเผ่าหรือคนพื้นราบ (หน้า 63) ตารางที่ 23 การทดสอบความแตกต่างของวัฒนธรรมการนับถือผีเป็นรายด้านจำแนกตามอำนาจในการเลือกคู่ครอง (หน้า 63) ตารางที่ 24 การทดสอบความแตกต่างของวัฒนธรรมการนับถือผีจำแนกตามอำนาจในการเลือกคู่ครอง (หน้า 64) ตารางที่ 25 การทดสอบความแตกต่างของวัฒนธรรมการนับถือผีเป็นรายด้าน จำแนกตามอำนาจในการเลือกที่อยู่อาศัยหลังการสมรส (หน้า 65) ตารางที่ 26 การทดสอบความแตกต่างของวัฒนธรรมการนับถือผีจำแนกตามอำนาจในการเลือกที่อยู่อาศัยหลังการสมรส (หน้า 66) ตารางที่ 27 การทดสอบความแตกต่างของวัฒนธรรมการนับถือผีเป็นรายด้านจำแนกตามอำนาจในการตัดสินใจ (หน้า 67) ตารางที่ 28 การทดสอบความแตกต่างของวัฒนธรรมการนับถือผีจำแนกตามอำนาจในการตัดสินใจ (หน้า 67) ตารางที่ 29 การทดสอบความแตกต่างของวัฒนธรรมการนับถือผีเป็นรายด้านจำแนกตามการแบ่งมรดก (หน้า 68) ตารางที่ 30 การทดสอบความแตกต่างของวัฒนธรรมการนับถือผีจำแนกตามการแบ่งมรดก (หน้า 69) ตารางที่ 31 การทดสอบความแตกต่างของวัฒนธรรมการนับถือผีตามเป็นรายด้านจำแนกความเชื่อในแบบแผนการตั้งถิ่นฐานดั้งเดิม (หน้า 70) ตารางที่ 32 การทดสอบความแตกต่างของวัฒนธรรมการนับถือผีจำแนกตามความเชื่อในแบบแผนการตั้งถิ่นฐานดั้งเดิม (หน้า 71) ตารางที่ 33 การทดสอบความแตกต่างของวัฒนธรรมการนับถือผีเป็นรายด้านจำแนกตามการปฏิบัติตามความเชื่อในแบบแผนการตั้งถิ่นฐานดั้งเดิม (หน้า 72) ตารางที่ 34 การทดสอบความแตกต่างของวัฒนธรรมการนับถือผีจำแนกตามการปฏิบัติตามความเชื่อในแบบแผนการตั้งถิ่นฐานดั้งเดิม (หน้า 73) ตารางที่ 35 การทดสอบความแตกต่างของวัฒนธรรมการนับถือผีเป็นรายด้านจำแนกตามความเชื่อว่าในระบบเศรษฐกิจร่วมกันของเครือญาติ (หน้า 74) ตารางที่ 36 การทดสอบความแตกต่างของวัฒนธรรมการนับถือผีจำแนกตามความเชื่อว่าในระบบเศรษฐกิจร่วมกันของเครือญาติ (หน้า 75) ตารางที่ 37 การทดสอบความแตกต่างของวัฒนธรรมการนับถือผีเป็นรายด้าน จำแนกการปฏิบัติตามความเชื่อในระบบเศรษฐกิจร่วมกันของเครือญาติ (หน้า75) ตารางที่ 38 การทดสอบความแตกต่างของวัฒนธรรมการนับถือผีจำแนกการปฏิบัติตามความเชื่อในระบบเศรษฐกิจร่วมกันของเครือญาติ (หน้า 76) ตารางที่ 39 การทดสอบความแตกต่างของวัฒนธรรมการนับถือผีเป็นรายด้านจำแนกตามความเชื่อในการช่วยเหลือด้านการเงิน สิ่งของและแรงงานในระบบเครือญาติ (หน้า 78) ตารางที่ 40 การทดสอบความแตกต่างของวัฒนธรรมการนับถือผีจำแนกตามความเชื่อในการช่วยเหลือด้านการเงินสิ่งของและแรงงานในระบบเครือญาติ (หน้า 78) ตารางที่ 41 การทดสอบความแตกต่างของวัฒนธรรมการนับถือผีเป็นรายด้าน จำแนกตามการปฏิบัติตามความเชื่อในการช่วยเหลือด้านการเงิน สิ่งของและแรงงานในระบบเครือญาติ (หน้า 79) ตารางที่ 42 การทดสอบความแตกต่างของวัฒนธรรมการนับถือผีจำแนกตามการปฏิบัติตามความเชื่อในการช่วยเหลือด้านการเงิน สิ่งของและแรงงานในระบบเครือญาติ (หน้า 80) ตารางที่ 43 การทดสอบความแตกต่างของวัฒนธรรมการนับถือผีเป็นรายด้านจำแนกตามความเชื่อในการพบปะสัมพันธ์กันอย่างสม่ำเสมอในระบบเครือญาติ (หน้า 81) ตารางที่ 44 การทดสอบความแตกต่างของวัฒนธรรมการนับถือผีจำแนกตามความเชื่อในการพบปะสัมพันธ์กันอย่างสม่ำเสมอในระบบเครือญาติ (หน้า 82) ตารางที่ 45 การทดสอบความแตกต่างของวัฒนธรรมการนับถือผีเป็นรายด้านจำแนกตามการปฏิบัติความเชื่อการพบปะสัมพันธ์กันอย่างสม่ำเสมอในระบบเครือญาติ (หน้า 82) ตารางที่ 46 การทดสอบความแตกต่างของวัฒนธรรมการนับถือผีจำแนกตามการปฏิบัติความเชื่อในการพบปะสัมพันธ์กันอย่างสม่ำเสมอในระบบเครือญาติ (หน้า 83) ตารางที่ 47 การทดสอบความแตกต่างของวัฒนธรรมการนับถือผีเป็นรายด้านจำแนกตามความเชื่อในการไปร่วมพิธีกรรมในหมู่เครือญาติ (หน้า 84) ตารางที่ 48 การทดสอบความแตกต่างของวัฒนธรรมการนับถือผีจำแนกตามความเชื่อในการไปร่วมพิธีกรรมในหมู่เครือญาติ (หน้า 85) ตารางที่ 49 การทดสอบความแตกต่างของวัฒนธรรมการนับถือผีเป็นรายด้านจำแนกตามการปฏิบัติตามความเชื่อในการไปร่วมพิธีกรรมในหมู่เครือญาติ (หน้า 86) ตารางที่ 50 การทดสอบความแตกต่างวัฒนธรรมการนับถือผีจำแนกตามการปฏิบัติตามความเชื่อในการไปร่วมพิธีกรรมในหมู่เครือญาติ (หน้า 87)

Text Analyst ศมณ ศรีทับทิม Date of Report 30 ม.ค. 2560
TAG ปกาเกอะญอ จกอ คานยอ (กะเหรี่ยง), การนับถือผี, ความทันสมัย, ระบบครอบครัว, เครือญาติ, เชียงใหม่, Translator -
 
 

 

ฐานข้อมูลอื่นๆของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
  ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย
จารึกในประเทศไทย
จดหมายเหตุทางมานุษยวิทยา
แหล่งโบราณคดีที่สำคัญในประเทศไทย
หนังสือเก่าชาวสยาม
ภาพยนตร์ชาติพันธุ์
ข่าวมานุษยวิทยา
ICH Learning Resources
ฐานข้อมูลเอกสารโบราณภูมิภาคตะวันตกในประเทศไทย
ฐานข้อมูลประเพณีท้องถิ่นในประเทศไทย
ฐานข้อมูลสังคม - วัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  หน้าหลัก
งานวิจัยชาติพันธุ์ในประเทศไทย
บทความชาติพันธุ์
ข่าวชาติพันธุ์
เครือข่ายชาติพันธุ์
เกี่ยวกับเรา
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  ข้อมูลโครงการ
ทีมงาน
ติดต่อเรา
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
ช่วยเหลือ
  กฏกติกาและมารยาท
แบบสอบถาม
คำถามที่พบบ่อย


ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เลขที่ 20 ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170 
Tel. +66 2 8809429 | Fax. +66 2 8809332 | E-mail. webmaster@sac.or.th 
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2549    |   เงื่อนไขและข้อตกลง