ค้นหาข้อมูล
ค้นหาแบบละเอียด
  •   ความเป็นมาและหลักเหตุผล

    เพื่อรวบรวมงานวิจัยทางชาติพันธุ์ที่มีคุณภาพมาสกัดสาระสำคัญในเชิงมานุษยวิทยาและเผยแผ่สาระงานวิจัยแก่นักวิชาการ นักศึกษานักเรียนและผู้สนใจให้เข้าถึงงานวิจัยทางชาติพันธุ์ได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

  •   กลุ่มชาติพันธุ์และขอบเขตพื้นที่ที่จะสรุปงานวิจัยลงฐานข้อมูล

    ความหมายกลุ่มชาติพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาต่างๆ กัน ในขั้นแรกนี้โครงการฯ เลือกเก็บเนื้อหา “กลุ่มชาติพันธุ์” ต่างๆ ที่ถูกมองว่าเป็น “ชนกลุ่มน้อย” ของประเทศไทย ฐานข้อมูลจึงไม่มีงานวิจัยที่เกี่ยวกับคนไทยภาคกลาง  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ และยังไม่ได้รวมงานวิจัยเกี่ยวกับ “ชาวจีนโพ้นทะเล” ในประเทศไทย ซึ่งได้มีสถาบันวิชาการอื่นรวบรวมไว้แล้ว เช่น สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ภาพ-ข้าวห่อ อาหารของปกาเกอะญอ บ้านมอวาคี จ. เชียงใหม่
  •   ฐานข้อมูลจำแนกกลุ่มชาติพันธุ์ตามชื่อเรียกที่คนในใช้เรียกตนเอง ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ คือ

    1. ชื่อเรียกที่ “คนอื่น” ใช้มักเป็นชื่อที่มีนัยในทางเหยียดหยาม ทำให้สมาชิกกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ รู้สึกไม่ดี อยากจะใช้ชื่อที่เรียกตนเองมากกว่า ซึ่งคณะทำงานมองว่าน่าจะเป็น “สิทธิพื้นฐาน” ของการเป็นมนุษย์

    2. ชื่อเรียกชาติพันธุ์ของตนเองมีความชัดเจนว่าหมายถึงใคร มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอย่างไร และตั้งถิ่นฐานอยู่แห่งใดมากกว่าชื่อที่คนอื่นเรียก ซึ่งมักจะมีความหมายเลื่อนลอย ไม่แน่ชัดว่าหมายถึงใคร เช่น คำว่า “ลัวะ” ถูกใช้ในเรียกรวมในกลุ่ม ลเวือะ ลัวะ และปลัง เป็นต้น


    ภาพ-เยาวชนปกาเกอะญอ บ้านมอวาคี จ.เชียงใหม่

  •  

    จากการรวบรวมงานวิจัยในฐานข้อมูลและหลักการจำแนกชื่อเรียกชาติพันธุ์ที่คนในใช้เรียกตนเอง พบว่า ประเทศไทยมีกลุ่มชาติพันธุ์มากกว่า 62 กลุ่ม


    ภาพ-สุภาษิตปกาเกอะญอ
  •   การจำแนกกลุ่มชนมีลักษณะพิเศษกว่าการจำแนกสรรพสิ่งอื่นๆ

    เพราะกลุ่มชนต่างๆ มีความรู้สึกนึกคิดและภาษาที่จะแสดงออกมาได้ว่า “คิดหรือรู้สึกว่าตัวเองเป็นใคร” ซึ่งการจำแนกตนเองนี้ อาจแตกต่างไปจากที่คนนอกจำแนกให้ ในการศึกษาเรื่องนี้นักมานุษยวิทยาจึงต้องเพิ่มมุมมองเรื่องจิตสำนึกและชื่อเรียกตัวเองของคนในกลุ่มชาติพันธุ์ 


    ภาพ-สลากย้อม งานบุญของยอง จ.ลำพูน
  •   มโนทัศน์ความหมายกลุ่มชาติพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาต่างๆ กัน

    ในช่วงทศวรรษของ 2490-2510 ในสาขาวิชามานุษยวิทยา “กลุ่มชาติพันธุ์” คือ กลุ่มชนที่มีวัฒนธรรมเฉพาะแตกต่างจากกลุ่มชนอื่นๆ ซึ่งมักจะเป็นการกำหนดในเชิงวัตถุวิสัย โดยนักมานุษยวิทยาซึ่งสนใจในเรื่องมนุษย์และวัฒนธรรม

    แต่ความหมายของ “กลุ่มชาติพันธุ์” ในช่วงหลังทศวรรษ 
    2510 ได้เน้นไปที่จิตสำนึกในการจำแนกชาติพันธุ์บนพื้นฐานของความแตกต่างทางวัฒนธรรมโดยตัวสมาชิกชาติพันธุ์แต่ละกลุ่มเป็นสำคัญ... (อ่านเพิ่มใน เกี่ยวกับโครงการ/คู่มือการใช้)



    ภาพ-หาดราไวย์ จ.ภูเก็ต บ้านของอูรักลาโว้ย
  •   สนุก

    วิชาคอมพิวเตอร์ของนักเรียน
    ปกาเกอะญอ  อ. แม่ลาน้อย
    จ. แม่ฮ่องสอน


    ภาพโดย อาทิตย์    ทองดุศรี

  •   ข้าวไร่

    ผลิตผลจากไร่หมุนเวียน
    ของชาวโผล่ว (กะเหรี่ยงโปว์)   
    ต. ไล่โว่    อ.สังขละบุรี  
    จ. กาญจนบุรี

  •   ด้าย

    แม่บ้านปกาเกอะญอ
    เตรียมด้ายทอผ้า
    หินลาดใน  จ. เชียงราย

    ภาพโดย เพ็ญรุ่ง สุริยกานต์
  •   ถั่วเน่า

    อาหารและเครื่องปรุงหลัก
    ของคนไต(ไทใหญ่)
    จ.แม่ฮ่องสอน

     ภาพโดย เพ็ญรุ่ง สุริยกานต์
  •   ผู้หญิง

    โผล่ว(กะเหรี่ยงโปว์)
    บ้านไล่โว่ 
    อ.สังขละบุรี
    จ. กาญจนบุรี

    ภาพโดย ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ
  •   บุญ

    ประเพณีบุญข้าวใหม่
    ชาวโผล่ว    ต. ไล่โว่
    อ.สังขละบุรี  จ.กาญจนบุรี

    ภาพโดยศรยุทธ  เอี่ยมเอื้อยุทธ

  •   ปอยส่างลอง แม่ฮ่องสอน

    บรรพชาสามเณร
    งานบุญยิ่งใหญ่ของคนไต
    จ.แม่ฮ่องสอน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ปอยส่างลอง

    บรรพชาสามเณร
    งานบุญยิ่งใหญ่ของคนไต
    จ.แม่ฮ่องสอน

    ภาพโดย เบญจพล  วรรณถนอม
  •   อลอง

    จากพุทธประวัติ เจ้าชายสิทธัตถะ
    ทรงละทิ้งทรัพย์ศฤงคารเข้าสู่
    ร่มกาสาวพัสตร์เพื่อแสวงหา
    มรรคผลนิพพาน


    ภาพโดย  ดอกรัก  พยัคศรี

  •   สามเณร

    จากส่างลองสู่สามเณร
    บวชเรียนพระธรรมภาคฤดูร้อน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   พระพาราละแข่ง วัดหัวเวียง จ. แม่ฮ่องสอน

    หล่อจำลองจาก “พระมหามุนี” 
    ณ เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า
    ชาวแม่ฮ่องสอนถือว่าเป็นพระพุทธรูป
    คู่บ้านคู่เมืององค์หนึ่ง

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม

  •   เมตตา

    จิตรกรรมพุทธประวัติศิลปะไต
    วัดจองคำ-จองกลาง
    จ. แม่ฮ่องสอน
  •   วัดจองคำ-จองกลาง จ. แม่ฮ่องสอน


    เสมือนสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม
    เมืองไตแม่ฮ่องสอน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ใส

    ม้งวัยเยาว์ ณ บ้านกิ่วกาญจน์
    ต. ริมโขง อ. เชียงของ
    จ. เชียงราย
  •   ยิ้ม

    แม้ชาวเลจะประสบปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย
    พื้นที่ทำประมง  แต่ด้วยความหวัง....
    ทำให้วันนี้ยังยิ้มได้

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ผสมผสาน

    อาภรณ์ผสานผสมระหว่างผ้าทอปกาเกอญอกับเสื้อยืดจากสังคมเมือง
    บ้านแม่ลาน้อย จ. แม่ฮ่องสอน
    ภาพโดย อาทิตย์ ทองดุศรี
  •   เกาะหลีเป๊ะ จ. สตูล

    แผนที่ในเกาะหลีเป๊ะ 
    ถิ่นเดิมของชาวเลที่ ณ วันนี้
    ถูกโอบล้อมด้วยรีสอร์ทการท่องเที่ยว
  •   ตะวันรุ่งที่ไล่โว่ จ. กาญจนบุรี

    ไล่โว่ หรือที่แปลเป็นภาษาไทยว่า ผาหินแดง เป็นชุมชนคนโผล่งที่แวดล้อมด้วยขุนเขาและผืนป่า 
    อาณาเขตของตำบลไล่โว่เป็นส่วนหนึ่งของป่าทุ่งใหญ่นเรศวรแถบอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี 

    ภาพโดย ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ
  •   การแข่งขันยิงหน้าไม้ของอาข่า

    การแข่งขันยิงหน้าไม้ในเทศกาลโล้ชิงช้าของอาข่า ในวันที่ 13 กันยายน 2554 ที่บ้านสามแยกอีก้อ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
 
  Princess Maha Chakri Sirindhorn Anthropology Centre
Ethnic Groups Research Database
Sorted by date | title

   Record

 
Subject มุสลิม,วัยรุ่น,การมองตนเอง,กระบี่
Author Anderson, Wandi Wibulswasdi and Anderson, Douglas D.
Title Thai Muslim adolescents' self, sexuality, and autonomy
Document Type บทความ Original Language of Text ภาษาอังกฤษ
Ethnic Identity ไทยมุสลิม, Language and Linguistic Affiliations ไม่ระบุ
Location of
Documents
ห้องสมุดศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร Total Pages 27 Year 1986
Source ETHOS 14(4), December 1986
Abstract

จากผลการศึกษาพบว่าการมองตัวเองของวัยรุ่นทั้งชายและหญิงในเกาะนิภาไม่มีความแตกต่างกันมากนัก วัยรุ่นทั้งชายและหญิงในเกาะนิภาต้องการที่จะมีอำนาจในการตัดสินใจมากกว่านี้โดยเฉพาะผู้หญิง การมองตนเองของวัยรุ่นในเกาะนิภาขึ้นอยู่กับช่วงอายุและลำดับอาวุโส (birth order) ด้วย ผู้ศึกษาได้แบ่งกลุ่มตัวอย่างตามช่วงอายุออกเป็น 4 กลุ่ม คือ 10.0-13.9, 14.0-16.9, 17.0-19.9, 20.0-22.9 โดยพบว่าวัยรุ่นที่เริ่มเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์คือช่วงอายุ 14.0-16.9 คิดว่าตนเองเหนือกว่าวัยรุ่นอีก 3 กลุ่มอายุ การเป็นลูกคนโต คนกลาง หรือคนเล็กก็มีผลต่อการมองตนเองของวัยรุ่น โดยพบว่าตนเองของลูกชายคนกลางจะมีแนวโน้มไปในเชิงลบมากที่สุด ลูกสาวคนโตและลูกชายคนเล็กจะมีแนวโน้มในลักษณะนี้น้อยที่สุด เหตุที่ผลออกมาในลักษณะนี้อาจเป็นเพราะความคาดหวังทางวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน แสดงให้เห็นว่าความคาดหวังทางสังคมที่แตกต่างกันซึ่งส่งผลให้เกิดการอบรมสั่งสอนที่แตกต่างกัน สามารถทำให้ลูกที่เกิดจากพ่อแม่เดียวกันมีบุคลิกที่แตกต่างกันได้ ในด้านความเป็นผู้ใหญ่ พบว่าเด็กที่โตเป็นผู้ใหญ่เร็ว เด็กที่โตเป็นผู้ใหญ่ตามเกณฑ์ และเด็กที่โตเป็นผู้ใหญ่ช้านั้นมีตนเองที่แตกต่างกันก็เฉพาะในช่วงเวลาปัจจุบันเท่านั้น ไม่ได้มีผลต่อเนื่องไปถึงตนเองในอนาคต วัยรุ่นที่โตเป็นผู้ใหญ่เร็วก็จะมีสิ่งที่เรียกว่า "พฤติกรรมวัยรุ่น" เร็วกว่าเด็กอีกสองกลุ่ม จากการวิเคราะห์จะเห็นว่าโครงสร้างตัวตนนั้น ได้รับผลกระทบจากองค์ประกอบต่าง ๆ ที่มีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดคือ เพศ อายุ โครงสร้างครอบครัว พัฒนาการทางร่างกาย และภาพความเป็นผู้ใหญ่ที่วัยรุ่นแต่ละคนมองตนเอง (หน้า 382-390) ผลการวิจัยเรื่องการมองตนเอง (self-perception) ของวันรุ่นในเกาะนิภาเป็นหลักฐานว่าพัฒนาการของมนุษย์เป็นกระบวนการ ปฎิสัมพันธ์ (interplay) ที่ซับซ้อนขององค์ประกอบด้านร่างกาย จิตใจ และสังคมวัฒนธรรม และยังแสดงถึงพลวัตของการสร้างและการเปลี่ยนแปลงการมองตนเองของวัยรุ่นในเกาะนิภาอีกด้วย การสร้างภาพตนเองทั้งในแง่ร่างกายและจิตใจในเชิงทฤษฎี ทำให้เราเข้าใจและเห็นภาพความสัมพันธ์ระหว่างภาพตนเองกับปัจจัยอื่น ๆ ได้ชัดเจนขึ้น ลักษณะเพศของวัยรุ่นถูกแสดงออกทั้งทางร่างกาย สังคม และสัญลักษณ์ และยังแสดงให้เห็นว่าแม้ในวัฒนธรรมไทยมุสลิม ผู้ชายจะได้เปรียบในเรื่องเพศมากกว่าผู้หญิง แต่ผู้หญิงก็ไม่รู้สึกว่าตนเองด้อยกว่าผู้ชาย ในการวิจัยก่อนหน้านี้ยังแสดงให้เห็นด้วยว่าผู้หญิงก็เป็นเพศที่ชอบการแข่งขันพอ ๆ กับผู้ชาย วัยรุ่นไทยมุสลิมชอบการแข่งขันมากกว่าวัยรุ่นที่นับถือพุทธหรือวัยรุ่นไทยเชื้อสายจีน นอกจากนี้ ผู้หญิงในเกาะนิภามีอำนาจในการตัดสินใจอย่างมากทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และเป็นผู้ควบคุมการเงินภายในบ้าน มีความเป็นผู้นำสูง ทั้งชายและหญิงในเกาะนี้ต้องการตัดสินใจทำอะไรด้วยตัวเอง ดังนั้น อำนาจในการตัดสินใจเรื่องคู่ครองจึงเป็นของวัยรุ่นหนุ่มสาวมากขึ้นเป็นลำดับ (หน้า 391-392)

Focus

ศึกษาการมองตนเอง (self) ของวัยรุ่นไทยมุสลิม

Theoretical Issues

งานศึกษาการมองตนเองของวัยรุ่นไทยมุสลิมที่เกาะนิภานี้เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าพัฒนาการของมนุษย์เป็นกระบวนการที่ซับซ้อนด้วยเงื่อนไขต่าง ๆ เช่น สภาวะกายภาพ สังคม วัฒนธรรม และจิตสภาพ มีปฏิสัมพันธ์กัน และการมอง "ตนเอง" ก็มีลักษณะพลวัต คือมีการปรับเปลี่ยน มีปฏิสัมพันธ์กันไปเรื่อย ๆ แต่ละคนเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็จะรักษาพฤติกรรมบางอย่างไว้และทิ้งบางอย่างไปเพราะเห็นว่าไม่มีคุณค่า การศึกษาวัยรุ่นไทยมุสลิมที่เกาะนิภาชี้ให้เห็นว่าอุดมการณ์ดังเดิมที่ว่าผู้ชายเป็นใหญ่ในทางเพศไม่ได้ทำให้วัยรุ่นหญิงรู้สึกต่ำต้อยกว่าผู้ชายเสมอไป

Ethnic Group in the Focus

วัยรุ่นไทยมุสลิม เกาะนิภา จังหวัดกระบี่ ภาคใต้ของไทย

Language and Linguistic Affiliations

คนในภาคใต้ฝั่งตะวันตกรวมทั้งจังหวัดกระบี่และเกาะนิภาซึ่งเป็นสถานที่ศึกษาพูดภาษาไทยสำเนียงใต้ ซึ่งต่างจากไทยมุสลิมทางภาคใต้ฝั่งตะวันออกที่จะพูดภาษามลายูถิ่น ซึ่งใกล้เคียงภาษามาเลย์ (หน้า 370)

Study Period (Data Collection)

ค.ศ. 1982-1983

History of the Group and Community

จากคำบอกเล่าของชาวบ้าน มีการตั้งถิ่นฐานที่เกาะนี้เมื่อ 200 ปีก่อน ในสมัยรัชกาลที่ 1 เมืองถลาง (ปัจจุบันเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดภูเก็ต) ยังถูกทหารพม่าล้อมไว้ ทหารพม่าคนหนึ่งมีลูกชายสองคน คนหนึ่งมีภรรยาเป็นคนไทยนับถือศาสนาพุทธ ส่วนลูกชายอีกคนหนึ่งมีภรรยาเป็นไทยมุสลิม เมื่อทหารผู้เป็นพ่อเสียชีวิต ลูกชายคนที่มีภรรยาเป็นไทยมุสลิมก็ย้ายครอบครัวมาตั้งรกรากที่เกาะนิภา และจนถึงปัจจุบัน มีลูกหลานสืบทอดมาเป็นรุ่นที่ 6 แล้ว (หน้า 370)

Settlement Pattern

ไม่มีข้อมูล

Demography

ประชากรของเกาะนิภามีประมาณ 1,000 คน จากสำมะโนประชากรของจังหวัดกระบี่ในปี 1982 ประชากรของจังหวัดมีจำนวนทั้งสิ้น 229,076 คน ประมาณร้อยละ 40 เป็นมุสลิม และที่เหลือนับถือศาสนาพุทธ (หน้า 370) ประชากรกลุ่มตัวอย่างใช้กลุ่มตัวอย่างเป็นวัยรุ่นในเกาะนิภา จังหวัดกระบี่จำนวน 78 คน (ชาย 45 คน หญิง 33 คน) โดยแบ่งเป็น 4 กลุ่มอายุคือ 10.0-13.9, 14.0-16.9,17.0-19.9, และ 20.0-22.9 (หน้า 378)

Economy

ไม่มีข้อมูล

Social Organization

เด็กในเกาะนิภาทั้งหญิงและชายเรียนหนังสือด้วยกัน แต่เมื่อจบชั้นประถมแล้ว จะถูกเข้มงวดเป็นพิเศษในเรื่องการคบหากัน เพราะผู้หญิงจะเริ่มเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์แล้ว หากจบชั้นประถมแล้วไม่ได้เรียนต่อ เด็กผู้ชายส่วนใหญ่จะทำงานเป็นลูกเรือในเรือประมง ส่วนเด็กผู้หญิงจะแบ่งเบาภาระของแม่ด้วยการทำงานบ้าน และรับจ้างทำนารวมทั้งเก็บเกี่ยวเมื่อถึงฤดู วัยรุ่นที่มีโอกาสเรียนชั้นมัธยมจะอยู่ไกลหูไกลตาผู้ใหญ่มากกว่าเด็กที่ไม่ได้เรียนต่อ แต่การคบหากันในวัยเรียนเป็นเรื่องไม่เหมาะสม รวมทั้งต้องเรียนหนังสือหนัก การคบกับเพศตรงข้ามจึงไม่ได้เป็นเชิงชู้สาว อำนาจในการจัดการแต่งงานอยู่ที่พ่อแม่ เพราะ "ลูกเป็นของพ่อแม่" สำหรับคนรุ่นก่อน ๆ พ่อแม่เป็นผู้เลือกคู่ครองให้ แม้ในปัจจุบัน วัยรุ่นจะมีโอกาสในการตัดสินใจมากขึ้น แต่สิทธิ์ขาดก็ยังเป็นของพ่อแม่ วัยรุ่นสามารถเลือกคู่ครองเองได้ แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากพ่อแม่เสียก่อน ตามธรรมเนียมไทย ฝ่ายชายจะเป็นฝ่ายสู่ขอ หมั้น และจัดงานแต่งงาน ฝ่ายชายจึงมีอิทธิพลในการตัดสินใจมากกว่าครอบครัวฝ่ายหญิงรวมทั้งตัวผู้หญิงเองด้วย หากฝ่ายชายไม่มีอะไรเสียหายหรือบกพร่อง พ่อแม่ฝ่ายหญิงก็ไม่สามารถจะปฏิเสธการทาบทามได้ แต่อย่างไรก็ตาม พ่อแม่ฝ่ายหญิงก็มีสิทธิตั้งเงื่อนไขที่ฝ่ายชายต้องทำตาม หากพ่อแม่ไม่ต้องการให้ลูกสาวแต่งงานกับฝ่ายชาย ก็อาจจะขอให้หมั้นหมายกันเป็นเวลานานหรืออาจเรียกร้องค่าสินสอดเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจทำให้ฝ่ายชายเปลี่ยนใจได้ หากพ่อแม่ของฝ่ายชายหรือทั้งสองฝ่ายไม่เห็นชอบ ทางออกโดยทั่วไปคือ "การได้เสียกัน" ซึ่งเป็นการบังคับให้พ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายเห็นชอบกับการแต่งงาน โดยการจัดพิธีทางศาสนาแบบง่าย ๆ แล้วสังคมก็จะยอมรับว่าทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน ซึ่งวิธีนี้ก็ยังใช้อยู่ในปัจจุบัน แม้ว่าธรรมเนียมการแต่งงานจะเปลี่ยนไป แต่ภาพของการมีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งงานและหลังแต่งงานยังคงเหมือนเดิม เป็นเรื่องธรรมดาที่ผู้ชายจะออกไปหาประสบการณ์ และผู้หญิงห้ามมีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งงาน แต่ก็เป็นเรื่องที่พิสูจน์ได้ยาก และส่วนใหญ่ผู้หญิงที่ "ได้เสียกัน" กับผู้ชายก็จะแต่งงานกับชายคนนั้นในที่สุด แต่วัยรุ่นชายส่วนใหญ่ก็ต้องการแต่งงานกับผู้หญิงที่ยังบริสุทธิ์ ต่างจากผู้หญิงที่ไม่ต้องการแต่งงานกับผู้ชายที่บริสุทธิ์ แม้จะแต่งงานแล้ว สิทธิทางเพศก็ยังเป็นของฝ่ายชายมากกว่า หากฝ่ายหญิงนอกใจจะเป็นเรื่องร้ายแรงกว่าการที่สามีนอกใจภรรยา นอกจากนี้ สามียังมีสิทธิเลือกให้ภรรยาเป็นฝ่ายทำหมัน โดยอ้างว่าการทำหมันจะทำให้มีได้รับโทษทางศาสนา และที่ยอมให้ภรรยาทำหมันเพราะความจำเป็นทางเศรษฐกิจและสังคม พ่อแม่ในเกาะนิภาเริ่มต้องการให้ลูกได้เรียนสูง ๆ และมีงานที่ดี สิทธิทางเพศในเกาะนิภาจึงต่างกันไปตามเพศ ผู้ชายมีสิทธิเสรีภาพมากกว่าผู้หญิง (หน้า 371-376)

Political Organization

ไม่มีข้อมูล

Belief System

ไม่มีข้อมูล

Education and Socialization

ในปี ค.ศ.1982 โรงเรียนประถมบนเกาะมีนักเรียนทั้งหมด 236 คน และครู 13 คน นอกจากการศึกษาขั้นประถมซึ่งจัดตามหลักสูตรของชาติแล้ว ยังมีการศึกษาคัมภีร์กูรอาน ทุก ๆ เย็น ยกเว้นวันพฤหัสบดี (หน้า 370)

Health and Medicine

ไม่มีข้อมูล

Art and Crafts (including Clothing Costume)

ไม่มีข้อมูล

Folklore

ไม่มีข้อมูล

Ethnicity (Ethnic Identity, Boundaries and Ethnic Relation)

ไม่มีข้อมูล

Social Cultural and Identity Change

ไม่มีข้อมูล

Critic Issues

ไม่มีข้อมูล

Other Issues

ไม่มี

Google Map

Map/Illustration

ไม่มี

Text Analyst ดวงรัตน์ เรืองพงษ์ดิษฐ์ Date of Report 10 พ.ค. 2548
TAG มุสลิม, วัยรุ่น, การมองตนเอง, กระบี่, Translator -
 
 

 

ฐานข้อมูลอื่นๆของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
  ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย
จารึกในประเทศไทย
จดหมายเหตุทางมานุษยวิทยา
แหล่งโบราณคดีที่สำคัญในประเทศไทย
หนังสือเก่าชาวสยาม
ภาพยนตร์ชาติพันธุ์
ข่าวมานุษยวิทยา
ICH Learning Resources
ฐานข้อมูลเอกสารโบราณภูมิภาคตะวันตกในประเทศไทย
ฐานข้อมูลประเพณีท้องถิ่นในประเทศไทย
ฐานข้อมูลสังคม - วัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  หน้าหลัก
งานวิจัยชาติพันธุ์ในประเทศไทย
บทความชาติพันธุ์
ข่าวชาติพันธุ์
เครือข่ายชาติพันธุ์
เกี่ยวกับเรา
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  ข้อมูลโครงการ
ทีมงาน
ติดต่อเรา
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
ช่วยเหลือ
  กฏกติกาและมารยาท
แบบสอบถาม
คำถามที่พบบ่อย


ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เลขที่ 20 ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170 
Tel. +66 2 8809429 | Fax. +66 2 8809332 | E-mail. webmaster@sac.or.th 
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2549    |   เงื่อนไขและข้อตกลง