ข่าวประชาสัมพันธ์

ศึกษาดูงานชุมชนดอยช้างป่าแป๋ จังหวัดลำพูน

7 มกราคม 2564 | กิจกรรมภายในองค์กร | จำนวนผู้เข้าชม : 91

4 ธันวาคม 2563 : ดอยช้างป่าแป๋ เขตพื้นที่วัฒนธรรมพิเศษลำดับที่ 12

ชุมชนดอยช้างป่าแป๋ ชุมชนที่ยึดหลักการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “ใช้ประโยชน์ส่วนน้อย รักษาส่วนใหญ่ เพื่อประโยชน์ส่วนร่วม” โดยชุมชนมีแนวทางที่เป็นไปความหมายของการรเป็นเขตพื้นที่วัฒนธรรมพิเศษ ยังคงรักษาวิถีชีวิตบนฐานองค์ความรู้และภูมิปัญญา ตามประเพณีของชนเผ่าพื้นเมือง แต่ในขณะเดียวกันก็ยังผลักดันศักยภาพให้ผสานสอดคล้องเข้ากับองค์ความรู้ใหม่ต่างๆ ได้อย่างตรงกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา 

อย่างที่จะเห็นได้ชัดคือการจัดการพื้นที่ของชุมชนที่ช่วยลดความรุนแรงของการเปลี่ยนแปลงตามสภาพภูมิอากาศ  การนำภูมิปัญญาในอดีตของชุมชน นั้นคือ  “แนวกันไฟ” ที่เคยสร้างในการใช้กันไฟในไร่หมุนเวียน เพื่อไม่ให้ไฟลุกลามออกนอกเขตพื้นที่ นำมาปรับใช้ในการจัดการกับไฟป่าที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ในปัจจุบันชาวบ้านได้ขยายพื้นที่แนวกันไฟครอบคลุมพื้นที่ป่าต้นน้ำลำพูนและเชียงใหม่ โดยมีแนวกันไฟ 8-10 เมตร และแนวกันไฟรอบหมู่บ้าน 30 กิโลเมตร และต่อมายังพัฒนาสู่นวัตกรรมถังน้ำแนวกันไฟ ซึ่งริเริ่มโดยนายบัญชา มุแฮ หรือดิปุ๊นุ  ที่เล็งเห็นว่าไฟป่าทวีความรุนแรงงมาก ดับได้ยากขึ้น การใช้พลังงานคนให้น้อยที่สุด แต่มีน้ำจำนวนมากไว้ให้ใกล้พื้นที่ไฟป่า จะช่วยให้การดับไฟป่าเกิดขึ้นได้รวดเร็วแต่มีประสิทธิภาพมาก จึงเกิดเป็นนวัตกรรม “ถังน้ำแนวกันไฟ” ที่นอกจากจะมีแนวกันไฟแล้วจะมีการวางถังน้ำที่กักเก็บน้ำในช่วงหน้าฝน เพื่อใช้ขจัดไฟในช่วงหน้าแล้ง ที่ต่อยอดจากภูมิปัญญาสู่การแก้ไขปัญหาใหญ่ที่ดูแลผืนป่าให้เกิดความสูญเสียน้อย ที่ชุมชนยินดีสานต่ออย่างไม่หยุดพัก ขอเพียงสิทธิในการพักพิงและทำกินตามวิถีดั้งเดิม

จากการทำงานอย่างใกล้ชิดระหว่างชุมชนดอยช้างป่าแป๋และศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) มาอย่างยาวนาน  ในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่คณะบริหารได้เดินทางไปศึกษาดูงานในพื้นที่ดอยช้างป่าแป๋ ซึ่งได้ต้อนรับด้วยการผูกข้อมืออย่างอบอุ่นและมีโอกาสได้รับชมการแสดงจากชุมชนที่มีเอกลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ อีกทั้งตัวแทนจากชาวบ้านดอยช้างป่าแป๋ได้เล่าถึงพื้นที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำกิน นอกจากนี้ยังได้อธิบายถึงหมุดสถาปนาเขตพื้นที่ทางวัฒนธรรม "พื้นที่จิตวิญญาณชาวกะเหรี่ยงบ้านดอยช้างป่าแป๋” ว่ามีความสำคัญทางจิตใจเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิที่ชาวบ้านให้ความสำคัญอีกหนึ่งแห่ง จากนั้นได้พาไปชมอีกหนึ่งพื้นที่ที่ถือเป็นปากท้องของชาวบ้าน นั้นคือพื้นที่ “ไร่หมุนเวียน” หรือ “ฆึ ฉึ่ย” เป็นพื้นที่ที่ทำการเกษตรแบบผสมผสานที่ยังคงรักษาภูมิปัญญาดั้งเดิมไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ยึดถือปฏิบัติธรรมเนียมของบรรพชนไว้ได้อย่างครบถ้วน โดยจุดนี้ถือเป็นของทุกคนในชุมชน ไม่มีใครเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว ดังที่ว่า...“ออทีเกอตอที ออก่อเกอตอก่อ : กินกับน้ำให้รักษาน้ำ กินกับป่าให้รักษาป่า” ...ประโยคนี้ยิ่งทำให้เข้าใจถึงการดำรงอยู่ของชาวบ้านดอยช้างป่าแป๋ 

นอกจากนี้สิ่งหนึ่งที่ชุมชนดอยช้างป่าแป๋ให้ความสำคัญนั้นคือเรื่องของ “ทุนทางวัฒนธรรม” ไม่ว่าจะเป็น สิ่งของ ความเชื่อ วิถีชีวิต ที่นำมาประกอบรวมกันจนเกิดเป็นผลผลิตที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าที่ช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนบนฐานเศรษฐกิจเชิงวัฒนธรรมจนเกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน อันประกอบไปด้วย การแปรรูปกาแฟ,น้ำผึ้ง การทอกระเป๋าและเสื้อที่เป็นการทอด้วยมือของกลุ่มแม่บ้านในชุมชน ทั้งหมดทำจากทรัพยากรท้องถิ่น จากการทำงานที่แข็งขัน และการพัฒนาศักยภาพของชุมชนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ชุมชนดอยช้างป่าแป๋ ได้เป็นชุมชนต้นแบบ เขตพื้นที่วัฒนธรรมพิเศษลำดับที่ 12