บทความ

ดินไร้แดน(Soil without Land) ปัญหารัฐชาติกับคนไร้ทางเลือกของคนในโลกสมัยใหม่

ศิริรุ่ง ศรีสิทธิพิศาลภพ | 19 พฤศจิกายน 2563 | รัฐ และวัฒนธรรมอำนาจ | ผู้เข้าชม : 508

คำโปรย ดินไร้แดน ภาพยนตร์สารคดีสัญชาติไทย โดยผู้กำกับ นนทวัฒน์ นำเบญจพล เข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์มานุษยวิทยา 2019 พูดถึงคนกับรัฐชาติที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ เป็นหนังเรื่องที่ 3 ที่ ศมส. ชวนผู้อ่าน ASEAN Film Series ไปทำความเข้าใจกระบวนการการสร้างชุดความเชื่อเรื่องชาตินิยมผ่านการใช้อำนาจรัฐ โดยมีเครื่องมือต่างๆ ทั้งอาวุธยุทโธปกรณ์ไปจนถึงการปลูกฝังความคิดความเชื่อ ของชาวไทใหญ่ ซึ่งเป็นหนังอีกเรื่องหนึ่งที่เปิดพื้นที่ให้คนตัวเล็กตัวน้อยได้ส่งเสียงของตนเองไปสู่สังคมวงกว้าง ผ่านชีวิตของ “จายแสงล่อด”

img

ดินไร้แดน(Soil without Land)  ปัญหารัฐชาติกับคนไร้ทางเลือกของคนในโลกสมัยใหม่

 

ศิริรุ่ง ศรีสิทธิพิศาลภพ เขียน 

 

           นนทวัฒน์ นำเบญจพล ผู้กำกับภาพยนตร์สารคดี โดยผลงานภาพยนตร์สารคดีของนนทวัฒน์ ไม่ว่าจะเป็น สายน้ำติดเชื้อ (2556) ฟ้าต่ำแผ่นดินสูง (2556) และ #BKKY (2559) ต่างก็ได้นำเสนอเสนอเรื่องราวของผู้คนตัวเล็กๆ ในสังคมให้ได้มีเสียงและตัวตนถ่ายทอดผ่านงานภาพยนตร์สารคดี

           ‘ดินไร้แดน’ / Soil Without Land ภาพยนตร์สารคดีที่เล่าเรื่องผ่านการสังเกตชีวิตของหนุ่มไทใหญ่ที่อาศัยอยู่บริเวณภาคเหนือของประเทศไทย โดยบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่รัฐกันชนระหว่างประเทศไทยและพม่า ดินแดนบริเวณนี้เป็นถิ่นที่อยู่ของผู้อพยพชาวไทใหญ่ และชนกลุ่มน้อยที่ลี้ภัยสงครามจากประเทศพม่าเมื่อหลายสิบปีก่อน ปัจจุบันจากค่ายผู้ลี้ภัยถูกปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่ฝึกฝนกองกำลังทหารกู้ชาติไทใหญ่เพื่อป้องกัน ปลดแอก และเรียกร้องอิสรภาพและเอกราชจากรัฐบาลทหารพม่า ซึ่งแม้ประเทศพม่าจะเข้าสู่การเลือกตั้ง และได้นางออง ซาน ซูจี ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ชีวิตของคนไทใหญ่ในพื้นที่นี้ก็ยังอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สงบและมีความขัดแย้งตลอดมา การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์การสู้รบระหว่างพม่ายังคงดำเนินต่อไปโดยกองกำลังทหารกู้ชาติไทใหญ่ 

           ผู้กำกับเลือกประเด็นการนำเสนอในฐานะคนนอกที่พยายามฉายภาพชีวิตและเรียนรู้ชีวิตจากคนใน โดยติดตามถ่ายทำชีวิตของหนุ่มไทใหญ่ ชื่อว่า “จายแสงล่อด”

ที่มาของภาพ https://in-docs.org/soil-without-land/

 

           ภาพยนต์สารคดี ดินไร้แดน ได้หยิบยกเรื่องราวชีวิตของ จายแสงล่อด หนุ่มชาวไทใหญ่ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านผู้ลี้ภัยระหว่างชายแดนพม่าในบริเวณตอนเหนือของไทย ชายหนุ่มคนดังกล่าวเคยมาทำงานเป็นแรงงานข้ามชาติในเมืองไทย และจุดเปลี่ยนคือการกลับไปที่บ้านเกิดของ จายแสงล่อด เพื่อเข้าร่วมการฝึกทหารของกองทัพรัฐฉานเป็นส่วนสำคัญของภาพยนต์สารคดี การชี้ให้เห็นกฎระเบียบของกองทัพรัฐฉานที่ถูกวางไว้อย่างเข้มงวด การฝึกทหารในกองทัพ การลงโทษชายที่จะหนี และการสร้างอุดมการณ์ความรักชาติของคนไทใหญ่ที่จะไม่ยอมให้พม่าเข้ามารุกราน ชีวิตของจายแสงล่อดจึงได้สะท้อนให้เห็นความขัดแย้งในจิตใจและความทุกข์ของมนุษย์ที่ต้องเสียสละเพื่อชาติ แต่ต้องละทิ้งความรักความห่วงใยที่มีต่อครอบครัว และยอมที่จะเสียสละเพื่อมาตุภูมิ รวมทั้งความพยายามปรับตัวกับกฎระเบียบบนชุดความเชื่อของกองทัพไทใหญ่ สิ่งที่เห็นชัดมากในงานชิ้นนี้คือการคิดคำนึงของจายแสงล่อดในการดำเนินชีวิตเพื่อครอบครัวของพวกเขา และความรู้สึกถึงความรักที่ไม่ได้สอดคล้องไปด้วยกัน ระหว่างความรักชาติกับรักในความเป็นมนุษย์ 

           นอกจากนี้ ส่วนสำคัญที่ได้เห็นคือเห็นกระบวนการเปลี่ยนผ่านของ จายแสงล่อด ที่เริ่มตั้งแต่ก่อนเข้าเกณฑ์ทหารในกองทัพรัฐฉาน จนผ่านระบบดังกล่าวความเปลี่ยนแปลงของเขาจากที่มีความรู้สึกไม่ยอมรับและไม่คุ้นชินกับกฎระเบียบของกองทัพ แต่เมื่อผ่านพ้นมาได้พวกเขาดูเหมือนจะเข้าใจและรับได้กับการมีอยู่และความจำเป็นของกองทัพไทใหญ่ การผ่านพิธีจบการฝึกและสร้างความศักดิ์สิทธิเหล่านี้ ได้สร้างตัวตนของ จายแสงล่อด ถึงความเป็นคนไทใหญ่ที่เต็มตัวและเป็นการสร้างการยอมรับความเป็นประชาชนที่สมบูรณ์ในรัฐ การมีกองกำลังไทใหญ่และการดำเนินเรื่องของ จายแสงล่อด ชี้ให้เห็นว่าแม้สภาพปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาก่อแต่ประวัติศาสตร์ได้ส่งทอดความเกลียดชังต่อรุ่นสู่รุ่นพวกเขาก็สามารถรับต่อและสืบทอดความรู้สึกเป็นปรปักษ์ที่มีต่อพม่าด้วยกระบวนการสร้างทหารในกองทัพกู้ชาติไทใหญ่และรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกองทัพ

 

ที่มาของภาพ https://in-docs.org/soil-without-land/

 

           ดินไร้แดน พยายามชี้ให้เห็นความเป็นประชาชน/ความเป็นคนที่ไร้อำนาจในพื้นที่ชายแดนเป็นสิ่งที่ยังเกิดขึ้นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันในปัจจุบัน สิ่งนี้ทำให้เห็นการมีชีวิตและทางเลือกของคนไทใหญ่กับสถานการณ์ความเป็นไปในพื้นที่ที่เกิดขึ้นจริงในสิ่งที่เขาไม่ได้เลือกหรือกำหนดเอง

           การมีอยู่ของพวกเขาและการถูกปฏิบัติในฐานะความเป็นรัฐชายขอบ บริเวณพื้นที่ที่เปราะบางรอบล้อมไปด้วยธรรมชาติพื้นที่ป่าที่อุดมสมบูรณ์ เงียบสงบ ในภาพยนตร์สารคดีเลือกนำเสนอให้เห็นฉากที่แสดงความแร้นแค้น การพยายามสร้างความแข็งแกร่งของกองกำลังไทใหญ่ภายใต้เงื่อนไขของความหวังที่ริบหรี่ ความไม่มั่นคงแน่นอนที่เป็นผลจากสงครามความขัดแย้งอย่างยาวนานในประเทศพม่าส่งผลให้ผู้คนดำเนินชีวิตอย่างยากไร้ ประเด็นนี้หากผู้ที่ได้ชมภาพยนตร์ก็คงตระหนักและเห็นใจในความเป็นอยู่ของเพื่อนมนุษย์ในระยะประชิดว่าพวกเขาไร้เสรีภาพและมีวิถีชีวิตในท่ามกลางความขัดแย้งอย่างไร 

           ภาพยนตร์สารคดีชิ้นนี้จึงน่าสนใจอย่างยิ่งในการทำความเข้าใจความเป็นมนุษย์ ผ่านการนำเสนอเรื่องราวชีวิตของคนที่ไร้ตัวตนในพื้นที่ชายแดนที่มีจริงเกิดขึ้นจริง 

           การได้เห็น “เขา” ก็จะทำให้เกิดความเข้าใจ “เรา” ชีวิตของจายแสงล่อดภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งของกองทัพไทใหญ่และกองทัพพม่าท่ามกลางโลกเสรีที่เปิดพื้นที่ให้ผู้คนเชื่อมสู่ถึงกันได้ แต่เขากลับไม่สามารถเลือกเส้นทางชีวิตได้อย่างเสรี

           การทำความเข้าใจเรื่องความเป็นคนกับรัฐชาติที่ไม่สามารถแยกขาดหรือมีอิสระต่อกันได้ รัฐกับกระบวนการสร้างคนในชาติ กระบวนการการสร้างชุดความเชื่อเรื่องชาตินิยมผ่านการใช้อำนาจรัฐ โดยมีเครื่องมือทั้งอาวุธ กฎระเบียบ การลงโทษ การปลูกฝังความรู้ การปลูกฝังอุดมการณ์ และการโฆษณาชวนเชื่อที่สร้างพลเมืองรัฐภายใต้ระบอบการปกครองนั้นๆ ของสังคม สิ่งนี้จะเป็นเหมือนกระจกสำคัญที่เมื่อได้ดูภาพยนตร์สารคดีชิ้นนี้ 

           ภาพยนตร์สารคดีชิ้นนี้จึงเป็นกรณีศึกษาของสังคมการเมืองและวัฒนธรรมในอาเซียนที่ทำให้เราเห็นชีวิตของคนตัวเล็กตัวน้อยในสังคม เป็นการได้เรียนรู้เรื่องราวของคนอื่นเพื่อเข้าใจตนเอง เพราะพวกเราทุกคนต่างเป็นคนที่อยู่ในรัฐชาติและเกี่ยวข้องกับการเมือง