บทความ

แจกความสดใสให้กับเซลล์ในร่างกายและเจ้าไวรัสตัวร้าย ด้วยสีสันและภาพวาดลายการ์ตูน

นัทกฤษ ยอดราช | 22 พฤษภาคม 2563 | วัฒนธรรมร่วมสมัย | ผู้เข้าชม : 784

คำโปรย เมื่อความสร้างสรรค์ของมนุษย์ไม่มีขีดจำกัด ศิลปินได้นำข้อมูลทางวิทยาศาสตร์การแพทย์มาจำลองจุลินทรีย์ให้มีรูปแบบการ์ตูนเพื่อให้ใครก็ได้ ได้เห็น รู้ และตระหนักถึงความร้ายแรงของการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 การเยียวยาความไม่รู้และสร้างความเพลิดเพลินให้พร้อมรับมือกับวิกฤตด้วยความคิดสร้างสรรค์จึงถือกำเนิดขึ้น

img

 

นัทกฤษ ยอดราช1

 

           เมื่อความสร้างสรรค์ของมนุษย์ไม่มีขีดจำกัด ศิลปินได้นำข้อมูลทางวิทยาศาสตร์การแพทย์มาจำลองจุลินทรีย์ให้มีรูปแบบการ์ตูนเพื่อให้ใครก็ได้ ได้เห็น รู้ และตระหนักถึงความร้ายแรงของการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 การเยียวยาความไม่รู้และสร้างความเพลิดเพลินให้พร้อมรับมือกับวิกฤตด้วยความคิดสร้างสรรค์จึงถือกำเนิดขึ้น

           บทความนี้จะชวนมา “รีวิว” ภาพเจ้าไวรัสของผู้เชี่ยวชาญและศิลปินไปพร้อมๆ กับขบคิดต่อยอดจินตนาการ ด้วยคำถามง่ายๆ ว่ามนุษยชาติเริ่มมองเห็นพวกเชื้อโรคได้อย่างไร และการที่จุลชีพทั้งหลายมาปรากฏในวัฒนธรรมป๊อปเป็นเรื่องปกติสามัญตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ

 

เจ็บไข้จากสิ่งมองไม่เห็น แต่มี “ภาพ” ช่วยให้เข้าใจ

           ย้อนไปในศตวรรษที่ 19 มนุษย์เริ่มรู้ว่าอาการเจ็บป่วยน่าจะเกี่ยวกับอาการพิษอะไรสักอย่างจึงได้นิยามมันว่า “ไวรัส” ที่ในภาษาละตินมีความหมายว่า พิษ แต่ก็ยังเข้าใจไปว่าเป็นแบคทีเรียชนิดหนึ่ง ที่สามารถทำให้เกิด โรคระบาดในสังคมมานานแล้ว

           จนกระทั่งมีการประดิษฐ์กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนในช่วงทศวรรษที่ 19302 นับตั้งแต่การมองเห็นโครงสร้างที่ชัดขึ้นในครั้งนั้นเป็นต้นมา ไวรัสจึงค่อยถูกจัดจำแนกออกจากแบคทีเรีย นับได้ว่าการปฏิวัติวงการจุลชีววิทยาและไวรัสวิทยาครั้งนี้จะเกี่ยวข้องโดยตรงกับการที่มนุษย์ก้าวข้ามขีดจำกัดในการมองเห็น และเปลี่ยนวิถีการจับจ้องความจริงในธรรมชาติไปโดยปริยาย

           เชื้อไวรัสถูกจำลองภาพขึ้นมาจากการหักเหของแสง และทีมงานสร้างภาพด้วยการใช้เทคนิคทำสีในแบบสีผสมเท็จ (false color)

           การอธิบายไวรัสด้วยภาพเป็นเรื่องที่ทำกันอย่างเป็นปกติมากในแวดวงวิทยาศาสตร์การแพทย์และจุลชีววิทยาซึ่งจะเห็นได้จากหนังสือตำรามากมาย3

           ฉะนั้น ทันทีที่มีการรายงานพบการแพร่ระบาด นักวิจัยในห้องทดลองก็ระบุได้ว่าไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ คือต้นเหตุของการระบาดครั้งนี้

 

 

อนุภาคของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่กับเซลล์ในร่างกายมนุษย์จากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน

(ที่มาภาพ: สถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติ (NIAID) สถาบันสุขภาพแห่งชาติของสหรัฐฯ (NIH))

 

           ภาพขยายเห็นหนามแหลมรอบพื้นผิวของไวรัส อันเป็นที่มาของความหมาย ‘มงกุฎ’ หรือ Corona ในภาษาอังกฤษจนทำให้รู้ว่าเป็นไวรัสชนิดเดียวกันกับ เจ้าซาร์สและเมอร์ส ตัวร้ายเมื่อหลายปีก่อน แต่ต่างกันที่ จีโนมและนิวคลีโอไทด์เท่านั้นเอง4

           หลังจากนี้ ก็มีการเร่งมือวิเคราะห์ภาพอนุภาคของไวรัสชนิดนี้อย่างสุดความสามารถจากห้องทดลองทั่วโลกเพื่อหาทางรักษา

 

 

อนุภาคของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ในรูปแบบภาพวาดจำลองเพื่ออธิบายโครงสร้างทางชีววิทยา

(ที่มาภาพ: Binte altaf, 2020, Wikimedia และ Manuel Bortoletti, 2020, The Economist)

 

           ภาพก้อนเนื้อหยึกยือ มีหนามแหลม ๆ ในสีสันฉูดฉาดแบบถูกต้องตามหลักการเหล่านี้ แม้จะมีประโยชน์ทางการแพทย์อย่างมาก แต่ถึงกระนั้นในมุมมองคนทั่วไปก็ชวนขนลุกเกินไป และถ้าจะเผยแพร่ภาพที่ว่านี่เป็นภาพของคนร้ายหรือฆาตกรเหมือนในประกาศจับของตำรวจก็คงทำให้คนทั่วไปไม่อินเอาซะดื้อๆ

           ฉะนั้น งานเขียนเชิงเปรียบเทียบ หรือภาพการ์ตูนที่เสริมอรรถรสด้วยการใส่บุคคลวัต (Anthropomorphism) ลงไปให้เจ้าไวรัส ให้เป็นประธาน มีความคิด มีอารมณ์ความรู้สึก และพฤติกรรมทางสังคมที่อ้างอิงกับมนุษย์จึงเป็นอีกแนวทางที่ดี แม้ว่าจะชวนประหลาดใจไม่น้อย

 

เจ้าไวรัสตัวร้าย ฉบับการ์ตูน

           ไม่นานมานี้ ผู้เขียนได้มีโอกาสเห็นการ์ตูนที่สร้างการตระหนักรู้เกี่ยวกับการกักตัวในช่วงที่เชื้อโควิด-19 ระบาด ผ่านหน้า News feed ใน Facebook ผู้เขียนรู้สึกประทับใจในความคิดสร้างสรรค์ที่นำเสนอภาพการ์ตูนที่ไม่ได้นำแสดงโดยมนุษย์ แต่กลับเป็นเจ้าตัวไวรัส

           งานเหล่านี้มุ่งอธิบายภาพคอนเซปต์ง่ายๆ คือ การเริ่มต้นติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจเกิดขึ้นอย่างไร ภาพต้องแสดงให้เห็นว่าไวรัสกำลังยึดติดกับเซลล์ที่ไหนสักแห่งในเยื่อบุจมูกของคุณหรือในพื้นที่ของปอดของคุณ และขยายความหายนะที่มองไม่เห็น ด้วยภาพการทำสำเนาตัวเองของไวรัสที่กำลังแพร่กระจายไปทั่วร่างกายของคุณ แค่คิดก็ขนลุก

 

 

ภาพตัวอย่างไวรัสโควิด19 รูปแบบการ์ตูน

(ที่มาภาพ Facebook “โลกมันก็แล้วแต่เรา” และ “ขายหัวเราะ”)

 

           ในความเห็นของผู้เขียน การ์ตูนที่น่ารักและเล่าเรื่องสนุกต้องขอยกให้เพจ Facebook “โลกมันก็แล้วแต่เรา” ทีมงานได้วาดการ์ตูนชุด “I'm Covid” ออกมา 2 ตอน5 บอกเล่าเรื่องราวของตัวเชื้อโควิดที่มีแผนเข้ามาบุกยึดอาณาจักรปอด ความน่าสนใจของการ์ตูนชุดนี้คือ เจ้าไวรัสโควิด-19 ในเรื่องได้เผยแผนร้าย และแบไต๋วิธีการเข้ายึดร่างกายมนุษย์ แถมยังบอกจุดอ่อนของตัวเองไปด้วย ภาพของไวรัสพยายามนำเสนอแขนขาเหมือนตัวคน รวมถึงเปรียบการสร้างอาณานิคมประหนึ่งกองทัพ แต่มิวายต้องดิ้นรนเพื่อสู้กับกลไกป้องกันตัวของร่างกายมนุษย์อย่างเม็ดเลือดขาว และทิ้งท้ายด้วยว่าไวรัสกระโดดไปหาเหยื่อรายต่อไปได้อย่างไร

           ส่วนการ์ตูนที่เข้าใจง่ายขึ้นมาอีกหน่อยแบบจบในภาพสั้นๆ คือโพสต์ “ความเชื่อผิดๆ 12 ประการเกี่ยวกับเชื้อ Covid-19” วาดโดยสำนักพิมพ์ “ขายหัวเราะ” ก็นับว่าเป็นการสื่อสารที่น่าจับตาอย่างมาก การ์ตูนดังกล่าวเกิดขึ้นด้วยความร่วมมือองค์การอนามัยโลก (WHO) ประเทศไทย และกลุ่ม KnowCovid โดย  ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ผลงานการ์ตูนชิ้นนี้สื่อสารความรู้เป็นชุดแรกภายใต้แฮชแท็ค #ขายหัวเราะเฉพาะกิจสู้ COVID19 ที่บรรณาธิการเคยส่งสารสนับสนุนหน่วยงานสาธารณสุขนำเสนอข้อมูลในช่วงกลางมีนาคมที่ผ่านมา6

           ใน ขายหัวเราะ เราจะเห็นเชื้อโรคเป็นตัวเป็นตนขนาดเท่าคน ทำให้สร้างความเข้าใจได้ตรงไปตรงมาขึ้นอีกหน่อย ตั้งแต่ไวรัสที่เกาะมากับพัสดุไปรษณีย์แต่มีท่าทางอ่อนแรง ไวรัสหิ้วกระเป๋าเดินทางมาถึงแล้วพบว่าอากาศร้อนไม่ได้ทำให้ไวรัสเดือดร้อนสักเท่าไหร่ หรือการที่ไวรัสนอนบนเตียงผ้าใบริมสระ โบกมือแบบชิวๆ ให้พวกเชื้อหวัดทั่วไปที่กำลังถูกชะล้างจากน้ำเกลือล้างจมูก

           ตัวอย่างการ์ตูนตัวที่ยกมานี้เป็นเพียงแค่ฉบับภาษาไทย ยังมีในภาษาอื่นอีกที่ไม่ได้หยิบมาเล่า แต่ก็นับว่าชวนขันอย่างมาก และมีส่วนสร้างความตระหนักถึงความสามารถของเจ้าไวรัส รวมทั้งทำให้เห็นว่าร่างกายของมนุษย์ต้องพึ่งพาความแข็งแรงและภูมิคุ้มกันอยู่เสมอ เพื่อต้านทานเจ้าเชื้อไวรัสเหล่านี้

 

ไวรัสหรือจะสู้เซลล์ขยัน (พันธุ์เดือด)

           ไม่นานมานี้ ในบทความของสำนักข่าว Vox ได้ถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับเซลล์ในร่างกายมนุษย์ที่กำลังทำหน้าที่สอดประสานราวกับวงดนตรีออร์เคสตราอยู่ตลอดเวลา เรื่องราวดังกล่าวมาจากการเปรียบเปรยของ ดร.อากิโกะ อิวะซากิ นักภูมิคุ้มกันวิทยา (immunologist) จากโรงเรียนแพทย์เยล ในสหรัฐอเมริกา7

           ในบทความดังกล่าว ผู้อ่านจะได้ดำดิ่งไปกับการเปรียบเปรยภาพการทำงานสอดประสานกันของภูมิคุ้มกันระหว่างเซลล์และสารเคมีมากมายในร่างกาย อาทิ กลไกในการตรวจจับการติดเชื้อ และกลไกส่งสัญญาณบอกเซลล์ข้างเคียงให้กำจัดผู้บุกรุกออกจากร่างกาย และกลไกพัฒนาภูมิคุ้มกันด้วยตัวเอง เป็นต้น

           พร้อมทั้งขยายให้เห็นสเกลของการร่วมแรงร่วมใจของกลุ่มแพทย์และนักวิจัยทั่วโลกที่ทำงานไปพร้อมๆ กัน แบ่งปันข้อมูลค้นพบเบื้องต้นระหว่างสถาบันไปด้วย การที่ผู้เชี่ยวชาญจะมาพูดถึงเซลล์เม็ดเลือดขาว ทีเซลล์   บีเซลล์ และแมคโครเฟจ แล้วแทรกภาพจากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนเป็นภาพประกอบ พอมานึกภาพตามแทนผู้อ่านแล้วรู้สึกว่าช่างเฉพาะทางเอามากๆ แต่เชื่อเถอะว่าบทความดังกล่าวก็ได้ย่อยข้อมูลให้แล้วจริงๆ บทความนี้จึงเป็นประโยชน์ไม่ต่างจากการ์ตูนเจ้าไวรัสผิวหนามแหลมๆ อ้วนกลมตัวเขียวตัวแดงที่ได้ยกมาก่อนหน้านี้เลย

           กลไกภูมิคุ้มกันที่ผู้เชี่ยวชาญเล่ามานั้น ชวนให้นึกถึง เซลล์ขยันพันธุ์เดือด (Cell At work! / Hataraku Saibo) ภาพยนตร์การ์ตูนญี่ปุ่น หรือ อนิเมะ ที่เผยแพร่ครั้งแรกทางโทรทัศน์ใน ปี 2018 ที่ประเทศญี่ปุ่น8 (สร้างจากหนังสือการ์ตูนมังงะในชื่อเดียวกัน ซึ่งแต่งในปี 2015)

           การ์ตูนเรื่องนี้เป็นการ์ตูนแนวตลกชีววิทยา ที่ให้บทบาทกับตัวละครหลัก คือ เซลล์เม็ดเลือดแดง เซลล์เม็ดเลือดขาว และผองเพื่อน คิลเลอร์ทีเซลล์ เอนเคเซลล์ บีเซลล์ แมคโครเฟจ และเกล็ดเลือดตัวน้อย ในภาพของบุคคลวัตที่ขยันสู้งานทำหน้าที่ตนเอง ในแต่ละตอนก็จะมีฉากแอคชั่นต่อสู้กับเจ้าเชื้อโรคร้ายที่เข้ามาในร่างกายรบกวนความสงบของเมือง (ที่จริงมันก็คือร่างกายเราแหละ)

 

 

           บ่อยครั้ง เวลาเห็น “สิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์” (non-Human) มีอิทธิพลชวนให้ศิลปินนักวาดชาวญี่ปุ่นทั้งหลายเกิดไอเดียใหม่ๆ มาตวัดเส้นสายไลน์เรื่องสร้างสรรค์การ์ตูน กลุ่มสาวกนักอ่านการ์ตูนตัวยง (โอตาคุ) จะไม่ได้แปลกใจกันสักเท่าไหร่ เพราะมันเกิดขึ้นมานักต่อนัก หลากเรื่องหลากรสมานานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นผีสาง ภูติ เทพ  ยักษ์ไททัน เอเลี่ยน สัตว์ป่า สัตว์เลี้ยง ตู้เย็น ไวรัสคอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่ปรสิตติดอยู่บนมือพระเอกก็ยังมี

           แต่การ์ตูนเรื่องเซลล์ขยันพันธุ์เดือด (Cell At work! / Hataraku Saibo) ก็นับว่าแปลกอยู่ทีเดียว เพราะมีการนำเสนอแหวกแนว และแน่นขนัดไปด้วยพื้นฐานความรู้ทางชีววิทยา ผ่านลูกเล่นต่างๆ อาทิ เสื้อผ้าหน้าผมของเม็ดเลือดแดงที่ต้องดึงจุกนิวเคลียสออกในวันจบการศึกษา การแทรกตัวของนิวโทรฟีลผู้เป็นพระเอกไปมาตามซอกตึกและท่อ ทีเซลล์คิลเลอร์ที่แข็งแรงบ้าระห่ำประหนึ่งทหารและมีผู้การเป็นทีเซลล์เฮลเปอร์ หรือเอ็นเคเซลล์ในลุคสาวลุยฉลาดล้ำรู้ได้ทันทีที่เจอเจ้าเซลล์มะเร็งที่แอบแฝงอยู่ รวมไปถึงเจ้าแบคทีเรียผู้มีหน้าตาพิลึกเหมือนสัตว์ประหลาดต่างดาว และเจ้าไวรัสที่มีหน้าตาคล้ายกับหมวกไหมพรมและหนวดแหลมๆ เกาะอยู่บนคุณเซลล์ แล้วมันก็จะดูดกินเซลล์ชาวบ้านที่เป็นโฮสต์ให้กลายเป็นซอมบี้ เป็นต้น

 

 

ฉากเม็ดเลือดขาวกำลังกำจัดซอมบี้ที่ติดเชื้อไวรัส ขณะที่มันกำลังแตกตัวไปสัมผัสเซลล์อื่นในเมือง

 

           แม้ว่าการ์ตูนเซลล์ขยันพันธุ์เดือด Cell at work! สร้างขึ้นมาก่อนการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ก็เป็นสื่อที่ทำให้คนทั่วไปอย่างเราๆ ได้บันเทิงเริงใจไปกับความรู้เรื่องวิทยาศาสตร์การแพทย์และจุลชีววิทยาเป็นอย่างมาก

           ผู้เขียนคิดว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่เข้าใจการอธิบายด้วยสีสันและมุกตลก ว่าเจ้าเชื้อไวรัสมันแพร่อย่างไรในร่างกายมนุษย์ และระบบภูมิคุ้มกันของเรานั้นต่อต้านกันอย่างไร

           การ์ตูนเรื่องนี้จึงเหมาะสำหรับเด็กๆ ระดับมัธยมขึ้นไป หรือครอบครัวที่อยากจะเข้าใจกลไกของร่างกายระดับเซลล์ ผลตอบรับของการ์ตูนเรื่องนี้จัดว่าเป็นที่นิยมมากในประเทศญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา รวมไปถึงทีมงานผู้สร้างและสตูดิโอก็มักจะแจกชุดความรู้สำหรับการเรียนการสอนในเว็บไซต์ทางการอยู่บ่อยๆ หรือการออกแคมเปญร่วมกับสภากาชาดประเทศญี่ปุ่นชวนคนมาบริจาคเลือดเมื่อปีก่อน9

 

ก่อนจากกันไป (อย่าลืมล้างมือบ่อยๆ)

           การ์ตูนเผยแพร่ความรู้ของเพจ “โลกมันก็แล้วแต่เรา” และ “ขายหัวเราะ” จนมาถึงการ์ตูนญี่ปุ่น “เซลล์ขยันพันธุ์เดือด” ผู้เขียนไม่แปลกใจเลยว่าการ์ตูนเหล่านี้นอกจากจะมีประโยชน์กับชีวิตประจำวันแล้ว ยังมีความสำคัญอย่างมากต่อวงการมานุษยวิทยาอยู่ด้วย

           ความรู้ความคิดแบบวิทยาศาสตร์ธรรมชาติยังคงทำหน้าที่ของมันอยู่ในโลกหลังสมัยใหม่ การปรากฏขึ้นของการ์ตูนเกี่ยวกับโรคภัย และสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ อาจเป็นส่วนหนึ่งของตัวอย่างการฉีกทลายกฎเกณฑ์ของการแยกโลกความจริงและจินตนาการในภาพยนตร์การ์ตูนให้เข้ามาบรรจบกัน ได้อย่างน่าจับตามอง10

           การศึกษาปรากฏการณ์ทางสังคมที่เกี่ยวข้องกับสิ่งไม่ใช่มนุษย์ แม้ไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการมานุษยวิทยาและสังคมวิทยา แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำความเข้าใจได้ทันที เพราะปราการด่านแรก ก็คือการทลายความรู้ความคิดความเชื่อแบบเดิมๆ การจัดแบ่งจัดประเภทของสรรพสิ่งที่เราล้วนยึดถือนั้นสำเร็จรูปเสียมาก เมื่อใช้มุมมองใหม่มาดูการ์ตูนแนวนี้ก็อาจจะท้าทายสิ่งใหม่ๆ ได้อีกมากมายแน่นอน

           เพราะเจ้าไวรัสตัวเล็กตัวร้ายแท้ๆ ที่ไม่วายขยายช่องว่างทางจินตนาการและความรู้ ชวนให้เราหันกลับมามองเรื่องราวประวัติศาสตร์ความรู้เกี่ยวกับชีววิทยาการแพทย์ วัฒนธรรมกระแสนิยม และการทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์ที่ซับซ้อนและเข้าใจยาก หากอธิบายด้วยภาษาข่าวภาษาการแพทย์คนทั่วไปอาจไม่ค่อยอยากรู้ แต่เมื่อนำมาทำให้เป็นการ์ตูน มีตัวละคร มีสีสัน และเล่าง่ายให้สนุก เข้าใจได้ไว

           อมนุษย์ก็อาจสร้างการเปลี่ยนแปลงให้สังคมมนุษย์ได้เหมือนกันนะ

 

อ้างอิง

1 ผู้ช่วยนักวิจัย กลุ่มงานวิจัยและพัฒนา ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)

2 Philippe Roingeard, 2008, History of Biology and the Cell: Viral detection by electron microscopy: past, present and future in Biol Cell 100, 491-501. Available on https://onlinelibrary.wiley.com/doi/pdf/10.1042/BC20070173

3 The Asahi Shimbun - VOX POPULI: Personification of deadly viruses seems universal and timeless [online]. available on http://www.asahi.com/ajw/articles/13286516

4 Zeke Miller, 2020, Coronavirus is 'not manmade' Investigators continue to debunk conspiracy theory, Times Union [online]. available on https://www.timesunion.com/news/article/U-S-inteligence-Coronavirus-is-not-manmade-15238964.php

5 โลกมันก็แล้วแต่เรา - Facebook, 2020, อัลบั้มภาพ “I’m covid-19” และ อัลบั้มภาพ “I'm covid Ep.2 เมื่อ Covid-19 เข้าสู่ร่างกาย” [online]. available on https://www.facebook.com/โลกมันก็แล้วแต่เรา-101463071254020.

6 ขายหัวเราะ – Facebook, 2020, โพสต์ #ขายหัวเราะเฉพาะกิจสู้COVID19 [online]. available on https://www.facebook.com/kaihuaror.

7 Brian Resnick and Umair Irfan, 2020, What immunity to Covid-19 might actually mean. How your body will try to save you from the new coronavirus [online]. available on https://www.vox.com/science-and-health/2020/4/23/21219028/covid-19-immunity-testing-reinfection-antibodies-explained

8 Cells at Work! - official website. (Japanese). [online]. available on https://hataraku-saibou.com/

9 Lynzee Loveridge, 2019, Cells at Work! Calendar Offered for Blood Donations. [online]. available on https://www.animenewsnetwork.com/interest/2019-02-22/cells-at-work-calendar-offered-for-blood-donations/.143273

10 Robin E. Brenner กล่าวถึงวัฒนธรรมมังงะ/อนิเมะว่าเป็นงานที่มีพื้นฐานมาจากจินตนาการ ฉะนั้น จึงมักแยกขาดจากความสมจริงและมักจะเอาเกณฑ์ความรู้มาตัดสินไม่ได้ แนวคิดนี้มีนักวิชาการหลายคนโต้แย้งอยู่มาก แต่ก็มักมีนักวิชาการอ้างถึงเพื่อปกป้องการ์ตูนที่ตนรักออกจากโลกแห่งความเป็นจริง ดูเพิ่มเติมใน (Brenner, R. E, 2007, Understanding Manga and Anime, Westport, Conn.: Libraries Unlimited.)