Museum Makers

ผู้ร่วมก่อตั้งพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดท่าพูด

วัดท่าพูด

ต.ไร่ขิง อ.สามพราน จ.นครปฐม 73170


“พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น” หลายคนมักจินตนาการถึงพิพิธภัณฑ์ที่ชุมชนเป็นเจ้าของร่วมกัน มีคนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลหรือบริหารจัดการ แต่ท่ามกลางสังคมสมัยใหม่ที่มีการย้ายถิ่นฐานอย่าง ชุมชนในเมืองขยายจึงไม่ใช่หมู่บ้านแบบเดิมที่ทุกคนต่างรู้จักมักคุ้นหรือสัมพันธ์ด้วยเครือญาติอีกต่อไป พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นที่เกิดขึ้นในชุมชนลักษณะนี้ จะเป็นอย่างไร “มานะ เถียรทวี” เรี่ยวแรงคนสำคัญของพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดท่าพูด บอกเล่าประสบการณ์การทำงานพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ในย่านชานเมือง ที่การเจริญเติบโตของเมืองรุกคืบอย่างรวดเร็ว

ในอดีตวิถีชีวิตของคนท่าพูด คือ ทำไร่ นา สวน มีตลาดท่าเกวียนริมแม่น้ำนครชัยศรีเป็นศูนย์กลางการค้าขาย การสัญจรส่วนใหญ่ใช้เรือ ประมาณสามสิบถึงสี่สิบปีมานี้ ชุมชนมีการเปลี่ยนแปลงมาก ตลาดริมน้ำท่าเกวียนถูกรื้อทิ้ง การเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ที่สุดของชุมชน คือการขายที่ดิน เพื่อทำโรงงาน หมู่บ้านจัดสรร คนต่างถิ่นเข้ามาทำงาน คนพื้นที่เดิมย้ายออกไปทำมาหากินที่อื่น ท่ามกลางบริบทดังกล่าว ปัญหาที่พิพิธภัณฑ์ประสบคือ การขาดมีส่วนร่วมของคนในชุมชน ที่มุ่งไปเรื่องการทำมาหากิน โดยไม่สนใจรากเหง้าตัวเอง

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดท่าพูดเริ่มมาจากคนทำพิพิธภัณฑ์ เพียง 4-5 คน เมื่อปี 2540 ใช้อาคารหอไตรหลังเดิมเป็นอาคารแรก อันเนื่องมาจากท่านเจ้าอาวาสองค์ก่อน คือ พระครูพิศาลสาธุวัฒน์ ท่านเก็บข้าวของเครื่องใช้ในกุฏิของท่านไว้จำนวนมาก เมื่อท่านมรณภาพลง ไม่มีใครดูแลเก็บสิ่งของเหล่านั้น กลุ่มผู้ก่อตั้งที่เป็นลูกศิษย์ลูกหาเกรงวัตถุจะสูญหาย จึงขออนุญาตเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน จัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแล ต่อมามีผู้บริจาคสิ่งของเพิ่มเติม จึงขยายอาคารจัดแสดงออกไปอีกสองหลัง คือ กุฏิเดิมของเจ้าอาวาส และอาคารโรงเรียนพระปริยัติธรรม

ช่วงแรกของการทำงาน เป็นการทำงานในแบบชาวบ้านคือ ทำเมื่อมีเวลา โดยกลุ่มผู้ก่อตั้งราว 4-5 คน ซึ่งเป็นคนในท้องถิ่น ปี พ.ศ. 2547-2551 ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร เข้ามาทำวิจัยเชิงปฏิบัติการกับพิพิธภัณฑ์วัดท่าพูด แลกเปลี่ยนความรู้และวิธีการทำงานระหว่างนักวิชาการ คนทำพิพิธภัณฑ์ และคนในชุมชน ถือเป็นช่วงเวลาที่เฟื่องฟูของพิพิธภัณฑ์ หลังจากสิ้นสุดโครงการ พิพิธภัณฑ์วัดท่าพูดดำเนินงานไปตามอัตภาพและกำลังที่มี มานะ เถียรทวี เปรียบเทียบวงจรการทำงานพิพิธภัณฑ์ว่าเหมือนการปลูกต้นไม้ หากให้น้ำให้ปุ๋ยก็งอกงามดี แต่ถ้าหยุดให้ก็โทรมลงไปบ้างเป็นธรรมดา

ถ้าคุณคิดจะทำพิพิธภัณฑ์ อย่าหยุดนิ่ง ต้องเดินต่อไป เพราะการทำพิพิธภัณฑ์ ไม่มีการเดินไปหาเส้นชัยชนะ ต้องเดินไปเรื่อยๆ ข้ามเขากี่ลูกก็ต้องเดินไป เพราะถ้าเราหยุดนิ่งก็จบหมดทุกอย่าง...คนที่คิดทำพิพิธภัณฑ์ ไม่มีเส้นชัยชนะในการทำพิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์ต้องก้าวเดินตลอด เพราะฉะนั้น ถ้าทำพิพิธภัณฑ์แล้วคิดว่าทำปีสองปีแล้วเสร็จ ที่เสร็จนั่นคือ เสร็จตัวอาคาร ตัววัตถุ แต่งานพิพิธภัณฑ์ไม่มีเสร็จ ไม่มีคำว่าหยุด