ร้อยปีศาลา ร้อยศรัทธาชุมชนวัดเทพากร

แขวงบางพลัด เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร

ชุมชนวัดเทพากรมีความผูกพันกับวัดเทพากรอย่างลึกซึ้งเป็นระยะเวลายาวนาน ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่สถานที่สำคัญต่างๆ ภายในวัดจะเปรียบเสมือนศูนย์รวมจิตใจของคนในชุมชน อาทิ ศาลาการเปรียญวัดเทพากร ที่สร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2465 ศาลาการเปรียญแห่งนี้นับได้ว่าเป็นศาลาการเปรียญที่มีอายุเกือบหนึ่งร้อยปี ที่ผ่านมาได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์มาหลายครั้ง แต่สิ่งสำคัญคือเรื่องราวของชุมชนที่แฝงอยู่ในวัตถุบางชิ้นที่ถูกรวบรวมไว้ในศาลาการเปรียญแห่งนี้ที่บอกเล่าเรื่องราวของวิถีชีวิตและประเพณีต่างๆ ที่เป็นความผูกพันของคนในชุมชนกับวัดเทพากร รวมไปถึงโบสถ์วัดเทพากร ซึ่งเป็นโบสถ์กว้าง 9 เมตร ยาว 18 เมตร หลังคาลด 2 ชั้น มุงกระเบื้องเคลือบ ประดับช่อฟ้าใบระกาหางหงส์ มีพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 20.50 นิ้ว สูง 66 นิ้ว เป็นพระประธานในอุโบสถ โดยชาวบ้านทุกคนในชุมชนวัดเทพากรจะต้องเคยเข้ามาขอพรหลวงพ่อสัมฤทธิ์ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ประดิษฐานอยู่ในโบสถ์แห่งนี้

ชุมชนวัดเทพากร

ชุมชนวัดเทพากรเป็นชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีความเก่าแก่ในย่านบางพลัด ตั้งอยู่ฝั่งทิศใต้ของปากคลองบางพลู มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยเฉพาะวัดเทพากร ซึ่งเป็นวัดที่ได้รับการส่งเสริมทำนุบำรุงดูแลจากชาวบ้านในชุมชนเป็นอย่างดี จนถือได้ว่าเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนที่เชื่อมโยงวิถีชีวิตของผู้คนให้ผูกพันกับวัดในมิติต่างๆ ทั้งการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา กิจกรรมทางสังคม ดังนั้น วัดเทพากรจึงเปรียบเสมือนสัญลักษณ์แทนความหมายที่สำคัญของชุมชนวัดเทพากรที่ผูกพันอยู่ระหว่างวัดกับผู้คนมาอย่างยาวนาน

วิถีชีวิตทางน้ำ

วัดเทพากรตั้งใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา ผู้คนในชุมชนส่วนใหญ่จึงมีบ้านอยู่ติดแม่น้ำบ้าง หรือในคลองละแวกใกล้เคียงบ้าง เพราะฉะนั้นจึงมีความผูกพันกับการใช้ชีวิตทางน้ำ ในอดีตเมื่อชาวบ้านจะใส่บาตรก็นิยมใส่บาตรทางน้ำ โดยทุกบ้านจะมารอพระอยู่ตรงบันไดท่าน้ำและพระจะพายเรือมารับบาตร โดยในเรือ 1 ลำจะมีพระอยู่ 2 รูป คือรูปที่ 1 พระที่คอยรับบาตร รูปที่ 2 จะมีหน้าที่พายเรือ รวมไปถึงการจับจ่ายก็นิยมทางเรือเช่นเดียวกัน แม่ค้าทางเรือที่อาศัยอยู่ในชุมชนวัดเทพากรในอดีต ตื่นตั้งแต่เช้ามืดเพื่อเตรียมตัวออกไปพายเรือขายของ โดยพายขายตั้งแต่สามเสนไปจนถึงเทเวศร์ แม่ค้าจะพายเรือพร้อมกับตะโกนขายของไปด้วย บ้านไหนเรียกก็พายเรือเข้าเทียบท่า ตกบ่ายจึงพายเรือกลับบ้านในชุมชน สินค้าส่วนใหญ่ได้แก่ หมาก พลู โดยไปซื้อมาจากตลาดบางแค แม่ค้าทางเรือในชุมชนวัดเทพากรเลิกพายเรือขายของเมื่อมีการก่อสร้างสะพานกรุงธน

วัดที่ไม่มีเมรุ

ชุมชนวัดเทพากรมีจุดเด่นที่สำคัญที่สุดคือการพึ่งพิงกันระหว่างวัดและชุมชน ชุมชนใช้วัดเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมที่หลากหลาย เช่น งานทำบุญวันเกิด งานบวช และงานศพ แต่ในกรณีที่จัดงานศพนั้น วัดเทพากรสามารถจัดสวดอภิธรรมได้ แต่ไม่สามารถเผาศพได้ เนื่องจากวัดเทพากรไม่มีเมรุ สาเหตุก็เป็นเพราะในอดีตเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสงชูโต) มีบ้านอยู่ใกล้กับวัดเทพากรเยื้องไปทางทิศใต้ ทำให้ถ้ามีการเผาศพ ลมจะพัดเอากลิ่นและควันลอยไปทางบ้านของเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี ด้วยความเกรงใจของท่านเจ้าอาวาสในยุคนั้นจึงไม่มีการทำเมรุขึ้น นับแต่นั้นเป็นต้นมาเมื่อคนในชุมชนวัดเทพากรเสียชีวิตจะไปเผาที่วัดใกล้เคียง เช่น วัดเทพนารี หรือวัดภาณุรังษี

ลิเกวัดเทพากร

ในอดีตชุมชนวัดเทพากรเคยมีคณะลิเกประจำชุมชนชื่อว่าคณะพรศิลป์น้อย ลูกธน ซึ่งก่อตั้งโดยชาวบ้านที่ย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ในชุมชนวัดเทพากรตั้งแต่ปี พ.ศ. 2505 ลิเกคณะพรศิลป์น้อย ลูกธน มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในย่านฝั่งธนบุรี และในบริเวณวัดเทพากรก็เคยมีเวทีที่สร้างไว้สำหรับจัดแสดงมหรสพ เช่น โขน ลิเก ดนตรี ฯลฯ ซึ่งเวทีนี้ชาวบ้านได้ร่วมแรงร่วมใจสมทบทุนสร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่สร้างความบันเทิงให้กับคนในชุมชน เวทีแห่งนี้อยู่คู่กับวัดและชุมชนมายาวนาน จนกระทั่งมีการรื้อเวทีออกไปเพื่อจัดบริเวณวัดให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้นในเวลาต่อมา

ประวัติศาสตร์

แผนที่เดินดิน

ปฏิทินชุมชน

  • ปฏิทินประเพณี
  • ปฏิทินเศรษฐกิจ
มกราคม
กุมภาพันธ์
มีนาคม
เมษายน
พฤษภาคม
มิถุนายน
กรกฎาคม
สิงหาคม
กันยายน
ตุลาคม
พฤศจิกายน
ธันวาคม
ม.ค.
ทำบุญปีใหม่
ทำบุญปีใหม่
เม.ย.
สงกรานต์
สงกรานต์
เม.ย.
เปิดศาลาเพื่อให้ชาวบ้านนำอัฐิผู้ล่วงลับมาไว้บนศาลา เพื่อเตรียมฟังสวดพระอภิธรรม
เปิดศาลาเพื่อให้ชาวบ้านนำอัฐิผู้ล่วงลับมาไว้บนศาลา เพื่อเตรียมฟังสวดพระอภิธรรม
เม.ย.
แห่พระ เพื่อให้ประชาชนสรงน้ำพระ ขอพร ทำบุญเลี้ยงพระเพล
แห่พระ เพื่อให้ประชาชนสรงน้ำพระ ขอพร ทำบุญเลี้ยงพระเพล
เม.ย.
บ่ายโมงสงฆ์น้ำพระ มีพิธีการรดน้ำผู้สูงอายุ
บ่ายโมงสงฆ์น้ำพระ มีพิธีการรดน้ำผู้สูงอายุ
ก.ค.
วันเข้าพรรษา : ก่อนวันเข้าพรรษา ทำบุญอาสาฬหบูชา / สวดมนต์วันเข้าพรรษา
วันเข้าพรรษา : ก่อนวันเข้าพรรษา ทำบุญอาสาฬหบูชา / สวดมนต์วันเข้าพรรษา
ก.ค.
ถวายเพล พุ่มเทียนพรรษา และผ้าอาบน้ำฝน
ถวายเพล พุ่มเทียนพรรษา และผ้าอาบน้ำฝน
ต.ค.
วันเกิดเจ้าอาวาส : ก่อนวันงานจัดตรียมสถานที่ ประชุมหารือ
วันเกิดเจ้าอาวาส : ก่อนวันงานจัดตรียมสถานที่ ประชุมหารือ
ต.ค.
7ต.ค. วันงานสวดเจริญพระพุทธมนต์ พระผู้ใหญ่ 10 รูป
7ต.ค. วันงานสวดเจริญพระพุทธมนต์ พระผู้ใหญ่ 10 รูป
ต.ค.
สวดเจริญพระพุทธมนต์ พระผู้ใหญ่ 10 รูป /ถวายพระเพล
สวดเจริญพระพุทธมนต์ พระผู้ใหญ่ 10 รูป /ถวายพระเพล
ต.ค.
ชาวบ้านในชุมชนนำดอกไม้ พวงมาลัย แสดงมุทิตาจิต
ชาวบ้านในชุมชนนำดอกไม้ พวงมาลัย แสดงมุทิตาจิต
ต.ค.
ชาวบ้านร่วมกันรับประทานอาหาร / เจ้าอาวาสแจกของที่ระลึก
ชาวบ้านร่วมกันรับประทานอาหาร / เจ้าอาวาสแจกของที่ระลึก
พ.ค.
งานพิธีสลากภัต ทำบุญถวายเลี้ยงพระเพล
งานพิธีสลากภัต ทำบุญถวายเลี้ยงพระเพล
พ.ค.
ถวายสลากภัตผลไม้ โดยให้ชาวบ้านนำผลไม้ ส่วนพระสงฆ์จะ ทำสลากเพื่อรับถวาย
ถวายสลากภัตผลไม้ โดยให้ชาวบ้านนำผลไม้ ส่วนพระสงฆ์จะ ทำสลากเพื่อรับถวาย
ก.ค.
เทศน์มหาชาติ เริ่มงานเทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์ ในแต่ละกัณฑ์จะมีเจ้าภาพมาถวายกัณฑ์เทศน์ มีทั้งคนในชุมชนและนอกชุมชน ส่วนใหญ่พระสงฆ์ในวัดเป็นผู้เทศน์
เทศน์มหาชาติ เริ่มงานเทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์ ในแต่ละกัณฑ์จะมีเจ้าภาพมาถวายกัณฑ์เทศน์ มีทั้งคนในชุมชนและนอกชุมชน ส่วนใหญ่พระสงฆ์ในวัดเป็นผู้เทศน์
ต.ค.
ออกพรรษา : หลังออกพรรษา ตักบาตรเทโว
ออกพรรษา : หลังออกพรรษา ตักบาตรเทโว
ธ.ค.
ทำบุญอัฐิอดีตเจ้าอาวาส : 19 ธ.ค. เชิญโกศบรรจุอัฐิตเจ้าอาวาสมาไว้บนศาลา / ทำบุญเลี้ยงพระ-มาติกาบังสุกุล
ทำบุญอัฐิอดีตเจ้าอาวาส : 19 ธ.ค. เชิญโกศบรรจุอัฐิตเจ้าอาวาสมาไว้บนศาลา / ทำบุญเลี้ยงพระ-มาติกาบังสุกุล
ก.พ.
จัดประชุมนัดหารือกำหนดวันสังสรรค์สามัคคีปีใหม่ แบ่งหน้าที่รับผิดชอบ
จัดประชุมนัดหารือกำหนดวันสังสรรค์สามัคคีปีใหม่ แบ่งหน้าที่รับผิดชอบ
ก.พ.
ออกบัตรโต๊ะ / รายได้ส่วนหนึ่งนำเป็นของรางวัลแจกให้แก่ผู้ร่วมงาน
ออกบัตรโต๊ะ / รายได้ส่วนหนึ่งนำเป็นของรางวัลแจกให้แก่ผู้ร่วมงาน
About Project

'The ชุมชน'

คือนิทรรศการออนไลน์ที่ต่อยอดมาจากโครงการพัฒนาคลังข้อมูลชุมชน และเครือข่ายข้อมูลโดยศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ที่เริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2561 เพื่อทำหน้าที่สนับสนุน ส่งเสริมพลัง และสร้างศักยภาพชุมชนในท้องถิ่นให้เป็นผู้ ‘รวบรวม’ ‘บันทึก/เก็บข้อมูล’ ‘จัดการ’ และ ‘สงวนรักษา’ ข้อมูลร่วมกับภาคีต่างๆ เพื่อพัฒนาสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่อชุมชนของตัวเองต่อไป ทั้งในด้านการศึกษา สังคม และเศรษฐกิจ
ตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน โครงการพัฒนาคลังข้อมูลชุมชนและเครือข่ายข้อมูล ได้รับการสนับสนุนการทำงานของชุมชน 24 ชุมชน แบ่งเป็นรุ่นที่ 1 จำนวน 13 ชุมชน และรุ่นที่ 2 จำนวน 11 ชุมชน ประกอบไปด้วย

รุ่นที่ 1 (พ.ศ. 2562)

  1. ชุมชนบ้านโป่งมะนาว อำเภอโป่งมะนาว จังหวัดลพบุรี
  2. ชุมชนบ้านนาตุ้ม อำเภอลอง จังหวัดแพร่
  3. ชุมชนบ้านห้วยตองก๊อ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน
  4. ชุมชนเชียงแสน อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย
  5. ชุมชนบ้านเหมืองแพร่ อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย
  6. ชุมชนศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง จังหวัดภูเก็ต
  7. ชุมชนบ้านผึ้ง อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ
  8. ชุมชนบ้านดอยล้าน อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
  9. ชุมชนมัสยิดบางอ้อ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ
  10. ชุมชนบ้านทุ่งบานเย็น อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา
  11. ชุมชนตลาดใต้ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง
  12. ชุมชนเจ็ดริ้ว อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร
  13. ชุมชนวัดเทพากร เขตบางพลัด กรุงเทพฯ

รุ่นที่ 2 (พ.ศ. 2563)

  1. ชุมชนโพนทราย อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี
  2. ชุมชนตะเคียนทอง อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี
  3. ชุมชนศาลาแดงเหนือ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี
  4. ชุมชนตลาดนาบอน อำเภอนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช
  5. ชุมชนบ้านทุ่งโฮ้ง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่
  6. ชุมชนบ้านเขวาสินรินทร์ อำเภอเขวาสินรินทร์ จังหวัดสุรินทร์
  7. ชุมชนบางน้ำเชี่ยว อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี
  8. ชุมชนบ้านขุนแม่เหว่ย อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก
  9. ชุมชนบ้านนาในน้ำเหนือเขื่อนภูมิพล อำเภอสามเงา จังหวัดตาก
  10. ชุมชนเมืองเชียงคำ อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา
  11. ชุมชนบ้านสบเกี๋ยง อำเภอปง จังหวัดพะเยา
ทุกชุมชนได้ลงมือเก็บ ‘ข้อมูลชุมชน’ ด้วยตัวเอง โดยใช้เครื่องมือสำหรับศึกษาชุมชนเบื้องต้น 3 เครื่องมือ ได้แก่ แผนที่เดินดิน ปฏิทินชุมชน และประวัติศาสตร์ชุมชน
นอกจากนี้ ยังมีการเก็บ ‘ข้อมูลเฉพาะ’ ของแต่ละชุมชนที่แตกต่างกันไป ทั้งข้อมูลมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้ เช่น สมุดเก่า หนังสือใบลาน ภาพถ่าย อาคาร โบราณสถาน ฯลฯ และข้อมูลมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ เช่น ภาษา วรรณกรรมพื้นบ้าน ศิลปะการแสดง งานศิลปหัตถกรรม พิธีกรรม งานเทศกาล ฯลฯ จนได้ข้อมูลที่มีความสำคัญและมีคุณค่ากับชุมชน อาทิ ข้อมูลวัตถุในพิพิธภัณฑ์ ข้อมูลลายผ้าพื้นเมือง ข้อมูลเอกสารโบราณของชุมชน ข้อมูลวัฒนธรรมอาหารของชุมชน ฯลฯ
เมื่อได้ข้อมูลชุมชนและข้อมูลเฉพาะแล้ว ข้อมูลทั้งหมดจะได้รับการจัดการอย่างเป็นระบบตามมาตรฐานสากลด้วยกระบวนการ ‘การจัดการวงจรชีวิตข้อมูล’ (Data Lifecycle Management) จากนั้นนำข้อมูลที่ผ่านการจัดการแล้วไปจัดเก็บและเผยแพร่ในเว็บไซต์คลังข้อมูลชุมชน
นิทรรศการ ‘The ชุมชน’ จึงเป็นการนำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจของชุมชนที่ได้จากการเก็บรวบรวมโดยชุมชน ภายใต้แนวคิด ‘คนที่รู้เรื่องของเราดีที่สุด คือ ตัวเราเอง’ มาจัดแสดงในรูปแบบออนไลน์ เพื่อเน้นย้ำให้เห็นศักยภาพของแต่ละชุมชนในการเก็บรวบรวมข้อมูลชุมชนด้วยตัวเอง รวมถึงตอกย้ำให้เห็นบทบาทและความสำคัญของคนในชุมชนในฐานะเจ้าของวัฒนธรรมที่สามารถร่วมกันรักษาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมเหล่านี้ไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา
ทั้งนี้ เพื่อให้มรดกทางวัฒนธรรมเหล่านี้ได้รับการสงวนรักษา ส่งต่อ และสืบทอดในชุมชนต่อไป รวมถึงเพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถนำข้อมูลที่เก็บรวบรวมไว้อย่างเป็นระบบไปใช้ประโยชน์ได้ในอนาคต

เครื่องมือสําหรับศึกษาชุมชนเบื้องต้น

ในการเก็บรวบรวมข้อมูลชุมชนจำเป็นจะต้องมี ‘เครื่องมือสำหรับศึกษาชุมชนเบื้องต้น’ เพื่อเป็นตัวช่วยให้รู้จักชุมชนในมิติที่กว้างไปกว่าเดิม โดยเฉพาะมิติด้านสังคม วัฒนธรรม ทั้งนี้เพื่อให้รู้จักชุมชนมากขึ้น และสามารถเชื่อมโยงแง่มุมต่าง ๆ ของชุมชนให้เป็นองค์รวม นอกจากตัวข้อมูลที่ได้แล้ว เครื่องมือดังกล่าวยังสามารถสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง ผู้ทำงานกับชุมชนได้เป็นอย่างดี สามารถใช้ข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจเงื่อนไข ได้เห็นศักยภาพของชุมชน และทุนทางสังคมวัฒนธรรมของชุมชน จนกระทั่งสามารถถ่ายทอดข้อมูลชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เครื่องมือสําหรับศึกษาชุมชนเบื้องต้น ประกอบไปด้วย

1. แผนที่เดินดิน

เป็นการสำรวจลักษณะทางกายภาพของชุมชน ใช้วิธีการสังเกต พูดคุยและจดบันทึก จากนั้น นำมาเขียนเป็นแผนที่ที่แสดงข้อมูลของชุมชน โดยมีขั้นตอนดังนี้
  1. หากในพื้นที่มีแผนที่ชุมชนอยู่ก่อน ให้ใช้เป็นแผนที่ตั้งต้น โดยต้องตรวจสอบว่ามีข้อมูลอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมบ้าง และทำการแก้ไข
  2. ลงข้อมูลพื้นฐานในแผนที่ เช่น บ้านเลขที่ ชื่อ-นามสกุล เจ้าของบ้าน สถานที่สำคัญทางศาสนา เป็นต้น
  3. ลงพื้นที่สำรวจลักษณะทางกายภาพของชุมชน และพูดคุยกับคนในชุมชนเพื่อให้ได้ข้อมูลที่จำเพาะมากขึ้น
  4. เขียนอธิบายรายละเอียดที่สำคัญของสถานที่ต่างๆ ให้ชัดเจนมากขึ้น เช่น ขนาดของบ้านใหญ่หรือเล็ก บ่อน้ำชุมชนมีน้ำหรือไม่มี เป็นต้น
  5. สังเกตกิจกรรมในชุมชนเพื่อมาบันทึกลงแผนที่ เช่น ลานกิจกรรมชุมชนมีคนมาใช้งานเยอะตอนช่วงเย็น ตลาดสดตอนเช้ามีคนมาจับจ่ายใช้สอยกันมาก เป็นต้น
  6. ทำสัญลักษณ์ให้กลุ่มเป้าหมายสำคัญที่ต้องสนใจเป็นพิเศษ เช่น กลุ่มสตรีทอผ้า กลุ่มผู้อาวุโสที่พูดภาษาถิ่น เป็นต้น

2. ปฏิทินชุมชน

เป็นการบอกช่วงเวลาที่เกิดกิจกรรม เหตุการณ์สำคัญ และประวัติศาสตร์ขึ้นในชุมชน แบ่งออกเป็นปฏิทินด้านเศรษฐกิจที่รวบรวมกิจกรรมเกี่ยวกับอาชีพ ทั้งอาชีพของคนในชุมชน อาชีพของคนในชุมชนที่ไปทำมาหากินที่อื่น และอาชีพของคนที่อื่นที่ทำมาหากินในชุมชน และปฏิทินด้านวัฒนธรรมที่รวบรวมกิจกรรมทางศาสนา วัฒนธรรมและประเพณี โดยการทำปฏิทินชุมชนมีขั้นตอนดังนี้
  1. กำหนดเป้าหมายของปฏิทินชุมชนว่าต้องการทำไปเพื่ออะไร
  2. รวบรวมข้อมูลด้วยการสอบถามผู้รู้และเอกสารที่เคยมีการจดบันทึก
  3. เรียบเรียงข้อมูลและจัดทำตาราง เพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ

3. ประวัติศาสตร์ชุมชน

บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความเป็นมาของชุมชนในด้านต่างๆ ทั้งสังคมและวัฒนธรรม เศรษฐกิจ การเมือง สุขภาพ ประวัติศาสตร์ชุมชนเป็นส่วนผสมของข้อเท็จจริง ความรู้สึก ซึ่งอาจสืบทอดผ่านเรื่องเล่า ตำนาน สถานที่ บันทึก เหตุการณ์ ขนบธรรมเนียมประเพณี แบบแผนการปฏิบัติต่างๆ ของชุมชน การศึกษาประวัติชุมชนทำให้รู้ความเป็นมาและเข้าใจชุมชนได้ดีขึ้น รู้ว่าชุมชนมีอายุเท่าไร เราอยู่ที่นี่มานานแค่ไหน มีใคร หรือเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นบ้าง เหตุการณ์นั้นส่งผลอย่างไรหรือทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงกับคน / ชุมชน / พื้นที่ในชุมชนอย่างไร การศึกษาประวัติชุมชนจะช่วยลดอคติหรือภาพลักษณ์แบบเหมารวมที่อาจมีกับชุมชน และช่วยเลือกวิธีการทำงานกับชุมชนได้เหมาะสม สอดคล้องกับประสบการณ์ ความคาดหวัง ศักยภาพของชุมชน การศึกษาประวัติศาสตร์ชุมชนมีวิธีการดังนี้
  1. ศึกษาเอกสารต่างๆ เกี่ยวกับชุมชน เพื่อเก็บเป็นข้อมูลพื้นฐาน
  2. พูดคุยกับคนในชุมชนหรือผู้รู้เพื่อให้ได้ข้อมูลจากคำบอกเล่า
  3. การรวบรวมประวัติศาสตร์ชุมชนอาจมีเอกสารหลายชุดที่แตกต่างกันตามคำบอกเล่า
  4. ประเด็นในการเก็บข้อมูลประวัติศาสตร์ชุมชน เช่น ประวัติความเป็นมาของชุมชน ผู้ก่อตั้ง การขยายตัวของชุมชน เหตุการณ์สำคัญ การบุกเบิกที่ดินทำกิน เป็นต้น จะช่วยให้ได้ข้อมูลที่สำคัญและมีประโยชน์ในการศึกษาข้อมูลต่อไป

ทีมงาน

ทนงศักดิ์ เลิศพิพัฒน์วรกุลนักวิชาการ
ดอกรัก พยัคศรีนักวิชาการ
ยุวดี ศรีห้วยยอดนักวิชาการ
ศิราพร แป๊ะเส็งนักวิชาการ
นวลพรรณ บุญธรรมนักวิชาการ
ปณิตา สระวาสีนักวิชาการ
จุฑามาศ ลิ้มรัตนพันธ์นักวิชาการ
นวพรรณ ภัทรมูลนักวิชาการ
ธันวดี สุขประเสริฐนักวิชาการเอกสารสนเทศ
สิทธิศักดิ์ รุ่งเจริญสุขศรีนักวิชาการเอกสารสนเทศ
นิสา เชยกลิ่นเจ้าหน้าที่ฐานข้อมูล
สุธาสินี บุญเกิดเจ้าหน้าที่ฐานข้อมูล
ศุภาพิชญ์ อุคำพันธ์เจ้าหน้าที่ประสานงานวิชาการ
สมศักดิ์ แก้วนุชเจ้าหน้าที่ประสานงานวิชาการ