คลังข้อมูลพิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านโป่งมะนาว

ตำบลห้วยขุนราม อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี

บ้านโป่งมะนาว ก่อตั้งขึ้นราวปี พ.ศ. 2500 ผู้คนมีความหลากหลายชาติพันธุ์ เช่น ไทยยวน ลาวพวน ลาวแง้ว เป็นต้น ประชากรที่นี่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเป็นเกษตรกร ปลูกอ้อย ข้าวโพด มันสำปะหลัง และภายหลังส่วนใหญ่หันมาประกอบอาชีพเลี้ยงโคนมเป็นอาชีพหลัก ว่ากันว่าเมื่อแรกก่อตั้งหมู่บ้าน บริเวณนี้มีโพน (จอมปลวกหรือกองดิน) ขึ้นอยู่และมีต้นมะนาวป่าเป็นจำนวนมาก จึงเป็นที่มาของชื่อหมู่บ้านโป่งมะนาว หมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณที่ราบสูงตอนกลางของประเทศไทย ส่วนที่เป็นบริเวณแนวขอบของเทือกเขาที่แบ่งภาคกลางกับภาคอีสานออกจากกัน เป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญเพราะมีการขุดค้นโบราณวัตถุและโครงกระดูกสมัยก่อนประวัติศาสตร์เป็นจำนวนมาก โดยมีการจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านโป่งมะนาวเพื่อจัดแสดงสิ่งที่ขุดค้นพบอย่างเป็นระบบ และการจัดทำโครงการคลังข้อมูลพิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านโป่งมะนาวนี้ จึงเป็นกระบวนการในการชักชวนให้คนในชุมชนตระหนักถึงคุณค่ามรดกทางวัฒนธรรมในพื้นที่ของตนเองมากยิ่งขึ้น

โบราณคดีบ้านโป่งมะนาว

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2543 มีการขุดค้นพบโบราณวัตถุและโครงกระดูกมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์อายุราว 2,800-2,900 ปี และต่อเนื่องมาถึงราว 1,800 ปีได้ภายในวัดโป่งมะนาว เป็นที่มาของการก่อตั้งชมรมอนุรักษ์แหล่งโบราณคดีและทรัพยากรธรรมชาติตำบลห้วยขุนรามขึ้นมา และมีการขยายหลุมขุดหาโบราณวัตถุเพื่อปรับปรุงให้เป็นหลุมจัดแสดงและจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์สถานชุมชนบ้านโป่งมะนาว ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณวัดโป่งมะนาวในเวลาต่อมา โครงกระดูกที่ขุดค้นพบมีทั้งโครงกระดูกของเด็กและผู้ใหญ่ ทั้งเพศชายและหญิง ถูกฝังอยู่ในหลุมตื้นๆ โดยจัดวางศพให้อยู่ในท่านอนหงายเหยียดยาว มีความจงใจทุบภาชนะดินเผาหลายใบให้แตกเพื่อนำเศษจากภาชนะดินเผามาปูรอบบริเวณที่จะฝังศพก่อนวางศพทับลงไปแล้วนำดินมากลบทับศพ และโครงกระดูกแต่ละโครงมีสิ่งของเครื่องใช้ถูกฝังอยู่ด้วย เช่น หม้อดินเผา 3 หู ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นภาชนะไว้ใส่น้ำเหมาะสำหรับใช้ในครัวเรือน ภาชนะดินเผาทรงพานขนาดเล็ก มีสภาพชำรุดบริเวณปากภาชนะ สันนิษฐานว่าเป็นภาชนะสำหรับใส่ข้าว ใส่อาหาร และกำไลทองแดง สันนิษฐานว่าใช้สำหรับเป็นเครื่องประดับในการแต่งตัวที่ใส่แขนหรือขาในสมัยก่อน

ชุมชนมีส่วนร่วม

การจัดทำโครงการคลังข้อมูลพิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านโป่งมะนาวเป็นการปลุกจิตสำนึกอีกครั้ง ให้คนในชุมชนตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของคนในพื้นที่ และสร้างจิตสำนึกของความเป็นคนท้องถิ่นที่จะต้องร่วมกันอนุรักษ์ไว้เป็นเอกลักษณ์ของชุมชน โดยคนในชุมชนลงพื้นที่เก็บข้อมูลเอง ทั้งเรื่องราวพื้นที่โป่งมะนาวและข้อมูลวัตถุโบราณในพิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านโป่งมะนาว

ชาวบ้านเชื้อสายไทยยวน

ไทยยวนเป็นกลุ่มชนหนึ่งที่มีอยู่ในภาคเหนือของไทย เป็นกลุ่มชนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ในอดีตมีศูนย์กลางอยู่ที่เชียงแสน และได้กระจายตัวไปตั้งถิ่นฐานในที่อื่นๆ คนไทยยวนที่บ้านโป่งมะนาวมาจากชาวไทยยวนที่ถูกกวาดต้อนจากเชียงแสนมาอยู่ที่จังหวัดสระบุรีตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 ผู้เฒ่าเล่าว่าสมัยที่อพยพมายังโป่งมะนาวนั้นค่อนข้างยากลำบาก ต้องเดินเท้าเข้ามาในหมู่บ้านเนื่องจากโป่งมะนาวยังมีสภาพเป็นป่าดงดิบ ชาวบ้านต้องมาบุกเบิกพื้นที่ป่าเพื่อจับจองเป็นพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำกิน
ชาวบ้านเชื้อสายไทยยวนที่บ้านโป่งมะนาวนับถือศาสนาพุทธ แต่ก็มีวัฒนธรรมการนับถือผีฟ้าที่บางตระกูลนับถือกันมาตามคำบอกกล่าวของบรรพบุรุษ โดยเชื่อว่าผีฟ้าเป็นผีประจำตระกูลที่คอยปกปักรักษาคนในตระกูล ในทุกๆ ปีลูกหลานในตระกูลที่นับถือผีฟ้าจะมารวมตัวกันทำพิธีเลี้ยงผีฟ้าในช่วงเดือนเมษายนเพื่อบูชาและขอขมาให้ผีฟ้าดูแลปกปักรักษาคนในครอบครัวต่อไป

ชาวบ้านเชื้อสายลาวแง้ว

ลาวแง้วคือกลุ่มคนที่พูดภาษาลาว มีถิ่นฐานเดิมอยู่บริเวณเมืองเวียงจันทน์และหลวงพระบาง ได้อพยพเข้ามาอาศัยอยู่ในภาคกลางของประเทศไทยกว่า 100 ปีแล้ว โดยถูกกวาดต้อนมาในช่วงสงครามกับเจ้าอนุวงศ์เวียงจันทน์ ราวปี พ.ศ. 2369-2371 มีการกวาดต้อนชาวลาวจากหัวเมืองพวน เมืองเชียงขวาง เมืองเวียงจันทน์ เมืองหลวงพระบางเข้ามาตั้งถิ่นฐานที่ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี และมีลาวแง้วถูกกวาดต้อนมาในคราวนั้นเป็นจำนวนมากด้วย ชาวลาวแง้วในจังหวัดลพบุรีนับถือศาสนาพุทธเหมือนกับชาวไทยยวน และมีการนับถือผีฟ้าผีบรรพบุรุษด้วยเช่นกัน แต่จะมีช่วงระยะเวลาในการทำพิธีเลี้ยงหรือขอขมาที่ต่างกัน โดยของชาวลาวแง้วจะเริ่มทำพิธีในช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปี

ประวัติศาสตร์

แผนที่เดินดิน

ปฏิทินชุมชน

  • ปฏิทินประเพณี
  • ปฏิทินเศรษฐกิจ
มกราคม
กุมภาพันธ์
มีนาคม
เมษายน
พฤษภาคม
มิถุนายน
กรกฎาคม
สิงหาคม
กันยายน
ตุลาคม
พฤศจิกายน
ธันวาคม
About Project

'The ชุมชน'

คือนิทรรศการออนไลน์ที่ต่อยอดมาจากโครงการพัฒนาคลังข้อมูลชุมชน และเครือข่ายข้อมูลโดยศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ที่เริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2561 เพื่อทำหน้าที่สนับสนุน ส่งเสริมพลัง และสร้างศักยภาพชุมชนในท้องถิ่นให้เป็นผู้ ‘รวบรวม’ ‘บันทึก/เก็บข้อมูล’ ‘จัดการ’ และ ‘สงวนรักษา’ ข้อมูลร่วมกับภาคีต่างๆ เพื่อพัฒนาสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่อชุมชนของตัวเองต่อไป ทั้งในด้านการศึกษา สังคม และเศรษฐกิจ
ตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน โครงการพัฒนาคลังข้อมูลชุมชนและเครือข่ายข้อมูล ได้รับการสนับสนุนการทำงานของชุมชน 24 ชุมชน แบ่งเป็นรุ่นที่ 1 จำนวน 13 ชุมชน และรุ่นที่ 2 จำนวน 11 ชุมชน ประกอบไปด้วย

รุ่นที่ 1 (พ.ศ. 2562)

  1. ชุมชนบ้านโป่งมะนาว อำเภอโป่งมะนาว จังหวัดลพบุรี
  2. ชุมชนบ้านนาตุ้ม อำเภอลอง จังหวัดแพร่
  3. ชุมชนบ้านห้วยตองก๊อ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน
  4. ชุมชนเชียงแสน อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย
  5. ชุมชนบ้านเหมืองแพร่ อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย
  6. ชุมชนศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง จังหวัดภูเก็ต
  7. ชุมชนบ้านผึ้ง อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ
  8. ชุมชนบ้านดอยล้าน อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
  9. ชุมชนมัสยิดบางอ้อ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ
  10. ชุมชนบ้านทุ่งบานเย็น อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา
  11. ชุมชนตลาดใต้ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง
  12. ชุมชนเจ็ดริ้ว อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร
  13. ชุมชนวัดเทพากร เขตบางพลัด กรุงเทพฯ

รุ่นที่ 2 (พ.ศ. 2563)

  1. ชุมชนโพนทราย อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี
  2. ชุมชนตะเคียนทอง อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี
  3. ชุมชนศาลาแดงเหนือ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี
  4. ชุมชนตลาดนาบอน อำเภอนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช
  5. ชุมชนบ้านทุ่งโฮ้ง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่
  6. ชุมชนบ้านเขวาสินรินทร์ อำเภอเขวาสินรินทร์ จังหวัดสุรินทร์
  7. ชุมชนบางน้ำเชี่ยว อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี
  8. ชุมชนบ้านขุนแม่เหว่ย อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก
  9. ชุมชนบ้านนาในน้ำเหนือเขื่อนภูมิพล อำเภอสามเงา จังหวัดตาก
  10. ชุมชนเมืองเชียงคำ อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา
  11. ชุมชนบ้านสบเกี๋ยง อำเภอปง จังหวัดพะเยา
ทุกชุมชนได้ลงมือเก็บ ‘ข้อมูลชุมชน’ ด้วยตัวเอง โดยใช้เครื่องมือสำหรับศึกษาชุมชนเบื้องต้น 3 เครื่องมือ ได้แก่ แผนที่เดินดิน ปฏิทินชุมชน และประวัติศาสตร์ชุมชน
นอกจากนี้ ยังมีการเก็บ ‘ข้อมูลเฉพาะ’ ของแต่ละชุมชนที่แตกต่างกันไป ทั้งข้อมูลมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้ เช่น สมุดเก่า หนังสือใบลาน ภาพถ่าย อาคาร โบราณสถาน ฯลฯ และข้อมูลมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ เช่น ภาษา วรรณกรรมพื้นบ้าน ศิลปะการแสดง งานศิลปหัตถกรรม พิธีกรรม งานเทศกาล ฯลฯ จนได้ข้อมูลที่มีความสำคัญและมีคุณค่ากับชุมชน อาทิ ข้อมูลวัตถุในพิพิธภัณฑ์ ข้อมูลลายผ้าพื้นเมือง ข้อมูลเอกสารโบราณของชุมชน ข้อมูลวัฒนธรรมอาหารของชุมชน ฯลฯ
เมื่อได้ข้อมูลชุมชนและข้อมูลเฉพาะแล้ว ข้อมูลทั้งหมดจะได้รับการจัดการอย่างเป็นระบบตามมาตรฐานสากลด้วยกระบวนการ ‘การจัดการวงจรชีวิตข้อมูล’ (Data Lifecycle Management) จากนั้นนำข้อมูลที่ผ่านการจัดการแล้วไปจัดเก็บและเผยแพร่ในเว็บไซต์คลังข้อมูลชุมชน
นิทรรศการ ‘The ชุมชน’ จึงเป็นการนำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจของชุมชนที่ได้จากการเก็บรวบรวมโดยชุมชน ภายใต้แนวคิด ‘คนที่รู้เรื่องของเราดีที่สุด คือ ตัวเราเอง’ มาจัดแสดงในรูปแบบออนไลน์ เพื่อเน้นย้ำให้เห็นศักยภาพของแต่ละชุมชนในการเก็บรวบรวมข้อมูลชุมชนด้วยตัวเอง รวมถึงตอกย้ำให้เห็นบทบาทและความสำคัญของคนในชุมชนในฐานะเจ้าของวัฒนธรรมที่สามารถร่วมกันรักษาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมเหล่านี้ไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา
ทั้งนี้ เพื่อให้มรดกทางวัฒนธรรมเหล่านี้ได้รับการสงวนรักษา ส่งต่อ และสืบทอดในชุมชนต่อไป รวมถึงเพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถนำข้อมูลที่เก็บรวบรวมไว้อย่างเป็นระบบไปใช้ประโยชน์ได้ในอนาคต

เครื่องมือสําหรับศึกษาชุมชนเบื้องต้น

ในการเก็บรวบรวมข้อมูลชุมชนจำเป็นจะต้องมี ‘เครื่องมือสำหรับศึกษาชุมชนเบื้องต้น’ เพื่อเป็นตัวช่วยให้รู้จักชุมชนในมิติที่กว้างไปกว่าเดิม โดยเฉพาะมิติด้านสังคม วัฒนธรรม ทั้งนี้เพื่อให้รู้จักชุมชนมากขึ้น และสามารถเชื่อมโยงแง่มุมต่าง ๆ ของชุมชนให้เป็นองค์รวม นอกจากตัวข้อมูลที่ได้แล้ว เครื่องมือดังกล่าวยังสามารถสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง ผู้ทำงานกับชุมชนได้เป็นอย่างดี สามารถใช้ข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจเงื่อนไข ได้เห็นศักยภาพของชุมชน และทุนทางสังคมวัฒนธรรมของชุมชน จนกระทั่งสามารถถ่ายทอดข้อมูลชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เครื่องมือสําหรับศึกษาชุมชนเบื้องต้น ประกอบไปด้วย

1. แผนที่เดินดิน

เป็นการสำรวจลักษณะทางกายภาพของชุมชน ใช้วิธีการสังเกต พูดคุยและจดบันทึก จากนั้น นำมาเขียนเป็นแผนที่ที่แสดงข้อมูลของชุมชน โดยมีขั้นตอนดังนี้
  1. หากในพื้นที่มีแผนที่ชุมชนอยู่ก่อน ให้ใช้เป็นแผนที่ตั้งต้น โดยต้องตรวจสอบว่ามีข้อมูลอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมบ้าง และทำการแก้ไข
  2. ลงข้อมูลพื้นฐานในแผนที่ เช่น บ้านเลขที่ ชื่อ-นามสกุล เจ้าของบ้าน สถานที่สำคัญทางศาสนา เป็นต้น
  3. ลงพื้นที่สำรวจลักษณะทางกายภาพของชุมชน และพูดคุยกับคนในชุมชนเพื่อให้ได้ข้อมูลที่จำเพาะมากขึ้น
  4. เขียนอธิบายรายละเอียดที่สำคัญของสถานที่ต่างๆ ให้ชัดเจนมากขึ้น เช่น ขนาดของบ้านใหญ่หรือเล็ก บ่อน้ำชุมชนมีน้ำหรือไม่มี เป็นต้น
  5. สังเกตกิจกรรมในชุมชนเพื่อมาบันทึกลงแผนที่ เช่น ลานกิจกรรมชุมชนมีคนมาใช้งานเยอะตอนช่วงเย็น ตลาดสดตอนเช้ามีคนมาจับจ่ายใช้สอยกันมาก เป็นต้น
  6. ทำสัญลักษณ์ให้กลุ่มเป้าหมายสำคัญที่ต้องสนใจเป็นพิเศษ เช่น กลุ่มสตรีทอผ้า กลุ่มผู้อาวุโสที่พูดภาษาถิ่น เป็นต้น

2. ปฏิทินชุมชน

เป็นการบอกช่วงเวลาที่เกิดกิจกรรม เหตุการณ์สำคัญ และประวัติศาสตร์ขึ้นในชุมชน แบ่งออกเป็นปฏิทินด้านเศรษฐกิจที่รวบรวมกิจกรรมเกี่ยวกับอาชีพ ทั้งอาชีพของคนในชุมชน อาชีพของคนในชุมชนที่ไปทำมาหากินที่อื่น และอาชีพของคนที่อื่นที่ทำมาหากินในชุมชน และปฏิทินด้านวัฒนธรรมที่รวบรวมกิจกรรมทางศาสนา วัฒนธรรมและประเพณี โดยการทำปฏิทินชุมชนมีขั้นตอนดังนี้
  1. กำหนดเป้าหมายของปฏิทินชุมชนว่าต้องการทำไปเพื่ออะไร
  2. รวบรวมข้อมูลด้วยการสอบถามผู้รู้และเอกสารที่เคยมีการจดบันทึก
  3. เรียบเรียงข้อมูลและจัดทำตาราง เพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ

3. ประวัติศาสตร์ชุมชน

บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความเป็นมาของชุมชนในด้านต่างๆ ทั้งสังคมและวัฒนธรรม เศรษฐกิจ การเมือง สุขภาพ ประวัติศาสตร์ชุมชนเป็นส่วนผสมของข้อเท็จจริง ความรู้สึก ซึ่งอาจสืบทอดผ่านเรื่องเล่า ตำนาน สถานที่ บันทึก เหตุการณ์ ขนบธรรมเนียมประเพณี แบบแผนการปฏิบัติต่างๆ ของชุมชน การศึกษาประวัติชุมชนทำให้รู้ความเป็นมาและเข้าใจชุมชนได้ดีขึ้น รู้ว่าชุมชนมีอายุเท่าไร เราอยู่ที่นี่มานานแค่ไหน มีใคร หรือเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นบ้าง เหตุการณ์นั้นส่งผลอย่างไรหรือทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงกับคน / ชุมชน / พื้นที่ในชุมชนอย่างไร การศึกษาประวัติชุมชนจะช่วยลดอคติหรือภาพลักษณ์แบบเหมารวมที่อาจมีกับชุมชน และช่วยเลือกวิธีการทำงานกับชุมชนได้เหมาะสม สอดคล้องกับประสบการณ์ ความคาดหวัง ศักยภาพของชุมชน การศึกษาประวัติศาสตร์ชุมชนมีวิธีการดังนี้
  1. ศึกษาเอกสารต่างๆ เกี่ยวกับชุมชน เพื่อเก็บเป็นข้อมูลพื้นฐาน
  2. พูดคุยกับคนในชุมชนหรือผู้รู้เพื่อให้ได้ข้อมูลจากคำบอกเล่า
  3. การรวบรวมประวัติศาสตร์ชุมชนอาจมีเอกสารหลายชุดที่แตกต่างกันตามคำบอกเล่า
  4. ประเด็นในการเก็บข้อมูลประวัติศาสตร์ชุมชน เช่น ประวัติความเป็นมาของชุมชน ผู้ก่อตั้ง การขยายตัวของชุมชน เหตุการณ์สำคัญ การบุกเบิกที่ดินทำกิน เป็นต้น จะช่วยให้ได้ข้อมูลที่สำคัญและมีประโยชน์ในการศึกษาข้อมูลต่อไป

ทีมงาน

ทนงศักดิ์ เลิศพิพัฒน์วรกุลนักวิชาการ
ดอกรัก พยัคศรีนักวิชาการ
ยุวดี ศรีห้วยยอดนักวิชาการ
ศิราพร แป๊ะเส็งนักวิชาการ
นวลพรรณ บุญธรรมนักวิชาการ
ปณิตา สระวาสีนักวิชาการ
จุฑามาศ ลิ้มรัตนพันธ์นักวิชาการ
นวพรรณ ภัทรมูลนักวิชาการ
ธันวดี สุขประเสริฐนักวิชาการเอกสารสนเทศ
สิทธิศักดิ์ รุ่งเจริญสุขศรีนักวิชาการเอกสารสนเทศ
นิสา เชยกลิ่นเจ้าหน้าที่ฐานข้อมูล
สุธาสินี บุญเกิดเจ้าหน้าที่ฐานข้อมูล
ศุภาพิชญ์ อุคำพันธ์เจ้าหน้าที่ประสานงานวิชาการ
สมศักดิ์ แก้วนุชเจ้าหน้าที่ประสานงานวิชาการ