เรียนรู้ ฟื้นฟู อนุรักษ์ ศิลปะการแสดงทะแยมอญ

ตำบลเจ็ดริ้ว อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร

เจ็ดริ้วเป็นชื่อตำบลเล็กๆ ตั้งอยู่ที่อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ในปี พ.ศ. 2483 มีการขุดคลองเจ็ดริ้วขึ้นจากแนวร่องน้ำเดิมเพื่อใช้เป็นคลองสายหลักในการคมนาคม เชื่อมระหว่างคลองดำเนินสะดวกทางทิศใต้และคลองจินดา บ้านเจ็ดริ้วมีความอุดมสมบูรณ์เห็นได้จากการมีปลาน้ำจืดชุกชุมและมีขนาดใหญ่ ซึ่งชาวบ้านจับมาทำอาหารหรือแล่เป็นริ้วๆ เพื่อตากแห้งได้ถึงเจ็ดริ้ว ดังนั้นชื่อ ‘บ้านเจ็ดริ้ว’ จึงมีที่มาจากการแล่ปลาช่อนนั่นเอง เจ็ดริ้วเป็นถิ่นฐานที่ชาวมอญจากตำบลบ้านเกาะและตำบลท่าทรายอพยพมาอยู่อาศัย โดยมีอาชีพหลักคือการทำเกษตรกรรม หลายปีที่ผ่านมาสภาพสังคม เศรษฐกิจ และเส้นทางคมนาคมในพื้นที่มีความเจริญมากขึ้น นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงในวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวมอญเจ็ดริ้ว ในปัจจุบันลูกหลานของชาวมอญเจ็ดริ้วได้มองเห็นคุณค่าในการฟื้นฟูอนุรักษ์ประเพณีและศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านที่เป็นเอกลักษณ์ เพื่อสืบทอดให้ภูมิปัญญาเหล่านี้คงอยู่ในชุมชนและถ่ายทอดไปรุ่นสู่รุ่นต่อไป

ศิลปะการแสดงทะแยมอญ

ทะแยมอญเป็นศิลปะการแสดงแขนงหนึ่งของชาวมอญ อันที่จริงแล้วคำนี้เป็นคำที่ไม่มีความหมายในภาษามอญ แต่ชาวมอญในประเทศไทยใช้เรียกมหรสพการแสดง โดยสันนิษฐานว่าน่าจะเพี้ยนมาจากคำในภาษามอญคือ แธ่ะหยิห์ ซึ่งมีความหมายว่า ร้อง ทะแยมอญมีลักษณะคล้ายการแสดงพื้นบ้านของไทยอย่าง เพลงฉ่อย เพลงเรือ เพลงอีแซว หรือเพลงลำตัด เพราะนักร้องชายและนักร้องหญิงจะต้องร้องโต้ตอบกัน มักร้องกันทีละ 1 คู่ โดยใช้ปฏิภาณไหวพริบ แต่ทะแยมอญจะมีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากเพลงพื้นบ้านภาคกลาง ตรงที่การร้องจะต้องมีวงเครื่องสายมอญบรรเลงประกอบการแสดงตลอด มีท่วงทำนองที่ช้า อ่อนหวาน โดยชาวมอญจะเรียกวงนี้ว่า วงมโหรีมอญ แต่เดิมชาวมอญแต่ละหมู่บ้านจะมีวงทะแยมอญเป็นของตนเอง เช่น ชาวมอญในจังหวัดสมุทรสาคร นครปฐม สมุทรปราการ ปทุมธานี และกรุงเทพฯ ต่อมาเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ในบางหมู่บ้านไม่มีผู้สืบทอดจึงเหลือเพียงคำบอกเล่าและเครื่องดนตรีไว้เป็นความทรงจำ มีเหลือเพียงชุมชนมอญไม่กี่แห่งเท่านั้นที่ยังคงมีการละเล่น และได้รับการว่าจ้างจากชุมชนมอญอื่นๆ ให้ไปเปิดการแสดง

วงมโหรีมอญ

วงมโหรีมอญแต่เดิมประกอบไปด้วยเครื่องดนตรี 5 ชนิด ได้แก่ จยาม (จะเข้), โกร่เจิกป๊อย (ซอสามสายมอญ), กะลด (ขลุ่ย), หะเด (ฉิ่ง) และปงตาง (กลองสองหน้าขนาดย่อม) ต่อมาจึงได้เพิ่ม โกร่ดอน (ซอด้วง), ฉาน (ฉาบเล็ก) และหลิกรั๊บ (กรับ) เพื่อเพิ่มความสนุกสนานในเวลาร้องเพลงที่มีทำนองเร็วๆ หรือเพลงรำวง ในการแสดงทะแยมอญนั้นนิยมแสดงตามบ่อนสะบ้าเป็นส่วนใหญ่ โดยสะบ้าคือการละเล่นของหนุ่มสาวชาวมอญ นิยมเล่นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เป็นการทอยลูกไม้ลักษณะเป็นวงกลมด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การดีด การเตะ การกระโดด โดยให้ลูกไม้ของอีกฝ่ายล้ม และจะทอยสลับกันระหว่างฝ่ายชายกับฝ่ายหญิง แต่เดิมหมู่บ้านมอญต่างๆ จะมาสลับกันเล่นเพื่อจีบสาว พบปะพูดคุย และในบ่อนสะบ้านี้จะมีวงมโหรีมอญบรรเลงตลอด เมื่อฝ่ายใดแพ้จะต้องถูกรำวงหรือร้องเพลงแก้กันเป็นภาษามอญ

คณะรามัญบันเทิง

คณะรามัญบันเทิง เป็นคณะทะแยมอญของเจ็ดริ้วรุ่นปัจจุบันที่ทำการแสดงและเป็นที่รู้จักของชาวมอญหมู่บ้านอื่นๆ โดยแรกเริ่มเกิดจากการอบรมโครงการพัฒนาศักยภาพแกนนำเยาวชนมอญจัดโดยมูลนิธิรามัญรักษ์ มีการแสดงแลกเปลี่ยนกันของชุมชนมอญต่างๆ ซึ่งชุมชนเจ็ดริ้วได้สาธิตการทำขวัญนาคแบบรามัญ และการแสดงทะแยมอญร่วมกับคณะทะแยมอญหงส์ฟ้ารามัญของชุมชนบางกระดี่ หลังจากนั้นจึงทำให้เกิดความคิดที่จะฟื้นฟูการแสดงทะแยมอญเพื่ออนุรักษ์ให้เยาวชนรุ่นหลังได้รู้จัก
การฝึกซ้อมของคณะรามัญบันเทิงจะเป็นวิธีการสอนแบบพี่สอนน้อง โดยรุ่นพี่จะแยกกันไปสอนในแต่ละเครื่องดนตรีแล้วนำมาบรรเลงพร้อมกันจนเริ่มออกแสดงในโอกาสต่างๆ บทเพลงที่ร้องกันส่วนใหญ่จะเป็นเพลงที่สมาชิกร่วมกันแต่งขึ้นใหม่ มีทั้งบทที่เป็นทำนองทะแยมอญและเพลงประยุกต์ขึ้น โดยใช้ทำนองเพลงลูกทุ่งที่คุ้นหูของไทยมาใส่เนื้อร้องเป็นภาษามอญแทน เวลานำไปแสดงจริงจะมีนักร้องและนักดนตรีจากบางกระดี่มาร่วมด้วย

ประวัติศาสตร์

แผนที่เดินดิน

ปฏิทินชุมชน

  • ปฏิทินประเพณี
  • ปฏิทินเศรษฐกิจ
มกราคม
กุมภาพันธ์
มีนาคม
เมษายน
พฤษภาคม
มิถุนายน
กรกฎาคม
สิงหาคม
กันยายน
ตุลาคม
พฤศจิกายน
ธันวาคม
ม.ค
ปีใหม่
ปีใหม่
ก.พ
ปลูกบ้าน
ปลูกบ้าน
เม.ย
ปลูกบ้าน
ปลูกบ้าน
มิ.ย
ปลูกบ้าน
ปลูกบ้าน
ก.ย
ปลูกบ้าน
ปลูกบ้าน
ธ.ค
ปลูกบ้าน (หมายเหตุ : เดือน 2, 4, 6, 12 ปลูกตามตะวัน เดือน 9 ปลูกขวางตะวัน)
ปลูกบ้าน (หมายเหตุ : เดือน 2, 4, 6, 12 ปลูกตามตะวัน เดือน 9 ปลูกขวางตะวัน)
ก.พ-เม.ย (หมายเหตุ : ปัจจุบันไม่มีธรรมเนียม)
ขนมจีน
ขนมจีน
ก.พ
ถวายพระทอง
ถวายพระทอง
เม.ย
ถวายพระทอง
ถวายพระทอง
มิ.ย
ถวายพระทอง
ถวายพระทอง
ก.ย
ถวายพระทอง
ถวายพระทอง
ธ.ค
ถวายพระทอง (หมายเหตุ : เลือกวันดี เสร็จจากงาน หรือหลังพิธีเทาะว์อะโหย่งจ๊าด)
ถวายพระทอง (หมายเหตุ : เลือกวันดี เสร็จจากงาน หรือหลังพิธีเทาะว์อะโหย่งจ๊าด)
ก.พ
ไหว้ศาลเจ้า
ไหว้ศาลเจ้า
ก.ย
ไหว้ศาลเจ้า
ไหว้ศาลเจ้า
ก.พ
ไหว้ผีบรรพบุรุษ
ไหว้ผีบรรพบุรุษ
เม.ย
ไหว้ผีบรรพบุรุษ
ไหว้ผีบรรพบุรุษ
มิ.ย
ไหว้ผีบรรพบุรุษ
ไหว้ผีบรรพบุรุษ
ส.ค
ไหว้ผีบรรพบุรุษ
ไหว้ผีบรรพบุรุษ
ต.ค
ไหว้ผีบรรพบุรุษ
ไหว้ผีบรรพบุรุษ
ธ.ค
ไหว้ผีบรรพบุรุษ (หมายเหตุ : แล้วแต่ผีบรรพบุรุษของตน)
ไหว้ผีบรรพบุรุษ (หมายเหตุ : แล้วแต่ผีบรรพบุรุษของตน)
ก.พ
รำผี
รำผี
เม.ย
รำผี
รำผี
มิ.ย
รำผี
รำผี
ส.ค
รำผี
รำผี
ต.ค
รำผี
รำผี
ธ.ค (หมายเหตุ : ขอขมาผี เมื่อมีการผิดผี,แยกผี)
รำผี
รำผี
ก.พ
โกนจุก
โกนจุก
เม.ย
โกนจุก
โกนจุก
มิ.ย
โกนจุก
โกนจุก
ส.ค
โกนจุก
โกนจุก
ต.ค
โกนจุก
โกนจุก
ธ.ค
โกนจุก
โกนจุก
ก.พ
แต่งงาน
แต่งงาน
เม.ย
แต่งงาน
แต่งงาน
มิ.ย
แต่งงาน
แต่งงาน
ก.ย
แต่งงาน
แต่งงาน
ธ.ค
แต่งงาน
แต่งงาน
มี.ค-เม.ย (หมายเหตุ : ทำบุญกระดูกตลอดทั้งปีหากศพแห้งช่วงเดือน 3,4)
เทาะว์อะโหย่งจ๊าด
เทาะว์อะโหย่งจ๊าด
มี.ค
ป่อฮะเหมิดจ๊าด
ป่อฮะเหมิดจ๊าด
มิ.ย
ป่อฮะเหมิดจ๊าด
ป่อฮะเหมิดจ๊าด
ส.ค
ป่อฮะเหมิดจ๊าด
ป่อฮะเหมิดจ๊าด
มี.ค (หมายเหตุ : ปัจจุบันไม่พบชุมชนเจ็ดริ้วแล้ว)
โอ้ะต่าน/โอ๊ะว์ต่าน
โอ้ะต่าน/โอ๊ะว์ต่าน
มี.ค-เม.ย (หมายเหตุ : ศพแห้ง, ศพสด ตลอดทั้งปี)
งานศพ
งานศพ
มี.ค-เม.ย
งานบวช
งานบวช
ก.ค-ส.ค
งานบวช
งานบวช
มี.ค-เม.ย (หมายเหตุ : สวดบอกบุญ, ชี้ทางให้แก่ผู้ที่ล่วงลับ งานศพและถวายพระทอง)
อะหงู่จ๊าด
อะหงู่จ๊าด
มี.ค
เผาข้าวหลาม
เผาข้าวหลาม
เม.ย แรม 1 ค่ำ (หมายเหตุ : ปัจจุบันเรียก “ผ้าป่าข้าวสาร”)
ผ้าป่าข้าวเปลือก
ผ้าป่าข้าวเปลือก
เม.ย-พ.ค (หมายเหตุ : เดือน 4 เตรียมทำ เดือน 5 ยกเสาหงส์ธงตะขาบ)
ธงตะขาบ
ธงตะขาบ
พ.ค
แห่ธงตะขาบ
แห่ธงตะขาบ
พ.ค
สงกรานต์
สงกรานต์
พ.ค
ถวายข้าวแช่
ถวายข้าวแช่
พ.ค
เล่นสะบ้า
เล่นสะบ้า
พ.ค (หมายเหตุ : งานสำคัญต่างๆ)
ทะแยมอญ
ทะแยมอญ
พ.ค
การละเล่นเรียกผี
การละเล่นเรียกผี
พ.ค
กวนขนมกะละแม
กวนขนมกะละแม
พ.ค
ให้น้ำอบผู้ใหญ่
ให้น้ำอบผู้ใหญ่
พ.ค-มิ.ย (เลี่ยงจ๊าดอะโต่เว)
เลี้ยงพระกลางทุ่ง
เลี้ยงพระกลางทุ่ง
พ.ค
ส่งสำรับ
ส่งสำรับ
พ.ย
ส่งสำรับ
ส่งสำรับ
พ.ค
ส่งขนม
ส่งขนม
พ.ย
ส่งขนม
ส่งขนม
มิ.ย-ส.ค (หมายเหตุ : ก่อนเข้าพรรษา)
ไหว้ศาลพระภูมิ
ไหว้ศาลพระภูมิ
ส.ค
เข้าพรรษา
เข้าพรรษา
ต.ค
ตักบาตรน้ำผึ้ง
ตักบาตรน้ำผึ้ง
พ.ย
กระยาสารท
กระยาสารท
พ.ย
ออกพรรษา
ออกพรรษา
พ.ย
กฐิน
กฐิน
พ.ย
ล้างเท้าพระ, ตักบาตรดอกไม้
ล้างเท้าพระ, ตักบาตรดอกไม้
ธ.ค (หมายเหตุ : แรงงานต่างด้าวนำผ้าป่าถวาย พร้อมลอยเรือสะเดาะเคราะห์)
ลอยกระทง
ลอยกระทง
ม.ค-ธ.ค (ซาวเนียง) (หมายเหตุ : ตลอดทั้งปี เมื่อมีเด็กแรกเกิด)
รับขวัญเด็ก
รับขวัญเด็ก
ม.ค-มี.ค
ขนมเทียน
ขนมเทียน
ม.ค-มี.ค
ขนมจาก
ขนมจาก
ม.ค-มี.ค
ปลากริม
ปลากริม
ม.ค-มี.ค
ข้าวต้มมัด
ข้าวต้มมัด
ม.ค-มี.ค
ปล่อยเปรต
ปล่อยเปรต
มิ.ย (หมายเหตุ : ปัจจุบันเหลือที่ 5 เป็นบางส่วน)
ทำนา
ทำนา
มิ.ย
องุ่น
องุ่น
ม.ค-มี.ค (หมายเหตุ : ตลอดทั้งปี นิยมเดือนหก)
เก็บเกี่ยว
เก็บเกี่ยว
มิ.ย (หมายเหตุ : ตลอดทั้งปี นิยมเดือนหก)
มะนาว
มะนาว
มิ.ย (หมายเหตุ : ตลอดทั้งปี นิยมเดือนหก)
ฝรั่ง
ฝรั่ง
มิ.ย (หมายเหตุ : ตลอดทั้งปี นิยมเดือนหก)
มะม่วง
มะม่วง
มิ.ย (หมายเหตุ : ตลอดทั้งปี นิยมเดือนหก)
มะพร้าว
มะพร้าว
มิ.ย
ลำไย
ลำไย
ม.ค-ก.พ (หมายเหตุ : ตลอดทั้งปี นิยมเดือนหก)
เก็บเกี่ยว
เก็บเกี่ยว
มิ.ย (หมายเหตุ : ตลอดทั้งปี นิยมเดือนหก)
แก้วมังกร
แก้วมังกร
มิ.ย (หมายเหตุ : ตลอดทั้งปี นิยมเดือนหก)
พลู
พลู
มิ.ย (หมายเหตุ : ตลอดทั้งปี นิยมเดือนหก)
กล้วยไม้
กล้วยไม้
มิ.ย (หมายเหตุ : ตลอดทั้งปี นิยมเดือนหก)
ผักต่างๆ
ผักต่างๆ
(หมายเหตุ : ตลอดทั้งปี)
เลี้ยงกุ้ง
เลี้ยงกุ้ง
(หมายเหตุ : ตลอดทั้งปี)
เลี้ยงปลา
เลี้ยงปลา
(หมายเหตุ : ตลอดทั้งปี)
ต่างด้าวรับจ้างทำงานเกษตร
ต่างด้าวรับจ้างทำงานเกษตร
(หมายเหตุ : ตลอดทั้งปี)
ค้าขายตามตลาดนัด
ค้าขายตามตลาดนัด
(หมายเหตุ : ตลอดทั้งปี)
ปักผ้าสไบ
ปักผ้าสไบ
(หมายเหตุ : ตลอดทั้งปี)
สานเสื่อมอญ
สานเสื่อมอญ
(หมายเหตุ : ตลอดทั้งปี)
เลี้ยงไก่ชน,นกเขา
เลี้ยงไก่ชน,นกเขา
(หมายเหตุ : ตลอดทั้งปี)
เจ้าพิธี
เจ้าพิธี
(หมายเหตุ : ตลอดทั้งปี)
หมอดู
หมอดู
(หมายเหตุ : ตลอดทั้งปี)
หมอนวด
หมอนวด
About Project

'The ชุมชน'

คือนิทรรศการออนไลน์ที่ต่อยอดมาจากโครงการพัฒนาคลังข้อมูลชุมชน และเครือข่ายข้อมูลโดยศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ที่เริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2561 เพื่อทำหน้าที่สนับสนุน ส่งเสริมพลัง และสร้างศักยภาพชุมชนในท้องถิ่นให้เป็นผู้ ‘รวบรวม’ ‘บันทึก/เก็บข้อมูล’ ‘จัดการ’ และ ‘สงวนรักษา’ ข้อมูลร่วมกับภาคีต่างๆ เพื่อพัฒนาสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่อชุมชนของตัวเองต่อไป ทั้งในด้านการศึกษา สังคม และเศรษฐกิจ
ตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน โครงการพัฒนาคลังข้อมูลชุมชนและเครือข่ายข้อมูล ได้รับการสนับสนุนการทำงานของชุมชน 24 ชุมชน แบ่งเป็นรุ่นที่ 1 จำนวน 13 ชุมชน และรุ่นที่ 2 จำนวน 11 ชุมชน ประกอบไปด้วย

รุ่นที่ 1 (พ.ศ. 2562)

  1. ชุมชนบ้านโป่งมะนาว อำเภอโป่งมะนาว จังหวัดลพบุรี
  2. ชุมชนบ้านนาตุ้ม อำเภอลอง จังหวัดแพร่
  3. ชุมชนบ้านห้วยตองก๊อ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน
  4. ชุมชนเชียงแสน อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย
  5. ชุมชนบ้านเหมืองแพร่ อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย
  6. ชุมชนศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง จังหวัดภูเก็ต
  7. ชุมชนบ้านผึ้ง อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ
  8. ชุมชนบ้านดอยล้าน อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
  9. ชุมชนมัสยิดบางอ้อ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ
  10. ชุมชนบ้านทุ่งบานเย็น อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา
  11. ชุมชนตลาดใต้ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง
  12. ชุมชนเจ็ดริ้ว อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร
  13. ชุมชนวัดเทพากร เขตบางพลัด กรุงเทพฯ

รุ่นที่ 2 (พ.ศ. 2563)

  1. ชุมชนโพนทราย อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี
  2. ชุมชนตะเคียนทอง อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี
  3. ชุมชนศาลาแดงเหนือ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี
  4. ชุมชนตลาดนาบอน อำเภอนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช
  5. ชุมชนบ้านทุ่งโฮ้ง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่
  6. ชุมชนบ้านเขวาสินรินทร์ อำเภอเขวาสินรินทร์ จังหวัดสุรินทร์
  7. ชุมชนบางน้ำเชี่ยว อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี
  8. ชุมชนบ้านขุนแม่เหว่ย อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก
  9. ชุมชนบ้านนาในน้ำเหนือเขื่อนภูมิพล อำเภอสามเงา จังหวัดตาก
  10. ชุมชนเมืองเชียงคำ อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา
  11. ชุมชนบ้านสบเกี๋ยง อำเภอปง จังหวัดพะเยา
ทุกชุมชนได้ลงมือเก็บ ‘ข้อมูลชุมชน’ ด้วยตัวเอง โดยใช้เครื่องมือสำหรับศึกษาชุมชนเบื้องต้น 3 เครื่องมือ ได้แก่ แผนที่เดินดิน ปฏิทินชุมชน และประวัติศาสตร์ชุมชน
นอกจากนี้ ยังมีการเก็บ ‘ข้อมูลเฉพาะ’ ของแต่ละชุมชนที่แตกต่างกันไป ทั้งข้อมูลมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้ เช่น สมุดเก่า หนังสือใบลาน ภาพถ่าย อาคาร โบราณสถาน ฯลฯ และข้อมูลมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ เช่น ภาษา วรรณกรรมพื้นบ้าน ศิลปะการแสดง งานศิลปหัตถกรรม พิธีกรรม งานเทศกาล ฯลฯ จนได้ข้อมูลที่มีความสำคัญและมีคุณค่ากับชุมชน อาทิ ข้อมูลวัตถุในพิพิธภัณฑ์ ข้อมูลลายผ้าพื้นเมือง ข้อมูลเอกสารโบราณของชุมชน ข้อมูลวัฒนธรรมอาหารของชุมชน ฯลฯ
เมื่อได้ข้อมูลชุมชนและข้อมูลเฉพาะแล้ว ข้อมูลทั้งหมดจะได้รับการจัดการอย่างเป็นระบบตามมาตรฐานสากลด้วยกระบวนการ ‘การจัดการวงจรชีวิตข้อมูล’ (Data Lifecycle Management) จากนั้นนำข้อมูลที่ผ่านการจัดการแล้วไปจัดเก็บและเผยแพร่ในเว็บไซต์คลังข้อมูลชุมชน
นิทรรศการ ‘The ชุมชน’ จึงเป็นการนำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจของชุมชนที่ได้จากการเก็บรวบรวมโดยชุมชน ภายใต้แนวคิด ‘คนที่รู้เรื่องของเราดีที่สุด คือ ตัวเราเอง’ มาจัดแสดงในรูปแบบออนไลน์ เพื่อเน้นย้ำให้เห็นศักยภาพของแต่ละชุมชนในการเก็บรวบรวมข้อมูลชุมชนด้วยตัวเอง รวมถึงตอกย้ำให้เห็นบทบาทและความสำคัญของคนในชุมชนในฐานะเจ้าของวัฒนธรรมที่สามารถร่วมกันรักษาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมเหล่านี้ไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา
ทั้งนี้ เพื่อให้มรดกทางวัฒนธรรมเหล่านี้ได้รับการสงวนรักษา ส่งต่อ และสืบทอดในชุมชนต่อไป รวมถึงเพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถนำข้อมูลที่เก็บรวบรวมไว้อย่างเป็นระบบไปใช้ประโยชน์ได้ในอนาคต

เครื่องมือสําหรับศึกษาชุมชนเบื้องต้น

ในการเก็บรวบรวมข้อมูลชุมชนจำเป็นจะต้องมี ‘เครื่องมือสำหรับศึกษาชุมชนเบื้องต้น’ เพื่อเป็นตัวช่วยให้รู้จักชุมชนในมิติที่กว้างไปกว่าเดิม โดยเฉพาะมิติด้านสังคม วัฒนธรรม ทั้งนี้เพื่อให้รู้จักชุมชนมากขึ้น และสามารถเชื่อมโยงแง่มุมต่าง ๆ ของชุมชนให้เป็นองค์รวม นอกจากตัวข้อมูลที่ได้แล้ว เครื่องมือดังกล่าวยังสามารถสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง ผู้ทำงานกับชุมชนได้เป็นอย่างดี สามารถใช้ข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจเงื่อนไข ได้เห็นศักยภาพของชุมชน และทุนทางสังคมวัฒนธรรมของชุมชน จนกระทั่งสามารถถ่ายทอดข้อมูลชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เครื่องมือสําหรับศึกษาชุมชนเบื้องต้น ประกอบไปด้วย

1. แผนที่เดินดิน

เป็นการสำรวจลักษณะทางกายภาพของชุมชน ใช้วิธีการสังเกต พูดคุยและจดบันทึก จากนั้น นำมาเขียนเป็นแผนที่ที่แสดงข้อมูลของชุมชน โดยมีขั้นตอนดังนี้
  1. หากในพื้นที่มีแผนที่ชุมชนอยู่ก่อน ให้ใช้เป็นแผนที่ตั้งต้น โดยต้องตรวจสอบว่ามีข้อมูลอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมบ้าง และทำการแก้ไข
  2. ลงข้อมูลพื้นฐานในแผนที่ เช่น บ้านเลขที่ ชื่อ-นามสกุล เจ้าของบ้าน สถานที่สำคัญทางศาสนา เป็นต้น
  3. ลงพื้นที่สำรวจลักษณะทางกายภาพของชุมชน และพูดคุยกับคนในชุมชนเพื่อให้ได้ข้อมูลที่จำเพาะมากขึ้น
  4. เขียนอธิบายรายละเอียดที่สำคัญของสถานที่ต่างๆ ให้ชัดเจนมากขึ้น เช่น ขนาดของบ้านใหญ่หรือเล็ก บ่อน้ำชุมชนมีน้ำหรือไม่มี เป็นต้น
  5. สังเกตกิจกรรมในชุมชนเพื่อมาบันทึกลงแผนที่ เช่น ลานกิจกรรมชุมชนมีคนมาใช้งานเยอะตอนช่วงเย็น ตลาดสดตอนเช้ามีคนมาจับจ่ายใช้สอยกันมาก เป็นต้น
  6. ทำสัญลักษณ์ให้กลุ่มเป้าหมายสำคัญที่ต้องสนใจเป็นพิเศษ เช่น กลุ่มสตรีทอผ้า กลุ่มผู้อาวุโสที่พูดภาษาถิ่น เป็นต้น

2. ปฏิทินชุมชน

เป็นการบอกช่วงเวลาที่เกิดกิจกรรม เหตุการณ์สำคัญ และประวัติศาสตร์ขึ้นในชุมชน แบ่งออกเป็นปฏิทินด้านเศรษฐกิจที่รวบรวมกิจกรรมเกี่ยวกับอาชีพ ทั้งอาชีพของคนในชุมชน อาชีพของคนในชุมชนที่ไปทำมาหากินที่อื่น และอาชีพของคนที่อื่นที่ทำมาหากินในชุมชน และปฏิทินด้านวัฒนธรรมที่รวบรวมกิจกรรมทางศาสนา วัฒนธรรมและประเพณี โดยการทำปฏิทินชุมชนมีขั้นตอนดังนี้
  1. กำหนดเป้าหมายของปฏิทินชุมชนว่าต้องการทำไปเพื่ออะไร
  2. รวบรวมข้อมูลด้วยการสอบถามผู้รู้และเอกสารที่เคยมีการจดบันทึก
  3. เรียบเรียงข้อมูลและจัดทำตาราง เพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ

3. ประวัติศาสตร์ชุมชน

บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความเป็นมาของชุมชนในด้านต่างๆ ทั้งสังคมและวัฒนธรรม เศรษฐกิจ การเมือง สุขภาพ ประวัติศาสตร์ชุมชนเป็นส่วนผสมของข้อเท็จจริง ความรู้สึก ซึ่งอาจสืบทอดผ่านเรื่องเล่า ตำนาน สถานที่ บันทึก เหตุการณ์ ขนบธรรมเนียมประเพณี แบบแผนการปฏิบัติต่างๆ ของชุมชน การศึกษาประวัติชุมชนทำให้รู้ความเป็นมาและเข้าใจชุมชนได้ดีขึ้น รู้ว่าชุมชนมีอายุเท่าไร เราอยู่ที่นี่มานานแค่ไหน มีใคร หรือเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นบ้าง เหตุการณ์นั้นส่งผลอย่างไรหรือทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงกับคน / ชุมชน / พื้นที่ในชุมชนอย่างไร การศึกษาประวัติชุมชนจะช่วยลดอคติหรือภาพลักษณ์แบบเหมารวมที่อาจมีกับชุมชน และช่วยเลือกวิธีการทำงานกับชุมชนได้เหมาะสม สอดคล้องกับประสบการณ์ ความคาดหวัง ศักยภาพของชุมชน การศึกษาประวัติศาสตร์ชุมชนมีวิธีการดังนี้
  1. ศึกษาเอกสารต่างๆ เกี่ยวกับชุมชน เพื่อเก็บเป็นข้อมูลพื้นฐาน
  2. พูดคุยกับคนในชุมชนหรือผู้รู้เพื่อให้ได้ข้อมูลจากคำบอกเล่า
  3. การรวบรวมประวัติศาสตร์ชุมชนอาจมีเอกสารหลายชุดที่แตกต่างกันตามคำบอกเล่า
  4. ประเด็นในการเก็บข้อมูลประวัติศาสตร์ชุมชน เช่น ประวัติความเป็นมาของชุมชน ผู้ก่อตั้ง การขยายตัวของชุมชน เหตุการณ์สำคัญ การบุกเบิกที่ดินทำกิน เป็นต้น จะช่วยให้ได้ข้อมูลที่สำคัญและมีประโยชน์ในการศึกษาข้อมูลต่อไป

ทีมงาน

ทนงศักดิ์ เลิศพิพัฒน์วรกุลนักวิชาการ
ดอกรัก พยัคศรีนักวิชาการ
ยุวดี ศรีห้วยยอดนักวิชาการ
ศิราพร แป๊ะเส็งนักวิชาการ
นวลพรรณ บุญธรรมนักวิชาการ
ปณิตา สระวาสีนักวิชาการ
จุฑามาศ ลิ้มรัตนพันธ์นักวิชาการ
นวพรรณ ภัทรมูลนักวิชาการ
ธันวดี สุขประเสริฐนักวิชาการเอกสารสนเทศ
สิทธิศักดิ์ รุ่งเจริญสุขศรีนักวิชาการเอกสารสนเทศ
นิสา เชยกลิ่นเจ้าหน้าที่ฐานข้อมูล
สุธาสินี บุญเกิดเจ้าหน้าที่ฐานข้อมูล
ศุภาพิชญ์ อุคำพันธ์เจ้าหน้าที่ประสานงานวิชาการ
สมศักดิ์ แก้วนุชเจ้าหน้าที่ประสานงานวิชาการ