แหล่งโลหกรรมเหล็กเมืองลองในชุมชนบ้านนาตุ้ม และหอศาสตราแสนเมืองฮอม

ตำบลบ่อเหล็กลอง อำเภอลอง จังหวัดแพร่

บ้านนาตุ้ม ตำบลบ่อเหล็กลอง อำเภอลอง จังหวัดแพร่ เป็นชุมชนโบราณที่มีการตั้งถิ่นฐานมาไม่ต่ำกว่า 800 ปี มีแหล่งแร่เหล็กที่มีการขุดขึ้นมาใช้เรียกว่า ‘บ่อเหล็กเมืองลอง’ หรือ ‘บ่อเหล็กลอง’ ตั้งอยู่บนภูเขาหลังหมู่บ้านนาตุ้ม หมู่ที่ 2 เป็นเหล็กคุณภาพดีของล้านนาจนมีคำกล่าวว่า 'เหล็กดีเหล็กเมืองลอง ตองดีตองพะเยา'
ชุมชนบ้านนาตุ้มมีภูมิปัญญาด้านการขุดแร่เหล็กจากบ่อเหล็กลองนำมาถลุงเหล็กภายในชุมชนสืบเนื่องกันมายาวนาน โดยเพิ่งหยุดการถลุงเหล็กไปเมื่อประมาณ 60-70 ปีที่ผ่านมา ผู้เฒ่าผู้แก่ภายในชุมชนบ้านนาตุ้มที่มีอายุ 80-100 ปีหลายคนยังทันเห็นกระบวนการถลุงแร่เหล็กเมืองลองแบบโบราณ ส่วนการตีเหล็กเป็นอาวุธและเครื่องมือเครื่องใช้นั้น เพิ่งหยุดไปเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว ดังนั้นชุมชนบ้านนาตุ้มจึงปรากฏร่องรอยอารยธรรมเหล็กและอาวุธของบรรพบุรุษให้เห็นได้อย่างครบถ้วน

เมืองลองโบราณ

ชุมชนบ้านนาตุ้มตั้งอยู่ด้านนอกกำแพงเมืองลองโบราณทางทิศตะวันตกประมาณ 1 กิโลเมตร ในอดีตเมืองลองมีสถานะเป็นหัวเมืองหน้าด่านด้านทิศตะวันออกของอาณาจักรล้านนาและเมืองนครลำปาง มีแนวติดต่อทางตอนใต้คือเมืองเถินที่เป็นเมืองหน้าด่านรับอีกเส้นทาง ส่วนเทือกเขาขนาดใหญ่ด้านทิศตะวันออกทอดยาวแนวเหนือ-ใต้เป็นแนวกำแพงธรรมชาติกั้นเมืองในหุบเขาของล้านนากับเมืองในที่ราบลุ่มของกลุ่มเมืองปลายเเดนทางเหนือของอาณาจักรสุโขทัย-อยุธยา เช่น เมืองศรีสัชนาลัย เมืองทุ่งยั้ง เมืองพิชัย และเมืองลับแล เป็นต้น เมืองลองจึงเป็นหน้าด่านหัวเมืองแรกเริ่มทางทิศตะวันออกของการเป็นเมืองในรัฐหุบเขาของกลุ่มคนชาติพันธุ์ไทที่ตั้งอยู่แอ่งใหญ่แอ่งน้อยทอดยาวขึ้นไปถึงรัฐฉานในประเทศเมียนมาและสิบสองปันนาในประเทศจีน ชุมชนบ้านนาตุ้มจึงปรากฏร่องรอยโบราณสถานและตำนานประวัติของชุมชนเป็นลายลักษณ์อักษรที่บันทึกด้วยอักษรธรรมล้านนา และเรื่องเล่าตำนานมุขปาฐะสืบทอดกันมาหลากหลายเรื่องราว

บ่อเหล็กเมืองลอง

เป็นที่รับรู้อย่างกว้างขวางมาตั้งแต่อดีตหลายร้อยปีว่าเหล็กเมืองลองเป็นเหล็กที่มีคุณภาพดีของอาณาจักรล้านนา ดังปรากฏในค่าวและคำกล่าวต่างๆ เช่น ‘เหล็กดีเหล็กเมืองลอง ตองดีตองพะเยา’ โดยบ่อเหล็กเมืองลองอยู่บนภูเขาระหว่างบ้านนาตุ้มกับบ้านแม่ลอง ตำบลบ่อเหล็กลอง อำเภอลอง จังหวัดแพร่ เป็นบ่อเหล็กที่ใช้ทำศาสตราวุธที่เรียกว่า ดาบสรีกัญไชย (พระขรรค์) ของกษัตริย์ล้านนา โดยเฉพาะเหล็กลองน้ำหนึ่งที่เรียกว่า เหล็กปิว จะมีความเหนียว หากตีเป็นดาบที่บางจะสามารถหักทบงอหรือขดม้วนได้ ถ้าตีหนาสามารถตัดดาบเหล็กลองที่น้ำต่ำกว่าหรือดาบจากเหล็กบ่ออื่นได้

ในอดีตแร่เหล็กเมืองลองยังใช้เป็นส่วยถวายเจ้าผู้ครองนครลำปางปีละ 40 หาบ หรือ 2,400 กิโลกรัม และเคยนำไปสร้างรั้วล้อมพระธาตุลำปางหลวงเมืองนครลำปาง และสร้างคุ้มหลวงของเจ้าหลวงเมืองแพร่ ด้านคติความเชื่อ เชื่อว่าเหล็กลองมีพ่อเฒ่าหลวงซึ่งเป็นผีอารักษ์หลวงเมืองลองรักษาอยู่ หากพกพาจะอยู่ยงคงกระพัน อาวุธที่ทำจากแร่เหล็กลอง หากมีไว้ในบ้านเรือน โจรขโมยจะไม่ขึ้นบ้านเรือนและเป็นที่เกรงกลัวของภูติผี คนโบราณต่างยอมรับว่าอาวุธหรือเหล็กลองมีคุณภาพและเป็นเหล็กศักดิ์สิทธิ์ ในยุคหลังมีการนำเหล็กลองมาแกะสลักเป็นพระ เชื่อว่ามีพุทธคุณทางด้านอยู่ยงคงกระพัน แคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวง

พิธีกรรมเลี้ยงผีบ่อเหล็ก

ในรอบปีชาวเมืองลองจะกระทำพิธีกรรมเลี้ยงผีบ่อเหล็ก 2 ครั้งคือ เลี้ยงผีเปิดบ่อเหล็กในเดือน 3 ขึ้น 3 ค่ำ ประมาณช่วงเดือนธันวาคม และเลี้ยงผีปิดบ่อเหล็กในเดือน 9 ขึ้น 9 ค่ำ ประมาณช่วงเดือนมิถุนายน โดยพิธีกรรมเลี้ยงผีบ่อเหล็กเปิดบ่อจะประกอบพิธีกรรมที่บ่อเหล็กบนเขาหลังบ้านนาตุ้ม หมู่ที่ 2 ตำบลบ่อเหล็กลอง ส่วนพิธีกรรมปิดบ่อเหล็กจะประกอบพิธีกรรมที่ศาล (โฮงจัย) พ่อเฒ่าหลวง ภายในหมู่บ้านนาตุ้ม หมู่ที่ 2 เพื่อบอกกล่าวผีอารักษ์ให้มารับรู้รับทราบว่าตั้งแต่วันนี้เวลานี้เป็นต้นไป ห้ามไม่ให้ใครเข้ามาขุดเหล็กจนกว่าจะทำพิธีเปิดบ่ออีกครั้งในอีก 6 เดือนข้างหน้า

หอศาสตราแสนเมืองฮอม

หอศาสตราแสนเมืองฮอม พิพิธภัณฑ์แหล่งเรียนรู้อาวุธโบราณล้านนา ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวชาติพันธุ์ไท และบ่อเหล็กเมืองลอง ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2552 ในชื่อ เฮือนแสนเมืองฮอม เพื่อจัดเก็บอาวุธโบราณ ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2561 ได้มีการปรับปรุงสถานที่จัดแสดงใหม่และตั้งชื่อหอพิพิธภัณฑ์เพื่อระลึกถึงบรรพบุรุษของชาวเมืองลองคือ เจ้าใหม่แสนเมืองฮอม (เจ้าน้อยแสนเมืองฮอม) ภายในเป็นพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับอาวุธโบราณล้านนา ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวชาติพันธุ์ไท และบ่อเหล็กเมืองลอง มีการจัดแสดงอาวุธโบราณที่ส่วนใหญ่มาจาก 8 จังหวัดภาคเหนือของประเทศไทย และอาวุธโบราณจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พระขรรค์ ง้าว ดาบ มีด ธนู คันกระสุน หน้าไม้ หอก เสน่า แหลน ตรีศูล (สามง่าม) ทวิวุธ (สองง่าม) ปืน เป็นต้น รวมถึงโบราณวัตถุประเภทต่างๆ เช่น ตะกรันเหล็กลอง ท่อลมเตาถลุงเหล็กลอง ขวานหิน ยันต์ ผ้ายันต์ เสื้อยันต์ เครื่องรางของขลัง เชือกประกำ ขอช้าง กระพรวนม้า พับสา พับหัว และลานก้อม เป็นต้น

ประวัติศาสตร์

แผนที่เดินดิน

ปฏิทินชุมชน

  • ปฏิทินประเพณี
  • ปฏิทินเศรษฐกิจ
มกราคม
กุมภาพันธ์
มีนาคม
เมษายน
พฤษภาคม
มิถุนายน
กรกฎาคม
สิงหาคม
กันยายน
ตุลาคม
พฤศจิกายน
ธันวาคม
ม.ค.
นมัสการพระธาตุไฮสร้อย
นมัสการพระธาตุไฮสร้อย
ม.ค.
ทานข้าวใหม่น้ำใหม่ (เดือน 4 เป็ง)
ทานข้าวใหม่น้ำใหม่ (เดือน 4 เป็ง)
ม.ค.
หิงหนาวพระเจ้า (เดือน 4 เป็ง)
หิงหนาวพระเจ้า (เดือน 4 เป็ง)
ม.ค.
เผาสีสายค่าคิง (เดือน 4 เป็ง)
เผาสีสายค่าคิง (เดือน 4 เป็ง)
ม.ค.
เลี้ยงผีเจ้าไร่ ผีเจ้านา และผีเจ้าที่สวน
เลี้ยงผีเจ้าไร่ ผีเจ้านา และผีเจ้าที่สวน
ธ.ค.
เลี้ยงผีเจ้าไร่ ผีเจ้านา และผีเจ้าที่สวน
เลี้ยงผีเจ้าไร่ ผีเจ้านา และผีเจ้าที่สวน
ม.ค.
เลี้ยงผีปู่ย่า (พญาเป็กขะจา แม่นางคำฟ้น แม่นางคำเพื่อย เดือน 4 ขึ้น 4 ค่ำ)
เลี้ยงผีปู่ย่า (พญาเป็กขะจา แม่นางคำฟ้น แม่นางคำเพื่อย เดือน 4 ขึ้น 4 ค่ำ)
มี.ค.
เลี้ยงผีปู่ย่า (พญาเป็กขะจา แม่นางคำฟ้น แม่นางคำเพื่อย เดือน 4 ขึ้น 4 ค่ำ)
เลี้ยงผีปู่ย่า (พญาเป็กขะจา แม่นางคำฟ้น แม่นางคำเพื่อย เดือน 4 ขึ้น 4 ค่ำ)
ม.ค.
ปอยสังฆ์
ปอยสังฆ์
มี.ค.
ปอยสังฆ์
ปอยสังฆ์
ม.ค.
แต่งงาน (เดือน 4)
แต่งงาน (เดือน 4)
มี.ค.-พ.ค.
แต่งงาน (เดือน 4)
แต่งงาน (เดือน 4)
ก.ค
แต่งงาน (เดือน 4)
แต่งงาน (เดือน 4)
พ.ย.
แต่งงาน (เดือน 4)
แต่งงาน (เดือน 4)
ม.ค.-มี.ค
ทานผ้าตุ๊มพระเจ้า
ทานผ้าตุ๊มพระเจ้า
พ.ย.-ธ.ค.
ทานผ้าตุ๊มพระเจ้า
ทานผ้าตุ๊มพระเจ้า
ม.ค.-ธ.ค
ขึ้นท้าวทั้ง 4
ขึ้นท้าวทั้ง 4
ม.ค.-ธ.ค
บูชาเทียน
บูชาเทียน
ม.ค.-ธ.ค
ส่งเคราะห์คน
ส่งเคราะห์คน
ม.ค.-ธ.ค
ส่งแถน
ส่งแถน
ก.พ.
เวียนเทียนวันมาฆบูชา
เวียนเทียนวันมาฆบูชา
มี.ค.
ล่องสะเปาวัดใต้
ล่องสะเปาวัดใต้
เม.ย.
ปีใหม่เมือง (วันสังขานต์ล่อง วันที่-13)
ปีใหม่เมือง (วันสังขานต์ล่อง วันที่-13)
เม.ย.
ขนทรายเข้าวัด (วันเน่า – วันที่ 14)
ขนทรายเข้าวัด (วันเน่า – วันที่ 14)
เม.ย.
ตีกลองบูชาและลานกลอง (วันเน่า – วันที่14)
ตีกลองบูชาและลานกลอง (วันเน่า – วันที่14)
เม.ย.
ทานขันข้าว
ทานขันข้าว
ส.ค.
ทานขันข้าว
ทานขันข้าว
ต.ค
ทานขันข้าว
ทานขันข้าว
เม.ย.
สระเกล้าดำหัวผู้เฒ่าผู้แก่ (วันพญาวัน - วันที่ 15)
สระเกล้าดำหัวผู้เฒ่าผู้แก่ (วันพญาวัน - วันที่ 15)
เม.ย.
อาบน้ำพระเจ้าววาทภาษีต์ พระสงฆ์ และสามเณร (วันพญาวัน - วันที่ 15)
อาบน้ำพระเจ้าววาทภาษีต์ พระสงฆ์ และสามเณร (วันพญาวัน - วันที่ 15)
เม.ย.
ฟังธรรมปีใหม่ (วันพญาวัน - วันที่ 15)
ฟังธรรมปีใหม่ (วันพญาวัน - วันที่ 15)
เม.ย.-พ.ค
ปอยเป๊กข์ (บวช)
ปอยเป๊กข์ (บวช)
ก.ค.- ส.ค
ปอยเป๊กข์ (บวช)
ปอยเป๊กข์ (บวช)
พ.ค
ทอดผ้าป่า
ทอดผ้าป่า
พ.ค
เวียนเทียนวิสาขบูชา
เวียนเทียนวิสาขบูชา
มิ.ย.
เลี้ยงผีหับบ่อเหล็ก (เลี้ยงผีเมืองลอง เดือน9 ขึ้น 9ค่ำ)
เลี้ยงผีหับบ่อเหล็ก (เลี้ยงผีเมืองลอง เดือน9 ขึ้น 9ค่ำ)
มิ.ย.
เลี้ยงผีขุนน้ำแม่ลอง
เลี้ยงผีขุนน้ำแม่ลอง
ธ.ค.
เลี้ยงผีขุนน้ำแม่ลอง
เลี้ยงผีขุนน้ำแม่ลอง
มิ.ย.
ล้องเหมือง
ล้องเหมือง
ก.ค.
แรกนา
แรกนา
ส.ค
แรกนา
แรกนา
ก.ค.
เรียกขวัญควาย
เรียกขวัญควาย
ส.ค
เรียกขวัญควาย
เรียกขวัญควาย
ส.ค
อาสาฬหบูชา
อาสาฬหบูชา
ส.ค
แห่เทียนพรรษา
แห่เทียนพรรษา
ส.ค
เข้าพรรษา
เข้าพรรษา
ส.ค.-ต.ค.
ตีกลองบูชาและตีตุม
ตีกลองบูชาและตีตุม
ส.ค.-ต.ค.
เข้าวัดฟังธรรม
เข้าวัดฟังธรรม
ก.ย.
ทานหาผีตาย
ทานหาผีตาย
ต.ค
กินข้าวสลาก
กินข้าวสลาก
ต.ค
ออกพรรษา
ออกพรรษา
ต.ค.-พ.ย.
ทอดกฐิน
ทอดกฐิน
พ.ย.
ยี่เป็ง (ลอยกระทง ปล่อยโคม)
ยี่เป็ง (ลอยกระทง ปล่อยโคม)
พ.ย.
นมัสการพระธาตุห้วยอ้อ (เดือนยี่เป็ง)
นมัสการพระธาตุห้วยอ้อ (เดือนยี่เป็ง)
พ.ย.
จุลกฐิน
จุลกฐิน
พ.ย.
ตั้งธรรมหลวง (เดือนยี่ ขึ้น 12-15 ค่ำ)
ตั้งธรรมหลวง (เดือนยี่ ขึ้น 12-15 ค่ำ)
ธ.ค.
เลี้ยงผีเข้าบ่อเหล็ก (เลี้ยงผีเมืองลอง เดือน3 ขึ้น 3ค่ำ)
เลี้ยงผีเข้าบ่อเหล็ก (เลี้ยงผีเมืองลอง เดือน3 ขึ้น 3ค่ำ)
ก.ค.- ธ.ค.
ปลูกข้าว
ปลูกข้าว
มิ.ย. – ส.ค
ปลูกถั่วลิสง
ปลูกถั่วลิสง
มิ.ย. – พ.ย.
ปลูกข้าวโพด
ปลูกข้าวโพด
มิ.ย. – มี.ค.
ยางพารา
ยางพารา
มิ.ย. – มี.ค.
ยางพารา
ยางพารา
ม.ค.-ธ.ค.
เสี้ยงสัตว์
เสี้ยงสัตว์
ม.ค.-ธ.ค.
เผาถ่าน
เผาถ่าน
มิ.ย. – ก.ย.
ปลูกไม้สัก
ปลูกไม้สัก
มิ.ย. – ธ.ค.
ปลูกผ้าย
ปลูกผ้าย
ม.ค.-ธ.ค.
ปลูกผลไม้
ปลูกผลไม้
ม.ค.-ธ.ค. (ยกเว้นช่วงปีใหม่เมือง)
ทอผ้าพื้นเมืองและผ้าตีนจก
ทอผ้าพื้นเมืองและผ้าตีนจก
ม.ค.-ธ.ค.
ตีเหล็ก
ตีเหล็ก
ก.ค.- ส.ค.
รับจ้างปลูกข้าว
รับจ้างปลูกข้าว
พ.ย.-ธ.ค.
รับจ้างเกี่ยวข้าว
รับจ้างเกี่ยวข้าว
ม.ค.-ธ.ค. (ทุกวันพุธ)
กาดขี้เหยง
กาดขี้เหยง
ม.ค.-ธ.ค.
กาดกองชุม
กาดกองชุม
ม.ค.-ธ.ค. (ทุกวันจันทร์)
กาดคลองถม
กาดคลองถม
ม.ค.-ธ.ค. ( หยุดทุกวันพระ)
โรงสีข้าว
โรงสีข้าว
ม.ค.-ธ.ค.
ปลูกผัก
ปลูกผัก
ม.ค.-ธ.ค.
สมุนไพรและกาแฟ (ภูมคฟาร์ม)
สมุนไพรและกาแฟ (ภูมคฟาร์ม)
ม.ค.-ธ.ค.
ทำขนม กล้วยฉาบ
ทำขนม กล้วยฉาบ
ม.ค.-ธ.ค.
จักสาน
จักสาน
ม.ค.-ธ.ค.
รับจ้างก่อสร้างเรือน
รับจ้างก่อสร้างเรือน
มิ.ย. – ก.ค.
เห็ดถอบ
เห็ดถอบ
ก.ค.-ส.ค.
เห็ดแพะ (เห็ดป่าเบญจพรรณ)
เห็ดแพะ (เห็ดป่าเบญจพรรณ)
มิ.ย. – ก.ค.
แมงมัน
แมงมัน
มิ.ย. – ก.ย.
หน่อไม้
หน่อไม้
ม.ค.-ธ.ค.
สัตว์น้ำ
สัตว์น้ำ
ก.พ.-พ.ค.
ไข่มดแดง
ไข่มดแดง
มิ.ย.-ก.ย.
กว่าง
กว่าง
ม.ค.-ธ.ค.
สัตว์ป่า
สัตว์ป่า
ม.ค.-ธ.ค.
พืชผักจากป่า
พืชผักจากป่า
About Project

'The ชุมชน'

คือนิทรรศการออนไลน์ที่ต่อยอดมาจากโครงการพัฒนาคลังข้อมูลชุมชน และเครือข่ายข้อมูลโดยศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ที่เริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2561 เพื่อทำหน้าที่สนับสนุน ส่งเสริมพลัง และสร้างศักยภาพชุมชนในท้องถิ่นให้เป็นผู้ ‘รวบรวม’ ‘บันทึก/เก็บข้อมูล’ ‘จัดการ’ และ ‘สงวนรักษา’ ข้อมูลร่วมกับภาคีต่างๆ เพื่อพัฒนาสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่อชุมชนของตัวเองต่อไป ทั้งในด้านการศึกษา สังคม และเศรษฐกิจ
ตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน โครงการพัฒนาคลังข้อมูลชุมชนและเครือข่ายข้อมูล ได้รับการสนับสนุนการทำงานของชุมชน 24 ชุมชน แบ่งเป็นรุ่นที่ 1 จำนวน 13 ชุมชน และรุ่นที่ 2 จำนวน 11 ชุมชน ประกอบไปด้วย

รุ่นที่ 1 (พ.ศ. 2562)

  1. ชุมชนบ้านโป่งมะนาว อำเภอโป่งมะนาว จังหวัดลพบุรี
  2. ชุมชนบ้านนาตุ้ม อำเภอลอง จังหวัดแพร่
  3. ชุมชนบ้านห้วยตองก๊อ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน
  4. ชุมชนเชียงแสน อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย
  5. ชุมชนบ้านเหมืองแพร่ อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย
  6. ชุมชนศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง จังหวัดภูเก็ต
  7. ชุมชนบ้านผึ้ง อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ
  8. ชุมชนบ้านดอยล้าน อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
  9. ชุมชนมัสยิดบางอ้อ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ
  10. ชุมชนบ้านทุ่งบานเย็น อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา
  11. ชุมชนตลาดใต้ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง
  12. ชุมชนเจ็ดริ้ว อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร
  13. ชุมชนวัดเทพากร เขตบางพลัด กรุงเทพฯ

รุ่นที่ 2 (พ.ศ. 2563)

  1. ชุมชนโพนทราย อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี
  2. ชุมชนตะเคียนทอง อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี
  3. ชุมชนศาลาแดงเหนือ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี
  4. ชุมชนตลาดนาบอน อำเภอนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช
  5. ชุมชนบ้านทุ่งโฮ้ง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่
  6. ชุมชนบ้านเขวาสินรินทร์ อำเภอเขวาสินรินทร์ จังหวัดสุรินทร์
  7. ชุมชนบางน้ำเชี่ยว อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี
  8. ชุมชนบ้านขุนแม่เหว่ย อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก
  9. ชุมชนบ้านนาในน้ำเหนือเขื่อนภูมิพล อำเภอสามเงา จังหวัดตาก
  10. ชุมชนเมืองเชียงคำ อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา
  11. ชุมชนบ้านสบเกี๋ยง อำเภอปง จังหวัดพะเยา
ทุกชุมชนได้ลงมือเก็บ ‘ข้อมูลชุมชน’ ด้วยตัวเอง โดยใช้เครื่องมือสำหรับศึกษาชุมชนเบื้องต้น 3 เครื่องมือ ได้แก่ แผนที่เดินดิน ปฏิทินชุมชน และประวัติศาสตร์ชุมชน
นอกจากนี้ ยังมีการเก็บ ‘ข้อมูลเฉพาะ’ ของแต่ละชุมชนที่แตกต่างกันไป ทั้งข้อมูลมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้ เช่น สมุดเก่า หนังสือใบลาน ภาพถ่าย อาคาร โบราณสถาน ฯลฯ และข้อมูลมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ เช่น ภาษา วรรณกรรมพื้นบ้าน ศิลปะการแสดง งานศิลปหัตถกรรม พิธีกรรม งานเทศกาล ฯลฯ จนได้ข้อมูลที่มีความสำคัญและมีคุณค่ากับชุมชน อาทิ ข้อมูลวัตถุในพิพิธภัณฑ์ ข้อมูลลายผ้าพื้นเมือง ข้อมูลเอกสารโบราณของชุมชน ข้อมูลวัฒนธรรมอาหารของชุมชน ฯลฯ
เมื่อได้ข้อมูลชุมชนและข้อมูลเฉพาะแล้ว ข้อมูลทั้งหมดจะได้รับการจัดการอย่างเป็นระบบตามมาตรฐานสากลด้วยกระบวนการ ‘การจัดการวงจรชีวิตข้อมูล’ (Data Lifecycle Management) จากนั้นนำข้อมูลที่ผ่านการจัดการแล้วไปจัดเก็บและเผยแพร่ในเว็บไซต์คลังข้อมูลชุมชน
นิทรรศการ ‘The ชุมชน’ จึงเป็นการนำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจของชุมชนที่ได้จากการเก็บรวบรวมโดยชุมชน ภายใต้แนวคิด ‘คนที่รู้เรื่องของเราดีที่สุด คือ ตัวเราเอง’ มาจัดแสดงในรูปแบบออนไลน์ เพื่อเน้นย้ำให้เห็นศักยภาพของแต่ละชุมชนในการเก็บรวบรวมข้อมูลชุมชนด้วยตัวเอง รวมถึงตอกย้ำให้เห็นบทบาทและความสำคัญของคนในชุมชนในฐานะเจ้าของวัฒนธรรมที่สามารถร่วมกันรักษาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมเหล่านี้ไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา
ทั้งนี้ เพื่อให้มรดกทางวัฒนธรรมเหล่านี้ได้รับการสงวนรักษา ส่งต่อ และสืบทอดในชุมชนต่อไป รวมถึงเพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถนำข้อมูลที่เก็บรวบรวมไว้อย่างเป็นระบบไปใช้ประโยชน์ได้ในอนาคต

เครื่องมือสําหรับศึกษาชุมชนเบื้องต้น

ในการเก็บรวบรวมข้อมูลชุมชนจำเป็นจะต้องมี ‘เครื่องมือสำหรับศึกษาชุมชนเบื้องต้น’ เพื่อเป็นตัวช่วยให้รู้จักชุมชนในมิติที่กว้างไปกว่าเดิม โดยเฉพาะมิติด้านสังคม วัฒนธรรม ทั้งนี้เพื่อให้รู้จักชุมชนมากขึ้น และสามารถเชื่อมโยงแง่มุมต่าง ๆ ของชุมชนให้เป็นองค์รวม นอกจากตัวข้อมูลที่ได้แล้ว เครื่องมือดังกล่าวยังสามารถสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง ผู้ทำงานกับชุมชนได้เป็นอย่างดี สามารถใช้ข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจเงื่อนไข ได้เห็นศักยภาพของชุมชน และทุนทางสังคมวัฒนธรรมของชุมชน จนกระทั่งสามารถถ่ายทอดข้อมูลชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เครื่องมือสําหรับศึกษาชุมชนเบื้องต้น ประกอบไปด้วย

1. แผนที่เดินดิน

เป็นการสำรวจลักษณะทางกายภาพของชุมชน ใช้วิธีการสังเกต พูดคุยและจดบันทึก จากนั้น นำมาเขียนเป็นแผนที่ที่แสดงข้อมูลของชุมชน โดยมีขั้นตอนดังนี้
  1. หากในพื้นที่มีแผนที่ชุมชนอยู่ก่อน ให้ใช้เป็นแผนที่ตั้งต้น โดยต้องตรวจสอบว่ามีข้อมูลอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมบ้าง และทำการแก้ไข
  2. ลงข้อมูลพื้นฐานในแผนที่ เช่น บ้านเลขที่ ชื่อ-นามสกุล เจ้าของบ้าน สถานที่สำคัญทางศาสนา เป็นต้น
  3. ลงพื้นที่สำรวจลักษณะทางกายภาพของชุมชน และพูดคุยกับคนในชุมชนเพื่อให้ได้ข้อมูลที่จำเพาะมากขึ้น
  4. เขียนอธิบายรายละเอียดที่สำคัญของสถานที่ต่างๆ ให้ชัดเจนมากขึ้น เช่น ขนาดของบ้านใหญ่หรือเล็ก บ่อน้ำชุมชนมีน้ำหรือไม่มี เป็นต้น
  5. สังเกตกิจกรรมในชุมชนเพื่อมาบันทึกลงแผนที่ เช่น ลานกิจกรรมชุมชนมีคนมาใช้งานเยอะตอนช่วงเย็น ตลาดสดตอนเช้ามีคนมาจับจ่ายใช้สอยกันมาก เป็นต้น
  6. ทำสัญลักษณ์ให้กลุ่มเป้าหมายสำคัญที่ต้องสนใจเป็นพิเศษ เช่น กลุ่มสตรีทอผ้า กลุ่มผู้อาวุโสที่พูดภาษาถิ่น เป็นต้น

2. ปฏิทินชุมชน

เป็นการบอกช่วงเวลาที่เกิดกิจกรรม เหตุการณ์สำคัญ และประวัติศาสตร์ขึ้นในชุมชน แบ่งออกเป็นปฏิทินด้านเศรษฐกิจที่รวบรวมกิจกรรมเกี่ยวกับอาชีพ ทั้งอาชีพของคนในชุมชน อาชีพของคนในชุมชนที่ไปทำมาหากินที่อื่น และอาชีพของคนที่อื่นที่ทำมาหากินในชุมชน และปฏิทินด้านวัฒนธรรมที่รวบรวมกิจกรรมทางศาสนา วัฒนธรรมและประเพณี โดยการทำปฏิทินชุมชนมีขั้นตอนดังนี้
  1. กำหนดเป้าหมายของปฏิทินชุมชนว่าต้องการทำไปเพื่ออะไร
  2. รวบรวมข้อมูลด้วยการสอบถามผู้รู้และเอกสารที่เคยมีการจดบันทึก
  3. เรียบเรียงข้อมูลและจัดทำตาราง เพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ

3. ประวัติศาสตร์ชุมชน

บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความเป็นมาของชุมชนในด้านต่างๆ ทั้งสังคมและวัฒนธรรม เศรษฐกิจ การเมือง สุขภาพ ประวัติศาสตร์ชุมชนเป็นส่วนผสมของข้อเท็จจริง ความรู้สึก ซึ่งอาจสืบทอดผ่านเรื่องเล่า ตำนาน สถานที่ บันทึก เหตุการณ์ ขนบธรรมเนียมประเพณี แบบแผนการปฏิบัติต่างๆ ของชุมชน การศึกษาประวัติชุมชนทำให้รู้ความเป็นมาและเข้าใจชุมชนได้ดีขึ้น รู้ว่าชุมชนมีอายุเท่าไร เราอยู่ที่นี่มานานแค่ไหน มีใคร หรือเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นบ้าง เหตุการณ์นั้นส่งผลอย่างไรหรือทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงกับคน / ชุมชน / พื้นที่ในชุมชนอย่างไร การศึกษาประวัติชุมชนจะช่วยลดอคติหรือภาพลักษณ์แบบเหมารวมที่อาจมีกับชุมชน และช่วยเลือกวิธีการทำงานกับชุมชนได้เหมาะสม สอดคล้องกับประสบการณ์ ความคาดหวัง ศักยภาพของชุมชน การศึกษาประวัติศาสตร์ชุมชนมีวิธีการดังนี้
  1. ศึกษาเอกสารต่างๆ เกี่ยวกับชุมชน เพื่อเก็บเป็นข้อมูลพื้นฐาน
  2. พูดคุยกับคนในชุมชนหรือผู้รู้เพื่อให้ได้ข้อมูลจากคำบอกเล่า
  3. การรวบรวมประวัติศาสตร์ชุมชนอาจมีเอกสารหลายชุดที่แตกต่างกันตามคำบอกเล่า
  4. ประเด็นในการเก็บข้อมูลประวัติศาสตร์ชุมชน เช่น ประวัติความเป็นมาของชุมชน ผู้ก่อตั้ง การขยายตัวของชุมชน เหตุการณ์สำคัญ การบุกเบิกที่ดินทำกิน เป็นต้น จะช่วยให้ได้ข้อมูลที่สำคัญและมีประโยชน์ในการศึกษาข้อมูลต่อไป

ทีมงาน

ทนงศักดิ์ เลิศพิพัฒน์วรกุลนักวิชาการ
ดอกรัก พยัคศรีนักวิชาการ
ยุวดี ศรีห้วยยอดนักวิชาการ
ศิราพร แป๊ะเส็งนักวิชาการ
นวลพรรณ บุญธรรมนักวิชาการ
ปณิตา สระวาสีนักวิชาการ
จุฑามาศ ลิ้มรัตนพันธ์นักวิชาการ
นวพรรณ ภัทรมูลนักวิชาการ
ธันวดี สุขประเสริฐนักวิชาการเอกสารสนเทศ
สิทธิศักดิ์ รุ่งเจริญสุขศรีนักวิชาการเอกสารสนเทศ
นิสา เชยกลิ่นเจ้าหน้าที่ฐานข้อมูล
สุธาสินี บุญเกิดเจ้าหน้าที่ฐานข้อมูล
ศุภาพิชญ์ อุคำพันธ์เจ้าหน้าที่ประสานงานวิชาการ
สมศักดิ์ แก้วนุชเจ้าหน้าที่ประสานงานวิชาการ