ตำนานและความเชื่อกลุ่มชาติพันธุ์ลีซูในพื้นที่บ้านดอยล้าน

ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

บ้านดอยล้านเป็นหมู่บ้านของกลุ่มชาติพันธุ์ลีซู ชาวลีซูเริ่มอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในบริเวณนี้ราวปี พ.ศ. 2493 เนื่องจากมีพื้นที่เพาะปลูกที่มีความอุดมสมบูรณ์ ชาวบ้านที่อพยพเข้ามากลุ่มแรกๆ ประกอบอาชีพปลูกฝิ่น ข้าว ถั่วปากอ้า ปลูกพืชผักต่างๆ เพื่อยังชีพ และปลูกข้าวโพดเพื่อเลี้ยงสัตว์ ช่วงแรกที่เข้ามาตั้งรกราก ชาวบ้านเล่าว่าพบสิ่งผิดปกติหลายอย่างจนทำให้เกิดความหวาดกลัว เช่น ได้ยินเสียงกล่อมลูกในตอนกลางคืน เสียงคนเล่นกิ่งไม้ เกิดเพลิงไหม้ แต่สักพักก็หายไป ทำให้คนลีซูเกิดคำพูดที่ว่า ชูหมุ่มุลุ หนี่หมุ่หมือเขือ แปลว่า งานคนกลางวัน งานผีกลางคืน และเกิดเป็นตำนานเรื่องเล่าของชาวลีซูสืบต่อกันมา
ปี พ.ศ. 2494 ชาวจีนฮ่ออพยพเข้ามาอยู่ในหมู่บ้าน ทำให้เกิดการแต่งงานข้ามชาติพันธุ์ ชาวจีนฮ่อมีความชำนาญในการค้าขายจึงรับฝิ่นจากชาวลีซูไปจำหน่ายให้คนไทย ต่อมาปี พ.ศ. 2499 มีประกาศให้ยกเลิกการปลูกฝิ่น ชาวบ้านจึงหันมาปลูกมะเขือเทศ ผักกาดขาว กะหล่ำปลี และรับเมล็ดพันธุ์กาแฟเข้ามาปลูก ชาวบ้านบางส่วนจึงปลูกกาแฟขายให้กับบริษัทใหญ่ และบางส่วนได้พัฒนาเป็นธุรกิจของตัวเองการเข้ามาของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนในปี พ.ศ. 2502-2503 ทำให้ชาวลีซูในหมู่บ้านได้รับการศึกษาในหลักสูตรที่เป็นภาษาไทย อย่างไรก็ตาม ชาวลีซูยังคงตระหนักถึงความสำคัญของภาษาลีซู ในฐานะเครื่องมือส่งต่อความเชื่อและชุดความรู้ของกลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่ในรูปแบบคำบอกเล่า หากไม่ได้รับการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร อาจส่งผลต่อการสูญหายของอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม การรวบรวมตำนาน ประวัติศาสตร์ และความเชื่อของชาวลีซูจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีการในการเก็บข้อมูลของชาติพันธุ์ลีซู

กาแฟดอยล้าน

พ.ศ. 2499 ทางการประกาศให้ยกเลิกปลูกฝิ่น ทำให้มีการเพาะปลูกพืชทดแทนฝิ่น เช่น มะเขือเทศ ผักกาดขาว กะหล่ำปลี และกาแฟ ฯลฯ ต่อมา พ.ศ. 2526 หน่วยงานสังคมสงเคราะห์ร่วมกับโครงการไทย-เยอรมัน และไทย-เนเธอร์แลนด์ ได้แจกจ่ายต้นกล้ากาแฟให้กับชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณดอยช้าง-ดอยล้าน ปี พ.ศ. 2546 โรงงานกาแฟที่มีชื่อเสียงได้ก่อตั้งขึ้น ชาวบ้านดอยล้านเริ่มให้ความสำคัญกับกาแฟอย่างจริงจัง ต่อมาชาวบ้านหลายคนหันมาเปิดธุรกิจกาแฟส่วนตัวในหมู่บ้าน บางคนส่งเมล็ดกาแฟให้กับบริษัทอื่นๆ ที่เข้ามารับซื้อในหมู่บ้าน เริ่มมีการจำหน่ายทางออนไลน์และการออกงานต่างๆ ทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด

พิธีกรรมบ้านดอยล้าน

ชาวลีซูมีการนับวันเวลาตามแบบจันทรคติ โดยใช้วิถีของดวงจันทร์เพื่อบอกข้างขึ้นข้างแรม ชาวลีซูเริ่มนับเดือนแรกในเดือนที่ตรงกับตรุษจีนคือเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นเดือนของการเฉลิมฉลองปีใหม่ ในภาษาลีซูเรียกว่า กู่ฉู่อาบา เดือนนี้จะมีการเต้นรำ ดื่มเหล้าข้าวโพด และดำหัวหมอเมือง ทั้งยังเป็นเดือนที่ชาวลีซูนิยมทำความสะอาดหิ้งบรรพบุรุษ เดือนที่ 2 หรือเดือนมีนาคม เป็นเดือนปีใหม่ของผู้ชาย เพราะผู้ชายบางคนออกไปทำธุระต่างถิ่นในช่วงเดือนแรก ทำให้พลาดปีใหม่ ในเดือนนี้ยังมีการทำบุญศาลเจ้าประจำหมู่บ้าน เดือนมิถุนายนเป็นเดือนที่คล้ายกับวันพืชมงคล เหมาะสำหรับการหาสมุนไพรมารักษาโรคภัยต่างๆ และยังเป็นเดือนมงคลสำหรับการผสมด้ายสีแดง-ดำ-ขาว เดือนตุลาคม กล่าวกันว่าเป็นเดือนอัปมงคล ชาวบ้านไม่นิยมแต่งงานและฝังศพ หากมีการเสียชีวิตเกิดขึ้น จะต้องเผาและเก็บกระดูกไว้ก่อน

ตำนานเล่าขาน

ตำนาน เรื่องเล่า และนิทานที่ผู้อาวุโสลีซูได้เล่าให้ลูกหลานฟังนั้น ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่สอดแทรกแนวคิด และเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตประจำวันของชาวลีซู เช่น นิทานเรื่อง ‘หมากับข้าวเปลือก’ ที่เล่าว่า มีแม่อยู่คนหนึ่งไม่มีความรับผิดชอบและไม่รักษาความสะอาด นำเมล็ดข้าวเปลือกไปให้ลูกชายเช็ดก้น ทำให้พระเจ้าลงโทษไม่ให้มีข้าวกิน สุนัขที่บ้านหิวจนทนไม่ไหวจึงได้ไปขอข้าวจากพระเจ้า มนุษย์จึงมีข้าวกินมาจนถึงทุกวันนี้ นิทานเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นการให้คุณค่ากับข้าวเปลือก และสอดคล้องกับประเพณีในช่วงเทศกาลกินข้าวใหม่ที่ชาวลีซูมีธรรมเนียมนำข้าวใหม่ให้สุนัขกินก่อนเสมอ นอกจากนี้ ยังมีนิทานที่เป็นคำสอน เช่น เรื่อง ‘เด็กกำพร้า’ ที่เล่าว่ามีเด็กกำพร้าคนหนึ่งอาศัยอยู่กับสามีภรรยาที่มีลูกชาย วันหนึ่งสามีภรรยาใช้ให้ลูกและเด็กกำพร้าไปหว่านเมล็ดฟักทอง หากใครหว่านแล้วไม่ขึ้นจะไม่ให้กลับบ้าน เด็กกำพร้านั้นโดนกลั่นแกล้งโดยได้เมล็ดฟักทองที่คั่วแล้วมาปลูก ซึ่งไม่มีทางปลูกขึ้นแน่นอน จึงเป็นการสอนลูกหลานให้รู้จักซื่อสัตย์และไม่เอาเปรียบคนอื่น

ประวัติศาสตร์

แผนที่เดินดิน

ปฏิทินชุมชน

  • ปฏิทินประเพณี
  • ปฏิทินเศรษฐกิจ
มกราคม
กุมภาพันธ์
มีนาคม
เมษายน
พฤษภาคม
มิถุนายน
กรกฎาคม
สิงหาคม
กันยายน
ตุลาคม
พฤศจิกายน
ธันวาคม
ก.พ
ตำข้าวปุ๊ก
ตำข้าวปุ๊ก
ก.พ
ดำหัวหมอเมือง
ดำหัวหมอเมือง
ก.พ
ตานศาลา
ตานศาลา
ก.พ / ส.ค
ทำความสะอาดหิ้งบรรพบุรุษ
ทำความสะอาดหิ้งบรรพบุรุษ
มี.ค
เดือนปีใหม่ผู้ชาย สู่ขวัญหรือเรียกขวัญ
เดือนปีใหม่ผู้ชาย สู่ขวัญหรือเรียกขวัญ
มี.ค
ทำบุญศาลเจ้าประจำหมู่บ้านหรืออาปาโหม่ ฮี และอิ๊ดามอ หรือเจ้าป่าเจ้าเขา
ทำบุญศาลเจ้าประจำหมู่บ้านหรืออาปาโหม่ ฮี และอิ๊ดามอ หรือเจ้าป่าเจ้าเขา
มิ.ย
ทำบุญศาลเจ้าประจำหมู่บ้านหรืออาปาโหม่ ฮี และอิ๊ดามอ หรือเจ้าป่าเจ้าเขา
ทำบุญศาลเจ้าประจำหมู่บ้านหรืออาปาโหม่ ฮี และอิ๊ดามอ หรือเจ้าป่าเจ้าเขา
พ.ย
ทำบุญศาลเจ้าประจำหมู่บ้านหรืออาปาโหม่ ฮี และอิ๊ดามอ หรือเจ้าป่าเจ้าเขา
ทำบุญศาลเจ้าประจำหมู่บ้านหรืออาปาโหม่ ฮี และอิ๊ดามอ หรือเจ้าป่าเจ้าเขา
เม.ย
เช็งเม้ง
เช็งเม้ง
พ.ค
พิธีไหว้ผีดิน
พิธีไหว้ผีดิน
ก.ค (ต้องเลือกวัน)
พิธีไหว้ผีดิน
พิธีไหว้ผีดิน
ก.ย (ต้องเลือกวัน)
พิธีไหว้ผีดิน
พิธีไหว้ผีดิน
มิ.ย
หงั่วฮาตือหวู่
หงั่วฮาตือหวู่
ส.ค
กินข้าวโพดใหม่หรือสารทจีน
กินข้าวโพดใหม่หรือสารทจีน
ธ.ค-ม.ค
เย็บผ้าเตรียมเครื่องแต่งกายสำหรับฉลองปีใหม่
เย็บผ้าเตรียมเครื่องแต่งกายสำหรับฉลองปีใหม่
ธ.ค-ม.ค
เย็บผ้าเตรียมเครื่องแต่งกายสำหรับฉลองปีใหม่
เย็บผ้าเตรียมเครื่องแต่งกายสำหรับฉลองปีใหม่
ก.พ
เก็บกาแฟ
เก็บกาแฟ
พ.ย-ม.ค
เก็บกาแฟ
เก็บกาแฟ
พ.ย-ม.ค
เก็บกาแฟ
เก็บกาแฟ
ก.พ
ทำความสะอาดไร่ข้าว
ทำความสะอาดไร่ข้าว
ก.ย
ทำความสะอาดไร่ข้าว
ทำความสะอาดไร่ข้าว
มี.ค-เม.ย
เตรียมพื้นที่เพาะปลูก
เตรียมพื้นที่เพาะปลูก
มี.ค-เม.ย
เผาไร่
เผาไร่
พ.ค-มิ.ย
ปลูกข้าว
ปลูกข้าว
พ.ค-มิ.ย
ข้าวโพดรอบแรก
ข้าวโพดรอบแรก
ส.ค
เก็บเกี่ยวรอบแรก
เก็บเกี่ยวรอบแรก
ก.ย
เตรียมปลูกรอบสอง
เตรียมปลูกรอบสอง
ต.ค
ทำความสะอาดไร่ข้าวโพด
ทำความสะอาดไร่ข้าวโพด
ธ.ค-ม.ค
เก็บรอบสอง
เก็บรอบสอง
ธ.ค-ม.ค
เก็บรอบสอง
เก็บรอบสอง
พ.ค-มิ.ย
ถั่วต่างๆ
ถั่วต่างๆ
ก.ย
ปลูกรอบสอง
ปลูกรอบสอง
พ.ค-มิ.ย
แตงกวา
แตงกวา
พ.ค-มิ.ย
พริก
พริก
ก.ย
เก็บเกี่ยวรอบแรก
เก็บเกี่ยวรอบแรก
พ.ค-มิ.ย
กะหล่ำปลี
กะหล่ำปลี
ส.ค
เก็บเกี่ยวรอบแรก
เก็บเกี่ยวรอบแรก
ก.ย
ปลูกรอบสอง
ปลูกรอบสอง
พ.ค-มิ.ย
ผักกาดขาว
ผักกาดขาว
ส.ค
เก็บเกี่ยวรอบแรก
เก็บเกี่ยวรอบแรก
ก.ย
ปลูกผักสวนครัว
ปลูกผักสวนครัว
ก.ค
ฤดูเก็บเกี่ยว
ฤดูเก็บเกี่ยว
ก.ย
แปรรูปอาหาร
แปรรูปอาหาร
ก.ย
กำจัดวัชพืชไร่ข้าว
กำจัดวัชพืชไร่ข้าว
ต.ค
กำจัดวัชพืชไร่
กำจัดวัชพืชไร่
ต.ค
พ่นยากำจัดศัตรูพืช
พ่นยากำจัดศัตรูพืช
พ.ย
เกี่ยวข้าว
เกี่ยวข้าว
ธ.ค
เย็บผ้า
เย็บผ้า
ธ.ค-ม.ค
หาฟืนต้มเหล้าข้าวโพด
หาฟืนต้มเหล้าข้าวโพด
ธ.ค-ม.ค
หาฟืนต้มเหล้าข้าวโพด
หาฟืนต้มเหล้าข้าวโพด
ม.ค
สีข้าว
สีข้าว
About Project

'The ชุมชน'

คือนิทรรศการออนไลน์ที่ต่อยอดมาจากโครงการพัฒนาคลังข้อมูลชุมชน และเครือข่ายข้อมูลโดยศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ที่เริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2561 เพื่อทำหน้าที่สนับสนุน ส่งเสริมพลัง และสร้างศักยภาพชุมชนในท้องถิ่นให้เป็นผู้ ‘รวบรวม’ ‘บันทึก/เก็บข้อมูล’ ‘จัดการ’ และ ‘สงวนรักษา’ ข้อมูลร่วมกับภาคีต่างๆ เพื่อพัฒนาสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่อชุมชนของตัวเองต่อไป ทั้งในด้านการศึกษา สังคม และเศรษฐกิจ
ตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน โครงการพัฒนาคลังข้อมูลชุมชนและเครือข่ายข้อมูล ได้รับการสนับสนุนการทำงานของชุมชน 24 ชุมชน แบ่งเป็นรุ่นที่ 1 จำนวน 13 ชุมชน และรุ่นที่ 2 จำนวน 11 ชุมชน ประกอบไปด้วย

รุ่นที่ 1 (พ.ศ. 2562)

  1. ชุมชนบ้านโป่งมะนาว อำเภอโป่งมะนาว จังหวัดลพบุรี
  2. ชุมชนบ้านนาตุ้ม อำเภอลอง จังหวัดแพร่
  3. ชุมชนบ้านห้วยตองก๊อ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน
  4. ชุมชนเชียงแสน อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย
  5. ชุมชนบ้านเหมืองแพร่ อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย
  6. ชุมชนศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง จังหวัดภูเก็ต
  7. ชุมชนบ้านผึ้ง อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ
  8. ชุมชนบ้านดอยล้าน อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
  9. ชุมชนมัสยิดบางอ้อ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ
  10. ชุมชนบ้านทุ่งบานเย็น อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา
  11. ชุมชนตลาดใต้ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง
  12. ชุมชนเจ็ดริ้ว อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร
  13. ชุมชนวัดเทพากร เขตบางพลัด กรุงเทพฯ

รุ่นที่ 2 (พ.ศ. 2563)

  1. ชุมชนโพนทราย อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี
  2. ชุมชนตะเคียนทอง อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี
  3. ชุมชนศาลาแดงเหนือ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี
  4. ชุมชนตลาดนาบอน อำเภอนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช
  5. ชุมชนบ้านทุ่งโฮ้ง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่
  6. ชุมชนบ้านเขวาสินรินทร์ อำเภอเขวาสินรินทร์ จังหวัดสุรินทร์
  7. ชุมชนบางน้ำเชี่ยว อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี
  8. ชุมชนบ้านขุนแม่เหว่ย อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก
  9. ชุมชนบ้านนาในน้ำเหนือเขื่อนภูมิพล อำเภอสามเงา จังหวัดตาก
  10. ชุมชนเมืองเชียงคำ อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา
  11. ชุมชนบ้านสบเกี๋ยง อำเภอปง จังหวัดพะเยา
ทุกชุมชนได้ลงมือเก็บ ‘ข้อมูลชุมชน’ ด้วยตัวเอง โดยใช้เครื่องมือสำหรับศึกษาชุมชนเบื้องต้น 3 เครื่องมือ ได้แก่ แผนที่เดินดิน ปฏิทินชุมชน และประวัติศาสตร์ชุมชน
นอกจากนี้ ยังมีการเก็บ ‘ข้อมูลเฉพาะ’ ของแต่ละชุมชนที่แตกต่างกันไป ทั้งข้อมูลมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้ เช่น สมุดเก่า หนังสือใบลาน ภาพถ่าย อาคาร โบราณสถาน ฯลฯ และข้อมูลมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ เช่น ภาษา วรรณกรรมพื้นบ้าน ศิลปะการแสดง งานศิลปหัตถกรรม พิธีกรรม งานเทศกาล ฯลฯ จนได้ข้อมูลที่มีความสำคัญและมีคุณค่ากับชุมชน อาทิ ข้อมูลวัตถุในพิพิธภัณฑ์ ข้อมูลลายผ้าพื้นเมือง ข้อมูลเอกสารโบราณของชุมชน ข้อมูลวัฒนธรรมอาหารของชุมชน ฯลฯ
เมื่อได้ข้อมูลชุมชนและข้อมูลเฉพาะแล้ว ข้อมูลทั้งหมดจะได้รับการจัดการอย่างเป็นระบบตามมาตรฐานสากลด้วยกระบวนการ ‘การจัดการวงจรชีวิตข้อมูล’ (Data Lifecycle Management) จากนั้นนำข้อมูลที่ผ่านการจัดการแล้วไปจัดเก็บและเผยแพร่ในเว็บไซต์คลังข้อมูลชุมชน
นิทรรศการ ‘The ชุมชน’ จึงเป็นการนำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจของชุมชนที่ได้จากการเก็บรวบรวมโดยชุมชน ภายใต้แนวคิด ‘คนที่รู้เรื่องของเราดีที่สุด คือ ตัวเราเอง’ มาจัดแสดงในรูปแบบออนไลน์ เพื่อเน้นย้ำให้เห็นศักยภาพของแต่ละชุมชนในการเก็บรวบรวมข้อมูลชุมชนด้วยตัวเอง รวมถึงตอกย้ำให้เห็นบทบาทและความสำคัญของคนในชุมชนในฐานะเจ้าของวัฒนธรรมที่สามารถร่วมกันรักษาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมเหล่านี้ไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา
ทั้งนี้ เพื่อให้มรดกทางวัฒนธรรมเหล่านี้ได้รับการสงวนรักษา ส่งต่อ และสืบทอดในชุมชนต่อไป รวมถึงเพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถนำข้อมูลที่เก็บรวบรวมไว้อย่างเป็นระบบไปใช้ประโยชน์ได้ในอนาคต

เครื่องมือสําหรับศึกษาชุมชนเบื้องต้น

ในการเก็บรวบรวมข้อมูลชุมชนจำเป็นจะต้องมี ‘เครื่องมือสำหรับศึกษาชุมชนเบื้องต้น’ เพื่อเป็นตัวช่วยให้รู้จักชุมชนในมิติที่กว้างไปกว่าเดิม โดยเฉพาะมิติด้านสังคม วัฒนธรรม ทั้งนี้เพื่อให้รู้จักชุมชนมากขึ้น และสามารถเชื่อมโยงแง่มุมต่าง ๆ ของชุมชนให้เป็นองค์รวม นอกจากตัวข้อมูลที่ได้แล้ว เครื่องมือดังกล่าวยังสามารถสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง ผู้ทำงานกับชุมชนได้เป็นอย่างดี สามารถใช้ข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจเงื่อนไข ได้เห็นศักยภาพของชุมชน และทุนทางสังคมวัฒนธรรมของชุมชน จนกระทั่งสามารถถ่ายทอดข้อมูลชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เครื่องมือสําหรับศึกษาชุมชนเบื้องต้น ประกอบไปด้วย

1. แผนที่เดินดิน

เป็นการสำรวจลักษณะทางกายภาพของชุมชน ใช้วิธีการสังเกต พูดคุยและจดบันทึก จากนั้น นำมาเขียนเป็นแผนที่ที่แสดงข้อมูลของชุมชน โดยมีขั้นตอนดังนี้
  1. หากในพื้นที่มีแผนที่ชุมชนอยู่ก่อน ให้ใช้เป็นแผนที่ตั้งต้น โดยต้องตรวจสอบว่ามีข้อมูลอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมบ้าง และทำการแก้ไข
  2. ลงข้อมูลพื้นฐานในแผนที่ เช่น บ้านเลขที่ ชื่อ-นามสกุล เจ้าของบ้าน สถานที่สำคัญทางศาสนา เป็นต้น
  3. ลงพื้นที่สำรวจลักษณะทางกายภาพของชุมชน และพูดคุยกับคนในชุมชนเพื่อให้ได้ข้อมูลที่จำเพาะมากขึ้น
  4. เขียนอธิบายรายละเอียดที่สำคัญของสถานที่ต่างๆ ให้ชัดเจนมากขึ้น เช่น ขนาดของบ้านใหญ่หรือเล็ก บ่อน้ำชุมชนมีน้ำหรือไม่มี เป็นต้น
  5. สังเกตกิจกรรมในชุมชนเพื่อมาบันทึกลงแผนที่ เช่น ลานกิจกรรมชุมชนมีคนมาใช้งานเยอะตอนช่วงเย็น ตลาดสดตอนเช้ามีคนมาจับจ่ายใช้สอยกันมาก เป็นต้น
  6. ทำสัญลักษณ์ให้กลุ่มเป้าหมายสำคัญที่ต้องสนใจเป็นพิเศษ เช่น กลุ่มสตรีทอผ้า กลุ่มผู้อาวุโสที่พูดภาษาถิ่น เป็นต้น

2. ปฏิทินชุมชน

เป็นการบอกช่วงเวลาที่เกิดกิจกรรม เหตุการณ์สำคัญ และประวัติศาสตร์ขึ้นในชุมชน แบ่งออกเป็นปฏิทินด้านเศรษฐกิจที่รวบรวมกิจกรรมเกี่ยวกับอาชีพ ทั้งอาชีพของคนในชุมชน อาชีพของคนในชุมชนที่ไปทำมาหากินที่อื่น และอาชีพของคนที่อื่นที่ทำมาหากินในชุมชน และปฏิทินด้านวัฒนธรรมที่รวบรวมกิจกรรมทางศาสนา วัฒนธรรมและประเพณี โดยการทำปฏิทินชุมชนมีขั้นตอนดังนี้
  1. กำหนดเป้าหมายของปฏิทินชุมชนว่าต้องการทำไปเพื่ออะไร
  2. รวบรวมข้อมูลด้วยการสอบถามผู้รู้และเอกสารที่เคยมีการจดบันทึก
  3. เรียบเรียงข้อมูลและจัดทำตาราง เพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ

3. ประวัติศาสตร์ชุมชน

บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความเป็นมาของชุมชนในด้านต่างๆ ทั้งสังคมและวัฒนธรรม เศรษฐกิจ การเมือง สุขภาพ ประวัติศาสตร์ชุมชนเป็นส่วนผสมของข้อเท็จจริง ความรู้สึก ซึ่งอาจสืบทอดผ่านเรื่องเล่า ตำนาน สถานที่ บันทึก เหตุการณ์ ขนบธรรมเนียมประเพณี แบบแผนการปฏิบัติต่างๆ ของชุมชน การศึกษาประวัติชุมชนทำให้รู้ความเป็นมาและเข้าใจชุมชนได้ดีขึ้น รู้ว่าชุมชนมีอายุเท่าไร เราอยู่ที่นี่มานานแค่ไหน มีใคร หรือเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นบ้าง เหตุการณ์นั้นส่งผลอย่างไรหรือทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงกับคน / ชุมชน / พื้นที่ในชุมชนอย่างไร การศึกษาประวัติชุมชนจะช่วยลดอคติหรือภาพลักษณ์แบบเหมารวมที่อาจมีกับชุมชน และช่วยเลือกวิธีการทำงานกับชุมชนได้เหมาะสม สอดคล้องกับประสบการณ์ ความคาดหวัง ศักยภาพของชุมชน การศึกษาประวัติศาสตร์ชุมชนมีวิธีการดังนี้
  1. ศึกษาเอกสารต่างๆ เกี่ยวกับชุมชน เพื่อเก็บเป็นข้อมูลพื้นฐาน
  2. พูดคุยกับคนในชุมชนหรือผู้รู้เพื่อให้ได้ข้อมูลจากคำบอกเล่า
  3. การรวบรวมประวัติศาสตร์ชุมชนอาจมีเอกสารหลายชุดที่แตกต่างกันตามคำบอกเล่า
  4. ประเด็นในการเก็บข้อมูลประวัติศาสตร์ชุมชน เช่น ประวัติความเป็นมาของชุมชน ผู้ก่อตั้ง การขยายตัวของชุมชน เหตุการณ์สำคัญ การบุกเบิกที่ดินทำกิน เป็นต้น จะช่วยให้ได้ข้อมูลที่สำคัญและมีประโยชน์ในการศึกษาข้อมูลต่อไป

ทีมงาน

ทนงศักดิ์ เลิศพิพัฒน์วรกุลนักวิชาการ
ดอกรัก พยัคศรีนักวิชาการ
ยุวดี ศรีห้วยยอดนักวิชาการ
ศิราพร แป๊ะเส็งนักวิชาการ
นวลพรรณ บุญธรรมนักวิชาการ
ปณิตา สระวาสีนักวิชาการ
จุฑามาศ ลิ้มรัตนพันธ์นักวิชาการ
นวพรรณ ภัทรมูลนักวิชาการ
ธันวดี สุขประเสริฐนักวิชาการเอกสารสนเทศ
สิทธิศักดิ์ รุ่งเจริญสุขศรีนักวิชาการเอกสารสนเทศ
นิสา เชยกลิ่นเจ้าหน้าที่ฐานข้อมูล
สุธาสินี บุญเกิดเจ้าหน้าที่ฐานข้อมูล
ศุภาพิชญ์ อุคำพันธ์เจ้าหน้าที่ประสานงานวิชาการ
สมศักดิ์ แก้วนุชเจ้าหน้าที่ประสานงานวิชาการ