ลวดลายพื้นบ้านในงานหัตถกรรมชุมชนโพนทราย

ตำบลบ้านไทย อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี

ชุมชนโพนทรายมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานและมีความน่าสนใจในตนเองหลายประการ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นในการตั้งถิ่นฐานของผู้คนในอดีตที่อพยพมาจากบ้านแวง ตำบลหนองแก้ว อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ เนื่องจากเหตุผลหลายอย่าง เช่น มีการระบาดของโรคฝีดาษ ชาวบ้านมีที่ทำกินน้อยลง รวมถึงการประสบปัญหาน้ำท่วม ทั้งหมดนี้จึงทำให้ชาวบ้านจำนวนหนึ่งพากันย้ายถิ่นฐานมาตั้งหมู่บ้านใหม่ที่บ้านโพนทราย จากระยะเวลากว่า 200 ปีที่ผ่านมาชาวบ้านชุมชนบ้านโพนทรายมีการปรับตัวที่สอดคล้องกับสภาพสังคมและเศรษฐกิจมาตามลำดับ
ขณะเดียวกันชาวบ้านชุมชนโพนทรายยังมีภูมิปัญญาในด้านศิลปกรรม หัตถกรรม ที่สะท้อนให้เห็นถึงทักษะฝีมือเชิงช่าง ความคิดสร้างสรรค์ ที่ตอบสนองต่อการใช้ประโยชน์ในการดำรงชีวิต ประเพณี และพิธีกรรมได้อย่างมีเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นการแทงหยวก การทำปราสาทผึ้ง การทอทุง การทอผ้าขิด ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ชาวชุมชนโพนทรายยังคงสืบทอดมรดกทางภูมิปัญญามาจนถึงปัจจุบัน

ร่องรอยของลวดลาย

ชุมชนโพนทรายมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน การที่ผู้คนในชุมชนได้ย้ายถิ่นฐานมาจากแหล่งที่อยู่เดิมจึงได้นำภูมิปัญญาติดตัวมายังถิ่นที่อยู่ใหม่ด้วย โดยสามารถพบเห็นได้จากร่องรอยหลักฐานที่ปรากฏเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่สำคัญ ได้แก่ งานหัตถกรรม การทอทุง การทอผ้าขิด การทำหมอนขิด รวมทั้งวัตถุทางวัฒนธรรมอื่นๆ เช่น คัมภีร์ใบลาน ตู้เก็บคัมภีร์ใบลาน เป็นต้น สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาที่มีความหลากหลายและมีความสำคัญที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชนมาอย่างยาวนาน ซึ่งสอดคล้องต่อวิถีความเป็นอยู่ของผู้คนในชุมชนโพนทราย

วิถีแห่งความเกื้อกูล

ปัจจุบันบ้านโพนทรายเป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงในการทอผ้าขิดและการทำหมอนขวานซึ่งเป็นอาชีพรองคู่กับการเลี้ยงวัวควาย การทอผ้าของหมู่บ้านโพนทรายเดิมทำเพื่อใช้ในครัวเรือน โดยก่อนจะทอผ้า ทุกครัวเรือนจะต้องเตรียมทุกอย่างให้พร้อมสำหรับทอผ้าตลอดปีเพื่อให้ได้วัตถุดิบอย่างครบถ้วน เช่น หลังเก็บเกี่ยวเสร็จจะต้องทำไร่ฝ้าย ไร่คราม เพื่อให้มีฝ้ายเพียงพอสำหรับนำมาปั่นเป็นเส้นด้าย ส่วนครามนั้นก็จะต้องปลูกให้มีปริมาณมากพอที่จะใช้ย้อมฝ้ายและไหม ในขณะเดียวกันต้องเตรียมการเผาเถ้าไม้เพื่อใช้เป็นด่างในการฟอกสีย้อมผ้า

การทอผ้าจึงไม่ใช่หน้าที่ของผู้หญิงในครัวเรือนเท่านั้น แต่ผู้ชายก็จะต้องมีบทบาทในการจัดหาเครื่องมือเครื่องใช้เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้หญิงด้วย แต่เมื่อเวลาผ่านไปจึงได้มีเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยเหลือกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการทอผ้า ทำให้ขั้นตอนที่เคยต้องลงมือลงแรงเองและกิจกรรมต่างๆ เลือนหายไป จนในปัจจุบันการทอผ้าในพื้นที่เหลืออยู่ไม่กี่ชนิดเท่านั้น

คุณค่าของการทอผ้า

การทอผ้ามีความสำคัญและมีคุณค่าต่อชีวิตของชาวบ้านชุมชนโพนทราย โดยการทอผ้าเป็นศิลปะพื้นบ้านที่มีส่วนช่วยจรรโลงใจ ฝึกความอดทน รอบคอบ และคนสมัยก่อนถือเป็นงานของแม่บ้านที่อยู่เฝ้าบ้านและเลี้ยงลูกพร้อมๆ กับการทำงานทอผ้าไปด้วย เป็นภาพที่สะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตของคนในอดีตได้อย่างแท้จริง การทอผ้ายังเป็นการถ่ายทอดวิถีชีวิตอันดีงามสู่รุ่นลูกรุ่นหลานเป็นอย่างดี เพราะการทอผ้าต้องทอเป็นประจำทุกปี ทำให้ลูกหลานเห็นการช่วยเหลือกัน เกิดเป็นสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของคนในชุมชน

ประวัติศาสตร์

แผนที่เดินดิน

ปฏิทินชุมชน

  • ปฏิทินประเพณี
  • ปฏิทินเศรษฐกิจ
มกราคม
กุมภาพันธ์
มีนาคม
เมษายน
พฤษภาคม
มิถุนายน
กรกฎาคม
สิงหาคม
กันยายน
ตุลาคม
พฤศจิกายน
ธันวาคม
พ.ย. - ธ.ค.
เก็บผลผลิตขึ้นยุ้งฉาง
เก็บผลผลิตขึ้นยุ้งฉาง
ม.ค. - ก.พ.
เก็บฟางไว้เลี้ยงสัตว์ / หว่านข้าวนาปรัง
เก็บฟางไว้เลี้ยงสัตว์ / หว่านข้าวนาปรัง
ม.ค. - เม.ย.
ปลูกผักสวนครัว / ต้มเกลือ / เผาถ่าน
ปลูกผักสวนครัว / ต้มเกลือ / เผาถ่าน
ม.ค. - เม.ย.
วิดบ่อปลา
วิดบ่อปลา
ก.พ. - เม.ย.
เตรียมดินสำหรับเพาะปลูกข้าวนาปี
เตรียมดินสำหรับเพาะปลูกข้าวนาปี
เม.ย. - มิ.ย.
หว่านข้าวนาปี
หว่านข้าวนาปี
เม.ย. - ก.ย.
ดูแลรักษาข้าวนาปี / ใส่ปุ๋ย
ดูแลรักษาข้าวนาปี / ใส่ปุ๋ย
ส.ค. - ต.ค.
จับปลาดักปลาฤดูน้ำหลาก
จับปลาดักปลาฤดูน้ำหลาก
ต.ค. - พ.ย.
เก็บเกี่ยวข้าวดอ
เก็บเกี่ยวข้าวดอ
พ.ย. - ธ.ค.
เก็บเกี่ยวข้าวนาปี
เก็บเกี่ยวข้าวนาปี
ม.ค. - ธ.ค.
ทอผ้าและแปรรูปสินค้า / กลุ่มโอทอป / ปักผ้า / ทอทุง / แทงหยวก / ซื้อขายของเก่า / ช่างก่อสร้าง / ซื้อขายวัวควาย / รับจ้างใช้แรงงาน
ทอผ้าและแปรรูปสินค้า / กลุ่มโอทอป / ปักผ้า / ทอทุง / แทงหยวก / ซื้อขายของเก่า / ช่างก่อสร้าง / ซื้อขายวัวควาย / รับจ้างใช้แรงงาน
About Project

'The ชุมชน'

คือนิทรรศการออนไลน์ที่ต่อยอดมาจากโครงการพัฒนาคลังข้อมูลชุมชน และเครือข่ายข้อมูลโดยศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ที่เริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2561 เพื่อทำหน้าที่สนับสนุน ส่งเสริมพลัง และสร้างศักยภาพชุมชนในท้องถิ่นให้เป็นผู้ ‘รวบรวม’ ‘บันทึก/เก็บข้อมูล’ ‘จัดการ’ และ ‘สงวนรักษา’ ข้อมูลร่วมกับภาคีต่างๆ เพื่อพัฒนาสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่อชุมชนของตัวเองต่อไป ทั้งในด้านการศึกษา สังคม และเศรษฐกิจ
ตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน โครงการพัฒนาคลังข้อมูลชุมชนและเครือข่ายข้อมูล ได้รับการสนับสนุนการทำงานของชุมชน 24 ชุมชน แบ่งเป็นรุ่นที่ 1 จำนวน 13 ชุมชน และรุ่นที่ 2 จำนวน 11 ชุมชน ประกอบไปด้วย

รุ่นที่ 1 (พ.ศ. 2562)

  1. ชุมชนบ้านโป่งมะนาว อำเภอโป่งมะนาว จังหวัดลพบุรี
  2. ชุมชนบ้านนาตุ้ม อำเภอลอง จังหวัดแพร่
  3. ชุมชนบ้านห้วยตองก๊อ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน
  4. ชุมชนเชียงแสน อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย
  5. ชุมชนบ้านเหมืองแพร่ อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย
  6. ชุมชนศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง จังหวัดภูเก็ต
  7. ชุมชนบ้านผึ้ง อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ
  8. ชุมชนบ้านดอยล้าน อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
  9. ชุมชนมัสยิดบางอ้อ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ
  10. ชุมชนบ้านทุ่งบานเย็น อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา
  11. ชุมชนตลาดใต้ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง
  12. ชุมชนเจ็ดริ้ว อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร
  13. ชุมชนวัดเทพากร เขตบางพลัด กรุงเทพฯ

รุ่นที่ 2 (พ.ศ. 2563)

  1. ชุมชนโพนทราย อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี
  2. ชุมชนตะเคียนทอง อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี
  3. ชุมชนศาลาแดงเหนือ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี
  4. ชุมชนตลาดนาบอน อำเภอนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช
  5. ชุมชนบ้านทุ่งโฮ้ง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่
  6. ชุมชนบ้านเขวาสินรินทร์ อำเภอเขวาสินรินทร์ จังหวัดสุรินทร์
  7. ชุมชนบางน้ำเชี่ยว อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี
  8. ชุมชนบ้านขุนแม่เหว่ย อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก
  9. ชุมชนบ้านนาในน้ำเหนือเขื่อนภูมิพล อำเภอสามเงา จังหวัดตาก
  10. ชุมชนเมืองเชียงคำ อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา
  11. ชุมชนบ้านสบเกี๋ยง อำเภอปง จังหวัดพะเยา
ทุกชุมชนได้ลงมือเก็บ ‘ข้อมูลชุมชน’ ด้วยตัวเอง โดยใช้เครื่องมือสำหรับศึกษาชุมชนเบื้องต้น 3 เครื่องมือ ได้แก่ แผนที่เดินดิน ปฏิทินชุมชน และประวัติศาสตร์ชุมชน
นอกจากนี้ ยังมีการเก็บ ‘ข้อมูลเฉพาะ’ ของแต่ละชุมชนที่แตกต่างกันไป ทั้งข้อมูลมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้ เช่น สมุดเก่า หนังสือใบลาน ภาพถ่าย อาคาร โบราณสถาน ฯลฯ และข้อมูลมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ เช่น ภาษา วรรณกรรมพื้นบ้าน ศิลปะการแสดง งานศิลปหัตถกรรม พิธีกรรม งานเทศกาล ฯลฯ จนได้ข้อมูลที่มีความสำคัญและมีคุณค่ากับชุมชน อาทิ ข้อมูลวัตถุในพิพิธภัณฑ์ ข้อมูลลายผ้าพื้นเมือง ข้อมูลเอกสารโบราณของชุมชน ข้อมูลวัฒนธรรมอาหารของชุมชน ฯลฯ
เมื่อได้ข้อมูลชุมชนและข้อมูลเฉพาะแล้ว ข้อมูลทั้งหมดจะได้รับการจัดการอย่างเป็นระบบตามมาตรฐานสากลด้วยกระบวนการ ‘การจัดการวงจรชีวิตข้อมูล’ (Data Lifecycle Management) จากนั้นนำข้อมูลที่ผ่านการจัดการแล้วไปจัดเก็บและเผยแพร่ในเว็บไซต์คลังข้อมูลชุมชน
นิทรรศการ ‘The ชุมชน’ จึงเป็นการนำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจของชุมชนที่ได้จากการเก็บรวบรวมโดยชุมชน ภายใต้แนวคิด ‘คนที่รู้เรื่องของเราดีที่สุด คือ ตัวเราเอง’ มาจัดแสดงในรูปแบบออนไลน์ เพื่อเน้นย้ำให้เห็นศักยภาพของแต่ละชุมชนในการเก็บรวบรวมข้อมูลชุมชนด้วยตัวเอง รวมถึงตอกย้ำให้เห็นบทบาทและความสำคัญของคนในชุมชนในฐานะเจ้าของวัฒนธรรมที่สามารถร่วมกันรักษาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมเหล่านี้ไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา
ทั้งนี้ เพื่อให้มรดกทางวัฒนธรรมเหล่านี้ได้รับการสงวนรักษา ส่งต่อ และสืบทอดในชุมชนต่อไป รวมถึงเพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถนำข้อมูลที่เก็บรวบรวมไว้อย่างเป็นระบบไปใช้ประโยชน์ได้ในอนาคต

เครื่องมือสําหรับศึกษาชุมชนเบื้องต้น

ในการเก็บรวบรวมข้อมูลชุมชนจำเป็นจะต้องมี ‘เครื่องมือสำหรับศึกษาชุมชนเบื้องต้น’ เพื่อเป็นตัวช่วยให้รู้จักชุมชนในมิติที่กว้างไปกว่าเดิม โดยเฉพาะมิติด้านสังคม วัฒนธรรม ทั้งนี้เพื่อให้รู้จักชุมชนมากขึ้น และสามารถเชื่อมโยงแง่มุมต่าง ๆ ของชุมชนให้เป็นองค์รวม นอกจากตัวข้อมูลที่ได้แล้ว เครื่องมือดังกล่าวยังสามารถสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง ผู้ทำงานกับชุมชนได้เป็นอย่างดี สามารถใช้ข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจเงื่อนไข ได้เห็นศักยภาพของชุมชน และทุนทางสังคมวัฒนธรรมของชุมชน จนกระทั่งสามารถถ่ายทอดข้อมูลชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เครื่องมือสําหรับศึกษาชุมชนเบื้องต้น ประกอบไปด้วย

1. แผนที่เดินดิน

เป็นการสำรวจลักษณะทางกายภาพของชุมชน ใช้วิธีการสังเกต พูดคุยและจดบันทึก จากนั้น นำมาเขียนเป็นแผนที่ที่แสดงข้อมูลของชุมชน โดยมีขั้นตอนดังนี้
  1. หากในพื้นที่มีแผนที่ชุมชนอยู่ก่อน ให้ใช้เป็นแผนที่ตั้งต้น โดยต้องตรวจสอบว่ามีข้อมูลอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมบ้าง และทำการแก้ไข
  2. ลงข้อมูลพื้นฐานในแผนที่ เช่น บ้านเลขที่ ชื่อ-นามสกุล เจ้าของบ้าน สถานที่สำคัญทางศาสนา เป็นต้น
  3. ลงพื้นที่สำรวจลักษณะทางกายภาพของชุมชน และพูดคุยกับคนในชุมชนเพื่อให้ได้ข้อมูลที่จำเพาะมากขึ้น
  4. เขียนอธิบายรายละเอียดที่สำคัญของสถานที่ต่างๆ ให้ชัดเจนมากขึ้น เช่น ขนาดของบ้านใหญ่หรือเล็ก บ่อน้ำชุมชนมีน้ำหรือไม่มี เป็นต้น
  5. สังเกตกิจกรรมในชุมชนเพื่อมาบันทึกลงแผนที่ เช่น ลานกิจกรรมชุมชนมีคนมาใช้งานเยอะตอนช่วงเย็น ตลาดสดตอนเช้ามีคนมาจับจ่ายใช้สอยกันมาก เป็นต้น
  6. ทำสัญลักษณ์ให้กลุ่มเป้าหมายสำคัญที่ต้องสนใจเป็นพิเศษ เช่น กลุ่มสตรีทอผ้า กลุ่มผู้อาวุโสที่พูดภาษาถิ่น เป็นต้น

2. ปฏิทินชุมชน

เป็นการบอกช่วงเวลาที่เกิดกิจกรรม เหตุการณ์สำคัญ และประวัติศาสตร์ขึ้นในชุมชน แบ่งออกเป็นปฏิทินด้านเศรษฐกิจที่รวบรวมกิจกรรมเกี่ยวกับอาชีพ ทั้งอาชีพของคนในชุมชน อาชีพของคนในชุมชนที่ไปทำมาหากินที่อื่น และอาชีพของคนที่อื่นที่ทำมาหากินในชุมชน และปฏิทินด้านวัฒนธรรมที่รวบรวมกิจกรรมทางศาสนา วัฒนธรรมและประเพณี โดยการทำปฏิทินชุมชนมีขั้นตอนดังนี้
  1. กำหนดเป้าหมายของปฏิทินชุมชนว่าต้องการทำไปเพื่ออะไร
  2. รวบรวมข้อมูลด้วยการสอบถามผู้รู้และเอกสารที่เคยมีการจดบันทึก
  3. เรียบเรียงข้อมูลและจัดทำตาราง เพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ

3. ประวัติศาสตร์ชุมชน

บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความเป็นมาของชุมชนในด้านต่างๆ ทั้งสังคมและวัฒนธรรม เศรษฐกิจ การเมือง สุขภาพ ประวัติศาสตร์ชุมชนเป็นส่วนผสมของข้อเท็จจริง ความรู้สึก ซึ่งอาจสืบทอดผ่านเรื่องเล่า ตำนาน สถานที่ บันทึก เหตุการณ์ ขนบธรรมเนียมประเพณี แบบแผนการปฏิบัติต่างๆ ของชุมชน การศึกษาประวัติชุมชนทำให้รู้ความเป็นมาและเข้าใจชุมชนได้ดีขึ้น รู้ว่าชุมชนมีอายุเท่าไร เราอยู่ที่นี่มานานแค่ไหน มีใคร หรือเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นบ้าง เหตุการณ์นั้นส่งผลอย่างไรหรือทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงกับคน / ชุมชน / พื้นที่ในชุมชนอย่างไร การศึกษาประวัติชุมชนจะช่วยลดอคติหรือภาพลักษณ์แบบเหมารวมที่อาจมีกับชุมชน และช่วยเลือกวิธีการทำงานกับชุมชนได้เหมาะสม สอดคล้องกับประสบการณ์ ความคาดหวัง ศักยภาพของชุมชน การศึกษาประวัติศาสตร์ชุมชนมีวิธีการดังนี้
  1. ศึกษาเอกสารต่างๆ เกี่ยวกับชุมชน เพื่อเก็บเป็นข้อมูลพื้นฐาน
  2. พูดคุยกับคนในชุมชนหรือผู้รู้เพื่อให้ได้ข้อมูลจากคำบอกเล่า
  3. การรวบรวมประวัติศาสตร์ชุมชนอาจมีเอกสารหลายชุดที่แตกต่างกันตามคำบอกเล่า
  4. ประเด็นในการเก็บข้อมูลประวัติศาสตร์ชุมชน เช่น ประวัติความเป็นมาของชุมชน ผู้ก่อตั้ง การขยายตัวของชุมชน เหตุการณ์สำคัญ การบุกเบิกที่ดินทำกิน เป็นต้น จะช่วยให้ได้ข้อมูลที่สำคัญและมีประโยชน์ในการศึกษาข้อมูลต่อไป

ทีมงาน

ทนงศักดิ์ เลิศพิพัฒน์วรกุลนักวิชาการ
ดอกรัก พยัคศรีนักวิชาการ
ยุวดี ศรีห้วยยอดนักวิชาการ
ศิราพร แป๊ะเส็งนักวิชาการ
นวลพรรณ บุญธรรมนักวิชาการ
ปณิตา สระวาสีนักวิชาการ
จุฑามาศ ลิ้มรัตนพันธ์นักวิชาการ
นวพรรณ ภัทรมูลนักวิชาการ
ธันวดี สุขประเสริฐนักวิชาการเอกสารสนเทศ
สิทธิศักดิ์ รุ่งเจริญสุขศรีนักวิชาการเอกสารสนเทศ
นิสา เชยกลิ่นเจ้าหน้าที่ฐานข้อมูล
สุธาสินี บุญเกิดเจ้าหน้าที่ฐานข้อมูล
ศุภาพิชญ์ อุคำพันธ์เจ้าหน้าที่ประสานงานวิชาการ
สมศักดิ์ แก้วนุชเจ้าหน้าที่ประสานงานวิชาการ