เรือนพื้นถิ่น อภิธานศัพท์

อภิธานศัพท์ 164 รายการ

กก

ซอกด้านในหรือซอกด้านหลังของแผ่นบานประตูหรือหน้าต่าง ถ้าเป็นหลังของแผ่นบานประตูก็เรียกว่า กกประตู ถ้าเป็นด้านหน้าต่างก็เรียกว่า กกหน้าต่าง (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กกประตู

ซอกระหว่างหลังบานประตูกับฝาหรือผนังเรือน เป็นคำที่มีลักษณะความหมายคล้ายกับคำว่า กกหู (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กกหน้าต่าง

ซอกระหว่างหลังบานหน้าต่างกับฝาหรือผนังเรือน เป็นคำที่มีลักษณะความหมายคล้ายคำว่า กกหู (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กง

ก.กงรถ ไม้ท่อนหนาทำเป็นรูปโค้งวางตามวงล้อ ล้อรถวงหนึ่งประกอบด้วย ๔ เสี้ยวกง (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กงค้าง

ไม้โครงสร้างเรือ ทำเป็นรูปโค้งวางตามขวางของลำ ทำเฉพาะด้านข้างเว้นส่วนที่เป็นท้องเรือ กงค้างใช้วางสลับกับกงเป็นช่วงๆ ไปตามความยาวของเรือ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กงจักร

จานโลหะทำเป็นแผ่นแบน ขอบมีคมเป็นซี่ใบมีด ใช้เป็นอาวุธข้างให้หมุนไปเชิดสังหารศัตรู เป็นอาวะประจำพระองค์พระนาราณ์ พระอินทร์ พระพิฆเนศวร ฯลฯ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กงฉาก

ไม้เทียบมุมฉาก เป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งของช่างไม้ปลูกสร้าง (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กงพัด

ไม้ที่ติดขนาบข้างโคนเสา ปลายทั้งสองข้างของไม้กงพัดนี้วางอยู่บสี่เหลี่ยมที่เรียกกันว่า งัว ด้านละท่อน ไม้กงพัดจะขนาบติดเสาอยู่ด้วยวิธีบากฝังลงไปในเนื้อเสา และยึดติดกับเสาด้วยลูกสลักตอกแน่น การที่ต้องทำกงพัดติดไว้ปลายเสาเช่นนี้ก็เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้เสาทรุด ไม้กงพัดนี้ทำด้วยไม้จริงเพื่อให้แข็งแรงและคงทน สำหรับไม้งัวโดยทั่วไปทำด้วยไม้จริง แต่ในภาคกลางบางแห่งเช่นแถบอยุธยาน้ำท่วมได้ง่าย และดินมีความชื้นสูงจะใช้ไม้ทองหลางหลายๆ ท่อนรับกงพัดแทนงัวไม้จริง ที่ทำเช่นนี้ก็เพราะไม้ทองหลางเมื่อฝังดินและมีน้ำหล่อเลี้ยงอยู่เสมอจะไม่ผุเปื่อย มีความคงทนดีเท่าไม้จริงเช่นกัน (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กงเรือ

ข. ไม้ท่อนหนาทำเป็นรูปโค้งวางตามขวางลำทำเป็นโครงเรือ ส่วนล่างของกง ตรงกลางส่วนโค้งยึดติดกับกระดูกงู (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กงวาน

กงเรือเฉพาะตัวที่เจาะรูทะลุให้น้ำที่ขังอยู่ระหว่างกงไหลลอดถึงกัน (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กนก

ก.ทองคำ ข.ลายประดิษฐ์เลียนธรรมชาติในแบบจิตรกรรมไทย (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กนกเปลว

ลายกนกเขียนที่มีปลายสะบัดพลิ้วคล้ายเปลวไฟ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

ก้นขันธ์

ชื่อขององค์ประกอบสถาปัตยกรรมส่วนที่เป็นกระพุ้งตอนล่างของช่อฟ้านั่งอยู่บนสันอกไก่ ชื่อองค์ประกอบส่วนนี้ในบางแห่งก็เรียกเป็นศัพท์สามัญว่า พุงนกกระจาบ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

ก้นนกกวัก

น.แบบทรงหลังคาของเรือนไม้บั่ว (เรือนเครื่องผูก) ที่นิยมสร้างขึ้นเป็นหนึ่งของสถาปัตยกรรมแบบล้านนาไทย ลักษณะหลังคาเป็นทรงยกจั่วเปิดด้านหนึ่ง และที่ด้านตรงข้ามกลับทำปีกนกปิดคลุมเสียครึ่งจั่ว ทำให้รูปหลังคาทางด้านข้างคล้ายรูปของตัวนก(พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กบ

ก.ไม้สลักที่ใส่ไว้ด้านในส่วนล่างตอนกลางของบานหน้าต่างหรือบานประตู ทำหน้าที่คล้ายกลอนในสมัยปัจจุบัน เมื่อปิดหน้าต่างหรือประตูใช้กบนี้สอดข้างในช่องเจาะของตัวไม้ธรณี อาจใช้ใช้ได้ทั้งตัวเดียวและสองตัว ที่ใช้กบสองตัวนั้นก็เพื่อประสงค์จะปิดด้านใดด้านหนึ่งไว้ โดยไม่ให้บานหน้าต่างตีเปิด (เพราะใช้ฝาล้ม) ข.เครื่องมือที่ทำด้วยไม้ประกอบด้วยใบมีดที่มีหน้ากว้าง ใช้ไสไม้ให้หน้าเรียบ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กบทู

ไม้กระบอกตัวบนเหนืออกไก่ มีความยาวตลอดสันหลังคา ใช้สำหรับบังคับหลบจากให้ติดอยู่กับสันหลังคา กบทูนี้จะมีใช้เฉพาะเครื่องเรือนผูกเท่านั้น ในบางท้องถิ่นเรียกไม้กบทูนี้ว่า ไม้ข้างควาย (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กบลอกคิ้ว

เครื่องมือไสไม้ที่มีคมมีดแต่งให้ขูดเนื้อไม้ออกเป็นเส้นนูน (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กรง

ที่กักขังคนหรือสัตว์ มีซี่ไม้หรือเหล็กกั้นเป็นเครื่องไม่ให้หลบหนีได้ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กรรชิง

ร่มเข้ากระบวนพิธี เป็นร่มขอบกว้างชั้นเดียว ติดระบายที่ขอบร่มซ้อนสองชั้น หลังร่มแบนราบ คันร่มยาว ใช้เป็นเครื่องยศกางกั้นคู่กันไปกับคานหาม มีชนิดแตกต่างกันดังนี้ หุ้มผ้าแดงหรือผ้าขาวโรยทองเรียก พื้นกะลอ ริ้วขาวและน้ำเงินสลับกันที่ระบายเรียก กระเชิงเกล็ด (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กรอบ

ส่วนที่ล้อมเป็นขอบอยู่โดยรอบ เช่น กรอบประตู กรอบหน้าต่าง กรอบรูป ฯลฯ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กรอบเช็ดหน้า

ตัวไม้สี่ท่อนที่นำมาต่อรัดรอบขอบบานประตูหรือหน้าต่างเป็นรูปกรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้าตามขนาดของประตูหรือหน้าต่างที่ใช้ สมัยปัจจุบันเรียกว่า วงกบกระตู หรือ วงกบหน้าต่าง (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กรอบตีนฝา

ชื่อตัวไม้ประกบฝาเรือนเครื่องผูกชนิดหนึ่งที่สานเป็นขัดแตะ กรอบนี้จะติดอยู่กับพื้นเรือน (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กรอบรัดเกล้าฝา

ไม้ตัวบนที่วางอยู่ใต้ขื่อของเครื่องเรือนผูก ใช้รัดกับแปหัวเสา กรอบรัดเกล้าฝานี้มีทั้งสี่ด้านของตัวเรือนด้านสกัดผูกมัดกับรัดเกล้าฝาด้านยาวตามกลอน (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กระจกหุง

กระจกสีชนิดบาง ใช้ตัดประดับอาคารหรือครุภัณฑ์ เช่น พระแท่นบุษบก หรือเรียกว่า กระจกเกรียบ มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมบาง มีสีต่างๆ งานทำกระจกหุงรุ่งเรืองถึงขั้นสูงสุดในปลายสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ เมื่อพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนวรจักระรานุภาพ (พระองค์เจ้าปราโมข) ทรงบังคับบัญชาการช่างหุงกระจก (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กระจัง

ชิ้นลายหรือลายที่มีเส้นขอบนอกคล้ายรูปดอกบัว ใช้เรียงประดับให้เกิดจังหวะในทางแนวนอนตามขอบของวัตถุหรือสิ่งของ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กระจังเจิม

กระจังขนาดเล็กใช้เรียงประดับขอบเพื่อให้เกิดจังหวะ ทำหน้าที่เช่นเดียวกับกระจังตาอ้อย แต่นิยมทำขนาดใหญ่กว่ากระจังตาอ้อย ใช้ติดเป็นตัวลอยบนขอบวัตถุ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กระจังตาอ้อย

กระจังขนาดเล็กเป็นส่วนประดับบนผิวของสิ่งต่างๆ เพื่อให้เกิดจังหวะ เป็นกระจังขนาดเล็กที่สุดในบรรดากระจังทั้งสิ้น

กระจังปฏิญาณใหญ่

กระจังขนาดใหญ่มีรูปคล้ายกระจังรวน มียอดเอนลู่ไปทางด้านหลัง ใช้ประดับแผงกั้นด้านข้างพนักที่นั่งต่างๆ เช่น พระราชยาน ธรรมาสน์ สัปคับ ฯลฯ

กระจังฟันปลา

โครงนอกรูปสามเหลี่ยมที่เรียงต่อกันเป็นแถวยาวดูคล้ายซี่ฟันปลา รูปซ้อนของกระจังที่เสริมขนาดจะกำหนดขึ้นจากการขยายตัวส่วนที่มีระเบียบทางเรขาคณิตด้วยการใช้วิธีขยายที่เรียกว่า ฟัน ๑ ฟัน ๓ ฟัน ๕ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กระโจม

ก.เป็นที่พักหลบภัยธรรมชาติ ทำด้วยผ้าหนา ขอบล่างกว้าง รวบยอดยกสูงแหลม เป็นรูปลอมฟาง มีทั้งที่เป็นรูปกลมและรูปเหลี่ยม ข.วัตถุรูปยาวหลายอันที่นำปลายมาพิงหรือผูกยอดรวมกัน เช่น กระโจมปืน กระดจมหอก ค.การเคียนผ้านุ่งเหนือราวนมอย่างที่เรียกว่า นุ่งกระโจมอก (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กระดก

การทำให้ปลายข้างหนึ่งหรือขอบข้างหนึ่งยกสูงขึ้น ถ้าเป็นคำที่ใช้ในกระบวนการแกะลายไม้หรือปั้นปูนก็หมายถึง การทำให้ขอบของตัวลายยกลอยขึ้นข้างหนึ่ง เพื่อช่วยให้ลายนั้นดูลึกและพลิ้ว เรียกว่า แกะ หรือ ปั้นกระดก (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กระดาน

ก.ไม้ที่เลื่อยออกเป็นแผ่นยาวแบน ใช้ปูพื้นและทำฝาเรือน ข.สิ่งที่เป็นแผ่น ลักษณะแบน เช่น กระดาน (หิน) ชนวน กระดานหมากรุก ค.ระนาบที่มีหน้าเรียบ เช่น ส่วนของฐานสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเรียกว่าหน้ากระดาน (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กระดานชนวน

แผ่นหินชนวนสีดำ มีรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบนเรียบ ที่ขอบด้านกว้างทั้งสองด้าน มีไม้กลึงกลมปิดขนาบไว้สำหรับให้ผู้ใช้จับได้ถนัด ใช้ดินสอขาวหรือดินสอหินเป็นเครื่องมือเขียน เป็นเครื่องเรียนของนักเรียนและโหร (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กระดานดุน

แผ่นไม้ลูกฟักที่มีพื้นส่วนกลางหนากว่าส่วนขอบ มีทั้งชนิดดุนลานและไม่มีลาย เรียกว่า ลูกฟันกระดานดุน (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กระดานพิง

แผ่นไม้สำหรับนั่งพิง ใช้ติดกับหลังพนักเก้าอี้นั่ง (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กระดาษ

ใยเยื่อไม้เนื้ออ่อน ใยไม้ไผ่ ใยกก ฯลฯ ทุบละเอียดกรองเป็นแผ่นบาง ใช้ทำสมุดเขียนหนังสือ หรือทำสิ่งของอื่นๆ ที่ต้องการความบางเบา พับตัดได้ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กระดิ่งใบโพธิ์

เครื่องหล่อโลหะใช้ทำให้เกิดเสียงมีรูปคล้ายระฆังแต่มีขนาดเล็ก ลูกกระดิ่งห้อยแผ่นโลหะเบาแบนรูปใบโพ เมื่อใบโพถูกลมจะแก่วง ทำให้ลูกกระดิ่งตีกับตัวกระดิ่งเกิดเสียงดังขึ้น มักใช้ห้อยแขวนตามชายคาอาคารในวัด ทำให้เกิดเสียงวังเวง ในบางที่โดยเฉพาะในวรรรคดีจะเรียกกระดิ่งชนิดนี้ว่า กระดึง (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กระดิ่ง

เครื่องหล่อโลหะใช้ทำให้เกิดเสียง มีรูปคล้ายระฆังแต่มีขนาดเล็ก (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กระดึง

ก.เครื่องหล่อโลหะใช้ทำให้เกิดเสียง มีรูปคล้ายระฆังหรือพังลางขนาดเล็ก ใช้แขวนคอสัตว์ เช่นวัว ควาย ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงที่ปล่อยให้กินตามดงตามป่า เพื่อให้รู้ว่าสัตวืนั้นอยู่ที่ใด ข.เครื่องหล่อโลหะใช้ทำให้เกิดเสียง มีรูปเช่นกระดิ่ง แต่มีลูกเคาะเป็นใบโพ ใช้แขวนตามชายคาโบสถ์ วิหาร ฯลฯ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กระดูก

ก.แกน โครงของวัตถุ เช่น กระดูกงูเรือ หมายถึง โครงหลักที่วางตลอดหัว ถึงท้ายเรือเมื่อเริ่มสร้าง ข.โครงร่างของคนและสัตว์ที่ช่วยให้ร่างกายทรงตัวอยู่ได้ ค.ชิ้นเศษของธาตุปูนที่เหลือจากการเผาซากคนหรือสัตว์ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กระดูกงู

แกนโครงสร้างของเรือที่วางตลอดความยาวตั้งแต่หัวจรดท้าย (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กระได

องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม ใช้ขึ้นหรือลงระหว่างพื้นต่างระดับ ตัวกระไดประกอบด้วยแม่กระไดและลูกขั้นสำหรับก้าวขึ้นและลง (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กระไดแก้ว

ราวขั้นรูปกระไดสำหรับวางพาดพระแสงศัตราวุธ หรือกระไดพาดขึ้นธรรมาสน์ นิยมทำเป็นรูปพญานาค คำว่า "กระไดแก้ว" จะใช้เรียกเฉพาะกระไดที่ใช้กับเครื่องใช้ทางศาสนาและเครื่องใช้ของพระมหากษัตริย์เฉพาะที่สำคัญเท่านั้น (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กระไดลิง

ชั้นกระไดใช้ขึ้นลงระหว่างชั้นล่างกับชั้นบนของอาคารหรือเรือ วางพิงหรือเกาะขนาบกับฝาไม่มีความเอน เวลาขึ้นและลงใช้มือไต่ขึ้นและไต่ลง (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กระต๊อบ

โรงเรือนที่ปลูกชั่วคราวให้อยู่อาศัยหรือเก็บของ ทำด้วยไม้กรุหรือมุงด้วยใบไม้ หรือใบจาก ไม่ใช้ช่างในการปลูก พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กระทงป่า

ไม้ท่อนใช้ยันขวางตามลำเรือขุด เพื่อช่วยให้กาบเรือแบะถ่างกว้างออกไปตามที่ต้องการ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กระทงลา

ภาชนะทำด้วยใบตองยกขอบเย็บเป็นรูปจักรฟันปลาพับซ้อนต่อกันเป็นวงรอบกระทง ใช้สำหรับใส่ดอกไม้และมีกรวยครอบ ใช้ในพิธีลาบวชหรือถวายตัวต่อเจ้านาย (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กระทงเหิน

ไม้กระดานขวางที่หัวและท้ายเรือ ในบางที่เรียกว่า หูกระต่ายเรือ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กระทู้

เสาปักรายเป็นรั้วกั้นเขต (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กระบวน

ก.เป็นหมวดเป็นหมู่ เป็นอย่างเดียวกันหรือประเภทเดียวกัน ใช้ในภาษาช่าง เช่น ลายกระบวนจีน หมายถึง พวกที่มีลายเป็นอย่างจีนทั้งหมด ลายกระบวนแกะ หมายถึง ของที่แกะลายทั้งหมด ข.ฝูงชนหรือพาหนะที่มุ่งหน้าไปในทางเดียวกัน เพื่อวัถุประสงค์อย่างเดียวกัน มีความหมายเช่นเดียวกับคำว่า "ขบวน" (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กระบวนแกะ

ใช้เรียกลวดลายที่มีเส้นขุดลึกไปในเนื้อวัตถุเช่นไม้หรือหิน เป็นคำที่แสดงลักษณะของวัตถุนั้นๆ ถูกประดิษฐ์ขึ้น (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กระบวนจีน

ใช้เรียกลวดลาย รูป หรือวัตถุที่เป็นแบบจีน เช่น ลายในผ้าแพรพรรณ ภาชนะรูปประแจจีน รูปมังกร รูปหงส์ ฯลฯ เรียกว่าลายกระบวนจีนหรือกระบวนจีน เป็นคำที่แสดงประเภทหรือลักษณะของของนั้นๆ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กระบอก

ก.ท่อนของปล้องไม้ไผ่ ข.สิ่งที่มีลักษณะกลมกลวง มีทรงสูง (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กระบู

กระเบิ้องดินเผาเช่นเดียวกับกระเบื้องราง อย่างเช่นที่ใช้มุงหลังคาพุทไธสวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา คำว่า กระบู ปรากฏในจดหมายเวรของสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงมีถวายสมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ฉบับลงวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๔๘๓ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กระเบื้องเกล็ดเต่า

กระเบื้องดินเผาปลายตัดเป็นมุมแหลม มีผิวด้านและมีสีแดงตามเนื้อดิน ใช้มุงหลังคาโบสถ์ วิหาร ฯลฯ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กระเบื้องครอบปลายเชิงกลอน

องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่ทำด้วยดินเผาเคลือบ ใช้สวมปิดปลายเชิงกลอนเพื่อกันตัวไม้ผุเปื่อย (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กระเบื้องครอบแป

องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่ทำด้วยดินเผาเคลือบ ใช้ปิดปลายแปเพื่อกันตัวไม้ผุเปื่อย (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กระเบื้องครอบหัวอกไก่

กระเบื้องที่ทำเป็นรูปเช่นเดียวกับหัวอกไก่ แต่มีขนาดใหญ่พอที่จะสวมครอบหัวอกไก่ได้พอดี และมีความยาวเท่ากับส่วนที่หัวอกไก่ยื่นพ้นไขราหน้าจั่ว กระเบื้องชนิดนี้ทำขึ้นเพื่อหุ้มไม้หัวอกไก่กันผุเปื่อยเนื่องจากการเปียกฝน เป็นกระเบื้องที่ทำขึ้นใช้ในสมัยสุโขทัยเท่านั้น ส่วนในสมัยต่อมาไม่ทำเป็นกระเบื้อง แต่ใช้ตีแผ่นดีบุกหรือทองแดงหุ้มแทน (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กระเบื้องครอบอกไก่

กระเบื้องดินเผาแผ่นแบนทับตอนปลายเป็นขอเกี่ยวที่สันหลังคา ใช้วางครอบปลายหลังคาตอนสันอกไก่ตลอดความยาวของหลังคา ถ้าหากอาคารเป็นชนิดหลังคามุงกระเบื้อง กระเบื้องครอบอกไก่นี้จะมีปูนโบกทับอีกชั้นหนึ่ง จะเห็นตัวอย่างได้จากหลังคาโบสถ์หรือหรือวิหาร แต่สำหรับหลังคามุงจากอาจใช้กระเบื้องนี้วางทับกดปลายจากเฉยๆ โดยไม่ใช้ปูนโบกและเรียกชื่อว่า กระเบื้องหลบ หรือ หลบจาก (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กระเบื้องเคลือบ

สิ่งที่เป็นดินเผาเคลือบน้ำยาที่ผิวนอก เช่น ถ้วยหรือชามกระเบื้องเคลือบ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กระเบื้องเชิงชาย

กระเบื้องดินเผาเคลือบสีแดงเช่นเดียวกับกระเบื้องราง เป็นกระเบื้องที่มาตั้งแต่สมัยสุโขทัย โดยได้รับอิทธิพลมาจากสมัยลพบุรี เปลี่ยนรูปตัวปิดเชิงชายแบบกลีบขนุนของขอมมาเป็นแบบกระจังประดับตอนเชิงชายของไทย ทำเป็นกรอบเรือนแก้วบรรจุรูปเทพพนมหรือลายดอกไม้ มีขาสอดเข้าไปในกระเบื้องคว่ำตัวสุดท้าย (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กระเบื้องดินขอ

กระเบื้องดินเผารูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ใช้มุงหลังคาอาคารทั่วไปส่วนที่ใช้เกาะกับตัวแปไม้ทำเป็นปุ่มยาวรูปคล้ายขอเกี่ยว (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กระเบื้องปรุ

กระเบื้องดินเผาเคลือบน้ำยาสีเขียวหรือขาว เฉพาะที่เป็นกระเบื้องอย่างเก่ามีลายโปร่ง ส่วนใหญ่พบว่าเป็นของที่ทำมาจากเมืองจีน ใช้กรุตามกำแพงแก้วหรือใต้พนักระเบียบหรือลับแล เช่น มณฑปทิศวัดอรุณราชวรราราม มีลายเป็นรูปสวัสดิกะ ลายดอกไม้ ฯลฯ ส่วนกระเบื้องปรุที่ทำในเมืองไทยมีใช้มาตั้งแต่สมัยสุโขทัย เป็นเครื่องสังคโลก มีลักษณะสี่เหลี่ยมทำปรุเว้าตรงส่วนกลางทั้งสองด้าน เมื่อนำแผ่นกระเบื้องมาเรียงต่อกันเข้าแล้วจะมีรูปปรุกลมและมีลดคิ้ว กระเบื้องปรุไทยนั้นมีทั้งสีขาวและสีเขียว กระเบื้องปรุนี้ในบางทีเรียก กระเบื้องรู (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กระเบื้องมอญ

กระเบื้องดินเผาปลายตัดเฉียงแหลม ผิวด้าน มีสีแดงตามเนื้อดินเช่นเดียวกับกระเบื้องเกล็ดเต่า (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กระเบื้องราง

กระเบื้องดินเผาเคลือบสีแดง เป็นกระเบื้องมุงหลังคาแบบจีน มีลักษณะเป็นแผ่นโค้งหงาย แต่งปูนเป็นสันทับรอยต่อระหว่างแผ่น (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กระเบื้องหางมน

กระเบื้องดินเผาใช้สำหรับมุงหลังคา กระเบื้องชนิดนี้มีชื่อเรียกตามลักษณะรูปโค้งมนของปลายกระเบื้อง โดยทั่วไปนิยมให้มุงอาคารทางศาสนา เรือนหลวง หรือบ้านผู้ทรงผู้ฐานันดรศักดิ์ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กระเบื้อง

สิ่งที่ทำเป็นแผ่นแบบบาง มีดินเป็นโครงสร้างหลักในการทำ ใช้เป็นเครื่องมือ มุง ปู หรือ กรุอาคาร หรือเป็นโครงสร้างหลักของเครื่องภาชนะใช้สอย คำว่า "กระเบื้อง" หมายเฉพาะเครื่องดินเผา หากจะหมายความเป็นอย่างอื่นก็มักจะคำที่แสดงลักษณะเครื่องใช้ประกอบเข้าด้วย เช่น กระเบื้องปูพื้น จานกระเบื้อง กระเบื้องมุงหลังคา ฯลฯ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กระพ้อม

ภาชนะสานด้วยไม้ไผ่ ยาด้วยดิน มีขนาดใหญ่ รูปคล้ายกระชังขนาดใหญ่ ใช้บรรจุข้าวเปลือก กระพ้อมนี้ในบางท้องที่เรียกว่า พ้อม หรือ กะพ้อม มีขนาดส่วนสัดโดยประมาณสูง ๑.๒๐ เมตร กว้าง ๑.๒๐ เมตร มักตั้งไว้ในเพิงยกแคร่ติดกับตัวเรือน หรือปลูกเป็นยุ้งแยกไว้ต่างหากจากตัวเรือน (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กระพัก

ไหล่ดินที่เป็นยกชั้นหรือเป็นขั้นบันไดเป็นแนวยาวเพื่อกันดินทลาย (พจนานุกรมสถาปัตยกรรม และศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กระพัง

หรือตระพัง ตะพัง สะพัง เป็นคำที่สมัยสุโขทัย หมายถึง แอ่ง บ่อ หรือสระที่ขุดเพื่อใช้เก็บน้ำ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กระพี้

เนื้อไม้ที่มีเสี้ยนแตก ผิวหยาบ ไม่เหมาะที่จะใช้งานรับกำลัง และไม่เหมาะที่จะใช้งานประณีต ลักษณะที่เป็นกระพี้ในเนื้อไม้มักจะเกิดกับไม้เนื้อแข็งทั่วไป (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กระสวน

แบบสำหรับสร้างหรือทำวัตถุสิ่งของเครื่องใช้ เช่น กระสวนเรือนหรือกระสวนเสื่อ อาจทำเป็นแบบเขียนหรือจำลองหุ่นขึ้นดูตามวิธีที่ทำกันในสมัยโบราณก็ได้ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กราง

ถูด้วยตะไบ เช่น กรางไม้ หมายถึง ใช้ตะไบถูไม้ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กราบ

ก.การทำความเคารพต่อบุคคลหรือสิ่งควรสักการะด้วยอาการคุกเข่าหรือหมอบพับเพียบ วางศอกทั้งคู่ ลงจรดพื้น ทาบท้องแขนและและฝ่ามือทั้งสองลงบนพื้น พร้อมกับก้มศีรษะลงติดกับหลังมือ ข.ขอบหรือทางเดินที่อยู่ด้านข้างลำเรือ มีกราบซ้ายและกราบขวาเป็นต้น (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กรุ

ก.คูหาทึบปิดทางเข้าออก ใช้เป็นที่บรรจุของมีค่า เช่น พระธาตุ พระพิมพ์ หรือของอื่นใดที่มีผู้ถวายเป็นพุทธบูชา กรุนี้จะอยู่ส่วนกลางในองค์พระเจดีย์หรือพระปรางค์ เมื่อบรรจุสิ่งของต่างๆ แล้วจึงปิดทางเข้าออกไม่ให้มีผู้ทราบว่ามีสิ่งใดบรรจุอยู่ภายใน ข.ปิดหรือหุ้มด้วยวัตถุที่เป็นแผ่น เช่น กรุกระเบื้อง กรุทองแดง หรือกรุดีบุก เป็นต้น (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กรุยเชิง

ลายเขียนตกแต่งทางด้านจิตรกรรม มีลักษณะลายเป็นลายเชิงปลายแตกเหมือนชายครุย (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กฤษฎาธาร

พระที่นั่งสร้างขึ้นเฉพาะคราวเพื่อแสดงพระกฤษฎาภินิหารของพระมหากษัตราธิราช เช่น ใช้เป็นที่ประดิษฐานพระบรมศพ ดังที่มีกล่าวถึงพระบรมศพของพระนเรศวรมหาราชในพระราชพงศาวดาร (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กลด

ก.ร่มใหญ่มีคันด้ามยาว พื้นผ้าสีสด สำหรับเจ้านายหรือพระภิกษุมีผู้เชิญกลดตามบังแสงอาทิตย์ให้หรือเชิญตามให้เป็นเกียรติ ข.ร่มใหญ่มีคันด้ามยาว พื้นผ้าสีขาวมีลายทอง ใช้เป็นเครื่องแสดงยศ กลดที่มีสีขาวมีชื่อเรียกเฉพาะว่า กลดกำมะลอ ค.ร่มใหญ่มีคันด้ามยาว พื้นผ้าสีเหลืองเช่นเดียวกับผ้ากาสาวพัสตร์ มีชายกลดยาวหุ้มรอบเป็นวงกลม มีช่องเปิดทางเดียวสำหรับใช้เข้าออก ใช้ปักดินทำเป็นที่พักค้างแรมของพระภิกษุในเวลาออกธุดงค์ ง.หม้อน้ำเทพมนต์ของพราหมณ์ มีลักษณะเหมือนคนโท มีฝาปิดและมีพวยอย่างกาน้ำ ในบางที่ใช้คำว่า "กล" แทน จ.วงแสงเรืองสีรุ้งรอบดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ เมื่อดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์มีแสงเช่นนี้เรียกว่า ทรงกลด (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กลม

วัตถุหรือรูปที่มีปริมาตรทึบและมีระนาบเดียว ที่สามารถวัดเส้นผ่าศูนย์กลางได้เท่ากัน ไม่ว่าจะวัดจากทางระนาบใด (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กลวง

สิ่งที่เป็นช่องหรือโพรง หรือรูทะลุตลอดแผ่นหรือก้อนทึบ เช่น รูตะกรุด ลำปล้องไม้ไผ่ ฯลฯ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กลอน

ก.อุปกรณ์ทำด้วยท่อนโลหะหรือไม้ ใช้บังคับบานประตูหรือหน้าต่างเปิด ข.แผ่นไม้มีหน้าที่รองรับไม้ระแนงสำหรับมุงกระเบื้องหรือผูกตับจาก เป็นตัวไม้ที่วางพาดจากไม้อกไก่ตอนบนสุดของสันหลังคา ผ่านไม้แปที่รองรับลงมาได้สะดวก (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กลอนขอ

ตัวไม้ที่บากเป็นบ่าไว้สำหรับไม้ระแนงมุงกระเบื้องหลังคา ตัวไม้กลอนขอเป็นตัวไม้ที่วางพาดจากไม้อกไก่ตอนบนสุดของสันหลังคา ผ่านไม้แปที่รองรับลงมาจนจรดไม้เชิงกลอนที่ชายคา (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กลีบขนุน

องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมแบบปรางค์ขอม ทำด้วยแท่งหินหรือแท่งปูนฉาบ ใช้ประดับตอนย่อมุมของพระปรางค์มีที่มาจากนาคปักบันแถลงของขอม กลีบขนุนของพระปรางค์ที่สร้างขึ้นเป็นเทวสถานในศาสนาพราหมณ์ จะทำเป็นรูปเทพเจ้าประจำทิศที่สำคัญตามตำแหน่งของเทพเจ้าประจำทิศ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กลีบมะเฟือง

องค์ประกอบตกแต่งของสถูปหรือเจดีย์ เป็นลักษณะเฉพาะของศิลปะแบบอู่ทองในลักษณะหนึ่งของพุทธศตวรราที่ ๑๘ ปัจจุบันคงมีอยู่เพียงสององค์คือที่เมืองสรรค์บุรี จังหวัดชัยนาทและที่วัดมหาธาตุ จังหวัดลพบุรี มีที่มาจากสถูปทรงศิขร (ศิ-ขะ-ระ)หรือปรางค์ขอมแบบลพบุรี กลีบมะเฟืองมีวิธีการสร้างจากการวางรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ๘ รูปซ้อนลงบนศูนย์กลางเดียวกัน จัดมุมให้ได้จังหวะทิศที่เท่ากัน จะทำให้เกิดจำนวนกลีบแฉกทั้งหมด ๓๒ กลีบ จำนวนเลขที่นำมาใช้ในงานศิลปะนั้น ในอดีตนิยมตัวเลขที่มีความหมายที่เกี่ยวข้องกับศาสนา สำหรับเจดีย์กลีบมะเฟืองที่มีกลีบแฉก ๓๒ กลีบ หมายถึงทิศน้อยทิศใหญ่ที่มีเทพประจำรักษา หรืออาจหมายถึงอาการ ๓๒ ในกายมนุษย์ ทำขึ้นเพื่อใช้เป็นข้อพิจารณาธรรมก็ได้ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กวด

ทำให้แน่น ให้ตึง เช่น การไขนอตให้บีบแน่นกับเนื้อวัตถุ มีคำแทนที่อาจใช้ได้ในความหมายเดียวกัน ขันหรือขันชะเนาะ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กว้าน

เฟืองหมุนทดรอบให้ผ่อนแรงในการฉุดยกหรือเคลื่อนของหนักจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

ก่องนม

เครื่องรัดรูปเต้านมทำด้วยผ้า หรือเป็นเครื่องประดับที่เห็นได้เฉพาะรูปสตรีในงานจิตรกรรมหรือประติมากรรม (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

ก่อง

เครื่องประดับรัดรูปของสตรี เช่น ก่องหน้า หรือที่เรียกกันในชื่ออื่นว่า ปันจุเห็จ หมายถึง กรอบเครื่องประดับรัดรูปหน้าบังเชิงผมตรงเหนือหน้าผาก (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

ก่อ

การนำเอาวัสดุก่อสร้างที่เป็นก้อนเช่น อิฐหรือหินมาเรียงต่อเชื่อมโดยใช้เชื้อประสานช่วยให้อิฐหรือหินยึดกันระหว่างก้อน โดยมีคุณสมบัติใหม่เสมือนเป็นผืนแผ่นเดียวกันตลอด (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กะบัง

แผงซี่ไม้ที่ใช้กั้นทางน้ำไหลและมีช่องบังคับให้ปลาเข้าไปติดอยู่ในที่ดักจับ ใช้เป็นเครื่องมือจับปลาน้ำจืดในทำเลที่มีน้ำตื้น ปัจจุบันเขียน กระบัง (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กะแบะ

แผ่นหรือแผง เช่น ฝาเรือนที่ประกอบขึ้นเป็นแผงสำเร็จรูป แต่ละแผงพร้อมที่จะยกขึ้นประกอบเป็นฝาเรือนได้ มีหน่วยนับเป็นจำนวนกระแบะ ปัจจุบันเขียน กระแบะ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กะเปาะ

ก.ส่วนของหลอดที่พองออกเป็นรูปกลม หรือสิ่งที่มีรูปคล้ายถุงลมปากเปิด ข.ผิวผนังตรงส่วนที่ทำยื่นหนาออกมาคล้ายเสาเหลี่ยมครึ่งต้นทาบติดอยู่การทำผนังในลักษณะเช่นนี้ เรียกว่า ยกกระเปาะ หรือ ยกเก็จ ในบางกรณีถือว่าการก่อยกกระเปาะหรือยกเก็จเช่นนี้เป็นการทำเสา เสาชนิดนี้จะนิยมเรียกว่า เสาอิง ปัจจุบันเขียน กระเปาะ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กะเปาะย่อ

วิธีการย่อมุม โดยการยกกระเปาะหรือยกเก็จเพื่อแก้ความว่างและความเรียบบนผิวราบ เป็นวิธีย่อที่ต่างไปจากการย่อมุมไม้ ๑๒ หรือไม้ ๒๐ ที่ย่อโดยวิธีถือเอาศูนย์กลางของสิ่งที่ย่อนั้นเป็นหลัก การทำกระเปาะย่อนี้มักนิยมทำกับฐานของอาคาร ฐานชุกชี หรือฐานเจดีย์ ปัจจุบันเขียน กระเปาะย่อ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กะส่วน

ส่วนเทียบของกระสวนหรือแบบเขียนที่วางส่วนเทียบเป็น ๑ ส่วน ต่อสิ่งที่จะต้องทำหรือต้องสร้างเป็นกี่เท่าของกระสวนหรือแบบเขียนนั้น เช่น กะส่วน ๑:๒๐ หมายความว่าสิ่งของหรืออาคารที่จะต้องทำนั้นมีขนาดจริงใหญ่เป็น ๒๐ เท่าของกระสวนหรือแบบ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กะไหล่

การเปียกทองทาภาชนะที่เป็นเงิน เรียกว่า กาไหล่ การเปียกทองนั้นใช้ละลายบริสุทธิ์ การเปียกทองทาภาชนะใช้กรรมวิธีเช่นเดียวกับการทำถมทองหรือที่เรียกกันว่า ตะทอง

กักษันตรัง

ซุ้มจะนำตรีมุขหรือประตูเรียงติดกันเป็นสามซุ้ม สมเด็จฯเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์,จดหมายระยะทางไปพิษณุโลก,พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในการฉลองวันประสูติครบ ๑๐๐ ปี,(พระนคร:โรงพิมพ์พระจันทร์,๒๕๐๖),หน้า ๙๐ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กังหันน้ำ

เครื่องทุ่นแรงที่ทำขึ้นเพื่อใช้ตักหรือชักน้ำที่อยู่ในระดับต่ำขึ้นไปสู่ที่สูง มีลักษณะเป็นวงล้อขนาดใหญ่ ตอนขอบวงล้อแขวนภาชนะตักน้ำไว้ตลอดความแรงของกระแสน้ำไหลจะทำให้วงล้อหมุนเอาภาชนะตักน้ำขึ้นไปเทลงในรางรับน้ำตอนบน การใช้กังหันชนิดนี้ไม่ต้องใช้แรงคนเข้าช่วยเลย (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กังหันลม

ใบพัดที่หมุนด้วยกำลังลม (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กัญญา

ก.หลังคากันแดดและฝนที่ทำติดไว้กับพาหนะ เช่น เรือหรือคานหาม ดังตัวอย่าง เช่น เรือกัญญาและแคร่กัญญา ข.นางงาม (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กัญญาลดชั้น

หลังคารูปเรือน มีมุขลดตั้งอยู่กลางลำเรือ ใช้สำหรับตำรวจหลวงที่อยู่ในเรือขบวนพยุหยาตราทางชลมารค (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กัปปิยภัณฑ์

สิ่งของเครื่องใช้หรือเครื่องบริโภคที่พระภิกษุใช้ได้โดยไม่ผิดพุทธบัญญัติ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กัลเม็ด

ก.ฝาครอบสิ่งของมิดชิด มีเกลียวหมุนอดเข้าออกได้ เช่น ฝาครอบถ้ำยาดมชนิดมีเกลียวหมุน หรือจุกขวดชนิดมีเกลียวหมุน ข.ไฟที่ต้องจุดหรือตามไว้ตลอดวาระ เช่น เทียนกัลเม็ด คือเทียนที่จุดไว้หัวศพ และจุดรักษาศพนั้นไว้จนกว่าศพจะถูกนำไปเผาหรือฝัง ไฟกัลเม็ด ไฟซึ่งจะต้องจุดไว้ตั้งแต่เกิด และรักษาไฟนั้นไว้ไม่ให้ดับจนกว่าจะตายตามความเชื่อและปฏิบัติในศาสนาพราหมณ์บางลัทธิ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กาญจนสิงหาสน์

ฐานรูปสิงห์สำหรับใช้รองรับพระราชอาสน์ ปัจจุบันเป็นฐานใช้ประจำสำหรับรองรับพระที่นั่งพุดตานในพระที่นั่งอนันตสมาคม มีชื่อเรียกรวมทั้งองค์พระที่นั่งว่า พระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์ ฐานกาญจนสิงหาสน์นี้ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงเป็นผู้ออกแบบสร้าง เดิมใช้เป็นฐานรองรับพระแท่นนังคศิลาอาสน์ สำหรับตั้งในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

ก้านแย่ง

เส้นลายเขียนที่มีก้านแยกออกจากลายดอกลอยตอนกลางออกไปทั้งสองข้างดอกเท่าๆ กัน (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

ก้าน

ส่วนต่อเชื่อมระหว่างกิ่งกับใบของต้นไม้ ในทางจิตรกรรมใช้เรียกแกนของการออกลายแยกว่าก้าน ก้านแย่ง ก้านขด ก้านต่อดอก ฯลฯ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กาบ

สิ่งที่มีลักษณะคล้ายเปลือก ทำหน้าที่ห่อหุ้มโคนหน่อหรือส่วนที่ยังเป็นเนื้ออ่อนของต้นไม้ที่ลำต้นเจริญตามข้อปล้อง เช่นต้นไผ่ ต้นหมาก ต้นมะพร้าว ฯลฯ ในทางศิลปกรรม ช่างได้ประยุกต์กาบในธรรมชาติมาเป็นส่วนต่อของลายเขียนทางจิตรกรรม หรือเป็นลายปั้นทางประติมากรรม หรือเป็นองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม เช่น กาบแข้งสิงห์ กาบพรหมศร กาบหางสิงห์ หรือแสดงให้เห็นที่มาเดิมในสิ่งที่ประดิษฐิ์ขึ้นใช้สอย เช่น ชฎาที่ต่อกาบเป็นชั้นเชิงตรงส่วนปลียอด (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กาบแข้งสิงห์

องค์ประกอบเชิงศิลปะส่วนที่หุ้มแข้งสิงห์ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กาบไผ่

องค์ประกอบเชิงศิลปะส่วนที่ประดิษฐ์ขึ้นเลียนธรรมชาติ เพื่อใช้หุ้มส่วนต่อต่างๆ เช่น เหนือข้อต่อ รูปทรงกลมที่คล้ายข้อปล้อง หรือโคนเสาตอนมุมนอก ทำหน้าที่เช่นเดียวกับกาบพรหมศร แต่จัดอยู่ในชั้นที่มีความประณีตต่ำกว่า (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กาบพรหมศร

องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่ประดิษฐ์ขึ้นให้มีรูปลักษณะคล้ายกาบเปลือกไม้เนื้ออ่อนในธรรมชาติ มักทำขึ้นตรงส่วนที่เป็นโคนเสาเหลี่ยมเพื่อหุ้มมุมให้ดูมีความประณีตเพิ่มขึ้น (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กาบพรหมสิงห์

องค์ประกอบเชิงศิลปะที่ประดิษฐ์ขึ้นเลียนธรรมชาติ เพื่อใช้มปกมุมย่อไม้ส่วนที่เป็นขาสิงห์ หรือหุ้มปกเสาเหลี่ยมย่อมุมชิดที่ใช้บัวหุ้มหัวเสาแบบบัวแวง ในลักษณะที่ต้องการความประณีตและประดับเกียรติยศชั้นสูง (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กาบหน้าสิงห์

กาบที่ประดิษฐ์รูปลักษณ์เป็นหน้าสิงห์ประกอบฐานสิงห์ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

ก้ามปู,ลาย

ลายประดิษฐ์เลียนธรรมชาติใช้ในงานจิตรกรรมและประติมากรรม ประกอบสถาปัตยกรรม มีรูปลักษณะคล้ายกล้ามอ้าของปู นิยมทำเป็นลายต่อเนื่องตามแนวนอน เพื่อใช้เป็นตัวคั่นระหว่างส่วนของลายหรือวัตถุที่ทำหน้าที่แตกต่างกัน (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

การบุเรียน

โรงที่พระสงฆ์ใช้แสดงธรรมหรือศึกษาธรรม ปัจจุบันนี้เรียกกันโดยทั่วไปว่า ศาลาการเปรียญ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

การเปรียญ

เช่นเดียวกับคำว่า "การบุเรียน" (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กาแล

ตัวไม้ประกบไขว้บนปลายปั้นลมของเรือนทางภาคเหนือ ใช้เป็นองค์ประกอบสถาปัตยกรรม ในด้านการตกแต่ง มักแกะสลักอย่างประณีตวิจิตร (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กำ

ก.ซี่ล้อที่ต่อจากดุมไปยังกงหรือวงล้อ ข.มาตราวัดรอบของกลม เช่น วัดขนาดลำต้นไม้ ๑ กำสลึง เท่ากับความยาว ๔ นิ้ว ๑ กระเบียด ๑ กำเฟื้อง เท่ากับความยาว ๔ นิ้ว ๑/๒ กระเบียด ๑ กำสองไพ เท่ากับความยาว ๔ นิ้ว ๒ หุน ๘ กำ เท่ากับความยาว ๑ จังออน (ของเก่า) (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กำแพง

เครื่องกั้นเขต มีความมุ่งหมายในการใช้คล้ายกับรั้ว ผิดที่กั้นรั้วเป็นเครื่องกั้นเขตที่ทำด้วยไม้ส่วนกำแพงทำด้วยอิฐหรือหิน มีลักษณะเป็นแผงหนาในด้านตั้ง ใช้ปิดกั้นหรือแบ่งเนื้อที่ดินที่ประสงค์จะให้เป็นสัดส่วนโดยเฉพาะ เช่น กำแพงบ้าน กำแพงวัด กำแพงเมือง ซึ่งมีขนาดความหนา ความสูงใหญ่ ความมั่นคงผิดกันตามลำดับความสำคัญของการใช้ป้องกันศัตรู ตามกฎมณเฑียรบาลระบุว่า บุคคลที่มีชั้นยศต่ำกว่าเจ้าฟ้าห้ามมิให้ทำกำแพงมีใบเสมา จะให้เป็นสัดส่วนโดยเฉพาะ เช่น กำแพงบ้าน

กำแพงแก้ว

กำแพงเตี้ยใช้กั้นล้อมสิ่งที่ดีงามมีคุณค่าควรรักษา เช่น ก.อาคารที่มีสิ่งเคารพบูชาทางพระพุทธศาสนา อันได้แก่ โบสถ์ วิหาร เจดีย์ ฯลฯ ข.อาคารอันเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ อันได้แก่ พระที่นั่ง ปราสาท ฯลฯ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กำแพงเมือง

เครื่องกั้นเขตชุมนุมชนที่อยู่ร่วมกันจำนวนมากให้แยกออกต่างหากจากพื้นที่ทางเกษตรกรรมและป่าใช้ป้องกันข้าศึกศัตรูจากต่างถิ่นมารุกราน ใช้ก่อด้วยอิฐหรือหิน มักประกอบด้วยเชิงเทิน ป้อม และหอรบ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กำแพงหลังเจียด

กำแพงก่ออิฐ สันกำแพงยกสูงเหมือนหลังคาเพื่อป้องกันคนยืนหรือนั่ง เจียดคือหีบหรือกระเป๋าหิ้วที่มีฝาปิด-เปิดเป็นสันสูงคล้ายสันหลังคา กำแพงที่มีสันจึงเรียกชื่อตามเจียดนี้ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กำแพงหลังเจียด

กำแพงก่ออิฐ สันกำแพงยกสูงเหมือนหลังคาเพื่อป้องกันคนยืนหรือนั่ง เจียดคือหีบหรือกระเป๋าหิ้วที่มีฝาปิด-เปิดเป็นสันสูงคล้ายสันหลังคา กำแพงที่มีสันจึงเรียกชื่อตามเจียดนี้ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กุฏิ

สิ่งปลูกสร้างหรือตึก เป็นที่อยู่เฉพาะของผู้ที่ประพฤติพรหมจรรย์ เช่น พระสงฆ์ ฤาษี ฯลฯ มักเรียกที่อยู่อาศัยที่มีทางเข้าออกทางเดียว และมีผนังทึบตันล้อม (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กุฏิแกลบ

อาคารขนาดเล็กที่พระสงฆ์ใช้ปฏิบัติธรรมเฉพาะรูป (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กุดั่น

เครื่องปิดทองประดับกระจก เช่น ลายกุดั่น คือลายปิดทองประดับกระจก หรือ โกศกุดั่น คือโกศไม้หลักลายปิดทองและประดับกระจก (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กูบ

ประทุนที่ติดกับสัปคับ ใช้เป็นหลังคาบังแดดบังฝน ทำด้วยเครื่องสาน ภายในบุจากหรือผ้า ผิวประทุนตอนบนยาด้วยชันหรือน้ำรักเพื่อกันน้ำรั่ว (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

กู่

สถูปหรือสิ่งปลูกสร้างที่เป็นอนุสรณ์สถาน เช่น เจดีย์หรือที่บรรจุอัฐิธาตุ เป็นคำใช้เรียกสถาปัตยกรรมประเภทนี้ในภาคเหนือ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

เก๋ง

ก.เรือนมีหลังคาแบบจีน คือ หลังคาโค้งปลายงอน ข.ห้องมีลังคาคลุม ใช้ตั้งบนพาหนะหรือยวดยาน เช่น เรือที่มีห้องชิดนี้อยู่ด้วยก็เรียกห้องนั้นว่า เก๋งเรือ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

เก็จ

ก.แก้วประดับ ข.สิ่งที่ยกลอยขึ้นจากพื้นผิวเป็นรูปเหลี่ยม เรียกว่า เก็จ ย่อเก็จ ยกเก็จ บางทีเรียก กระเปาะ ยกกระเปาะ เช่น ใช้กับพระพุทธรูปที่เรียกว่า ฐานย่อเก็จ หรือใช้ยกเก็จจากผนังที่เรียบให้ดูเหมือนว่ามีเสาฝังอยู่ จะเห็นว่าลักษณะเช่นนี้ใช้ในอาคารประเภทปราสาทราชวังหรือวัด เพื่อประโยชน์ในการแก้ความเรียบในผนังผืนใหญ่ และเพื่อให้ล้อรับกับช่วงเสาที่มีอยู่ใกล้เคียง เช่น ที่ผนังที่หันหามุข หรือตอมุมอาคารที่มีเฉลียงอ้อม (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

เกตุมาลา

หรือ รัศมีเปลว ก.รัศมีเหนือพระเศียรของพระพุทธรูป ทำเป็นรูปเปลวเพลิง ข.รัศมีเหนือพระเศียรพระพุทธเจ้า เกตุมาลาเป็นองค์ประกอบเชิงศิลปะทางด้านประติมากรรมเป็นศิลปะที่สร้างขึ้นเฉพาะในวงการช่างของชนชาติไทย พบว่าแบบที่ประดิษฐ์ขึ้นใช้กับพระพุทธประติมากรรมแบบสุโขทัย (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

เกย

ที่สำหรับขึ้นลงยานพาหนะในสมัยโบราณ เช่น ช้าง ม้า คานหามสำหรับพระมหากษัตริย์และจ้านาย สร้างเป็นยกพื้นก่ออิฐ มีบันไดเดินขึ้นลงได้สะดวกและมีความสูงตามลักษณะยานพาหนะที่ใช้ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

เกยชัย

เกยใช้ในพระราชพิธีที่พระมหากษัตริย์ทรงเครื่องใหญ๋ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

เกยพระราชยาน

เกยสำหรับเสลี่ยง (คานหาม) (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

เกยลา

เกยที่สามารถยกเคลื่อนย้ายได้ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

เกยเสาตะลุงเบญพาด

เกยสำหรับเทียบประทับช้างพระที่นั่ง (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

เกราะเพ็ชร

ลายประดิษฐ์เป็นเส้นขัดแบบเรขาคณิต (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง) ปัจจุบันเขียนว่า เกราะเพชร

เกริน

ก.แท่นต่อสองข้างบุษบก ปลายสุดของแต่ละด้านยกลอยประดับกระหนก ใช้สำหรับตั้งฉัตร ข.แท่นต่อท้ายราชรถ ปลายยกลอยประดับกระหนก ใช้สำหรับเป็นที่นั่งของผู้แต่งตัวเป็นเทวดาประจำราชรถ ค.แท่นเลื่อนยกโกศบนรางกระไดนาค ชักลากด้วยเครื่องกว้าน เกรินเลื่อนกระไดนาคเป็นของที่สมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษณ์มนตรี คิดสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 2 ในปี พ.ศ 2345 (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

เกล็ด

วัตถุที่นำมาเรียงทับซ้อนกัน มีระเบียบ เช่น กระเบื้องมุงหลังคาหรือซี่ไม้ซ้อนเหลี่ยมกันเป็นแถวขนาน เพื่อประโยชน์ในการระบายอากาศอย่างที่เรียกกันว่า เกล็ดใบปรือ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

เก้าอี้

แผ่นไม้ต่อขาทำเป็นที่นั่งห้อยเท้า มีพนักพิงหลัง เป็นครุภัณฑ์ที่รับอิทธิพลมาจากจีน (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

เกียรติมุข

รูปหน้าอสูรประดับเหนือช่องซุ้มคูหาหรือทางเข้า มีที่มาจากสถาปัตยกรรมแบบศรีวิชัย ใช้ในหน้าที่ผู้พิทักษ์รักษาสถานที่ ทำนองเดียวกับรูปสิงห์คาบกระบี่ของจีน ไทยนำมาดัดแปลงเป็นรูปราหู ใช้เป็นลายประดับซุ้มเช่นเดียวกับคติของชวาในสมัยศรีวิชัย (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

เกี้ยว

ก. เครื่องประดับศีรษะ ทำสำหรับครอบผมจุก ใช้กับเจ้านายที่มีอายุน้อยและยังไว้จุก เกี้ยวประดับนี้จะยึดติดกับผมจุกได้โดยใช้ปิ่นเสียบผมเสียบไว้ด้วย ข. คานหามชนิดที่มีที่นั่งเป็นกระเช้าหรือตู้แขวนอยู่ตอนล่าง (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

แกนทราย

รูปโกลนของรูปปฏิมาก่อนจะปั้นพอกเป็นรูปเหมือนด้วยขี้ผึ้ง (รูปต้นแบบหล่อโลหะ) (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

แกล

หน้าต่างอาคารที่เป็นพระตำหนักหรือตำหนักอื่นๆ ที่มิได้เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์โดยตรง (หน้าต่างสำหรับอาคารที่ทรงใช้สอยโดยตรงเรียกบัญชร) (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

แกลบ

ก.ความหมายในทางช่าง หมายถึงสิ่งที่มีขนาดเล็ก เป็นของชนิดเดียวหรือคล้ายกันกับของที่มีใช้ โดยปกติซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า เช่น กุฏิขนาดเล็ฏใช้สำหรับปฏิบัติธรรมของพระภิกษุรูปเดียว เรียกว่า กุฏิแกลบ วิหารขนาดเล็กใช้สำหรับประดิษฐานรูปเคารพ แต่มิได้ใช้ในการทำสังฆกรรมเรียกว่า วิหารแกลบ ข.เปลือกข้าวที่สีเอาเมล็ดออกแล้ว (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

แก้ว

ก.หินโปร่งแสงที่มองเข้าไปภายในได้ เช่ นแก้วมณี แก้วผึก ข.สิ่งอันมีค่าเลิศ สิ่งอันเป็นของคู่บารมีพระเจ้า เช่น นางแก้ว ชุมพลแก้ว ช้างแก้ว ฯลฯ ค.สิ่งก่อสร้างหรือองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม ใช้สำหรับสิ่งอันเป็นที่เคารพสักการะ เช่น เรือนแก้ว (ซุ้มพระ) กำแพงแก้ว ง.วัตถุสังเคราะห์ที่เกิดจากทรายขาว ให้ทำเป็นภาชนะใช้สอย (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

โก่งคิ้ว

น.องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมส่วนที่เป็นแผงประดับติดใต้ขื่อมุขด้านสกัดของอาคารทางสถาบันพุทธศาสนา เช่น โบสถ์ วิหาร หรือ หอไคร ฯลฯ เป็นองค์ประกอบที่ทำหน้าที่เช่นเดียวกับแผงที่เรียกว่า รวงผึ้งในสถาปัตยกรรมประเภทเดียวกันของภาคกลาง องค์ประกอบที่เรียกว่า โก่งคิ้วนี้ เป็นศิลปะเฉพาะของล้านนาและล้านช้าง ที่ชายขอบล่างมีลักษณะเป็นส่วนบนของวงโค้งสองวงมาบรรจบกันเป็นชายแหลมที่ตรงกลาง มองดูปลายรูปคิ้วคน (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

ขนานน้ำ

สะพานหรือปูพื้นที่ทำคร่อมลงบนเรือหรือแพที่เรียงลอยขนานกันในน้ำ เพื่อใช้เป็นเครื่องรองรับ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

ข่วง,ขวง

น.ลาน สนาม ที่โล่ง หรือบริเวณ เช่น วัดหัวข่วง หมายถึง วัดที่ตั้งอยู่บริเวณต้นทางเข้าเมือง (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

ขอน

ไม้ท่อนขนาดใหญ่ที่ยังไม่ได้ทำการแปรรูป ไม้เช่นนี้นิยมเรียกโดยทั่วไปว่าขอนไม้ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

ขะดาน

แผ่นวัตถุที่มีผิวหน้าเรียบ เช่น ขะดานหินหรือกระดานหิน คือแผ่นหินที่มีหน้าเรียบ ไม้กระดานคือไม้ที่มีผิวหน้าเรียบ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

ขัดแตะ

แผงไม้รวกหรือไม้ไผ่ผ่าซีกสานสลับแนวไปตามทางตั้งหรือทางนอน ใช้ทำฝาโรงเรียนในชนบท (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

ขั้น

ก.ตัวไม้สำหรับเหยียบก้าวขึ้นลงบันได หรืออาจเรียกว่า ลูกคลัก ในกรณีที่เป็นไม้ท่อน หากทำเป็นไม้แผ่นกระดานแผ่นเดียวก็เรียกว่า ลูกนอน และถ้าหากมีไม้แผ่นปิดระหว่างขั้นที่เรียกว่า บังขั้นหรือลูกตั้ง ก็เรียกขั้นบันไดในลักษณะเช่นนั้นว่า ลูกหีบ

ขั่วย่าน

น.ไม้ลำยาวใช้ขนาบสองข้างใบดั้งของจั่วเรือนประมาณตอนกลางความสูงของใบดั้ง ใช้สำหรับปีนขึ้นซ่อมเครื่องมุงเมื่อชำรุดเสียหาย (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

ขาง

ไม้รอดรับพื้นเรือน เป็นคำที่ใช้ในภาษาไทยท้องถิ่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

ขาทราย

ท่อนไม้ค้ำยันสิ่งใดๆ ก็ตามที่ตั้งไว้ไม่ให้ล้มได้ง่าย ปลายไม้ค้ำอีกด้านหนึ่งฝังหรือยันอยู่กับพื้นดิน (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

ขานาค

ลักษณะของส่วนยันพื้นของขาร้านยก เช่น ธรรมาสน์ สังเค็ด ฯลฯ เป็นลักษณะเฉพาะของศิลปกรรม สมัยอยุธยา ประมาณรัชกาลพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

ข้าวบิณฑ์

ก. กรวยข้าวเครื่องบวงสรวงสังเวย ประดับหุ้มกรวยใบตองด้วยพุ่มดอกไม้เป็นูปทรงดอกบัวตูม ข. เครื่องโลหะประดับยอดสถูป ปรางค์ หรือเจดีย์ทางพุทธสถาปัตยกรรม ลักษณะเช่นเดียวกับพานข้าวบิณฑ์เครื่องบวงสรวง ใช้เป็นองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมเรียกว่า พุ่มข้าวบิณฑ์ ค. ลายเขียนทางจิตรกรรม มีลักษณะเช่นเดียวกับพานข้าวบิณฑ์เครื่องบวงสรวง (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

ขาสิงห์

ลักษณะของส่วนยันพื้นของตั่งหรือเตียงที่มีรูปคล้ายขาของสิงห์ในทางจิตรกรรม (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

ขาหมู

ลักษณะของส่วนยันพื้นของขาตั่งหรือเตียงที่มีรูปคล้ายขาหมู (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

ขื่อขัด

ชื่อไม้ตัวล่างซึ่งวางรองอยู่ใต้ขื่อของโครงจั่ว ขื่อขัดมีหน้าที่รับปลายดั้งที่แทงทะลุขื่อของโครงจั่วบนลงมา เพื่อช่วยบังคับให้ตัวดั้งเพิ่มความแข็งแรงในการทรงตัว ขื่อคัดนี้ใช้สำหรับรองโครงจั่วที่ตั้งแบ่งห้องตอนในของเรือนที่จำเป็นต้องใช้ดั้งแขวน เพื่อให้สามารถเปิดห้องสองห้องติดต่อถึงกันได้โดยไม่ต้องมีเสาดั้งกีดขวางเช่นที่ต้องมีที่ด้านฝาหุ้มกลอง (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

ขื่อ

ก. ส่วนของไม้เครื่องบน (ไม้โครงหลังคา) ใช้ยึดหัวเสาตามด้านขวางของห้องหรือตามแนวที่ใช้วางโครงจั่ว ข. เครื่องจองจำนักโทษทำด้วยไม้เจาะรู ประกับคอและข้อมือทั้งสองข้างของนักโทษ หรือเรียกว่า ขื่อคา คือให้มือและคอของนักโทษคาอยู่กับขื่อ (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

เข็ม

ก.เสาไม้ยาวใช้ตอกหยั่งลงไปในดิน เพื่ออาศัยความฝืดที่ผิวไม้เข็มช่วยให้หัวเข็มสามารถทานน้ำหนักกดบนผิวดินได้มากขึ้น ข.เข็มโลหะที่ใช้ฝังในผิวเนื้อคน เพื่อผลทางคงกระพันชาตรี (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

เขามอ

ภูเขาที่ทำจำลองจากหินก้อนที่นำมาก่อเข้าด้วยกัน ทำขึ้นเพื่อตกแต่งสถานที่ เช่น ในพระบรมมหาราชวัง ในวัด ฯลฯ ตามเขามอมักประกอบด้วยรูปสัตว์ ตุ๊กตาคน เก๋งจีน หรือพุ่มไม้ดัด ทำให้คล้ายภูเขาจริงที่มีขนาดเล็ก เขามอชนิดนี้มีธรรมเนียมถือข้อห้ามว่าไม่ทำในบ้านเรือนของสามัญชน นอกจากในสถานที่ของผู้ที่มีบุญบารมีและศักดิ์สูงเท่านั้น คำว่า มอ ในที่นี้สันนิษฐานว่าจะเป็นคำที่ตัดสั้นมาจากคำเต็มว่า สมอ ในภาษาไทย หรือ ถมอ (ถะมอ) ในภาษาเขมรที่แปลว่าหิน (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

เข้าไม้

การนำไว้สองท่อนมาประกอบติดเข้าด้วยกันด้วยวิธีบาก เจาะเข้าเดือย ฯลฯ ตามวิธีการช่าง เพื่อให้เกิดการประสานกันอย่างมั่นคง มีความงดงาม เรียบร้อยและได้ประโยชน์ใช้สอย เช่น การเข้าไม้ปากกบบานประตูหรือหน้าต่าง หรือการต่อไม้เข้าด้วยกัน (พจนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)

เข้าลิ้น

การเพลาะไม้สองแผ่นให้ต่อกันสิทเหมือนไม้แผ่นเดียวกัน โดยใช้วิธีเซาะขอบไม้ทั้งสองแผ่นให้ไม้แผ่นหนึ่งมีขอบเป็นแกนบางเรียกวิ่ตัวผู้ ใช้อัดสอดเข้าไปในขอบของไม้อีกแผ่นหนึ่งที่เซาะร่องยาว เรียกว่า ตัวเมีย ให้ได้ขนาดพอดีที่จะสวมรับแกนบางของไม้ตัวผู้ จนานุกรมสถาปัตยกรรมและศิลปเกี่ยวเนื่อง)