นิทานโบราณคดี พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ   

หนังสือเรื่อง นิทานโบราณคดี 

ผู้เขียน สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ 

สถานที่ภูมิศาสตร์ มณฑลอุดรธานี

กลุ่มชาติพันธุ์ ลาว ผู้ไทย กะเลิง ย้อ แสก โย้ย กะตาก กะโซ้

ปีที่พิมพ์ พิมพ์ครั้งที่ ๑๐ , ปีพ.ศ. ๒๕๐๓

สำนักพิมพ์ เขษมบรรณกิจ

เนื้อหาโดยย่อ

        หนังสือนิทานโบราณคดีเป็นพระนิพนธ์ในสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ พระองค์ทรงนิพนธ์ไว้เมื่อครั้งอยู่ปีนัง ในระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๗๖ – ๒๔๗๘ อันเป็นการรวบรวมเรื่องราวต่างๆ ซึ่งอยู่นอกพงศาวดารเอาไว้ ตามคำขอและความต้องการของหม่อมเจ้าพูนพิสมัย ดิศกุล เนื้อหาที่มีการรวบรวมทั้งหมดจะเป็นเรื่องราวที่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงประสบเจอคราวที่พระองค์ดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๓๕ – ๒๔๕๗ ซึ่งพระองค์ได้เดินทางไปตรวจราชการตามหัวเมืองที่ห่างไกล โดยเฉพาะหัวเมืองทางภาคอีสาน เนื้อหาที่เกี่ยวกับผู้คนทางภาคอีสานจะประกอบด้วยเนื้อหาเรื่อง “ไทยลานช้าง” อันเป็นการอธิบายถึง ลักษณะการเรียกชื่อกลุ่มคนทางตอนเหนือแต่เดิมว่า “ลาวพุงดำ” ซึ่งมาจากการสักบรเวณลำตัวและต้นขา และเรียกกลุ่มคนทางภาคอีสานว่า ลาวพุงขาว เพราะไม่ได้สักเช่นคนทางเหนือ นอกจากนี้ ในพ.ศ. ๒๔๓๓ ยังมีการเรียกชื่อมณฑลตามชื่อกลุ่มชนที่เข้าใจแต่เดิม คือ มณฑลลาวเฉียง มณฑลลาวการ และมณฑลลาวพวน ทว่าการเรียกกลุ่มคนและชื่อมณฑล ตามหัวเมืองที่ห่างไกลว่าลาวเช่นนี้ จะส่งผลเสียต่อสยามในช่วงที่ชาติมหาอำนาจตะวันตกเข้ามาล่าอาณานิคมในภูมิภาคนี้ หลังการปรับระบบบริหารราชการส่วนภูมิภาคใหม่ ในพ.ศ. ๒๔๓๕ จึงมีการเปลี่ยนชื่อมณฑลใหม่ให้สอดคล้องตามทิศ คือมณฑลพายัพ มณฑลอุดร และมณฑลอีสาน แล้วจึงเรียกชื่อกลุ่มคนที่อยู่ตามมณฑลต่างๆ ว่าชาวพายัพ ชาวอุดร และชาวอีสาน เนื้อเรื่องต่อมาเป็นการอธิบายถึงพิธีกรรมของคนภาพอีสานในการรับขวัญสู่ขวัญ คือ “พิธีบายศรี” โดยอธิบายว่า พิธีบายศรีเป็นพิธีกรรมอย่างหนึ่งของคนภาคอีสานในการต้อนรับผู้ที่เดินทางมาในถิ่นนี้ โดยเริ่มพิธีจะมีผู้ทำพอธีจุดธูปบูชาเครื่องสักการะและกล่าวบทเชิญขวัญ ลำดับต่อมาจะมีการนำด้ายขาวมาผูกข้อมือผู้เข้าร่วมในพิธี นอกจากนี้ยังมีการฟ้อนรำ และการละเล่นรื่นเริงประกอบ เรื่องต่อมาที่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงอธิบายไว้เกี่ยวกับผู้คน คือเรื่อง “คนต่างจำพวก” เนื้อหาในเรื่องนี้เป็นการอธิบายลักษณะผู้คนในมณฑลอุดรและมณฑลอีสานที่ได้พบเห็น ซึ่งมีลักษณะแตกต่างกันหลายกลุ่ม กลุ่มแรกที่กล่าวถึงคือ ผู้ไทย โดยอธิบายว่า มีถิ่นฐานเดิมอยู่เมืองพวนล้านช้าง พบได้ในสองมณฑลนี้ และพบมากในเมืองเรณูนครและสกลนคร กลุ่มที่สอง คือ กะเลิง พบได้ในเมืองสกลนคร ผู้ชายไว้ผมมวย บางคนไว้ผมประบ่า มักสักรูปนกไว้ที่แก้ม กลุ่มที่สามคือ ย้อ พบได้ตามเมืองท่าอุเทน ถิ่นฐานเดิมอยู่เมืองชัยบุรี เคยอพยพหนีกองทัพสยามไปอยู่ในแดนญวนครั้งหนึ่ง แล้วจึงกลับเข้ามาอยู่ในดินแดนสยามในสมัยรัชกาลที่ ๓ กลุ่มต่อมาคือพวกแสก พบมากในเมือง อาจสามารถขึ้นกับเมืองนครพนม ถิ่นฐานเดิมอยู่เชิงเขาบรรทัด ผู้หญิงแสกจะมีการละเล่นเต้นสาก กลุ่มที่ห้า คือโย้ย พบที่เมืองอากาศอำนวย ขึ้นกับเมืองสกลนคร กลุ่มที่หกคือพวกกะตาก พบบ้างที่เมืองสกลนคร และกลุ่มที่เจ็ดคือกะโซ้ นับเป็นข่าผิวคล้ำ พบได้ในมณฑลอุดร แต่รวทกันอยู่เป็นจำนวนมากในเมืองกุสุสาลย์มณฑล ขึ้นกับเมืองสกลนคร กลุ่มสุดท้ายได้พบที่มณฑลอีสานคือ กลุ่มเขมรป่าดง ซึ่งอยู่บริเวณเมืองสุรินทร์ สังคะ ขุขันธ์ ศรีสะเกษ และประโคนชัย ขึ้นกับเมืองนครราชสีมา ท้ายสุดของเนื้อเรื่องในตอนนี้ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้อธิบายว่าผู้คนหลากหลายกลุ่มที่กล่าวมา เมื่อสังเกตจากลักษณะทางภาษาแล้วสามารถจำแนกได้เพียงสองกลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มไทยและข่าเท่านั้น นอกจากนี้ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพยังได้กล่าวว่า กลุ่มคนลาวที่ไม่ได้กล่าวถึงในที่นี้ น่าจะมาจากพวกละว้า หรือ ลวะ ซึ่งเป็นกลุ่มคนเจ้าของถานลุ่มนำเจ้าพระยาแต่เดิม

 

 

c0001

ดาวน์โหลดเอกสาร
FileคำอธิบายFile sizeDownloadsLast modified
Download this file (1-3.pdf)นิทานที่ ๑ - ๓ 4215 Kb1188007/22/14 09:16
Download this file (10.pdf)นิทานที่ ๑๐ 4013 Kb257907/22/14 09:17
Download this file (11.pdf)นิทานที่ ๑๑ 2371 Kb193507/22/14 09:17
Download this file (12.pdf)นิทานที่ ๑๒  2911 Kb152307/22/14 09:17
Download this file (13.pdf)นิทานที่ ๑๓ 2884 Kb146210/25/12 09:42
Download this file (14.pdf)นิทานที่ ๑๔ 1955 Kb149110/25/12 09:44
Download this file (15.1.pdf)นิทานที่ ๑๕ (ส่วนที่ ๑) 3093 Kb149310/25/12 09:45
Download this file (15.2.pdf)นิทานที่ ๑๕ (ส่วนที่ ๒) 3246 Kb138310/25/12 09:47
Download this file (16.pdf)นิทานที่ ๑๖ 3110 Kb172310/25/12 09:47
Download this file (17.pdf)นิทานที่ ๑๗ 4631 Kb151610/25/12 09:48
Download this file (18.pdf)นิทานที่ ๑๘ 4425 Kb169710/25/12 09:49
Download this file (19.pdf)นิทานที่ ๑๙ 3376 Kb143110/25/12 09:49
Download this file (20.pdf)นิทานที่ ๒๐ 4857 Kb162810/25/12 09:50
Download this file (21part 2.pdf)นิทานที่ ๒๑ (ส่วนที่ ๒) 3456 Kb134110/25/12 09:52
Download this file (21part1.pdf)นิทานที่ ๒๑ (ส่วนที่ ๑) 3805 Kb132910/25/12 09:51
Download this file (21part3.pdf)นิทานที่ ๒๑ (ส่วนที่ ๓) 3777 Kb129710/25/12 09:52
Download this file (4-5.pdf)นิทานที่ ๔ - ๕  3708 Kb194907/22/14 09:16
Download this file (6.pdf)นิทานที่ ๖  2106 Kb161807/22/14 09:16
Download this file (7.pdf)นิทานที่ ๗ 4069 Kb159307/22/14 09:17
Download this file (8.pdf)นิทานที่ ๘ 937 Kb143010/25/12 09:07
Download this file (9.pdf)นิทานที่ ๙ 4249 Kb168107/22/14 09:17
Download this file (cover-preface-content.pdf)หน้าปก, คำนำ, สารบาญ 1824 Kb223108/08/14 10:33
 

ค้นหา

สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์

mod_vvisit_counterผู้เข้าชมวันนี้95
mod_vvisit_counterผู้เข้าชมเดือนนี้4210
mod_vvisit_counterผู้เข้าชมเดือนที่แล้ว11541
mod_vvisit_counterผู้เข้าชมทั้งหมด1846875

We have: 2 guests, 1 bots online
IP ของคุณ: 3.93.75.242
วันนี้: ๒๐ พ.ย. ๒๕๖๒