เรื่อง ร่างกาย ธรรมเนียม ประเพณี การเลี้ยงชีพ ทั้งภาษาชาวยางแดง พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย นาย จันทร์ คนทาเสน   

เรื่อง ร่างกาย ธรรมเนียม ประเพณี


การ เลี้ยงชีพ ทั้งภาษาชาวยางแดง


นาย จันทร์ คนทาเสน

ปลัดอำเภอผู้ เรียบเรียง ตามคำถาม ตามสมุด ข้อปัณหาแห่งสยามสมาคม

--------------------------


ประเภท ที่ ๑


ว่า ด้วย สริระ ลักษณ รูป ร่าง สัณฐาน แห่ง ร่างกาย

 

คำถาม

) รูป ร่าง สัณฐาน สูงต่ำ เท่าไรทรวด ทรง อย่างไร ?

) อ้วนท้วน หรือข้อน ข้างผอมเปน ประการใด ?

) ลักษณ แห่ง หน้าตา    เมื่อดู ตรง จำเภาะ หน้า เปน อย่างไร เมื่อ ดู ข้าง หน้า เซี่ยว เปน อย่างไร  จมูกเมื่อ ดูตรง และ ดูข้าง มี ลักษณะอย่าง ไร ?

) ริม ฝีปาก หนาบาง อย่างไร  มี วรรณะ สัณฐาน อย่างไร บ้าง ? 

คำตอบ

) รูปสัณฐาน แห่งกาย สูงสอง ศอก ๑๖ นิ้ว ( ศอก หนึ่ง ยี่สิบ นิ้ว ) ทรวด ทรง เล็ก ดำ.

) ผอม.

) ลักษณ หน้าตา เมื่อ ดู ตรง จำเภาะหน้าเสี้ยม เมื่อดูข้างเปนหน้า   เซี่ยว คาง ยาน ๆ   จมูก เมื่อ ดู ตรง  ไม่ โด่ง แต่ กลาง แอ่น   เมื่อ ดู ข้าง โด่ง.

) ริม ฝีปาก ข้อนข้าง หนา มี   สี ชัก เขียว มี สัณฐาน เล็ก. 

 

 

 

 

 

 


 

(  60  )

 

 

คำถาม

) หนวดเครา เผ้าผม แล ขน ตาม สรรพางค์ กาย มี ลักษณ อย่างไร ตาม ธรรมดา มัน งอก ยาว สั้น อย่างไรหนา บาง ห่าง ถี่ ค่น ไม่ ค่น อย่าง ไร  แขง อ่อน ประการ ใด  ผม หยิก หรือ  ไม่ หยิก  ถ้า หยิก ๆ เอง หรือ เปน   เพราะวิธีแต่งอย่างใด อย่างหนึ่ง  หนวด เครา ก็ ดี  ผม หรือ ขน ก็ ดี มี เปน   อย่างไร ?

) ลูก นัยตา มี สี สรร วรรณะ อย่างไร ?

) หัวตา กับ หางตา ได้ ระดับ  กัน หรือ ไม่  หรือ หัวตา กับ หางตา  ข้างไหน สูงต่ำ กว่า กัน เปน ประการใด ขอบ ข้าง หางตา กับ ขอบ ข้าง   หัวตา สูง ต่ำกว่า กัน เปน ประการ ใด ?

) สีสรร วรรณะ ของ ร่าง กาย  ซึ่ง ไม่ ถูก แสง แดด เพราะ เสื้อ ผ้า ปิด บัง เปน อย่างไร ผิด กัน อย่างไร กับ ส่วน ของ ร่างกาย ซึ่ง ไม่ มี เครื่อง  

คำตอบ

) หนวด ไม่ ค่อยมี   เคราไม่  มี  ขน ตาม ร่าง กาย สั้น  ผม สีแดงไม่ หยิก งอ   แต่ เส้น เล็ก ข้อน ข้าง ดก  ผม ยาว แล อ่อน  ขน ตาม ร่าง กาย แดง.

) ลูก นัยตา ข้อนข้าง สี ดำ.

) หัวตา กับ หาง ตา ได้ ระดับ กัน ดี  ขอบ ข้าง หางตา กับ ขอบตา  ธรรมดา.

) สี สรร ของ ร่างกาย ซึ่ง ไม่  ถูก แดด ข้อน ข้าง ขาว กว่า ส่วน ร่าง กาย ซึ่ง ไม่ มี เครื่อง นุ่ง ห่ม ปก ปิด ทารก เมื่อแรกเกิดมีแผ่น ดำ ๆ เขียว ๆ 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

(  61  )

 

คำถาม

นุ่ง ห่ม ปิด บัง เลย  ทารก เมื่อ แรก  คลอด มี แผ่น ดำ เขียว ๆ ติด อยู่ตาม หลัง บ้าง หรือ ไม่ ปาน กำเนิด ชั่ว คราวชนิดนี้ มี ติดตาม ตัว ทารก ประ มาณ อา ยุ เท่า ใด ? 

คำตอบ

ติด อยู่ ตาม หลัง ส่วน ล่าง เหมือนกัน ปาน กำเนิด ชนิด นี้ มี ติด อยู่ จน ถึง อายุ ๑๒ ปี จึง หาย    การ สัก แขน สัก ขา เนื้อ ตัว ตาม ธรรม เนียม เดิม ไม่ มี การ สัก   แต่ เมื่อ มา อยู่ ร่วม ใกล้ เคียง กับ พวก หมู่ ชาติ เงี้ยว บาง คน ก็ สัก  แต่ โดย มาก ไม่ สัก. 

 

 


 

ประเภท ที่ ๒


ว่า ด้วย ทำเล ที่ อยู่  แล ลัทธิ ขนบ ธรรมเนียม

 

คำ ถาม

) ว่า ด้วย ฐาน ที่ อยู่ ทั่ว ไป. 

คำ ตอบ

) ว่า ด้วย ฐาน ที่ อยู่ ทั่วไป คน จำพวก นี้ ตั้งอยู่ ตาม เนินเขา บ้าง แล ริม น้ำ ซึ่ง เปน ที่ ราบ บ้าง เขตร  ที่ ตั้ง ของ เขา เหนือ ใต้ จด เขา ทิศ  ตวันออก แล ทิศ ตวันตก จด เขา บ้าง จด ลำ แม่น้ำ บ้างแล้ว แต่ พื้น ที่ เปน คน มีเชาวน์ – เซอะ โง่ ทึบมาก  เขา  เรียก ชาติ ของ เขา ว่า ยาง  คน ที่ อยู่ ใกล้ เคียง เรียก ชาติ ของ เขา ว่า ยาง แดง   ถ้า ว่า โดย ทั่วไปกิริยามารยาท  

(  62  )

 

 

 

คำถาม

) ว่า ด้วย ฐาน ที่อยู่ โดย เฉภาะ. 

) ว่า ด้วย การนุ่งห่มตามปรกติ หญิง ชาย เขา นุ่ง ห่ม กัน อย่างไร ? 

คำตอบ

ของเขากิริยาหยาบ ช้า ไม่ เรียบ ร้อย.

) ว่าด้วยฐานที่อยู่ โดยเฉภาะ หมู่ บ้าน ที่ อยู่ ของ เขา จัด ตั้ง กัน เปน หย่อม ๆ  คือ ๒,๓ หลัง คาเรือน หย่อม  ๑, แล เครื่อง ล้อม ภาย นอก คือ ใช้ ไม้ ไผ่ สาน ล้อม รอบ เรือน  บ้าน เรือน ทรวด ทรง เปน รูป สัณฐาน อย่าง กับ เรือน เงี้ยว มี ๓ ห้อง บ้าง ๕ ห้อง บ้าง   ข้าง ใน มี เครื่อง สัมภาร ใช้ สรอย     คือ กั้น ห้อง ไว้ ๑ ห้อง เปนห้องสำหรับนอน  เหลือ นอกนั้น   ทำ เตา ไฟ ไว้ ตรง กลาง เรือน   มี  หม้อ ต้ม หุงแลถ้วยชามไว้ รุงรัง  การ รักษา ความ สอาด ไม่ มี     ล้วน แต่ สกปรก ทั้งสิ้น. 

) ว่าด้วยการนุ่งห่มตามปรกติ หญิง ชาย เขา นุ่ง ห่ม กัน คือ      ผู้ ชายนุ่งกางเกงสีแดง ขาสั้นบนหัวเข่า   นุ่ง เสื้อ แดง ( คือ เปน เสื้อกระบอก 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

(  63  )

 

คำถาม

)ว่า ด้วย อาหาร การบริโภค. 

คำตอบ

สวม ) ผ้า โพก ศีร์ษะ ใช้ ผ้า ดำ บ้าง แดง บ้าง ขาว บ้าง สี ต่าง ๆ กัน ส่วน ผู้ หญิง นุ่ง สิ้น แดง บน เข่า ไม่ สวม เสื้อ ใช้ ผ้า สใบ สี ดำ ๑ ผืน พาด บ่า ขวา พาด หน้าอก แล นม ลง ไป ทาง สีข้าง ซ้าย ผูก ไว้ กับ บั้น เอว    แล พัน แข้ง ใต้ หัวเข่า ด้วยด้าย ซึ่ง ทารัก สีดำ ผ้าโพก ศีร์ษะ ใช้ ผ้า แดง   แล มี ลาย แสด สี ดำ บ้าง ขาว บ้าง  ถ้า เปน วัน นัก ขัตฤกษ์ เขา นุ่ง ห่ม อย่าง เดียว ไม่ ผิด กัน กับ วัน ธรรมดา แต่ นุ่ง ห่ม ของ ใหม่ ผู้ ชาย เกล้า ผม ไป ทาง หลัง   เครื่อง ประดับ ประดา ร่าง กาย สำหรับ หญิง ก็ คือ มี ต่าง หูเงิน แลมีลูก ปัด สีแดง แล กระดูก ผีแมน คือ กระดูก สัตว์ ต่างๆ ร้อย เปน พวงใส่ ฅอ  เครื่อง นุ่ง ห่ม มี อย่าง เดียว เท่า นั้น.

) อาหาร การ บริโภค เข้า 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


(  64  )

 

คำถาม

) ว่า ด้วยการหาเนื้อ หาปลา.

) ว่า ด้วย คมนาคม การไปมา ต่าง ๆ.

) ว่า ด้วย การ กสิกรรม. 

คำตอบ

โภชน์ เปน พื้น     เขา กิน เนื้อ ปลา ทุก ชนิด  เขา ดื่ม สุรา เมรัย ซึ่ง ทำ  ด้วย ลำ เข้า   ไม่ สูบบุหรี่  ใช้ กล้อง ยา ไม้ ใผ่   ไม่ สูบยาฝิ่น  แลเขากิน หมาก พลู เอา เปลือก ไม้ ใช้ แทน หมาก พลู  เครื่อง หุง เครื่อง ต้ม แล ภาชนะ ใช้ สรอย อื่น ๆ  คือ ใช้ หม้อ ดิน หุง ต้ม   แล ถ้วย ชาม ก็ ใช้ ดิน ปั้น ทั้ง นั้น.

) ว่า ด้วย การ หาเนื้อ หาปลา เขา เปน คน ชอบหาเนื้อ หาปลา เครื่อง ยิง เครื่อง ดักจับ ต่าง ๆ  เขา มีอาวุธ ปืน สุ่ม สำหรับ จับ ปลา    เขา ชอบ ยิง วัว กะทิง เปน พื้น.

) ว่า ด้วย คมนาคม การไปมา ต่าง ๆ ใช้ โค บรรทุก ต่าง เปน พื้น.

) ว่า ด้วย การ กสิกรรม การ ทำ ไร่ ไถ นา เข้า  ปลูกฟัก แตง ของ เขา บริบูรณ์ ดี   เครื่อง มือ ใช้ จอบ 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

(  65  )

 

คำถาม

) ว่า ด้วยการ ค้าขาย แลแลก เปลี่ยน กัน.

) ว่า ด้วย การ หัดถกรรม.

๑๐ ) ว่า ด้วย การ รบ. 

คำตอบ

เสียม เปนพื้น  พืชน์ พันธุ์ ที่ เขาปลูก คือ เข้าโภชน์, ฟักทอง, ฟักเขียว, ถั่วงา  เขา ใช้ สัตว์ คือ กระบือใน การ ลาก ไถ ต่าง ๆ เขา เลี้ยง โค, กระบือ, สุกร, ไก่, ไม่ เลี้ยง ตัวไหม ตัวผึ้ง.

) ว่า ด้วยการ ค้าขายแลแลก  เปลี่ยน กัน การ ตั้ง ร้าน ตั้ง ตลาด ขาย ของ เขา ไม่ มี   เขา ใช้ เครื่อง  วัด เครื่อง ตวง    คือ ใช้ ตาชั่ง   เขา เอา หม้อ หุง เข้า แล หม้อ ต้ม แกง ต่าง ๆ ซึ่ง ชำรุด แล้ว  หรือ เอา ขวด แก้วแตก ทำให้ มน ๆ ประมาณ ๒ นิ้ว แทน เงิน ทอง ใน การ ซื้อ ขาย.

) ว่า ด้วย การ หัดถกรรม การ หัดถกรรม นี้  เขา ชำนาญใน การ จัก สาน  การ ตีเหล็ก, การ ช่างไม้, และ การ ทำ หม้อ   การ ทำ นา เกลือ ทำ ไม่ เปน   การ ทอหูก, การ เย็บผ้า, ปัก ร้อย และ การ ย้อม ผ้า ทำ ได้ ดี.

๑๐ ) ว่า ด้วย การ รบ เครื่อง 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

(  66  )

 

คำถาม

๑๑ ) ว่า ด้วย ธรรมเนียม การ ปกครอง. 

คำตอบ

อาวุธ ยุทธภัณฑ์ เขา มี ปืน คาบ ศิลา แล หอก เท่า นั้น สำหรับ ใน การ รบ.

๑๑ ) ว่า ด้วย ธรรมเนียม   การ   ปกครอง การ เคารพ นับถือ แล บัง คับ บัญชา ใน ระหว่าง ครอบครัวนั้นคือ มารดา บุตร ภรรยา ย่อม อยู่ ในบังคัญ ของ สามี  เมื่อ สามี พูด จา ชี้ แจง แล้ว ก็ เปนอันแล้วกัน    เว้นไว้ แต่ เมื่อ สามี กระทำ สิ่ง ที่ ผิด ภรรยา ว่า กล่าว ตักเตือน ได้    และ สามี ก็ เชื่อ ฟัง ทุก ประการ     การ เลี้ยง ดู รับ ลูก บุญธรรม    แล การ ตัด ขาด จาก ลูก ไม่ มี    การ สมรส เปน ไป คือ ฝ่าย ชาย ได้ จัด การ แห่ พร้อมด้วย ชาว บ้าน ไป ยัง บ้าน ฝ่าย หญิง แล้ว เอา กระดูก ไก่ ปัก ทาย ดู    ก็ ได้ จัด การ เลี้ยงดู ตลอด จน การดื่ม สุรา เปน ต้น พอ เสร็จ แล้ว ฝ่ายหญิง กับ ฝ่าย ชายที่ จะ ได้ เปน สามีภรรยา กัน จึง แห่ไป บ้าน ชายอิก 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


                                                  

 

(  67  )

 

คำถาม

คำตอบ

เมื่อ ถึง บ้าน ชาย แล้ว ก็ เอา กระดูก ไก่ มา ปัก ทาย ดู อิก  แล้ว จึง เลี้ยง ผี ไหว้ผีเสร็จ แล้ว ก็ เลี้ยง คน ที่ มา ช่วย งาน     โดย มาก ใช้ เลี้ยง สุรา  เปน พื้น   การไปมา หา สู่ ในระหว่าง หญิง กับ ชาย    ก่อน ที่ จะ รับ เปน สามี ภรรยา กัน  คือ เมื่อ ฝ่าย ชาย ก็ ดี ฝ่ายหญิง ก็ดี อายุ ได้ ๑๑-๑๒ ปี ฝ่าย ชาย ได้ ไป ขอฝ่ายหญิงไว้ ก่อน เมื่อ ตก ลง กัน แล้ว ตั้ง แต่ นั้น ต่อ ไป ฝ่าย ชาย ก็ ได้ ไป เที่ยว หา หญิง คนนั้น อยู่ เสมอ จน อายุประมาณ ๒๐ ปี ๒๑ ปี จึง ตกลง แต่ง งาน กัน พ่อ แม่ มี อำนาจ เหนือ บุตร    บุตรี คือ นับ ตั้งแต่ อายุ ๑๒ ปี ไป ถึง อายุ ๒๑ ปี จน กระทั่งได้ สามีแล้ว เปน พ้นของ พ่อ แม่  การ สืบ เชื้อ รับ มรดก ดำ เนิน ไป ดัง นี้    คือ มรดก นั้น เมื่อ มี บุตร ที่ ควร รับ ได้ ก็ แบ่ง ปัน กัน เปน ส่วน ๆ ละ เท่า ๆ กัน   เมื่อ ไม่ 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

(  68  )

 

คำถาม

คำตอบ

มี บุตร ก็ ให้ ญาติ ผู้ สืบ สาย โลหิต เปน ผู้ รับ     ถ้า ไม่ มี ตก ลง เปน ของ ผู้ปกครอง สัตรี มี ความ อิศรภาพ ถึง อายุ ๒๑ ปี คือ ได้ สามีแล้ว การ อย่า ทิ้งกัน ระหว่าง สามี กับ ภรรยา มี อยู่ บ้าง คือ เมื่อ ภรรยา เกียจ คร้าน แล มี ชู้ สู่ ชาย เหล่านี้ เปน ต้น การ เลี้ยง บุตร แล ธิดาดำเนินไป ดังนี้ คือ เมื่อ บุตร เกิด มา บิดา มารดา ช่วยกัน เลี้ยง ดู แล รักษา     จน กระทั่ง ได้ สามี ภรรยา แล้ว ก็ เปน อัน แล้ว กัน กฎหมาย อาญา  กฎหมาย แพ่งมี ดัง นี้ คือ    กฎหมาย อาญา นั้น    เมื่อ ผู้ ร้าย ลัก ของ ไป    แล จับ ตัว ได้ ก็ เอา ของ ที่ ผู้ ร้าย ลัก ไป นั้น คืน ให้ เจ้า ของ    ปรับ ผู้ ร้าย เปน เงิน เท่า ราคา ของ ที่ ซื้อ ไว้   ถ้า เปน ผู้ ร้าย ฆ่า กัน ตาย พวก ชาว บ้าน ก็ พา กัน ฆ่า ผู้ร้าย เสีย     แล้ว นำ ความ ไป บอก แก่ ผู้ปกครอง ก็ เปน อันเลิก  

 

 

(  69  )

คำถาม

คำตอบ

แล้ว กัน ไป   ส่วน กฎหมายแพ่ง นั้น มี ดัง นี้ คือ เมื่อ มี คดี แพ่ง คน เฒ่า คน แก่ ซึ่ง อยู่ ใน หมู่ บ้าน นั้น ถามฝ่ายโจทย์ ข้างเดียว  เมื่อโจทย์ บอก อย่างไร ก็ จัดการ ไปตามโจทย์ บอก แล้ว จัด การเปรียบ เทียบให้ เลิก แล้ว ต่อ กัน    ถ้า ไม่ ยอม ตก ลง นำ ส่ง ผู้ ปกครอง ๆ ก็ บังคับ ให้ ตก ลง  การ ถือ กรรมสิทธิ์ เปน เจ้า ของ ต้อง ประกอบ ด้วย ลักษณ ดัง นี้ คือ ถือ เอา คนเฒ่า คนแก่ ซึ่ง อยู่ ใน หมู่ บ้าน นั้น รับรอง แล การ พิจารณา คดี ซัก พยาน นั้น ไม่ มี เมื่อ คน เฒ่า คน แก่ ใน หมู่ บ้าน นั้น ถาม เจ้า ทุกข์ แล้ว ก็ ตัด สิน ให้ ตก ลง ถ้า ไม่ตกลง ก็ นำความบอก ผู้ปกครองๆ ก็ บังคับ ตามที่คนเฒ่า คนแก่ ตัดสิน ให้ ตกลง คดีอุกฉกรรจ์ มี ประมาณ ปี ละ ๑ ครั้ง หรือ ๒ ครั้ง   เปน คดี ชนิด ที่ ลอบ ยิง กัน ใน ป่า หรือ ใน หมู่ บ้าน ใน เวลา กลาง คืน เท่า นั้น. 

 

(  70  )

คำถาม

๑๒ ) ว่าด้วยการ ศิลปวิทยาคม.

๑๓ ) ว่า ด้วย วิทยาศาสตร

๑๔ ) ว่า ด้วย ลัทธิ ศาสนา. 

คำตอบ

๑๒ ) ว่า ด้วย การ ศิลปวิทยาคม การ วาด เขียน สลัก แกะ ปั้น  ไม่ มี มีแต่  เครื่องดนตรี เช่น กลองแลฆ้อง กับ เป่าปี่ เท่านั้น  การ มโหรศพ ร้อง รำ ทำเพลง    มี เรื่อง ร้อง เพลง เปน ต้น  การมโหรศพ ต่าง ๆ ไม่ มี  การ หนังสือ เขา ไม่ มี    เขา นิยม นิทาน นิยาย แลบทเพลง เรื่องบ่าวสาวเท่านั้น.

๑๓ ) ว่า ด้วย วิทยศาสตร   เขา นับ เวลา วัน เดือน ปี ด้วย วิธี ดัง นี้ คือ ปี ใหม่ สงกรานต์ มา ถึง เมื่อ ใด ก็นับ ตั้งแต่ นั้น เปนต้นไป จน กระทั่ง ได้ ๒-๓ ปี ตลอด ไป      การ ใช้ ยา ตาม ตำรา แพทย์ ของเขา ไม่ มี   เขา ไม่ นิยม ในการใช้ ยา บำบัดโรค  แต่ เจ็บ ป่วย มา วัน ใด ก็ เอา ไก่ มา ฆ่า เลี้ยง ผี เสีย เท่านั้น.

๑๔ ) ว่า ด้วย ลัทธิ ศาสนา เขา ไม่ นมัสการ พระ  เขา เส้น ผี เท่านั้น เขา ถือ แต่ ผี สิ่ง เดียว      พระ เขา 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

(  71  )

คำถาม

คำตอบ

ไม่ นับ ถือ เขา ถือ ว่า มี ความ เกี่ยว ข้อง กับ มนุษโลก เพียงใด ไม่ รู้  รูป พระรูป ผี ที่ เขา นับ ถือ นั้นไม่ มี วัด ศาสนา เทพารักษ์ สถูป เจดีย์ ของ เขา ไม่ มี   สถาน ที่ บูชา ใน บ้าน ไม่ มี เมื่อ จะ เส้น ผี เมื่อ ใด ก็ ไป เส้น ใน กลาง ป่าตาม ต้น ไม้ ใหญ่ ๆ ริม บ้าน เท่านั้น ทั้ง ใน สถาน ที่ บูชา เขา ก็ ไม่ มี  พระสงฆ์ สำหรับ ทำ กิจ บูชาไหว้ ต่าง ๆ นั้น ไม่ มี  เมื่อ ทารก เกิด เขา ทำ พิธี   เมื่อ อายุ ย่าง เข้า เปน หนุ่ม เปน สาว เขา ไม่ ทำ พิธี ใด      เมื่อ ตาย เขา ก็ เอา คน ตาย ใส่ หีบ แล้ว เอา ไป ฝัง เสีย เท่า นั้น     สถาน ที่ ฝัง ศพ เขา ไม่ ได้รักษา กัน อย่างไร สถาน ที่ นั้น มี รูป สัณฐาน เปน อย่าง ใด ไม่ มี เลย  การ สวด มนต์   การ ภาวนา  การ ทำ กิจ สักการะ บูชาใหญ่ น้อย ทั้ง หลาย ไม่ มี  การ บูชา พระ ภูมิ เจ้า ที่ ไม่ มี  ไม่ เกี่ยว ข้อง เข้า ในนา ปลา ใน น้ำ อย่างไร  เมื่อ ปลูก 

 

(  72  )

คำถาม

คำตอบ

บ้าน ใหม่ พิธี ศาสนา ไม่ มี  การไหว้ ผี สาง เข้า แบบโหรา ศาสตร์ หรือ เจือ ปน ด้วย ตำรา อื่น ไม่ มี    การ ไหว้ ต้น ไม้ แม่ น้ำ ลำธาร หรือ ไหว้ สัตว์ ต่าง ๆ โดย ถือ ว่า มี ฤทธิ เดช เปน พิเศษ  เช่น เชื่อว่า สัตว์ นั้น เปนเชื้อ เดิม ของ ปู่ ย่า ตา ยาย แห่ง ตน หรือ ปู่ ย่า ตา ยาย แห่งตน ถือ กำเนิด ใน สัตว์ นั้น อย่าง นี้ เปน ต้น    มี สัตว์ หรือ ต้นไม้ ไม่ มี ไม่ ไหว้ เลย ความ เชื่อ ผี สาง นี้ สืบ เนื่อง มา จาก ประ เพณี เดิม ไม่ มี ตำราโบราณ อะไรเลย เขา เชื่อ ถือ โดย บิดา มารดา เขา ถือ กัน อย่าง ไร ก็ ถือ กัน ไป อย่าง นั้น เรื่อง สร้าง โลกย์ เขา ถือ ว่า โลกย์มา แต่ไหน ไม่ รู้    ใคร เปน ผู้ บันดาล ให้ มี ขึ้น มา ก็ ไม่ รู้     มนุษย์ เดิม เกิด มา อย่าง ไร ไม่ ทราบ    มนุษย์ แตก เปน พวก เปน หมู่ เปน ชาติ ต่าง กัน อย่าง ไร ก็ ไม่ รู้ แลไม่ ทราบเรื่อง เลย เมื่อ มนุษย์ ตายไปแล้ว วิญญาณ 

 

(  73  )

คำถาม

คำตอบ

ดับ สูญ หรือ เปน ประการใด ไม่ ทราบ โลกย์ เขา ถือ ว่า เปน อย่างไรก็ ไม่ รู้ นิยายนิทานก็ ไม่มีเปนเครื่องประกอบ กับ ความ เชื่อ ถือ อัน นี้. 

 

 

 

 

THE RED KARENS.

An answer to the Society's Questionnaire
by Nai Chandr Gandasena, Palat Amphoe,
Translated by E.
J. Walton.

PART I.

Physical Characteristics.

1. They are small and dark, standing about 4 ft. 8 in.

2. They are lean.

3. The face, full view, is sharp ; viewed in profile, the jaw is
hanging. The nose is not high but squat when seen
from the front ; seen in profile it is high (aquiline).

4. The lips are rather thick, dark in colour and small.

5. They do not as a rule have any hair on the face ; the hair
on the head is red, not curly, fine, fairly thick, long and
soft.   The hair on the body is short and red.

6. The eye is dark.

7. The line of the eyes is straight.   The external corner of
the eyelids is normal.

8.      The parts of the body not exposed to the sun are fairer
than the parts not protected by clothes. Infants are
born with dark marks in the sacro-lumbar region which
disappear at the age of twelve years.

It is not their custom to tatoo the arms, legs or body,
but of those who live near the Shans some do tatoo them-
selves though not a great number.

PART II.
Ethnography.

1. General. They live some in the hills, and some in the
plains near rivers. The boundaries of a community are
hills on the North and South, and on the East and West

 

 

(  75  )

either hills or water according to the formation of the
country. They are not a quick-witted people. They
call themselves "
Yâng " and are called by the neigh-
bouring people "
Yâng Dèng " (the Red Yaugs).
Speaking generally, their manners are uncouth.

2. Habitations. They live in scattered settlements of 2 or
3 houses. The houses are fenced round with plaited
bamboos and are built in the same style as Shan houses,
that is to say, there are 3 or 4 rooms with the usual
furniture inside. One room is partitioned off as a sleep-
ing-room. Outside there is a fire-house in the centre of
the house with the cooking-pots and dishes scattered
about. There is no attempt at cleanliness and every
thing is very dirty.

3. Clothing. The men wear short red trousers not reaching
to the knee and red coats which they put on by passing
over the head ; also head-cloths of various colours, black,
red, white. The women wear red " Sins " not reaching to
the knee. Instead of coats they wear a black scarf
thrown across the right shoulder, covering the breasts
and passed down the left side where it is fastened at the
waist. They bind their legs below the knee with black
lacquered cotton.

They wear headcloths, either red, or red and black, or
red and white. They wear the same costume on festival
as on ordinary days, except that on the former occasions
their clothes are new.

The men knot their hair on the right and the women
at the back of the head. The women.wear ornaments such
as silver ear-rings, red beads, " ph
î mèn " bones, that is
to say the bones of animals, strung round their necks.

They have only the one kind of costume.

4. Food. Their food consists chiefly of maize and all kind
of meat and fish. They drink liquor made from rice-
stalks ; they do not smoke cigarettes but pipes made of

(  76  )

bamboo. They do not smoke opium. They chew areca-
nut and betel or, instead, the bark of a tree. Their
cooking-pots, cups, plates, and other household utensils
are all of earthenware.

5. Hunting and Fishing. They are keen hunters and
fishers and there are many implements for shooting and
trapping, flint-lock guns and spears, springs, and baskets
for catching fish.   They are fond of shooting bison.

6. Means of transport. They use pack bulls.

7. Agriculture. They plant rice in hill clearings and
ploughed fields and grow gourds, cucumbers etc., in
plenty. For implements they have mattocks and small
spades. They grow maize, yellow and green pumpkins
and teal-seed ( ? sesamum ). They use buffaloes for
ploughing, and keep cattle, buffaloes, pigs and fowls, but
not silk-worms or bees.

8. Commerce. There are no shops and markets for sale of
merchandise. They use scales for weighing. When
buying and selling goods they use broken rice-pots,
curry-pots, or bottles rounded off into pieces about
2
inches big, instead of silver and gold.

9. Industry. They are skilled in plaiting, iron work, car-
pentry, making of pots, weaving, sewing, embroidery,
and dyeing cloth, but they cannot make salt.

10. War. Their only weapons are flint-lock guns and spears.

11. Social Organization. As regards the family organiza-
tion, the mother, children, and wife are under the
authority of the husband and his word is law, except
that, if the husband does wrong, his wife may remons-
trate with him and he always listens (obeys). They do
not adopt children, and children do not separate from
their parents. The marriage customs are as follows.
The man goes in procession with the villagers to the


(  77  )

house of the girl ; bones of fowls are stuck up and ex-
amined for the omens, and an entertainment is provided
in which the drinking of liquor plays a prominent part.
The man and the girl then go in procession to the man's
house and the omens are taken with bones of fowls
again. The spirits are then saluted and propitiated
with food, and afterwards the people who are assisting
in the ceremony are entertained, liquor again playing a
prominent part in the feast. The pre-marriage custom
is that when a boy or a girl is 11 or 12 years old, the
boy goes and asks for the girl, and if the parties agree,
he then continues to visit her until they are 20 to 21
years old ; they will then marry each other. The father
and mother have authority over their children from 12
to 21 years of age, when they marry and cease to be
under the authority of their parents.

The custom regarding inheritance is as follows.
Where there are children entitled to inherit property,
the property is divided equally amongst them. If there
are no children, it goes to the blood relations, or failing
them, it reverts to the Chao Fa (Prince). A girl becomes
independent at 21 years of age, at the time when she
takes a husband. Divorce is not uncommon, the chief
grounds for it being laziness or adultery on the part of
the wife. As regards the bringing up of children, the
parents look after them until they marry. The law in
criminal cases is that where a man steals and is caught,
he has to return the property and is fined the full pur-
chase price of the stolen goods. In cases of murder, the
villagers combine and kill the murderer and report the
case to the Chao Fa ; the affair is then closed. In civil
cases the elders of the village interrogate the prosecutor
only, and then having accepted his version put it before
the other party with a view to a settlement ; if no agree-
ment is reached, the case is sent to the Chao Fa who
passes orders insisting on a settlement. In disputes re-
garding ownership the elders of the village are called in.


(  78  )

There is no trial or cross examination of witnesses, but
the elders question the injured party and decide how
the case shall be settled. If their judgement is not ac-
cepted, the matter is referred to the Chao Fa, who orders
the parties to accept the judgment of the elders. Seri-
ous crimes may occur once or twice a year, such as
shooting a man by stealth in the forest or in the village
at night.

12. Art. They do not paint or carve or mould from clay.
Their musical instruments consist of drums, gongs, and
flutes. They go in for singing and dancing, their songs
being chiefly concerned with courtship. They have no
games and no writing : their tales all deal with love
affairs.

13. Science. They compute time by the day,  the month
and the year in this way : they begin to reckon the new
year from (the arrival of) Songkran and go on reckoning
for 2 or 3 years. They have no drugs or science of
medicine, but when ill they merely kill a fowl as a pro-
pitiatory offering to the spirits.

14. Religion. They make offerings to the spirits but have
no religious rites or forms of worship of any kind. They
pay no respect to any gods and say that they know
nothing of the relationship between gods and men. They
have no images of gods or spirits, no temples, guardian
angels,
stupas, pagodas or household altars. All their
offerings to the spirits are made in the forest by some
big tree adjacent to the village, and no altars are set up :
neither are there any priests to perform the rites.

There are no particular rites attending birth, or on
reaching the age of puberty. When a person dies, the
body is put in a coffin and buried, but the grave is not
looked after in any way, nor is any monument ever put
up.


(  79  )

They have no prayers, no habit of meditation, no
sacrifices large or small, no festivals in honour of the
Earth-Spirit, and no cults connected with the rice in the
fields or the fish in the rivers ; there are no ceremonies
connected with the building of a new house. They have
nothing corresponding to brahminical or astrological
rites or to any rites derived from similar sources. They
salute neither trees, rivers, streams, nor animals supposed
to possess special power, believing for instance that their
ancestors originally sprang from such animals or were
born actually in them : they believe none of these things.
Their belief in spirits is derived from old days but they
have no written body of belief to refer to ; they just
believe what their fathers and mothers believed. They
have no ideas as to how the world was made, who made
it, or how the race of men arose. They do not know
and have never heard any account of how men split up
into tribes and races; what happens to the soul after
death—whether it perishes or not—they do not know.
They have no fables or legends.

ดาวน์โหลดเอกสาร
FileคำอธิบายFile sizeDownloadsLast modified
Download this file (pdf_vol 17 pt 2 page 59-99.pdf)pdf_vol 17 pt 2 page 59-99.pdf 3124 Kb12909/03/10 13:25
 

ค้นหา

สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์

mod_vvisit_counterผู้เข้าชมวันนี้383
mod_vvisit_counterผู้เข้าชมเดือนนี้18868
mod_vvisit_counterผู้เข้าชมเดือนที่แล้ว22645
mod_vvisit_counterผู้เข้าชมทั้งหมด1981192

We have: 18 guests, 1 bots online
IP ของคุณ: 52.3.228.47
วันนี้: ๒๘ ก.ย. ๒๕๖๓