สยามใหม่ จากมุมมองท้องถิ่น

วัตถุประสงค์ของงานเทศกาลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ครั้งที่ 2 เรื่อง “สยามใหม่ จากมุมมองท้องถิ่น”

พุทธศักราช 2553 เป็นปีครบรอบหนึ่งศตวรรษแห่งการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  หลังจากที่ทรงครองราชย์ระหว่าง พ.ศ. 2411-2453  ช่วงเวลาสี่สิบกว่าปีในรัชสมัยของพระองค์ท่าน เป็นเวลาที่สยามก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่  เกิดความเปลี่ยนแปลงสำคัญยิ่งหลายด้าน จนนักวิชาการหลายคนถือว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนั้นถือเป็นการเข้าสู่สังคมสมัยใหม่ พร้อมเรียกขานกันอย่างไม่เป็นทางการว่าเป็นยุค “สยามใหม่” งานเทศกาลจึงเป็นการร่วมเฉลิมฉลองรัชสมัยอันยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ไทย

ภาพของสยามใหม่ ในความรับรู้ทั่วไป มักจะเป็นภาพของการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างใหญ่ๆ ซึ่งเกิดขึ้นจากศูนย์กลาง และกระจายออกไปในภูมิภาค  เช่น การปฏิรูประบบราชการ  การเกิดกระทรวงทบวงกรม  การสื่อสารและคมนาคม การศึกษา  การผลิตเพื่อการค้า การนำเข้าสินค้าและความทันสมัยจากต่างประเทศ รูปแบบศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก ฯลฯ

สิ่งที่เรามักจะยังมองไม่เห็น คือภาพของความเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวันของผู้คนที่เป็นไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินในชุมชนท้องถิ่นต่างๆ ซึ่งมีประวัติศาสตร์ เรื่องราว ความจำ หลากหลายกันออกไปในแต่ละท้องที่  พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นสามารถช่วยให้เราย้อนรำลึกถึงเหตุการณ์ เรื่องราว ที่เกิดขึ้นท้องถิ่นในยุคร้อยกว่าปีมาแล้วได้เป็นอย่างดี โดยอาศัยวัตถุสิ่งของต่างๆที่เก็บรวบรวมไว้ รวมทั้งเรื่องเล่าของคนในท้องถิ่นที่สืบทอดกันมา  เนื้อหาของท้องถิ่นจะช่วยเติมเต็มภาพความเปลี่ยนแปลงให้มีสีสัน มีชีวิตชีวา มีเรื่องราวของคนเล็กคนน้อยควบคู่ไปกับความเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆของประเทศ และเป็นการจุดประกายความสนใจให้เกิดการค้นคว้าวิจัยต่อไป

รูปแบบการจัดงาน

ศูนย์ฯเชิญชวนให้พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นทั่วประเทศ 55 แห่ง นำวัตถุสิ่งของที่หาดูได้ยากจากท้องถิ่นต่างๆ ที่แสดงถึงความเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคสยามใหม่ มานำเสนอ โดยมีผู้รู้จากท้องถิ่น มาคอยให้คำอธิบาย ตอบคำถาม เล่าเกร็ดจากท้องถิ่น ตลอดงาน ผู้มาชมจะมีโอกาสได้ชมเครื่องมือเครื่องใช้ในการทำมาหากิน  เทคโนโลยียุคร้อยปีมาแล้ว เอกสารหายาก  ภาพถ่ายเก่า เรือจำลอง โรงสีจำลอง ฯลฯ สามารถทดลองหยิบจับ ทดลองใช้ ศึกษาวิธีการทำงาน และฟังเรื่องเล่า และอ่านเอกสารข้อมูลท้องถิ่นประกอบ

นอกจากของพิพิธภัณฑ์ต่างๆในแต่ละคูหาแล้ว ในงานยังมีรายการบรรยายเนื้อหาในประเด็นต่างๆเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ และมุมมองความเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ รวมทั้งมีการแสดงของท้องถิ่น  อาหารย้อนยุค กิจกรรมสำหรับเด็กๆ หลายรูปแบบ

งานเทศกาลนี้เหมาะกับผู้สนใจทั่วไป นักเรียน นักศึกษา ซึ่งสามารถเข้าชมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ระยะเวลา สถานที่

25 พฤศจิกายน ถึง 1 ธันวาคม 2553
ณ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
20 ถนนบรมราชชนนี ตลิ่งชัน
กรุงเทพฯ 10170

ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2553 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาเสด็จพระราชดำเนิน ทรงเปิดงาน เวลา 15.00 น.

ตัวอย่างสิ่งที่จะได้ชมในงาน

การจัดงานเทศกาล ต้องการจะดึงเอาอรรถรส ความงดงาม ความทรงจำ เนื้อหาและบรรยากาศ จากท้องถิ่นต่างๆมาจำลองไว้ในพื้นที่ของงาน เช่น การตกแต่งที่แสดงเอกลักษณ์ของแต่ละภาค แผนที่ ภาพ การจำลองสิ่งของต่างๆ เช่น ตลาดโบราณ ร้านค้า เรือเมล์ พระไวยวรนาถ โรงสีข้าว เพื่อที่จะให้ได้บรรยากาศอันหลากหลายของท้องถิ่นทั่วประเทศ

ข้าวของที่หาชมได้ยาก

ผู้มาชมงานจะได้เห็นข้าวของที่สำคัญๆยุคร้อยกว่าปีที่แล้ว มากมาย ที่พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเป็นผู้เก็บรักษาไว้

  • ชุดเครื่องเล่นโครเกต์ ซึ่งเป็นของใช้ส่วนพระองค์ในสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า  จากพิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า
  • ภาพถ่ายพระเกจิอาจารย์องค์สำคัญ ฝีพระหัตถ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5
  • ภาพถ่ายทีมฟุตบอลไทยไปแข่งฟุตบอลนานาชาติยุคเริ่มแรก ฝีพระหัตถ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6
  • ของใช้ในห้องทำงานนายห้างฝรั่ง ที่เข้ามาทำป่าไม้ในภาคเหนือ
  • ใบพัดไม้ ของเครื่องบินลำแรกที่สร้างโดยคนไทย
  • เรือเมล์ “พระไวยวรนาถ” พาหนะจำเป็นของลุ่มน้ำภาคกลาง
  • แฟชั่นการแต่งกายของธิดาเจ้าเมืองในอีสาน
  • ผ้าผะเหวด เล่าเรื่องราวเวสสันดรชาดก ยาวหลายสิบเมตร
  • บันทึกเก่าแก่เรื่องเงี้ยวบุกเมืองพะเยา
  • หมวก “กะโล่” ตัวแทนของความมั่งคั่ง และรสนิยมของใช้ใหม่ๆในท้องถิ่น
    และอื่นๆอีกมาก

เรื่องเล่าท้องถิ่น

ท่านจะได้พบกับวิทยากรผู้รู้จากท้องถิ่นต่างๆ ที่จะนำภาพเก่า ข้อมูล ประสบการณ์มาถ่ายทอดแลกเปลี่ยนกับท่าน เช่นเรื่อง

  • การขุดถ้ำขุนตาน ผลงานทางวิศวกรรมที่ยิ่งใหญ่ในยุคร้อยปีมาแล้ว ใช้เวลาขุดอยู่ถึง 10 ปี เพื่อสร้างทางรถไฟไปยังเชียงใหม่  ขุดอย่างไร ใครเป็นคนขุด
  • กาดกองต้า ตลาดริมแม่น้ำวังในลำปาง ชุมชนที่ผสมผสานกลมกลืนระหว่างนายช่างฝรั่ง หญิงพื้นเมือง ไทใหญ่ คนจีน ชาวขมุ ก่อให้เกิดการค้า และรูปแบบศิลปกรรมสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานตะวันตกกับพื้นเมือง
  • เรื่องราวของเมืองที่ “ใบไม้กลายเป็นเงินเป็นทอง”
  • เส้นทางของ “นายฮ้อยเกลือ” พ่อค้าอีสานที่เดินทางด้วยขบวนวัว นำเกลือไปขายและแลกสินค้าอื่น ฟังชีวิตและการผจญภัยระหว่างการเดินทาง การซื้อขายต่อรอง ของนักเผชิญโชคยุคโบราณ
  • หลวงปู่ในท้องถิ่นต่างๆหลายองค์ ที่เป็นทั้งพระที่มีผู้เคารพศรัทธา เกจิอาจารย์ รักษาโรค สร้างชุมชนให้เติบใหญ่ และสร้างลูกศิษย์ลูกหาที่กลายมาเป็นผู้นำประเทศ
  • “นายทองช้าง” รูปหนังตะลุงที่จำลองจากชาวบ้านชายแดนใต้ แถบเทือกเขาสันกาลาคีรี ประจักษ์พยานของการถ่ายทอดแลกเปลี่ยนระหว่างวัฒนธรรมไทยกับมลายู
  • ความเป็นมาว่าเหตุใด เกาะสมุย จึงเป็นดงมะพร้าว
  • ฯลฯ

การแสดง  บรรยาย กิจกรรม

ชมการสาธิตการพากย์หนังยุคหนังเงียบ, ชมภาพยนต์โบราณ,  ดนตรีฝรั่งในสยาม,ดนตรีกะเหรี่ยง, ละครอาภรณ์งาม  ฟังเสวนาเรื่อง นายฮ้อย พ่อค้าชาวอีสาน, ชีวิตในเรือ, หมอช้าง, ชีวิตบาบ๋าย่าหยา, เสื้อผ้าแฟชั่นสมัยรัชกาลที่ 5 ฯลฯ นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมสำหรับเยาวชน เช่น การทำตุงล้านนา  การต่อเรือ การสีข้าว เขียนอักษรโบราณ ต่อเครื่องบินจำลอง และอื่นๆ