ค้นหาข้อมูล
ค้นหาแบบละเอียด
  •   ความเป็นมาและหลักเหตุผล

    เพื่อรวบรวมงานวิจัยทางชาติพันธุ์ที่มีคุณภาพมาสกัดสาระสำคัญในเชิงมานุษยวิทยาและเผยแผ่สาระงานวิจัยแก่นักวิชาการ นักศึกษานักเรียนและผู้สนใจให้เข้าถึงงานวิจัยทางชาติพันธุ์ได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

  •   กลุ่มชาติพันธุ์และขอบเขตพื้นที่ที่จะสรุปงานวิจัยลงฐานข้อมูล

    ความหมายกลุ่มชาติพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาต่างๆ กัน ในขั้นแรกนี้โครงการฯ เลือกเก็บเนื้อหา “กลุ่มชาติพันธุ์” ต่างๆ ที่ถูกมองว่าเป็น “ชนกลุ่มน้อย” ของประเทศไทย ฐานข้อมูลจึงไม่มีงานวิจัยที่เกี่ยวกับคนไทยภาคกลาง  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ และยังไม่ได้รวมงานวิจัยเกี่ยวกับ “ชาวจีนโพ้นทะเล” ในประเทศไทย ซึ่งได้มีสถาบันวิชาการอื่นรวบรวมไว้แล้ว เช่น สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ภาพ-ข้าวห่อ อาหารของปกาเกอะญอ บ้านมอวาคี จ. เชียงใหม่
  •   ฐานข้อมูลจำแนกกลุ่มชาติพันธุ์ตามชื่อเรียกที่คนในใช้เรียกตนเอง ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ คือ

    1. ชื่อเรียกที่ “คนอื่น” ใช้มักเป็นชื่อที่มีนัยในทางเหยียดหยาม ทำให้สมาชิกกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ รู้สึกไม่ดี อยากจะใช้ชื่อที่เรียกตนเองมากกว่า ซึ่งคณะทำงานมองว่าน่าจะเป็น “สิทธิพื้นฐาน” ของการเป็นมนุษย์

    2. ชื่อเรียกชาติพันธุ์ของตนเองมีความชัดเจนว่าหมายถึงใคร มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอย่างไร และตั้งถิ่นฐานอยู่แห่งใดมากกว่าชื่อที่คนอื่นเรียก ซึ่งมักจะมีความหมายเลื่อนลอย ไม่แน่ชัดว่าหมายถึงใคร เช่น คำว่า “ลัวะ” ถูกใช้ในเรียกรวมในกลุ่ม ลเวือะ ลัวะ และปลัง เป็นต้น


    ภาพ-เยาวชนปกาเกอะญอ บ้านมอวาคี จ.เชียงใหม่

  •  

    จากการรวบรวมงานวิจัยในฐานข้อมูลและหลักการจำแนกชื่อเรียกชาติพันธุ์ที่คนในใช้เรียกตนเอง พบว่า ประเทศไทยมีกลุ่มชาติพันธุ์มากกว่า 62 กลุ่ม


    ภาพ-สุภาษิตปกาเกอะญอ
  •   การจำแนกกลุ่มชนมีลักษณะพิเศษกว่าการจำแนกสรรพสิ่งอื่นๆ

    เพราะกลุ่มชนต่างๆ มีความรู้สึกนึกคิดและภาษาที่จะแสดงออกมาได้ว่า “คิดหรือรู้สึกว่าตัวเองเป็นใคร” ซึ่งการจำแนกตนเองนี้ อาจแตกต่างไปจากที่คนนอกจำแนกให้ ในการศึกษาเรื่องนี้นักมานุษยวิทยาจึงต้องเพิ่มมุมมองเรื่องจิตสำนึกและชื่อเรียกตัวเองของคนในกลุ่มชาติพันธุ์ 


    ภาพ-สลากย้อม งานบุญของยอง จ.ลำพูน
  •   มโนทัศน์ความหมายกลุ่มชาติพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาต่างๆ กัน

    ในช่วงทศวรรษของ 2490-2510 ในสาขาวิชามานุษยวิทยา “กลุ่มชาติพันธุ์” คือ กลุ่มชนที่มีวัฒนธรรมเฉพาะแตกต่างจากกลุ่มชนอื่นๆ ซึ่งมักจะเป็นการกำหนดในเชิงวัตถุวิสัย โดยนักมานุษยวิทยาซึ่งสนใจในเรื่องมนุษย์และวัฒนธรรม

    แต่ความหมายของ “กลุ่มชาติพันธุ์” ในช่วงหลังทศวรรษ 
    2510 ได้เน้นไปที่จิตสำนึกในการจำแนกชาติพันธุ์บนพื้นฐานของความแตกต่างทางวัฒนธรรมโดยตัวสมาชิกชาติพันธุ์แต่ละกลุ่มเป็นสำคัญ... (อ่านเพิ่มใน เกี่ยวกับโครงการ/คู่มือการใช้)



    ภาพ-หาดราไวย์ จ.ภูเก็ต บ้านของอูรักลาโว้ย
  •   สนุก

    วิชาคอมพิวเตอร์ของนักเรียน
    ปกาเกอะญอ  อ. แม่ลาน้อย
    จ. แม่ฮ่องสอน


    ภาพโดย อาทิตย์    ทองดุศรี

  •   ข้าวไร่

    ผลิตผลจากไร่หมุนเวียน
    ของชาวโผล่ว (กะเหรี่ยงโปว์)   
    ต. ไล่โว่    อ.สังขละบุรี  
    จ. กาญจนบุรี

  •   ด้าย

    แม่บ้านปกาเกอะญอ
    เตรียมด้ายทอผ้า
    หินลาดใน  จ. เชียงราย

    ภาพโดย เพ็ญรุ่ง สุริยกานต์
  •   ถั่วเน่า

    อาหารและเครื่องปรุงหลัก
    ของคนไต(ไทใหญ่)
    จ.แม่ฮ่องสอน

     ภาพโดย เพ็ญรุ่ง สุริยกานต์
  •   ผู้หญิง

    โผล่ว(กะเหรี่ยงโปว์)
    บ้านไล่โว่ 
    อ.สังขละบุรี
    จ. กาญจนบุรี

    ภาพโดย ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ
  •   บุญ

    ประเพณีบุญข้าวใหม่
    ชาวโผล่ว    ต. ไล่โว่
    อ.สังขละบุรี  จ.กาญจนบุรี

    ภาพโดยศรยุทธ  เอี่ยมเอื้อยุทธ

  •   ปอยส่างลอง แม่ฮ่องสอน

    บรรพชาสามเณร
    งานบุญยิ่งใหญ่ของคนไต
    จ.แม่ฮ่องสอน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ปอยส่างลอง

    บรรพชาสามเณร
    งานบุญยิ่งใหญ่ของคนไต
    จ.แม่ฮ่องสอน

    ภาพโดย เบญจพล  วรรณถนอม
  •   อลอง

    จากพุทธประวัติ เจ้าชายสิทธัตถะ
    ทรงละทิ้งทรัพย์ศฤงคารเข้าสู่
    ร่มกาสาวพัสตร์เพื่อแสวงหา
    มรรคผลนิพพาน


    ภาพโดย  ดอกรัก  พยัคศรี

  •   สามเณร

    จากส่างลองสู่สามเณร
    บวชเรียนพระธรรมภาคฤดูร้อน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   พระพาราละแข่ง วัดหัวเวียง จ. แม่ฮ่องสอน

    หล่อจำลองจาก “พระมหามุนี” 
    ณ เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า
    ชาวแม่ฮ่องสอนถือว่าเป็นพระพุทธรูป
    คู่บ้านคู่เมืององค์หนึ่ง

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม

  •   เมตตา

    จิตรกรรมพุทธประวัติศิลปะไต
    วัดจองคำ-จองกลาง
    จ. แม่ฮ่องสอน
  •   วัดจองคำ-จองกลาง จ. แม่ฮ่องสอน


    เสมือนสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม
    เมืองไตแม่ฮ่องสอน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ใส

    ม้งวัยเยาว์ ณ บ้านกิ่วกาญจน์
    ต. ริมโขง อ. เชียงของ
    จ. เชียงราย
  •   ยิ้ม

    แม้ชาวเลจะประสบปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย
    พื้นที่ทำประมง  แต่ด้วยความหวัง....
    ทำให้วันนี้ยังยิ้มได้

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ผสมผสาน

    อาภรณ์ผสานผสมระหว่างผ้าทอปกาเกอญอกับเสื้อยืดจากสังคมเมือง
    บ้านแม่ลาน้อย จ. แม่ฮ่องสอน
    ภาพโดย อาทิตย์ ทองดุศรี
  •   เกาะหลีเป๊ะ จ. สตูล

    แผนที่ในเกาะหลีเป๊ะ 
    ถิ่นเดิมของชาวเลที่ ณ วันนี้
    ถูกโอบล้อมด้วยรีสอร์ทการท่องเที่ยว
  •   ตะวันรุ่งที่ไล่โว่ จ. กาญจนบุรี

    ไล่โว่ หรือที่แปลเป็นภาษาไทยว่า ผาหินแดง เป็นชุมชนคนโผล่งที่แวดล้อมด้วยขุนเขาและผืนป่า 
    อาณาเขตของตำบลไล่โว่เป็นส่วนหนึ่งของป่าทุ่งใหญ่นเรศวรแถบอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี 

    ภาพโดย ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ
  •   การแข่งขันยิงหน้าไม้ของอาข่า

    การแข่งขันยิงหน้าไม้ในเทศกาลโล้ชิงช้าของอาข่า ในวันที่ 13 กันยายน 2554 ที่บ้านสามแยกอีก้อ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
 
  Princess Maha Chakri Sirindhorn Anthropology Centre
Ethnic Groups Research Database
Sorted by date | title

   Record

 
Subject พวน ไทยพวน ไทพวน,ศิลปะ,เจดีย์,ฉะเชิงเทรา,ปราจีนบุรี,ภาคกลาง
Author อรวรรณ เชื้อน้อย
Title เจดีย์ที่ปรากฏในชุมชนชาวพวน : กรณีศึกษาวัดมหาเจดีย์ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา และวัดแสงสว่าง อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี
Document Type อื่นๆ Original Language of Text ภาษาไทย
Ethnic Identity พวน ไทพวน, Language and Linguistic Affiliations ไท(Tai)
Location of
Documents
ห้องสมุดศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร, หอสมุดมหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ
(เอกสารฉบับเต็ม)
Total Pages 28 Year 2546
Source รายงานประกอบวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร
Abstract

รายงานชิ้นนี้ตรวจสอบรูปแบบศิลปะ ที่มาของรูปแบบศิลปะและกำหนดอายุของเจดีย์ที่ปรากฏในชุมชนพวน วัดมหาเจดีย์ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา และวัดแสงสว่าง อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี และใช้หลักฐานทางรูปแบบศิลปะเพื่อศึกษาประวัติการเข้ามาตั้งถิ่นฐานของพวน รวมไปถึงศึกษารูปแบบศิลปะที่เปลี่ยนไป เมื่อผสมผสานกับวัฒนธรรมอื่น ผลการศึกษาพบว่าเจดีย์ที่ปรากฏในชุมชนพวนทั้ง 2 วัด มีรูปแบบทางศิลปกรรมที่สัมพันธ์กับเจดีย์ลาวโดยเฉพาะกลุ่มเมืองเชียงขวาง ทั้งโครงสร้างโดยรวม การทำเพิ่มมุมไม้ 20 ฐานที่มีลักษณะยืดสูง การไม่ให้ความสำคัญกับบัวหงาย การใช้เส้นลวดบัวอย่างมากมาย องค์ระฆังขนาดเล็กและการไม่ใช้บัลลังก์รองรับส่วนยอด เป็นการแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ทางศิลปกรรมที่ช่างเอาลักษณะเฉพาะมาสร้างสรรค์เพื่อรำลึกสถานที่ที่ตนจากมา อย่างไรก็ตามช่างได้สอดแทรกลักษณะที่แตกต่างกันออกไปตามสุนทรียศาสตร์ของตน เช่น ความแตกต่างของลวดบัวแต่ละเส้นที่นำมาประกอบกัน ชุดฐานรองรับองค์ระฆังของเจดีย์วัดมหาเจดีย์ที่บิดมุมฐานให้อยู่กึ่งกลางส่วนฐาน แต่ทั้งนี้บางครั้งอาจจะเกิดความผิดพลาดของช่างในการสร้างหรือซ่อมโดยทำให้ลักษณะต่างๆ โดยเฉพาะระเบียบชุดฐานผิดไปจากแบบแผน ทั้งนี้อายุของเจดีย์น่าจะสร้างราวปลายพุทธศตวรรษที่ 24 - ต้นพุทธศตวรรษที่ 25 แสดงให้เห็นว่าพวนที่อพยพมาอาศัยในบริเวณนี้ส่วนใหญ่มาจากเมืองเชียงขวางและเข้ามามีบทบาทอย่างมากในสมัยรัชกาลที่ 3 (หน้า 27-28)

Focus

ตรวจสอบรูปแบบศิลปะ ที่มาของรูปแบบศิลปะและกำหนดอายุของเจดีย์ทั้ง 2 องค์ และใช้หลักฐานทางรูปแบบศิลปะเพื่อศึกษาประวัติการเข้ามาตั้งถิ่นฐานของพวน รวมไปถึงศึกษารูปแบบศิลปะที่เปลี่ยนไป เมื่อผสมผสานกับวัฒนธรรมอื่น (หน้า 2)

Theoretical Issues

ไม่มี

Ethnic Group in the Focus

พวน

Language and Linguistic Affiliations

พวนใช้ภาษาพวนเป็นภาษาพูด (หน้า 1)

Study Period (Data Collection)

ไม่ระบุ

History of the Group and Community

"พวน" เป็นชื่อเรียกคนไทยกลุ่มหนึ่งที่อยู่ทางตอนในของประเทศลาว บริเวณแขวงเมืองเชียงขวาง พวนที่ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา และที่อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี อพยพมาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น และอพยพกันมาหลายครั้ง เช่น สมัยรัชกาลที่ 1 เมื่อครั้งอัญเชิญพระแก้วมรกตและพระบางจากเวียงจันทน์ พระองค์เกณฑ์ชาวลาวมาอยู่ตามหัวเมืองต่าง ๆ รวมไปถึงฉะเชิงเทรา การอพยพมาตั้งถิ่นฐานของคนลาวในบริเวณนี้มากันหลายครั้งและมาเป็นครอบครัว จึงเกิดชุมชนลาวพวนขึ้นในพื้นที่แถบนี้ โดยพวนใน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา อาศัยบริเวณริมคลองท่าลาด เชื่อว่าเป็นกลุ่มชนที่อพยพมาจากเมืองนครพนม (เพราะมักตั้งชื่อบ้านและวัดตามเมืองนครพนมเดิม) โดยพวนกลุ่มนี้ดำรงเอกลักษณ์ของตนไว้เข้มแข็งจนไม่เหลือหลักฐานของผู้คนที่อาศัยอยู่ก่อนหน้าบริเวณนี้ก่อนที่พวนจะเข้ามา พวนบริเวณนี้ขยายชุมชนต่อไปทางเหนือจนถึงบริเวณ อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรีในปัจจุบัน (หน้า 1, 7-9) ประวัติวัดมหาเจดีย์ ตั้งอยู่ ต.พนม อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา สร้างโดยพวนที่มาจากประเทศลาวเมื่อปี พ.ศ.2321 เดิมชื่อ "วัดนอก" เพราะอดีตที่ตั้งวัดอยู่ภายนอกชุมชนและพื้นที่ในอดีตเป็นป่ามีชุมชนตั้งอยู่รายรอบ ราวปี พ.ศ.2358 มีพระรูปหนึ่งมาธุดงค์และพักอาศัยบริเวณเจดีย์ ผู้คนมาพบจึงศรัทธาและบำรุงเจดีย์ สร้างที่พักให้พระรูปนั้นจนเป็นวัด และพระรูปนั้นก็เป็นเจ้าอาวาสองค์แรก เรียกว่า "ท่านอาจารย์อุด" (หน้า 9) ประวัติวัดแสงสว่าง ตั้งอยู่ที่บ้านโคกไทย ต.โคกปีบ อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี ตั้งอยู่ในชุมชนพวนที่อพยพมาจากประเทศลาวเมื่อประมาณ 200 ปีที่ผ่านมา บริเวณชุมชนแห่งนี้นอกจากพวนแล้วยังมีชาวจีนและมอญ ซึ่งมีบทบาทในการสร้างวัด ทำให้ผู้คนบริเวณนี้เรียกพื้นที่บริเวณวัดว่า "โคกมอญ" และเปลี่ยนเป็น "โคกไทย" เมื่อปี พ.ศ. 2487 (หน้า 11)

Settlement Pattern

ไม่มีข้อมูล

Demography

ไม่มีข้อมูล

Economy

ไม่มีข้อมูล

Social Organization

ไม่มีข้อมูล

Political Organization

ไม่มีข้อมูล

Belief System

ไม่มีข้อมูล

Education and Socialization

ไม่มีข้อมูล

Health and Medicine

ไม่มีข้อมูล

Art and Crafts (including Clothing Costume)

ศิลปกรรมภายในวัดมหาเจดีย์ ปัจจุบันศิลปกรรมภายในวัดเปลี่ยนแปลง บูรณปฏิสังขรณ์จนไม่เหลือเอกลักษณ์แล้ว มีแต่เจดีย์ทรงระฆังเท่านั้นที่เป็นสิ่งก่อสร้างในคราวเริ่มสร้างวัด แม้รูปแบบทางศิลปะเปลี่ยนแปลงไปแต่ตำแหน่งก็ยังสัมพันธ์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เช่น เจดีย์และอุโบสถ ลักษณะของอุโบสถเป็นเสาไม้มุงหลังคาจากไม่มีฝาผนัง ช่วงปี พ.ศ.2516 มีสิ่งก่อสร้างเพิ่มขึ้น รูปแบบของพระอุโบสถก็เปลี่ยนแปลงไป แต่ตำแหน่งก็ยังคงอยู่ในบริเวณเดิมมาโดยตลอด และในวัดยังมีเจดีย์ทรงปรางค์ 2 องค์ ตั้งอยู่ข้างเจดีย์ โดยปรางค์ทั้ง 2 เป็นที่เก็บอัฐิของหลวงปู่ก้อยสร้างในปีพ.ศ.2488 และปรางค์อีกองค์บรรจุอัฐิเศรษฐีชาวจีนท่านหนึ่ง โดยปรางค์องค์หลังมีมาก่อนปรางค์องค์แรก (หน้า 10) ศิลปกรรมภายในวัดแสงสว่าง วัดนี้บูรณปฏิสังขรณ์เปลี่ยนแปลงสิ่งก่อสร้างหลายครั้ง โดยพระเจดีย์เป็นสิ่งก่อสร้างอายุเก่าแก่ที่สุด โดยเชื่อว่าสร้างในสมัยรัชกาลที่ 2 คราวมาจับช้างเผือกบริเวณนี้ จึงสร้างพระเจดีย์เป็นอนุสรณ์และแก้บนเทพารักษ์ ปี พ.ศ. 2496 มีการปฏิสังขรณ์เจดีย์ครั้งใหญ่โดยบรรจุดินจากสังเวชนียสถาน 4 จากประเทศอินเดีย ลักษณะเจดีย์คล้ายกับเจดีย์ที่วัดมหาเจดีย์ อุโบสถของวัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2472 เป็นอาคารก่ออิฐ มีทางเข้าสกัดหน้าและหลังด้านละ 2 ทางเข้า สกัดข้างมีหน้าต่างด้านละ 5 บาน หลังคาเป็นเครื่องไม้ มีช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ประดับ หน้าบันมีปูนปั้นรูปครุฑ ราวปี พ.ศ.2490 มีการย้ายวัดมาอยู่ด้านใน สิ่งก่อสร้างหลายอย่างจึงถูกสร้างใหม่และเปลี่ยนแปลง เช่น เจดีย์และพระอุโบสถหลังใหม่ (สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2503) ในอดีตการสร้างโบสถ์จะอยู่ห่างจากพระเจดีย์มาก ต่อมาได้สร้างบริเวณเดียวกับพระเจดีย์ บริเวณโบสถ์เก่าชาวบ้านยังคงเรียกว่า "วัดโคกมอญ" ส่วนพื้นที่รายรอบพระเจดีย์ชาวบ้านเรียกว่า "วัดแสงสว่าง" โดยความสัมพันธ์ระหว่างวัดมหาเจดีย์และวัดแสงสว่างคือสร้างโดยพวนเหมือนกัน ที่ตั้งของเจดีย์อยู่ไกลจากชุมชนทั้ง 2 วัด เป็นไปตามคติของการสร้างวัดในประเทศลาวที่นิยมสร้างวัดแยกออกจากชุมชน รวมไปถึงรูปแบบของเจดีย์และแนวคิดการสร้างก็ยังคล้ายคลึงกันอีกด้วย (หน้า 11-12) อิทธิพลและที่มาของเจดีย์ทั้ง 2 องค์ เจดีย์ที่ปรากฏในชุมชนพวนทั้ง 2 วัด มีรูปแบบทางศิลปกรรมที่สัมพันธ์กับเจดีย์ลาวโดยเฉพาะกลุ่มเมืองเชียงขวาง ทั้งโครงสร้างโดยรวม การทำเพิ่มมุมไม้ 20 ฐานที่มีลักษณะยืดสูง การไม่ให้ความสำคัญกับบัวหงาย การใช้เส้นลวดบัวอย่างมากมาย องค์ระฆังขนาดเล็กและการไม่ใช้บัลลังก์รองรับส่วนยอด เป็นการแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ทางศิลปกรรมที่ช่างเอาลักษณะเฉพาะมาสร้างสรรค์เพื่อรำลึกสถานที่ที่ตนจากมา อย่างไรก็ตาม ช่างได้สอดแทรกลักษณะที่แตกต่างกันออกไปตามสุนทรียศาสตร์ของตน เช่นความแตกต่างของลวดบัวแต่ละเส้นที่นำมาประกอบกัน ชุดฐานรองรับองค์ระฆังของเจดีย์วัดมหาเจดีย์ที่บิดมุมฐานให้อยู่กึ่งกลางส่วนฐาน แต่ทั้งนี้บางครั้งอาจจะเกิดความผิดพลาดของช่างในการสร้าง หรือซ่อมโดยทำให้ลักษณะต่าง ๆ โดยเฉพาะระเบียบชุดฐานผิดไปจากแบบแผน ทั้งนี้อายุของเจดีย์น่าจะสร้างราวปลายพุทธศตวรรษที่ 24 - ต้นพุทธศตวรรษที่ 25 (หน้า 13-27)

Folklore

ไม่มีข้อมูล

Ethnicity (Ethnic Identity, Boundaries and Ethnic Relation)

ความสัมพันธ์ของไทยและพวนปรากฏตามตำนานของลาว คือ ปี พ.ศ.1280 ขุนบรมราชาธิราช (ขุนบูลม) ผู้ครองแคว้นน่านเจ้าให้โอรสองค์ที่ 7 คือท้าวเจตเจื่องไปปกครองเมืองพวน และในสมัยธนบุรี พ.ศ.2322 กองทัพของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีไปตีเมืองพวนที่เชียงขวางและกวาดต้อนครอบครัวของพวนลงมาที่กรุงเทพฯ ด้วย และในสมัยรัชกาลที่ 3 (ราวปี พ.ศ.2370) พระองค์โปรดให้เจ้าพระยาราชสุภาวดี (เจ้าพระยาบดินทรเดชา) ไปทำลายเมืองลาว และให้เกณฑ์ผู้คนมาไว้ในกรุงรัตนโกสินทร์ตามหัวเมืองต่าง ๆ (หน้า 7)

Social Cultural and Identity Change

ไม่มีข้อมูล

Critic Issues

ไม่มีข้อมูล

Other Issues

ไม่มี

Google Map

Map/Illustration

งานวิจัยชิ้นนี้มีแผนผัง ภาพลายเส้น รูปภาพประกอบเพื่อนำเสนอข้อมูลค่าต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยให้เข้าใจง่ายยิ่งขึ้น เช่น แผนผังแสดงบริเวณ/ตำแหน่งที่ตั้งของศิลปกรรมภายในวัดมหาเจดีย์ในช่วงสมัยต่างๆ (แผนผังที่ 1 ก - ค) ภาพลายเส้นเจดีย์วัดธาตุฝุ่น (ภาพลายเส้นที่ 3) รูปภาพแสดงพระอุโบสถหลังปัจจุบันของวัดแสงสว่าง (รูปที่ 15)

Text Analyst สิทธิพร จรดล Date of Report 29 มิ.ย 2560
TAG พวน ไทยพวน ไทพวน, ศิลปะ, เจดีย์, ฉะเชิงเทรา, ปราจีนบุรี, ภาคกลาง, Translator -
 
 

 

ฐานข้อมูลอื่นๆของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
  ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย
จารึกในประเทศไทย
จดหมายเหตุทางมานุษยวิทยา
แหล่งโบราณคดีที่สำคัญในประเทศไทย
หนังสือเก่าชาวสยาม
ภาพยนตร์ชาติพันธุ์
ข่าวมานุษยวิทยา
ICH Learning Resources
ฐานข้อมูลเอกสารโบราณภูมิภาคตะวันตกในประเทศไทย
ฐานข้อมูลประเพณีท้องถิ่นในประเทศไทย
ฐานข้อมูลสังคม - วัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  หน้าหลัก
งานวิจัยชาติพันธุ์ในประเทศไทย
บทความชาติพันธุ์
ข่าวชาติพันธุ์
เครือข่ายชาติพันธุ์
เกี่ยวกับเรา
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  ข้อมูลโครงการ
ทีมงาน
ติดต่อเรา
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
ช่วยเหลือ
  กฏกติกาและมารยาท
แบบสอบถาม
คำถามที่พบบ่อย


ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เลขที่ 20 ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170 
Tel. +66 2 8809429 | Fax. +66 2 8809332 | E-mail. webmaster@sac.or.th 
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2549    |   เงื่อนไขและข้อตกลง