ค้นหาข้อมูล
ค้นหาแบบละเอียด
  •   ความเป็นมาและหลักเหตุผล

    เพื่อรวบรวมงานวิจัยทางชาติพันธุ์ที่มีคุณภาพมาสกัดสาระสำคัญในเชิงมานุษยวิทยาและเผยแผ่สาระงานวิจัยแก่นักวิชาการ นักศึกษานักเรียนและผู้สนใจให้เข้าถึงงานวิจัยทางชาติพันธุ์ได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

  •   กลุ่มชาติพันธุ์และขอบเขตพื้นที่ที่จะสรุปงานวิจัยลงฐานข้อมูล

    ความหมายกลุ่มชาติพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาต่างๆ กัน ในขั้นแรกนี้โครงการฯ เลือกเก็บเนื้อหา “กลุ่มชาติพันธุ์” ต่างๆ ที่ถูกมองว่าเป็น “ชนกลุ่มน้อย” ของประเทศไทย ฐานข้อมูลจึงไม่มีงานวิจัยที่เกี่ยวกับคนไทยภาคกลาง  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ และยังไม่ได้รวมงานวิจัยเกี่ยวกับ “ชาวจีนโพ้นทะเล” ในประเทศไทย ซึ่งได้มีสถาบันวิชาการอื่นรวบรวมไว้แล้ว เช่น สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ภาพ-ข้าวห่อ อาหารของปกาเกอะญอ บ้านมอวาคี จ. เชียงใหม่
  •   ฐานข้อมูลจำแนกกลุ่มชาติพันธุ์ตามชื่อเรียกที่คนในใช้เรียกตนเอง ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ คือ

    1. ชื่อเรียกที่ “คนอื่น” ใช้มักเป็นชื่อที่มีนัยในทางเหยียดหยาม ทำให้สมาชิกกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ รู้สึกไม่ดี อยากจะใช้ชื่อที่เรียกตนเองมากกว่า ซึ่งคณะทำงานมองว่าน่าจะเป็น “สิทธิพื้นฐาน” ของการเป็นมนุษย์

    2. ชื่อเรียกชาติพันธุ์ของตนเองมีความชัดเจนว่าหมายถึงใคร มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอย่างไร และตั้งถิ่นฐานอยู่แห่งใดมากกว่าชื่อที่คนอื่นเรียก ซึ่งมักจะมีความหมายเลื่อนลอย ไม่แน่ชัดว่าหมายถึงใคร เช่น คำว่า “ลัวะ” ถูกใช้ในเรียกรวมในกลุ่ม ลเวือะ ลัวะ และปลัง เป็นต้น


    ภาพ-เยาวชนปกาเกอะญอ บ้านมอวาคี จ.เชียงใหม่

  •  

    จากการรวบรวมงานวิจัยในฐานข้อมูลและหลักการจำแนกชื่อเรียกชาติพันธุ์ที่คนในใช้เรียกตนเอง พบว่า ประเทศไทยมีกลุ่มชาติพันธุ์มากกว่า 62 กลุ่ม


    ภาพ-สุภาษิตปกาเกอะญอ
  •   การจำแนกกลุ่มชนมีลักษณะพิเศษกว่าการจำแนกสรรพสิ่งอื่นๆ

    เพราะกลุ่มชนต่างๆ มีความรู้สึกนึกคิดและภาษาที่จะแสดงออกมาได้ว่า “คิดหรือรู้สึกว่าตัวเองเป็นใคร” ซึ่งการจำแนกตนเองนี้ อาจแตกต่างไปจากที่คนนอกจำแนกให้ ในการศึกษาเรื่องนี้นักมานุษยวิทยาจึงต้องเพิ่มมุมมองเรื่องจิตสำนึกและชื่อเรียกตัวเองของคนในกลุ่มชาติพันธุ์ 


    ภาพ-สลากย้อม งานบุญของยอง จ.ลำพูน
  •   มโนทัศน์ความหมายกลุ่มชาติพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาต่างๆ กัน

    ในช่วงทศวรรษของ 2490-2510 ในสาขาวิชามานุษยวิทยา “กลุ่มชาติพันธุ์” คือ กลุ่มชนที่มีวัฒนธรรมเฉพาะแตกต่างจากกลุ่มชนอื่นๆ ซึ่งมักจะเป็นการกำหนดในเชิงวัตถุวิสัย โดยนักมานุษยวิทยาซึ่งสนใจในเรื่องมนุษย์และวัฒนธรรม

    แต่ความหมายของ “กลุ่มชาติพันธุ์” ในช่วงหลังทศวรรษ 
    2510 ได้เน้นไปที่จิตสำนึกในการจำแนกชาติพันธุ์บนพื้นฐานของความแตกต่างทางวัฒนธรรมโดยตัวสมาชิกชาติพันธุ์แต่ละกลุ่มเป็นสำคัญ... (อ่านเพิ่มใน เกี่ยวกับโครงการ/คู่มือการใช้)



    ภาพ-หาดราไวย์ จ.ภูเก็ต บ้านของอูรักลาโว้ย
  •   สนุก

    วิชาคอมพิวเตอร์ของนักเรียน
    ปกาเกอะญอ  อ. แม่ลาน้อย
    จ. แม่ฮ่องสอน


    ภาพโดย อาทิตย์    ทองดุศรี

  •   ข้าวไร่

    ผลิตผลจากไร่หมุนเวียน
    ของชาวโผล่ว (กะเหรี่ยงโปว์)   
    ต. ไล่โว่    อ.สังขละบุรี  
    จ. กาญจนบุรี

  •   ด้าย

    แม่บ้านปกาเกอะญอ
    เตรียมด้ายทอผ้า
    หินลาดใน  จ. เชียงราย

    ภาพโดย เพ็ญรุ่ง สุริยกานต์
  •   ถั่วเน่า

    อาหารและเครื่องปรุงหลัก
    ของคนไต(ไทใหญ่)
    จ.แม่ฮ่องสอน

     ภาพโดย เพ็ญรุ่ง สุริยกานต์
  •   ผู้หญิง

    โผล่ว(กะเหรี่ยงโปว์)
    บ้านไล่โว่ 
    อ.สังขละบุรี
    จ. กาญจนบุรี

    ภาพโดย ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ
  •   บุญ

    ประเพณีบุญข้าวใหม่
    ชาวโผล่ว    ต. ไล่โว่
    อ.สังขละบุรี  จ.กาญจนบุรี

    ภาพโดยศรยุทธ  เอี่ยมเอื้อยุทธ

  •   ปอยส่างลอง แม่ฮ่องสอน

    บรรพชาสามเณร
    งานบุญยิ่งใหญ่ของคนไต
    จ.แม่ฮ่องสอน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ปอยส่างลอง

    บรรพชาสามเณร
    งานบุญยิ่งใหญ่ของคนไต
    จ.แม่ฮ่องสอน

    ภาพโดย เบญจพล  วรรณถนอม
  •   อลอง

    จากพุทธประวัติ เจ้าชายสิทธัตถะ
    ทรงละทิ้งทรัพย์ศฤงคารเข้าสู่
    ร่มกาสาวพัสตร์เพื่อแสวงหา
    มรรคผลนิพพาน


    ภาพโดย  ดอกรัก  พยัคศรี

  •   สามเณร

    จากส่างลองสู่สามเณร
    บวชเรียนพระธรรมภาคฤดูร้อน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   พระพาราละแข่ง วัดหัวเวียง จ. แม่ฮ่องสอน

    หล่อจำลองจาก “พระมหามุนี” 
    ณ เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า
    ชาวแม่ฮ่องสอนถือว่าเป็นพระพุทธรูป
    คู่บ้านคู่เมืององค์หนึ่ง

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม

  •   เมตตา

    จิตรกรรมพุทธประวัติศิลปะไต
    วัดจองคำ-จองกลาง
    จ. แม่ฮ่องสอน
  •   วัดจองคำ-จองกลาง จ. แม่ฮ่องสอน


    เสมือนสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม
    เมืองไตแม่ฮ่องสอน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ใส

    ม้งวัยเยาว์ ณ บ้านกิ่วกาญจน์
    ต. ริมโขง อ. เชียงของ
    จ. เชียงราย
  •   ยิ้ม

    แม้ชาวเลจะประสบปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย
    พื้นที่ทำประมง  แต่ด้วยความหวัง....
    ทำให้วันนี้ยังยิ้มได้

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ผสมผสาน

    อาภรณ์ผสานผสมระหว่างผ้าทอปกาเกอญอกับเสื้อยืดจากสังคมเมือง
    บ้านแม่ลาน้อย จ. แม่ฮ่องสอน
    ภาพโดย อาทิตย์ ทองดุศรี
  •   เกาะหลีเป๊ะ จ. สตูล

    แผนที่ในเกาะหลีเป๊ะ 
    ถิ่นเดิมของชาวเลที่ ณ วันนี้
    ถูกโอบล้อมด้วยรีสอร์ทการท่องเที่ยว
  •   ตะวันรุ่งที่ไล่โว่ จ. กาญจนบุรี

    ไล่โว่ หรือที่แปลเป็นภาษาไทยว่า ผาหินแดง เป็นชุมชนคนโผล่งที่แวดล้อมด้วยขุนเขาและผืนป่า 
    อาณาเขตของตำบลไล่โว่เป็นส่วนหนึ่งของป่าทุ่งใหญ่นเรศวรแถบอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี 

    ภาพโดย ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ
  •   การแข่งขันยิงหน้าไม้ของอาข่า

    การแข่งขันยิงหน้าไม้ในเทศกาลโล้ชิงช้าของอาข่า ในวันที่ 13 กันยายน 2554 ที่บ้านสามแยกอีก้อ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
 
  Princess Maha Chakri Sirindhorn Anthropology Centre
Ethnic Groups Research Database
Sorted by date | title

   Record

 
Subject ออแรนายู มลายูมุสลิม มุสลิมมลายู,มุสลิม,ไทยพุทธ,เศรษฐกิจ,การปกครอง,จังหวัดชายแดน,ภาคใต้
Author จักรกฤษณ์ นรนิติผดุงการ,ทวี สวนมาลี และ ปริญญา อุดมทรัพย์
Title การปกครองท้องที่ต่างวัฒนธรรม : สถานการณ์ในบริเวณ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และแนวทางแก้ไข
Document Type รายงานการวิจัย Original Language of Text ภาษาไทย
Ethnic Identity ออแรนายู มลายูมุสลิม มุสลิมมลายู, Language and Linguistic Affiliations ออสโตรเนเชี่ยน
Location of
Documents
ห้องสมุดศูนย์มนุษยวิทยาสิรินธร Total Pages 170 Year 2530
Source สถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์
Abstract

การประเมินสถานการณ์ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ครั้งนี้ กระทำจากผู้ให้ข้อมูลหลายกลุ่ม ทั้งข้าราชการในระดับสูงกว่าจังหวัด ระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล ตัวแทนประชาชน และประชาชน โดยมีภูมิหลังทางเชื้อชาติศาสนาที่แตกต่างกัน คือ ไทยพุทธ และมุสลิม เพื่อนำมาวิเคราะห์สถานการณ์ 4 ด้านคือ การปกครองและความมั่นคง การเศรษฐกิจ วัฒนธรรมและสังคมความเป็นอยู่ สถานการณ์ในทุกๆ ด้านของ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งแต่อดีตมามีแนวโน้มและความเป็นไปดีขึ้นจากจุดต่ำสุดเมื่อปี พ.ศ. 2518 มาจนถึงจุดที่ประเมินพอใจมากคือในปัจจุบัน (พ.ศ.2525 - 2526) และผู้ประเมินยังคาดหวังอีกว่าสถานการณ์ในอนาคต จะดีขึ้นตามลำดับ แต่ย่อมขึ้นอยู่กับเงื่อนไขหลายประการ (หน้า 156 - 170)

Focus

ประเมินสถานการณ์ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในประเด็นต่างๆ คือ ด้านความมั่นคงการปกครอง ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคมและวัฒนธรรมความเป็นอยู่ โดยผู้ประเมินเป็นกลุ่มคนในระดับต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้

Theoretical Issues

ไม่มี

Ethnic Group in the Focus

งานวิจัยชิ้นนี้ได้เลือกผู้ประเมินสถานการณ์ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จากกลุ่มคน 6 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มที่ 1 ข้าราชการที่มีหน้าที่รับผิดชอบงานสำคัญในระดับสูงกว่าขอบเขตงานของแต่ละจังหวัด กลุ่มที่ 2 เป็นข้าราชการหัวหน้างานในระดับจังหวัด กลุ่มที่ 3 ข้าราชการหัวหน้างานในระดับอำเภอหรือกิ่งอำเภอ กลุ่มที่ 4 ข้าราชการที่ปฏิบัติงานในระดับตำบลใน 4 สาขางานหลักคือ ด้านปกครอง เกษตร สาธารณสุข และด้านการศึกษา กลุ่มที่ 5 ได้แก่ ผู้มีตำแหน่ง เป็นตัวแทนหรือผู้นำของประชาชนที่เป็นทางการ หรือเป็นผู้นำทางศาสนาอิสลาม กลุ่มที่ 6 ได้แก่ ประชาชนที่เป็นไทยพุทธและมุสลิมซึ่งส่วนหนึ่งอยู่ในเมือง ส่วนหนึ่งอยู่ชนบท ส่วนหนึ่งเป็นพ่อค้านักธุรกิจรายย่อย ชาวนา - ชาวสวน การเลือกกลุ่มตัวอย่างใช้วิธีเฉพาะเจาะจง (purposive sampling) สำหรับกลุ่มที่ 1-3 เลือกเฉพาะผู้ที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้างานในสาขางานหลักของราชการ โดยกระจายไป 3 ด้าน คือ ด้านความมั่นคงและการปกครอง ด้านเศรษฐกิจ และด้านสังคมวัฒนธรรม สำหรับกลุ่มที่ 4-5 ในตำแหน่งสำคัญที่มีจำนวนน้อย เช่น ส.ส. ได้ให้ทุกคนเป็นผู้ประเมิน ส่วนตำแหน่งที่มีจำนวนมากได้กำหนดโควตา โดยถ้าเป็นตำแหน่งระดับอำเภอ จะเลือกอำเภอละ 2 คน ถ้าเป็นตำแหน่งในระดับจังหวัดจะเลือกจังหวัดละ 2 คน สำหรับกลุ่มที่ 6 ได้จำกัดโควตาอำเภอละ 2 คน โดยให้จัดสัดส่วนให้เท่าๆ กัน (หน้า 10-11)

Language and Linguistic Affiliations

ประชาชนใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนใหญ่เป็นไทยมุสลิมที่นับถืออิสลาม จำนวนร้อยละ 52 ใช้ภาษามลายูเป็นภาษาพูดและใช้อักษรยาวีเป็นภาษาเขียน (หน้า 38)

Study Period (Data Collection)

ไม่ระบุ

History of the Group and Community

พื้นที่บริเวณภาคใต้ของไทยถูกรวมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทยประมาณ 200 ปีมาแล้ว โดยกษัตริย์ไทยขยายอิทธิพลการปกครองลงไปยังเมืองต่างๆ ที่มีคนมลายูอาศัยอยู่เริ่มจากเมืองสงขลาไปจนถึงรัฐเปรัคและรัฐตรังกานู ประมาณปี พ.ศ.2328 เมืองเหล่านี้มีขนาดต่างๆ กัน แต่ละเมืองจะมีผู้ครองเมืองที่มีศักดิ์ศรีและอำนาจในระดับต่างๆ กันปกครองอยู่ ในสมัยนั้นการคมนาคมยังไม่สะดวก การปกครองจากส่วนกลางจึงกระทำได้อย่างหลวมๆ โดยทางกรุงเทพฯ จะแต่งตั้งแม่ทัพหรือเจ้าเมืองเก่า เป็นบุคคลที่ไว้วางพระราชหฤทัยเป็นผู้รับผิดชอบครองเมืองและดูแลทุกข์สุขของประชาชนแต่ละเมือง ต่อมารัชกาลที่ 5 เห็นว่าควรจัดการปกครองประเทศให้เป็นระบบใหม่ พื้นที่บริเวณ 5 จังหวัดภาคใต้ก็ถูกจัดระเบียบโดยให้ขึ้นเป็นเมืองเทศาภิบาล 2 มณฑล คือเมืองสงขลาขึ้นตรงต่อเมืองนครศรีธรรมราช ส่วนเมืองที่เหลือขึ้นตรงต่อมณฑลปัตตานี เนื่องจาก 7 หัวเมืองอิสลามภาคใต้ ประชาชนส่วนใหญ่เป็นชาวมลายู มีขนบธรรมเนียมประเพณีที่ต่างไปจากคนภาคอื่นๆ ในระยะต้นรัชกาลที่ 5 จึงอนุโลมให้มีกฎข้อบังคับสำหรับการปกครองพิเศษ แต่การกระทบกระทั่งกันระหว่างข้าราชการส่วนกลางที่ถูกส่งไปปฏิบัติงานในพื้นที่กับผู้นำท้องถิ่นได้เริ่มเกิดขึ้น ต่อมาหลังจากเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี พ.ศ. 2475 รัฐบาลได้ประกาศใช้กฎหมายปกครองฉบับใหม่ที่ใช้บังคับทุกพื้นที่ทั้งประเทศเป็นแบบเดียวกัน รวมถึง 7 หัวเมืองอิสลามภาคใต้ มีกฎหมายฉบับใหม่ที่จัดหน่วยการปกครองออกเป็นจังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน และให้ท้องถิ่นต่างๆ เลือกตั้งผู้แทนของราษฎรของตนเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในสภาผู้แทนเมื่อปี พ.ศ. 2476 หลังจากนั้นจึงมีการจัดตั้งเทศบาลและสุขาภิบาลให้เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นอกจากนี้ องค์การบริหารงานส่วนจังหวัดและสภาตำบลได้จัดตั้งขึ้นเพื่อสนองนโยบายการกระจายอำนาจในรัฐบาลต่อๆ มาอีกด้วย (หน้า 17 - 19)

Settlement Pattern

ไม่มีข้อมูล

Demography

จำนวนประชากรใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ปี พ.ศ. 2522) มีดังนี้คือ 1) ปัตตานี 449,307 คน มีไทยมุสลิมร้อยละ 77.5 2) นราธิวาส 432,395 คน มีไทยมุสลิมร้อยละ 78.5 3) ยะลา 266,479 คน มีไทยมุสลิมร้อยละ 62.8 4) สตูล 160,969 คน มีไทยมุสลิมร้อยละ 66 5) สงขลา 841,949 คน มีไทยมุสลิมร้อยละ 20 (ดูตารางที่ 2 - 1 หน้า 20)

Economy

เศรษฐกิจในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขึ้นอยู่กับการเกษตร การค้าขาย การบริหาร และการอุตสาหกรรม 1. การเกษตร อาชีพหลักของประชาชนส่วนใหญ่ ได้แก่ การทำสวนยาง ประมง ทำนา และทำสวน เล็กๆ น้อยๆ 2. การค้าขาย การค้าขายมี 2 ประเภท คือค้าขายกับประชาชนในท้องถิ่นและค้าขายต่างแดน ผู้ค้าขายส่วนใหญ่เป็นคนที่อยู่ในเมือง สำหรับผู้ที่ไปรับสินค้าจากต่างแดนมาขายจะเป็นคนในชานเมืองและคนในหมู่บ้าน พ่อค้าจะนิยมส่งของที่เป็นอาหาร เสื้อผ้า และเครื่องใช้ไปขายประเทศมาเลเซีย ขณะเดียวกันก็นำสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องอุปโภคราคาถูกมาขายในประเทศด้วยเช่นกัน 3. การบริการ ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย การขนส่ง การประกอบอาหาร การรื่นเริง และการประกอบธุรกิจโรงแรม 4. การอุตสาหกรรม ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมในครอบครัว และที่เริ่มเป็นที่นิยมในปัจจุบันนี้คือ อุตสาหกรรมก่อสร้าง เช่น ก่อสร้างศูนย์การค้า (หน้า 33 - 38) การประเมินสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจและธุรกิจ ในสายตาของทุกฝ่ายรวมกัน การพิจารณาแนวโน้มของสถานการณ์ เปรียบเทียบ 3 ระยะ ผู้ประเมินส่วนใหญ่เห็นว่าก่อนหน้านั้นสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่ในระดับปานกลาง แต่หลังจากที่รัฐบาลได้เข้ามาแก้ไขสถานการณ์แล้วก็ดีขึ้นมาตามลำดับ เป็นปานกลางถึงระดับสูง ส่วนการพิจารณาในแต่ละประเด็นนั้น ผลงานที่อยู่ในระดับดี คือ โครงการสร้างท่าเรือที่จังหวัดสงขลาและปัตตานี การส่งเสริมอาชีพของรัฐบาล และโครงการพัฒนาเมืองเป็นหลัก ผลงานที่อยู่ในระดับปานกลาง คือ การส่งเสริมอุตสาหกรรมของรัฐบาล ผลงานที่อยู่ในระดับที่ไม่ดี คือ การส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาล (หน้า 69 - 74) ทรรศนะของแต่ละฝ่าย การพิจารณาแนวโน้มของสถานการณ์ ผู้ประเมินทุกกลุ่มเห็นพ้องต้องกันว่า สถานการณ์ส่วนรวมในด้านเศรษฐกิจและธุรกิจมีแนวโน้มดีขึ้นจากอดีตถึงปัจจุบัน การประเมินแต่ละประเด็น 1) ผลงานระดับดี มี 3 เรื่องคือ (1) โครงการสร้างท่าเรือสงขลา - ปัตตานี (2) การส่งเสริมอาชีพ และ (3) โครงการพัฒนาเมืองหลักสงขลา - หาดใหญ่ 2) ผลงานระดับปานกลาง มีอยู่ประเด็นเดียวคือการส่งเสริมอุตสาหกรรม 3) ผลงานระดับที่ไม่ดี คือ การส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐ (หน้า 74 - 81) การพิจารณาสถานการณ์ในแต่ละจังหวัดเปรียบเทียบกัน - การพิจารณาแนวโน้มของสถานการณ์ในแต่ละจังหวัด มีแนวโน้มเป็นไปในทางที่ดีขึ้นในแต่ละจังหวัด น้ำหนักของสถานการณ์อยู่ในระดับปานกลาง แต่ปัจจุบันแม้ว่าน้ำหนักจะอยู่ในระดับปานกลาง แต่ก็หนักแน่นมากขึ้น ผู้ประเมินคาดว่าในอนาคตสถานการณ์จะดีขึ้น - การพิจารณาแต่ละประเด็นสำคัญในแต่ละจังหวัด ก) ผลงานระดับดี มีอยู่ 3 โครงการ คือ (1) โครงการสร้างท่าเรือ จ.สงขลาและปัตตานีมีความพอใจสูงมาก จ.ยะลาที่มีเส้นทางติดต่อกับจังหวัดทั้ง 2 มีความพอใจตามมา (2) การส่งเสริมอาชีพ จังหวัดที่พอใจในระดับสูง คือ จ.สงขลาและยะลา และน้อยที่สุดคือ จ.สตูล (3) โครงการพัฒนาเมืองหลัก จังหวัดที่พอใจสูงที่สุดคือ สงขลา น้อยที่สุด คือ สตูล ข) ผลงานระดับปานกลาง คือ การส่งเสริมอุตสาหกรรม เห็นพ้องกับรัฐมากที่สุด คือที่ จังหวัดสงขลา และต่ำสุดที่ จ.นราธิวาส ค) ผลงานในระดับที่ไม่ดี คือ บทบาทของรัฐในเรื่องการท่องเที่ยว ถูกตำหนิมากใน 3 จังหวัด คือ ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ส่วนที่สงขลาและสตูลซึ่งได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาลมาก ผู้ประเมินส่วนใหญ่มีความพอใจมาก (หน้า 82 - 88 )

Social Organization

ไม่มีข้อมูล

Political Organization

พื้นที่ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รัฐบาลแบ่งเขตการปกครองออกเป็นจังหวัด อำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน ตามลำดับ ในระดับจังหวัดและอำเภอมีองค์การบริหารในด้านปกครองและด้านต่างๆ ตั้งอยู่ ส่วนในระดับตำบลและหมู่บ้าน นอกจากกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นคนในท้องถิ่นแล้ว ยังมีข้าราชการที่เป็นครูโรงเรียนประถมศึกษา พนักงานอนามัยประจำสถานีอนามัย พยาบาล เกษตรตำบล พัฒนากรตำบล (หน้า 21 และ ดูตารางหน่วยการปกครองใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ที่หน้า 22) การเมือง การปกครอง และการบริหารงานใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 1. ส่วนการเมือง 1.1 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ใช้อัตราส่วนประชากร 150,000 คนต่อผู้แทน 1 คน ดังนั้นจำนวน ส.ส. ใน 5 จังหวัดจึงเป็นดังนี้คือ สงขลา 6 คน นราธิวาส 3 คน ปัตตานี 3 คน ยะลา 2 คน และสตูล 1 คน โดยผู้แทนในจังหวัดสงขลาส่วนใหญ่เป็นไทยพุทธ ส่วนอีก 4 จังหวัดส่วนใหญ่เป็นไทยมุสลิม 1.2 สมาชิกสภาจังหวัด ทำหน้าที่อนุมัติงบประมาณและควบคุมการบริหารงานขององค์การบริหารส่วนจังหวัด โดยแต่ละจังหวัดจะมีสมาชิกสภาจังหวัด จังหวัดละ 18 คน โดยสมาชิกสภาจังหวัดส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจทั้งไทยพุทธ และไทยมุสลิม 1.3 สมาชิกสภาเทศบาล เป็นผู้อนุมัติงบประมาณที่ฝ่ายเทศมนตรีเสนอ และควบคุมการบริหารงานของเทศบาลให้เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีเทศบาลอยู่ 10 แห่ง 1.4 กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีกำนัน - ผู้ใหญ่บ้านรวมทั้งหมด 2,816 คน ก่อนหน้านี้คนที่อยู่ในตำแหน่งนี้จะเป็นไทยมุสลิมที่ไม่ถนัดการใช้ภาษาไทย แต้ปัจจุบันลักษณะแบบนี้ก็ลดน้อยลงตามลำดับ 1.5 ผู้นำทางศาสนา ไม่ได้เป็นผู้นำที่เป็นทางการของทางราชการ แต่เป็นผู้นำที่ทางศาสนาอิสลามถือว่าเป็นผู้นำประชาชนในด้านพิธีการทางศาสนาให้ถูกต้อง เช่น การละหมาดประจำวัน พิธีการในรอบปี ใน 5 จังหวัด มีผู้นำทางศาสนา 1,146 คน แบ่งเป็นอิหม่าม 382 คน คอเต็บ 382 คน และบิหลั่น 382 คน 2. ส่วนปกครองและบริหาร หมายถึงองค์กรของรัฐที่ทำหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของประชาชนใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 2.1 หน่วยงานที่ขึ้นตรงต่อส่วนกลาง เป็นหน่วยงานของรัฐบาลกลางที่มาตั้งสำนักงานอยู่ในพื้นที่ 5 จังหวัด เพื่อทำหน้าที่ปกครอง บริหาร และสงเคราะห์ประชาชน กำกับดูแลหน่วยงานอื่นๆ อีกทอดหนึ่ง หน่วยงานนี้มีประมาณ 100 หน่วย ใน 5 จังหวัด ที่น่าสนใจเช่น ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) 2.2 รัฐวิสาหกิจขึ้นตรงต่อส่วนกลาง เป็นสาขาของรัฐวิสาหกิจที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงเทพฯ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ให้ประชาชนในพื้นที่ได้สะดวกและคล่องตัวยิ่งขึ้น 2.3 ราชการบริหารส่วนภูมิภาค เป็นหน่วยงานที่เป็นสาขาของราชการส่วนกลาง โดยอยู่ในความดูแลของผู้ว่าราชการในระดับจังหวัด และนายอำเภอในระดับอำเภอ 2.4 ราชการบริหารส่วนท้องถิ่น เป็นการบริหารจัดการท้องถิ่นใน 4 รูปแบบตามอำนาจหน้าที่ที่ส่วนกลางมอบให้ตามกฎหมายและระเบียบปฏิบัติทางราชการ คือ เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด สุขาภิบาล และ ตำบล (ดูหน้า 23 - 33) สถานการณ์ด้านความมั่นคงและการปกครอง การประเมินเหตุการณ์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและอนาคตในบริเวณ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ บุคคลต่างๆ มีความเห็นสรุปได้ดังนี้ 1. ในสายตาของทุกฝ่ายร่วมกัน 1.1 การพิจารณาแนวโน้มของสถานการณ์ ผู้ประเมินส่วนใหญ่เห็นว่าสถานการณ์แต่ก่อนอยู่ในสภาพที่ไม่ดี แต่ปัจจุบันเหตุการณ์ดีขึ้นตามลำดับ และคาดหวังว่าเหตุการณ์ในอนาคตจะอยู่ในระดับที่ดีขึ้นไปอีก 1.2 การพิจารณาแต่ละประเด็น 1) ผลงานระดับดี เรื่องที่ถูกใจผู้ประเมินมากคือ การดำเนินงานตามนโยบายใต้ร่มเย็น 2) ผลงานระดับปานกลาง มี 8 ประเด็นคือ (1) การพัฒนาหมู่บ้านชายแดนพิเศษ (2) ระบบการจัดการปกครองแบบกำนัน / ผู้ใหญ่บ้าน (3) พฤติกรรมและการปฏิบัติงานของข้าราชการ (4) การปราบปรามขบวนการโจรก่อการร้าย (5) โครงการพัฒนาพื้นที่ชายแดนร่วมไทย - มาเลเซีย (6) การให้สิทธิพิเศษแก่คนไทย - มุสลิม (7) บทบาทและการกระทำหน้าที่ของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ (8) นโยบายและการปฏิบัติเกี่ยวกับการป้องกันปราบปรามขบวนการโจรคอมมิวนิสต์ 3) ผลงานระดับไม่ดี มี 2 ประเด็น คือ (1) การปราบปรามผู้มีอิทธิพลเถื่อน (2) การปราบปรามการค้าของเถื่อนหรือของหนีภาษี 2. ในทรรศนะของแต่ละฝ่าย 2.1 การพิจารณาแนวโน้มของสถานการณ์ ผู้ประเมินทุกฝ่ายเห็นเหมือนกันว่าสถานการณ์เป็นไปในทางที่ดีขึ้นจากอดีต สำหรับในอนาคตผู้ที่เห็นว่าสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นเหลือเพียงแค่ร้อยละ 2.30 ข้าราชการผู้ใหญ่ระดับจังหวัดหรือสูงกว่าเกือบทั้งหมด เมื่อประเมินว่าสถานการณ์ไม่ดีก็จะมีเปอร์เซ็นต์สูงกว่ากลุ่มอื่น และเวลาประเมินว่าสถานการณ์ดีก็จะมีเปอร์เซ็นต์สูงกว่ากลุ่มอื่นเช่นกัน ซึ่งผู้วิจัยระบุว่าเหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะข้าราชการกลุ่มนี้อยู่ในระดับสูงจึงมองปัญหาแบบรวบยอด ต่างจากข้าราชการในระดับล่างที่ปฏิบัติการกับปัญหาจริงๆ จะมีความละเอียดกับปัญหามากกว่า 2.2 การประเมินแต่ละประเด็น 1) ผลงานระดับดี มีเพียงนโยบายเดียวคือนโยบายใต้ร่มเย็น โดยความพอใจอยู่ที่ตัวแทนของประชาชนและกลุ่มข้าราชการระดับจังหวัดมากที่สุด ส่วนข้าราชการระดับผู้ใหญ่กลับวิพากษ์วิจารณ์จุดอ่อนในอัตราที่สูงกว่ากลุ่มอื่น งานวิจัยระบุถึงสาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะ (1) ตัวแทนของประชาชนรู้สึกว่าได้รับการปฏิบัติจากข้าราชการดีขึ้น (2) ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ แม้ส่วนใหญ่จะเห็นดีด้วย แต่ที่มีบางคนวิพากษ์วิจารณ์เพราะรู้สึกว่าทหารทำข้ามหน้าข้ามตา ไม่ให้เกียรติ 2) ผลงานระดับปานกลาง (1) เรื่องการพัฒนาหมู่บ้านชายแดนเป็นพิเศษ กลุ่มที่พอใจมากที่สุดคือตัวแทนประชาชน เพราะว่าพวกเขามองว่าโครงการนี้จะช่วยสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้แก่ผู้อาศัยในพื้นที่กันชนหรือห่างไกลจากหน่วยราชการ ส่วนผู้ไม่พอใจผลงานได้แก่ พวกข้าราชการระดับจังหวัดและระดับอำเภอซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติ เพราะพวกเขามองว่าราชการยังไม่พร้อม ประชาชนบางแห่งก็ไม่พร้อม (2) เรื่องการจัดระบบกำนัน / ผู้ใหญ่บ้าน ระบบนี้เป็นที่ยอมรับได้ในหมู่ราชการและตัวแทนของประชาชน คือ ยิ่งตำแหน่งสูงขึ้นไปยิ่งแน่ใจมากขึ้นในการที่จะมีตัวแทนของประชาชนในระดับตำบลและหมู่บ้าน ที่จะเป็นตัวเชื่อมระหว่างประชาชนและข้าราชการ อย่างไรก็ตามข้าราชการระดับตำบลและประชาชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องมากที่สุดมีความเห็นว่าที่จริงแล้วยังมีปัญหาอีกมากเกี่ยวกับคุณภาพและคุณสมบัติของผู้เป็นกำนัน - ผู้ใหญ่บ้าน การทำงานระหว่างกันเป็นไปด้วยยาก เพราะสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง และบางคนก็โดนอิทธิพลเล่นงาน (3) เรื่องพฤติกรรมและการปฏิบัติงานของข้าราชการ กลุ่มที่แสดงความพอใจมากที่สุด คือ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เนื่องจากเป็นผู้ดำเนินงาน ปรับปรุง และติดตามดูแลโดยตรง ส่วนอีก 4 กลุ่มที่เหลือประเมินความพอใจลดน้อยลงตามลำดับลงไป เพราะพวกเขาเจอแต่ข้าราชการที่ยังไม่เหมาะสมกับหน้าที่ (4) เรื่องการปราบปรามขบวนการโจรก่อการร้าย (ขจก.) กลุ่มที่พอใจในอัตราสูงคือกลุ่มข้าราชการระดับสูงกว่าจังหวัดและกลุ่มตัวแทนประชาชน ส่วนกลุ่มข้าราชการตำบลและระดับอำเภอมีส่วนที่ไม่พอใจอยู่ในระดับสูง (5) เรื่องโครงการพัฒนาพื้นที่ชายแดนร่วมไทย - มาเลเซีย ผู้ประเมิน ทุกกลุ่มเห็นว่าควรทำด้วยความรอบคอบและความระมัดระวัง (6) เรื่องการให้สิทธิพิเศษแก่คนไทยมุสลิม ผู้ประเมินในระดับนโยบายหรือระดับสูง และตัวแทนประชาชนมั่นใจว่าหนทางดำเนินมาในทางที่ถูกแล้ว เพราะเห็นว่าเป็นสิ่งที่ควรกระทำ ส่วนผู้ที่ไม่เห็นด้วยในอัตราที่สูงคือประชาชนไทยพุทธ เพราะเสียประโยชน์ในการนำลูกหลานของตนเข้าศึกษาในสถาบันต่างๆ ที่มีจำนวนจำกัด (7) เรื่องบทบาทและการกระทำหน้าที่ของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เนื่องจากเป็นองค์กรที่ตั้งใหม่ กลุ่มคนส่วนใหญ่จึงไม่คุ้นเคย และไม่มีความเห็น ส่วนข้าราชการระดับสูงที่ทราบนโยบายกันมาบ้างแล้วเห็นว่าการจัดตั้งศอ.บต.มีความเหมาะสมและจำเป็นต่อสถานการณ์ (8) เรื่องการปราบปรามโจรผู้ร้ายคอมมิวนิสต์ ผู้ประเมินสถานการณ์ครึ่งหนึ่งจากทุกกลุ่มเห็นว่ารัฐบาลปฏิบัติงานนี้ได้ดีกว่าแต่ก่อน ทำงานได้จริงจังและต่อเนื่อง ส่วนที่เหลือเห็นว่าไม่ค่อยได้รับทราบเรื่องเหล่านี้เท่าใดนักจึงไม่มีความเห็น 3) ผลงานระดับไม่ดี มี 2 ประเด็นคือ (1) การปราบปรามการค้าของเถื่อนและของหนีภาษี เนื่องจากเห็นว่ายังมีของที่ไม่เสียภาษีวางขายจำนวนมาก (2) การปราบปรามผู้มีอิทธิพลเถื่อน (หน้า 43-59) การพิจารณาสถานการณ์ในแต่ละจังหวัดเปรียบเทียบกัน การพิจารณาแนวโน้มของสถานการณ์ในแต่ละจังหวัด แบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ (1) จ.สตูลและสงขลา ก่อนหน้าปี พ.ศ. 2519 สถานการณ์ในพื้นที่ค่อนข้างมีเสถียรภาพ และหลังปี พ.ศ. 2519 และการคาดการณ์ในอนาคต ผู้ประเมินส่วนใหญ่เห็นว่าสถานการณ์จะอยู่ในระดับที่ดี บางพื้นที่ที่ยังมีปัญหาน่าจะแก้ไขได้ (2) ได้แก่ จ.ปัตตานี นราธิวาส และยะลา ก่อนปี พ.ศ.2519 ผู้ประเมินส่วนใหญ่เห็นว่าสถานการณ์อยู่ในระดับที่ไม่ดี แต่ปัจจุบันสถานการณ์เริ่มดีขึ้นแล้วตามลำดับ (ดูหน้า 59 - 61 และดูการพิจารณาแต่ละประเด็นเรื่องสำคัญในแต่ละจังหวัดที่หน้า 62 - 68)

Belief System

ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประชากรร้อยละ 52 นับถือศาสนาอิสลามอย่างเคร่งครัด อัตราเฉลี่ยของคนไทย - มุสลิมมีสูงใน 4 จังหวัดใต้สุดของประเทศ ส่วนจังหวัดสงขลามีมากเฉพาะอำเภอที่ตั้งอยู่ด้านใต้ เช่น อำเภอนาทวี สะบ้าย้อย และสะเดา (หน้า 21) วัฒนธรรมและความเป็นอยู่ของประชาชนได้รับอิทธิพลทางศาสนา โดยสามารถแยกออกได้ 2 แบบใหญ่ๆ แบบที่ 1 คือ ไทยมุสลิมที่นับถือศาสนาอิสลาม จะใช้ภาษามลายูและยาวีในการติดต่อสื่อสาร เคร่งครัดในศาสนา เนื่องจากมุสลิมถือว่าศาสนาให้แนวทางการดำรงชีวิต แบบที่ 2 คือ ไทยพุทธ ซึ่งรวมคนไทยเชื้อสายจีนที่พูดและเขียนภาษาไทยเป็นส่วนใหญ่ นับถือศาสนาพุทธ มีการปฏิบัติกิจทางศาสนาที่เคร่งครัดน้อยกว่า มีงานประเพณีนิยมอยู่เสมอ การพิจารณาสถานการณ์ด้านวัฒนธรรมและสังคมความเป็นอยู่ ในสายตาของทุกฝ่ายร่วมกัน - การพิจารณาแนวโน้มของสถานการณ์ ผู้ประเมินเห็นว่าสถานการณ์ด้านวัฒนธรรมและสังคมดีขึ้นตามลำดับจากอดีต และในอนาคตผู้ประเมินส่วนใหญ่เห็นว่าสถานการณ์จะอยู่ในระดับที่น่าพอใจอย่างยิ่ง - การพิจารณาแต่ละประเด็น ก) ผลงานในระดับดี มี 3 เรื่อง คือ (1) การส่งเสริมความเข้าใจอันดี ผู้ประเมินเห็นว่าข้าราชการและฝ่ายประชาชนที่เป็นมุสลิมมีการติดต่อและร่วมมือกันมากขึ้น (2) การให้บริการด้านสาธารณสุขแก่ประชาชน เพราะบริการด้านสาธารณสุขที่ดีขึ้นมากใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (3) การประชาสัมพันธ์ของรัฐ ความพอใจด้านการประชาสัมพันธ์ของรัฐทั้งทางวิทยุและโทรทัศน์ในรอบ 5 - 10 ปีที่ผ่านมา ทำให้ได้ฟังรายการข่าวสารต่างๆ มากขึ้น ข) ผลงานระดับปานกลาง มี 6 ประเด็น คือ (1) เรื่องการพัฒนาการศึกษาสามัญ เกินกว่าครึ่งสนับสนุนผลงานของรัฐบาล เพราะเห็นว่ารัฐบาลเริ่มขยายการศึกษาภาคสามัญเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนผู้ที่ไม่พอใจนั้น เขาพิจารณาในด้านคุณภาพมากกว่า (2) การสร้างบริการพื้นฐาน ผู้ที่เห็นด้วยแสดงเหตุผลว่า เพราะรัฐบาลจัดบริการได้กว้างขวางทั่วถึง มีหลักเกณฑ์ดี ส่วนที่ไม่พอใจนั้นเห็นว่า รัฐบาลยังมีโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่ดี (3) นโยบายของรัฐเกี่ยวกับโรงเรียนราษฎร์สอนศาสนาอิสลาม ผู้ที่เห็นด้วย มองว่ารัฐบาลทำถูกต้องแล้วที่ปรับปรุงโรงเรียนให้มีมาตรฐานสูงขึ้น ส่วนผู้ที่ไม่เห็นด้วย มองว่าโรงเรียนดังกล่าวเป็นแหล่งเพาะความรู้สึกต่อต้านราชการหรือการศึกษาสมัยใหม่ (4) เรื่องการวางแผนครอบครัว ผู้ที่เห็นด้วย มองว่าเป็นการช่วยลดความยากจน ส่วนฝ่ายที่ไม่เห็นชอบส่วนมากเห็นว่าเป็นเรื่องที่ขัดกับหลักศาสนา (5) การสงเคราะห์ประชาชนผู้ตกทุกข์ได้ยาก (6) การส่งเสริมเยาวชน ค) ผลงานระดับไม่ดี มีอยู่ประเด็นเดียวคือ นโยบายและท่าทีของรัฐเกี่ยวกับโสเภณี (หน้า 89-97 และ ดูทรรศนะของแต่ละฝ่าย การพิจารณาสถานการณ์ในแต่ละจังหวัดเปรียบเทียบกันได้ที่หน้า 98-115)

Education and Socialization

ไทยมุสลิมนิยมส่งลูกหลานเข้าเรียนในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ซึ่งมีหลักสูตรเกี่ยวกับศาสนาเกือบทั้งหมด โรงเรียนไม่ได้สอนวิชาชีพใหม่ๆ ดังนั้นคนที่ผ่านโรงเรียนแบบนี้จึงประกอบอาชีพได้หลากหลายตั้งแต่การทำสวนยาง การค้าขาย ส่วนไทยพุทธส่วนใหญ่ให้ลูกหลานเรียนในโรงเรียนของกระทรวงศึกษาธิการ บริการการศึกษาที่รัฐจัดไว้ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ มหาวิทยาลัย 2 แห่ง วิทยาลัยเกษตรกรรม 3 แห่ง วิทยาลัยพยาบาล 2 แห่ง วิทยาลัยเทคนิค 6 แห่ง วิทยาลัยอาชีวศึกษา 2 แห่ง วิทยาลัยครู 2 แห่ง วิทยาลัยพลศึกษา 1 แห่ง วิทยาลัยการสาธารณสุข 1 แห่ง โรงเรียนผดุงครรภ์ 1 แห่ง ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน 5 แห่ง โรงเรียนมัธยมศึกษาและโรงเรียนประถมศึกษาหลายร้อยโรงเรียน นอกจากนี้ทางภาคเอกชนได้ตั้งโรงเรียนราษฎรและอาชีวศึกษาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มีการปรับปรุงโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามให้สอดคล้องกับยุคสมัยมากยิ่งขึ้น (หน้า 39 และ หน้า 41-42)

Health and Medicine

เดิมทีเมื่อชาวบ้านเจ็บป่วยต้องรักษาพยาบาลกันเองหรืออาศัยหมอกลางบ้านหรือเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐที่มีอยู่น้อยมาก บริการสาธารณสุขของชุมชนอยู่ในสภาพย่ำแย่ โรงพยาบาลตั้งอยู่เพียงแค่ในตัวจังหวัดเท่านั้น แต่ในระยะหลังมานี้ ทางราชการได้ขยายและปรับปรุงการบริหารงาน คุณภาพให้ดียิ่งขึ้น มีการสร้างโรงพยาบาลระดับภาค โรงพยาบาลเฉพาะโรค โรงพยาบาลระดับอำเภอ สถานีและศูนย์อนามัยในระดับจังหวัดและระดับอำเภอ มีหน่วยเคลื่อนที่ไปรักษาพยาบาลและแนะนำความรู้วิธีการรักษาอนามัยส่วนตัว การวางแผนครอบครัว การสุขาภิบาลหมู่บ้าน ถึงหมู่บ้านและครัวเรือน มีโครงการรักษาพยาบาลฟรีเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัวผู้มีรายได้น้อย ทำให้เกิดคลีนิกของแพทย์ที่รักษาพยาบาลอย่างแพร่หลายในตัวเมืองทุกแห่ง รัฐบาลสร้างให้ จ.สงขลาเป็นศูนย์การแพทย์และอนามัยที่สำคัญบริเวณพื้นที่ภาคใต้สุด โดยจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ซึ่งมีการบริการทางการแพทย์ที่ทันสมัย นอกจากนี้ยังมีบริการทางแพทย์และอนามัยใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เช่น โรงพยาบาลประสาท ศูนย์ระบาดวิทยา ศูนย์โรคเรื้อน ศูนย์มาลาเรีย และศูนย์สุขาภิบาล (หน้า 40-41)

Art and Crafts (including Clothing Costume)

ไม่มีข้อมูล

Folklore

ไม่มีข้อมูล

Ethnicity (Ethnic Identity, Boundaries and Ethnic Relation)

ไม่มีข้อมูล

Social Cultural and Identity Change

ในระยะหลังไทยมุสลิมเริ่มส่งบุตรหลานเข้าเรียนในโรงเรียนและวิทยาลัยที่สอนอย่างเป็นทางการ เริ่มดูรายการโทรทัศน์ที่ส่งเป็นภาษาไทย การค้าขายขยายวงกว้างข้ามไปกลุ่มที่ต่างเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม มากขึ้นตามลำดับ เข้าร่วมกิจกรรมของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนและงานประจำปีของจังหวัดมากขึ้น แลกเปลี่ยนขนบธรรมเนียมประเพณีระหว่างไทยพุทธมากขึ้น นอกจากนี้สภาพแวดล้อมของชุมชนทั้งชนบทและเมืองมีการพัฒนาเปลี่ยนโฉมหน้าไปเรื่อยๆ รัฐบาลสร้างสาธารณูปโภคแก่ประชาชนเพิ่มมากขึ้น เช่น ถนน สะพาน สถานีรถประจำทาง สถานที่สาธารณะ (หน้า 39-40)

Critic Issues

ไม่มีข้อมูล

Other Issues

สถานการณ์และปัญหาในสายตาของบุคคลต่างวัฒนธรรมและศาสนา 1. สถานการณ์ด้านความมั่นคงและการปกครอง สถานการณ์ในอดีตและปัจจุบันคนไทยที่นับถือศาสนาพุทธมีแนวโน้มจะมองไปในด้านที่ดีมากกว่าคนไทยที่นับถือศาสนาอิสลาม สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นแสดงว่าเหตุการณ์ร้ายๆ ที่เกิดขึ้นกระทบกระเทือนกับวิถีชีวิตและจิตใจของมุสลิมมากกว่า แต่กับสภาพการณ์ในอนาคต คนไทยมุสลิมที่ประเมินสถานการณ์ในด้านดีกลับสูงกว่า 2. สถานการณ์ในด้านเศรษฐกิจและธุรกิจ ไทยพุทธประเมินสถานการณ์ทั้ง 3 ยุค อยู่ในระดับที่น่าพอใจสูงกว่ามุสลิมทั้งสิ้น นั่นหมายถึงว่าระดับการครองชีพของไทยมุสลิมอยู่ต่ำกว่าไทยพุทธ 3. สถานการณ์ด้านวัฒนธรรมและสังคมความเป็นอยู่ ไทยพุทธและมุสลิมมีความเห็นค่อนข้างตรงกันทั้ง 3 ยุค 3 สมัย (หน้า 116 - 119 และ ดูความเห็นเกี่ยวกับประเด็นแต่ละเรื่องได้ที่หน้า 120 - 132) สถานการณ์รวมทุกด้านของ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก.การพิจารณาสถานการณ์รวมทุกด้านของพื้นที่ 5 จังหวัดรวมกันและแยกกันแต่ละจังหวัด 1. สถานการณ์รวมทุกด้านของพื้นที่ 5 จังหวัด มีแนวโน้มดีขึ้นเรื่อยๆ จากอดีตสู่อนาคต 2. สถานการณ์รวมทุกด้านของแต่ละจังหวัด (1) เปรียบเทียบกันแต่ละจังหวัด แบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มแรก จ.ปัตตานีมีอัตราส่วนของผู้ประเมินว่าสถานการณ์รวมค่อนข้างเลว กลุ่มที่ 2 คือ จ.ยะลา - นราธิวาส มีผู้ประเมินว่าสถานการณ์ไม่ดีในสัดส่วนที่รองลงมา กลุ่มที่ 3 คือ จ.สตูลและสงขลา (2) หากพิจารณาเป็นรายจังหวัด จ.ปัตตานีมีการคลี่คลายของสถานการณ์เป็นไปในทางที่ดีมากที่สุด รองลงมาคือ สงขลา นราธิวาส ยะลา และ สตูล ข.สถานการณ์ส่วนรวมในสายตาของผู้ประเมินแต่ละกลุ่ม 1. ในสายตาของผู้ประเมินที่อยู่ต่างระดับ ทุกฝ่ายเห็นพ้องกันว่าสถานการณ์โดยรวมใน 5 จังหวัดเป็นไปในทางที่ดีขึ้นตามลำดับจากอดีตถึงปัจจุบัน และคาดว่าจะดีขึ้นในอนาคต ในอดีต กลุ่มที่เห็นว่าเหตุการณ์โดยรวมมีความเลวร้ายคือ ข้าราชการสูงกว่าจังหวัด เพราะเหตุการณ์ที่ได้รับรายงานมักเป็นเหตุการณ์ร้ายๆ รองลงไปคือ กลุ่มประชาชน และ ข้าราชการระดับจังหวัด 2. ในสายตาของผู้ประเมินต่างศาสนาและวัฒนธรรม ทั้งไทยพุทธและมุสลิมเห็นว่าสถานการณ์โดยรวมทั้ง 5 จังหวัดอยู่ในสภาพที่ดีขึ้นตามลำดับ แต่หากแบ่งเป็นยุคแล้ว ในอดีต ไทยพุทธจะประเมินสถานการณ์ดีกว่าไทยมุสลิม ส่วนความเห็นต่อเหตุการณ์ทั้งในปัจจุบันและอนาคตค่อนข้างใกล้เคียงกัน ค.การเปรียบเทียบสถานการณ์เพื่อพิจารณาเป็นส่วนรวมทุกด้านกับการหยิบยกสถานการณ์ในแต่ละด้านมาพิจารณา 1. ในสายตาของผู้อยู่ต่างระดับ (1.1) สภาพในอดีต น้ำหนักอยู่ที่ด้านความมั่นคงและการปกครองมากที่สุด รองลงไปคือ ด้านวัฒนธรรมและสังคมความเป็นอยู่ กลุ่มข้าราชการระดับจังหวัดจะมองเรื่องเศรษฐกิจเลวร้ายกว่าสังคม (1.2) สภาพปัจจุบัน ผู้ประเมินส่วนใหญ่ให้น้ำหนักปานกลางถึงดี ด้านเศรษฐกิจจะอยู่ต่ำสุด (1.3) ส่วนที่เกี่ยวกับอนาคต ทุกกลุ่มประเมินรวมไปในทางเดียวกันว่า จะอยู่ในระดับดีและค่อนข้างสูงมาก โดยที่สถานการณ์ด้านการปกครองจะเป็นตัวถ่วงน้ำหนักมากที่สุด 2. ในสายตาของผู้ประเมินต่างเชื้อชาติและศาสนาต่างกัน (2.1) เหตุการณ์ในอดีต ไทยมุสลิมส่วนใหญ่ประเมินในระดับไม่ดี คนไทยพุทธจะประเมินในระดับปานกลาง และจะให้ความสำคัญกับเรื่องเศรษฐกิจและสังคมนำหน้าเรื่องการเมืองการปกครอง (2.2) เหตุการณ์ปัจจุบัน ไทยพุทธและมุสลิมเห็นพ้องกันถึงเรื่องเศรษฐกิจว่ามีน้ำหนักมากที่สุด (2.3) เหตุการณ์ในอนาคต ทั้งไทยพุทธและมุสลิมมีความมั่นใจในเหตุการณ์รวมทุกด้านของบ้านเมืองว่าจะเป็นไปในทางที่ดีขึ้น 3. เปรียบเทียบสถานการณ์ส่วนรวมกับสถานการณ์แต่ละด้านแต่ละจังหวัด (3.1) ในสมัยอดีต สถานการณ์ในส่วนรวมของ จ.ปัตตานี นราธิวาส และยะลา น้ำหนักประเมินมากที่สุดอยู่ในระดับที่ไม่ดี โดยอิทธิพลที่ทำให้สถานการณ์เลวร้ายคือ สถานการณ์ด้านความมั่นคงและการปกครอง ส่วน จ.สงขลาและสตูลตกอยู่ในระดับปานกลาง ซึ่งดีกว่า 3 จังหวัดแรก โดยที่ จ.สงขลา เรื่องสังคมมาเป็นอันดับ 1 เศรษฐกิจอันดับ 2 ความมั่นคงมาเป็นอันดับ 3 ขณะที่ จ.สตูลเรื่องความมั่นคงและความปกครองมาเป็นอันดับ 1 และ ด้านเศรษฐกิจมาเป็นอันดับ 2 (3.2) สมัยปัจจุบัน แบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือ ปัตตานี นราธิวาส และยะลา สถานการณ์ได้เลื่อนจากไม่ดีมาสู่ระดับปานกลาง ส่วนสงขลาและสตูลนั้นได้เลื่อนจากปานกลางมาสู่ระดับดี (3.3) ในอนาคต โดยส่วนรวมเห็นว่าเหตุการณ์ใน 5 จังหวัดในอนาคตจะอยู่ในภาวะที่ดีขึ้น น้ำหนักอยู่ในระดับที่ดีถึงสูงมาก (หน้า 133-155)

Google Map

Map/Illustration

ภาพ มาตรวัดระดับของสถานการณ์บ้านเมือง (หน้า 7) แผนที่แสดงเขต 5 จังหวัดภาคใต้ (หน้า 20.1) แนวโน้มของสถานการณ์ด้านความมั่นคงและการปกครองในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (หน้า 44) ผลการประเมินการปฏิบัติงานที่เกี่ยวกับสถานการณ์ด้านความมั่นคงและการปกครองใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในแต่ละประเด็นแต่ละเรื่อง โดยผู้ประเมินรวมกันทุกคน (หน้า 47) ผลการประเมินสถานการณ์ด้านความมั่นคงและการปกครองพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในทรรศนะของผู้ประเมินต่างกลุ่มเปรียบเทียบกัน (หน้า 50) เปรียบเทียบผลการประเมินสถานการณ์ด้านความมั่นคงและการปกครองในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แยกรายจังหวัด (หน้า 61) แนวโน้มของสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจและธุรกิจในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (หน้า 71) ผลการประเมินประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจและธุรกิจใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (หน้า 73) ผลการประเมินสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจและธุรกิจในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในทรรศนะของผู้ประเมินต่างกลุ่มเปรียบเทียบกัน (หน้า 77) เปรียบเทียบผลการประเมินสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจและธุรกิจในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แยกรายจังหวัด (หน้า 84) แนวโน้มของสถานการณ์ด้านวัฒนธรรมและสังคมความเป็นอยู่ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (หน้า 90) ผลการประเมินประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ด้านวัฒนธรรมและสังคมความเป็นอยู่ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (หน้า 92) ผลการประเมินสถานการณ์ด้านวัฒนธรรมและสังคมความเป็นอยู่ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในทรรศนะของผู้ประเมินต่างกลุ่มเปรียบเทียบกัน (หน้า 99) เปรียบเทียบผลการประเมินสถานการณ์ด้านวัฒนธรรมและสังคม ความเป็นอยู่ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แยกรายจังหวัด (หน้า 109) เปรียบเทียบผลการประเมินสถานการณ์ด้านความมั่นคงและการปกครองระหว่างไทยพุทธและไทยมุสลิม (หน้า 117) การประเมินสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจและธุรกิจ (หน้า 118) การประเมินสถานการณ์ด้านวัฒนธรรมและสังคมความเป็นอยู่ (หน้า 119) ทรรศนะที่เหมือนกันระหว่างไทยพุทธและไทยมุสลิมในแต่ละระดับของนโยบายและบทบาท (ระดับความพอใจเกิน 50%) (หน้า 121) ทรรศนะที่เหมือนกันระหว่างไทยพุทธและไทยมุสลิมในแต่ละระดับของความเหมาะสมของนโยบายและบทบาทของรัฐบาล (ระดับความพอใจเกิน 50%) (หน้า 124) ทรรศนะที่ไทยมุสลิมมีระดับเห็นด้วยกับนโยบายและบทบาทของรัฐบาลสูงกว่าไทยพุทธมาก (หน้า 126) ทรรศนะที่ไทยมุสลิมมีระดับเห็นด้วยกับนโยบายและบทบาทของรัฐบาลสูงกว่าไทยพุทธเพียงเล็กน้อย (หน้า 129) ทรรศนะที่ไทยพุทธมีระดับเห็นด้วยกับนโยบายและบทบาทของรัฐบาลสูงกว่าไทยมุสลิมเพียงเล็กน้อย (หน้า 132) แสดงการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โดยส่วนรวม (การปกครองเศรษฐกิจและสังคม) ตามความเห็นของทุกกลุ่ม (หน้า 148) แสดงการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ด้านการปกครองเศรษฐกิจและสังคม ตามความเห็นของทุกกลุ่ม (หน้า 149) ตาราง ประเด็นที่มีความสำคัญต่อสถานการณ์บ้านเมืองใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (หน้า 9) บัญชีรายชื่อผู้ประเมินสถานการณ์ (หน้า 13) ขนาดพื้นที่และจำนวนประชากร (หน้า 20) หน่วยการปกครองใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (หน้า 22) หน่วยงานขึ้นตรงต่อส่วนกลางใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (หน้า 26) รัฐวิสาหกิจที่ตั้งดำเนินการอยู่ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (หน้า 25) หน่วยงานสังกัดราชการบริหารส่วนภูมิภาคใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (หน้า 30) หน่วยการปกครองส่วนท้องถิ่นใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (หน้า 33) จำนวนโรงงานอุตสาหกรรมใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (หน้า 38) เปรียบเทียบผลการประเมินประเด็นเรื่องที่ผู้ประเมินรวมทุกกลุ่มจัดอยู่ในระดับดี (นโยบายและการปฏิบัติตามนโยบายใต้ร่มเย็น) แยกตามกลุ่มของผู้ประเมิน (หน้า 51) เปรียบเทียบผลการประเมินประเด็นเรื่องต่างๆ ที่ผู้ประเมินรวมทุกกลุ่มจัดอยู่ในระดับกลาง แยกตามกลุ่มของผู้ประเมิน (หน้า 55) เปรียบเทียบผลการประเมินในเรื่องการปราบปรามของเถื่อนและการปราบปรามผู้มีอิทธิพลเถื่อน แยกตามกลุ่มของผู้ประเมิน (หน้า 58) เปรียบเทียบผลการประเมินประเด็นที่ผู้ประเมินทุกกลุ่มจัดอยู่ในระดับดี (นโยบายและการปฏิบัติตามนโยบายใต้ร่มเย็น) แยกตามรายจังหวัด (หน้า 62) เปรียบเทียบผลการประเมินประเด็นในเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับสถานการณ์ด้านความมั่นคงและการปกครองในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ผู้ประเมินรวมจัดอยู่ในระดับกลาง แยกตามรายจังหวัด (หน้า 63) เปรียบเทียบผลการประเมินประเด็นเรื่องการปราบปรามผู้มีอิทธิพลเถื่อนและการปราบปรามสินค้าเถื่อนแยกตามรายจังหวัด (หน้า 68) เปรียบเทียบผลการประเมินประเด็นในเรื่องต่างๆ ที่ผู้ประเมินรวมทุกกลุ่มจัดอยู่ในระดับดี แยกตามกลุ่มของผู้ประเมิน (หน้า 78) การประเมินประเด็นเรื่องที่ผู้ประเมินทุกกลุ่มรวมกันจัดให้อยู่ในระดับปานกลาง (การส่งเสริมอุตสาหกรรมของรัฐ) แยกตามกลุ่มของผู้ประเมิน (หน้า 80) การประเมินประเด็นเรื่องที่ผู้ประเมินทุกกลุ่มจัดให้อยู่ในระดับไม่ดี (การส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐ) แยกตามกลุ่มของผู้ประเมิน (หน้า 81) เปรียบเทียบผลการประเมินประเด็นเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจและธุรกิจ ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ผู้ประเมินจัดให้อยู่ในระดับดี แยกตามรายจังหวัด (หน้า 85) เปรียบเทียบการประเมินประเด็นเรื่องที่ผู้ประเมินทุกกลุ่มรวมกันจัดให้อยู่ในระดับปานกลาง (การส่งเสริมอุตสาหกรรมของรัฐ) แยกตามรายจังหวัด (หน้า 87) เปรียบเทียบการประเมินเรื่องที่ทุกฝ่ายรวมกันจัดให้อยู่ในระดับที่ไม่ดี (การส่งเสริมการท่องเที่ยว) แยกตามรายจังหวัด (หน้า 88) เปรียบเทียบผลการประเมินประเด็นเรื่องที่ผู้ประเมินรวมทุกกลุ่มจัดให้อยู่ในระดับดี แยกตามกลุ่มผู้ประเมิน (หน้า 101) เปรียบเทียบผลการประเมินประเด็นเรื่องที่ผู้ประเมินรวมทุกกลุ่มจัดให้อยู่ในระดับปานกลาง แยกตามกลุ่มของผู้ประเมิน (หน้า 105) เปรียบเทียบผลการประเมินเรื่องที่ผู้ประเมินรวมทุกกลุ่มจัดให้อยู่ในระดับไม่ดี (นโยบายและท่าทีของรัฐเกี่ยวกับโสเภณี) แยกตามกลุ่มของผู้ประเมิน (หน้า 107) เปรียบเทียบผลการประเมินประเด็นเรื่องที่เกี่ยวกับสถานการณ์ด้านวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ผู้ประเมินรวมทุกกลุ่มจัดให้อยู่ในระดับดี แยกตามรายจังหวัด (หน้า 111) เปรียบเทียบผลการประเมินประเด็นเรื่องเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ผู้ประเมินรวมจัดให้อยู่ในระดับปานกลาง แยกตามกลุ่มผู้ประเมิน (หน้า 112) เปรียบเทียบผลการประเมินเรื่องที่เกี่ยวกับสถานการณ์ด้านวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ผู้ประเมินรวมจัดให้อยู่ในระดับไม่ดี (นโยบายและท่าทีของรัฐเกี่ยวกับโสเภณี) แยกตามกลุ่มผู้ประเมิน (หน้า 115) ระดับของสถานการณ์รวมทุกด้านของพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้รวมกัน (หน้า 134) ระดับของสถานการณ์รวมทุกด้านของพื้นที่รวม 5 จังหวัด และแต่ละจังหวัด (หน้า 137) เปรียบเทียบระดับความมากน้อยของการคลี่คลายของสถานการณ์รวมทุกด้านของแต่ละจังหวัดระหว่างกับอดีตกับอนาคต (หน้า 139) ระดับของสถานการณ์ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้รวมหมดทุกด้านในสายตาของผู้มีจุดยืนต่างๆ กัน (หน้า 141) เปรียบเทียบระดับการแตกต่างมากน้อยของการคลี่คลายของสถานการณ์ รวมทุกด้านอดีต - อนาคต ตามการประเมินของผู้ประเมินแต่ละกลุ่ม (หน้า 142) ระดับของสถานการณ์ของ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้รวมทุกด้านในสายตาของผู้มีภูมิหลังทางเชื้อชาติและศาสนาแตกต่างกัน (หน้า 144) การเปรียบเทียบระดับของสถานการณ์รวมกันทุกด้านกับสถานการณ์แต่ละด้านของ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยกลุ่มผู้มีจุดยืนในที่ต่างกัน (หน้า 146) การเปรียบเทียบระดับของสถานการณ์ของ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ทั่วไปหรือรวมทุกด้านกับแต่ละด้าน ตามความเห็นของบุคคลที่มีภูมิหลังทางเชื้อชาติและศาสนาต่างกัน (หน้า 151) ระดับของสถานการณ์ของแต่ละจังหวัดชายแดนภาคใต้รวมทุกด้านเปรียบเทียบกับสถานการณ์ในแต่ละด้านของแต่ละจังหวัด (หน้า 153) สาเหตุสำคัญที่ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงจากอดีตมาสู่ปัจจุบัน (หน้า 158) สาเหตุสำคัญที่จะทำให้สถานการณ์ในอนาคตไปอยู่ในระดับที่ประเมินไว้ (หน้า 160)

Text Analyst สิทธิพร จรดล Date of Report 01 พ.ค. 2556
TAG ออแรนายู มลายูมุสลิม มุสลิม, มลายูมมุสลิม, ไทยพุทธ, เศรษฐกิจ, การปกครอง, จังหวัดชายแดน, ภาคใต้, Translator -
 
 

 

ฐานข้อมูลอื่นๆของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
  ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย
จารึกในประเทศไทย
จดหมายเหตุทางมานุษยวิทยา
แหล่งโบราณคดีที่สำคัญในประเทศไทย
หนังสือเก่าชาวสยาม
ภาพยนตร์ชาติพันธุ์
ข่าวมานุษยวิทยา
ICH Learning Resources
ฐานข้อมูลเอกสารโบราณภูมิภาคตะวันตกในประเทศไทย
ฐานข้อมูลประเพณีท้องถิ่นในประเทศไทย
ฐานข้อมูลสังคม - วัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  หน้าหลัก
งานวิจัยชาติพันธุ์ในประเทศไทย
บทความชาติพันธุ์
ข่าวชาติพันธุ์
เครือข่ายชาติพันธุ์
เกี่ยวกับเรา
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  ข้อมูลโครงการ
ทีมงาน
ติดต่อเรา
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
ช่วยเหลือ
  กฏกติกาและมารยาท
แบบสอบถาม
คำถามที่พบบ่อย


ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เลขที่ 20 ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170 
Tel. +66 2 8809429 | Fax. +66 2 8809332 | E-mail. webmaster@sac.or.th 
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2549    |   เงื่อนไขและข้อตกลง