ค้นหาข้อมูล
ค้นหาแบบละเอียด
  •   ความเป็นมาและหลักเหตุผล

    เพื่อรวบรวมงานวิจัยทางชาติพันธุ์ที่มีคุณภาพมาสกัดสาระสำคัญในเชิงมานุษยวิทยาและเผยแผ่สาระงานวิจัยแก่นักวิชาการ นักศึกษานักเรียนและผู้สนใจให้เข้าถึงงานวิจัยทางชาติพันธุ์ได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

  •   กลุ่มชาติพันธุ์และขอบเขตพื้นที่ที่จะสรุปงานวิจัยลงฐานข้อมูล

    ความหมายกลุ่มชาติพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาต่างๆ กัน ในขั้นแรกนี้โครงการฯ เลือกเก็บเนื้อหา “กลุ่มชาติพันธุ์” ต่างๆ ที่ถูกมองว่าเป็น “ชนกลุ่มน้อย” ของประเทศไทย ฐานข้อมูลจึงไม่มีงานวิจัยที่เกี่ยวกับคนไทยภาคกลาง  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ และยังไม่ได้รวมงานวิจัยเกี่ยวกับ “ชาวจีนโพ้นทะเล” ในประเทศไทย ซึ่งได้มีสถาบันวิชาการอื่นรวบรวมไว้แล้ว เช่น สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ภาพ-ข้าวห่อ อาหารของปกาเกอะญอ บ้านมอวาคี จ. เชียงใหม่
  •   ฐานข้อมูลจำแนกกลุ่มชาติพันธุ์ตามชื่อเรียกที่คนในใช้เรียกตนเอง ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ คือ

    1. ชื่อเรียกที่ “คนอื่น” ใช้มักเป็นชื่อที่มีนัยในทางเหยียดหยาม ทำให้สมาชิกกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ รู้สึกไม่ดี อยากจะใช้ชื่อที่เรียกตนเองมากกว่า ซึ่งคณะทำงานมองว่าน่าจะเป็น “สิทธิพื้นฐาน” ของการเป็นมนุษย์

    2. ชื่อเรียกชาติพันธุ์ของตนเองมีความชัดเจนว่าหมายถึงใคร มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอย่างไร และตั้งถิ่นฐานอยู่แห่งใดมากกว่าชื่อที่คนอื่นเรียก ซึ่งมักจะมีความหมายเลื่อนลอย ไม่แน่ชัดว่าหมายถึงใคร เช่น คำว่า “ลัวะ” ถูกใช้ในเรียกรวมในกลุ่ม ลเวือะ ลัวะ และปลัง เป็นต้น


    ภาพ-เยาวชนปกาเกอะญอ บ้านมอวาคี จ.เชียงใหม่

  •  

    จากการรวบรวมงานวิจัยในฐานข้อมูลและหลักการจำแนกชื่อเรียกชาติพันธุ์ที่คนในใช้เรียกตนเอง พบว่า ประเทศไทยมีกลุ่มชาติพันธุ์มากกว่า 62 กลุ่ม


    ภาพ-สุภาษิตปกาเกอะญอ
  •   การจำแนกกลุ่มชนมีลักษณะพิเศษกว่าการจำแนกสรรพสิ่งอื่นๆ

    เพราะกลุ่มชนต่างๆ มีความรู้สึกนึกคิดและภาษาที่จะแสดงออกมาได้ว่า “คิดหรือรู้สึกว่าตัวเองเป็นใคร” ซึ่งการจำแนกตนเองนี้ อาจแตกต่างไปจากที่คนนอกจำแนกให้ ในการศึกษาเรื่องนี้นักมานุษยวิทยาจึงต้องเพิ่มมุมมองเรื่องจิตสำนึกและชื่อเรียกตัวเองของคนในกลุ่มชาติพันธุ์ 


    ภาพ-สลากย้อม งานบุญของยอง จ.ลำพูน
  •   มโนทัศน์ความหมายกลุ่มชาติพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาต่างๆ กัน

    ในช่วงทศวรรษของ 2490-2510 ในสาขาวิชามานุษยวิทยา “กลุ่มชาติพันธุ์” คือ กลุ่มชนที่มีวัฒนธรรมเฉพาะแตกต่างจากกลุ่มชนอื่นๆ ซึ่งมักจะเป็นการกำหนดในเชิงวัตถุวิสัย โดยนักมานุษยวิทยาซึ่งสนใจในเรื่องมนุษย์และวัฒนธรรม

    แต่ความหมายของ “กลุ่มชาติพันธุ์” ในช่วงหลังทศวรรษ 
    2510 ได้เน้นไปที่จิตสำนึกในการจำแนกชาติพันธุ์บนพื้นฐานของความแตกต่างทางวัฒนธรรมโดยตัวสมาชิกชาติพันธุ์แต่ละกลุ่มเป็นสำคัญ... (อ่านเพิ่มใน เกี่ยวกับโครงการ/คู่มือการใช้)



    ภาพ-หาดราไวย์ จ.ภูเก็ต บ้านของอูรักลาโว้ย
  •   สนุก

    วิชาคอมพิวเตอร์ของนักเรียน
    ปกาเกอะญอ  อ. แม่ลาน้อย
    จ. แม่ฮ่องสอน


    ภาพโดย อาทิตย์    ทองดุศรี

  •   ข้าวไร่

    ผลิตผลจากไร่หมุนเวียน
    ของชาวโผล่ว (กะเหรี่ยงโปว์)   
    ต. ไล่โว่    อ.สังขละบุรี  
    จ. กาญจนบุรี

  •   ด้าย

    แม่บ้านปกาเกอะญอ
    เตรียมด้ายทอผ้า
    หินลาดใน  จ. เชียงราย

    ภาพโดย เพ็ญรุ่ง สุริยกานต์
  •   ถั่วเน่า

    อาหารและเครื่องปรุงหลัก
    ของคนไต(ไทใหญ่)
    จ.แม่ฮ่องสอน

     ภาพโดย เพ็ญรุ่ง สุริยกานต์
  •   ผู้หญิง

    โผล่ว(กะเหรี่ยงโปว์)
    บ้านไล่โว่ 
    อ.สังขละบุรี
    จ. กาญจนบุรี

    ภาพโดย ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ
  •   บุญ

    ประเพณีบุญข้าวใหม่
    ชาวโผล่ว    ต. ไล่โว่
    อ.สังขละบุรี  จ.กาญจนบุรี

    ภาพโดยศรยุทธ  เอี่ยมเอื้อยุทธ

  •   ปอยส่างลอง แม่ฮ่องสอน

    บรรพชาสามเณร
    งานบุญยิ่งใหญ่ของคนไต
    จ.แม่ฮ่องสอน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ปอยส่างลอง

    บรรพชาสามเณร
    งานบุญยิ่งใหญ่ของคนไต
    จ.แม่ฮ่องสอน

    ภาพโดย เบญจพล  วรรณถนอม
  •   อลอง

    จากพุทธประวัติ เจ้าชายสิทธัตถะ
    ทรงละทิ้งทรัพย์ศฤงคารเข้าสู่
    ร่มกาสาวพัสตร์เพื่อแสวงหา
    มรรคผลนิพพาน


    ภาพโดย  ดอกรัก  พยัคศรี

  •   สามเณร

    จากส่างลองสู่สามเณร
    บวชเรียนพระธรรมภาคฤดูร้อน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   พระพาราละแข่ง วัดหัวเวียง จ. แม่ฮ่องสอน

    หล่อจำลองจาก “พระมหามุนี” 
    ณ เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า
    ชาวแม่ฮ่องสอนถือว่าเป็นพระพุทธรูป
    คู่บ้านคู่เมืององค์หนึ่ง

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม

  •   เมตตา

    จิตรกรรมพุทธประวัติศิลปะไต
    วัดจองคำ-จองกลาง
    จ. แม่ฮ่องสอน
  •   วัดจองคำ-จองกลาง จ. แม่ฮ่องสอน


    เสมือนสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม
    เมืองไตแม่ฮ่องสอน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ใส

    ม้งวัยเยาว์ ณ บ้านกิ่วกาญจน์
    ต. ริมโขง อ. เชียงของ
    จ. เชียงราย
  •   ยิ้ม

    แม้ชาวเลจะประสบปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย
    พื้นที่ทำประมง  แต่ด้วยความหวัง....
    ทำให้วันนี้ยังยิ้มได้

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ผสมผสาน

    อาภรณ์ผสานผสมระหว่างผ้าทอปกาเกอญอกับเสื้อยืดจากสังคมเมือง
    บ้านแม่ลาน้อย จ. แม่ฮ่องสอน
    ภาพโดย อาทิตย์ ทองดุศรี
  •   เกาะหลีเป๊ะ จ. สตูล

    แผนที่ในเกาะหลีเป๊ะ 
    ถิ่นเดิมของชาวเลที่ ณ วันนี้
    ถูกโอบล้อมด้วยรีสอร์ทการท่องเที่ยว
  •   ตะวันรุ่งที่ไล่โว่ จ. กาญจนบุรี

    ไล่โว่ หรือที่แปลเป็นภาษาไทยว่า ผาหินแดง เป็นชุมชนคนโผล่งที่แวดล้อมด้วยขุนเขาและผืนป่า 
    อาณาเขตของตำบลไล่โว่เป็นส่วนหนึ่งของป่าทุ่งใหญ่นเรศวรแถบอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี 

    ภาพโดย ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ
  •   การแข่งขันยิงหน้าไม้ของอาข่า

    การแข่งขันยิงหน้าไม้ในเทศกาลโล้ชิงช้าของอาข่า ในวันที่ 13 กันยายน 2554 ที่บ้านสามแยกอีก้อ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
 
  Princess Maha Chakri Sirindhorn Anthropology Centre
Ethnic Groups Research Database
Sorted by date | title

   Record

 
Subject โพล่ง โผล่ง โพล่ว ซู (กะเหรี่ยง),สังคม,เศรษฐกิจ,ความเชื่อ,เชียงใหม่
Author สุรีพร ชินวงศ์
Title ลักษณะทางสังคม เศรษฐกิจ และความเชื่อของกะเหรี่ยงเผ่าโปว์ บ้านตุงติง ตำบลอมก๋อย อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่
Document Type ปริญญานิพนธ์ Original Language of Text ภาษาไทย
Ethnic Identity โพล่ง โผล่ง โพล่ว ซู กะเหรี่ยง, Language and Linguistic Affiliations จีน-ทิเบต(Sino-Tibetan)
Location of
Documents
ห้องสมุดศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร, หอสมุดปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ Total Pages 64 Year 2542
Source หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต (บัณฑิตอาสา) สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Abstract

จากการศึกษาพบว่าสังคมกะเหรี่ยงโปว์บ้านตุงติงยังมีลักษณะของสังคมแบบดั้งเดิมอยู่ โดยส่วนใหญ่เป็นแบบครอบครัวเดี่ยว มีการสืบสายบรรพบุรุษฝ่ายมารดา และมีเซี่ยเก็งคูเป็นหัวหน้าชุมชนในการประกอบพิธีกรรมต่างๆ ประชากรยังคงแต่งกายด้วยเครื่องแต่งกายประจำเผ่า แต่การศึกษาของชุมชนยังอยู่ในระดับต่ำกว่าการศึกษาภาคบังคับ อาชีพหลักของกะเหรี่ยง คือเกษตรกรรม โดยการทำนา และทำสวนมะเขือเทศ นอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่ามีผีสิงสถิตอยู่ทุกหนทุกแห่ง ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีพิธีเซ่นไหว้ผีเหล่านั้น เช่น พิธีกินผี พิธีกินปีใหม่ พิธีเลี้ยงผีประปา เป็นต้น

Focus

ศึกษาสภาพสังคม เศรษฐกิจ และความเชื่อของกะเหรี่ยงเผ่าโปว์ หมู่บ้านตุงติง ตำบลอมก๋อย อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ (หน้า 2)

Theoretical Issues

จากการศึกษาพบว่าพิธีกินผีของกะเหรี่ยงโปว์ หมู่บ้านตุงติง สะท้อนให้เห็นบทบาทหน้าที่ของสมาชิกในครอบครัว โดยเฉพาะเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพของคนในครอบครัว ซึ่งจะให้ความสำคัญกับผู้อาวุโสเป็นผู้ทำพิธีร่วมกับสมาชิกทุกคนในครอบครัว เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วยหายจากอาการเจ็บป่วย สอดคล้องกับปรากฏการณ์ที่ Malinowski เคยกล่าวไว้ว่า พิธีกรรมทางศาสนามีหน้าที่บางอย่างในการตอบสนองความต้องการทางจิตใจของมนุษย์ (หน้า 49)

Ethnic Group in the Focus

กะเหรี่ยงเผ่าโปว์ หมู่บ้านตุงติง ตำบลอมก๋อย อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 50 หลังคาเรือน (หน้า 3)

Language and Linguistic Affiliations

กะเหรี่ยงบ้านตุงติงพูดภาษากะเหรี่ยงโปว์หรือเดาะแดะ มีลักษณะคล้ายกับภาษากะเหรี่ยงสะกอ (หน้า 21)

Study Period (Data Collection)

ระหว่างเดือนกันยายน 2541 ถึงเดือนมีนาคม 2542

History of the Group and Community

มีผู้เล่าว่าพ่ออุ้ยม้งโจเป็นผู้นำชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงโปว์อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานที่บ้านตุงติงกว่า 100 ปีมาแล้ว ต่อมาประชากรเพิ่มขึ้นจึงขยายชุมชนออกมาที่หมู่บ้านตุงติง 2 ส่วนคำว่าตุงติงนั้นชาวบ้านเล่ากันว่ามี 2 ความหมายคือ ทุ่งกระทิง โดยเชื่อว่าในอดีตเคยมีกระทิงอาศัยอยู่ และอีกความหมายคือสูง เนื่องจากพื้นที่ของหมู่บ้านอยู่สูงกว่าหมู่บ้านอื่น (หน้า 6)

Settlement Pattern

ประชากรบ้านตุงติงจะปลูกบ้านอยู่บริเวณใกล้กันตามความลาดเอียงของสันดอยโดยไม่มีรั้วกั้น ลักษณะเป็นบ้านชั้นเดียวขนาดเล็ก ยกใต้ถุนสูง สร้างจากไม้เนื้อแข็งและไม้ไผ่นำมาผูกต่อกัน มุงหลังคาด้วยหญ้าแฝก สังกะสีหรือกระเบื้องตามฐานะเจ้าของบ้านภายในบ้านจะมีเตาไฟสำหรับประกอบอาหารและประกอบพิธีกรรม (หน้า 12) บริเวณบ้านจะมียุ้งสำหรับใส่ข้าวเปลือก และแปลงปลูกผักสวนครัว (หน้า 14)

Demography

ประชากรกะเหรี่ยงเผ่าโปว์บ้านตุงติงในกรณีศึกษา 50 หลังคาเรือน มีจำนวน 386 คน เป็นชายร้อยละ 42.8 หญิงร้อยละ 57.2 ในจำนวนนี้เป็นประชากรวัยแรงงานร้อยละ 59.3 เด็กร้อยละ 35.7 และผู้สูงอายุร้อยละ 5 (หน้า 14)

Economy

กะเหรี่ยงโปว์ร้อยละ 94 ประกอบอาชีพเกษตรกรรมโดยการทำนา ทำสวนมะเขือเทศ พริกหวาน ถั่วลันเตา มะเขือ และข้าวโพด บางครอบครัวรับจ้างทำสวน ทำฟาร์มที่อำเภอจอมทอง และเก็บมะเขือในหมู่บ้านใกล้เคียง คิดเป็นร้อยละ 4 ส่วนอีกร้อยละ 2 รับราชการ ประชากรส่วนใหญ่มีรายได้อยู่ระหว่าง 10,000-20,000 บาท/ครัวเรือน/ปี ร้อยละ 28 มีหนี้สินจากการลงทุนทำสวนมะเขือในวงเงินตั้งแต่ 700 บาทขึ้นไป แต่ไม่เกิน 50,000 บาท เนื่องจากบ้านตุงติงตั้งอยู่ในเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า ชาวบ้านจึงไม่มีเอกสารสิทธิ์ในการถือครองที่ดิน แต่จะเป็นที่รู้กันเองในหมู่บ้านว่าที่ตรงไหนเป็นของใคร (หน้า 36-38) อาหารหลักของชาวบ้านคือ ข้าวซ้อมมือ โดยรับประทานกับน้ำพริกและแกงต่างๆ นิยมอาหารรสเผ็ดและรสเค็ม (หน้า 28)

Social Organization

ลักษณะครอบครัวของกะเหรี่ยงโปว์มี 2 แบบคือ ครอบครัวเดี่ยวที่ประกอบด้วยพ่อ แม่ ลูก หรือมีเพียงแม่และลูกๆ หรือประกอบด้วยพ่อ แม่ ลูก และมีพ่อภรรยาหรือสามีอยู่ด้วย หรืออาจมีเพียงสามีและภรรยา และครอบครัวขยายที่อยู่รวมกันตั้งแต่สองครอบครัวขึ้นไป นอกจากนี้ยังพบครอบครัวแบบคนเดียว สังคมกะเหรี่ยงมีการสืบสายบรรพบุรุษฝ่ายมารดา และลูกสาวจะต้องเลี้ยงดูพ่อแม่ (หน้า 19-21) ประเพณีแต่งงานผู้ใหญ่ฝ่ายชายจะต้องไปสู่ขอเจ้าสาวกับผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง นิยมกำหนดวันแต่งงานหลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวเสร็จแล้ว หรือก่อนถึงฤดูทำนาครั้งใหม่ และจะมีการจัดเตรียมเนื้อหมู หรือเนื้อวัวสำหรับเลี้ยงแขกที่มาในงาน ส่วนเจ้าสาวจะต้องเตรียมการทอผ้าสำหรับมอบให้แก่พ่อแม่ฝ่ายชายและลูกที่จะเกิดมา ตามประเพณีจะมีพิธีป้อนเหล้า บุหรี่แก่เจ้าบ่าว และร่วมรับประทานอาหารกัน จากนั้นจึงมีพิธีมัดมือและให้ศีลให้พรแก่คู่บ่าวสาว ส่วนตอนเย็นจะมีการซอหรือร้องเพลงเป็นหมู่คณะ (หน้า 26-27)

Political Organization

ก่อน พ.ศ.2531 หมู่บ้านตุงติงมีผู้นำอย่างไม่เป็นทางการเป็นผู้นำในการประกอบพิธีกรรมต่างๆ ที่เรียกว่า "เซี่ยเก็งคู" ต่อมา พ.ศ. 2531 จึงมีผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมาย (หน้า 6)

Belief System

กะเหรี่ยงโปว์มีความเชื่อว่ามีผีสิงสถิตอยู่ทุกหนทุกแห่ง ได้แก่ ผีน้ำ ผีปู่ย่าตายาย ผีป่าผีดอย และผีละมัง อาการเจ็บป่วยเกิดจากการกระทำของผีละมังและผีป่าดอย จึงต้องทำพิธีเซ่นไหว้ผีเหล่านั้น ที่เรียกว่า "พิธีกินผี" โดยมีหมอสะปุ๊เป็นหมอผีประจำหมู่บ้าน และจะมีการเชิญให้พ่อ แม่ สามีหรือภรรยา ลูก และหลานของผู้ป่วยเข้าร่วมพิธีซึ่งจะจัดขึ้นตอนเย็น ส่วนลูกเขยและลูกสะใภ้ไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมพิธีในห้องไฟ เครื่องเซ่นที่ใช้ในพิธี ได้แก่ ไก่ต้ม ข้าว และน้ำเปล่า 1 แก้ว จากนั้นสมาชิกทุกคนจะมานั่งล้อมรอบกระด้งใส่เครื่องเซ่น เรียงลำดับตามอาวุโส การทำพิธีจะเริ่มจากผู้ที่มีอาวุโสสูงสุดในบ้านเรียกผีบรรพบุรุษมาร่วมกินอาหารที่จัดเตรียมไว้ร่วมกัน พร้อมทั้งฉีกเนื้อไก่กินกับข้าวและดื่มน้ำตาม ถ้าเป็นการประกอบพิธีเลี้ยงผีละมัง เมื่อผู้เข้าร่วมพิธีประกอบพิธีครบทุกคนแล้ว แม่บ้านจะนำไก่ไปประกอบอาหาร ส่วนในพิธีเลี้ยงผีป่าผีดอย เมื่อประกอบพิธีกินผีแล้วหลังจากนั้น 3 วันจะทำพิธีมัดมือ (หน้า 43-51) นอกจากนี้ยังมีพิธีบากนา-บากสวน จัดขึ้นเพื่อขอบคุณและขอให้ผีเจ้าที่ช่วยให้มีผลผลิตดี พิธีกินปีใหม่ จะจัดขึ้นพร้อมกันทั้งหมู่บ้านหลังฤดูเก็บเกี่ยว ด้วยการเฉลิมฉลองเลี้ยงอาหารแขกที่มาร่วมงาน และจะมีการหมุนเวียนกันไปกินปีใหม่ตามหมู่บ้านต่าง ๆ บางครอบครัวจะมีการมัดมือเพื่อความเป็นสิริมงคล และพิธีเลี้ยงผีประปา ที่เพิ่งเริ่มขึ้นเมื่อมีประปาภูเขาในปีพ.ศ.2538 เพื่อขอให้มีน้ำประปาใช้ตลอดปี และขอบคุณผีที่อารักษ์บ่อน้ำ โดยชาวบ้านจะช่วยกันทำความสะอาดบ่อน้ำประปา ดายหญ้า และทำรั้วล้อมรอบบ่อป้องกันไม่ให้สัตว์ลงไปในบ่อ (หน้า 56-61)

Education and Socialization

ชุมชนบ้านตุงติงมีโรงเรียนบ้านตุงติงเปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียน ผู้ปกครองบางคนยังไม่นิยมส่งบุตรหลานเข้ารับการศึกษาเนื่องจากครอบครัวมีฐานะยากจน เด็กๆ จึงต้องช่วยงานพ่อแม่ ระบบการศึกษาของหมู่บ้านจึงยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร มีเด็กหลายคนที่จบการศึกษาชั้นประถม 6 แล้ว แต่ยังไม่สามารถอ่านออกเขียนได้ พบว่ามีประชากรที่ยังไม่ได้รับการศึกษาถึงร้อยละ 49.8 ของกลุ่มตัวอย่างในกรณีศึกษา ส่วนผู้ที่จบชั้นประถม 6 มีเพียงร้อยละ 14.1 (หน้า 34-35)

Health and Medicine

การอนามัยและสาธารณสุขของบ้านตุงติงมีกองทุนยาและโรงพยาบาลอมก๋อยสำหรับรักษาโรคให้กับชาวบ้าน แต่ชาวบ้านนิยมซื้อยากินเอง หรือไม่ก็ทำพิธีกินผี ถ้ายังไม่หายจึงจะไปรักษาที่โรงพยาบาล (หน้า 28) แต่ส่วนใหญ่จะรักษาจากโรงพยาบาลควบคู่กับการทำพิธีกินผี (หน้า 43) ส่วนการทำคลอดยังนิยมทำคลอดกับหมอตำแยประจำหมู่บ้าน (หน้า 31) ชาวบ้านยังขาดความรู้เกี่ยวกับอนามัยของแม่และเด็ก ทำให้เด็กเป็นโรคขาดสารอาหาร และป่วยเป็นโรคหวัดอยู่บ่อย ๆ (หน้า 31-32) รวมถึงความเข้าใจเรื่องสุขภาพอนามัยส่วนบุคคล ทั้งในด้านการรักษาความสะอาดของที่อยู่อาศัย และด้านสุขศึกษา โดยเฉพาะด้านการขับถ่าย ทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังคงใช้พื้นที่ป่ารอบๆ หมู่บ้านเป็นพื้นที่ขับถ่าย (หน้า 29)

Art and Crafts (including Clothing Costume)

กะเหรี่ยงโปว์ยังคงแต่งกายด้วยชุดประจำเผ่า หญิงสาวจะใส่ชุดสีขาว คอวี ยาวคลุมน่อง มีภู่ห้อยรอบเอวและชายกระโปรง หญิงที่แต่งงานแล้วจะนุ่งผ้าถุงและสวมเสื้อคอวี แขนกุด สีที่นิยม ได้แก่ สีดำ สีเขียว สีชมพู และสีแสด สวมเครื่องประดับสร้อยคอลูกปัด ต่างหู และกำไล ส่วนมากจะโพกศีรษะด้วยผ้าสีเหลืองและสีแสด นอกจากนี้ผู้หญิงกะเหรี่ยงยังสวมคางบองมีลักษณะคล้ายขากางเกงเมื่อออกไปทำงาน ส่วนผู้ชายนิยมสวมเสื้อคอวีสีชมพูบานเย็น นุ่งกางเกง และสะพายย่าม ทั้งชายและหญิงนิยมสูบบุหรี่ ส่วนคนแก่นิยมกินหมาก (หน้า 21-22)

Folklore

ไม่มีข้อมูล

Ethnicity (Ethnic Identity, Boundaries and Ethnic Relation)

ไม่มีข้อมูล

Social Cultural and Identity Change

ไม่มีข้อมูล

Critic Issues

ไม่มีข้อมูล

Other Issues

ไม่มี

Google Map

Map/Illustration

ผู้ศึกษาได้จัดทำตาราง แผนภาพ และรูปภาพ เพื่อนำมาใช้ประกอบการอธิบายข้อมูลทางด้านสังคม เศรษฐกิจ และความเชื่อของกะเหรี่ยงบ้านตุงติง เช่น จำนวนและอัตราส่วนร้อยละของกลุ่มตัวอย่างจำแนกตามช่วงอายุ เพศ ระดับการศึกษา อาชีพ รายได้ หนี้สิน และการถือครองที่ดิน (หน้า 16, 35, 37, 38) แผนภาพแสดงที่ตั้งของหมู่บ้านตุงติง (หน้า 7) ลักษณะครอบครัวของกะเหรี่ยง (หน้า 17-20) กิจกรรมในพิธีกินผี (หน้า 52, 55, 57)

Text Analyst ดวงใจ พิชิตณรงค์ชัย Date of Report 01 พ.ค. 2556
TAG โพล่ง โผล่ง โพล่ว ซู (กะเหรี่ยง), สังคม, เศรษฐกิจ, ความเชื่อ, เชียงใหม่, Translator -
 
 

 

ฐานข้อมูลอื่นๆของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
  ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย
จารึกในประเทศไทย
จดหมายเหตุทางมานุษยวิทยา
แหล่งโบราณคดีที่สำคัญในประเทศไทย
หนังสือเก่าชาวสยาม
ภาพยนตร์ชาติพันธุ์
ข่าวมานุษยวิทยา
ICH Learning Resources
ฐานข้อมูลเอกสารโบราณภูมิภาคตะวันตกในประเทศไทย
ฐานข้อมูลประเพณีท้องถิ่นในประเทศไทย
ฐานข้อมูลสังคม - วัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  หน้าหลัก
งานวิจัยชาติพันธุ์ในประเทศไทย
บทความชาติพันธุ์
ข่าวชาติพันธุ์
เครือข่ายชาติพันธุ์
เกี่ยวกับเรา
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  ข้อมูลโครงการ
ทีมงาน
ติดต่อเรา
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
ช่วยเหลือ
  กฏกติกาและมารยาท
แบบสอบถาม
คำถามที่พบบ่อย


ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เลขที่ 20 ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170 
Tel. +66 2 8809429 | Fax. +66 2 8809332 | E-mail. webmaster@sac.or.th 
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2549    |   เงื่อนไขและข้อตกลง