ค้นหาข้อมูล
ค้นหาแบบละเอียด
  •   ความเป็นมาและหลักเหตุผล

    เพื่อรวบรวมงานวิจัยทางชาติพันธุ์ที่มีคุณภาพมาสกัดสาระสำคัญในเชิงมานุษยวิทยาและเผยแผ่สาระงานวิจัยแก่นักวิชาการ นักศึกษานักเรียนและผู้สนใจให้เข้าถึงงานวิจัยทางชาติพันธุ์ได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

  •   กลุ่มชาติพันธุ์และขอบเขตพื้นที่ที่จะสรุปงานวิจัยลงฐานข้อมูล

    ความหมายกลุ่มชาติพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาต่างๆ กัน ในขั้นแรกนี้โครงการฯ เลือกเก็บเนื้อหา “กลุ่มชาติพันธุ์” ต่างๆ ที่ถูกมองว่าเป็น “ชนกลุ่มน้อย” ของประเทศไทย ฐานข้อมูลจึงไม่มีงานวิจัยที่เกี่ยวกับคนไทยภาคกลาง  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ และยังไม่ได้รวมงานวิจัยเกี่ยวกับ “ชาวจีนโพ้นทะเล” ในประเทศไทย ซึ่งได้มีสถาบันวิชาการอื่นรวบรวมไว้แล้ว เช่น สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ภาพ-ข้าวห่อ อาหารของปกาเกอะญอ บ้านมอวาคี จ. เชียงใหม่
  •   ฐานข้อมูลจำแนกกลุ่มชาติพันธุ์ตามชื่อเรียกที่คนในใช้เรียกตนเอง ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ คือ

    1. ชื่อเรียกที่ “คนอื่น” ใช้มักเป็นชื่อที่มีนัยในทางเหยียดหยาม ทำให้สมาชิกกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ รู้สึกไม่ดี อยากจะใช้ชื่อที่เรียกตนเองมากกว่า ซึ่งคณะทำงานมองว่าน่าจะเป็น “สิทธิพื้นฐาน” ของการเป็นมนุษย์

    2. ชื่อเรียกชาติพันธุ์ของตนเองมีความชัดเจนว่าหมายถึงใคร มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอย่างไร และตั้งถิ่นฐานอยู่แห่งใดมากกว่าชื่อที่คนอื่นเรียก ซึ่งมักจะมีความหมายเลื่อนลอย ไม่แน่ชัดว่าหมายถึงใคร เช่น คำว่า “ลัวะ” ถูกใช้ในเรียกรวมในกลุ่ม ลเวือะ ลัวะ และปลัง เป็นต้น


    ภาพ-เยาวชนปกาเกอะญอ บ้านมอวาคี จ.เชียงใหม่

  •  

    จากการรวบรวมงานวิจัยในฐานข้อมูลและหลักการจำแนกชื่อเรียกชาติพันธุ์ที่คนในใช้เรียกตนเอง พบว่า ประเทศไทยมีกลุ่มชาติพันธุ์มากกว่า 62 กลุ่ม


    ภาพ-สุภาษิตปกาเกอะญอ
  •   การจำแนกกลุ่มชนมีลักษณะพิเศษกว่าการจำแนกสรรพสิ่งอื่นๆ

    เพราะกลุ่มชนต่างๆ มีความรู้สึกนึกคิดและภาษาที่จะแสดงออกมาได้ว่า “คิดหรือรู้สึกว่าตัวเองเป็นใคร” ซึ่งการจำแนกตนเองนี้ อาจแตกต่างไปจากที่คนนอกจำแนกให้ ในการศึกษาเรื่องนี้นักมานุษยวิทยาจึงต้องเพิ่มมุมมองเรื่องจิตสำนึกและชื่อเรียกตัวเองของคนในกลุ่มชาติพันธุ์ 


    ภาพ-สลากย้อม งานบุญของยอง จ.ลำพูน
  •   มโนทัศน์ความหมายกลุ่มชาติพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาต่างๆ กัน

    ในช่วงทศวรรษของ 2490-2510 ในสาขาวิชามานุษยวิทยา “กลุ่มชาติพันธุ์” คือ กลุ่มชนที่มีวัฒนธรรมเฉพาะแตกต่างจากกลุ่มชนอื่นๆ ซึ่งมักจะเป็นการกำหนดในเชิงวัตถุวิสัย โดยนักมานุษยวิทยาซึ่งสนใจในเรื่องมนุษย์และวัฒนธรรม

    แต่ความหมายของ “กลุ่มชาติพันธุ์” ในช่วงหลังทศวรรษ 
    2510 ได้เน้นไปที่จิตสำนึกในการจำแนกชาติพันธุ์บนพื้นฐานของความแตกต่างทางวัฒนธรรมโดยตัวสมาชิกชาติพันธุ์แต่ละกลุ่มเป็นสำคัญ... (อ่านเพิ่มใน เกี่ยวกับโครงการ/คู่มือการใช้)



    ภาพ-หาดราไวย์ จ.ภูเก็ต บ้านของอูรักลาโว้ย
  •   สนุก

    วิชาคอมพิวเตอร์ของนักเรียน
    ปกาเกอะญอ  อ. แม่ลาน้อย
    จ. แม่ฮ่องสอน


    ภาพโดย อาทิตย์    ทองดุศรี

  •   ข้าวไร่

    ผลิตผลจากไร่หมุนเวียน
    ของชาวโผล่ว (กะเหรี่ยงโปว์)   
    ต. ไล่โว่    อ.สังขละบุรี  
    จ. กาญจนบุรี

  •   ด้าย

    แม่บ้านปกาเกอะญอ
    เตรียมด้ายทอผ้า
    หินลาดใน  จ. เชียงราย

    ภาพโดย เพ็ญรุ่ง สุริยกานต์
  •   ถั่วเน่า

    อาหารและเครื่องปรุงหลัก
    ของคนไต(ไทใหญ่)
    จ.แม่ฮ่องสอน

     ภาพโดย เพ็ญรุ่ง สุริยกานต์
  •   ผู้หญิง

    โผล่ว(กะเหรี่ยงโปว์)
    บ้านไล่โว่ 
    อ.สังขละบุรี
    จ. กาญจนบุรี

    ภาพโดย ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ
  •   บุญ

    ประเพณีบุญข้าวใหม่
    ชาวโผล่ว    ต. ไล่โว่
    อ.สังขละบุรี  จ.กาญจนบุรี

    ภาพโดยศรยุทธ  เอี่ยมเอื้อยุทธ

  •   ปอยส่างลอง แม่ฮ่องสอน

    บรรพชาสามเณร
    งานบุญยิ่งใหญ่ของคนไต
    จ.แม่ฮ่องสอน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ปอยส่างลอง

    บรรพชาสามเณร
    งานบุญยิ่งใหญ่ของคนไต
    จ.แม่ฮ่องสอน

    ภาพโดย เบญจพล  วรรณถนอม
  •   อลอง

    จากพุทธประวัติ เจ้าชายสิทธัตถะ
    ทรงละทิ้งทรัพย์ศฤงคารเข้าสู่
    ร่มกาสาวพัสตร์เพื่อแสวงหา
    มรรคผลนิพพาน


    ภาพโดย  ดอกรัก  พยัคศรี

  •   สามเณร

    จากส่างลองสู่สามเณร
    บวชเรียนพระธรรมภาคฤดูร้อน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   พระพาราละแข่ง วัดหัวเวียง จ. แม่ฮ่องสอน

    หล่อจำลองจาก “พระมหามุนี” 
    ณ เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า
    ชาวแม่ฮ่องสอนถือว่าเป็นพระพุทธรูป
    คู่บ้านคู่เมืององค์หนึ่ง

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม

  •   เมตตา

    จิตรกรรมพุทธประวัติศิลปะไต
    วัดจองคำ-จองกลาง
    จ. แม่ฮ่องสอน
  •   วัดจองคำ-จองกลาง จ. แม่ฮ่องสอน


    เสมือนสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม
    เมืองไตแม่ฮ่องสอน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ใส

    ม้งวัยเยาว์ ณ บ้านกิ่วกาญจน์
    ต. ริมโขง อ. เชียงของ
    จ. เชียงราย
  •   ยิ้ม

    แม้ชาวเลจะประสบปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย
    พื้นที่ทำประมง  แต่ด้วยความหวัง....
    ทำให้วันนี้ยังยิ้มได้

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ผสมผสาน

    อาภรณ์ผสานผสมระหว่างผ้าทอปกาเกอญอกับเสื้อยืดจากสังคมเมือง
    บ้านแม่ลาน้อย จ. แม่ฮ่องสอน
    ภาพโดย อาทิตย์ ทองดุศรี
  •   เกาะหลีเป๊ะ จ. สตูล

    แผนที่ในเกาะหลีเป๊ะ 
    ถิ่นเดิมของชาวเลที่ ณ วันนี้
    ถูกโอบล้อมด้วยรีสอร์ทการท่องเที่ยว
  •   ตะวันรุ่งที่ไล่โว่ จ. กาญจนบุรี

    ไล่โว่ หรือที่แปลเป็นภาษาไทยว่า ผาหินแดง เป็นชุมชนคนโผล่งที่แวดล้อมด้วยขุนเขาและผืนป่า 
    อาณาเขตของตำบลไล่โว่เป็นส่วนหนึ่งของป่าทุ่งใหญ่นเรศวรแถบอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี 

    ภาพโดย ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ
  •   การแข่งขันยิงหน้าไม้ของอาข่า

    การแข่งขันยิงหน้าไม้ในเทศกาลโล้ชิงช้าของอาข่า ในวันที่ 13 กันยายน 2554 ที่บ้านสามแยกอีก้อ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
 
  Princess Maha Chakri Sirindhorn Anthropology Centre
Ethnic Groups Research Database
Sorted by date | title

   Record

 
Subject ปกาเกอะญอ จกอ คานยอ (กะเหรี่ยง),โพล่ง โผล่ง โพล่ว ซู (กะเหรี่ยง),โครงสร้างทางสังคม,บ้านตีนธาตุ,ตาก,ภาคเหนือ
Author ชวลิต ธนาคำ, ร.ต.ท.
Title โครงสร้างทางสังคมของชนเผ่ากะเหรี่ยง กรณีศึกษาหมู่บ้านตีนธาตุ ตำบลแม่จะเรา อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก
Document Type วิทยานิพนธ์ Original Language of Text ภาษาไทย
Ethnic Identity โพล่ง โผล่ง โพล่ว ซู กะเหรี่ยง, ปกาเกอะญอ จกอ คานยอ กะเหรี่ยง, Language and Linguistic Affiliations จีน-ทิเบต(Sino-Tibetan)
Location of
Documents
ห้องสมุดศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร Total Pages 76 Year 2528
Source หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต (บัณฑิตอาสาสมัคร) สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Abstract

ผลการศึกษาสภาพความเป็นอยู่ของประชากรกะเหรี่ยงในหมู่บ้านตีนธาตุ ตำบลแม่จะเรา อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก ทำให้ทราบว่าประชากรกะเหรี่ยงนั้นมีขนบธรรมเนียมประเพณีที่แตกต่างไปจากคนไทยโดยทั่วไป ส่งผลให้ภาพรวมของโครงสร้างทางสังคมมีลักษณะเฉพาะตน แต่ในปัจจุบันสังคมของกะเหรี่ยงบ้านตีนธาตุกำลังเปลี่ยนแปลงไปทีละน้อยเนื่องจากมีการติดต่อสัมพันธ์กับชุมชนภายนอกเพิ่มขึ้นทำให้เกิดการไหลบ่าของวัฒนธรรมจากภายนอกเข้าสู่หมู่บ้านมากขึ้นตามไปด้วย (หน้า ก-ข)

Focus

ศึกษาและทำความเข้าใจในพฤติกรรม กิจกรรมและปรากฏการณ์ทางสังคมของประชากรกะเหรี่ยงในหมู่บ้านตีนธาตุ ตำบลแม่จะเรา อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก (หน้า 3)

Theoretical Issues

ไม่มี

Ethnic Group in the Focus

ศึกษากลุ่มชนเผ่ากะเหรี่ยงในหมู่บ้านตีนธาตุ หมู่ที่ 10 ตำบลแม่จะเรา อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก ถือเป็นหมู่บ้านที่มีการติดต่อสัมพันธ์กับคนพื้นราบอย่างใกล้ชิด จึงได้รับผลของการแพร่กระจายทางวัฒนธรรมจากคนพื้นราบตลอดเวลา (หน้า 4)

Language and Linguistic Affiliations

ภาษาคำโดด จัดอยู่ในตระกูลภาษาจีน-ธิเบต (หน้า 17)

Study Period (Data Collection)

ระหว่างเดือนกันยายน 2527 ถึงเดือนมีนาคม 2528

History of the Group and Community

จากคำบอกเล่าของนายหมูพอ อายุ 72 ปี ราษฎรหมู่บ้านตีนธาตุ ทำให้ทราบว่าบริเวณที่ตั้งของหมู่บ้านตีนธาตุในปัจจุบันนั้น แต่เดิมเป็นพื้นที่รกร้างไม่มีผู้คนอยู่อาศัย ต่อมาจึงได้มีนายนุโพ นายโหย่ลอยและนายลิอู กะเหรี่ยงจากหมู่บ้านจบปิห่างจากหมู่บ้านตีนธาตุออกไปทางทิศใต้ราว 4 กิโลเมตร ได้อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานและทำการเกษตร จากนั้นกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ต้นน้ำของลำห้วยแม่จะเรา จึงได้ทยอยโยกย้ายมาสมทบมากขึ้นจนตั้งเป็นชุมชนในที่สุด ทางด้านนายหมูพอนั้น แต่เดิมอาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ต้นน้ำของลำห้วยแม่จะเราเช่นเดียวกัน จนเมื่ออายุประมาณได้ 20 ปี จึงได้สมรสกับบุตรสาวของนายนุโพ ปัจจุบันมีอายุ 62 ปี ดังนั้น หมู่บ้านตีนธาตุจึงอาจตั้งขึ้นในช่วง 50-60 ปีที่ผ่านมา หรือในราวพ.ศ. 2468-2478 (หน้า 12-13)

Settlement Pattern

ราษฎรของหมู่บ้านตีนธาตุเป็นชนเผ่ากะเหรี่ยง นิยมตั้งบ้านเรือนอยู่ตามเชิงเขาหรือเนินเตี้ยๆ ในระดับความสูงไม่เกิน 700 เมตรจากระดับน้ำทะเล โดยมักตั้งอยู่ใกล้กับแหล่งน้ำธรรมชาติมีน้ำไหลผ่านตลอดปี ส่วนพื้นที่เพาะปลูกมักตั้งอยู่บนพื้นที่ลาดเอียงตามไหล่เขา ห่างออกไปจากหมู่บ้านราว 2-4 กิโลเมตร โดยอาศัยน้ำฝนในการกสิกรรม (หน้า 14)

Demography

หมู่บ้านตีนธาตุมีประชากรทั้งหมด 192 คน โดยในจำนวนนี้เป็นประชากรเชื้อสายกะเหรี่ยง 188 คน และเป็นคนเมืองจำนวน 4 คน สามารถแบ่งเป็นออกได้เป็นเพศชาย 108 คน และเพศหญิง 84 คน นอกจากนี้ยังสามารถแบ่งออกเป็นประชากรในวัยแรงงานนับจากอายุ 15 ปีขึ้นไปจนถึง 60 ปี มีจำนวนร้อยละ 58.85 ส่วนที่เหลือคือ ประชากรที่มีอายุตั้งแต่ 0-14 ปีร้อยละ 38.55 และประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปร้อยละ 2.60 เท่ากับในหมู่บ้านตีนธาตุมีประชากรอยู่ในวัยภาระพึ่งพิงถึงร้อยละ41.15 ของจำนวนประชากรทั้งหมดในหมู่บ้าน (หน้า 16-18)

Economy

ชีวิตประจำวันของกะเหรี่ยงหมู่บ้านตีนธาตุในรอบหนึ่งปีนั้นมักจะวนเวียนอยู่กับการทำมาหากินเพื่อยังชีพเป็นส่วนใหญ่ ในด้านการเพาะปลูก ชาวบ้านมักทำไร่เลื่อนลอย ไม่มีอาณาเขตที่แน่นอนและจะมีการโยกย้ายไปอยู่เสมอ แต่จากการที่หมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ชาวบ้านส่วนใหญ่จึงไม่มีกรรมสิทธิ์ในการถือครองที่ดินทำกินแต่อย่างใด พืชที่มีความสำคัญในฐานะอาหารหลักและจะปลูกเหมือนกันทุกครอบครัวก็คือ ข้าว ฤดูการเพาะปลูกจะเริ่มขึ้นในราวเดือนมีนาคมเป็นต้นไปจนกระทั่งเดือนพฤศจิกายนเป็นช่วงเสร็จสิ้นฤดูการเก็บเกี่ยวข้าวในไร่แล้ว ชาวบ้านในแต่ละครอบครัวที่ว่างเว้นจากกิจวัตรประจำวันจึงสามารถเดินทางไปรับจ้างเกี่ยวข้าวนาดำของหมู่บ้านใกล้ๆ ช่วยให้มีรายได้เพิ่มขึ้น (หน้า 30-33) สำหรับการปศุสัตว์นั้น ชาวบ้านมักเลี้ยงสัตว์ไว้ด้วยวัตถุประสงค์ 2 ประการคือ เลี้ยงไว้เพื่อการบริโภคและเลี้ยงไว้เพื่อใช้งาน สัตว์ที่เลี้ยงสำหรับบริโภคได้แก่ ไก่และหมู ส่วนใหญ่จะปล่อยให้หากินตามลานบ้านหรือตามราวป่า ทำให้สัตว์มีการเจริญเติบโตช้าและเกิดโรคระบาดได้ง่าย สัตว์เลี้ยงเหล่านี้บางครั้งอาจกลายเป็นสินค้าที่นำมาซื้อขายแลกเปลี่ยนกันกับพ่อค้าจากต่างหมู่บ้านจึงกลายเป็นรายได้เสริมอีกส่วนหนึ่งให้กับชาวบ้าน ส่วนสัตว์ที่เลี้ยงไว้สำหรับใช้งานได้แก่ ช้าง วัว และควาย อาจถือได้ว่าช้างเป็นสัตว์ที่สามารถทำรายได้ให้กับเจ้าของได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ จากการนำช้างไปรับจ้างชักลากไม้ในป่าโดยจะมีบริษัทที่ได้รับสัมปทานเป็นผู้ว่าจ้าง (หน้า 32-33)

Social Organization

ครอบครัวของกะเหรี่ยงบ้านตีนธาตุมีลักษณะเป็นครอบครัวเดี่ยวและครอบครัวขยายขนาดเล็ก ยังคงยึดถือในวัฒนธรรมการแต่งงานอย่างเคร่งครัด ในลักษณะครอบครัวแบบผัวเดียวเมียเดียว เปิดโอกาสให้หนุ่มสาวมีโอกาสเลือกคู่ครอง โดยจะมีโอกาสพบปะทำความรู้จักกันในงานประเพณีต่างๆ และกิจกรรมการแลกเปลี่ยนแรงงาน เช่น ประเพณีงานศพ งานลงแขกเกี่ยวข้าว เมื่อคบหาดูใจกันจนเป็นที่แน่ใจทั้งสองฝ่ายแล้ว จึงจะมีพิธีแต่งงานซึ่งจัดที่บ้านฝ่ายหญิง ฝ่ายหญิงจะต้องเป็นธุระในการจัดเตรียมอาหารและทอผ้า เพื่อให้ฝ่ายชายสวมในพิธีแต่งงาน ฝ่ายชายจะย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านของพ่อแม่ฝ่ายหญิงเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี หลังจากนั้นจึงแยกออกไปตั้งครอบครัวของตนเองในบริเวณใกล้เคียง จึงเกิดการรวมกลุ่มทางสังคมของญาติพี่น้องทางฝ่ายมารดา แต่ถ้าหากเจ้าสาวเป็นลูกคนสุดท้องแม้จะแต่งงานแล้วก็ยังต้องอยู่อาศัยกับพ่อแม่ต่อไปตามประเพณีที่สืบกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ อย่างไรก็ดีประเพณีการแต่งงานมีข้อห้ามไม่ให้แต่งงานกันเองภายในกลุ่มสมาชิก และระหว่างที่ฝ่ายชายอาศัยอยู่กับครอบครัวของฝ่ายหญิง บุตรสาวคนอื่นๆ ของครอบครัวจะแต่งงานไม่ได้จนกว่าคู่แต่งงานจะแยกครอบครัวออกไป (หน้า 55-60) สำหรับการแบ่งชนชั้นทางสังคมของกะเหรี่ยงบ้านตีนธาตุนั้น สามารถแบ่งได้ตามระดับเศรษฐกิจและสังคม มี 3 ระดับคือ ครอบครัวรวย ครอบครัวปานกลาง และครอบครัวจน อย่างไรก็ตามการจัดระดับดังกล่าวถือเอาฐานะทางเศรษฐกิจของหมู่บ้านเป็นหลักจึงไม่สามารถนำไปเปรียบเทียบกับสังคมภายนอกได้ (หน้า 39-42)

Political Organization

หมู่บ้านตีนธาตุเป็นส่วนหนึ่งของหมู่ที่ 10 ต.แม่จะเรา อ.แม่ระมาด จ.ตาก (หน้า 6) มีผู้นำอย่างเป็นทางการทำหน้าที่ปกครองดูแลคือ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เป็นตัวเชื่อมระหว่างเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองกับประชาชนในหมู่บ้านโดยจะมีหน้าที่เป็นตัวแทนเดินทางไปร่วมประชุมในอำเภอเพื่อรับนโยบายต่างๆ จากเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองมาปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ (หน้า 37-38)

Belief System

สืบเนื่องมาจากความไม่เข้าใจในธรรมชาติและไม่สามารถเอาชนะธรรมชาติได้ ทำให้เกิดลัทธิถือผีขึ้น โดยชาวบ้านเชื่อว่าผีเป็นสิ่งที่บันดาลให้เกิดได้ทั้งคุณและโทษ ดังนั้น ความเชื่อถือศรัทธา ศาสนาและพิธีกรรมของกะเหรี่ยงในหมู่บ้านตีนธาตุจึงเกี่ยวข้องกับลัทธิการถือผี พิธีกรรมดังกล่าว เช่น ประเพณีการเลี้ยงผีบ้าน การเลี้ยงผีเรือน การเลี้ยงผีไร่ และการเลี้ยงผีเมื่อเจ็บไข้ได้ป่วย อย่างไรก็ตามจากพัฒนาการทางด้านการศึกษาและการไหลบ่าทางวัฒนธรรมของสังคมเมืองที่เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน จึงอาจมีผลสั่นคลอนความศรัทธาดั้งเดิมของชาวบ้านอยู่บ้าง (หน้า 43-47)

Education and Socialization

กระบวนการส่งผ่านความรู้ในชั้นต้นของกะเหรี่ยงในหมู่บ้านตีนธาตุนั้นจะถ่ายทอดผ่านกระบวนการขัดเกลาทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมต่างๆ รวมทั้งประเพณีในชีวิตประจำวันและการนับถือผี เช่นที่กล่าวว่า "...สำหรับกิจกรรมที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านนั้น กิจกรรมหลักได้แก่ การทำมาหาเลี้ยงชีพของชาวบ้านไม่ว่าจะเป็นการถางไร่ ปลูกข้าว เกี่ยวข้าว นวดข้าว ถัดจากนั้นมาก็เป็นกิจกรรมตามประเพณีในโอกาสต่างๆ เช่นการขึ้นปีใหม่ การแต่งงาน งานศพ เป็นต้น ตามปกติกิจกรรมเหล่านี้ดำเนินไปได้ด้วยความเคยชินจากการเรียนรู้ของชาวบ้านเองที่กระทำติดต่อกันมาเป็นเวลานาน..." (หน้า 25) สำหรับสถาบันการศึกษาที่จัดตั้งขึ้นภายในหมู่บ้านคือ โรงเรียนประจำหมู่บ้านตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2507 โดยตำรวจตระเวนชายแดนจากกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนเขต 6 จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาสอนในโรงเรียน ปัจจุบันเปิดทำการสอนตั้งแต่ชั้น ป.1 ถึงชั้น ป.4 อย่างไรก็ตามเนื่องจากผู้ปกครองส่วนใหญ่มักไม่เล็งเห็นถึงความสำคัญในการส่งบุตรหลานมาเรียนหนังสือ ประกอบกับเทคนิควิธีการสอนที่ไม่มีความจูงใจหรือกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้จึงทำให้อัตราการรู้หนังสือของชาวบ้านยังอยู่ในระดับต่ำ (หน้า 28-30)

Health and Medicine

กะเหรี่ยงในหมู่บ้านตีนธาตุมักต้องเผชิญกับโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น โรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร โรคพยาธิลำไส้ รวมทั้งไข้ป่า โรคเหล่านี้มักเกิดขึ้นเนื่องจากความเป็นอยู่ที่ไม่ถูกสุขลักษณะ เมื่อมีการเจ็บป่วยเกิดขึ้นหากเป็นอาการป่วยเพียงเล็กน้อย เช่น ปวดศีรษะหรือเป็นไข้ ชาวบ้านมักจะขอยาจากตำรวจตระเวนชายแดนที่จะผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาทำหน้าที่สอนเด็กในโรงเรียนประจำหมู่บ้าน บ้างก็พึ่งพาหมอผีและยาสมุนไพรที่ได้จากป่าซึ่งถือเป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาแต่ดั้งเดิม แต่หากเป็นการเจ็บป่วยที่จำเป็นต้องให้แพทย์เป็นผู้วินิฉัยโรคแล้ว ชาวบ้านจะต้องเดินทางไปยังสถานีอนามัยของหมู่บ้านใกล้เคียงซึ่งตั้งอยู่ห่างออกไปราว 4 กิโลเมตร เนื่องจากภายในหมู่บ้านตีนธาตุไม่มีสถานีอนามัย (หน้า 26-28)

Art and Crafts (including Clothing Costume)

ประเพณีการแต่งกายของคู่บ่าวสาวกะเหรี่ยง เมื่อเข้าสู่พิธีการแต่งงานในช่วงกลางวันเจ้าสาวจะต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าจากชุดขาวที่แสดงถึงความเป็นสาวพรหมจารีย์ออกแล้วสวมแทนด้วยผ้าถุงสีแดงและเสื้อสีดำประดับด้วยลูกปัดและลายปักอย่างสวยงามตามแบบหญิงที่แต่งงานแล้ว สำหรับเจ้าบ่าวนั้นจะเปลี่ยนไปสวมเสื้อผ้าที่เจ้าสาวเป็นผู้ทอเตรียมไว้สำหรับพิธีนี้โดยเฉพาะ เป็นกางเกงสีดำและเสื้อสีแดง (หน้า 59)

Folklore

ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าสืบกันมาว่า เดิมทีบริเวณที่ตั้งหมู่บ้านมีสภาพเป็นป่ารกไม่มีผู้คนอยู่อาศัย มีแต่เพียงกองอิฐหักพังกระจัดกระจายอยู่เป็นแห่งๆ คล้ายเป็นที่ตั้งของสิ่งก่อสร้างอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะบริเวณหน้าผาที่มีกองสถูปหักพังอยู่ ต่อมามีพระภิกษุจากหมู่บ้านใกล้เคียงเดินทางเข้ามาในหมู่บ้านและได้บูรณะปฏิสังขรณ์สถูปองค์นั้นขึ้นเพื่อให้เป็นที่สักการะบูชาสำหรับประชาชนในหมู่บ้านตีนธาตุและหมู่บ้านใกล้เคียง ด้วยเหตุนี้หมู่บ้านตีนธาตุจึงมีชื่อในภาษากะเหรี่ยงว่า "โคะเล" แปลว่า "พระธาตุหน้าผา" (หน้า 8-9)

Ethnicity (Ethnic Identity, Boundaries and Ethnic Relation)

ประชากรกะเหรี่ยงในหมู่บ้านตีนธาตุมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับหมู่บ้านห้วยแห้งและหมู่บ้านจบปิ เนื่องจากหมู่บ้านเหล่านี้ต่างรวมตัวกันเพื่อก่อตั้งขึ้นเป็นหมู่ที่ 10 จึงส่งเสริมให้มีการติดต่อสัมพันธ์กันอยู่ตลอด อย่างไรก็ตามกะเหรี่ยงบ้านตีนธาตุมักจะเกิดความรู้สึกว่าตนนั้นด้อยกว่าคนในหมู่บ้านจบปิ เนื่องมาจากบ้านจบปิเป็นที่ตั้งของที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน และผู้ใหญ่บ้านก็มักจะดึงเอาโครงการต่างๆ ที่เจ้าหน้าที่ของรัฐเสนอนำมาดำเนินการในหมู่บ้านจบปิทั้งหมด (หน้า 23) ด้านความสัมพันธ์ของกะเหรี่ยงกับบุคคลภายนอกนั้นยังเป็นไปในลักษณะถือเขาถือเรา เนื่องมาจากคนเมืองมักถือว่าตนเป็นผู้มีวัฒนธรรมเหนือกว่า และมองกะเหรี่ยงเป็นเสมือนบุคคลชั้นสอง แม้ว่าพวกเขาจะได้รับสัญชาติไทยแล้วก็ตาม (หน้า 24)

Social Cultural and Identity Change

การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมของกะเหรี่ยงภายในหมู่บ้านตีนธาตุ เกิดขึ้นเนื่องจากการติดต่อสัมพันธ์กับชุมชนภายนอกที่มีเพิ่มมากขึ้นทุกขณะ ส่งผลให้เกิดการผสมกลมกลืนทางวัฒนธรรมขึ้นในสังคม และเป็นเหตุให้สมาชิกภายในสังคมต้องมีการปรับตัวให้สอดคล้องไปกับกระแสของความเปลี่ยนแปลง ดังเห็นได้จากการที่เด็กๆ ภายในหมู่บ้านเริ่มร้องเพลงภาษาไทย ตลอดจนรูปแบบการแต่งกายและการสร้างบ้านที่ใกล้เคียงกับคนเมืองมากขึ้น บทบาทของหมอผีก็เริ่มลดความสำคัญลงจากเดิมเนื่องจากชาวบ้านเริ่มตระหนักว่าความป่วยไข้ของตนสามารถรักษาให้หายได้ด้วยยาแผนปัจจุบัน โดยในครอบครัวที่หันไปนับถือศาสนาอื่นๆ บางครอบครัวถึงกับยกเลิกพิธีกรรมการเลี้ยงผีที่สืบทอดกันมาแต่บรรพบุรุษโดยสิ้นเชิงทีเดียว (หน้า 62-65)

Critic Issues

ไม่มีข้อมูล

Other Issues

ผู้ศึกษาได้แสดงข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะอันมีต่อสภาพความยากจน ความป่วยไข้และความไม่รู้ของประชากรกะเหรี่ยงในหมู่บ้านตีนธาตุที่ปรากฏออกมาในงานศึกษาไว้ โดยแบ่งเป็นด้านต่างๆ เช่น ด้านเศรษฐกิจ เสนอให้มีการแก้ไขปรับปรุงความเป็นอยู่ของกะเหรี่ยงบ้านตีนธาตุ อาทิ การส่งเสริมและให้ความรู้เรื่องการผลิตแก่ประชาชน ให้มีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นเพื่อช่วยในการเพิ่มผลผลิตให้เพียงพอต่อการบริโภคภายในหมู่บ้าน ด้านการศึกษา เสนอให้มีการแก้ปัญหาด้วยการทำความเข้าใจกับผู้ปกครองให้หันมาตระหนักในคุณค่าของการศึกษาและมีส่วนช่วยในการสนับสนุนให้เด็กมาเรียนหนังสือมากขึ้น สำหรับด้านการสาธารณสุข เสนอให้หน่วยงานของรัฐเข้ามาเป็นผู้ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงที่อยู่อาศัยของชาวบ้านให้ถูกสุขลักษณะอันจะนำมาซึ่งสุขอนามัยที่ดีของกะเหรี่ยงบ้านตีนธาตุต่อไป (หน้า 66-69)

Google Map

Map/Illustration

ผู้ศึกษาได้จัดทำตารางและแผนภูมิขึ้น เพื่อนำมาใช้ประกอบการอธิบายข้อมูลทางด้านประชากรศาสตร์และโครงสร้างทางสังคม อาทิ ตารางแสดงจำนวนของประชากรจำแนกตามเพศและอายุ (หน้า 18) แผนภูมิแสดงกลุ่มมาตุพงษ์ในหมู่บ้านตีนธาตุ (หน้า 56)

Text Analyst ดวงใจ พิชิตณรงค์ชัย Date of Report 05 ก.ย. 2555
TAG ปกาเกอะญอ จกอ คานยอ (กะเหรี่ยง), โพล่ง โผล่ง โพล่ว ซู (กะเหรี่ยง), โครงสร้างทางสังคม, บ้านตีนธาตุ, ตาก, ภาคเหนือ, Translator -
 
 

 

ฐานข้อมูลอื่นๆของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
  ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย
จารึกในประเทศไทย
จดหมายเหตุทางมานุษยวิทยา
แหล่งโบราณคดีที่สำคัญในประเทศไทย
หนังสือเก่าชาวสยาม
ภาพยนตร์ชาติพันธุ์
ข่าวมานุษยวิทยา
ICH Learning Resources
ฐานข้อมูลเอกสารโบราณภูมิภาคตะวันตกในประเทศไทย
ฐานข้อมูลประเพณีท้องถิ่นในประเทศไทย
ฐานข้อมูลสังคม - วัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  หน้าหลัก
งานวิจัยชาติพันธุ์ในประเทศไทย
บทความชาติพันธุ์
ข่าวชาติพันธุ์
เครือข่ายชาติพันธุ์
เกี่ยวกับเรา
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  ข้อมูลโครงการ
ทีมงาน
ติดต่อเรา
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
ช่วยเหลือ
  กฏกติกาและมารยาท
แบบสอบถาม
คำถามที่พบบ่อย


ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เลขที่ 20 ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170 
Tel. +66 2 8809429 | Fax. +66 2 8809332 | E-mail. webmaster@sac.or.th 
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2549    |   เงื่อนไขและข้อตกลง