ค้นหาข้อมูล
ค้นหาแบบละเอียด
  •   ความเป็นมาและหลักเหตุผล

    เพื่อรวบรวมงานวิจัยทางชาติพันธุ์ที่มีคุณภาพมาสกัดสาระสำคัญในเชิงมานุษยวิทยาและเผยแผ่สาระงานวิจัยแก่นักวิชาการ นักศึกษานักเรียนและผู้สนใจให้เข้าถึงงานวิจัยทางชาติพันธุ์ได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

  •   กลุ่มชาติพันธุ์และขอบเขตพื้นที่ที่จะสรุปงานวิจัยลงฐานข้อมูล

    ความหมายกลุ่มชาติพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาต่างๆ กัน ในขั้นแรกนี้โครงการฯ เลือกเก็บเนื้อหา “กลุ่มชาติพันธุ์” ต่างๆ ที่ถูกมองว่าเป็น “ชนกลุ่มน้อย” ของประเทศไทย ฐานข้อมูลจึงไม่มีงานวิจัยที่เกี่ยวกับคนไทยภาคกลาง  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ และยังไม่ได้รวมงานวิจัยเกี่ยวกับ “ชาวจีนโพ้นทะเล” ในประเทศไทย ซึ่งได้มีสถาบันวิชาการอื่นรวบรวมไว้แล้ว เช่น สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ภาพ-ข้าวห่อ อาหารของปกาเกอะญอ บ้านมอวาคี จ. เชียงใหม่
  •   ฐานข้อมูลจำแนกกลุ่มชาติพันธุ์ตามชื่อเรียกที่คนในใช้เรียกตนเอง ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ คือ

    1. ชื่อเรียกที่ “คนอื่น” ใช้มักเป็นชื่อที่มีนัยในทางเหยียดหยาม ทำให้สมาชิกกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ รู้สึกไม่ดี อยากจะใช้ชื่อที่เรียกตนเองมากกว่า ซึ่งคณะทำงานมองว่าน่าจะเป็น “สิทธิพื้นฐาน” ของการเป็นมนุษย์

    2. ชื่อเรียกชาติพันธุ์ของตนเองมีความชัดเจนว่าหมายถึงใคร มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอย่างไร และตั้งถิ่นฐานอยู่แห่งใดมากกว่าชื่อที่คนอื่นเรียก ซึ่งมักจะมีความหมายเลื่อนลอย ไม่แน่ชัดว่าหมายถึงใคร เช่น คำว่า “ลัวะ” ถูกใช้ในเรียกรวมในกลุ่ม ลเวือะ ลัวะ และปลัง เป็นต้น


    ภาพ-เยาวชนปกาเกอะญอ บ้านมอวาคี จ.เชียงใหม่

  •  

    จากการรวบรวมงานวิจัยในฐานข้อมูลและหลักการจำแนกชื่อเรียกชาติพันธุ์ที่คนในใช้เรียกตนเอง พบว่า ประเทศไทยมีกลุ่มชาติพันธุ์มากกว่า 62 กลุ่ม


    ภาพ-สุภาษิตปกาเกอะญอ
  •   การจำแนกกลุ่มชนมีลักษณะพิเศษกว่าการจำแนกสรรพสิ่งอื่นๆ

    เพราะกลุ่มชนต่างๆ มีความรู้สึกนึกคิดและภาษาที่จะแสดงออกมาได้ว่า “คิดหรือรู้สึกว่าตัวเองเป็นใคร” ซึ่งการจำแนกตนเองนี้ อาจแตกต่างไปจากที่คนนอกจำแนกให้ ในการศึกษาเรื่องนี้นักมานุษยวิทยาจึงต้องเพิ่มมุมมองเรื่องจิตสำนึกและชื่อเรียกตัวเองของคนในกลุ่มชาติพันธุ์ 


    ภาพ-สลากย้อม งานบุญของยอง จ.ลำพูน
  •   มโนทัศน์ความหมายกลุ่มชาติพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาต่างๆ กัน

    ในช่วงทศวรรษของ 2490-2510 ในสาขาวิชามานุษยวิทยา “กลุ่มชาติพันธุ์” คือ กลุ่มชนที่มีวัฒนธรรมเฉพาะแตกต่างจากกลุ่มชนอื่นๆ ซึ่งมักจะเป็นการกำหนดในเชิงวัตถุวิสัย โดยนักมานุษยวิทยาซึ่งสนใจในเรื่องมนุษย์และวัฒนธรรม

    แต่ความหมายของ “กลุ่มชาติพันธุ์” ในช่วงหลังทศวรรษ 
    2510 ได้เน้นไปที่จิตสำนึกในการจำแนกชาติพันธุ์บนพื้นฐานของความแตกต่างทางวัฒนธรรมโดยตัวสมาชิกชาติพันธุ์แต่ละกลุ่มเป็นสำคัญ... (อ่านเพิ่มใน เกี่ยวกับโครงการ/คู่มือการใช้)



    ภาพ-หาดราไวย์ จ.ภูเก็ต บ้านของอูรักลาโว้ย
  •   สนุก

    วิชาคอมพิวเตอร์ของนักเรียน
    ปกาเกอะญอ  อ. แม่ลาน้อย
    จ. แม่ฮ่องสอน


    ภาพโดย อาทิตย์    ทองดุศรี

  •   ข้าวไร่

    ผลิตผลจากไร่หมุนเวียน
    ของชาวโผล่ว (กะเหรี่ยงโปว์)   
    ต. ไล่โว่    อ.สังขละบุรี  
    จ. กาญจนบุรี

  •   ด้าย

    แม่บ้านปกาเกอะญอ
    เตรียมด้ายทอผ้า
    หินลาดใน  จ. เชียงราย

    ภาพโดย เพ็ญรุ่ง สุริยกานต์
  •   ถั่วเน่า

    อาหารและเครื่องปรุงหลัก
    ของคนไต(ไทใหญ่)
    จ.แม่ฮ่องสอน

     ภาพโดย เพ็ญรุ่ง สุริยกานต์
  •   ผู้หญิง

    โผล่ว(กะเหรี่ยงโปว์)
    บ้านไล่โว่ 
    อ.สังขละบุรี
    จ. กาญจนบุรี

    ภาพโดย ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ
  •   บุญ

    ประเพณีบุญข้าวใหม่
    ชาวโผล่ว    ต. ไล่โว่
    อ.สังขละบุรี  จ.กาญจนบุรี

    ภาพโดยศรยุทธ  เอี่ยมเอื้อยุทธ

  •   ปอยส่างลอง แม่ฮ่องสอน

    บรรพชาสามเณร
    งานบุญยิ่งใหญ่ของคนไต
    จ.แม่ฮ่องสอน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ปอยส่างลอง

    บรรพชาสามเณร
    งานบุญยิ่งใหญ่ของคนไต
    จ.แม่ฮ่องสอน

    ภาพโดย เบญจพล  วรรณถนอม
  •   อลอง

    จากพุทธประวัติ เจ้าชายสิทธัตถะ
    ทรงละทิ้งทรัพย์ศฤงคารเข้าสู่
    ร่มกาสาวพัสตร์เพื่อแสวงหา
    มรรคผลนิพพาน


    ภาพโดย  ดอกรัก  พยัคศรี

  •   สามเณร

    จากส่างลองสู่สามเณร
    บวชเรียนพระธรรมภาคฤดูร้อน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   พระพาราละแข่ง วัดหัวเวียง จ. แม่ฮ่องสอน

    หล่อจำลองจาก “พระมหามุนี” 
    ณ เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า
    ชาวแม่ฮ่องสอนถือว่าเป็นพระพุทธรูป
    คู่บ้านคู่เมืององค์หนึ่ง

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม

  •   เมตตา

    จิตรกรรมพุทธประวัติศิลปะไต
    วัดจองคำ-จองกลาง
    จ. แม่ฮ่องสอน
  •   วัดจองคำ-จองกลาง จ. แม่ฮ่องสอน


    เสมือนสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม
    เมืองไตแม่ฮ่องสอน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ใส

    ม้งวัยเยาว์ ณ บ้านกิ่วกาญจน์
    ต. ริมโขง อ. เชียงของ
    จ. เชียงราย
  •   ยิ้ม

    แม้ชาวเลจะประสบปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย
    พื้นที่ทำประมง  แต่ด้วยความหวัง....
    ทำให้วันนี้ยังยิ้มได้

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ผสมผสาน

    อาภรณ์ผสานผสมระหว่างผ้าทอปกาเกอญอกับเสื้อยืดจากสังคมเมือง
    บ้านแม่ลาน้อย จ. แม่ฮ่องสอน
    ภาพโดย อาทิตย์ ทองดุศรี
  •   เกาะหลีเป๊ะ จ. สตูล

    แผนที่ในเกาะหลีเป๊ะ 
    ถิ่นเดิมของชาวเลที่ ณ วันนี้
    ถูกโอบล้อมด้วยรีสอร์ทการท่องเที่ยว
  •   ตะวันรุ่งที่ไล่โว่ จ. กาญจนบุรี

    ไล่โว่ หรือที่แปลเป็นภาษาไทยว่า ผาหินแดง เป็นชุมชนคนโผล่งที่แวดล้อมด้วยขุนเขาและผืนป่า 
    อาณาเขตของตำบลไล่โว่เป็นส่วนหนึ่งของป่าทุ่งใหญ่นเรศวรแถบอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี 

    ภาพโดย ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ
  •   การแข่งขันยิงหน้าไม้ของอาข่า

    การแข่งขันยิงหน้าไม้ในเทศกาลโล้ชิงช้าของอาข่า ในวันที่ 13 กันยายน 2554 ที่บ้านสามแยกอีก้อ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
 
  Princess Maha Chakri Sirindhorn Anthropology Centre
Ethnic Groups Research Database
Sorted by date | title

   Record

 
Subject ออแรนายู มลายูมุสลิม มุสลิมมลายู,การเรียน,ประถมศึกษา,เยาวชน,ชายแดน,ภาคใต้
Author ทัศนีย์ พรหมไพจิตร
Title ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนประถมศึกษาขยายโอกาสของเยาวชนไทยมุสลิมในสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้
Document Type วิทยานิพนธ์ Original Language of Text ภาษาไทย
Ethnic Identity ออแรนายู มลายูมุสลิม มุสลิมมลายู, Language and Linguistic Affiliations ออสโตรเนเชี่ยน
Location of
Documents
ห้องสมุดศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร Total Pages 192 Year 2545
Source หลักสูตรปริญญาศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาประชากรศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล
Abstract

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อศึกษาปัจจัยต่าง ๆ ที่มีอิทธิพลต่อการเรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนประถมศึกษาขยายโอกาสสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ ของเยาวชนไทยมุสลิมในสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้(ยะลา ปัตตานี นราธิวาสและสตูล) ผลการศึกษาพบว่าปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นโรงเรียนประถมศึกษาขยายโอกาส ได้แก่ ปัจจัยด้านประชากร ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ ปัจจัยด้านสังคม ปัจจัยด้านจิตวิทยา และปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม ปัจจัยด้านประชากร พบว่า เพศชายมีความสัมพันธ์กับการเรียนต่อในทางบวก ผู้ขาดโอกาสทางการศึกษาที่เป็นเพศชายมีแนวโน้มที่จะยอมรับโอกาสมากกว่าเพศหญิง อายุมีความสัมพันธ์ในทางลบกับการเรียนต่อคือกลุ่มเยาวชนที่มีอายุน้อยมีแนวโน้มจะเรียนต่อมากกว่าผู้ที่อายุมาก ลำดับของการเป็นบุตรและจำนวนสมาชิกในครัวเรือนไม่มีความสัมพันธ์กับการเรียนต่อ ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ พบว่า ผู้ปกครองที่มีรายได้ต่ำและผู้ปกครองที่ประกอบอาชีพกรรมกรและผู้ปฏิบัติงานในกระบวนการผลิต มีแนวโน้มจะส่งบุตรเรียนต่อ ขนาดของที่ดินทำกินไม่มีความสัมพันธ์กับการเรียนต่อ เยาวชนที่ผู้ปกครองมีผลผลิตที่คิดออกมาเป็นตัวเงินต่ำมีแนวโน้มจะเรียนต่อ ปัจจัยด้านสังคม พบว่า สถานภาพสมรสของผู้ปกครอง ระดับการศึกษาและการสนับสนุนผู้นำในชุมชน ไม่มีความสัมพันธ์กับการเรียนต่อ การสื่อด้วยภาษาไทยของผู้ปกครองมีความสัมพันธ์ในทางลบกับการเรียนต่อของเยาวชน ปัจจัยด้านจิตวิทยา พบว่า ผลการเรียนต่อไม่มีความสัมพันธ์กับกลุ่มการเรียนต่อ แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ไม่มีความสัมพันธ์กับการเรียนต่อ เจตคติต่อการเรียนต่อระดับวิทยาลัย เป็นตัวแปรที่มีอิทธิพลโดยตรงกับการเรียนต่อระดับวิทยาลัย การคล้อยตามกลุ่มเพื่อนมีความสัมพันธ์กับการเรียนต่อ ความคาดหวังของผู้ปกครองที่ต้องการให้บุตรประกอบอาชีพเกษตรกรรม อาชีพการค้า ผู้ใช้วิชาชีพ อาชีพกรรมกรและผู้ปฏิบัติงานในกระบวนการผลิต มีแนวโน้มไม่ส่งบุตรเรียนต่อในโรงเรียนประถมศึกษาขยายโอกาส ค่านิยมทางการศึกษาของผู้ปกครองมีความสัมพันธ์กับการเรียนต่อ ส่วนความคิดเห็นของผู้ปกครองเกี่ยวกับหลักสูตรและกิจกรรมมีความสัมพันธ์ในทางลบ ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม พบว่า การรู้ข่าวสารการศึกษาของผู้ปกครองมีความสัมพันธ์ทางบวกกับการเรียนต่อ การแนะแนวครู ไม่มีความสัมพันธ์กับการเรียนต่อ ความสะดวกในการเดินทางจากบ้านมาโรงเรียนของบุตร มีความสัมพันธ์ในทางลบกับการเรียนต่อ แม้ว่าการเดินทางของจากบ้านมาโรงเรียนของบุตรไม่สะดวกก็มีแนวโน้มว่าบุตรจะเรียนต่อ

Focus

ศึกษาปัจจัยต่าง ๆ ที่มีอิทธิพลต่อการเรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนประถมศึกษาขยายโอกาส สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ ของเยาวชนไทยมุสลิมในสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปัตตานี นราธิวาสและสตูล)

Theoretical Issues

ไม่มี

Ethnic Group in the Focus

ไทยมุสลิม

Language and Linguistic Affiliations

ภาษาไทย ภาษามลายูท้องถิ่น (หน้า 28) ภาษามลายูในทัศนะของนักภาษาศาสตร์เชิงประวัติศาสตร์ มีที่มาดั้งเดิมจากภาษาออสโตรนีเซีย หรือเป็นที่รู้จักในชื่อของภาษามาเลย์โปลีนีเซีย ชนเชื้อสายอินโด-มลายูหรือออสโตรนีเซียซึ่งเข้ามาสู่ภูมิภาคมลายูในยุคแรก พูดภาษาเดียวกันคือ ภาษามลายูโปรโตหรือภาษามลายูต้นแบบ และได้มีพัฒนาการปรับเปลี่ยนไปในแต่ละพื้นที่จนเกิดเป็นภาษาท้องถิ่นและเปลี่ยนเป็นภาษาที่แตกต่างกัน เช่น ภาษาชวา ดายัค มินังกาเบา บาตัค เป็นต้น ภาษามลายูตระกูลของภาษาออสโตรนีเซียมีลักษณะสำคัญคือเป็นภาษาที่มีรากคำ 2 พยางค์ ส่วนการเขียนภาษามลายูจะใช้อักษร 2 ชนิด คือ อักษรยาวีและอักษรรูมี อักษรยาวีคืออักษรมลายูที่ได้โดยการเลียนแบบและคิดเพิ่มเติมจากอักษรอาหรับ ส่วนอักษรรูมี เป็นอักษรที่ได้มาโดยการยืมจากอักษรโรมันแล้วนำมาปรับใช้กับหน่วยเสียงที่ปรากฏในภาษามลายู (หน้า 28-30)

Study Period (Data Collection)

พ.ศ.2540

History of the Group and Community

แต่เดิมประมาณ พ.ศ.1149-1150 ดินแดนที่เรียกว่าจังหวัดชายแดนภาคใต้ เรียกว่า "อาณาจักรฉีตื้อ" บางกระแสก็เรียกว่า "อาณาจักรลังกาสุกะ" หรือเรียกตามภาษาจีนว่า "ลังย่าสิ่ว" ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นเมืองท่าที่มีชื่อเสียงเหมาะสำหรับจอดเรือและขนถ่ายสินค้ามาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 8 ในปี พ.ศ. 2023 อาณาจักรลังกาสุกะได้หายไปจากประวัติศาสตร์ แต่มีชื่อเมืองปัตตานีปรากฏตามพงศาวดาร ประวัติความเป็นมาของเมืองปัตตานีมีหลายสำนวน ดังเช่น มีหมู่บ้านชาวประมงในชนบทแห่งหนึ่งอยู่ติดทะเล ได้ค่อยๆ กลายเป็นศูนย์กลางการคมนาคมระหว่างทะเลกับทางบก ในที่สุดได้กลายเป็นท่าเรือที่แออัดไปด้วยผู้คน กษัตริย์ซึ่งครองเมือง "โกตามะฮลิฆัย" ทรงพระนาม พยา ตู อันตารา ได้ทรงโยกย้ายพระราชวังมาตั้งอยู่ที่เมืองใหม่แห่งนี้และตั้งชื่อว่า "ปัตตานี" ปัตตานีได้เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยคาดว่านับแต่สมัยพ่อขุนรามคำแหง สมัยกรุงสุโขทัย เพราะพิจารณาจากหลักฐานจากศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงว่า "เบื้องหัวนอน รอดคนที พระบาง แพรก - สุพรรณบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ศรีธรรมราช ฝั่งทะเลสมุทรเป็นที่แล้ว...." ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พ.ศ.2328 เกิดสงครามเก้าทัพกับพม่า หัวเมืองปักษ์ใต้ได้เสียแก่พม่า ยกเว้นเมืองถลางที่ท้าวเทพกษัตรีและท้าวศรีสุนทรรักษาไว้ได้ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกจึงได้โปรดเกล้าฯ ให้กรมพระราชวังบวรสุรสิงหนาทเป็นแม่ทัพปราบพม่าที่รุกรานปักษ์ใต้ แต่เจ้าเมืองปัตตานีไม่ยอมขึ้นกับไทย กองทัพไทยจึงตามสู้รบกับสุลต่านมะหะหมัด ไทยจึงได้ยึดปัตตานีและแต่งตั้งเชื้อสายเจ้าเมืองตานีเป็นรายาปัตตานี แต่ให้อยู่ภายใต้การดูแลของเมืองสงขลา แต่เจ้าเมืองปัตตานีได้ก่อกบฏขึ้นอีกหลายครั้ง เช่นในปี พ.ศ. 2434 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดการหัวเมืองต่างๆ เป็นมณฑลเทศาภิบาล ตั้งข้าหลวงประจำจังหวัดแทนผู้ครองเมืองทั้งเจ็ดหัวเมือง ต่อมาหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ได้มีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ว่าด้วยระเบียบราชการบริหารแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2476 ได้จัดระเบียบบริหารออกเป็นการบริหารส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น มณฑลปัตตานีจึงถูกแบ่งออกเป็น 3 จังหวัดคือ จังหวัดยะลา ปัตตานีและนราธิวาส ขึ้นตรงกับส่วนกลางมาถึงปัจจุบัน ในส่วนของจังหวัดสตูลในปัจจุบัน แต่เดิมชื่อตำบล "สะโตย" เป็นส่วนหนึ่งของเมืองไทรบุรี เป็นเมืองที่มีประวัติยาวนานเช่นเดียวกับเมืองปัตตานี ส่วนเมืองไทรบุรี ตามประวัติได้อยู่ภายใต้การปกครองของไทยประมาณสมัยพระเจ้าทรงธรรมแห่งกรุงศรีอยุธยาและเป็นประเทศราชตลอดมาจนถึง พ.ศ.2330 เมื่อไทยเสียแก่พม่า เมืองไทรบุรีจึงตั้งตัวเป็นอิสระ หลังจากไทยได้ขับไล่พม่าและปราบปรามเมืองต่างๆ ได้สำเร็จในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เมืองไทรบุรีก็ยอมอยู่ภายใต้การปกครองของไทยเช่นเดิม ต่อมาใน พ.ศ.2376 สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เจ้าพระยาไทรบุรี แข็งเมือง พระองค์จึงทรงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยานครศรีธรรมราชยกทัพไปปราบ และบุตรของเจ้าพระยานครศรีธรรมราชได้เป็นเจ้าเมืองไทรบุรี ซึ่งเป็นข้าราชการไทยคนแรกที่ปกครองไทรบุรี จึงเป็นเหตุให้เชื้อสายเจ้าเมืองไทรบุรีไม่พอใจ จึงก่อกบฏขึ้นอีก 2 ครั้ง แต่ก็ปราบสำเร็จ พ.ศ. 2402 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ รวมเมืองกูปังปาซูเข้ากับเมืองไทรบุรีตามคำขอของพระยาไทรบุรี และ พ.ศ. 2415 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ โปรดฯ ให้เลื่อนเป็นเจ้าพระยาไทรบุรีและขึ้นตรงต่อกรุงเทพฯ ต่อมาในปี พ.ศ.2440 ได้จัดให้ปกครองในรูปของมณฑลเทศาภิบาล ได้รวมเมืองไทรบุรีกับเมืองสตูลเป็นมณฑลไทรบุรี พ.ศ. 2452 ไทยถูกบีบคั้นจากอังกฤษจนต้องทำสัญญายอมยกดินแดนบางส่วน คือเมืองกลันตัน ไทรบุรี ปอร์ลิศให้แก่รัฐบาลอังกฤษ คงเหลือแต่เมืองสตูลเมืองเดียวที่เป็นของไทย ซึ่งต่อมาได้เป็นจังหวัดสตูล ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยระเบียบการบริหารแห่งราชอาณาจักรสยาม พ.ศ. 2476 (หน้า 39 - 45)

Settlement Pattern

ไม่มีข้อมูล

Demography

มุสลิมในสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อ พ.ศ. 2537 มีไทยมุสลิมร้อยละ 80 จำแนกเป็นจังหวัดคือ จังหวัดนราธิวาส ร้อยละ 81.93 ปัตตานี ร้อยละ 78.88 สตูลร้อยละ 78.73 ยะลา ร้อยละ 77.34 ความหนาแน่นของประชากรเฉลี่ย 142 คน/ตารางกิโลเมตร อัตราเพิ่มของประชากรเฉลี่ยประมาณร้อยละ 2.28 (หน้า 24) กลุ่มเยาวชนตัวอย่าง 451 คน เป็นเพศหญิงจำนวน 242 คน (ร้อยละ 53.7) และเพศชาย 209 คน(ร้อยละ 46.3) ขนาดครัวเรือนของเยาวชน มีขนาดครัวเรือนประมาณ 6-7 คน จำนวน 170 คน คิดเป็นร้อยละ 37.7 รองลงมามีขนาด 4-5 คน จำนวน 144 คน คิดเป็นร้อยละ 21.9 (หน้า 151-152) ผู้ปกครองของเยาวชนกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่อยู่ร่วมกันทีจำนวน 400 คน คิดเป็นร้อยละ 88.7 (หน้า 157)

Economy

รายได้เฉลี่ยต่อบุคคลของประชากรในสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อ พ.ศ.2536 ต่ำกว่ารายได้เฉลี่ยของภาคใต้ โดย จังหวัดยะลา 29,211 บาท/คน/ปี จังหวัดสตูล 28,961 บาท/คน/ปี จังหวัดนราธิวาส 27,198 บาท/คน/ปี จังหวัดปัตตานี 26,459 บาท/คน/ปี ขณะที่ รายได้เฉลี่ยของภาคใต้ 32,471 บาท/คน/ปี(หน้า 7) ส่วนใหญ่รายได้ของผู้ปกครองของกลุ่มเยาวชนมีรายได้ประมาณ 2,001-3,000 บาทต่อเดือน จำนวน 121 คน คิดเป็นร้อยละ 26.8 ผู้ปกครองที่มีรายได้ 3,001 - 4,000 บาทต่อเดือนจำนวน 91 คน คิดเป็นร้อยละ 20.2 ผู้ปกครองที่มีรายได้ 2,000 บาทต่อเดือนและน้อยกว่า มีจำนวน 85 คน คิดเป็นร้อยละ 18.8 อาชีพของผู้ปกครองของกลุ่มเยาวชน มีอาชีพเกษตรกรรมมากที่สุด จำนวน 316 คนคิดเป็นร้อยละ 70.1 รองลงมาคืออาชีพค้าขาย จำนวน 49 คน คิดเป็นร้อยละ 10.9 ส่วนใหญ่มีที่ดินประมาณ 1 -10 ไร่จำนวน 202 คนคิดเป็นร้อยละ 44.8 ส่วนผู้ปกครองที่ไม่มีที่ดิน มีจำนวน 108 คน คิดเป็นร้อยละ 23.9 (หน้า 155-157)

Social Organization

ไม่มีข้อมูล

Political Organization

ไม่มีข้อมูล

Belief System

คนไทยในสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในปี พ.ศ.2537 มีไทยมุสลิมร้อยละ 80.0 เมื่อพิจารณาเป็นรายจังหวัดพบว่า จังหวัดนราธิวาสมีร้อยละ 81.9 ปัตตานี ร้อยละ 78.8 สตูลร้อยละ 78.7 และยะลา ร้อยละ 77.3 (หน้า 5)

Education and Socialization

ในปี พ.ศ. 2537 มีโรงเรียนประถมศึกษาตามโครงการขยายโอกาสชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นจำนวน 113 โรงเรียน มีนักเรียนจำนวน 5,338 คน และในเขตการศึกษา มีนักเรียนที่เรียนต่อต่ำที่สุดเพียง 2,703 คน นักเรียนในสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้เรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานประถมศึกษาแห่งชาติ เขตการศึกษา 2 เพียง 8,151 คน โดยเรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1, 2 และปีที่ 3 มีจำนวนเพียง 3,347 คน 2,497 คน และ 2,307 คนตามลำดับ(หน้า 11-12) เยาวชนไทยมุสลิมในสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในโรงเรียนประถมศึกษาที่มีโครงการขยายโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐานตั้งแต่ปีการศึกษา 2536-2538 และกำลังเรียนอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ในปีการศึกษา 2539 ในโรงเรียนเดิม 4,356 คน และมีเยาวชนที่ไม่ได้เรียนต่อในโรงเรียนที่ตนเรียนจบจำนวน 6,330 คน การศึกษาครั้งนี้มีกลุ่มตัวอย่างจำนวน 386 คน จำแนกเป็นเยาวชนที่เรียนต่อในโรงเรียนประถมศึกษาขยายโอกาส จำนวน 229 คน และเยาวชนที่ไม่เรียนต่อในโรงเรียนประถมศึกษาขยายโอกาส จำนวน 229 คน(หน้า 121-122) เยาวชนไทยมุสลิมในสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ในโรงเรียนประถมศึกษาขยายโอกาส ปีการศึกษา 2539 มีทั้งหมด 183 คน เข้าเรียนในปีการศึกษา 2539 มากที่สุด 85 คน(ร้อยละ 46.4) เยาวชนที่จบชั้นประถมศึกษา ปีการศึกษา 2538 แล้วไม่เรียนต่อระดับมัธยมศึกษา จำนวน 105 คน คิดเป็นร้อยละ 39.2 เยาวชนที่จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ไม่ได้เรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษาในโรงเรียนประถมศึกษาขยายโอกาส จำนวน 268 คนแต่ได้เรียนต่อในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามมากที่สุดจำนวน 166 คน คิดเป็นร้อยละ 61.9 คน(หน้า 145-147) การให้ความสำคัญในการเรียนรู้ศาสนาของชาวมุสลิมว่ามีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต ดังนั้นผู้ปกครองจึงนิยมส่งบุตรหลานไปศึกษาหาความรู้ทางศาสนาจากผู้มีความรู้ด้านศาสนามากกว่าการเรียนวิชาสามัญในโรงเรียนของรัฐบาล (หน้า 5) การศึกในด้านศาสนาตามรูปแบบ "ปอเนาะ" (Pondok) มีโต๊ะครูเป็นผู้สอนโดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญคือ การสอนศาสนาอิสลามที่ว่าด้วยหลักการ เชื่อถือ ศรัทธาและหลักการปฏิบัติศาสนกิจ (หน้า 32-33) ระดับการศึกษาของผู้ปกครองของกลุ่มเยาวชนเรียนหนังสือจำนวน 337 คน คิดเป็นร้อยละ 74.7 (หน้า 157) ปัจจัยด้านประชากร (ตัวแปร เพศชายและอายุน้อย) ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ (ตัวแปร ผู้ปกครองมีรายได้ต่ำ ผู้ปกครองประกอบอาชีพกรรมกร และผู้ปฏิบัติงานในกระบวนการผลิตและผู้ปกครองมีปริมาณผลผลิตต่ำ) ปัจจัยด้านจิตวิทยา (ตัวแปร เยาวชนมีเจตคติต่อการเรียน การคล้อยตามกลุ่มเพื่อน ค่านิยมทางการศึกษาของผู้ปกครองมีแนวโน้มไปในทางเห็นด้วย) ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม (ตัวแปร ผู้ปกครองรับรู้ข่าวสารทางการศึกษาและการเดินทางจากบ้านมาโรงเรียนของบุตรไม่สะดวก) มีความสัมพันธ์และมีอิทธิพลต่อการเรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนประถมศึกษาขยายโอกาสของเยาวชนไทยมุสลิมในสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เมื่อวิเคราะห์เฉพาะปัจจัยเป็นรายด้านพบว่า(ตัวแปร เพศชายและอายุน้อย)ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ(ตัวแปร ผู้ปกครองมีรายได้ต่ำ ผู้ปกครองประกอบอาชีพกรรมกรและผู้ปฏิบัติงานในกระบวนการผลิตและผู้ปกครองมีปริมาณผลผลิตต่ำ) ปัจจัยด้านจิตวิทยา (ตัวแปร เยาวชนมีเจตคติต่อการเรียน การคล้อยตามกลุ่มเพื่อน ค่านิยมทางการศึกษาของผู้ปกครองมีแนวโน้มไปในทางเห็นด้วย) ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม (ตัวแปร ผู้ปกครองรับรู้ข่าวสารทางการศึกษาและการเดินทางจากบ้านมาโรงเรียนของบุตรไม่สะดวก) มีความสัมพันธ์และมีอิทธิพลต่อการเรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนประถมศึกษาขยายโอกาสของเยาวชนไทยมุสลิมในสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เฉพาะด้านสังคมไม่มีความสัมพันธ์กับการเรียนต่อ

Health and Medicine

ไม่มีข้อมูล

Art and Crafts (including Clothing Costume)

ไม่มีข้อมูล

Folklore

ไม่มีข้อมูล

Ethnicity (Ethnic Identity, Boundaries and Ethnic Relation)

คนไทยมุสลิมในสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีลักษณะพิเศษแตกต่างไปจากคนกลุ่มใหญ่ของประเทศ (ชาวพุทธ) โดยมีภาษา และวัฒนธรรมของตนเอง มีการปฏิบัติศาสนากิจอย่างเคร่งครัด รวมทั้งให้ความสำคัญในการเรียนรู้ศาสนาว่ามีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต (หน้า 5)

Social Cultural and Identity Change

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยพุทธกับไทยมุสลิมเป็นทางลบมากกว่าทางบวก ซึ่งเกิดจากเหตุ 2 ประการคือ ความไม่เข้าใจซึ่งกันแลกันกับความหวาดระแวงซึ่งกันและกัน (หน้า 34)

Critic Issues

ไม่มีข้อมูล

Other Issues

ไม่มี

Google Map

Map/Illustration

ตาราง - จำนวนและร้อยละของนักเรียนที่นับถือศาสนาอิสลามและนักเรียนที่นับถือศาสนาพุทธที่จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เข้าเรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2536 ในเขตการศึกษา 2 (หน้า 4) - จำนวนนักเรียนที่เรียนในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 - 3 ในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการประถมศึกษาแห่งชาติ(หน้า 12) - จำนวนนักเรียนที่เรียนในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่ออกกลางคันตามโตรงการขยายโอกาสทางการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการประถมศึกษาแห่งชาติ (หน้า 13) - จำนวนและร้อยละของนักเรียนที่เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และนักเรียนที่เรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามและของรัฐบาล ตามโครงการขยายโอกาสทางการศึกษา ปีการศึกษา2538(หน้า 14) - จำนวนโรงเรียนที่เปิดสอนตามโครงการขยายโอกาสทางการศึกษา จำแนกตามรายจังหวัดและจำนวนนักเรียน ปี พ.ศ.2537 และปี พ.ศ.2539 ของเขตการศึกษา 2(หน้า 63) - จำนวนและสัดส่วนของนักเรียนที่เรียนต่อและไม่เรียนต่อในโรงเรียนขยายโอกาสศึกษาจำแนกตามจังหวัด อำเภอและโรงเรียนที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง(หน้า 125) - จำนวนและร้อยละของกลุ่มเยาวชนไทยมุสลิมในสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 - 3 ในโรงเรียนประถมศึกษาขยายโอกาสที่เป็นตัวอย่างในปี พ.ศ. 2539 จำแนกตามปีการศึกษาที่เข้าเรียน(หน้า 145) - ค่าสัมประสิทธิ์ของตัวแปร ในสมการจำแนกประเภทของกลุ่มเยาวชนไทยมุสลิมในสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เรียนต่อ และไม่เรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา จำแนกตามตัวแปรในปัจจัยด้านประชากร(หน้า 160) - ค่าต่างๆที่ใช้ในการตัดสินสมการจำแนกประเภทที่ได้ จำแนกตามตัวแปรในปัจจัยด้านประชากร(หน้า 161) - ผลการคาดประมาณโดยสมการจำแนกประเภท จำแนกตามตัวแปรในปัจจัยด้านประชากร(หน้า 163) - ค่าสัมประสิทธิ์ของตัวแปรในสมการจำแนกประเภทของกลุ่มเยาวชนไทยมุสลิมในสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เรียนต่อ และไม่เรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนประถมศึกษาขยายโอกาส จำแนกตามตัวแปรในปัจจัยด้านเศรษฐกิจ(หน้า 165) - ค่าต่างๆที่ใช้ในการตัดสินสมการจำแนกประเภทจำแนกตามตัวแปรในปัจจัยด้านเศรษฐกิจ(หน้า 166) - ผลของการคาดประมาณโดยสมการจำแนกประเภท จำแนกตามตัวแปรในปัจจัยด้านเศรษฐกิจ(หน้า 168) - ค่าสัมประสิทธิ์ของตัวแปรในสมการจำแนกประเภทของกลุ่มเยาวชนไทยมุสลิมในสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เรียนต่อ และไม่เรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนประถมศึกษาขยายโอกาส จำแนกตามตัวแปรในปัจจัยด้านสังคม(หน้า 170) - ค่าต่างๆ ที่ใช้ในการตัดสินสมการจำแนกประเภทจำแนกตามตัวแปรในปัจจัยด้านสังคม(หน้า 170) - ค่าสัมประสิทธิ์ของตัวแปรในสมการจำแนกประเภทของกลุ่มเยาวชนไทยมุสลิมในสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เรียนต่อ และไม่เรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนประถมศึกษาขยายโอกาส จำแนกตามตัวแปรในปัจจัยด้านจิตวิทยา(หน้า 173) - ค่าต่างๆที่ใช้ในการตัดสินสมการจำแนกประเภทจำแนกตามตัวแปรในปัจจัยด้านสังคม(หน้า 173) - ผลการคาดประมาณโดยสมการจำแนกประเภท จำแนกตามตัวแปรในปัจจัยด้านจิตวิทยา(หน้า 175) - ค่าสัมประสิทธิ์ของตัวแปรในสมการจำแนกประเภทของกลุ่มเยาวชนไทยมุสลิมในสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เรียนต่อ และไม่เรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนประถมศึกษาขยายโอกาส จำแนกตามตัวแปรในปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม(หน้า 177) - ค่าต่างๆที่ใช้ในการตัดสินสมการจำแนกประเภท จำแนกตามตัวแปรในปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม(หน้า 178) - ผลการคาดประมาณโดยสมการจำแนกประเภท จำแนกตามตัวแปรในปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม(หน้า 180) - ค่าสัมประสิทธิ์ของตัวแปรในสมการจำแนกประเภทของกลุ่มเยาวชนไทยมุสลิมในสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เรียนต่อ และไม่เรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนประถมศึกษาขยายโอกาส รวมทุกตัวแปรในทุกปัจจัย(หน้า 182) - ค่าต่างๆที่ใช้ในการตัดสินสมการจำแนกประเภท จำแนกตามตัวแปรในปัจจัยทั้ง 5 ด้าน(หน้า 184) - ผลการคาดประมาณโดยสมการจำแนกประเภทที่ได้ จำแนกตามตัวแปรในปัจจัยรวม ทั้ง 5 ด้าน(หน้า 187) ภาพ - แนวการจัดการศึกษาภาคบังคับต่ออีก 3 ปี(หน้า 59) - องค์ประกอบของทฤษฎีการกระทำทางสังคม(หน้า 65) - แบบพลวัตของเหตุและผลของกรอบรมเลี้ยงดูของผู้ปกครอง อำนาจการพยายามควบคุมและการยอมตามของบุตร(หน้า 76) - ตัวแบบการทำนายของลิสกา(หน้า 85) - กรอบแนวคิดในการวิจัย ปัจจัยด้านประชากร เศรษฐกิจ สังคม จิตวิทยาและสิ่งแวดล้อม ต่างมีความสัมพันธ์กับการเรียนต่อและไม่เรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนประถมศึกษาขยายโอกาสของเยาวชนไทยมุสลิมในสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้(หน้า 199) - กรอบแนวคิดในการวิจัย ปัจจัยด้านประชากร เศรษฐกิจ สังคม จิตวิทยาและสิ่งแวดล้อม มีอิทธิพลร่วมกันในการจำแนกกลุ่มเยาวชน เรียนต่อและไม่เรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนประถมศึกษาขยายโอกาส(หน้า 120) - การจำแนกกลุ่มเยาวชน เยาวชนไทยมุสลิมในสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เรียนต่อ และไม่เรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนประถมศึกษาขยายโอกาสจำแนกตามตัวแปรในปัจจัยด้านประชากร(หน้า 162) - การจำแนกกลุ่มเยาวชน เยาวชนไทยมุสลิมในสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เรียนต่อ และไม่เรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนประถมศึกษาขยายโอกาสจำแนกตามตัวแปรในปัจจัยด้านเศรษฐกิจ(หน้า 162) - การจำแนกกลุ่มเยาวชน เยาวชนไทยมุสลิมในสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เรียนต่อ และไม่เรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนประถมศึกษาขยายโอกาสจำแนกตามตัวแปรในปัจจัยด้านจิตวิทยา(หน้า 174) - การจำแนกกลุ่มเยาวชน เยาวชนไทยมุสลิมในสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เรียนต่อ และไม่เรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนประถมศึกษาขยายโอกาสจำแนกตามตัวแปรในปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม(หน้า 179) - การจำแนกกลุ่มเยาวชน เยาวชนไทยมุสลิมในสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เรียนต่อ และไม่เรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนประถมศึกษาขยายโอกาสจำแนกตามตัวแปรในปัจจัยทั้ง 5 ด้าน(หน้า 185)

Text Analyst สุวิทย์ เลิศวิมลศักดิ์ Date of Report 06 พ.ย. 2555
TAG ออแรนายู มลายูมุสลิม มุสลิมมลายู, การเรียน, ประถมศึกษา, เยาวชน, ชายแดน, ภาคใต้, Translator -
 
 

 

ฐานข้อมูลอื่นๆของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
  ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย
จารึกในประเทศไทย
จดหมายเหตุทางมานุษยวิทยา
แหล่งโบราณคดีที่สำคัญในประเทศไทย
หนังสือเก่าชาวสยาม
ภาพยนตร์ชาติพันธุ์
ข่าวมานุษยวิทยา
ICH Learning Resources
ฐานข้อมูลเอกสารโบราณภูมิภาคตะวันตกในประเทศไทย
ฐานข้อมูลประเพณีท้องถิ่นในประเทศไทย
ฐานข้อมูลสังคม - วัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  หน้าหลัก
งานวิจัยชาติพันธุ์ในประเทศไทย
บทความชาติพันธุ์
ข่าวชาติพันธุ์
เครือข่ายชาติพันธุ์
เกี่ยวกับเรา
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  ข้อมูลโครงการ
ทีมงาน
ติดต่อเรา
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
ช่วยเหลือ
  กฏกติกาและมารยาท
แบบสอบถาม
คำถามที่พบบ่อย


ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เลขที่ 20 ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170 
Tel. +66 2 8809429 | Fax. +66 2 8809332 | E-mail. webmaster@sac.or.th 
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2549    |   เงื่อนไขและข้อตกลง