ค้นหาข้อมูล
ค้นหาแบบละเอียด
  •   ความเป็นมาและหลักเหตุผล

    เพื่อรวบรวมงานวิจัยทางชาติพันธุ์ที่มีคุณภาพมาสกัดสาระสำคัญในเชิงมานุษยวิทยาและเผยแผ่สาระงานวิจัยแก่นักวิชาการ นักศึกษานักเรียนและผู้สนใจให้เข้าถึงงานวิจัยทางชาติพันธุ์ได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

  •   กลุ่มชาติพันธุ์และขอบเขตพื้นที่ที่จะสรุปงานวิจัยลงฐานข้อมูล

    ความหมายกลุ่มชาติพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาต่างๆ กัน ในขั้นแรกนี้โครงการฯ เลือกเก็บเนื้อหา “กลุ่มชาติพันธุ์” ต่างๆ ที่ถูกมองว่าเป็น “ชนกลุ่มน้อย” ของประเทศไทย ฐานข้อมูลจึงไม่มีงานวิจัยที่เกี่ยวกับคนไทยภาคกลาง  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ และยังไม่ได้รวมงานวิจัยเกี่ยวกับ “ชาวจีนโพ้นทะเล” ในประเทศไทย ซึ่งได้มีสถาบันวิชาการอื่นรวบรวมไว้แล้ว เช่น สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ภาพ-ข้าวห่อ อาหารของปกาเกอะญอ บ้านมอวาคี จ. เชียงใหม่
  •   ฐานข้อมูลจำแนกกลุ่มชาติพันธุ์ตามชื่อเรียกที่คนในใช้เรียกตนเอง ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ คือ

    1. ชื่อเรียกที่ “คนอื่น” ใช้มักเป็นชื่อที่มีนัยในทางเหยียดหยาม ทำให้สมาชิกกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ รู้สึกไม่ดี อยากจะใช้ชื่อที่เรียกตนเองมากกว่า ซึ่งคณะทำงานมองว่าน่าจะเป็น “สิทธิพื้นฐาน” ของการเป็นมนุษย์

    2. ชื่อเรียกชาติพันธุ์ของตนเองมีความชัดเจนว่าหมายถึงใคร มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอย่างไร และตั้งถิ่นฐานอยู่แห่งใดมากกว่าชื่อที่คนอื่นเรียก ซึ่งมักจะมีความหมายเลื่อนลอย ไม่แน่ชัดว่าหมายถึงใคร เช่น คำว่า “ลัวะ” ถูกใช้ในเรียกรวมในกลุ่ม ลเวือะ ลัวะ และปลัง เป็นต้น


    ภาพ-เยาวชนปกาเกอะญอ บ้านมอวาคี จ.เชียงใหม่

  •  

    จากการรวบรวมงานวิจัยในฐานข้อมูลและหลักการจำแนกชื่อเรียกชาติพันธุ์ที่คนในใช้เรียกตนเอง พบว่า ประเทศไทยมีกลุ่มชาติพันธุ์มากกว่า 62 กลุ่ม


    ภาพ-สุภาษิตปกาเกอะญอ
  •   การจำแนกกลุ่มชนมีลักษณะพิเศษกว่าการจำแนกสรรพสิ่งอื่นๆ

    เพราะกลุ่มชนต่างๆ มีความรู้สึกนึกคิดและภาษาที่จะแสดงออกมาได้ว่า “คิดหรือรู้สึกว่าตัวเองเป็นใคร” ซึ่งการจำแนกตนเองนี้ อาจแตกต่างไปจากที่คนนอกจำแนกให้ ในการศึกษาเรื่องนี้นักมานุษยวิทยาจึงต้องเพิ่มมุมมองเรื่องจิตสำนึกและชื่อเรียกตัวเองของคนในกลุ่มชาติพันธุ์ 


    ภาพ-สลากย้อม งานบุญของยอง จ.ลำพูน
  •   มโนทัศน์ความหมายกลุ่มชาติพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาต่างๆ กัน

    ในช่วงทศวรรษของ 2490-2510 ในสาขาวิชามานุษยวิทยา “กลุ่มชาติพันธุ์” คือ กลุ่มชนที่มีวัฒนธรรมเฉพาะแตกต่างจากกลุ่มชนอื่นๆ ซึ่งมักจะเป็นการกำหนดในเชิงวัตถุวิสัย โดยนักมานุษยวิทยาซึ่งสนใจในเรื่องมนุษย์และวัฒนธรรม

    แต่ความหมายของ “กลุ่มชาติพันธุ์” ในช่วงหลังทศวรรษ 
    2510 ได้เน้นไปที่จิตสำนึกในการจำแนกชาติพันธุ์บนพื้นฐานของความแตกต่างทางวัฒนธรรมโดยตัวสมาชิกชาติพันธุ์แต่ละกลุ่มเป็นสำคัญ... (อ่านเพิ่มใน เกี่ยวกับโครงการ/คู่มือการใช้)



    ภาพ-หาดราไวย์ จ.ภูเก็ต บ้านของอูรักลาโว้ย
  •   สนุก

    วิชาคอมพิวเตอร์ของนักเรียน
    ปกาเกอะญอ  อ. แม่ลาน้อย
    จ. แม่ฮ่องสอน


    ภาพโดย อาทิตย์    ทองดุศรี

  •   ข้าวไร่

    ผลิตผลจากไร่หมุนเวียน
    ของชาวโผล่ว (กะเหรี่ยงโปว์)   
    ต. ไล่โว่    อ.สังขละบุรี  
    จ. กาญจนบุรี

  •   ด้าย

    แม่บ้านปกาเกอะญอ
    เตรียมด้ายทอผ้า
    หินลาดใน  จ. เชียงราย

    ภาพโดย เพ็ญรุ่ง สุริยกานต์
  •   ถั่วเน่า

    อาหารและเครื่องปรุงหลัก
    ของคนไต(ไทใหญ่)
    จ.แม่ฮ่องสอน

     ภาพโดย เพ็ญรุ่ง สุริยกานต์
  •   ผู้หญิง

    โผล่ว(กะเหรี่ยงโปว์)
    บ้านไล่โว่ 
    อ.สังขละบุรี
    จ. กาญจนบุรี

    ภาพโดย ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ
  •   บุญ

    ประเพณีบุญข้าวใหม่
    ชาวโผล่ว    ต. ไล่โว่
    อ.สังขละบุรี  จ.กาญจนบุรี

    ภาพโดยศรยุทธ  เอี่ยมเอื้อยุทธ

  •   ปอยส่างลอง แม่ฮ่องสอน

    บรรพชาสามเณร
    งานบุญยิ่งใหญ่ของคนไต
    จ.แม่ฮ่องสอน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ปอยส่างลอง

    บรรพชาสามเณร
    งานบุญยิ่งใหญ่ของคนไต
    จ.แม่ฮ่องสอน

    ภาพโดย เบญจพล  วรรณถนอม
  •   อลอง

    จากพุทธประวัติ เจ้าชายสิทธัตถะ
    ทรงละทิ้งทรัพย์ศฤงคารเข้าสู่
    ร่มกาสาวพัสตร์เพื่อแสวงหา
    มรรคผลนิพพาน


    ภาพโดย  ดอกรัก  พยัคศรี

  •   สามเณร

    จากส่างลองสู่สามเณร
    บวชเรียนพระธรรมภาคฤดูร้อน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   พระพาราละแข่ง วัดหัวเวียง จ. แม่ฮ่องสอน

    หล่อจำลองจาก “พระมหามุนี” 
    ณ เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า
    ชาวแม่ฮ่องสอนถือว่าเป็นพระพุทธรูป
    คู่บ้านคู่เมืององค์หนึ่ง

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม

  •   เมตตา

    จิตรกรรมพุทธประวัติศิลปะไต
    วัดจองคำ-จองกลาง
    จ. แม่ฮ่องสอน
  •   วัดจองคำ-จองกลาง จ. แม่ฮ่องสอน


    เสมือนสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม
    เมืองไตแม่ฮ่องสอน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ใส

    ม้งวัยเยาว์ ณ บ้านกิ่วกาญจน์
    ต. ริมโขง อ. เชียงของ
    จ. เชียงราย
  •   ยิ้ม

    แม้ชาวเลจะประสบปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย
    พื้นที่ทำประมง  แต่ด้วยความหวัง....
    ทำให้วันนี้ยังยิ้มได้

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ผสมผสาน

    อาภรณ์ผสานผสมระหว่างผ้าทอปกาเกอญอกับเสื้อยืดจากสังคมเมือง
    บ้านแม่ลาน้อย จ. แม่ฮ่องสอน
    ภาพโดย อาทิตย์ ทองดุศรี
  •   เกาะหลีเป๊ะ จ. สตูล

    แผนที่ในเกาะหลีเป๊ะ 
    ถิ่นเดิมของชาวเลที่ ณ วันนี้
    ถูกโอบล้อมด้วยรีสอร์ทการท่องเที่ยว
  •   ตะวันรุ่งที่ไล่โว่ จ. กาญจนบุรี

    ไล่โว่ หรือที่แปลเป็นภาษาไทยว่า ผาหินแดง เป็นชุมชนคนโผล่งที่แวดล้อมด้วยขุนเขาและผืนป่า 
    อาณาเขตของตำบลไล่โว่เป็นส่วนหนึ่งของป่าทุ่งใหญ่นเรศวรแถบอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี 

    ภาพโดย ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ
  •   การแข่งขันยิงหน้าไม้ของอาข่า

    การแข่งขันยิงหน้าไม้ในเทศกาลโล้ชิงช้าของอาข่า ในวันที่ 13 กันยายน 2554 ที่บ้านสามแยกอีก้อ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
 
  Princess Maha Chakri Sirindhorn Anthropology Centre
Ethnic Groups Research Database
Sorted by date | title

   Record

 
Subject ลาวโซ่ง ไทยโซ่ง ผู้ลาว โซ่ง ไตดำ,ความหมาย,พิธีกรรมเสาหลักเมือง,เอเชียอาคเนย์
Author Mikio, Mori
Title Taikeisyuzokuno “Kuninihashira” Shisaiwo Megustute-Taikeibunkarikaino-Shikaku
Document Type บทความ Original Language of Text ภาษาญี่ปุ่น
Ethnic Identity ลาวโซ่ง ไทยโซ่ง ผู้ลาว โซ่ง ไตดำ, Language and Linguistic Affiliations ไท(Tai)
Location of
Documents
ห้องสมุดสยามสมาคม Total Pages 18 Year 1989
Source สถาบันวิจัยวัฒนธรรมเอเชียอาฟริกา เล่มที่ 38
Abstract

พิธีกรรม ความเชื่อและความหมายเกี่ยวกับหลักเมืองของชาติพันธุ์ไทดำ รวมถึงความเชื่อเกี่ยวกับผีที่เชื่อมโยงสอดคล้อง กับโครงสร้างทางการเมืองของไทดำ

Focus

ความเชื่อและการปกครองของชาติพันธุ์ไทดำ

Theoretical Issues

ไม่มี

Ethnic Group in the Focus

ไทดำ

Language and Linguistic Affiliations

ไม่มีข้อมูล

Study Period (Data Collection)

ไม่ระบุ

History of the Group and Community

กลุ่มชาติพันธุ์ไทเริ่มมีการก่อตั้งอาณาจักรในศตวรรษที่ 13 (หน้า 91)

Settlement Pattern

ไม่มีข้อมูล

Demography

ไม่มีข้อมูล

Economy

นิยมปลูกข้าวเป็นหลัก (หน้า 91)

Social Organization

ไม่มีข้อมูล

Political Organization

หน่วยทางการเมืองของกลุ่มชาติพันธุ์ไทคือ เมือง (muang/muong/mong/meng/mung)(หน้า 91) กรรมสิทธิ์ที่ดินทั้งหมดในเมืองของกลุ่มชาติพันธุ์ไทอยู่ในมือของเจ้าเมือง (chao muong) และเจ้าเมืองก็ใช้ที่ดินเป็นเครื่องมือสร้างอำนาจเบ็ดเสร็จในการปกครอง โดยมีหลักเมืองเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความเป็นอันหนึ่งเดียวกันของเจ้าเมืองและที่ดิน หรือ อำนาจในมือเจ้าเมือง (หน้า 96) รูปแบบการขยายอำนาจในอดีตนั้น หากเจ้าเมืองใดสามารถรบชนะเมืองอื่นได้ และเข้าไปยึดครองที่ดินของเมืองนั้นๆ เจ้าเมืองจะให้ตั้งเสาหลักเมืองเพื่อเป็นการแสดงถึงชัยชนะ นอกจากนี้ ยังแสดงถึงสิทธิในการเป็นเจ้าผู้ปกครองผืนดินบริเวณนั้นด้วย เมื่อเจ้าเมืองยึดดินแดนได้เพิ่มก็จะมีพิธีกรรมตั้งเสาหลักเมืองขึ้น โดยมีเนื้อหาสำคัญคือ การขอให้เมืองใหม่นี้มีความเจริญรุ่งเรือง สงบสุข และยั่งยืน (หน้า 96-97) โครงสร้างการปกครองของเมือง ประกอบด้วย "เชียง" (chieng) เป็นเขตหลัก รองลงมาคือ บ้าน (ban) หน่วยย่อยที่สุดคือ เรือน (huan) ซึ่งสอดคล้องกันกับโครงสร้างทางศาสนา (หน้า 103) หลักเมืองมีพลังอำนาจสองอย่างคือ อำนาจของเจ้าเมืองซึ่งสืบเชื้อสายมาจากแถนหลวง (มีกล่าวใน folklore) อีกพลังอำนาจคือ สถานที่เนื่องจากเสาหลักเมืองตั้งอยู่ในเมือง จึงมีอำนาจในการปกป้องคุ้มครองเมือง หลักเมืองหรืออีกชื่อหนึ่งว่า หลักเชื้อ จึงมีนัยหมายถึงความสอดคล้องของเชื้อสายของผู้ปกครองของเมืองและสวรรค์ ซึ่งการปรากฏของสัญลักษณ์หลาย ๆ สัญลักษณ์ภายในเสาหลักเมือง จึงทำให้หลักเมืองมีบทบาทในทางการปกครองได้เป็นอย่างดี (หน้า 105-106)

Belief System

พิธีบูชาเสาหลักเมือง (lak muang/lak muong) เป็นพิธีกรรมที่มีความสัมพันธ์กับสังคมของชาติพันธุ์ไทเป็นอย่างมาก พิธีนี้เกิดขึ้นก่อนที่อิทธิพลของพุทธศาสนาและระบบการเมืองจะเข้ามาในดินแดนของคนไท พิธีกรรมนี้มีความหมายเก่าแก่ ยาวนานและเผยแพร่ไปยังเผ่าพันธุ์ไททุกเผ่า (หน้า 92) เสาหลักเมือง ซึ่งแต่ละเมืองจะมีเพียง 1 เสาเท่านั้น แสดงถึงความเป็นศูนย์กลางอำนาจทางการปกครองที่สูงที่สุดของเมืองนั้น ๆ ผู้มีสิทธิ์ในการทำพิธีบูชาต้องเป็นชนชาติพันธุ์ไทเท่านั้น ไทดำซึ่งอาศัยอยู่ในเวียดนามถือเป็นกลุ่มที่รักษาพิธีบูชาเสาหลักเมืองนี้ได้ดั้งเดิมที่สุด เนื่องจากไทดำยังนับถือผีอย่างเหนียวแน่น และไม่ได้รับอิทธิพลพุทธศาสนาจากอินเดียเหมือนเช่นกลุ่มไทขาวและไทแดง (หน้า 92-93) ในสังคมของกลุ่มไทดำ หลักเมืองแสดงถึงความสามารถ ศักดิ์ศรีและอำนาจที่สมบูรณ์ของผู้ปกครอง (หน้า 95-96) เสาหลักเมือง เป็นเสมือนสิ่งรูปธรรมของผีเมือง บริเวณรอบหลักเมืองจะมีการแบ่งพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับผีและเทวดาไว้ ห้าม ไม่ให้ชาวบ้านทั่วไปเข้าไปโดยเด็ดขาด เจ้าเมืองสามารถเข้าไปในบริเวณนั้นได้เฉพาะในพิธีกรรมเท่านั้น เนื่องจากเชื่อว่ามีเพียงเจ้าเมืองเท่านั้นที่จะมีความสัมพันธ์กับผีเมืองได้ (หน้า 97) หลักเมืองเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "หลักเสื้อ" (lak suo) (คำว่า "เสื้อ" มาจากคำว่า เชื้อ หมายถึง เชื้อสาย) และพิธีกรรมหลักเมืองเป็นพิธีกรรมที่สืบเชื้อสายทางพ่อของเจ้าเมือง (หน้า 97-98) พิธีเลี้ยงผีของกลุ่มไทดำแบ่งได้เป็น 2 ระดับ คือ ระดับทางการและระดับปัจเจก คือในหมู่บ้านที่เจ้าเมืองอาศัยอยู่ (หมู่บ้านที่มีความสำคัญทางการเมือง) จะมีผีอาศัยอยู่ 2 ชนิด คือ ผีหลักเมือง และผีเมือง (phi muang) ผีเมืองมีหน้าที่ในการปกป้องคุ้มครองเมืองและคนในเมืองทั้งหมด ต่างจากผีหลักเมืองที่ผีหลักเมืองจะเป็นเสมือนผีของเจ้าเมืองเท่านั้น ในการทำพิธีกรรมบูชานั้นเจ้าเมืองเป็นบุคคลสำคัญในพิธีกรรมทั้งหมด แต่พิธีกรรมเลี้ยงผีเมืองซึ่งอนุญาตให้ชาวบ้านมาเข้าร่วม ถือเป็นพิธีกรรมในระดับทางการ ขณะที่พิธีบูชาผีหลักเมืองจะกีดกันคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าเมืองออกไป (หน้า 98) แสนเมือง (xen muong/sen muong) เป็นพิธีกรรมหนึ่งซึ่งแสดงลักษณะพิเศษของผีเมือง คือ แสนเมืองเป็นเทศกาลฤดูใบไม้ผลิที่เป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มการผลิตของปี เจ้าเมืองเป็นผู้จัดงาน เรียกผีเทวดาต่าง ๆ และถวายของแทนชาวบ้านทั้งหมด นอกจากเทวดาต่างๆ ยังเรียกผีบรรพบุรุษของเจ้าเมืองด้วย ซึ่งเจ้าเสื้อ (chau sua) เป็นที่สถิตย์ของพลังชีวิตและวิญญาณของเจ้าเมือง(หน้า 99) พิธีกรรมต่าง ๆ จะสอดคล้องกับชนชั้นในโครงสร้างการปกครอง ชนชั้นในโครงสร้างของผี และชนชั้นในโครงสร้างทางสังคม (หน้า 104)

Education and Socialization

ไม่มีข้อมูล

Health and Medicine

ไม่มีข้อมูล

Art and Crafts (including Clothing Costume)

ไม่มีข้อมูล

Folklore

นิทานเกี่ยวกับการเกิดของชาติพันธุ์ไทดำเกี่ยวกับแถนหลวง (แถนหลวงถือเป็นเทพสูงสุดที่ดูแลทั้งสวรรค์และโลกมนุษย์ เป็นผู้ควบคุมชะตากรรม และกำหนดพฤติกรรม รวมถึงชีวิตประจำวันของมนุษย์ (หน้า 105) นิทานเน้นถึงความเป็นเชื้อสายเดียวกันของแถนหลวงซึ่งเป็นเทวดาที่มีอำนาจสูงสุด กับตระกูลลอคำซึ่งเป็นตระกูลเจ้าเมือง ในนิทานกล่าวว่าบรรพบุรุษของตระกูลเจ้าที่ดินลอคำนั้น เป็นลูกหลานโดยตรงของแถนหลวง และตระกูลนี้ก็ได้สร้างเมืองของตระกูลขึ้นมา (หน้า 102)

Ethnicity (Ethnic Identity, Boundaries and Ethnic Relation)

ไม่มีข้อมูล

Social Cultural and Identity Change

ไม่มีข้อมูล

Critic Issues

ไม่มีข้อมูล

Other Issues

นักวิจัยได้ชี้ให้เห็นถึงการสอดแทรกงานรื่นเริงในงานพิธีกรรมแสนเมืองในส่วนของชาวบ้าน ได้แก่ การร้องเพลง ฟ้อนรำ กิจกรรมอื่น ๆ ซึ่งงานรื่นเริงนี้บางครั้งก็ยาวนานต่อเนื่องไปเป็นสัปดาห์ (หน้า 100) ความแตกต่างของผีเมืองและหลักเมือง คือ หลักเมืองเป็นสิ่งที่ผูกติดกับอำนาจ เป็นสิ่งแทนอำนาจการปกครอง เจ้าเมือง และเจ้าที่ดิน เป็นสัญลักษณ์ของระบบการปกครองแบบเจ้าเมือง ขณะที่ผีเมืองเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการผลิตทางการเกษตร เป็นสิ่งแทนของเกษตรกร ที่ดินและการเกษตร และเป็นสัญลักษณ์หมายถึงความเป็นชุมชน เมื่อนำเอาทั้งระบบการปกครองแบบเจ้าเมืองและความเป็นชุมชนมารวมกันแล้ว จะก่อให้เกิดเมืองขนาดใหญ่ที่สุดของชนชาติพันธุ์ไทดำ (หน้า 100-101)

Google Map

Map/Illustration

ไม่มี

Text Analyst Tatsuo Iida, Sivarin Lertpusit Date of Report 07 พ.ค. 2556
TAG ลาวโซ่ง ไทยโซ่ง ผู้ลาว โซ่ง ไตดำ, ความหมาย, พิธีกรรมเสาหลักเมือง, เอเชียอาคเนย์, Translator -
 
 

 

ฐานข้อมูลอื่นๆของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
  ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย
จารึกในประเทศไทย
จดหมายเหตุทางมานุษยวิทยา
แหล่งโบราณคดีที่สำคัญในประเทศไทย
หนังสือเก่าชาวสยาม
ภาพยนตร์ชาติพันธุ์
ข่าวมานุษยวิทยา
ICH Learning Resources
ฐานข้อมูลเอกสารโบราณภูมิภาคตะวันตกในประเทศไทย
ฐานข้อมูลประเพณีท้องถิ่นในประเทศไทย
ฐานข้อมูลสังคม - วัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  หน้าหลัก
งานวิจัยชาติพันธุ์ในประเทศไทย
บทความชาติพันธุ์
ข่าวชาติพันธุ์
เครือข่ายชาติพันธุ์
เกี่ยวกับเรา
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  ข้อมูลโครงการ
ทีมงาน
ติดต่อเรา
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
ช่วยเหลือ
  กฏกติกาและมารยาท
แบบสอบถาม
คำถามที่พบบ่อย


ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เลขที่ 20 ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170 
Tel. +66 2 8809429 | Fax. +66 2 8809332 | E-mail. webmaster@sac.or.th 
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2549    |   เงื่อนไขและข้อตกลง