ค้นหาข้อมูล
ค้นหาแบบละเอียด
  •   ความเป็นมาและหลักเหตุผล

    เพื่อรวบรวมงานวิจัยทางชาติพันธุ์ที่มีคุณภาพมาสกัดสาระสำคัญในเชิงมานุษยวิทยาและเผยแผ่สาระงานวิจัยแก่นักวิชาการ นักศึกษานักเรียนและผู้สนใจให้เข้าถึงงานวิจัยทางชาติพันธุ์ได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

  •   กลุ่มชาติพันธุ์และขอบเขตพื้นที่ที่จะสรุปงานวิจัยลงฐานข้อมูล

    ความหมายกลุ่มชาติพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาต่างๆ กัน ในขั้นแรกนี้โครงการฯ เลือกเก็บเนื้อหา “กลุ่มชาติพันธุ์” ต่างๆ ที่ถูกมองว่าเป็น “ชนกลุ่มน้อย” ของประเทศไทย ฐานข้อมูลจึงไม่มีงานวิจัยที่เกี่ยวกับคนไทยภาคกลาง  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ และยังไม่ได้รวมงานวิจัยเกี่ยวกับ “ชาวจีนโพ้นทะเล” ในประเทศไทย ซึ่งได้มีสถาบันวิชาการอื่นรวบรวมไว้แล้ว เช่น สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ภาพ-ข้าวห่อ อาหารของปกาเกอะญอ บ้านมอวาคี จ. เชียงใหม่
  •   ฐานข้อมูลจำแนกกลุ่มชาติพันธุ์ตามชื่อเรียกที่คนในใช้เรียกตนเอง ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ คือ

    1. ชื่อเรียกที่ “คนอื่น” ใช้มักเป็นชื่อที่มีนัยในทางเหยียดหยาม ทำให้สมาชิกกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ รู้สึกไม่ดี อยากจะใช้ชื่อที่เรียกตนเองมากกว่า ซึ่งคณะทำงานมองว่าน่าจะเป็น “สิทธิพื้นฐาน” ของการเป็นมนุษย์

    2. ชื่อเรียกชาติพันธุ์ของตนเองมีความชัดเจนว่าหมายถึงใคร มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอย่างไร และตั้งถิ่นฐานอยู่แห่งใดมากกว่าชื่อที่คนอื่นเรียก ซึ่งมักจะมีความหมายเลื่อนลอย ไม่แน่ชัดว่าหมายถึงใคร เช่น คำว่า “ลัวะ” ถูกใช้ในเรียกรวมในกลุ่ม ลเวือะ ลัวะ และปลัง เป็นต้น


    ภาพ-เยาวชนปกาเกอะญอ บ้านมอวาคี จ.เชียงใหม่

  •  

    จากการรวบรวมงานวิจัยในฐานข้อมูลและหลักการจำแนกชื่อเรียกชาติพันธุ์ที่คนในใช้เรียกตนเอง พบว่า ประเทศไทยมีกลุ่มชาติพันธุ์มากกว่า 62 กลุ่ม


    ภาพ-สุภาษิตปกาเกอะญอ
  •   การจำแนกกลุ่มชนมีลักษณะพิเศษกว่าการจำแนกสรรพสิ่งอื่นๆ

    เพราะกลุ่มชนต่างๆ มีความรู้สึกนึกคิดและภาษาที่จะแสดงออกมาได้ว่า “คิดหรือรู้สึกว่าตัวเองเป็นใคร” ซึ่งการจำแนกตนเองนี้ อาจแตกต่างไปจากที่คนนอกจำแนกให้ ในการศึกษาเรื่องนี้นักมานุษยวิทยาจึงต้องเพิ่มมุมมองเรื่องจิตสำนึกและชื่อเรียกตัวเองของคนในกลุ่มชาติพันธุ์ 


    ภาพ-สลากย้อม งานบุญของยอง จ.ลำพูน
  •   มโนทัศน์ความหมายกลุ่มชาติพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาต่างๆ กัน

    ในช่วงทศวรรษของ 2490-2510 ในสาขาวิชามานุษยวิทยา “กลุ่มชาติพันธุ์” คือ กลุ่มชนที่มีวัฒนธรรมเฉพาะแตกต่างจากกลุ่มชนอื่นๆ ซึ่งมักจะเป็นการกำหนดในเชิงวัตถุวิสัย โดยนักมานุษยวิทยาซึ่งสนใจในเรื่องมนุษย์และวัฒนธรรม

    แต่ความหมายของ “กลุ่มชาติพันธุ์” ในช่วงหลังทศวรรษ 
    2510 ได้เน้นไปที่จิตสำนึกในการจำแนกชาติพันธุ์บนพื้นฐานของความแตกต่างทางวัฒนธรรมโดยตัวสมาชิกชาติพันธุ์แต่ละกลุ่มเป็นสำคัญ... (อ่านเพิ่มใน เกี่ยวกับโครงการ/คู่มือการใช้)



    ภาพ-หาดราไวย์ จ.ภูเก็ต บ้านของอูรักลาโว้ย
  •   สนุก

    วิชาคอมพิวเตอร์ของนักเรียน
    ปกาเกอะญอ  อ. แม่ลาน้อย
    จ. แม่ฮ่องสอน


    ภาพโดย อาทิตย์    ทองดุศรี

  •   ข้าวไร่

    ผลิตผลจากไร่หมุนเวียน
    ของชาวโผล่ว (กะเหรี่ยงโปว์)   
    ต. ไล่โว่    อ.สังขละบุรี  
    จ. กาญจนบุรี

  •   ด้าย

    แม่บ้านปกาเกอะญอ
    เตรียมด้ายทอผ้า
    หินลาดใน  จ. เชียงราย

    ภาพโดย เพ็ญรุ่ง สุริยกานต์
  •   ถั่วเน่า

    อาหารและเครื่องปรุงหลัก
    ของคนไต(ไทใหญ่)
    จ.แม่ฮ่องสอน

     ภาพโดย เพ็ญรุ่ง สุริยกานต์
  •   ผู้หญิง

    โผล่ว(กะเหรี่ยงโปว์)
    บ้านไล่โว่ 
    อ.สังขละบุรี
    จ. กาญจนบุรี

    ภาพโดย ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ
  •   บุญ

    ประเพณีบุญข้าวใหม่
    ชาวโผล่ว    ต. ไล่โว่
    อ.สังขละบุรี  จ.กาญจนบุรี

    ภาพโดยศรยุทธ  เอี่ยมเอื้อยุทธ

  •   ปอยส่างลอง แม่ฮ่องสอน

    บรรพชาสามเณร
    งานบุญยิ่งใหญ่ของคนไต
    จ.แม่ฮ่องสอน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ปอยส่างลอง

    บรรพชาสามเณร
    งานบุญยิ่งใหญ่ของคนไต
    จ.แม่ฮ่องสอน

    ภาพโดย เบญจพล  วรรณถนอม
  •   อลอง

    จากพุทธประวัติ เจ้าชายสิทธัตถะ
    ทรงละทิ้งทรัพย์ศฤงคารเข้าสู่
    ร่มกาสาวพัสตร์เพื่อแสวงหา
    มรรคผลนิพพาน


    ภาพโดย  ดอกรัก  พยัคศรี

  •   สามเณร

    จากส่างลองสู่สามเณร
    บวชเรียนพระธรรมภาคฤดูร้อน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   พระพาราละแข่ง วัดหัวเวียง จ. แม่ฮ่องสอน

    หล่อจำลองจาก “พระมหามุนี” 
    ณ เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า
    ชาวแม่ฮ่องสอนถือว่าเป็นพระพุทธรูป
    คู่บ้านคู่เมืององค์หนึ่ง

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม

  •   เมตตา

    จิตรกรรมพุทธประวัติศิลปะไต
    วัดจองคำ-จองกลาง
    จ. แม่ฮ่องสอน
  •   วัดจองคำ-จองกลาง จ. แม่ฮ่องสอน


    เสมือนสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม
    เมืองไตแม่ฮ่องสอน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ใส

    ม้งวัยเยาว์ ณ บ้านกิ่วกาญจน์
    ต. ริมโขง อ. เชียงของ
    จ. เชียงราย
  •   ยิ้ม

    แม้ชาวเลจะประสบปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย
    พื้นที่ทำประมง  แต่ด้วยความหวัง....
    ทำให้วันนี้ยังยิ้มได้

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ผสมผสาน

    อาภรณ์ผสานผสมระหว่างผ้าทอปกาเกอญอกับเสื้อยืดจากสังคมเมือง
    บ้านแม่ลาน้อย จ. แม่ฮ่องสอน
    ภาพโดย อาทิตย์ ทองดุศรี
  •   เกาะหลีเป๊ะ จ. สตูล

    แผนที่ในเกาะหลีเป๊ะ 
    ถิ่นเดิมของชาวเลที่ ณ วันนี้
    ถูกโอบล้อมด้วยรีสอร์ทการท่องเที่ยว
  •   ตะวันรุ่งที่ไล่โว่ จ. กาญจนบุรี

    ไล่โว่ หรือที่แปลเป็นภาษาไทยว่า ผาหินแดง เป็นชุมชนคนโผล่งที่แวดล้อมด้วยขุนเขาและผืนป่า 
    อาณาเขตของตำบลไล่โว่เป็นส่วนหนึ่งของป่าทุ่งใหญ่นเรศวรแถบอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี 

    ภาพโดย ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ
  •   การแข่งขันยิงหน้าไม้ของอาข่า

    การแข่งขันยิงหน้าไม้ในเทศกาลโล้ชิงช้าของอาข่า ในวันที่ 13 กันยายน 2554 ที่บ้านสามแยกอีก้อ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
 
  Princess Maha Chakri Sirindhorn Anthropology Centre
Ethnic Groups Research Database
Sorted by date | title

   Record

 
Subject ปกาเกอะญอ จกอ คานยอ (กะเหรี่ยง),โพล่ง โผล่ง โพล่ว ซู (กะเหรี่ยง),วิถีชีวิต,สังคม,เศรษฐกิจ,ลำพูน
Author จันทบูรณ์ สุทธิ, สุทธิพงษ์ โพธิสว่าง และ สมศักดิ์ พัวพันธุ์
Title การสำรวจภาวะทางสังคมและเศรษฐกิจของชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง บ้านพระบาทห้วยต้ม ต.นาทราย อ.ลี้ จ.ลำพูน
Document Type รายงานการวิจัย Original Language of Text ภาษาไทย
Ethnic Identity โพล่ง โผล่ง โพล่ว ซู กะเหรี่ยง, ปกาเกอะญอ จกอ คานยอ กะเหรี่ยง, Language and Linguistic Affiliations จีน-ทิเบต(Sino-Tibetan)
Location of
Documents
ห้องสมุดศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร Total Pages 31 Year 2522
Source ศูนย์วิจัยชาวเขาจังหวัดเชียงใหม่ กรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงมหาดไทย.
Abstract

การวิจัยนี้เป็นการศึกษาเพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานทางด้านสังคมและเศรษฐกิจของชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงบ้านพระบาทห้วยต้ม ตำบลนาทราย อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน โดยผ่านการเก็บข้อมูลจากแบบสอบถามเกี่ยวกับประชากรและเศรษฐกิจในช่วงเดือน ธันวาคม 2521 - มกราคม 2522 ผลจากการศึกษาพบว่า ภาวะทางสังคม บ้านพระบาทห้วยต้ม แม้ว่าการปกครองจะขึ้นตรงกับทางราชการแต่ก็ยังมีผู้นำชุมชนที่ถือเอาระบบอาวุโสอยู่ด้วย ทั้งนี้ชุมชนกะเหรี่ยงแห่งนี้ถือว่ามีความผูกพันกับศาสนาพุทธ เพราะความศรัทธาในตัวครูบาวงศ์ ที่มีส่วนช่วยในการพัฒนาชุมชนเป็นอย่างมากทั้งในด้านการศึกษา การประกอบอาชีพ รวมทั้งเป็นกลไกหนึ่งที่ช่วยควบคุมความเป็นระเบียบภายในชุมชนโดยยึดถือหลักของศาสนา และจากการจัดตั้งโรงเรียนของคนในหมู่บ้านและความช่วยเหลือของศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา ทำให้คนในหมู่บ้านเรียนรู้ภาษาไทยสามารถอ่านออกเขียนได้มากขึ้น ภาวะทางเศรษฐกิจ - การเกษตรถือเป็นอาชีพหลักของกะเหรี่ยง โดยเป็นการทำไร่ข้าวและทำนาดำ แม้ว่ารายได้รวมต่อปีจะได้ไม่มากเท่ากับการรับจ้าง ซึ่งบางคนยึดเอาเป็นอาชีพหลัก หรือบางคนก็รับจ้างเป็นอาชีพเสริม แต่ทั้งนี้เกือบทุกครัวเรือนยังมีการปลูกพืชผักสวนครัวและไม้ผล เพื่อบริโภคในครัวเรือนเป็นสำคัญอีกด้วย จากที่กะเหรี่ยงในบ้านพระบาทห้วยต้มเป็นพวกมังสวิรัติ จึงไม่มีการเลี้ยงสัตว์เพื่อบริโภคหรือแม้แต่ไว้ขาย จะมีเพียงเลี้ยงวัว ควายและช้างไว้ใช้งานเท่านั้น ในรอบปี 2521 หน่วยพัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาได้เข้าไปช่วยการพัฒนาในด้านต่างๆ แก่กะเหรี่ยงทั้งการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ เช่น การเพิ่มผลผลิต การปลูกพืชบำรุงดิน การปรับปรุงพันธุ์พืช การพัฒนาแหล่งน้ำ การจัดตั้งธนาคารข้าว เป็นต้น นอกจากนี้ยังส่งเสริมการพัฒนาด้านสังคม ผ่านการพัฒนาด้านการศึกษา การฝึกอบรมวิชาชีพ การสร้างผู้นำชุมชน การจัดตั้งคณะกรรมการหมู่บ้าน ควบคู่กับการพัฒนาด้านอนามัย ซึ่งการพัฒนาทางด้านสังคมและเศรษฐกิจที่ดำเนินการโดยหน่วยนั้น ได้จัดลำดับความสำคัญก่อนหลังการพัฒนา โดยยึดหลักความต้องการและปัญหาของชุมชนเป็นหลัก

Focus

ศึกษาข้อมูลพื้นฐานทางด้านสังคมและเศรษฐกิจ ประชากร การใช้ประโยชน์ที่ดินของหมู่บ้านเป้าหมาย รวมทั้งการวิเคราะห์ด้านการใช้แรงงานประชากร และเสนอความเห็นเกี่ยวกับประชากรและการใช้ประโยชน์ที่ดินในอนาคต เพื่อเป็นแนวทางประกอบการพิจารณาวางแผนพัฒนาชุมชน

Theoretical Issues

ไม่มี

Ethnic Group in the Focus

กะเหรี่ยง

Language and Linguistic Affiliations

ความสามารถในการใช้ภาษาไทย ในด้านการพูดมีจำนวน 889 คน หรือคิดเป็นร้อยละประมาณ 37 สำหรับการอ่านเขียนมีเพียง 175 คนเท่านั้น และการอ่านเขียนภาษาอื่นหรือภาษากะเหรี่ยงมีจำนวน 139 คน หรือร้อยละ 5.71 คิดเปรียบเทียบจากประชากรที่มีอายุ 7 ปีขึ้นไป จำนวน 2433 คน (หน้า 8)

Study Period (Data Collection)

วันที่14 ธันวาคม พ.ศ. 2521 - วันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2522

History of the Group and Community

บ้านพระบาทห้วยต้มเริ่มตั้งเป็นชุมชนเมื่อประมาณ 8 ปีมาแล้ว คือ ในปี 2513 มีกะเหรี่ยงประมาณ 6 หลังคาเรือน ซึ่งศรัทธาในพุทธศาสนาและในตัวครูบาวงศ์ (ครูบาชัยวงศาพัฒนา) ซึ่งเป็นพระภิกษุที่จำพรรษา ณ วัดพระบาทห้วยต้ม และได้จาริกไปเผยแพร่ศาสนาตามหมู่บ้านชาวเขา ตั้งแต่ประมาณ ปี 2478 ได้อพยพเข้ามาตั้งบ้านเรือนอยู่รอบๆ วัดพระบาทห้วยต้ม เพื่อที่จะได้มีโอกาสทำบุญและปฏิบัติตนเป็นพุทธมามกะที่ดี ต่อมาในปี 2514 มีการอพยพเข้ามาตั้งบ้านเรือนอีก 50 หลังคาเรือน และในปี 2516 มีการอพยพกลุ่มใหญ่ถึง 300 หลังคาเรือน และหลังจากนั้นได้ทยอยอพยพเข้าในหมู่บ้านจนถึงปัจจุบัน และจากการที่ได้มีการตั้งบ้านเรือนจนเกิดเป็นชุมชนใหญ่ ทางราชการจึงได้ยกฐานะเป็นหมู่บ้านของทางราชการเมื่อปี 2519 โดยหมู่บ้านแห่งนี้เป็นหมู่บ้านมังสวิรัติ ในปี 2516 ได้มีการยื่นคำร้องต่อทางราชการ ขอกันพื้นที่ป่าสงวน เพื่อนำมาขจัดเป็นที่อยู่อาศัยและพื้นที่การเกษตร รวม 767 ไร่ (หน้า 2)

Settlement Pattern

สภาพที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่ คนในชุมชนเมื่อ 8 ปีที่แล้วอยู่ในลักษณะชั่วคราว และกึ่งถาวรแต่มีเป็นส่วนน้อย พื้นที่ที่อยู่อาศัยสำหรับปลูกบ้านนั้นแต่ละครัวเรือนจะได้รับส่วนแบ่งพื้นที่ประมาณ 2 งาน และเพื่อให้การตั้งบ้านเรือนเป็นระเบียบเรียบร้อยและสะดวกในการแบ่ง จึงมีการตัดถนนแบ่งพื้นที่เป็นบล็อก ซึ่งอยู่ภายใต้การอำนวยการของครูบาวงศ์ โดยใช้แรงงานชาวเขาภายในหมู่บ้านดำเนินการ (หน้า 11)

Demography

บ้านพระบาทห้วยต้มประกอบด้วยกะเหรี่ยง 546 ครัวเรือน 665 ครอบครัว แบะมีประชากรรวมทั้งหมด 2,899 คน เป็นชาย 1,457 คน และหญิง 1,442 มีขนาดครัวเรือนเฉลี่ย 5.31 คน และขนาดครัวเรือนเฉลี่ย 4.36 คน (หน้า 3) อัตราการเกิดในปี 2511 ของประชากรทั้งหมด 53 คน และมีการตาย 21 ราย ซึ่งในจำนวนนี้มีเด็กวัยต่ำกว่า 5 ขวบลงมาจำนวน 12 คน การวางแผนครอบครัว - ในหมู่บ้านยังไม่มีการรณรงค์อย่างจริงจังในการให้บริการวางแผนครอบครัว เนื่องจาก ชาวบ้านส่วนใหญ่มีความเชื่ออยู่ว่าเป็นการขัดกับหลักของศาสนา วิธีที่ใช้มีทั้งถุงยางอนามัย กินยา ฉีดยา นอกจากนี้ ยังมีชายติดต่อเจ้าหน้าที่อนามัยให้ช่วยทำหมันถาวรด้วย (หน้า 10)

Economy

อาชีพ - ร้อยละ 73.44 ของกะเหรี่ยงบ้านพระบาทห้วยต้มทำการเกษตรเป็นอาชีพหลัก รองลงมาเป็นอาชีพรับจ้าง การประกอบอุตสาหกรรมในครัวเรือน ค้าขาย ธุรกิจส่วนตัว ข้าราชการ ช่างผีมือ มากน้อยตามลำดับ สำหรับอาชีพรองที่ทำกันมากที่สุดได้แก่ อาชีพรับจ้าง ครัวเรือนที่ประกอบอาชีพการเกษตรจะปลูกข้าวไร่ มีพืชสวนครัวปลูกผสม เช่น ทำนาดำ ข้าวโพด ตามพื้นที่รอบ ๆ บริเวณหมู่บ้าน อาชีพประกอบอุตสาหกรรมในครัวเรือน เช่น การสกัดศิลาแลง ทอผ้า ทำหญ้าคาและตองตึงสำหรับมุงหลังคา อาชีพรับจ้าง เช่น รับจ้างปลูกสวนป่าของทางราชการ ฟันศิลาแลง รับจ้างประจำกับโครงการวิจัยของสถาบันวิจัย อาชีพค้าขาย เช่น การมีร้านค้าขายสินค้า การเป็นคนกลางในการขายสินค้าศิลาแลง และการค้าเร่ซึ่งเป็นการนำสินค้าเช่น พวกฝ้าย เสื้อผ้า อาชีพประกอบธุรกิจส่วนตัวได้แก่ มีช้างรับจ้าง มีรถรับจ้างและหุ้นส่วนเจ้าของโรงเรียน อาชีพช่างฝีมือ เช่น ช่างก่อสร้าง ช่างถ่ายรูป ช่างซ่อมจักรยาน การใช้ประโยชน์ที่ดิน - ใช้ในการเพาะปลูกพืชตามฤดูกาล เป็นจำนวนพื้นที่ 1,298 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ยังไม่มีหนังสือรับรองการใช้ประโยชน์จากทางราชการและส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เขตป่าสงวนฯ นอกจากนี้กรมป่าไม้ได้กันพื้นที่บริเวณข้างหมู่บ้านจำนวน 550 ไร่ เพื่อใช้เป็นที่ปลูกข้าว และปลูกถั่วแดง 300 ไร่ โดยมีโครงการหลวงพัฒนาภาคเหนือเป็นผู้ดำเนินการในปี 2521 ผลผลิต - ผลผลิตข้าวไร่และข้าวนาดำของชาวเขาฤดูเพาะปลูกปี 2521 ได้ผลผลิตต่ำเนื่องจากการที่ฝนทิ้งช่วงระหว่างการปลูก ผลผลิตเฉลี่ยของข้าวไร่ตั้งแต่ไม่มีผลผลิต - 34.29 ถังต่อไร่ ส่วนนาดำเฉลี่ยไร่ละ 5 ถัง - 33.33 ถัง สัตว์เลี้ยง - ไม่มีการเลี้ยงสัตว์พวกหมู ไก่ ที่บ้านห้วยต้ม เนื่องจากการที่ประชากรเป็นพวกมังสวิรัติ นอกจากจะไม่เลี้ยงเพื่อการบริโภคแล้ว ยังไม่มีการเลี้ยงไว้ขายอีกด้วย เพราะชาวบ้านเชื่อว่าสัตว์เหล่านี้เป็นตัวนำโรคต่างมาสู่คน ดังนั้นสัตว์ที่เลี้ยงไว้ได้แก่ วัว ควาย และช้าง ไม้ผลและพืชผักสวนครัว - ไม้ผลที่ปลูกทั้งหมดอยู่ภายในพื้นที่บ้าน และปลูกกันเกือบทุกครัวเรือน ไม้ผลที่ปลูกมี ขนุน มะพร้าว กล้วย ลำไย มะนาว มะโหน่ง มะเกี๋ยง พืชสวนครัวที่ปลูกไว้สำหรับบริโภคในครัวเรือนและมีเป็นจำนวนมากโดยมีการเตรียมดินสำหรับการปลูกอย่างถูกวิธี รายได้ - จำแนกตามลักษณะอาชีพ ได้แก่ รายได้จากการเกษตร ซึ่งก่อให้เกิดรายได้ที่เป็นตัวเงินและผลผลิต ซึ่งมาจากข้าวและอ้อยเป็นหลัก และรายได้นอกการเกษตรที่ได้มาจากอาชีพอื่นๆ การคิดเฉลี่ยรายได้ต่อประชากร 1 คน/ปี 967.82 บาท, รายได้ต่อครอบครัว/ปี 4,219.12 บาท และรายได้ต่อครัวเรือน/ปี 5,138.67 บาท ซึ่งอาชีพที่ก้อให้เกิดรายได้มากที่สุด ได้แก่ อาชีพรับจ้าง รองลงมาได้แก่ การเกษตร และอาชีพอุตสาหกรรมในครัวเรือน ในระดับที่ใกล้เคียงกัน แต่อาชีพข้าราชการสามารถสร้างรายได้น้อยที่สุด ทั้งนี้ระดับของรายได้ที่เป็นเงินสดของครัวเรือนต่อปี มีตั้งแต่ไม่มีรายได้ไปจนถึง 27,000 บาทต่อครัวเรือนต่อปี ภาวะหนี้สิน -- ยังอยู่ในรูปแบบทั้งการยืมเงิน ยืมข้าวสาร ข้าวเปลือก และสิ่งของ โดยแหล่งกู้ยืมมีทั้งภายในหมู่บ้านและ หมู่บ้านอื่นเช่น บ้านปวงคำ บ้านผาใต้ บ้านป่าจี้ เป็นต้น ซึ่งการกู้ภายในหมู่บ้านจะขอยืมมาจากญาติพี่น้อง ดังนั้นจึงไม่เสียค่าดอกเบี้ย แต่ในขณะที่กู้ยืมมาจากภายนอกจะต้องเสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 20-25 โดยมีวัตถุประสงค์ในการกู้ยืม ได้แก่ ผ่อนส่งรถยนต์โดยสารประจำทาง ซื้อข้าวมาบริโภค ลงทุนเพื่อค้าขาย รักษาพยาบาล และซื้อของใช้ในครัวเรือน แรงงาน - กะเหรี่ยงทำงานรับจ้างทั้งเป็นอาชีพหลักและอาชีพเสริมทั้งชายและหญิงรวม 621 คน ในกลุ่มนี้มีส่วนหนึ่งที่เป็นแรงงานเด็กและชายหญิงอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป ซึ่งชายในวัยแรงงานมีจำนวน 498 คน และเป็นหญิง 102 คน วันแรงงานของกลุ่มวัยแรงงานที่ทำงานรับจ้างเป็นอาชีพหลักและรอง โดยกำหนดให้มีวันสำหรับจ้างงานในรอบปีประมาณ 270 วัน ทรัพย์สิน - นอกเหนือจากบ้าน ที่ดิน สัตว์เลี้ยงและเงิน แล้วยังมีวิทยุ จักรยาน เกวียน โรงตีเหล็ก เครื่องหีบอ้อย เครื่องมือตีเหล็ก มอเตอร์ไซด์ รถยนต์โดยสารประจำทาง ธนาคารข้าว - พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานข้าวสาร 240 กระสอบ ในปี 2521 เพื่อจัดตั้งธนาคารข้าวที่บริเวณวัดพระบาทห้วยต้ม เพื่อการกู้ยืมข้าว เช่น หากยืมข้าว 10 ถัง ต้องส่งคืน 13 ถัง (หน้า 13-26)

Social Organization

ไม่มีข้อมูล

Political Organization

บ้านพระบาทห้วยต้มอยู่ในการปกครองของทางราชการหมู่ที่ 8 โดยมีผู้ใหญ่บ้าน 1 คน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน 2 คน ที่ได้รับการเลือกจากชาวบ้าน ให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นตัวแทนของทางราชการและชุมชน อย่างไรก็ตาม ผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยทั้ง 3 ยังไม่นับว่าเป็นผู้ที่มีอิทธิพลพอที่จะเป็นผู้นำที่แท้จริง แต่จะต้องได้รับความเห็นชอบจากครูบาวงศ์ก่อน และได้รับความร่วมมืออย่างดีจากชุมชน นอกจากการปกครองตามระบบราชการแล้ว ในทางศาสนา มีการตั้งบุคคลที่สูงอายุเป็นผู้นำกลุ่ม 8 คน ผู้นำกลุ่มทางศาสนาชาวบ้าน เรียกว่า "อาจารย์" ซึ่งมีหน้าที่คล้ายมัคทายก เช่น ดูแลรักษาวัด อบรมสั่งสอนชาวบ้านให้ประพฤติอยู่ในศีลธรรม เป็นผู้นำในการพัฒนาต่าง ๆ โดยใช้คำสอนทางศาสนาเป็นแนวทางในการกำหนดโดยเฉพาะศีล 5 และกฎหมาย ซึ่งเมื่อพบว่าทำผิดร้ายแรง จะมีผู้ใหญ่บ้านจัดการตามกฎหมาย และไล่ออกจากหมู่บ้านถ้าทำผิดละเมิดข้อห้ามทางศาสนาและกฎของหมู่บ้านอย่างร้ายแรง ซึ่งอาจารย์เหล่านี้จะดำเนินงานโดยผ่านนโยบายจากครูบาวงศ์อีกที กล่าวได้ว่า บ้านห้วยต้ม การปกครองใช้ทั้งหลักศาสนาและการปกครองควบคู่กันไป ทำหน้าที่ในทั้งด้านการพัฒนาทางอาชีพและด้านสังคมทั่วไป ประกอบด้วยชาวเขาจำนวน 9 นาย และเจ้าหน้าที่หน่วยพัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาเป็นเลขานุการคณะกรรมการ (หน้า 2-3)

Belief System

แม้ว่ากะเหรี่ยงจะนับถือพุทธศาสนาเป็นหลัก แต่ก็นับถือผีควบคู่ไปด้วย โดยในเทศกาลวันสำคัญทางพุทธศาสนาจะหยุดทำงาน และไปทำบุญที่วัด พิธีกรรมดั้งเดิมถูกยกเลิกไปเกือบหมด ที่ยังมีอยู่ก็ประยุกต์ให้เข้ากับศาสนาพุทธ เช่น การทานข้าวใหม่ในเดือน 4 ซึ่งจะนำข้าวเปลือกที่ผลิตได้ไปทานที่วัดตามศรัทธา และข้าวที่นำไปทานที่วัดจะเก็บไว้สำหรับใช้ภายในวัดและช่วยเหลือผู้ที่ขาดแคลนข้าวบริโภค แม้ว่าการนับถือศาสนาพุทธอย่างเคร่งครัด ในหมู่บ้านก็ยังมีผู้ประกอบพิธีต่างๆ โดยหมอผี เช่น การรักษาไข้ด้วยน้ำมนต์ ไล่ผีป่าที่สิงสู้คน ทำพิธีสะเดาะเคราะห์ พิธีสืบชะตา ดูดวงชะตาเมื่อไม่สบาย ผูกข้อมือสู่ขวัญ ผูกข้อมือแก่บ่าวสาว เป็นต้น ค่าบริการแต่ละครั้งตั้งแต่ 3 บาทขึ้นไป และค่าบริการนี้จะเป็นจำนวนเลขคู่ไม่ได้ (หน้า 5)

Education and Socialization

ไม่มีข้อมูล

Health and Medicine

บริการด้านอนามัยของทางราชการเข้ามาสู่หมู่บ้านประมาณปี 2515 โดยหน่วยพัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา จ.ลำปาง (ต่อมาโอนให้ศูนย์ฯ ลำพูน) โดยให้บริการด้านการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ในกรณีที่อาการรุนแรงจะส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลอำเภอลี้ หรือโรงพยาบาลประจำจังหวัดลำพูน นอกจากนี้ ยังได้รับการบริการจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และสุขภาพของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อป้องกันภาวะทุโภชนาการและภาวะโลหิตจาง รวมทั้งมีโครงการอบรมบุคลากรในหมู่บ้านเพื่อทำหน้าที่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน บ้านพระบาทห้วยต้มมีบ่อน้ำที่ชาวบ้านขุดเองและสะอาดเพื่อสำหรับการบริโภคจำนวน 360 บ่อ ในระยะแรกบ่อน้ำอยู่ในลักษณะไม่ถาวร ครูบาวงศ์จึงแนะนำให้ใช้ศิลาแลงทำ พร้อมทั้งได้รับการชี้แจงและร่วมทำจากเจ้าหน้าที่อนามัย และยังสร้างส้วมหลุมที่ถูกสุขลักษณะ ภายหลังต่อมาถูกพัฒนาเป็นส้วมซึม นอกจากนี้ยังได้จัดตั้งสหกรณ์ยาและเวชภัณฑ์ของหมู่บ้านขึ้นเมื่อปี 2520 เพื่อให้ชาวเขามียาและเวชภัณฑ์เพียงพอในการบำบัดรักษา ทั้งนี้เพื่อให้รู้จักประหยัดและเห็นคุณค่าของเวชภัณฑ์ รวมทั้งให้รู้จักการช่วยเหลือตนเองและซึ่งกันและกัน (หน้า 9-10)

Art and Crafts (including Clothing Costume)

ไม่มีข้อมูล

Folklore

ไม่มีข้อมูล

Ethnicity (Ethnic Identity, Boundaries and Ethnic Relation)

ไม่มีข้อมูล

Social Cultural and Identity Change

พิธีกรรมดั้งเดิมถูกยกเลิกไปเกือบหมด ที่ยังมีอยู่ก็ประยุกต์ให้เข้ากับศาสนาพุทธ เช่น การทานข้าวใหม่ในเดือน 4 โดยหันไปนับถือศาสนาพุทธเป็นหลัก และยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด (หน้า 5)

Critic Issues

ไม่มีข้อมูล

Other Issues

ไม่มี

Google Map

Map/Illustration

ไม่มี

Text Analyst ศรายุทธ โรจน์รัตนรักษ์ Date of Report 05 ก.ย. 2555
TAG ปกาเกอะญอ จกอ คานยอ (กะเหรี่ยง), โพล่ง โผล่ง โพล่ว ซู (กะเหรี่ยง), วิถีชีวิต, สังคม, เศรษฐกิจ, ลำพูน, Translator -
 
 

 

ฐานข้อมูลอื่นๆของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
  ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย
จารึกในประเทศไทย
จดหมายเหตุทางมานุษยวิทยา
แหล่งโบราณคดีที่สำคัญในประเทศไทย
หนังสือเก่าชาวสยาม
ภาพยนตร์ชาติพันธุ์
ข่าวมานุษยวิทยา
ICH Learning Resources
ฐานข้อมูลเอกสารโบราณภูมิภาคตะวันตกในประเทศไทย
ฐานข้อมูลประเพณีท้องถิ่นในประเทศไทย
ฐานข้อมูลสังคม - วัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  หน้าหลัก
งานวิจัยชาติพันธุ์ในประเทศไทย
บทความชาติพันธุ์
ข่าวชาติพันธุ์
เครือข่ายชาติพันธุ์
เกี่ยวกับเรา
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  ข้อมูลโครงการ
ทีมงาน
ติดต่อเรา
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
ช่วยเหลือ
  กฏกติกาและมารยาท
แบบสอบถาม
คำถามที่พบบ่อย


ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เลขที่ 20 ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170 
Tel. +66 2 8809429 | Fax. +66 2 8809332 | E-mail. webmaster@sac.or.th 
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2549    |   เงื่อนไขและข้อตกลง