ค้นหาข้อมูล
ค้นหาแบบละเอียด
  •   ความเป็นมาและหลักเหตุผล

    เพื่อรวบรวมงานวิจัยทางชาติพันธุ์ที่มีคุณภาพมาสกัดสาระสำคัญในเชิงมานุษยวิทยาและเผยแผ่สาระงานวิจัยแก่นักวิชาการ นักศึกษานักเรียนและผู้สนใจให้เข้าถึงงานวิจัยทางชาติพันธุ์ได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

  •   กลุ่มชาติพันธุ์และขอบเขตพื้นที่ที่จะสรุปงานวิจัยลงฐานข้อมูล

    ความหมายกลุ่มชาติพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาต่างๆ กัน ในขั้นแรกนี้โครงการฯ เลือกเก็บเนื้อหา “กลุ่มชาติพันธุ์” ต่างๆ ที่ถูกมองว่าเป็น “ชนกลุ่มน้อย” ของประเทศไทย ฐานข้อมูลจึงไม่มีงานวิจัยที่เกี่ยวกับคนไทยภาคกลาง  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ และยังไม่ได้รวมงานวิจัยเกี่ยวกับ “ชาวจีนโพ้นทะเล” ในประเทศไทย ซึ่งได้มีสถาบันวิชาการอื่นรวบรวมไว้แล้ว เช่น สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ภาพ-ข้าวห่อ อาหารของปกาเกอะญอ บ้านมอวาคี จ. เชียงใหม่
  •   ฐานข้อมูลจำแนกกลุ่มชาติพันธุ์ตามชื่อเรียกที่คนในใช้เรียกตนเอง ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ คือ

    1. ชื่อเรียกที่ “คนอื่น” ใช้มักเป็นชื่อที่มีนัยในทางเหยียดหยาม ทำให้สมาชิกกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ รู้สึกไม่ดี อยากจะใช้ชื่อที่เรียกตนเองมากกว่า ซึ่งคณะทำงานมองว่าน่าจะเป็น “สิทธิพื้นฐาน” ของการเป็นมนุษย์

    2. ชื่อเรียกชาติพันธุ์ของตนเองมีความชัดเจนว่าหมายถึงใคร มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอย่างไร และตั้งถิ่นฐานอยู่แห่งใดมากกว่าชื่อที่คนอื่นเรียก ซึ่งมักจะมีความหมายเลื่อนลอย ไม่แน่ชัดว่าหมายถึงใคร เช่น คำว่า “ลัวะ” ถูกใช้ในเรียกรวมในกลุ่ม ลเวือะ ลัวะ และปลัง เป็นต้น


    ภาพ-เยาวชนปกาเกอะญอ บ้านมอวาคี จ.เชียงใหม่

  •  

    จากการรวบรวมงานวิจัยในฐานข้อมูลและหลักการจำแนกชื่อเรียกชาติพันธุ์ที่คนในใช้เรียกตนเอง พบว่า ประเทศไทยมีกลุ่มชาติพันธุ์มากกว่า 62 กลุ่ม


    ภาพ-สุภาษิตปกาเกอะญอ
  •   การจำแนกกลุ่มชนมีลักษณะพิเศษกว่าการจำแนกสรรพสิ่งอื่นๆ

    เพราะกลุ่มชนต่างๆ มีความรู้สึกนึกคิดและภาษาที่จะแสดงออกมาได้ว่า “คิดหรือรู้สึกว่าตัวเองเป็นใคร” ซึ่งการจำแนกตนเองนี้ อาจแตกต่างไปจากที่คนนอกจำแนกให้ ในการศึกษาเรื่องนี้นักมานุษยวิทยาจึงต้องเพิ่มมุมมองเรื่องจิตสำนึกและชื่อเรียกตัวเองของคนในกลุ่มชาติพันธุ์ 


    ภาพ-สลากย้อม งานบุญของยอง จ.ลำพูน
  •   มโนทัศน์ความหมายกลุ่มชาติพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาต่างๆ กัน

    ในช่วงทศวรรษของ 2490-2510 ในสาขาวิชามานุษยวิทยา “กลุ่มชาติพันธุ์” คือ กลุ่มชนที่มีวัฒนธรรมเฉพาะแตกต่างจากกลุ่มชนอื่นๆ ซึ่งมักจะเป็นการกำหนดในเชิงวัตถุวิสัย โดยนักมานุษยวิทยาซึ่งสนใจในเรื่องมนุษย์และวัฒนธรรม

    แต่ความหมายของ “กลุ่มชาติพันธุ์” ในช่วงหลังทศวรรษ 
    2510 ได้เน้นไปที่จิตสำนึกในการจำแนกชาติพันธุ์บนพื้นฐานของความแตกต่างทางวัฒนธรรมโดยตัวสมาชิกชาติพันธุ์แต่ละกลุ่มเป็นสำคัญ... (อ่านเพิ่มใน เกี่ยวกับโครงการ/คู่มือการใช้)



    ภาพ-หาดราไวย์ จ.ภูเก็ต บ้านของอูรักลาโว้ย
  •   สนุก

    วิชาคอมพิวเตอร์ของนักเรียน
    ปกาเกอะญอ  อ. แม่ลาน้อย
    จ. แม่ฮ่องสอน


    ภาพโดย อาทิตย์    ทองดุศรี

  •   ข้าวไร่

    ผลิตผลจากไร่หมุนเวียน
    ของชาวโผล่ว (กะเหรี่ยงโปว์)   
    ต. ไล่โว่    อ.สังขละบุรี  
    จ. กาญจนบุรี

  •   ด้าย

    แม่บ้านปกาเกอะญอ
    เตรียมด้ายทอผ้า
    หินลาดใน  จ. เชียงราย

    ภาพโดย เพ็ญรุ่ง สุริยกานต์
  •   ถั่วเน่า

    อาหารและเครื่องปรุงหลัก
    ของคนไต(ไทใหญ่)
    จ.แม่ฮ่องสอน

     ภาพโดย เพ็ญรุ่ง สุริยกานต์
  •   ผู้หญิง

    โผล่ว(กะเหรี่ยงโปว์)
    บ้านไล่โว่ 
    อ.สังขละบุรี
    จ. กาญจนบุรี

    ภาพโดย ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ
  •   บุญ

    ประเพณีบุญข้าวใหม่
    ชาวโผล่ว    ต. ไล่โว่
    อ.สังขละบุรี  จ.กาญจนบุรี

    ภาพโดยศรยุทธ  เอี่ยมเอื้อยุทธ

  •   ปอยส่างลอง แม่ฮ่องสอน

    บรรพชาสามเณร
    งานบุญยิ่งใหญ่ของคนไต
    จ.แม่ฮ่องสอน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ปอยส่างลอง

    บรรพชาสามเณร
    งานบุญยิ่งใหญ่ของคนไต
    จ.แม่ฮ่องสอน

    ภาพโดย เบญจพล  วรรณถนอม
  •   อลอง

    จากพุทธประวัติ เจ้าชายสิทธัตถะ
    ทรงละทิ้งทรัพย์ศฤงคารเข้าสู่
    ร่มกาสาวพัสตร์เพื่อแสวงหา
    มรรคผลนิพพาน


    ภาพโดย  ดอกรัก  พยัคศรี

  •   สามเณร

    จากส่างลองสู่สามเณร
    บวชเรียนพระธรรมภาคฤดูร้อน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   พระพาราละแข่ง วัดหัวเวียง จ. แม่ฮ่องสอน

    หล่อจำลองจาก “พระมหามุนี” 
    ณ เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า
    ชาวแม่ฮ่องสอนถือว่าเป็นพระพุทธรูป
    คู่บ้านคู่เมืององค์หนึ่ง

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม

  •   เมตตา

    จิตรกรรมพุทธประวัติศิลปะไต
    วัดจองคำ-จองกลาง
    จ. แม่ฮ่องสอน
  •   วัดจองคำ-จองกลาง จ. แม่ฮ่องสอน


    เสมือนสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม
    เมืองไตแม่ฮ่องสอน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ใส

    ม้งวัยเยาว์ ณ บ้านกิ่วกาญจน์
    ต. ริมโขง อ. เชียงของ
    จ. เชียงราย
  •   ยิ้ม

    แม้ชาวเลจะประสบปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย
    พื้นที่ทำประมง  แต่ด้วยความหวัง....
    ทำให้วันนี้ยังยิ้มได้

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ผสมผสาน

    อาภรณ์ผสานผสมระหว่างผ้าทอปกาเกอญอกับเสื้อยืดจากสังคมเมือง
    บ้านแม่ลาน้อย จ. แม่ฮ่องสอน
    ภาพโดย อาทิตย์ ทองดุศรี
  •   เกาะหลีเป๊ะ จ. สตูล

    แผนที่ในเกาะหลีเป๊ะ 
    ถิ่นเดิมของชาวเลที่ ณ วันนี้
    ถูกโอบล้อมด้วยรีสอร์ทการท่องเที่ยว
  •   ตะวันรุ่งที่ไล่โว่ จ. กาญจนบุรี

    ไล่โว่ หรือที่แปลเป็นภาษาไทยว่า ผาหินแดง เป็นชุมชนคนโผล่งที่แวดล้อมด้วยขุนเขาและผืนป่า 
    อาณาเขตของตำบลไล่โว่เป็นส่วนหนึ่งของป่าทุ่งใหญ่นเรศวรแถบอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี 

    ภาพโดย ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ
  •   การแข่งขันยิงหน้าไม้ของอาข่า

    การแข่งขันยิงหน้าไม้ในเทศกาลโล้ชิงช้าของอาข่า ในวันที่ 13 กันยายน 2554 ที่บ้านสามแยกอีก้อ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
 
  Princess Maha Chakri Sirindhorn Anthropology Centre
Ethnic Groups Research Database
Sorted by date | title

   Record

 
Subject มอญ,สภาพสังคม,วัฒนธรรม,การเปลี่ยนแปลง,ลุ่มแม่น้ำแม่กลอง,ราชบุรี
Author บุบผา มีสุข
Title สภาพสังคมวัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของชุมชนไทยเชื้อสายมอญลุ่มน้ำแม่กลอง จังหวัดราชบุรี
Document Type รายงานการวิจัย Original Language of Text ภาษาไทย
Ethnic Identity - Language and Linguistic Affiliations ออสโตรเอเชียติก(Austroasiatic)
Location of
Documents
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร Total Pages 228 Year 2541
Source สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติกระทรวงศึกษาธิการ
Abstract

การศึกษาเรื่องสภาพสังคมวัฒนธรรม ที่เปลี่ยนแปลงไปของขุมชนไทยเชื้อสายมอญ ลุ่มน้ำแม่กลอง จังหวัดราชบุรี ผู้เขียน ทำความเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงทางสังคม วัฒนธรรม ของชุมชนมอญ ในประเด็นที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะเป็นสถาบันครอบครัว สถาบันการศึกษา สถาบันสาธารณสุขความเชื่อในด้านต่าง ๆ ล้วนเกิดความเปลี่ยนแปลงไปอย่างช้า ๆ รวมไปถึง สาเหตุที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ทางสังคม วัฒนธรรมที่เกิดจากปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ เทคโนโลยีสารสนเทศ จะอย่างไรก็ตาม มอญยังคงยึดถือและปฏิบัติตามจารีตประเพณีทางสังคมและวัฒนธรรมแบบเดิมอยู่ตลอดมา ( หน้า 216-228 )

Focus

เป็นการศึกษาถึงการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมรวมไปถึงปัจจัยที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมวัฒนธรรมในสังคมของชุมชนไทยเชื้อสายมอญลุ่มน้ำแม่กลอง จังหวัดราชบุรี

Theoretical Issues

ผู้เขียนวิเคราะห์จากปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมทางกายภาพที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านลักษณะจำนวนประชากร ปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจ ปัจจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสารสนเทศที่เป็นปัจจัยภายนอกที่มีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตของคนไทยเชื้อสายมอญโดยมีแนวคิดว่า สังคมทุกแห่งในปัจจุบันเริ่มเข้าสู่สังคมแห่งยุคข่าวสารมากยิ่งขึ้น ผู้เขียนจึงเชื่อมโยงแนวคิดทั้งหมดที่กล่าวมานี้วิเคราะห์และสรุปประเด็นปัญหาต่าง ๆ เพื่อเป็นแนวทางในการศึกษา (หน้า 223-227)

Ethnic Group in the Focus

คนไทยเชื้อสายมอญ

Language and Linguistic Affiliations

คนไทยเชื้อสายมอญใช้ภาษามอญซึ่งมีทั้งภาษาพูดและภาษาเขียน ภาษามอญ เป็นภาษาที่สร้างคำด้วยการติดต่อคำแต่ในปัจจุบันมีลักษณะใกล้เคียงกับภาษาคำโดด เพราะได้รับอิทธิพลมาจากภาษาไทยและภาษาจีน ภาษามอญเป็นภาษาที่เก่าแก่มีอายุเป็นพัน ๆ ปี มีหลายชนชาติที่นำอักษรมอญมาดัดแปลงใช้ในภาษาของตน เช่น ไทยลื้อ ผู้ไทย ไทยสิบสองปันนา เป็นต้น (หน้า 95)

Study Period (Data Collection)

ตุลาคม พ.ศ. 2538 ถึง เดือนกันยายน พ.ศ. 2539

History of the Group and Community

ตามตำนานเมืองราชบุรีกล่าวว่าเดิมที่ตั้งอำเภอบ้านโป่ง เป็นอาณาเขตของเมืองทวารวดีมีชาวอินเดียและชาวเขมรอาศัยอยู่ในแถบนี้ จากหลักฐานชาวอินเดียได้นำเอาชื่อเมืองในอินเดียมาตั้งเป็นชื่อของท้องถิ่นทางด้าตะวันออกของแม่น้ำแม่กลอง เรียกว่า หมู่บ้านโกสินารายณ์ ปัจจุบันอยู่ในตำบลท่าผา ในสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี มอญได้อพยพครอบครัวเข้ามาทางด่านเจดีย์สามองค์มาตามลำน้ำแม่กลอง และได้ยึดพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำแม่กลองเป็นที่อยู่อาศัย และตั้งขึ้นเป็นชุมชนในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เป็นอำเภอที่ตำบลท่าผาเป็นครั้งแรก ใน ร.ศ. 124 ทางรัฐบาลได้สร้างทางรถไฟผ่านตำบลบ้านโป่ง ทำให้การคมนาคมไปอำเภอท่าผาได้สะดวก จึงย้ายที่ว่าการอำเภอมาตั้งที่อำเภอบ้านโป่งสืบมาจนถึงทุกวันนี้ ส่วนอำเภอโพธารามเดิมตั้งอยู่ที่ปากคลองบางโตนดอยู่ทางฝั่งขวาของแม่น้ำแม่กลอง เรียกว่าแขวงเอ็ดเสมียด ในรัชกาลที่ 5 ได้ย้ายที่ทำการอำเภออยู่ในท้องที่ตำบลโพธารามเมื่อ พ.ศ. 2438 ที่ทำการอยู่บนฝั่งซ้ายของแม่น้ำแม่กลอง เพราะว่าอำเภอโพธารามในสมัยนั้นอยู่ริมฝั่งแม่น้ำแม่กลอง เมื่อน้ำหลากตลิ่งก็จะพังลง ประกอบกับจำนวนข้าราชการก็เพิ่มมากขึ้น จึงย้ายที่ว่าการอำเภอโพธารามไปอยู่ทางตะวันออกของสถานีรถไฟโพธารามเมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2495 และเทศบาลเมืองและสถานีตำรวจอำเภอโพธารามได้ย้ายตามมาอยู่ในบริเวณ ใกล้เคียงกับที่ว่าการอำเภอโพธารามมาจนถึงทุกนี้ (หน้า 25, 28)

Settlement Pattern

การตั้งถิ่นฐานของคนไทยเชื้อสายมอญในอดีตมักจะนิยมปลูกบ้านให้หันไปทางทิศเหนือ เพราะมอญเชื่อว่า บรรพบุรุษของตนอพยพมาจากทิศเหนือเข้าสู่ประเทศมอญและพม่า คนไทยเชื้อสายมอญนิยมปลูกบ้านอยู่ริมน้ำ ตามแม่น้ำต่าง ๆ ลักษณะการปลูกบ้านจะปลูกอยู่ในแนวเดียวกัน คือหันไปทางทิศเหนือ หันด้านข้างให้แม่น้ำ เพราะสะดวกแก่การนำศพของบิดามารดาลงจากบ้าน ซึ่งต้องลงทางทิศเหนือของบ้าน และฝาบ้านต้องรื้อทำให้ไม่สะดวกจึงปลูกบ้านหันไปทางทิศเหนือเพื่อสะดวกในการนำศพไปฌาปนสถาน ดังนั้น จึงไม่ค่อยเห็นประเพณีการรื้อฝาบ้านในชุมชนของมอญ การปลูกบ้านของคนไทยเชื้อสายมอญลุ่มน้ำแม่กลอง จังหวัดราชบุรี จะปลูกบ้านแบบอยู่รวมกันเป็นหมู่ ขยายไปตามความยาวของลำน้ำแม่กลอง ทั้งนี้เพราะจะได้สะดวกในการใช้น้ำในการการอุปโภค บริโภค รูปทรงลักษณะของบ้านจะคล้ายคลึงกันและจะนิยมปลูกบ้านเต็มพื้นที่ของบริเวณบ้านหลังคาจะชิดกัน (หน้า 144-147)

Demography

ในงานกล่าวแต่เพียงว่าประชากรของอำเภอบ้านโป่งมีอยู่หลายเผ่าพันธุ์ คือ ไทย จีน ลาวเวียง ลาวยวน หรือไทยยวน มอญ มีจำนวนประชากรทั้งสิ้น 144,749 คน ชาย 70,972 คน หญิง 73,777 คน (หน้า 26) ส่วนประชากรของอำเภอโพธาราม มีจำนวนราษฎรนอกเขตเทศบาลจำนวน 107,422 คน เป็นชายจำนวน 54,953 คน หญิง 52,469 คน จำนวนราษฎรอยู่ในเขตเทศบาล 12,711 คน เป็นชาย 6,201 คน หญิง 6,510 คน จำนวนครอบครัวนอกเขตเทศบาลมีจำนวน 23,031 ครอบครัว จำนวนครอบครัวในเขตเทศบาล 2,179 ครอบครัว จำนวนหลังคาเรือนนอกเขตเทศบาล จำนวน 23,353 หลังเรือน จำนวนหลังคาเรือนในเขตเทศบาล จำนวน 3,564 หลังคาเรือน (ข้อมูลนอกเขต วันที่ 30 พฤษภาคม 2536 ข้อมูลในเขต วันที่ 30 กันยายน 2536) (หน้า 30)

Economy

สังคมของคนไทยเชื้อสายมอญเป็นสังคมการผลิตเพื่อยังชีพมากกว่าการผลิตเพื่อขาย การทำนาเป็นอาชีพหลักของคนไทยเชื้อสายมอญลุ่มน้ำแม่กลอง จังหวัดราชบุรี ในฤดูทำนา ถ้าไม่ใช่วันพระ คนไทยเชื้อสายมอญจะไถนาในตอนเช้า นา เกี่ยวหญ้า เกี่ยวข้าวในตอนเช้า ตอนบ่าย ในฤดูแล้ง จะปลูก ถั่วเขียว ข้าวโพด และปลูกผัก เช่น มะเขือ มะระ ผักกาด ยาสูบ ตามริมฝั่งแม่น้ำที่เป็นตะกอนอุดมสมบูรณ์ไปกับปุ๋ยตามธรรมชาติ ในการทำนาก็จะได้ผลดี หากปีใดฝนแล้งขาดน้ำการทำนาก็ไม่ได้ผล ปีไหนน้ำมีมากเกินไป นาก็จะล่ม ทำให้ได้ผลผลิตน้อย แต่ถึงจะได้ผลผลิตน้อย คนไทยเชื้อสายมอญก็ไม่ค่อยเดือดร้อนเท่าไรนัก เพราะในลำน้ำแม่กลองยังมี กุ้ง หอย ปู ปลา ซึ่งเป็นอาหารที่สำคัญ เวลาจับสัตว์น้ำได้พวกเขาจะนำมาแบ่งปันกันกินและนำมาถนอมอาหารเก็บไว้ ครอบครัวละหลาย ๆ ปี๊บ บ้างก็นำปลามาทำน้ำปลา นอกจากนี้ ยังมีพืชผักผลไม้ ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ นำมาแลกเปลี่ยนแบ่งปันกัน เช่น นำอ้อยมาแลกกับมะพร้าวจากคนจีน เป็นต้น ในการแลกเปลี่ยนสินค้าจะไม่นิยมนำสินค้ามาแลกเปลี่ยนกันนอกหมู่บ้าน หรือมีส่วนน้อย แต่ต่อมาเกิดความต้องการสินค้ามากขึ้น การผลิตเพื่อการค้าเริ่มเข้ามาแทนที่การผลิตเพื่อการอุปโภคบริโภค และการแลกเปลี่ยนสินค้ากัน สังคมไทยเชื้อสายมอญจึงเริ่มใช้ระบบเงินตราแทน ในหมู่บ้านก็เริ่มมีร้านขายของชำ นำผลผลิตที่ได้จากไร่นามาขายในตลาด และซื้อสินค้าจากตลาดมาใช้ในหมู่บ้าน ส่วนการทอผ้า ซึ่งเดิมเมื่อทอเสร็จจำนำมาตัดเป็นเสื้อผ้าไว้ใช้กันเอง แต่เดี๋ยวนี้ไม่นิยมทอผ้าไว้ใช้เอง จะซื้อจากตลาดข้างนอก เพราะคิดว่าสะดวกกว่าการทอใช้เอง และผ้าที่ซื้อสีสันสวยงามด้วย เมื่อเปลี่ยนจากผลิตเพื่อยังชีพเป็นผลิตเพื่อขายและใช้ระบบเงินตราแทนการแลกเปลี่ยน ทำให้ปัจจุบันเศรษฐกิจเจริญมากขึ้น

Social Organization

คนไทยเชื้อสายมอญมีระบบในการสืบทอดผีเรือนหรือผีบรรพบุรุษผ่านบุตรชายคนโตของครอบครัวเท่านั้น เมื่อบิดามารดาเสียชีวิต บุตรชายคนโตจะต้องรับเลี้ยงผี เซ่นไหว้ผีบรรพบุรุษ แต่ถ้าหากว่าบุตรคนโตเป็นผู้หญิง ผู้ที่เป็นน้องชายของบิดาจะต้องรับการสืบทอดผีต่อไป กลุ่มคนที่นับถือผีบรรพบุรุษเดียวกันจะถือว่ามีผีเดียวกันหรืออยู่ในตระกูลเดียวกัน ลูกสาวหรือหลานสาวที่ไปแต่งงานกับตระกูลอื่นก็ต้องนับถือผีทางครอบครัวของฝ่ายชาย ครอบครัวของคนไทยเชื้อสายมอญเป็นครอบครัวขยายเพราะว่าสังคมของมอญมีอาชีพเกษตรกรรมต้องใช้แรงงานในครอบครัว ลูกหลานจะไม่แยกบ้านไปอยู่ถิ่นอื่นแต่จะปลูกบ้านอยู่ใกล้บ้านพ่อ แม่ของตนและบ้านที่พ่อ แม่อาศัยอยู่จะยกให้น้องคนสุดท้อง คนไทยเชื้อสายมอญจะมีความกตัญญูต่อ พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย เห็นได้จากการที่ลูกหลานไปแต่งงานอยู่ถิ่นอื่นจะกลับมาเยี่ยมเยียน พ่อ แม่ อยู่เสมอ สังคมของมอญจะอยู่กันแบบผัวเดียวเมียเดียว ชุมชนที่อยู่กันส่วนใหญ่จะเป็นเครือญาติเดียวกันทั้งนั้น วิถีชีวิตของคนไทยเชื้อสายมอญ ในอำเภอบ้านโป่งจะมีวิถีชีวิตแบบเรียบง่ายมีความเสมอภาคกันในสังคม มีความเป็นปึกแผ่น มีผู้นำในการสืบทอดวัฒนธรรม เช่น พระสงฆ์ ผู้ใหญ่บ้าน อดีตข้าราชการครู เป็นต้น (หน้า 44,55,216)

Political Organization

ไม่มีข้อมูล

Belief System

คนไทยเชื้อสายมอญนับถือศาสนาพุทธมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนากันอย่างเหนียวแน่น ด้านความเชื่อของมอญแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ 1. ความเชื่อและศรัทธาในพุทธศาสนา คนไทยเชื้อสายมอญมีความเชื่อว่าการที่พวกเขาได้ทำบุญรักษาศีลห้าเป็นสิ่งที่ดี คนไทยเชื้อสายมอญจะไม่เลี้ยงสัตว์ไว้เป็นอาหาร เพราะการเลี้ยงสัตว์ไว้เป็นอาหารถือเป็นบาป ทุกวันพระ คนส่วนใหญ่จะไปทำบุญ ฟังเทศน์ และรักษาศีล พระภิกษุคนไทยเชื้อสายมอญจะปฏิบัติตัวเคร่งครัดมาก พระภิกษุจะไม่พูดจากับผู้หญิง ถึงแม้ว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็นน้องตามสายเลือดก็ตาม คนไทยเชื้อสายมอญจะเคารพพระสงฆ์ พระสงฆ์เป็นผู้สืบทอดศาสนาจากพระพุทธเจ้า พวกเขาจะให้ความสำคัญกับการทำบุญมาก แม้ว่าไม่มีกินก็ขอได้มีไว้ทำบุญพวกเขาก็พอใจแล้ว จะสังเกตได้ว่าทุกหมู่บ้านของพวกมอญจะมีวัดประจำหมู่บ้าน 2. ความเชื่อในเรื่องอำนาจของผีสิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาติ เมื่อเกิดโรคภัยไข้เจ็บ หรือมีภยันตราย พวกเขาคิดว่า เกิดจากผี หรืออำนาจเร้นลับเป็นผู้กระทำผีที่มอญนับถือ มี 2 ประเภท คือ ผีประจำหมู่บ้าน หรือผีกลางบ้านกับผีบรรพบุรุษ ผีประจำตระกูล ชนคนไทยเชื้อสายมอญจะทำพิธีเซ่นไหว้สิ่งศักดิ์สิทธ์ปีละ 1 ครั้งพวกเขาเชื่อว่าผีประจำหมู่บ้านจะคอยคุ้มครองปกปักรักษาชาวบ้านให้อยู่ดีมีสุขส่วนผีประจำตระกูลคือวิญญาณ ของบรรพบุรุษที่ตายไปแล้วแต่ยังวนเวียน ช่วยปกปักรักษาให้ลูกหลานได้อยู่ดีมีสุขถ้าลูกหลานได้กราบไหว้บูชา เลี้ยงผีครอบครัวก็จะมีความสุข แต่หากไม่ทำการกราบไหว้บูชา จะทำให้ได้รับความเดือดร้อนเกิดโรคภัยไข้เจ็บถึงตายได้ บางตระกูลจะนับถือผีงูพวกเขาเชื่อว่างูคือผี ปู่ ย่า ตา ยาย แปลงกายมา เยี่ยมเยียน ในด้านพิธีกรรมส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับความเชื่อทางด้านศาสนาและความเชื่อในสิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาติ พิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับการทำมาหากินก็คือ การเซ่นไหว้แม่ธรณีเมื่อข้าวตั้งท้องก็จะเซ่นไหว้พระแม่โพสพด้วยกล้วยกับมะพร้าว ส่วนพิธีกรรมที่เกี่ยวกับวิถีชีวิต คือประเพณีมอญร้องไห้ เป็นต้น พิธีกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับศาสนาคนไทยเชื้อสายมอญจะยึดถือและปฏบัติพิธีกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับศาสนาของคนไทยเชื้อสายมอญจะยึดถือและปฏิบัติ พิธีกรรมนั้นอย่างเคร่งครัดมาก ( หน้า 46-55)

Education and Socialization

ไม่ระบุรายละเอียดชัดเจน

Health and Medicine

ผู้เขียนกล่าวถึง สุขภาพและการใช้ยารักษาโรคของคนไทยเชื้อสายมอญว่า ก่อนที่จะมีโรงพยาบาลหญิงที่มีครรภ์มักจะดื่มน้ำมะพร้าวอ่อนและดื่มยาที่ทำมาจากเกษรดอกไม้หรือนำดอกบัวหลวง ดอกบัวเผื่อน แก่นมะซาง เปลือกหอยตากแห้งมาตำให้ละเอียดผสมกับนมวัว ไว้ดื่มกันเพื่อที่จะได้คลอดบุตรง่าย เวลาทำคลอดก็ทำคลอดโดยหมอตำแยหากเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็จะหาสมุนไพรมารับประทานเอง การรักษาโรคส่วนใหญ่มอญจะรักษาด้วยยาสมุนไพรจากธรรมชาติ พวกเขาก็มีความรู้เรื่องสมุนไพรเป็นอย่างดี แต่เมื่อมีอาการเจ็บป่วยที่ร้ายแรงพวกเขาจะไปหาคนทรงเจ้าเพื่อดูว่าผู้ป่วยเป็นโรคอะไร ไปทำผิดผีหรือเปล่าแล้วก็จะทำการแก้ไขตามที่คนทรงบอก เพราะพวกเขามีความเชื่อเรื่องผีอยู่แล้วอีกทั้งยังเชื่อเรื่องการทิ้งกระบาน การสะเดาะเคราะห์และ การไปรักษาโรคที่โรงพยาบาลจะเสียค่าใช้จ่ายมากกว่า การรักษาด้วยสมุนไพรแต่สมัยปัจจุบันการแพทย์และสาธารณะสุขเจริญขึ้นแล้ว คนไทยเชื้อสายมอญมีการศึกษาสูงขึ้นเมื่อเกิดการเจ็บป่วยก็จะเข้ารักษาที่โรงพยาบาลแทนการรักษาด้วยยาแผนโบราณ ( หน้า 80-84,206,218 )

Art and Crafts (including Clothing Costume)

ด้านสถาปัตยกรรมของคนไทยเชื้อสายมอญลุ่มน้ำแม่กลอง ได้แก่ ศาลของผีกลางบ้าน ศาลผีบรรพบุรุษ อุโบสถ เจดีย์ วิหาร กุฏิสงฆ์ งานสถาปัตยกรรมที่สวยงามและน่าสนใจส่วนใหญ่มักจะอยู่ที่วัด อย่างเช่น กุฏิ 9 ห้องของเจ้าอาวาสวัดคงคาราม เป็นมรดกทางศิลปะวัฒนธรรมที่สร้างด้วยไม้สัก เป็นเรือนทรงไทยมีลวดลายแกะสลักอยู่ใต้กรอบประตูหน้าต่างเป็นลวดลายดอกไม้และรูปขาสิงห์ช่อพักเป็นตัวลำยองติดกระจกทองหน้าบันสลักลายก้านแล่งปิดทอง บ่งบอกฐานะของผู้ที่อยู่ในกุฏิได้อย่างชัดเจน (หน้า 115-116) ด้านหัตถกรรม มีการทำกันทุกหลังคาเรือนผู้หญิงจะทอผ้าให้คนในครอบครัวได้นุ่งห่มกัน ส่วนผู้ชายจะทำการจักสานด้วยไม้ไผ่เช่น สานกระบุง กระด้ง กะโล่ สุ่มไก่ งานหัตถกรรมที่นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน จะมีรูปแบบเรียบง่ายไม่ค่อยจะปราณีตสวยงามมากนัก แต่ถ้าเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาจะประดิษฐ์กันอย่างประนีตและงดงามมาก ตัวอย่าง เช่น การทอผ้าไปวัดจะมีสีสันสวยงามมากกว่าที่ใช้อยู่กับบ้าน (หน้า 119,120) ด้านศิลปะการแสดง ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับสิ่งเร้นลับเหนือธรรมชาติ เพื่อทำการอ้อนวอนบวงสรวงต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ศิลปะการรำจะใช้ได้ในทุกโอกาสไม่ว่าจะเป็นงานมงคลหรืองานอวมงคล การรำ ปัจจุบัน จะมีอยู่ 12 ท่าใช้เพลง 12 ภาษาประกอบการฟ้อนรำ มีวงปี่พาทย์เป็นดนตรีประกอบ ส่วนการละเล่นพื้นบ้านก็มีการรำมอญซ่อนผ้า การเล่นลูกข่างเล่นเพลงพวงมาลัยเป็นต้น ( หน้า 107 ) ด้านการแต่งกาย สตรีไทยเชื้อสายมอญจะนุ่งผ้าถุงสีพื้น เช่น สีดำ สีแดง สีเขียว สีน้ำตาล สีฟ้า ที่ทอด้วยมือเย็บติดกัน นุ่งผ้ายาวกรอมเท้า ใช้ผ้าแถบคาดอกเวลาไปวัดจะมีแถบสไบเฉียงอีกผืนหนึ่งส่วนเสื้อจะเป็นผ้าลูกไม้เย็บด้วยมือ คอกลม ไม่มีปก ตัวเข้ารูป แขนสามส่วน ทรงผมไว้ผมยาวเกล้าทำเป็นมวยต่ำ ไว้ด้านหลังเกล้าไม่สูงนักด้านหน้าหวีเสยขึ้น ด้านบนเปิดหน้าผาก กว้าง มีปิ่นปักผม ใส่ตุ้มหูสวมกำไลมือ เป็นต้น ส่วนผู้ชายในสมัยก่อนจะนึ่งโสร่งแต่สมัยปัจจุบันจะนุ่งโจงกระเบน สวมเสื้อคอกลม แขนกระบอก ผ่าอกตัวติดกระดุม ใช้ผ้าคาดเอวและใช้ผ้าขาวม้า 1 ผืนพาดไหล่ทั้งสองข้างจากด้านหน้าไปด้านหลังชายผ้าทั้งสองข้างอยู่ด้านหลัง ทรงผมไว้ผมตัดเหมือนคนไทย ( หน้า 110-112 )

Folklore

ไม่มีข้อมูล

Ethnicity (Ethnic Identity, Boundaries and Ethnic Relation)

ไม่มีข้อมูล

Social Cultural and Identity Change

ผู้เขียนได้กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านสังคมวัฒนธรรม กล่าวคือ การเปลี่ยนวิถีชีวิตตามปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ เนื่องจากสิ่งแวดล้อมของชุมชนไทยเชื้อสายมอญเป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก แต่เดิมจะเพาะปลูกแบบยังชีพ ความอุดมสมบูรณ์ของพื้นดินไม่ว่าจะปลูกพืชชนิดใดก็ได้ผลดี เจริญงอกงาม จึงเกิดการผลิตเพื่อการขายขึ้นมาแทนที่การผลิตแบบยังชีพ การสร้างเขื่อนชลประทานเข้ามาแทนที่การใช้น้ำจากแม่น้ำลำคลอง ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำลำคลองลดต่ำลงจากที่เคยได้ลงเล่นในแม่น้ำลำคลอง แต่ปัจจุบันไม่มีแล้ว พื้นที่ก็เปลี่ยนเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมสิ่งแวดล้อมก็เสื่อมโทรมลง ปัจจัยทางด้านจำนวนประชากร เมื่อมีประชากรเพิ่มมากขึ้นพื้นที่ทำกินไม่เพียงพอกับจำนวนประชากร จึงมีการออกไปหาที่ทำกินใหม่ บางหมู่บ้านเมื่อทำนาไม่ได้ผลก็นำพืชอย่างอื่นมาปลูกแทนจึงเกิดอาชีพใหม่ขึ้น บางหมู่บ้านก็ให้บุตรหลานเข้าไปหาอาชีพใหม่ในเมือง ไปรับจ้างตามที่ต่าง ๆ เมื่อทรัพยากรมีจำสวนจำกัด ในขณะที่ความต้องการปัจจัย 4 ก็เพิ่มมากขึ้น การใช้เทคโนโลยีเข้ามาแทนการใช้แรงงานจากคนและสัตว์ความต้องการมีบุตรมากก็ลดลง การแพทย์เจริญขึ้น สังคมเกษตรกรรมก็เปลี่ยนเป็นสังคมอุตสาหกรรมเยาวชนมีความรู้มีการศึกษาสูงขึ้นแต่ความเชื่อในสิ่งเร้นลับและการเคร่งครัดในพระพุทธศาสนาของเยาวชนไทยเชื้อสายมอญยังไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก (119-215)

Critic Issues

ไม่มีข้อมูล

Other Issues

ไม่มี

Google Map

Map/Illustration

แผนที่ประเทศไทย แสดงจังหวัดราชบุรี (หน้า 2) แผนที่แสดงที่ตั้ง ถิ่นเดิมของชนชาติมอญ (หน้า 7) แผนที่แสดงอำเภอที่มีชุมชนชาวไทย เชื้อสายมอญในจังหวัดราชบุรี (หน้า 20) แผนผังแสดงหมู่บ้าน บ้านม่วงและ หมู่บ้านคงคา (หน้า 21) แผนที่อำเภอบ้านโป่ง (หน้า 24) แผนที่สังเขป อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี (หน้า 27) แผนที่แสดงการอพยพ เข้าสู่ประเทศไทยของไทยเชื้อสายมอญ (หน้า 34) แผนที่แสดงเมืองหน้าด่านทั้ง 7 (หน้า 38) แผนผังเครือญาติ (หน้า 45)

Text Analyst บุษบา ปรังฤทธิ์ Date of Report 03 พ.ย. 2548
TAG มอญ, สภาพสังคม, วัฒนธรรม, การเปลี่ยนแปลง, ลุ่มแม่น้ำแม่กลอง, ราชบุรี, Translator -
 
 

 

ฐานข้อมูลอื่นๆของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
  ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย
จารึกในประเทศไทย
จดหมายเหตุทางมานุษยวิทยา
แหล่งโบราณคดีที่สำคัญในประเทศไทย
หนังสือเก่าชาวสยาม
ภาพยนตร์ชาติพันธุ์
ข่าวมานุษยวิทยา
ICH Learning Resources
ฐานข้อมูลเอกสารโบราณภูมิภาคตะวันตกในประเทศไทย
ฐานข้อมูลประเพณีท้องถิ่นในประเทศไทย
ฐานข้อมูลสังคม - วัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  หน้าหลัก
งานวิจัยชาติพันธุ์ในประเทศไทย
บทความชาติพันธุ์
ข่าวชาติพันธุ์
เครือข่ายชาติพันธุ์
เกี่ยวกับเรา
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  ข้อมูลโครงการ
ทีมงาน
ติดต่อเรา
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
ช่วยเหลือ
  กฏกติกาและมารยาท
แบบสอบถาม
คำถามที่พบบ่อย


ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เลขที่ 20 ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170 
Tel. +66 2 8809429 | Fax. +66 2 8809332 | E-mail. webmaster@sac.or.th 
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2549    |   เงื่อนไขและข้อตกลง