ลืมรหัสผ่าน?

  สมัครสมาชิก   
| |
ค้นหาข้อมูล
ค้นหาแบบละเอียด
  •   ความเป็นมาและหลักเหตุผล

    เพื่อรวบรวมงานวิจัยทางชาติพันธุ์ที่มีคุณภาพมาสกัดสาระสำคัญในเชิงมานุษยวิทยาและเผยแผ่สาระงานวิจัยแก่นักวิชาการ นักศึกษานักเรียนและผู้สนใจให้เข้าถึงงานวิจัยทางชาติพันธุ์ได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

  •   ฐานข้อมูลจำแนกกลุ่มชาติพันธุ์ตามชื่อเรียกที่คนในใช้เรียกตนเอง ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ คือ

    1. ชื่อเรียกที่ “คนอื่น” ใช้มักเป็นชื่อที่มีนัยในทางเหยียดหยาม ทำให้สมาชิกกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ รู้สึกไม่ดี อยากจะใช้ชื่อที่เรียกตนเองมากกว่า ซึ่งคณะทำงานมองว่าน่าจะเป็น “สิทธิพื้นฐาน” ของการเป็นมนุษย์

    2. ชื่อเรียกชาติพันธุ์ของตนเองมีความชัดเจนว่าหมายถึงใคร มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอย่างไร และตั้งถิ่นฐานอยู่แห่งใดมากกว่าชื่อที่คนอื่นเรียก ซึ่งมักจะมีความหมายเลื่อนลอย ไม่แน่ชัดว่าหมายถึงใคร 

     

    ภาพ-เยาวชนปกาเกอะญอ บ้านมอวาคี จ.เชียงใหม่

  •  

    จากการรวบรวมงานวิจัยในฐานข้อมูลและหลักการจำแนกชื่อเรียกชาติพันธุ์ที่คนในใช้เรียกตนเอง พบว่า ประเทศไทยมีกลุ่มชาติพันธุ์มากกว่า 62 กลุ่ม


    ภาพ-สุภาษิตปกาเกอะญอ
  •   การจำแนกกลุ่มชนมีลักษณะพิเศษกว่าการจำแนกสรรพสิ่งอื่นๆ

    เพราะกลุ่มชนต่างๆ มีความรู้สึกนึกคิดและภาษาที่จะแสดงออกมาได้ว่า “คิดหรือรู้สึกว่าตัวเองเป็นใคร” ซึ่งการจำแนกตนเองนี้ อาจแตกต่างไปจากที่คนนอกจำแนกให้ ในการศึกษาเรื่องนี้นักมานุษยวิทยาจึงต้องเพิ่มมุมมองเรื่องจิตสำนึกและชื่อเรียกตัวเองของคนในกลุ่มชาติพันธุ์ 

    ภาพ-สลากย้อม งานบุญของยอง จ.ลำพูน
  •   มโนทัศน์ความหมายกลุ่มชาติพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาต่างๆ กัน

    ในช่วงทศวรรษของ 2490-2510 ในสาขาวิชามานุษยวิทยา “กลุ่มชาติพันธุ์” คือ กลุ่มชนที่มีวัฒนธรรมเฉพาะแตกต่างจากกลุ่มชนอื่นๆ ซึ่งมักจะเป็นการกำหนดในเชิงวัตถุวิสัย โดยนักมานุษยวิทยาซึ่งสนใจในเรื่องมนุษย์และวัฒนธรรม

    แต่ความหมายของ “กลุ่มชาติพันธุ์” ในช่วงหลังทศวรรษ 
    2510 ได้เน้นไปที่จิตสำนึกในการจำแนกชาติพันธุ์บนพื้นฐานของความแตกต่างทางวัฒนธรรมโดยตัวสมาชิกชาติพันธุ์แต่ละกลุ่มเป็นสำคัญ... (อ่านเพิ่มใน เกี่ยวกับโครงการ/คู่มือการใช้)


    ภาพ-หาดราไวย์ จ.ภูเก็ต บ้านของอูรักลาโว้ย
  •   สนุก

    วิชาคอมพิวเตอร์ของนักเรียน
    ปกาเกอะญอ  อ. แม่ลาน้อย
    จ. แม่ฮ่องสอน


    ภาพโดย อาทิตย์    ทองดุศรี

  •   ข้าวไร่

    ผลิตผลจากไร่หมุนเวียน
    ของชาวโผล่ว (กะเหรี่ยงโปว์)   
    ต. ไล่โว่    อ.สังขละบุรี  
    จ. กาญจนบุรี

  •   ด้าย

    แม่บ้านปกาเกอะญอ
    เตรียมด้ายทอผ้า
    หินลาดใน  จ. เชียงราย

    ภาพโดย เพ็ญรุ่ง สุริยกานต์
  •   ถั่วเน่า

    อาหารและเครื่องปรุงหลัก
    ของคนไต(ไทใหญ่)
    จ.แม่ฮ่องสอน

     ภาพโดย เพ็ญรุ่ง สุริยกานต์
  •   ผู้หญิง

    โผล่ว(กะเหรี่ยงโปว์)
    บ้านไล่โว่ 
    อ.สังขละบุรี
    จ. กาญจนบุรี

    ภาพโดย ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ
  •   บุญ

    ประเพณีบุญข้าวใหม่
    ชาวโผล่ว    ต. ไล่โว่
    อ.สังขละบุรี  จ.กาญจนบุรี

    ภาพโดยศรยุทธ  เอี่ยมเอื้อยุทธ

  •   ปอยส่างลอง แม่ฮ่องสอน

    บรรพชาสามเณร
    งานบุญยิ่งใหญ่ของคนไต
    จ.แม่ฮ่องสอน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ปอยส่างลอง

    บรรพชาสามเณร
    งานบุญยิ่งใหญ่ของคนไต
    จ.แม่ฮ่องสอน

    ภาพโดย เบญจพล  วรรณถนอม
  •   อลอง

    จากพุทธประวัติ เจ้าชายสิทธัตถะ
    ทรงละทิ้งทรัพย์ศฤงคารเข้าสู่
    ร่มกาสาวพัสตร์เพื่อแสวงหา
    มรรคผลนิพพาน


    ภาพโดย  ดอกรัก  พยัคศรี

  •   สามเณร

    จากส่างลองสู่สามเณร
    บวชเรียนพระธรรมภาคฤดูร้อน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   พระพาราละแข่ง วัดหัวเวียง จ. แม่ฮ่องสอน

    หล่อจำลองจาก “พระมหามุนี” 
    ณ เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า
    ชาวแม่ฮ่องสอนถือว่าเป็นพระพุทธรูป
    คู่บ้านคู่เมืององค์หนึ่ง

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม

  •   เมตตา

    จิตรกรรมพุทธประวัติศิลปะไต
    วัดจองคำ-จองกลาง
    จ. แม่ฮ่องสอน
  •   วัดจองคำ-จองกลาง จ. แม่ฮ่องสอน


    เสมือนสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม
    เมืองไตแม่ฮ่องสอน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ใส

    ม้งวัยเยาว์ ณ บ้านกิ่วกาญจน์
    ต. ริมโขง อ. เชียงของ
    จ. เชียงราย
  •   ยิ้ม

    แม้ชาวเลจะประสบปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย
    พื้นที่ทำประมง  แต่ด้วยความหวัง....
    ทำให้วันนี้ยังยิ้มได้

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ผสมผสาน

    อาภรณ์ผสานผสมระหว่างผ้าทอปกาเกอญอกับเสื้อยืดจากสังคมเมือง
    บ้านแม่ลาน้อย จ. แม่ฮ่องสอน
    ภาพโดย อาทิตย์ ทองดุศรี
  •   เกาะหลีเป๊ะ จ. สตูล

    แผนที่ในเกาะหลีเป๊ะ 
    ถิ่นเดิมของชาวเลที่ ณ วันนี้
    ถูกโอบล้อมด้วยรีสอร์ทการท่องเที่ยว
  •   ตะวันรุ่งที่ไล่โว่ จ. กาญจนบุรี

    ไล่โว่ หรือที่แปลเป็นภาษาไทยว่า ผาหินแดง เป็นชุมชนคนโผล่งที่แวดล้อมด้วยขุนเขาและผืนป่า 
    อาณาเขตของตำบลไล่โว่เป็นส่วนหนึ่งของป่าทุ่งใหญ่นเรศวรแถบอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี 

    ภาพโดย ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ
  •   การแข่งขันยิงหน้าไม้ของอาข่า

    การแข่งขันยิงหน้าไม้ในเทศกาลโล้ชิงช้าของอาข่า ในวันที่ 13 กันยายน 2554 ที่บ้านสามแยกอีก้อ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
 
  Princess Maha Chakri Sirindhorn Anthropology Centre
Ethnic Groups Research Database
Sorted by date | title

   Record

 
Subject เมี่ยน, เย้า, หยัด, ดนตรีชาติพันธุ์, ดนตรี
Author ประทีป นักปี่
Title ดนตรีชาวเมี่ยนในอำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร
Document Type บทความ Original Language of Text ภาษาไทย
Ethnic Identity เมี่ยน อิวเมี่ยน, Language and Linguistic Affiliations -
Location of
Documents
มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร, ฐานข้อมูลวารสารอิเล็กทรอนิกส์กลางของประเทศไทย
[เอกสารฉบับเต็ม] 
Total Pages 12 Year 2561
Source สักทอง : วารสาร มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์. (สทมส.) มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร. ปีที่ 25 ฉบับที่ 2 (เม.ย.-มิ.ย.) 2562 หน้า 23-34
Abstract

การวิจัยดนตรีของชาวเมี่ยนในอำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร พบว่า มีเครื่องดนตรีทั้งหมด 4 ชนิด ได้แก่ หยัด โย ต้งล่อ และเฉ่าเจ้ย ในด้านของลักษณะเพลงมักจะมีการบรรเลงแบบวนซ้ำ และมีเสียงดนตรีเพียง    5เสียง ทำนองจะมีลักษณะเลียนภาษาพูด ส่วนจังหวะมีทั้งหมด 4จังหวะ ในด้านบทบาทหน้าที่ของดนตรี      ชาวเมี่ยน จะใช้ในการประกอบพิธีกรรมเท่านั้น และผู้ที่จะบรรเลงดนตรีได้นั้นจะต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพิธีกรรมแต่ละพิธีด้วย

Focus

ศึกษาลักษณะทางกายภาพของเครื่องดนตรีชาวเมี่ยน ศึกษารูปแบบลักษณะเพลงของดนตรีชาวเมี่ยนและศึกษาบทบาทหน้าที่ของดนตรีชาวเมี่ยนที่มีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตชาวเมี่ยนในอำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร

Theoretical Issues

ผู้วิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ มีการรวบรวมข้อมูลจากเอกสารและเก็บข้อมูลภาคสนาม โดยในการเก็บข้อมูลภาคสนาม ผู้วิจัยได้สัมภาษณ์และมีการบันทึกเสียง บันทึกภาพ หรือภาพเคลื่อนไหวในการเก็บข้อมูลเครื่องดนตรี การวิเคราะห์ข้อมูลลักษณะทางกายภาพของเครื่องดนตรีเมี่ยน ใช้หลักการทางดนตรีวิทยาการวิเคราะห์ลักษณะดนตรีและทำนอง ใช้ทฤษฎีดนตรีไทย และการวิเคราะห์บทบาทหน้าที่ของดนตรี ใช้ทฤษฎีทางมานุษยวิทยา จากนั้นนำข้อมูลต่าง ๆ มาสรุปผลและนำเสนอข้อมูลแบบพรรณนาวิเคราะห์ (น.25)

Ethnic Group in the Focus

เมี่ยน เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่อพยพมาอาศัยอยู่ทางตอนบนของประเทศไทยหรือภาคเหนือของไทย กระจายอยู่ในหลายจังหวัด เช่น เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา รวมไปถึงจังหวัดกำแพงเพชรด้วย เป็นต้น ชาวเมี่ยนมักจะประกอบอาชีพทางการเกษตร มีความขยันและอดทน (น.24)

History of the Group and Community

ชาวเมี่ยนได้อพยพมาอยู่ในเขตพื้นที่สูงภาคเหนือของประเทศไทย และได้นำเอาความรู้ทางด้านดนตรีที่ได้รับอิทธิพลมาจากชาวจีนจากถิ่นที่อยู่เดิมมาใช้ในประเทศไทยด้วย (น.25)

Social Organization

ชาวเมี่ยนมีพิธีกรรมเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวความสัมพันธ์ของผู้คนในกลุ่มชาติพันธุ์ของตนเอง ในหนึ่งปีจะมีประเพณีวัฒนธรรมที่สมาชิกในครอบครัวจะต้องกลับมาร่วมพิธี ไม่ว่าจะย้ายไปอยู่ถิ่นฐานอื่นหรือไปทำงานที่ไกล ๆ  ก็จะเดินทางกลับมาร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง (น.24)

Political Organization

ชุมชนชาวเมี่ยนเริ่มมีประชากรหนาแน่ขึ้น รัฐบาลจึงได้จัดหาพื้นที่ทำกินให้ใหม่ในเขตอำเภอคลองลาน และได้เคลื่อนย้ายประชากรของชาวเมี่ยนบางส่วนเข้าสู่พื้นที่อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร (น.25)

เครื่องดนตรีของชาวเมี่ยนยังสะท้อนให้เห็นลักษณะโครงสร้างทางสังคมในด้านความเป็นผู้นำ กล่าวคือ ผู้ที่จะเป่าหยัด ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีของชาวเมี่ยนได้นั้น จะต้องได้รับการยอมรับจากสังคม ได้รับการยกย่องให้เป็นผู้นำชุมชน ทำให้ดนตรีเข้ามามีบทบาทในการกำหนดสถานะหรือชนชั้นของผู้คนในสังคมของกลุ่มชาติพันธุ์เมี่ยน (น.33)

Belief System

ชาวเมี่ยนมีความเชื่อในการนับถือผี นับถือเทพเจ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รวมไปถึงบรรพบุรุษและอำนาจเหนือธรรมชาติ โดยมีความเชื่อที่ว่าสิ่งเหล่านี้จะช่วยปกป้องคุ้มครองให้ปลอดภัยจากอันตราย และสามารถทำให้ชีวิตมีความสุขกายสุขใจได้ หากมีความทุกข์ร้อนในเรื่องใด ชาวเมี่ยนจะทำการบนบานแก่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และไม่ว่าสิ่งที่   บนบานไปนั้นจะประสบผลสำเร็จหรือไม่ ชาวเมี่ยนก็จะต้องแก้บนทุกครั้งโดยมีผู้นำพิธีเป็นผู้สื่อสารกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้แก่ผู้คน (น.32-33)

นอกจากนี้ ยังมีพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อที่สำคัญอีกหนึ่งพิธี คือ พิธีแต่งงาน ในพิธีแต่งงานจะมีความเชื่อเรื่องดนตรีของชาวเมี่ยนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย คือ ทุกขั้นตอนในพิธี ตั้งแต่การตั้งขบวนแห่ การรับประทานอาหารในงาน หรือการแสดงความเคารพพ่อแม่บ่าวสาว จะมีการบรรเลงดนตรีเพื่อบอกให้คนที่มาร่วมพิธีปฏิบัติตามขั้นตอนต่าง ๆ ซึ่งเพลงที่ใช้บรรเลงนั้นจะแตกต่างกันออกไปในแต่ละขั้นตอนในพิธี นอกจากนี้ บางเพลงยังใช้ในงานอวมงคลด้วย เช่น งานศพ บรรเลงเพื่อเป็นการเชิญให้วิญญาณมารับเครื่องเซ่นไหว้

Education and Socialization

ระบบเสียงของหยัด เครื่องดนตรีของชาวเมี่ยน มีระบบเสียงที่ตรงกับดนตรีไทย โดยเฉพาะขลุ่ยเพียงออที่มีการเรียนการสอนในโรงเรียนทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาที่บุตรหลานของชาวเมี่ยนได้เรียนรู้ จึงทำให้ชาวเมี่ยนได้อิทธิพลมาจากส่วนนี้ และได้สร้างเครื่องดนตรีที่มีความคล้ายกันขึ้นมา (น.27)

ทำนองเพลงของชาวเมี่ยน ได้รับการสืบทอดมาตั้งแต่ในสมัยอดีต โดยใช้วิธีการจดจำมาจากการได้ยินและได้เห็น ทำให้เกิดการซึมซับและเกิดความเข้าใจเป็นอย่างดี (น.32)

Art and Crafts (including Clothing Costume)

ดนตรีของชาวเมี่ยน นับว่าเป็นดนตรีพิธีกรรม คือเป็นการบรรเลงดนตรีเพื่อใช้ในการประกอบพิธีกรรมอย่างเดียวเท่านั้น และถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่ขาดไม่ได้อีกด้วย

เครื่องดนตรีของชาวเมี่ยน มี 2ประเภท ได้แก่ ประเภทเป่าและตี มีด้วยกัน 4 ชนิด ได้แก่
1. หยัด เป็นเครื่องดนตรีประเภทเป่า มีส่วนประกอบ 5ส่วน คือ ส่าว หยัดจาง หยัดเปี้ยน หยัดแกว้ง และหยัดฮอย วิธีการเป่าหยัด จะมีลักษณะกับการเป่าขลุ่ย คือ ใช้นิ้วปิดรูที่เจาะเพื่อให้เกิดเสียงที่ต่างกันตามนิ้วต่าง ๆ   ที่ปิดลงไป ระบบเสียงของหยัดมี 5กลุ่มเสียง ได้แก่ ซอล ลา - โด เร มี - ซอล(สูง)
2. โย เป็นกลองที่ขึงด้วยหนังวัวทั้งสองด้าน มีเชือกร้อยโยงหนังทั้งสองด้านให้ติดกัน วิธีการตีโย คือ ใช้ไม้เหลาทรงกลมยาวแบบมีหัวกลมสำหรับตีหน้าโย
3. ต้งล่อ เป็นฆ้องชนิดหนึ่ง ทำจากโลหะรูปทรงกลม มีทั้งชนิดมีปุ่มและไม่มีปุ่ม วิธีการตีคือใช้ไม้ตีที่ส่วนกลางหรือไม่ก็ตีที่ปุ่ม
4. เฉ่าเจ้ย เป็นฉาบที่ทำจากโลหะรูปทรงกลม เฉ่าเจ้ยมี 2 ฝา ใช้ตีกระทบกัน

การผสมวงของดนตรีชาวเมี่ยนมี 2รูปแบบ ได้แก่ การผสมวงที่ใช้ในงานมงคล เช่น งานแต่ง งานปีใหม่ จะมีเครื่องดนตรีครบทุกชนิด โดย หยัด จะเป็นเครื่องดนตรีที่มีความสำคัญที่สุด ทำนองของการเป่าหยัดเสมือนการบอกให้ผู้ร่วมพิธีปฏิบัติตาม และอีกรูปแบบหนึ่งคือ การผสมวงในงานบูชาเซ่นไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เช่น พิธีลุยไฟ พิธีบวช เป็นต้น และในงานศพ จะมีเครื่องดนตรีเพียง 3ชนิด ได้แก่ โย ต้งล่อ และเฉ่าเจ้ย จะไม่มีหยัดในการผสมวงรูปแบบนี้ ซึ่งการผสมวงรูปแบบนี้ โย นับเป็นเครื่องดนตรีที่สำคัญ เพราะการผสมวงรูปแบบนี้จะต้องมีความหนักแน่นและเสียงดัง

เพลงที่ใช้บรรเลงของดนตรีชาวเมี่ยนในอำเภอคลองลานมี 14เพลง แต่ละเพลงจะทำหน้าที่กำหนดขั้นตอนในพิธี เช่น เพลงกะหล่อหม่า จะใช้บรรเลงเพื่อสื่อความหมายในการทำความเคารพผีบรรพบุรุษ และในงานแต่งงานเพลงนี้จะบรรเลงต่อจากเพลงกะหล่อซา เพื่อสื่อถึงการขอบคุณแขกที่มาร่วมงาน หรือเพลงเจียซ่าเจียติ้วซุง ในงานแต่งจะใช้บรรเลงในขั้นตอนที่ญาติฝ่ายเจ้าบ่าวมาต้อนรับฝ่ายเจ้าสาวด้วยการส่งน้ำชาและส่งเหล้าให้ทางฝ่ายญาติเจ้าสาว

รูปแบบของทำนองเพลงของดนตรีชาวเมี่ยน มี 2 ลักษณะ ได้แก่ ลักษณะที่เป็นสำนวนทำนองเพลงอย่างเดียวกับสำนวนทำนองเพลงผสมกับทำนองรัว ช่วงเสียงของทำนองเพลง จะมีการใช้เสียงต่ำสุดคือ เสียงซอล และใช้เสียงสูงสุดคือ เสียงลา(สูง) บันไดเสียงของดนตรีชาวเมี่ยนเมื่อเทียบกับทางดนตรีไทยจะอยู่ในกลุ่มของเพียงออ รูปแบบของทำนองจะมีลักษณะสั้นยาวไม่คงที่ โดยรูปแบบของทำนองจะมีความใกล้เคียงกับการพูดของชาวเมี่ยน เวลาที่ดนตรีบรรเลง จึงเหมือนเป็นการบอกให้ปฏิบัติตามขั้นตอนต่าง ๆ หรือการบอกเล่าเรื่องราว เสียงลูกตกของสำนวนทำนองเพลงจะมีการใช้อย่างอิสระ ไม่ได้ยึดถือหลักการทางดนตรี เพียงแค่ต้องการให้เกิดความเข้าใจในการสื่อสารเท่านั้น ส่วนจังหวะของดนตรีชาวเมี่ยนจะมี 4จังหวะ ได้แก่ จังหวะยืน จังหวะกระชั้น จังหวะช้า และจังหวะเร็ว(ตีรัว)

บทบาทหน้าที่ของดนตรีชาวเมี่ยน ทำหน้าที่เป็นผู้นำในการประกอบพิธี สื่อสารให้คนที่มาร่วมพิธีทราบและปฏิบัติตามขั้นตอนต่าง ๆ ในพิธีได้อย่างถูกต้อง และจะเห็นได้ว่าเพลงที่ใช้บรรเลงของชาวเมี่ยนจำนวน 14เพลงนั้น ล้วนมีความเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของชาวเมี่ยนโดยตรง ดนตรีของชาวเมี่ยนจึงถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่สามารถแยกออกจากพิธีกรรมได้โดยเฉพาะในพิธีแต่งงาน (น.26-32)

Ethnicity (Ethnic Identity, Boundaries and Ethnic Relation)

ชาวเมี่ยนจะให้ความสำคัญกับประเพณีและพิธีกรรมในกลุ่มของตน และยึดถือความเชื่อเป็นอย่างมาก   วิถีชีวิตของชาวเมี่ยนล้วนขึ้นอยู่กับความเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นการเจ็บป่วย การทำมาหากิน การมีบุตร เป็นต้น มีการนับถือผีและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อำนาจเหนือธรรมชาติ โดยในการประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ ของชาวเมี่ยนแต่ละครั้ง สิ่งที่ขาดไปไม่ได้คือ ดนตรี เพราะดนตรีของชาวเมี่ยนไม่ได้บรรเลงเพื่อความสนุกสนาน แต่เป็นการบรรเลงเพื่อบอกกล่าวให้ปฏิบัติ และชาวเมี่ยนยังเชื่อว่าดนตรีเป็นสื่อกลางในการสื่อสารกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้ (น.32-33)

Map/Illustration

- ภาพที่ 1เครื่องดนตรีเมี่ยน (น.26)
- ระบบเสียงหยัดพบในการวิจัย (น.27)

Text Analyst นลธิชา กันธิดา Date of Report 07 ต.ค. 2564
TAG เมี่ยน, เย้า, หยัด, ดนตรีชาติพันธุ์, ดนตรี, Translator -
 
 

 

ฐานข้อมูลอื่นๆของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
  ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทย
จารึกในประเทศไทย
จดหมายเหตุทางมานุษยวิทยา
แหล่งโบราณคดีที่สำคัญในประเทศไทย
หนังสือเก่าชาวสยาม
ภาพยนตร์ชาติพันธุ์
ข่าวมานุษยวิทยา
ICH Learning Resources
ฐานข้อมูลเอกสารโบราณภูมิภาคตะวันตกในประเทศไทย
ฐานข้อมูลประเพณีท้องถิ่นในประเทศไทย
ฐานข้อมูลสังคม - วัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  หน้าหลัก
งานวิจัยชาติพันธุ์ในประเทศไทย
บทความชาติพันธุ์
ข่าวชาติพันธุ์
เครือข่ายชาติพันธุ์
เกี่ยวกับเรา
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  ข้อมูลโครงการ
ทีมงาน
ติดต่อเรา
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
ช่วยเหลือ
  กฏกติกาและมารยาท
แบบสอบถาม
คำถามที่พบบ่อย


ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เลขที่ 20 ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170 
Tel. +66 2 8809429 | Fax. +66 2 8809332 | E-mail. webmaster@sac.or.th 
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2549    |   เงื่อนไขและข้อตกลง