ลืมรหัสผ่าน?

  สมัครสมาชิก   
| |
ค้นหาข้อมูล
ค้นหาแบบละเอียด
  •   ความเป็นมาและหลักเหตุผล

    เพื่อรวบรวมงานวิจัยทางชาติพันธุ์ที่มีคุณภาพมาสกัดสาระสำคัญในเชิงมานุษยวิทยาและเผยแผ่สาระงานวิจัยแก่นักวิชาการ นักศึกษานักเรียนและผู้สนใจให้เข้าถึงงานวิจัยทางชาติพันธุ์ได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

  •   ฐานข้อมูลจำแนกกลุ่มชาติพันธุ์ตามชื่อเรียกที่คนในใช้เรียกตนเอง ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ คือ

    1. ชื่อเรียกที่ “คนอื่น” ใช้มักเป็นชื่อที่มีนัยในทางเหยียดหยาม ทำให้สมาชิกกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ รู้สึกไม่ดี อยากจะใช้ชื่อที่เรียกตนเองมากกว่า ซึ่งคณะทำงานมองว่าน่าจะเป็น “สิทธิพื้นฐาน” ของการเป็นมนุษย์

    2. ชื่อเรียกชาติพันธุ์ของตนเองมีความชัดเจนว่าหมายถึงใคร มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอย่างไร และตั้งถิ่นฐานอยู่แห่งใดมากกว่าชื่อที่คนอื่นเรียก ซึ่งมักจะมีความหมายเลื่อนลอย ไม่แน่ชัดว่าหมายถึงใคร 

     

    ภาพ-เยาวชนปกาเกอะญอ บ้านมอวาคี จ.เชียงใหม่

  •  

    จากการรวบรวมงานวิจัยในฐานข้อมูลและหลักการจำแนกชื่อเรียกชาติพันธุ์ที่คนในใช้เรียกตนเอง พบว่า ประเทศไทยมีกลุ่มชาติพันธุ์มากกว่า 62 กลุ่ม


    ภาพ-สุภาษิตปกาเกอะญอ
  •   การจำแนกกลุ่มชนมีลักษณะพิเศษกว่าการจำแนกสรรพสิ่งอื่นๆ

    เพราะกลุ่มชนต่างๆ มีความรู้สึกนึกคิดและภาษาที่จะแสดงออกมาได้ว่า “คิดหรือรู้สึกว่าตัวเองเป็นใคร” ซึ่งการจำแนกตนเองนี้ อาจแตกต่างไปจากที่คนนอกจำแนกให้ ในการศึกษาเรื่องนี้นักมานุษยวิทยาจึงต้องเพิ่มมุมมองเรื่องจิตสำนึกและชื่อเรียกตัวเองของคนในกลุ่มชาติพันธุ์ 

    ภาพ-สลากย้อม งานบุญของยอง จ.ลำพูน
  •   มโนทัศน์ความหมายกลุ่มชาติพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาต่างๆ กัน

    ในช่วงทศวรรษของ 2490-2510 ในสาขาวิชามานุษยวิทยา “กลุ่มชาติพันธุ์” คือ กลุ่มชนที่มีวัฒนธรรมเฉพาะแตกต่างจากกลุ่มชนอื่นๆ ซึ่งมักจะเป็นการกำหนดในเชิงวัตถุวิสัย โดยนักมานุษยวิทยาซึ่งสนใจในเรื่องมนุษย์และวัฒนธรรม

    แต่ความหมายของ “กลุ่มชาติพันธุ์” ในช่วงหลังทศวรรษ 
    2510 ได้เน้นไปที่จิตสำนึกในการจำแนกชาติพันธุ์บนพื้นฐานของความแตกต่างทางวัฒนธรรมโดยตัวสมาชิกชาติพันธุ์แต่ละกลุ่มเป็นสำคัญ... (อ่านเพิ่มใน เกี่ยวกับโครงการ/คู่มือการใช้)


    ภาพ-หาดราไวย์ จ.ภูเก็ต บ้านของอูรักลาโว้ย
  •   สนุก

    วิชาคอมพิวเตอร์ของนักเรียน
    ปกาเกอะญอ  อ. แม่ลาน้อย
    จ. แม่ฮ่องสอน


    ภาพโดย อาทิตย์    ทองดุศรี

  •   ข้าวไร่

    ผลิตผลจากไร่หมุนเวียน
    ของชาวโผล่ว (กะเหรี่ยงโปว์)   
    ต. ไล่โว่    อ.สังขละบุรี  
    จ. กาญจนบุรี

  •   ด้าย

    แม่บ้านปกาเกอะญอ
    เตรียมด้ายทอผ้า
    หินลาดใน  จ. เชียงราย

    ภาพโดย เพ็ญรุ่ง สุริยกานต์
  •   ถั่วเน่า

    อาหารและเครื่องปรุงหลัก
    ของคนไต(ไทใหญ่)
    จ.แม่ฮ่องสอน

     ภาพโดย เพ็ญรุ่ง สุริยกานต์
  •   ผู้หญิง

    โผล่ว(กะเหรี่ยงโปว์)
    บ้านไล่โว่ 
    อ.สังขละบุรี
    จ. กาญจนบุรี

    ภาพโดย ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ
  •   บุญ

    ประเพณีบุญข้าวใหม่
    ชาวโผล่ว    ต. ไล่โว่
    อ.สังขละบุรี  จ.กาญจนบุรี

    ภาพโดยศรยุทธ  เอี่ยมเอื้อยุทธ

  •   ปอยส่างลอง แม่ฮ่องสอน

    บรรพชาสามเณร
    งานบุญยิ่งใหญ่ของคนไต
    จ.แม่ฮ่องสอน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ปอยส่างลอง

    บรรพชาสามเณร
    งานบุญยิ่งใหญ่ของคนไต
    จ.แม่ฮ่องสอน

    ภาพโดย เบญจพล  วรรณถนอม
  •   อลอง

    จากพุทธประวัติ เจ้าชายสิทธัตถะ
    ทรงละทิ้งทรัพย์ศฤงคารเข้าสู่
    ร่มกาสาวพัสตร์เพื่อแสวงหา
    มรรคผลนิพพาน


    ภาพโดย  ดอกรัก  พยัคศรี

  •   สามเณร

    จากส่างลองสู่สามเณร
    บวชเรียนพระธรรมภาคฤดูร้อน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   พระพาราละแข่ง วัดหัวเวียง จ. แม่ฮ่องสอน

    หล่อจำลองจาก “พระมหามุนี” 
    ณ เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า
    ชาวแม่ฮ่องสอนถือว่าเป็นพระพุทธรูป
    คู่บ้านคู่เมืององค์หนึ่ง

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม

  •   เมตตา

    จิตรกรรมพุทธประวัติศิลปะไต
    วัดจองคำ-จองกลาง
    จ. แม่ฮ่องสอน
  •   วัดจองคำ-จองกลาง จ. แม่ฮ่องสอน


    เสมือนสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม
    เมืองไตแม่ฮ่องสอน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ใส

    ม้งวัยเยาว์ ณ บ้านกิ่วกาญจน์
    ต. ริมโขง อ. เชียงของ
    จ. เชียงราย
  •   ยิ้ม

    แม้ชาวเลจะประสบปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย
    พื้นที่ทำประมง  แต่ด้วยความหวัง....
    ทำให้วันนี้ยังยิ้มได้

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ผสมผสาน

    อาภรณ์ผสานผสมระหว่างผ้าทอปกาเกอญอกับเสื้อยืดจากสังคมเมือง
    บ้านแม่ลาน้อย จ. แม่ฮ่องสอน
    ภาพโดย อาทิตย์ ทองดุศรี
  •   เกาะหลีเป๊ะ จ. สตูล

    แผนที่ในเกาะหลีเป๊ะ 
    ถิ่นเดิมของชาวเลที่ ณ วันนี้
    ถูกโอบล้อมด้วยรีสอร์ทการท่องเที่ยว
  •   ตะวันรุ่งที่ไล่โว่ จ. กาญจนบุรี

    ไล่โว่ หรือที่แปลเป็นภาษาไทยว่า ผาหินแดง เป็นชุมชนคนโผล่งที่แวดล้อมด้วยขุนเขาและผืนป่า 
    อาณาเขตของตำบลไล่โว่เป็นส่วนหนึ่งของป่าทุ่งใหญ่นเรศวรแถบอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี 

    ภาพโดย ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ
  •   การแข่งขันยิงหน้าไม้ของอาข่า

    การแข่งขันยิงหน้าไม้ในเทศกาลโล้ชิงช้าของอาข่า ในวันที่ 13 กันยายน 2554 ที่บ้านสามแยกอีก้อ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
 
  Princess Maha Chakri Sirindhorn Anthropology Centre
Ethnic Groups Research Database
Sorted by date | title

   Record

 
Subject กะเหรี่ยง, ความเป็นอยู่และประเพณี, แก่งกระจาน
Author ทิพย์วิมล ศิรินุพงศ์, พรพรรณ กาญจนาธิวัฒน์
Title แผ่นดินกลางใจกะเหรี่ยงแก่งกระจาน
Document Type หนังสือ Original Language of Text ภาษาไทย
Ethnic Identity กะเหรี่ยง ปกาเกอะญอ จกอ คานยอ, Language and Linguistic Affiliations -
Location of
Documents
ห้องสมุดศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
Total Pages 254 Year 2562
Source มูลนิธิผสานวัฒนธรรม
Abstract

หนังสือเล่มนี้กล่าวถึงความเป็นมาเป็นไปของชาวกะเหรี่ยงแผ่นดินใหญ่ หรือบางกลอยบนแต่เดิมอาศัยอยู่เขตป่าสงวนแก่งกระจาน ซึ่งผู้เขียนไม่เพียงแต่กล่าวถึงความเป็นมาและการเปลี่ยนแปลงของชุมชนใจแผ่นดินเท่านั้น ยังกล่าวถึงวิถีชีวิต ประเพณี วัฒนธรรมดั้งเดิมของชุมชนก่อนที่จะถูกเผาทำลายบ้านเรือน และยุ้งฉาง อีกทั้งยังมีการขับไล่ที่ทำกินของชาวบ้านอีกด้วย ซึ่งรัฐเองได้ออกกฎหมายและมีคำสั่งให้ย้ายถิ่นฐานลงมาที่บางกลอยล่าง ทำให้วิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยงใจแผ่นดินเปลี่ยนไปและไม่ความสอดคล้องกับวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชน ชาวบ้านจึงต่อสู้เพื่อที่จะได้กลับไปใช้พื้นที่เดิม และเพื่อความเป็นธรรม หนังสือเล่มนี้จึงมีประเด็นที่ผู้เขียนได้ถอดบทเรียนให้เห็นคือ บทเรียนจากกรณีชุมชนกะเหรี่ยงบ้านใจแผ่นดิน หรือบางกลอยบน วิถีชุมชนและความเป็นชาติพันธุ์ในกระบวนการต่อสู้ ต่อรอง กับอำนาจรัฐและเงื่อนไขต่าง ๆ

Focus

ใจแผ่นดิน แผ่นดินกลางใจกะเหรี่ยงแก่งกระจาน เป็นการนำเสนอเรื่องราวความเป็นมา อัตลักษณ์วัฒนธรรม วิถีชุมชน และความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับชุมชนบ้านใจแผ่นดิน หรือบางกลอยบน ซึ่งได้รับผลกระทบมาจากการประกาศเป็นป่าอนุรักษ์หรืออุทยานแห่งชาติ รัฐได้ใช้ระเบียบกฎหมาย และนโยบายในการบริหารจัดการพื้นที่อนุรักษ์ที่ไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตจารีตประเพณีดั้งเดิมของชาวกะเหรี่ยงดังกล่าว โดยมีการถอดบทเรียนจากกรณีการต่อสู้ของชาวบ้านเพื่อชุมชนและความชอบธรรม 

Ethnic Group in the Focus

หนังสือเล่มนี้กล่าวถึงกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่บ้านบางกลอย ตำบลห้วยแม่เพรียง อำเภอ   แก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี มีชื่อที่ผู้อื่นเรียก คือ กะเหรี่ยง, กะหร่าง, กะเหรี่ยงบางกลอย ซึ่งในอดีตคนกะเหรี่ยงถูกเรียกขานในหมู่คนไตและคนไทยว่า ‘ยาง’ (น.13) และมีชื่อเรียกตนเองว่า ปกาเกอะญอ (น.19)

History of the Group and Community

ตามคำบอกเล่าบ้านเกิดของชาวกะเหรี่ยงอยู่บนแผ่นดินที่เป็นที่ราบ ภูเขาและป่าลึกกระจัดกระจายทั้งในประเทศไทยและพม่า โดยมีหลักฐานว่ากะเหรี่ยงอาศัยอยู่บริเวณพรมแดนระหว่างไทยและพม่าเมื่อประมาณ 600 – 700 ปีมาแล้ว ซึ่งกะเหรี่ยงปกาเกอะญออาศัยกระจายบริเวณต้นน้ำเพชรบุรี แม่น้ำปราณ ตามแนวชายแดนไทย – พม่า มีหลักฐานว่ากลุ่มปกาเกอะญอดั้งเดิม อาศัยอยู่ที่บ้านใจแผ่นดินซึ่งเป็นบริเวณพรมแดนมามากกว่า 100 ปี นอกจากนี้ยังปรากฏว่าผู้นำกะเหรี่ยงเพชรบุรี ในอดีตนามว่า หลวงศรีรักษา ดำรงตำแหน่งนายกองด่านบ้านลิ้นช้างซึ่งเป็นด่านด้านตะวันตกของเมืองเพชรบุรีราวปี พ.ศ. 2407–2408 อีกด้วย (น.13-14)

Settlement Pattern

บ้านใจแผ่นดินเป็นชุมชนที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ด้านบนของเทือกเขาตะนาวศรีอันเป็นแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำหลายสาย (น.19) ได้แก่ แม่น้ำภาชี (แม่ประชี) แม่น้ำบางกลอย และแม่น้ำเพชรบุรี (น.30) และมีเรื่องเล่าของนายพรานว่า บริเวณสามแยกบางกลอยนั้นมีกลอยหัวใหญ่ขนาดสองคนโอบบริเวณลำห้วยบางกลอยซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านบางกลอยบน เป็นพื้นที่ติดต่อกับบ้านใจแผ่นดินในระยะเวลาเดินทางด้วยเท้าราว 1-2 วัน เป็นที่ตั้งถิ่นฐานและทำเกษตรไร่ข้าว (น.20)

Economy

ชาวกะเหรี่ยงบ้านใจแผ่นดินดำรงชีวิตด้วยวิถีการผลิตแบบยังชีพเป็นหลักเช่นเดียวกับชาวกะเหรี่ยงโดยทั่วไป (น.25) ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ยังชีพด้วยข้าวไร่ พริกและพืชผลอื่น ๆ ผลผลิตจากข้าวที่ได้จากการทำไร่หมุนเวียนในแต่ละปีจะเก็บไว้กินภายในครัวเรือนเท่านั้น หรืออาจจะแบ่งปันกันหากมีจำนวนมากพอ แต่จะไม่ขาย ยกเว้นพริกกะเหรี่ยง (มะแฮ่ะซะ) ซึ่งเป็นพืชพื้นถิ่น หากมีผลผลิตมากพอจึงจะนำออกไปขายหรือนำไปแลกกับเกลือซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่สำคัญของชาวกะเหรี่ยง ส่วนสินค้าที่ชาวบ้านซื้อหากลับมาจากตลาดอำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี หรือที่บ้านบ่อ อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี นอกจากเกลือและกะปิแล้วยังเป็นอุปกรณ์การเกษตร (น.26)
นอกจากกลุ่มชาวบ้านทำไร่ทำนาและลงมาซื้อขายแลกเปลี่ยนในตัวเมือง อีกพวกหนึ่งคือนายพราน (โม่โช่ะ) ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ อีกทั้งเรื่องคาถาอาคม (น.26)

Social Organization

ชาวกะเหรี่ยงที่บ้านใจแผ่นดินและบางกลอยบนอยู่ร่วมกันแบบเครือญาติ โดยมีต้นตระกูลหลักอยู่ 3 สายตระกูล ได้แก่ ตระกูลเลอคอ ตระกูลเกลจี และตระกูลมิมิ ซึ่งเป็นต้นตระกูลของปู่คออี้ ทั้งสามตระกูลมีสายสัมพันธ์ผ่านการแต่งงานระหว่างกัน ในแต่ละครอบครัวจะมีลูกราว 5 – 7 คน ก่อนที่จะขยายครอบครัวออกไปในบริเวณใกล้เคียง (น.24)

Belief System

บ้านใจแผ่นดินซึ่งเชื่อมโยงกับวิถีความเชื่อซึ่งชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่เรียกกันว่า ‘มาบุ๊’ (หมายถึง การทำบุญ) เป็นวิถีปฏิบัติในลัทธิฤาษี เชื่อในการบำเพ็ญความดีเพื่อไปสู่สวรรค์ ขณะที่คนเฒ่าคนแก่ในสมัยก่อนได้ ถือศีล ทำบุญ ในบริเวณที่เป็นใจแผ่นดินมีเรื่องเล่าถึงบุคคลที่บำเพ็ญบุญถือศีลสูงจนสามารถติดต่อกับคนในเมืองลับแลได้ นอกเหนือจากสองความเชื่อหลักดังกล่าวแล้วยังมีความเชื่อย่อย ๆ เช่น กลุ่มที่กินไก่ กลุ่มไหว้พระจันทร์ในช่วงเปลี่ยนผ่านรอบปีหรือ “เซ้อจ้ะ” กลุ่มที่เลี้ยงเจ้าป่าเจ้าเขา ประจำปีหรือ “มานิเช้อะ” และยังมีกลุ่มที่ไหว้เจดีย์หรือ ‘บาคุ’ ซึ่งใกล้เคียงกับกลุ่มบาบุและอาจจะประกอบพิธีร่วมกัน ดังที่ปรากฏว่ามีการสร้างเจดีย์ดินปั้นในบริเวณที่ประกอบพิธีมาบุ๊ อันเป็นสัญลักษณ์ทางความเชื่อในหมู่บ้านแห่งนี้ (น.23)
ความเชื่อในสิ่งที่อยู่เหนือธรรมชาติและเป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติอย่างแยกกันไม่ออกตั้งแต่บรรพบุรุษซึ่งยึดถือประกอบไปกับจารีตและความเชื่อในการนับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในธรรมชาติที่ปกปักรักษาบ้าน (ป่า) อาหาร (ทรัพยากรดิน น้ำ พืชพันธุ์และสัตว์) (น.25) ทั้งนี้มีความเชื่อเกี่ยวกับธรรมชาติสัตว์ป่า แหล่งน้ำ และผืนป่าอย่างชัดเจน ซึ่งเกี่ยวข้องกับคำทำนาย ลางบอกเหตุ รวมถึงคุณค่าของธรรมชาติต่าง ๆ (น.41) อีกทั้งมีการประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ เช่น พิธีเรียกขวัญข้าว (แกวะบึกะลา) ซึ่งรายละเอียดของพิธีกรรมอาจแตกต่างกันออกไปตามแต่ละครอบครัวแต่โดยหลักแล้วคือรูปแบบของการเซ่นไหว้ การเสี่ยงทายโดยมี บ่งคู้ เป็นผู้นำทางพิธีกรรม (น.34) 

Education and Socialization

ด้วยระบบความเชื่ออันเป็นภูมิปัญญาของชนเผ่าและการดำเนินชีวิตที่โยงใยความสัมพันธ์กลมกลืนไปกับธรรมชาติในพื้นที่อันเป็นถิ่นฐานตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษ ทำให้ชาวบ้านสามารถดำรงวิถีชีวิตภายใต้กฎเกณฑ์การอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างเคร่งครัดและสงบสุข (น.25) 

Folklore

นอกเหนือจากการประกอบพิธีกรรมแล้ว ชาวกะเหรี่ยงมีกิจกรรมการร้องรำทำเพลง เล่นดนตรีอย่างแคน ต๊ะหน้า (เตหน่า) ในช่วงการเรียกขวัญข้าวและงานบุญต่าง ๆ รวมถึงการเที่ยวหาสู่ในช่วงเทศกาลประเพณีการผูกข้อมือเดือน 9 ประเพณีของชาวกะเหรี่ยงนี้สานสายสัมพันธ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ไว้อย่างเหนียวแน่นมากยิ่งขึ้น (น.36)

Ethnicity (Ethnic Identity, Boundaries and Ethnic Relation)

การทำไร่หมุนเวียนเป็นอัตลักษณ์ที่สำคัญของชาติพันธุ์กะเหรี่ยงทั้งกลุ่มปกาเกอะญอและโผล่ว เป็นวิถีทางการผลิตและวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ทั้งนี้การทำไร่หมุนหมุนเวียนเป็นระบบการเกษรที่คืนความอุดมสมบูรณ์ให้กับดินที่เคยทำการเพาะปลูกด้วยการหมุนเวียนพื้นที่ทำไร่ในทุก ๆ รอบปี ในภาษา     ปกาเกอะญอเรียกไร่ที่ทำการเพาะปลูกว่า “เควะ” และพื้นที่แต่ละแปลงเรียกว่า “ล่อ” ซึ่งการทำไร่หมุนเวียนของชาวกะเหรี่ยงแตกต่างจากรูปแบบการเกษตรของคนพื้นที่ราบทั่วไป นั่นคือ ไม่ใส่ปุ๋ย ไม่ใช้วิธีไถพรวนหรือเปิดหน้าดิน ทำให้ดินแปลงที่เว้นระยะพักฟื้นไว้ได้รับการฟื้นฟูและปรับสภาพดินโดยธรรมชาติ (น.32) นอกจากนี้ยังมีอัตลักษณ์การเลือกที่อยู่อาศัย ชาวกะเหรี่ยงปะกาเกอะญอมักตั้งถิ่นฐานอยู่ตามแพรกห้วยบนภูเขาหรือตามสันเขาซึ่งเป็นต้นน้ำ บริเวณใจแผ่นดินและบางกลอยบนเป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญทั้งแม่น้ำภาชี (แม่ประชี) แม่น้ำบางกลอย และแม่น้ำเพชรบุรี อันเนื่องด้วยวิถีของชาวกะเหรี่ยงที่ทำไร่หมุนเวียนและต้องอาศัยผืนดินและแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ โดยพื้นที่ไร่มีอยู่ด้วยกันหลายแปลงสำหรับหมุนเวียนทำไร่ข้าวในแต่ละรอบปีซึ่งจะแยกเป็นสัดส่วนจากบริเวณที่ตั้งของที่พักอาศัย การตั้งบ้านเรือนของกะเหรี่ยงบ้านใจแผ่นดินและบางกลอยบนอยู่รวมกันเป็นหย่อมบ้านเล็ก ๆ หย่อมละ 2–5 หลังคาเรือน แต่ละหย่อมห่างกันเป็นเวลาเดินเท้านับชั่วโมงไปจนถึงนานข้ามวัน สะท้อนให้เห็นบ้านเรือนของคนในหมู่บ้านที่อยู่กระจัดกระจายห่างกัน ยกเว้นในช่วงที่มีการเอาแรงทำไร่หรือภายหลังฤดูกาลเก็บเกี่ยวแล้ว จึงจะมีการเที่ยวหาสู่หรือเยี่ยมเยียนกันระหว่างคนกะเหรี่ยงในแต่ละหย่อมบ้านหรือต่างหมู่บ้าน (น.30)

Social Cultural and Identity Change

ความเปลี่ยนแปลงของชาวกะเหรี่ยงใจแผ่นดินและบางกลอยบนที่ถูกบังคับโยกย้ายจากบ้านเดิมไปยังพื้นที่จัดสรรบริเวณบ้านโป่งลึก – บางกลอย เมื่อปีพ.ศ. 2539 จากการย้ายถิ่นฐาน ได้ประสบปัญหาความเป็นอยู่ของชาวบ้านกะเหรี่ยงปกาเกอะญอที่เคยดำรงชีวิตบริเวณต้นน้ำต้องเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ลำบากกว่าเดิมซึ่งมีเงื่อนไขต่าง ๆ ประกอบกัน เช่น ข้อจำกัดแปลงที่ดิน หรือสภาพความอุดมสมบูรณ์ของดินและแหล่งน้ำ ลักษณะการตั้งถิ่นฐานที่อยู่รวมกันในพื้นที่ที่กำหนด ทำให้ไม่สามารถย้ายที่อยู่อาศัยหรือกระจายเป็นหย่อมบ้านเหมือนเดิม ซึ่งส่งผลต่อวิถีทำกินแบบไร่หมุนเวียนของชาวกะเหรี่ยง การเพาะปลูกยังคงทำได้แต่ไม่สามารถทำให้ดำรงชีพได้อย่างเพียงพอ (น.67)
นอกจากพื้นที่จัดสรรจะไม่อำนวยต่อการทำไร่หมุนเวียนไปจนถึงการประกอบพิธีกรรมเพื่อขอบคุณต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อนุญาตให้ชาวบ้านทำไร่อย่างในอดีตแล้ว ความเปลี่ยนแปลงในการดำรงชีวิตที่ต้องปรับเปลี่ยนให้เข้ากับวิถีชีวิตภายใต้ข้อกำหนดและบริบทที่เกิดขึ้นใหม่ยังทำให้คติความเชื่อและประเพณีต่าง ๆ กำลังจะสูญหายไปจากชุมชนชาวกะเหรี่ยง (น.34)
สภาพการณ์ที่เปลี่ยนแปลงของชุมชนยังถูกแทนที่ด้วยการปรับเปลี่ยนอาชีพ ชาวบ้านหลายคนไม่สามารถดำรงวิถีการทำไร่หมุนเวียนแบบยังชีพเช่นที่เคยเป็น จึงต้องพึ่งพารายได้จากการทำงานทั้งงานทอผ้าในหมู่บ้านและออกมาทำงานรับจ้างชั่วคราวรูปแบบต่าง ๆ ในตัวอำเภอแก่งกระจานหรือจังหวัดเพชรบุรีเพื่อความอยู่รอด โดยเฉพาะคนที่มีทักษะทางภาษาและกำลังพอที่จะไปทำงานนอกพื้นที่จัดสรรได้ (น.51)
ความเปลี่ยนแปลงที่กระทบต่อวิถีชีวิตและอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาวบ้านที่โยกย้ายมายังพื้นที่ใหม่โดยไม่ได้รับความช่วยเหลือตามข้อตกลงเพื่อให้ดำเนินการอพยพโดยสมัครใจเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน ยังเป็นปัญหาที่ชาวบ้านบางกลอยต้องเจอจนถึงปัจจุบัน (น.67)

Critic Issues

ใจแผ่นดิน แผ่นดินกลางใจกะเหรี่ยงแก่งกระจาน เป็นบันทึกประวัติศาสตร์การต่อสู้ของคนเล็ก ๆ ที่ห่างไกลเพื่อรักษาบ้านใจแผ่นดิน ดินแดนอันห่างไกล ลี้ลับ และศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขา ด้วยความหวังที่จะกลับไปใจแผ่นดินบ้านเกิดใช้ชีวิตอย่างสงบ เรียบง่ายในพื้นที่ป่า และหวังให้รัฐและเจ้าหน้าที่ยอมรับ เข้าใจในวิถีของชาวกะเหรี่ยง และเคารพชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม

Other Issues

เครือข่ายทางสังคมของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง
ชาวกะเหรี่ยงใจแผ่นดินและบางกลอยบนทั่วไปไม่ได้มีเครือข่ายทางสังคมนอกพื้นที่อย่างชัดเจนเช่นเดียวกับในสมัยก่อน ยกเว้นภายหลังช่วงการเก็บเกี่ยวข้าวที่มีการเดินเท้าไปเที่ยวบ้าน ตระเวนผูกข้อมือกันในหมู่พี่น้องกะเหรี่ยงหมู่บ้านต่าง ๆ อยู่บ้าง (น.54)
ความสัมพันธ์ของเครือข่ายทางสังคมโดยเฉพาะเครือข่ายทางชาติพันธุ์ของชาวกะเหรี่ยงปรากฏอีกครั้งในช่วงเหตุการณ์ทางการเมืองระหว่างปี พ.ศ.2508-2511 ที่สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) และแนวร่วมชาวกะเหรี่ยงถูกปราบปรามและกดดันอย่างหนักจากทางการ จนต้องถอยไปอาศัยในเขตป่า เข้าไปถึงต้นน้ำเพชรบุรี ห้วยแม่ประโดน ห้วยแม่เพรียง แม่น้ำบางกลอย โป่งลึก และบ้านใจแผ่นดิน ในช่วงเวลานั้นกะเหรี่ยงปกาเกอะญอในพื้นที่จึงมีปฏิสัมพันธ์กับสหาย พคท. ที่ส่วนหนึ่งเป็นกะเหรี่ยงโผล่วหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี (น.55)
เครือข่ายทางสังคมของชาติพันธุ์เป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนชาวบ้านใจแผ่นดินและบางกลอยบนที่เผชิญกับการถูกละเมิดสิทธิจากการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานในเวลาต่อมาโดยเฉพาะเครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม (กวส.) เครือข่ายดังกล่าวประกอบด้วยผู้นำชาวกะเหรี่ยงซึ่งเป็นคนทำงานในพื้นที่ประสานกับเครือข่ายอื่น ๆ และองค์กรภายนอกในประเด็นทางสังคมต่าง ๆ (น.40)

บทเรียนจากกรณีชุมชนกะเหรี่ยงบ้านใจแผ่นดิน/บางกลอยบน
ตั้งแต่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานดำเนินการเผาทำลายบ้าน และยุ้งฉางของชาวบ้าน อีกทั้งใช้อำนาจบังคับให้ชาวบ้านกะเหรี่ยงใจแผ่นดินและบางกลอยบนอพยพออกจากที่อยู่อาศัยของตนในปีพ.ศ. 2553-2554 ในช่วงเวลานั้นชาวบ้านบางส่วนถูกผลักดันให้มาอยู่กับญาติพี่น้องในหมู่บ้านอื่น ๆ (น.76) ในระยะแรกคนกลางที่ทำหน้าที่สำคัญในการประสานชาวบ้านพร้อมทั้งให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับหน่วยงานตรวจสอบ คือ ทัศน์กมล โอบอ้อม หรืออาจารย์ป๊อด ภายหลังเหตุการณ์พ.ศ.2553-2554 เมื่อทัศน์กมลเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการยืนยันข้อเท็จจริงเรื่องความเป็นชุมชนดั้งเดิมละการตั้งถิ่นของชาวกะเหรี่ยงที่มาก่อนหน้าประกาศเขตอุทยานแห่งชาติ การเคลื่อนไหวเพื่อช่วยเหลือชาวกะเหรี่ยง อีกทั้งเผยแพร่ข้อมูลความไม่ชอบมาพากลในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน สถานะแกนนำชาวบ้านที่เป็นคู่ขัดแย้งกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ชัดเจนมากขึ้น และกลายเป็นเป้าหมายของการปองร้ายจนถึงแก่ชีวิตจากการถูกลอบยิงเมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2555 (น.77) สถานะแกนนำหรือตัวแทนของชาวบ้านก่อให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำร้ายขึ้นอีกกับ           พอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ ชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอยหลานชายของปู่คออี้ มีมิ ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในฐานะพยานคดีที่ปู่คออี้ และชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอยยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง ทั้งยังเป็นผู้จัดทำเอกสาร รวบรวมข้อมูลและพยานที่จะให้การตามนัดสืบพยานที่กำลังจะมาถึง แต่กลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2557 (น.78)
หากพิจารณาข้อเรียกร้องและความพยายามในการหาทางออกต่อกรณีปัญหาของชาวบ้านร่วมกันกับภาคส่วนต่าง ๆ จะเห็นว่าไม่ใช่เฉพาะการแก้ไขประเด็นพื้นที่ทำกินเท่านั้น แต่รวมถึงกระบวนการเพื่อให้เกิดการดำรงวิถีทางวัฒนธรรมซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง อันเป็นใจความสำคัญของเรื่องทั้งหมด ในขณะที่ข้อถกเถียงรวมทั้งคำตัดสินอันสืบเนื่องจากการยื่นคำร้องต่อศาลปกครอง ศาลที่ทำหน้าที่ตัดสิน คลี่คลายข้อพิพาทระหว่างรัฐกับชาวบ้านรวมทั้งออกคำสั่งให้ดำเนินการคุ้มครอง ชดเชย หรือการกระทำอื่นใดต่อชาวบ้านนั้น ต่างเป็นเรื่องของสิทธิที่ควบคู่ไปกับกฎหมาย ซึ่งมิติของสิทธิที่ได้รับการเน้นย้ำในกรณีชาวกะเหรี่ยงกลุ่มนี้ นั่นคือ สิทธิชุมชน (น.88)

Map/Illustration

รูปภาพ
- ภาพขณะทำแผนที่ทำมือบริเวณบ้านใจแผ่นดินและบางกลอยบน (น.16)
- ภาพนายโคอิ หรือคออี้ มิมิ (น.22)
- ภาพต้นพริกกะเหรี่ยง (น.27)
- ภาพต้นหมากในหมู่บ้านบางกลอยบน (น.28)
- ภาพวาดกะเหรี่ยงเพชรบุรี (น.29)
- ภาพสำรวจบ้านใจแผ่นดินและบางกลอยบน (น.29)
- ภาพที่อยู่อาศัยของชาวกะเหรี่ยงใจแผ่นดิน/บางกลอยบน (น.31)
- ภาพขั้นตอนการทำไร่หมุนเวียนของชาวกะเหรี่ยง (น.33)
- ภาพพิธีกรรมกินข้าวใหม่ (น.35)
- ภาพการร้องและเล่นดนตรีกะเหรี่ยงในพิธีเรียกขวัญข้าว (น.36-37)
- ภาพสายน้ำในหมู่บ้านของชาวกะเหรี่ยง (น.42-43)
- ภาพต้นไม้ใหญ่ในป่าแก่งกระจาน (น.45)
- ภาพชาวกะเกรี่ยงเดินเท้าไปไร่ (น.47)
- ภาพข้าวเปลือกที่นำมาตากภายหลังจากเก็บเกี่ยว (น.50)
- ภาพชาวกะเหรี่ยงในคราวที่ประชุมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ (น.53)
- ภาพงานผ้าป่ากองบุญข้าว บ้านโป่งลึก – บางกลอย ปีพ.ศ. 2556 (น.55)
- ภาพครอบครัวและเครือข่ายกะเหรี่ยงร่วมกันทำพิธีเรียกขวัญบิลลี่ (พอละจี รักจงเจริญ) ให้กลับบ้าน ที่ด่านมะเร็ว ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี (น.57)
- ภาพเครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมและตัวแทนชาวบ้านกะเหรี่ยงในพื้นที่ต่าง ๆ ร่วมทำกิจกรรมและแสดงความคิดเห็นเพื่อเสนอแนะในการบูรณาการแนวนโยบายตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 3 สิงหาคม 2553 (น.71)
- ภาพชาวกะเหรี่ยงบ้านใจแผ่นดิน/บางกลอยบน ณ ทำเนียบรัฐบาล (น.72)
- ภาพบิลลี่ พอละจี รักจงเจริญ (น.80) ภาพตำรวจเข้าสอบสวนกรณีการหายตัวของบิลลี่ที่หมู่บ้านโป่งลึก - บางกลอย (น.81)
- ภาพบิลลี่และชาวบ้านกะเหรี่ยงในกระบวนการรวบรวมข้อมูล (น.84)
- ภาพพฤ โอโดเชา และปู่คออี้ มีมิ ในวันฟังคำตัดสินคดีที่ปู่และชาวบ้านกะเหรี่ยงรวม 6 คน ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง (น.89)
- ภาพผู้ฟ้องคดีสาบานตนในวันที่ยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครอง (น.90)
- ภาพชาวกะเหรี่ยงบ้านใจแผ่นดิน/บางกลอยบน (น.94)
- ภาพป่าแก่งกระจาน (น.97)
- ภาพนางสาวพิณนภา พฤกษาพรรณ (มึนอ) ภรรยาของบิลลี่ และลูกสาว (น.143)
แผนที่
- แผนที่แหล่งตั้งถิ่นฐานกะเหรี่ยงกลุ่มต่าง ๆ ในบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันตกของประเทศไทย (น.15)
- แผนที่ทำมือบริเวณบ้านใจแผ่นดินและบางกลอยบน (น.17) 

Text Analyst กิตติยากรณ์ เสียวสุข Date of Report 01 ต.ค. 2564
TAG กะเหรี่ยง, ความเป็นอยู่และประเพณี, แก่งกระจาน, Translator -
 
 

 

ฐานข้อมูลอื่นๆของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
  ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทย
จารึกในประเทศไทย
จดหมายเหตุทางมานุษยวิทยา
แหล่งโบราณคดีที่สำคัญในประเทศไทย
หนังสือเก่าชาวสยาม
ภาพยนตร์ชาติพันธุ์
ข่าวมานุษยวิทยา
ICH Learning Resources
ฐานข้อมูลเอกสารโบราณภูมิภาคตะวันตกในประเทศไทย
ฐานข้อมูลประเพณีท้องถิ่นในประเทศไทย
ฐานข้อมูลสังคม - วัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  หน้าหลัก
งานวิจัยชาติพันธุ์ในประเทศไทย
บทความชาติพันธุ์
ข่าวชาติพันธุ์
เครือข่ายชาติพันธุ์
เกี่ยวกับเรา
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  ข้อมูลโครงการ
ทีมงาน
ติดต่อเรา
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
ช่วยเหลือ
  กฏกติกาและมารยาท
แบบสอบถาม
คำถามที่พบบ่อย


ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เลขที่ 20 ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170 
Tel. +66 2 8809429 | Fax. +66 2 8809332 | E-mail. webmaster@sac.or.th 
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2549    |   เงื่อนไขและข้อตกลง