ค้นหาข้อมูล
ค้นหาแบบละเอียด
  •   ความเป็นมาและหลักเหตุผล

    เพื่อรวบรวมงานวิจัยทางชาติพันธุ์ที่มีคุณภาพมาสกัดสาระสำคัญในเชิงมานุษยวิทยาและเผยแผ่สาระงานวิจัยแก่นักวิชาการ นักศึกษานักเรียนและผู้สนใจให้เข้าถึงงานวิจัยทางชาติพันธุ์ได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

  •   กลุ่มชาติพันธุ์และขอบเขตพื้นที่ที่จะสรุปงานวิจัยลงฐานข้อมูล

    ความหมายกลุ่มชาติพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาต่างๆ กัน ในขั้นแรกนี้โครงการฯ เลือกเก็บเนื้อหา “กลุ่มชาติพันธุ์” ต่างๆ ที่ถูกมองว่าเป็น “ชนกลุ่มน้อย” ของประเทศไทย ฐานข้อมูลจึงไม่มีงานวิจัยที่เกี่ยวกับคนไทยภาคกลาง  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ และยังไม่ได้รวมงานวิจัยเกี่ยวกับ “ชาวจีนโพ้นทะเล” ในประเทศไทย ซึ่งได้มีสถาบันวิชาการอื่นรวบรวมไว้แล้ว เช่น สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ภาพ-ข้าวห่อ อาหารของปกาเกอะญอ บ้านมอวาคี จ. เชียงใหม่
  •   ฐานข้อมูลจำแนกกลุ่มชาติพันธุ์ตามชื่อเรียกที่คนในใช้เรียกตนเอง ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ คือ

    1. ชื่อเรียกที่ “คนอื่น” ใช้มักเป็นชื่อที่มีนัยในทางเหยียดหยาม ทำให้สมาชิกกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ รู้สึกไม่ดี อยากจะใช้ชื่อที่เรียกตนเองมากกว่า ซึ่งคณะทำงานมองว่าน่าจะเป็น “สิทธิพื้นฐาน” ของการเป็นมนุษย์

    2. ชื่อเรียกชาติพันธุ์ของตนเองมีความชัดเจนว่าหมายถึงใคร มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอย่างไร และตั้งถิ่นฐานอยู่แห่งใดมากกว่าชื่อที่คนอื่นเรียก ซึ่งมักจะมีความหมายเลื่อนลอย ไม่แน่ชัดว่าหมายถึงใคร เช่น คำว่า “ลัวะ” ถูกใช้ในเรียกรวมในกลุ่ม ลเวือะ ลัวะ และปลัง เป็นต้น


    ภาพ-เยาวชนปกาเกอะญอ บ้านมอวาคี จ.เชียงใหม่

  •  

    จากการรวบรวมงานวิจัยในฐานข้อมูลและหลักการจำแนกชื่อเรียกชาติพันธุ์ที่คนในใช้เรียกตนเอง พบว่า ประเทศไทยมีกลุ่มชาติพันธุ์มากกว่า 62 กลุ่ม


    ภาพ-สุภาษิตปกาเกอะญอ
  •   การจำแนกกลุ่มชนมีลักษณะพิเศษกว่าการจำแนกสรรพสิ่งอื่นๆ

    เพราะกลุ่มชนต่างๆ มีความรู้สึกนึกคิดและภาษาที่จะแสดงออกมาได้ว่า “คิดหรือรู้สึกว่าตัวเองเป็นใคร” ซึ่งการจำแนกตนเองนี้ อาจแตกต่างไปจากที่คนนอกจำแนกให้ ในการศึกษาเรื่องนี้นักมานุษยวิทยาจึงต้องเพิ่มมุมมองเรื่องจิตสำนึกและชื่อเรียกตัวเองของคนในกลุ่มชาติพันธุ์ 


    ภาพ-สลากย้อม งานบุญของยอง จ.ลำพูน
  •   มโนทัศน์ความหมายกลุ่มชาติพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาต่างๆ กัน

    ในช่วงทศวรรษของ 2490-2510 ในสาขาวิชามานุษยวิทยา “กลุ่มชาติพันธุ์” คือ กลุ่มชนที่มีวัฒนธรรมเฉพาะแตกต่างจากกลุ่มชนอื่นๆ ซึ่งมักจะเป็นการกำหนดในเชิงวัตถุวิสัย โดยนักมานุษยวิทยาซึ่งสนใจในเรื่องมนุษย์และวัฒนธรรม

    แต่ความหมายของ “กลุ่มชาติพันธุ์” ในช่วงหลังทศวรรษ 
    2510 ได้เน้นไปที่จิตสำนึกในการจำแนกชาติพันธุ์บนพื้นฐานของความแตกต่างทางวัฒนธรรมโดยตัวสมาชิกชาติพันธุ์แต่ละกลุ่มเป็นสำคัญ... (อ่านเพิ่มใน เกี่ยวกับโครงการ/คู่มือการใช้)



    ภาพ-หาดราไวย์ จ.ภูเก็ต บ้านของอูรักลาโว้ย
  •   สนุก

    วิชาคอมพิวเตอร์ของนักเรียน
    ปกาเกอะญอ  อ. แม่ลาน้อย
    จ. แม่ฮ่องสอน


    ภาพโดย อาทิตย์    ทองดุศรี

  •   ข้าวไร่

    ผลิตผลจากไร่หมุนเวียน
    ของชาวโผล่ว (กะเหรี่ยงโปว์)   
    ต. ไล่โว่    อ.สังขละบุรี  
    จ. กาญจนบุรี

  •   ด้าย

    แม่บ้านปกาเกอะญอ
    เตรียมด้ายทอผ้า
    หินลาดใน  จ. เชียงราย

    ภาพโดย เพ็ญรุ่ง สุริยกานต์
  •   ถั่วเน่า

    อาหารและเครื่องปรุงหลัก
    ของคนไต(ไทใหญ่)
    จ.แม่ฮ่องสอน

     ภาพโดย เพ็ญรุ่ง สุริยกานต์
  •   ผู้หญิง

    โผล่ว(กะเหรี่ยงโปว์)
    บ้านไล่โว่ 
    อ.สังขละบุรี
    จ. กาญจนบุรี

    ภาพโดย ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ
  •   บุญ

    ประเพณีบุญข้าวใหม่
    ชาวโผล่ว    ต. ไล่โว่
    อ.สังขละบุรี  จ.กาญจนบุรี

    ภาพโดยศรยุทธ  เอี่ยมเอื้อยุทธ

  •   ปอยส่างลอง แม่ฮ่องสอน

    บรรพชาสามเณร
    งานบุญยิ่งใหญ่ของคนไต
    จ.แม่ฮ่องสอน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ปอยส่างลอง

    บรรพชาสามเณร
    งานบุญยิ่งใหญ่ของคนไต
    จ.แม่ฮ่องสอน

    ภาพโดย เบญจพล  วรรณถนอม
  •   อลอง

    จากพุทธประวัติ เจ้าชายสิทธัตถะ
    ทรงละทิ้งทรัพย์ศฤงคารเข้าสู่
    ร่มกาสาวพัสตร์เพื่อแสวงหา
    มรรคผลนิพพาน


    ภาพโดย  ดอกรัก  พยัคศรี

  •   สามเณร

    จากส่างลองสู่สามเณร
    บวชเรียนพระธรรมภาคฤดูร้อน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   พระพาราละแข่ง วัดหัวเวียง จ. แม่ฮ่องสอน

    หล่อจำลองจาก “พระมหามุนี” 
    ณ เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า
    ชาวแม่ฮ่องสอนถือว่าเป็นพระพุทธรูป
    คู่บ้านคู่เมืององค์หนึ่ง

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม

  •   เมตตา

    จิตรกรรมพุทธประวัติศิลปะไต
    วัดจองคำ-จองกลาง
    จ. แม่ฮ่องสอน
  •   วัดจองคำ-จองกลาง จ. แม่ฮ่องสอน


    เสมือนสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม
    เมืองไตแม่ฮ่องสอน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ใส

    ม้งวัยเยาว์ ณ บ้านกิ่วกาญจน์
    ต. ริมโขง อ. เชียงของ
    จ. เชียงราย
  •   ยิ้ม

    แม้ชาวเลจะประสบปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย
    พื้นที่ทำประมง  แต่ด้วยความหวัง....
    ทำให้วันนี้ยังยิ้มได้

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ผสมผสาน

    อาภรณ์ผสานผสมระหว่างผ้าทอปกาเกอญอกับเสื้อยืดจากสังคมเมือง
    บ้านแม่ลาน้อย จ. แม่ฮ่องสอน
    ภาพโดย อาทิตย์ ทองดุศรี
  •   เกาะหลีเป๊ะ จ. สตูล

    แผนที่ในเกาะหลีเป๊ะ 
    ถิ่นเดิมของชาวเลที่ ณ วันนี้
    ถูกโอบล้อมด้วยรีสอร์ทการท่องเที่ยว
  •   ตะวันรุ่งที่ไล่โว่ จ. กาญจนบุรี

    ไล่โว่ หรือที่แปลเป็นภาษาไทยว่า ผาหินแดง เป็นชุมชนคนโผล่งที่แวดล้อมด้วยขุนเขาและผืนป่า 
    อาณาเขตของตำบลไล่โว่เป็นส่วนหนึ่งของป่าทุ่งใหญ่นเรศวรแถบอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี 

    ภาพโดย ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ
  •   การแข่งขันยิงหน้าไม้ของอาข่า

    การแข่งขันยิงหน้าไม้ในเทศกาลโล้ชิงช้าของอาข่า ในวันที่ 13 กันยายน 2554 ที่บ้านสามแยกอีก้อ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
 
  Princess Maha Chakri Sirindhorn Anthropology Centre
Ethnic Groups Research Database
Sorted by date | title

   Record

 
Subject คนใต้, ศีลธรรม, การเมือง, นครศรีธรรมราช, การเมืองคนใต้, การเมืองนครศรีธรรมราช
Author อนุสรณ์ อุณโณ
Title เกิดมาหนึ่งชาติต้องได้กราบพระธาตุเมืองนคร
Document Type หนังสือ Original Language of Text ภาษาไทย
Ethnic Identity คนใต้, Language and Linguistic Affiliations -
Location of
Documents
ห้องสมุดศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) Total Pages 152 Year 2560
Source ศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสำนักพิมพ์ Thirdspace
Abstract

     หนังสือเล่มนี้เป็นการศึกษาแนวคิดทางการเมืองของคนในหมู่บ้านเกาะ (นามสมมุติ) ตำบลหน้าท่า อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช ผ่านการลงพื้นที่ภาคสนาม สัมภาษณ์บุคคลต่าง ๆ ในพื้นที่ที่สะท้อนแนวคิดทางการเมืองผ่านมิติของสังคมวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นการให้ความสำคัญกับกลุ่มบุคคลต่าง ๆ อาทิ เครือญาติ พวกพ้อง หรือการยกย่องครูซึ่งเป็นอาชีพที่มีเกียรติและสร้างความก้าวหน้าในชีวิตได้ การนับถือนักเลงไก่ชนที่มีลักษณะใจกว้าง ใจถึง ตลอดจนศิลปินพื้นบ้านที่แสดงออกแนวคิดทางการเมืองสู่ศิลปะพื้นบ้านต่าง ๆ ทั้งหมดนี้เป็นการหยั่งรากของแนวคิดทางการเมืองของคนใต้ที่แตกต่างจากพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศ  ซึ่งล้วนแสดงออกถึงความเป็นพวกพ้องว่าเป็นสิ่งสำคัญและมีอิทธิพลต่อแนวคิดทางการเมืองมาโดยตลอด และได้แสดงออกต่อการเมืองในระดับชาติที่ศรัทธาต่อพรรคประชาธิปปัตย์ ตั้งแต่ครั้งนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ตลอดจนการที่คนภาคใต้สนับสนุนแนวคิดของกลุ่มพันธมิตรในช่วงแรก แม้ว่าชนชั้นหรือฐานะทางสังคมของคนในภาคใต้จะเหมือนกับคนในภาคเหนือหรือภาคอีสาน ที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายประชานิยม แต่ต่างแสดงออกเกี่ยวกับแนวคิด ความเชื่อมั่นทางการเมืองที่แตกต่างจากภูมิภาคอื่นในประเทศ

Focus

     หนังสือเล่มนี้ต้องการนำเสนอมุมมองของคนใต้ ในหมู่บ้านเกาะ (หมู่บ้านกรณีศึกษาสมมติ ผู้ศึกษาต้องใช้นามสมมติเพื่อไม่ให้กระทบความสัมพันธ์ หรือความมั่นคงต่อผู้ให้สัมภาษณ์กับการศึกษาในครั้งนี้) จังหวัดนครศรีธรรมราช ผ่านการสะท้อนด้านสังคมและวัฒนธรรมที่หล่อหลอมแนวคิด และวิถีปฏิบัติของคนในพื้นที่ต่อเรื่องการเมืองการปกครองทั้งในระดับท้องถิ่น ไปจนถึงการเมืองระดับชาติที่มีความแตกต่างจากความแนวคิดทางการเมืองของคนในพื้นที่ภาคอื่น ๆ ของประเทศไทย

Theoretical Issues

     ผู้เขียนชี้ให้เห็นถึงการดำเนินชีวิต และภูมิหลังของคนในภาคใต้ว่าเป็นพื้นที่ที่เข้าสู่ระบบทางเศรษฐกิจก่อนที่รัฐจะเข้ามาจัดการพื้นที่ จึงทำให้แนวคิดทางการเมืองของคนในภาคใต้ แตกต่างจากคนในพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศไทยที่ต้องรอความช่วยเหลือผ่านนโยบายจากพรรคการเมืองพรรคต่าง ๆ ตลอดจนผู้เขียนได้ทบทวนมิติทางสังคมวัฒนธรรมของคนใต้ที่ได้รับอิทธิพลทางการเมืองอย่างฝังรากลึกผ่านการสัมภาษณ์บุคคลต่าง ๆ ที่สะท้อนความคิด ความเชื่อ ความรู้สึกต่อตัวบุคคลทางการเมือง ทั้งในระดับท้องถิ่น จนถึงการเมืองระดับชาติ 

Ethnic Group in the Focus

ไม่มี

Language and Linguistic Affiliations

ไม่มี

Study Period (Data Collection)

พ.ศ. 2554-2555

History of the Group and Community

ไม่มี

Settlement Pattern

     หมู่บ้านกรณีศึกษาสมมติ (บ้านเกาะ) ตั้งอยู่ที่ตำบลหน้าท่า อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช มีพื้นที่รวมราว 2,668.75 ไร่ หรือมีพื้นที่ราว 4.27 กิโลเมตร ชาวบ้านส่วนใหญ่นิยมตั้งถิ่นฐานบริเวณฝั่งตะวันออกที่ติดกับอ่าวไทย มากกว่าการตั้งถิ่นฐานทางตะวันตก ที่มีคลองหัวไทรเป็นขอบเขต ทั้งนี้ ประชากรที่อาศัยในพื้นที่ปัจจุบัน เป็นคนดั้งเดิม และย้ายมาจากจังหวัดสงขลา และบริเวณใกล้เคียง

Demography

พ.ศ. 2554 ชาวบ้านหมู่บ้านเกาะมีประชากร 1,340 คน 368 ครัวเรือน เป็นชาย 651 คน และหญิง 689 คน

Economy

     ชาวบ้านเกาะมีรายได้ต่อปีราว 131,645.54 บาท ต่อครัวเรือน โดยในอดีตชาวบ้านมีการเพาะปลุกข้าวบริเวณทุ่งระโนด (ติดกับพื้นที่อำเภอหัวไทร) ทำน้ำตาลโตนด และต้มเหล้าจากน้ำตาล ช่วงพ.ศ. 2520 มีการบุกเบิกทางการประมง จึงเริ่มมีการขยายตัวของเศรษฐกิจประมงมากขึ้น จนเมื่อพ.ศ. 2530 มีการเลี้ยงกุ้งกุลาดำซึ่งสร้างปัญหาอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นราคาต้นทุนสูง ราคาขายตกต่ำ และโรคในกุ้ง ปัจจุบันระบบเศรษฐกิจจึงเป็นการประมงทะเล และระบบแพ โดยทั้งหมู่บ้านมีเรือประมง 90 ลำ และมีชาวบ้านทำประมงราว 200-250 คน อย่างไรก็ตาม การทำประมงดังกล่าวก่อให้เกิดรายได้ไม่เพียงพอตลอดทั้งปี เนื่องจากมีช่วงมรสุมระหว่างเดือนตุลาคม ถึงมกราคมที่สามารถออกเดินเรือได้เพียงเดือนละ 1 สัปดาห์ ชาวประมงจึงต้องหารายได้อื่นเสริม เช่น การปลดซากสัตว์น้ำจากอวน การแยกขยะออกจากอวน หรือการรับจ้างทั่วไป อย่างการคัดกุ้งที่สร้างรายได้ได้มาก มักเป็นงานของผู้หญิง และต้องทำงานเป็นทีม ส่วนงานของผู้ชายจะแบ่งงานเป็น หง้ง ะทีมจับ คื้ชายแบ่งเป็นทีมท่อ คือการสูบน้ำ เนื่องจากมีช่วงมรสุมึ้น ในช่วงพ.ศ. ละย้ายมาจากจังหวัดสงขลา และบริเวณใกทีมท่อในการสูบน้ำออกจากบ่อกุ้ง และทีมจับ กุ้งหลังสูบน้ำออก นอกจากนี้ยังมีการเลี้ยงกุ้งขาว ที่ใช้ต้นทุนสูงกว่าการเลี้ยงกุ้งกุลาดำจึงไม่นิยมมาก แต่มีปัญหาด้านโรคในกุ้งน้อยกว่ากุ้งกุลาดำมาก

     สำหรับอาชีพอื่นๆ ภายในหมู่บ้านเกาะ ได้แก่ อาชีพรับราชการ ค้าขาย ธุรกิจส่วนตัว รัฐวิสาหกิจ และการทำประมงน้ำกร่อย 

Social Organization

     ลักษณะสังคมที่ปรากฎในหนังสือเล่มนี้เป็นการเชื่อมโยงแนวคิดทางการเมืองในมิติทางสังคมวัฒนธรรมของชาวหมู่บ้านเกาะกับบุคคลต่าง ๆ ในสังคมในพื้นที่นั้น โดยไม่สามารถแยกกันได้ ประกอบด้วย

1) ความเป็นเครือญาติ อันเป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยวของคนในพื้นที่ โดยเป็นทั้งทุนทางสังคม และเป็นผู้สนับสนุนในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะด้านการเมืองที่ไว้ใจคนที่เป็นพวกพ้อง หรือเครือญาติมากกว่าสิ่งอื่น
2) ครู อาชีพภายใต้อุดมคติของการได้เป็นเจ้าคนนายคน และเป็นอาชีพที่มีเกียรติซึ่งมักจะได้รับตำแหน่งสำคัญในหมู่บ้านอยู่เสมอ
3) นักเลงไก่ชน ถือเป็นกลุ่มคนที่ช่วยแก้ไขปัญหาและความเดือดร้อนให้กับคนในพื้นที่ได้ดีกว่าการแก้ไขของภาครัฐ ถือว่าเป็นที่พึ่งพิงหนึ่งของบุคคลในพื้นที่ภาคใต้คนเหล่านี้มีลักษณะเป็นคนใจกว้าง และใจถึง
4) ศิลปินพื้นบ้าน ที่แสดงอออกความคิดทางการเมืองสู้ศิลปะพื้นบ้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ การเสียดสีล้อเลียนต่าง ๆ ในการแสดงหนังตะลุง หรือมโนราห์

Political Organization

     การปกครองในระดับท้องถิ่น ถึงการเมืองระดับชาติของชาวหมู่บ้านเกาะประกอบด้วยปัจจัยทางสังคมวัฒนธรรมที่หล่อหลอมแนวคิดด้านการเมืองอย่างแน่นแฟ้น ทั้งในระดับเครือญาติ หรือตำแหน่งต่าง ๆ ทางสังคมที่เป็นที่นับหน้าถือตา ที่ล้วนสะท้อนให้เห็นว่า แนวคิดทางการเมืองเป็นการยึดถือและเชื่อใจพวกพ้องหรือตัวบุคคลนั้นๆเป็นหลัก ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลงานหรือผลลัพท์ที่จะเกิดขึ้นทางการเมือง เนื่องจากคนในภาคใต้ไม่ได้มีความคาดหวังที่จะให้รัฐเข้ามาพัฒนาสิ่งใด ๆ เหมือนกับคนในภาคอื่น ๆ ของประเทศ

     ในการศึกษาครั้งนี้ผู้วิจัยได้นำเสนอทัศนคติทางการเมือง ของชาวหมู่บ้านเกาะผ่านเหตุการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นใน 2 ระดับ ดังนี้
1) การเลือกตั้งท้องถิ่นในระดับผู้ใหญ่บ้านจากกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นระหว่างที่ผู้เขียนได้ลงพื้นที่ พบว่า การเลือกตั้งในครั้งนี้เป็นการลงสมัครจากตระกูลที่เป็นที่รู้จักของท้องถิ่น ต่างกันแค่เพียงภูมิหลังที่บุคคลหนึ่งมีประวัติในการเป็นผู้ใหญ่บ้านคนเก่า และเป็นผู้สนับสนุนโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน และอีกคนหนึ่งที่เป็นมือใหม่ และเป็นผู้คัดค้านโครงการดังกล่าว แม้ว่าทั้งคู่มาจากตระกูลเดียวกันแต่ต่างกันในระดับรุ่นอาและหลาน ประกอบกับเสียงของชาวบ้านที่ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้า ก็ไม่สามารถทำให้ผู้นำที่มีแนวคิดเช่นเดียวกันชนะการเลือกตั้งได้ เนื่องจากเกมการเมืองที่เล่นผ่านการใช้เครือข่ายหัวคะแนน(เครือญาติ) การวางแผนเข้าถึงพื้นที่ก่อนการเลือกตั้ง ก็ไม่อาจเปลี่ยนความคิดของคนในพื้นที่ที่แม้ว่าจะได้ผู้นำที่มีแนวคิดต่างจากตน แต่มีความเชื่อใจในตัวบุคคลดังกล่าวมากกว่าความถูกต้องก็ตาม

2) การเมืองระดับชาติ นับแต่นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี คนภาคใต้ได้เกิดความศรัทธาในพรรคประชาธิปัตย์อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ไม่ว่าลงในสนามการเลือกตั้งในภาคใต้ ต่างได้รับการลงคะแนนอย่างเอกฉันท์ เนื่องจากนายชวน หลีกภัย ได้ชื่อว่าเป็นผู้นำที่ใจซื่อ มือสะอาด เป็นตัวแทนของความสุจริต มีศีลธรรม มีโวหารที่ดี อีกทั้งภาพลักษณ์ของพรรคยังแสดงถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์ อันเป็นธรรมเนียมที่คนใต้ชื่นชอบ จึงทำให้คนใต้ยึดติดกับพรรคประชาธิปัตย์ แม้จะเกิดความขัดแย้งทางเมืองครั้งใหญ่ คนใต้ได้สนับสนุนกลุ่มพันธมิตรในช่วงแรกที่ต้องการขับไล่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ออกจากตำแหน่ง ในสมัยนั้น แต่ต่อมากลุ่มพันธมิตรได้แปรเปลี่ยนแนวคิด และวิธีปฏิบัติจึงเกิดการแบ่งพวกออกเป็น 2 ฝ่าย

Belief System

     ยึดถือแนวปฏิบัติในการรวมญาติ ช่วงเทศกาลสารทเดือนสิบ และเทศกาลสงกรานต์ จนมีคำเรียกว่า สาวย่านนับโยด (สาวญาตินับโยด) ที่เป็นการสืบสาวสายโลหิตร่วมกัน 

Education and Socialization

ไม่มี

Health and Medicine

ไม่มี

Art and Crafts (including Clothing Costume)

ไม่มี

Folklore

ไม่มี

Ethnicity (Ethnic Identity, Boundaries and Ethnic Relation)

ไม่มี

Social Cultural and Identity Change

ไม่มี

Critic Issues

ไม่มี

Other Issues

ไม่มี

Google Map

https://www.google.com/maps/place/%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A/@8.5822981,99.2249105,9z/data=!4m5!3m4!1s0x30530115a2a6568b:0x34e30843bc5f02f2!8m2!3d8.4303975!4d99.9631219

Map/Illustration

แผนที่

  • ที่ตั้งและลักษณะทางภูมิศาสตร์บ้านเกาะ น.10
ตาราง
  • อาชีพและจำนวนผู้ประกอบอาชีพในบ้านเกาะ (พ.ศ.2555) น.30
  • ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตจังหวัดนครศรีธรรมราช น.82-83
แผนภูมิ
  • เครือญาติตระกูลนินเรียม น.62

Text Analyst นุชจรี ศรีวิเชียร Date of Report 25 ก.พ. 2562
TAG คนใต้, ศีลธรรม, การเมือง, นครศรีธรรมราช, การเมืองคนใต้, การเมืองนครศรีธรรมราช, Translator -
 
 

 

ฐานข้อมูลอื่นๆของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
  ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย
จารึกในประเทศไทย
จดหมายเหตุทางมานุษยวิทยา
แหล่งโบราณคดีที่สำคัญในประเทศไทย
หนังสือเก่าชาวสยาม
ภาพยนตร์ชาติพันธุ์
ข่าวมานุษยวิทยา
ICH Learning Resources
ฐานข้อมูลเอกสารโบราณภูมิภาคตะวันตกในประเทศไทย
ฐานข้อมูลประเพณีท้องถิ่นในประเทศไทย
ฐานข้อมูลสังคม - วัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  หน้าหลัก
งานวิจัยชาติพันธุ์ในประเทศไทย
บทความชาติพันธุ์
ข่าวชาติพันธุ์
เครือข่ายชาติพันธุ์
เกี่ยวกับเรา
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  ข้อมูลโครงการ
ทีมงาน
ติดต่อเรา
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
ช่วยเหลือ
  กฏกติกาและมารยาท
แบบสอบถาม
คำถามที่พบบ่อย


ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เลขที่ 20 ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170 
Tel. +66 2 8809429 | Fax. +66 2 8809332 | E-mail. webmaster@sac.or.th 
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2549    |   เงื่อนไขและข้อตกลง