ค้นหาข้อมูล
ค้นหาแบบละเอียด
  •   ความเป็นมาและหลักเหตุผล

    เพื่อรวบรวมงานวิจัยทางชาติพันธุ์ที่มีคุณภาพมาสกัดสาระสำคัญในเชิงมานุษยวิทยาและเผยแผ่สาระงานวิจัยแก่นักวิชาการ นักศึกษานักเรียนและผู้สนใจให้เข้าถึงงานวิจัยทางชาติพันธุ์ได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

  •   กลุ่มชาติพันธุ์และขอบเขตพื้นที่ที่จะสรุปงานวิจัยลงฐานข้อมูล

    ความหมายกลุ่มชาติพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาต่างๆ กัน ในขั้นแรกนี้โครงการฯ เลือกเก็บเนื้อหา “กลุ่มชาติพันธุ์” ต่างๆ ที่ถูกมองว่าเป็น “ชนกลุ่มน้อย” ของประเทศไทย ฐานข้อมูลจึงไม่มีงานวิจัยที่เกี่ยวกับคนไทยภาคกลาง  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ และยังไม่ได้รวมงานวิจัยเกี่ยวกับ “ชาวจีนโพ้นทะเล” ในประเทศไทย ซึ่งได้มีสถาบันวิชาการอื่นรวบรวมไว้แล้ว เช่น สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ภาพ-ข้าวห่อ อาหารของปกาเกอะญอ บ้านมอวาคี จ. เชียงใหม่
  •   ฐานข้อมูลจำแนกกลุ่มชาติพันธุ์ตามชื่อเรียกที่คนในใช้เรียกตนเอง ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ คือ

    1. ชื่อเรียกที่ “คนอื่น” ใช้มักเป็นชื่อที่มีนัยในทางเหยียดหยาม ทำให้สมาชิกกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ รู้สึกไม่ดี อยากจะใช้ชื่อที่เรียกตนเองมากกว่า ซึ่งคณะทำงานมองว่าน่าจะเป็น “สิทธิพื้นฐาน” ของการเป็นมนุษย์

    2. ชื่อเรียกชาติพันธุ์ของตนเองมีความชัดเจนว่าหมายถึงใคร มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอย่างไร และตั้งถิ่นฐานอยู่แห่งใดมากกว่าชื่อที่คนอื่นเรียก ซึ่งมักจะมีความหมายเลื่อนลอย ไม่แน่ชัดว่าหมายถึงใคร เช่น คำว่า “ลัวะ” ถูกใช้ในเรียกรวมในกลุ่ม ลเวือะ ลัวะ และปลัง เป็นต้น


    ภาพ-เยาวชนปกาเกอะญอ บ้านมอวาคี จ.เชียงใหม่

  •  

    จากการรวบรวมงานวิจัยในฐานข้อมูลและหลักการจำแนกชื่อเรียกชาติพันธุ์ที่คนในใช้เรียกตนเอง พบว่า ประเทศไทยมีกลุ่มชาติพันธุ์มากกว่า 62 กลุ่ม


    ภาพ-สุภาษิตปกาเกอะญอ
  •   การจำแนกกลุ่มชนมีลักษณะพิเศษกว่าการจำแนกสรรพสิ่งอื่นๆ

    เพราะกลุ่มชนต่างๆ มีความรู้สึกนึกคิดและภาษาที่จะแสดงออกมาได้ว่า “คิดหรือรู้สึกว่าตัวเองเป็นใคร” ซึ่งการจำแนกตนเองนี้ อาจแตกต่างไปจากที่คนนอกจำแนกให้ ในการศึกษาเรื่องนี้นักมานุษยวิทยาจึงต้องเพิ่มมุมมองเรื่องจิตสำนึกและชื่อเรียกตัวเองของคนในกลุ่มชาติพันธุ์ 


    ภาพ-สลากย้อม งานบุญของยอง จ.ลำพูน
  •   มโนทัศน์ความหมายกลุ่มชาติพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาต่างๆ กัน

    ในช่วงทศวรรษของ 2490-2510 ในสาขาวิชามานุษยวิทยา “กลุ่มชาติพันธุ์” คือ กลุ่มชนที่มีวัฒนธรรมเฉพาะแตกต่างจากกลุ่มชนอื่นๆ ซึ่งมักจะเป็นการกำหนดในเชิงวัตถุวิสัย โดยนักมานุษยวิทยาซึ่งสนใจในเรื่องมนุษย์และวัฒนธรรม

    แต่ความหมายของ “กลุ่มชาติพันธุ์” ในช่วงหลังทศวรรษ 
    2510 ได้เน้นไปที่จิตสำนึกในการจำแนกชาติพันธุ์บนพื้นฐานของความแตกต่างทางวัฒนธรรมโดยตัวสมาชิกชาติพันธุ์แต่ละกลุ่มเป็นสำคัญ... (อ่านเพิ่มใน เกี่ยวกับโครงการ/คู่มือการใช้)



    ภาพ-หาดราไวย์ จ.ภูเก็ต บ้านของอูรักลาโว้ย
  •   สนุก

    วิชาคอมพิวเตอร์ของนักเรียน
    ปกาเกอะญอ  อ. แม่ลาน้อย
    จ. แม่ฮ่องสอน


    ภาพโดย อาทิตย์    ทองดุศรี

  •   ข้าวไร่

    ผลิตผลจากไร่หมุนเวียน
    ของชาวโผล่ว (กะเหรี่ยงโปว์)   
    ต. ไล่โว่    อ.สังขละบุรี  
    จ. กาญจนบุรี

  •   ด้าย

    แม่บ้านปกาเกอะญอ
    เตรียมด้ายทอผ้า
    หินลาดใน  จ. เชียงราย

    ภาพโดย เพ็ญรุ่ง สุริยกานต์
  •   ถั่วเน่า

    อาหารและเครื่องปรุงหลัก
    ของคนไต(ไทใหญ่)
    จ.แม่ฮ่องสอน

     ภาพโดย เพ็ญรุ่ง สุริยกานต์
  •   ผู้หญิง

    โผล่ว(กะเหรี่ยงโปว์)
    บ้านไล่โว่ 
    อ.สังขละบุรี
    จ. กาญจนบุรี

    ภาพโดย ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ
  •   บุญ

    ประเพณีบุญข้าวใหม่
    ชาวโผล่ว    ต. ไล่โว่
    อ.สังขละบุรี  จ.กาญจนบุรี

    ภาพโดยศรยุทธ  เอี่ยมเอื้อยุทธ

  •   ปอยส่างลอง แม่ฮ่องสอน

    บรรพชาสามเณร
    งานบุญยิ่งใหญ่ของคนไต
    จ.แม่ฮ่องสอน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ปอยส่างลอง

    บรรพชาสามเณร
    งานบุญยิ่งใหญ่ของคนไต
    จ.แม่ฮ่องสอน

    ภาพโดย เบญจพล  วรรณถนอม
  •   อลอง

    จากพุทธประวัติ เจ้าชายสิทธัตถะ
    ทรงละทิ้งทรัพย์ศฤงคารเข้าสู่
    ร่มกาสาวพัสตร์เพื่อแสวงหา
    มรรคผลนิพพาน


    ภาพโดย  ดอกรัก  พยัคศรี

  •   สามเณร

    จากส่างลองสู่สามเณร
    บวชเรียนพระธรรมภาคฤดูร้อน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   พระพาราละแข่ง วัดหัวเวียง จ. แม่ฮ่องสอน

    หล่อจำลองจาก “พระมหามุนี” 
    ณ เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า
    ชาวแม่ฮ่องสอนถือว่าเป็นพระพุทธรูป
    คู่บ้านคู่เมืององค์หนึ่ง

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม

  •   เมตตา

    จิตรกรรมพุทธประวัติศิลปะไต
    วัดจองคำ-จองกลาง
    จ. แม่ฮ่องสอน
  •   วัดจองคำ-จองกลาง จ. แม่ฮ่องสอน


    เสมือนสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม
    เมืองไตแม่ฮ่องสอน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ใส

    ม้งวัยเยาว์ ณ บ้านกิ่วกาญจน์
    ต. ริมโขง อ. เชียงของ
    จ. เชียงราย
  •   ยิ้ม

    แม้ชาวเลจะประสบปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย
    พื้นที่ทำประมง  แต่ด้วยความหวัง....
    ทำให้วันนี้ยังยิ้มได้

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ผสมผสาน

    อาภรณ์ผสานผสมระหว่างผ้าทอปกาเกอญอกับเสื้อยืดจากสังคมเมือง
    บ้านแม่ลาน้อย จ. แม่ฮ่องสอน
    ภาพโดย อาทิตย์ ทองดุศรี
  •   เกาะหลีเป๊ะ จ. สตูล

    แผนที่ในเกาะหลีเป๊ะ 
    ถิ่นเดิมของชาวเลที่ ณ วันนี้
    ถูกโอบล้อมด้วยรีสอร์ทการท่องเที่ยว
  •   ตะวันรุ่งที่ไล่โว่ จ. กาญจนบุรี

    ไล่โว่ หรือที่แปลเป็นภาษาไทยว่า ผาหินแดง เป็นชุมชนคนโผล่งที่แวดล้อมด้วยขุนเขาและผืนป่า 
    อาณาเขตของตำบลไล่โว่เป็นส่วนหนึ่งของป่าทุ่งใหญ่นเรศวรแถบอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี 

    ภาพโดย ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ
  •   การแข่งขันยิงหน้าไม้ของอาข่า

    การแข่งขันยิงหน้าไม้ในเทศกาลโล้ชิงช้าของอาข่า ในวันที่ 13 กันยายน 2554 ที่บ้านสามแยกอีก้อ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
 
  Princess Maha Chakri Sirindhorn Anthropology Centre
Ethnic Groups Research Database
Sorted by date | title

   Record

 
Subject มอญ, ผีบรรพบุรุษ, การถ่ายทอดวัฒนธรรม, ราชบุรี, กลาง, ประเทศไทย
Author วัชระ ชูสิทธิ์
Title การถ่ายทอดวัฒนธรรมการนับถือผีบรรพบุรุษของชาวมอญ (รามัญ) : กรณีศึกษาชุมชนชาวมอญบ้านคงคาเหนือ หมู่ที่ 3 ต.คลองตาคต อ.โพธาราม จ.ราชบุรี
Document Type วิทยานิพนธ์ Original Language of Text -
Ethnic Identity มอญ, Language and Linguistic Affiliations -
Location of
Documents
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน), [เอกสารฉบับเต็ม] Total Pages 228 Year 2551
Source มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Abstract

          การนับถือผีของคนมอญแบ่งได้ 3 ประเภทหลัก คือ ผีมะพร้าว ผีผ้า และผีกระบอกไม้ไผ่ เมื่ออพยพเข้าสู่ลุ่มน้ำแม่กลอง คนมอญมีการปรับเปลี่ยนวิถีการถือผีบรรพบุรุษ สังเกตจากสัญลักษณ์ผีที่คนมอญลุ่มน้ำแม่กลองอำเภอโพธารามและอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ที่มีการนับถือกันในปัจจุบัน อย่างบ้านคงคาเหนือแบ่งกลุ่มผีใหญ่ๆ ได้ 5 กลุ่ม คือ กลุ่มอะลกละปลาง อะลกอะซัก อะลกชุ่ม อะลกเล่ะออง และอะลกแชะ โดยในห้องผีบรรพบุรุษจะมีสัญลักษณ์บ่งบอก 2 ชนิด คือ จะมีผ้าผีหนึ่งหีบ และกระบอกไม้ไผ่ใส่ใบไม้ คือ ใบต้นขาไก่แทนใบหว้า ซึ่งจะเห็นว่ามีความแตกต่างจากกลุ่มคนมอญที่ตั้งถิ่นฐานอยู่เมืองมอญ ที่แต่ละครอบครัวจะใช้สัญลักษณ์เดียว ส่วนเหตุผลของการเป็นสัญลักษณ์ดังกล่าว ผู้ศึกษาไม่ได้ให้คำตอบ ส่วนปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อกระบวนการถ่ายทอดทางวัฒนธรรมและการเรียนรู้ในการนับถือผีบรรพบุรุษ ผู้ศึกษาให้ความเห็นว่า ความสามารถในการใช้ภาษามอญของคนปัจจุบันที่ลดลง การขาดบุคลากรที่มีความรู้เรื่องพิธีกรรมผีบรรพบุรุษและการเปลี่ยนแปลงสังคมหมู่บ้านสู่สังคมสมัยใหม่ ถือเป็นอุปสรรคสำคัญในการถ่ายทอดพิธีกรรมดังกล่าว 

Focus

          ศึกษากระบวนการการถ่ายทอดวัฒนธรรมในการนับถือผีบรรพบุรุษมอญในสภาวะปัจจุบัน ศึกษาพัฒนาการความรู้ในการนับถือผีบรรพบุรุษมอญ และศึกษาปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อกระบวนการถ่ายทอดทางวัฒนธรรมและการเรียนรู้ 

Theoretical Issues

          ผู้ศึกษาประยุกต์แนวคิดด้านวัฒนธรรม วิญญาณนิยม การถ่ายทอดทาวัฒนธรรม การขัดเกลาทางสังคม การจัดความรู้ ทฤษฎีสื่อสาร และหน้าที่ มาเป็นกรอบการศึกษาวัฒนธรรมการนับถือผีมอญ เพื่ออธิบายการนับถอผีในมิตินามธรรม ได้แก่ระบบความเชื่อ ระบบการให้คุณค่า กฎระเบียบข้อห้าม และมิติที่เป็นรูปธรรมได้แก่วิถีพฤติกรรมการปฏิบัติและพิธีกรรม 

Ethnic Group in the Focus

         มอญ

Language and Linguistic Affiliations

Study Period (Data Collection)

          เก็บข้อมูลภาคสนาม ปี พ.ศ. 2550-2551  

History of the Group and Community

          ชาวมอญลุ่มน้ำแม่กลอง ตามคำบอกเล่าของมอญรุ่นเก่าเล่าว่า ปลายกรุงศรีอยุธยาต่อกรุงธนบุรีต้นสมัยรัตนโกสินทร์ชาวมอญได้อพยพมาทางด่านเจดีย์สามองค์ สืบเนื่องมาจากหัวหน้าชาวมอญที่หลบซ่อนพม่าอยู่ทราบข่าวว่า พระเจ้ากรุงธนบุรีกู้เอกราชได้แล้ว จึงเข้ามาขอพึ่งพระบรมโพธิสมภาร โดยติดต่อผ่านมายังเจ้าพระยารามัญวงศ์ ต่อเนื่องมาจนถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเจ้านายเมืองมอญเมืองเมาะลำเลิงที่เหลืออยู่ 7คน ให้เป็นนายด่านป้องกันพม่า 7เมือง คือ ไทรโยค ท่าขนุน ท่ากระดาน ท่าตะกั่ว ลุ่มสุ่ม สิงห์ และทองผาภูมิ (ปัจจุบันอยู่ในจังหวัดกาญจนบุรี) เจ้าเมืองทั้ง 7นี้ ล้วนแล้วแต่เป็นญาติกัน ต่อมาชาวมอญญาติเจ้าเมืองทั้ง 7นี้ ทราบว่าญาติของตนได้เป็นเจ้าเมืองจึงได้อพยพตามเข้ามาอีก บางพวกอพยพไปอยู่ปากเกร็ด นนทบุรี ชาวมอญปากเกร็ดจึงมีการติดต่อพวกมอญลุ่มน้ำแม่กลองมาตลอด พวกที่อยู่ไทรโยคเป็นพวกลำบาก เพราะที่ราบสำหรับการเพาะปลูกมีน้อย ส่วนมากเป็นป่าเขา จึงไม่มีที่ทำกิน หัวหน้ามอญทั้ง 7เห็นความลำบากของญาติพี่น้อง จึงได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ ไปหาเจ้าพระยารามัญวงศ์ และเจ้าพระยามหาโยธา เจ้าพระยาทั้ง 2จึงได้นำเข้าเฝ้ากราบถวายบังคมทูลขอพระราชทานที่ทำมาหากิน พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้พระยามอญทั้ง 7เลือกที่ทำมาหากินเอาเอง โดยพระราชทานท้องตรามาให้ด้วย พระยามอญทั้ง 7จึงได้พาพรรคพวก ญาติพี่น้องล่องมาตามลำน้ำแม่กลอง ก็เห็นว่า พื้นที่เหมาะแก่การเพาะปลูก และมีคนอาศัยอยู่น้อย คือตั้งแต่เขตอำเภอบ้านโป่ง ถึง อำเภอโพธาราม ซึ่งในสมัยนั้นอำเภอทั้ง 2ยังไม่ได้เกิดขึ้น ส่วนพระยามอญทั้ง 7ได้มาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่หมู่บ้านวัดคงคา (ปัจจุบันคือวัดคงคาราม ตำบลคลองตาคต อำเภอโพธาราม) ส่วนบรรดาญาติก็ให้ตั้งบ้านเรือนอยู่ 2ฝั่งแม่นำแม่กลอง ชาวมอญนับถือพุทธศาสนาอย่างศรัทธามาแต่เดิมแล้ว เมื่อมีที่ทำกินแล้วต้องการที่ประกอบพิธีทางศาสนา พระยามอญทั้ง 7จึงได้ประชุมชาวมอญที่อพยพทั้งหมดโดยใช้วัดคงคารามเป็นศูนย์กลาง ซึ่งชาวมอญเรียกว่า เกี้ยโต้ หรือวัดกลาง จนถึงสมัยรัชกาลที่ 4จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น วัดคงคาราม (หน้า, 50-59)

Settlement Pattern

Demography

          ประชากรตำบลคลองตาคตมีราว 11,488 คน ชาย 5,533 คน หญิง 5,955 คน (หน้า, 64)

Economy

          การประกอบอาชีพของชาวบ้านนิยมรับราชการ จึงทำให้แต่ละครัวเรือนพยายามส่งบุตรหลานให้ได้รับการศึกษาระดับสูง นอกจากนี้ ชาวบ้านยังทำการเกษตร ได้แก่ ทำนา ทำไร่ ทำสวน ในอดีต ระบบการผลิตของชุมชนจะใช้ระบบการลงแขก โดยชุมชนมอญคงคาเหนือจะมีหลักในการเก็บเกี่ยวดังนี้คือ จะนำผลผลิตส่วนหนึ่งเก็บไว้เป็นพันธุ์ปีต่อปี นอกนั้นจะขาย ส่วนที่เหลือปันให้ญาติ ภายหลัง  พ.ศ. 2504เกิดการพัฒนาด้านต่างๆ โดยเฉพาะการคมนาคม ส่งผลทำให้ระบบการผลิตแบบเดิมเปลี่ยนมาเป็นการค้าผ่านระบบตลาด พัฒนาการค้าเพื่อขายจนกระทั่งปัจจุบัน (หน้า, 66)   

Social Organization

          ชุมชนมอญบ้านคงคาเหนือยังมีความสัมพันธ์แบบพึ่งพาอาศัยกันในระดับเครือญาติ ครัวเรือน และชุมชน ดังเห็นได้จากในการประกอบพิธีกรรมต่างๆ ของครัวเรือนหรือชุมชน จะเห็นภาพการร่วมแรงร่วมใจของคนทั้งที่เป็นเครือญาติและเพื่อนบ้านต่างมาร่วมงานกันอย่างมาก ส่วนระบบครอบครัว เดิมเป็นครอบครัวขยายก่อนเปลี่ยนเปลี่ยนมาเป็นครอบครัวเดียวในภายหลัง หากตุลูกหลายและคนรุ่นปู่ย่าตายายยังคงไปมาหาสู่ต่อกัน (หน้า, 68-69)  

Political Organization

Belief System

          คนมอญบ้านคงคาเหนือศรัทธาในพระพุทธศาสนา เมื่ออพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานที่ลุ่มน้ำแม่กลอง ชาวมอญรามัญได้ร่วมกันบูรณปฏิสังขรณ์วัดคงคาราม ซึ่งมีมาก่อนแล้วนั้นขึ้นเป็นวัดกลาง เพื่อใช้เป็นศูนย์รวมในการร่วมทำสังฆกรรมของสงฆ์แบบรามัญนิกาย โดยมีชื่อเรียกเป็นภาษามอญว่า “เกี้ยโต้” แปลว่าวัดกลาง วัดคงคารามเจริญรุ่งเรืองในช่วงสมัยรัชกาลที่ 4ได้รับการอุปถัมภ์โดยเจ้าจอมมารดากลิ่น และทูลเกล้าฯ ถวายให้เป็นพระอารามหลวง ซึ่งได้รับพระราชทานนามวัดใหม่ว่า “วัดคงคาราม” รวมถึงยังคงความเชื่อเรื่องผี โดยเฉพาะผีบรรพบุรุษที่ชาวมอญยังให้ความเคารพศรัทธา (หน้า, 69) 

Education and Socialization

          การศึกษาเดิมจะศึกษากันที่วัด ต่อมาเมื่อระบบการศึกษาเริ่มพัฒนาจึงเปลี่ยนจากวัดมาศึกษาที่โรงเรียน โดยมีโรงเรียนตั้งอยู่ที่วัดชื่อโรงเรียนวัดคงคาราม   

Health and Medicine

Art and Crafts (including Clothing Costume)

Folklore

          เรื่องเล่าเกี่ยวกับชื่อมาของคลองตาคตมีอยู่ว่า มีคนแก่คนหนึ่งชื่อ “ตาคต” เป็นชาวบ้านทุ่งลึกหรือห้วงลึก มีอาชีพเลี้ยงวัวควาย ในแต่ละวันจะต้องฝูงวัวควายไปกินน้ำที่แม่น้ำแม่กลอง จนเวลาผ่านไปหลายปี เส้นทางที่เดินผ่านไปมา ซึ่งเป็นเส้นทางคตเคี้ยวเกิดเป็นร่องทางกว้างขึ้น เมื่อถึงฤดูน้ำหลาก เส้นทางที่เดินไปตอนแรกจึงกลายเป็นร่องน้ำเล็กๆ เมื่อผ่านเข้าหลายปี จากร่องน้ำเล็กกลายเป็นร่องน้ำใหญ่ คนทั่วไปจึงเรียกว่า “คลองตาคต” (หน้า, 63-64)

Ethnicity (Ethnic Identity, Boundaries and Ethnic Relation)

          การเปลี่ยนแปลงสภาพสังคมและวัฒนธรรมสู่ความเป็นสมัยใหม่ส่งผลทำให้อัตลักษณ์ทางความเชื่อเรื่องผีมอญเกิดการเปลี่ยนแปลง ทั้งในรูปแบบการจัดพิธีกรรมและกระบวนการถ่ายทอดความรู้ผ่านพิธีกรรม  

Social Cultural and Identity Change

          ผู้ศึกษาให้ภาพอย่างๆ กว้างของผลกระทบจากกระแสโลกาภิวัตน์จนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคม วัฒนธรรมและเศรษฐกิจ เป็นปัจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในความเชื่อเรื่องผีบรรพบุรุษ  

Critic Issues

Other Issues

Google Map

Map/Illustration

ภาพ
          ภาพวัดคงคาราม หรือ เกี่ยโต้ (หน้า, 235)
          ภาพศาลาท่าน้ำและลานกลางแจ้ง สถานที่ประกอบพิธีกรรมของหมู่บ้าน (หน้า, 237)
          ภาพชุมชนชาวมอญ (รามัญ) บ้านคงคาเหนือ หมู่ที่ 3 (หน้า, 239)
          ภาพที่อยู่ผีบรรพบุรุษชาวมอญ (รามัญ), เรือนผี, บ้านหลังเล็ก หรือ “ฮ้อยห์เจินโต๊ด” (หน้า, 242)
          ภาพศาลเจ้าพ่อเทศ หรือ “เปี้ยจุ๊” (หน้า, 243)
          ภาพใบไม้ที่มีความสำคัญและจำเป็นในการประกอบพิธีกรรม (หน้า, 252)
          ภาพการเลี้ยงผีบรรพบุรุษในห้องผีบนเรือนหลังใหญ่ของบ้านมอญ (หน้า, 253)
          ภาพรูปทรงของโรงรำผีลักษณะภายนอกและในโรงเรือน (หน้า, 260)
          ภาพลักษณะท่ารำผีของผู้รำผีในการประกอบพิธีกรรม (หน้า, 261)
          ภาพพิธีกินไก่ในการประกอบพิธีกรรมรำผีของชาวมอญ (หน้า, 265)
          ภาพพิธีคล้องช้าง (หน้า, 268)
          ภาพพิธีลอยเรือในการประกอบพิธีรำผีของชาวมอญ (หน้า, 271)

แผนที่
          ภาพแผนที่ตำบลคลอคูคต อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี (หน้า, 274)
          ภาพแผนที่สังเขปชุมชนบ้านคงคาเหนือ หมู่ที่ 3 ต.คลองตาคต อ.โพธาราม จ.ราชบุรี (หน้า, 275)
          ภาพแผนที่แสดงที่ตั้งถิ่นฐานเดิมในอดีตของชาวมอญ (หน้า, 276)

ตาราง 
          ตารางจำนวนประชากรของตำบลคลองตาคต องโพธาราม จ.ราชบุรี (หน้า, 62)
          ตารางจำนวนประชากรบ้านคงคาเหนือ หมู่ที่ 3 ต.คลองตาคต อ.โพธาราม จ.ราชบุรี (หน้า, 66)
          ตารางจำนวนประชากรชาวมอญ (รามัญ) บ้านคงคาเหนือ หมู่ที่ 3 ต.คลองตาคต อ.โพธาราม จ.ราชบุรี (หน้า, 91)
          ตารางจำนวนประชากรชาวมอญ (รามัญ) ที่มีความสามารถสื่อสารโดยใช้ภาษามอญ บ้านคงคาเหนือ หมู่ที่ 3            ต.คลองตาคต อ.โพธาราม จ.ราชบุรี (หน้า, 92) 

Text Analyst เอกรินทร์ พึ่งประชา Date of Report 09 ก.ค. 2561
TAG มอญ, ผีบรรพบุรุษ, การถ่ายทอดวัฒนธรรม, ราชบุรี, กลาง, ประเทศไทย, Translator -
 
 

 

ฐานข้อมูลอื่นๆของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
  ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย
จารึกในประเทศไทย
จดหมายเหตุทางมานุษยวิทยา
แหล่งโบราณคดีที่สำคัญในประเทศไทย
หนังสือเก่าชาวสยาม
ภาพยนตร์ชาติพันธุ์
ข่าวมานุษยวิทยา
ICH Learning Resources
ฐานข้อมูลเอกสารโบราณภูมิภาคตะวันตกในประเทศไทย
ฐานข้อมูลประเพณีท้องถิ่นในประเทศไทย
ฐานข้อมูลสังคม - วัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  หน้าหลัก
งานวิจัยชาติพันธุ์ในประเทศไทย
บทความชาติพันธุ์
ข่าวชาติพันธุ์
เครือข่ายชาติพันธุ์
เกี่ยวกับเรา
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  ข้อมูลโครงการ
ทีมงาน
ติดต่อเรา
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
ช่วยเหลือ
  กฏกติกาและมารยาท
แบบสอบถาม
คำถามที่พบบ่อย


ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เลขที่ 20 ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170 
Tel. +66 2 8809429 | Fax. +66 2 8809332 | E-mail. webmaster@sac.or.th 
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2549    |   เงื่อนไขและข้อตกลง