ค้นหาข้อมูล
ค้นหาแบบละเอียด
  •   ความเป็นมาและหลักเหตุผล

    เพื่อรวบรวมงานวิจัยทางชาติพันธุ์ที่มีคุณภาพมาสกัดสาระสำคัญในเชิงมานุษยวิทยาและเผยแผ่สาระงานวิจัยแก่นักวิชาการ นักศึกษานักเรียนและผู้สนใจให้เข้าถึงงานวิจัยทางชาติพันธุ์ได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

  •   กลุ่มชาติพันธุ์และขอบเขตพื้นที่ที่จะสรุปงานวิจัยลงฐานข้อมูล

    ความหมายกลุ่มชาติพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาต่างๆ กัน ในขั้นแรกนี้โครงการฯ เลือกเก็บเนื้อหา “กลุ่มชาติพันธุ์” ต่างๆ ที่ถูกมองว่าเป็น “ชนกลุ่มน้อย” ของประเทศไทย ฐานข้อมูลจึงไม่มีงานวิจัยที่เกี่ยวกับคนไทยภาคกลาง  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ และยังไม่ได้รวมงานวิจัยเกี่ยวกับ “ชาวจีนโพ้นทะเล” ในประเทศไทย ซึ่งได้มีสถาบันวิชาการอื่นรวบรวมไว้แล้ว เช่น สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ภาพ-ข้าวห่อ อาหารของปกาเกอะญอ บ้านมอวาคี จ. เชียงใหม่
  •   ฐานข้อมูลจำแนกกลุ่มชาติพันธุ์ตามชื่อเรียกที่คนในใช้เรียกตนเอง ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ คือ

    1. ชื่อเรียกที่ “คนอื่น” ใช้มักเป็นชื่อที่มีนัยในทางเหยียดหยาม ทำให้สมาชิกกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ รู้สึกไม่ดี อยากจะใช้ชื่อที่เรียกตนเองมากกว่า ซึ่งคณะทำงานมองว่าน่าจะเป็น “สิทธิพื้นฐาน” ของการเป็นมนุษย์

    2. ชื่อเรียกชาติพันธุ์ของตนเองมีความชัดเจนว่าหมายถึงใคร มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอย่างไร และตั้งถิ่นฐานอยู่แห่งใดมากกว่าชื่อที่คนอื่นเรียก ซึ่งมักจะมีความหมายเลื่อนลอย ไม่แน่ชัดว่าหมายถึงใคร เช่น คำว่า “ลัวะ” ถูกใช้ในเรียกรวมในกลุ่ม ลเวือะ ลัวะ และปลัง เป็นต้น


    ภาพ-เยาวชนปกาเกอะญอ บ้านมอวาคี จ.เชียงใหม่

  •  

    จากการรวบรวมงานวิจัยในฐานข้อมูลและหลักการจำแนกชื่อเรียกชาติพันธุ์ที่คนในใช้เรียกตนเอง พบว่า ประเทศไทยมีกลุ่มชาติพันธุ์มากกว่า 62 กลุ่ม


    ภาพ-สุภาษิตปกาเกอะญอ
  •   การจำแนกกลุ่มชนมีลักษณะพิเศษกว่าการจำแนกสรรพสิ่งอื่นๆ

    เพราะกลุ่มชนต่างๆ มีความรู้สึกนึกคิดและภาษาที่จะแสดงออกมาได้ว่า “คิดหรือรู้สึกว่าตัวเองเป็นใคร” ซึ่งการจำแนกตนเองนี้ อาจแตกต่างไปจากที่คนนอกจำแนกให้ ในการศึกษาเรื่องนี้นักมานุษยวิทยาจึงต้องเพิ่มมุมมองเรื่องจิตสำนึกและชื่อเรียกตัวเองของคนในกลุ่มชาติพันธุ์ 


    ภาพ-สลากย้อม งานบุญของยอง จ.ลำพูน
  •   มโนทัศน์ความหมายกลุ่มชาติพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาต่างๆ กัน

    ในช่วงทศวรรษของ 2490-2510 ในสาขาวิชามานุษยวิทยา “กลุ่มชาติพันธุ์” คือ กลุ่มชนที่มีวัฒนธรรมเฉพาะแตกต่างจากกลุ่มชนอื่นๆ ซึ่งมักจะเป็นการกำหนดในเชิงวัตถุวิสัย โดยนักมานุษยวิทยาซึ่งสนใจในเรื่องมนุษย์และวัฒนธรรม

    แต่ความหมายของ “กลุ่มชาติพันธุ์” ในช่วงหลังทศวรรษ 
    2510 ได้เน้นไปที่จิตสำนึกในการจำแนกชาติพันธุ์บนพื้นฐานของความแตกต่างทางวัฒนธรรมโดยตัวสมาชิกชาติพันธุ์แต่ละกลุ่มเป็นสำคัญ... (อ่านเพิ่มใน เกี่ยวกับโครงการ/คู่มือการใช้)



    ภาพ-หาดราไวย์ จ.ภูเก็ต บ้านของอูรักลาโว้ย
  •   สนุก

    วิชาคอมพิวเตอร์ของนักเรียน
    ปกาเกอะญอ  อ. แม่ลาน้อย
    จ. แม่ฮ่องสอน


    ภาพโดย อาทิตย์    ทองดุศรี

  •   ข้าวไร่

    ผลิตผลจากไร่หมุนเวียน
    ของชาวโผล่ว (กะเหรี่ยงโปว์)   
    ต. ไล่โว่    อ.สังขละบุรี  
    จ. กาญจนบุรี

  •   ด้าย

    แม่บ้านปกาเกอะญอ
    เตรียมด้ายทอผ้า
    หินลาดใน  จ. เชียงราย

    ภาพโดย เพ็ญรุ่ง สุริยกานต์
  •   ถั่วเน่า

    อาหารและเครื่องปรุงหลัก
    ของคนไต(ไทใหญ่)
    จ.แม่ฮ่องสอน

     ภาพโดย เพ็ญรุ่ง สุริยกานต์
  •   ผู้หญิง

    โผล่ว(กะเหรี่ยงโปว์)
    บ้านไล่โว่ 
    อ.สังขละบุรี
    จ. กาญจนบุรี

    ภาพโดย ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ
  •   บุญ

    ประเพณีบุญข้าวใหม่
    ชาวโผล่ว    ต. ไล่โว่
    อ.สังขละบุรี  จ.กาญจนบุรี

    ภาพโดยศรยุทธ  เอี่ยมเอื้อยุทธ

  •   ปอยส่างลอง แม่ฮ่องสอน

    บรรพชาสามเณร
    งานบุญยิ่งใหญ่ของคนไต
    จ.แม่ฮ่องสอน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ปอยส่างลอง

    บรรพชาสามเณร
    งานบุญยิ่งใหญ่ของคนไต
    จ.แม่ฮ่องสอน

    ภาพโดย เบญจพล  วรรณถนอม
  •   อลอง

    จากพุทธประวัติ เจ้าชายสิทธัตถะ
    ทรงละทิ้งทรัพย์ศฤงคารเข้าสู่
    ร่มกาสาวพัสตร์เพื่อแสวงหา
    มรรคผลนิพพาน


    ภาพโดย  ดอกรัก  พยัคศรี

  •   สามเณร

    จากส่างลองสู่สามเณร
    บวชเรียนพระธรรมภาคฤดูร้อน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   พระพาราละแข่ง วัดหัวเวียง จ. แม่ฮ่องสอน

    หล่อจำลองจาก “พระมหามุนี” 
    ณ เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า
    ชาวแม่ฮ่องสอนถือว่าเป็นพระพุทธรูป
    คู่บ้านคู่เมืององค์หนึ่ง

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม

  •   เมตตา

    จิตรกรรมพุทธประวัติศิลปะไต
    วัดจองคำ-จองกลาง
    จ. แม่ฮ่องสอน
  •   วัดจองคำ-จองกลาง จ. แม่ฮ่องสอน


    เสมือนสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม
    เมืองไตแม่ฮ่องสอน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ใส

    ม้งวัยเยาว์ ณ บ้านกิ่วกาญจน์
    ต. ริมโขง อ. เชียงของ
    จ. เชียงราย
  •   ยิ้ม

    แม้ชาวเลจะประสบปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย
    พื้นที่ทำประมง  แต่ด้วยความหวัง....
    ทำให้วันนี้ยังยิ้มได้

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ผสมผสาน

    อาภรณ์ผสานผสมระหว่างผ้าทอปกาเกอญอกับเสื้อยืดจากสังคมเมือง
    บ้านแม่ลาน้อย จ. แม่ฮ่องสอน
    ภาพโดย อาทิตย์ ทองดุศรี
  •   เกาะหลีเป๊ะ จ. สตูล

    แผนที่ในเกาะหลีเป๊ะ 
    ถิ่นเดิมของชาวเลที่ ณ วันนี้
    ถูกโอบล้อมด้วยรีสอร์ทการท่องเที่ยว
  •   ตะวันรุ่งที่ไล่โว่ จ. กาญจนบุรี

    ไล่โว่ หรือที่แปลเป็นภาษาไทยว่า ผาหินแดง เป็นชุมชนคนโผล่งที่แวดล้อมด้วยขุนเขาและผืนป่า 
    อาณาเขตของตำบลไล่โว่เป็นส่วนหนึ่งของป่าทุ่งใหญ่นเรศวรแถบอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี 

    ภาพโดย ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ
  •   การแข่งขันยิงหน้าไม้ของอาข่า

    การแข่งขันยิงหน้าไม้ในเทศกาลโล้ชิงช้าของอาข่า ในวันที่ 13 กันยายน 2554 ที่บ้านสามแยกอีก้อ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
 
  Princess Maha Chakri Sirindhorn Anthropology Centre
Ethnic Groups Research Database
Sorted by date | title

   Record

 
Subject ลีซู, ซือบึ, ดนตรี, เพชรบูรณ์
Author เฉลิมกิต เข่งแก้ว
Title เครื่องดนตรีชาวเขาเผ่าลีซอ : กรณีศึกษา “ซือบึ” บ้านเพชรดำ ตำบลเขาค้อ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์
Document Type ปริญญานิพนธ์ Original Language of Text ภาษาไทย
Ethnic Identity ลีซู, Language and Linguistic Affiliations จีน-ทิเบต(Sino-Tibetan)
Location of
Documents
Total Pages 504 Year 2548
Source หลักสูตรปริญญาศิลปกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชามานุษยดุริยางควิทยา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
Abstract

          โดยสภาพทั่วไปของหมู่บ้านเพชรดำ ตำบลเขาค้อ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ลีซอบ้านเพชรดำได้มีการโยกย้ายถิ่นฐานมาจากที่ต่างๆ เช่นทางภาคเหนือของไทย โดยได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานราชการไทยให้ตั้งถิ่นฐานบริเวณดังกล่าว ซึ่งเป็นพื้นที่ๆ อุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเกษตร โดยในที่ตั้งดังกล่าวทางภูมิศาสตร์ทางทิศใต้ได้มีอาณาเขตติดต่อกับม้ง ทำให้เกิดวัฒนธรรมที่หลากหลาย ส่งผลกระทบต่อวัฒนธรรมของ ลีซอเอง  ในด้านสังคมลีซอเป็นครอบครัวเดี่ยว ชายทำหน้าที่เป็นหัวหน้าครอบครัว การปกครองหมู่บ้านเป็นทั้งแบบผสมผสานระหว่างประเพณีดั้งเดิมกับการปกครองท้องถิ่นของไทย โดยในทางความเชื่อส่วนใหญ่นับถือผีมีบ้างที่นับถือศาสนาคริสต์ และดำรงชีพด้วยการประกอบการเกษตรเป็นหลัก
          นอกจากนี้ลีซอยังมีเครื่องดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์ของตน เช่น ซือบึ ซึ่งใช้ในงานรื่นเริง และงานพิธีกรรมต่างๆ โดยซือบึเป็นเครื่องดนตรีที่ใช้ในสังคมลีซอมาช้านาน และไม่มีประวัติความเป็นมาต้นกำเนิดที่แน่ชัด (หน้า 490-494) โดยบทเพลงของซือบึ ซึ่งถูกถ่ายทอดออกมาเป็นวัฒนธรรมทางดนตรีนั้น ได้แสดงออกถึงความสอดคล้องกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของลีซอโดยเฉพาะวิถีชีวิตแบบเกษตรกรรมของลีซอและค่านิยมต่างๆ ในสังคม เพราะดนตรีเป็นผลผลิตของวัฒนธรรมในทางสังคม ดนตรีจึงเป็นสิ่งสะท้อนภาพลักษณ์และเอกลักษณ์ของความเป็นสังคมนั้นๆ ได้เป็นอย่างดี
          นอกจากนั้นซือบึยังมีหน้าที่ในด้านต่างๆ ทางสังคม เช่น ใช้ในการประกอบพิธีกรรม ใช้บรรเลงในงานรื่นเริง งานเฉลิมฉลองต่างๆ และเป็นเครื่องช่วยในการเสริมสร้างความสมัครสมานสามัคคีในสังคมลีซออีกด้วย
(หน้า 502-504)

Focus

ศึกษา ซือบึซึ่งเป็นเครื่องดนตรีที่แสดงเอกลักษณ์ของสังคมลีซอ

Theoretical Issues

ไม่ระบุ

Ethnic Group in the Focus

          ศึกษากลุ่มชาติพันธุ์ลีซอ  (Lisu) โดยเน้นวัฒนธรรมทางดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของลีซอ ลีซอเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มจีน-ทิเบต กลุ่มย่อยธิเบต-พม่า ที่มีภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่ต้นน้ำสาละวิน  แม่น้ำโขงทางตอนเหนือของประเทศธิเบต ทางตะวันตกเฉียงเหนือของมลฑลยูนนานประเทศจีน และมีการอพยพลงใต้สู่ประเทศพม่า และเข้าสู่ประเทศไทย โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ ลีซอลาย และลีซอดำ ลีซอที่ตั้งรกรากอยู่ในประเทศไทยเป็นลีซอลาย (หน้า 4)

Language and Linguistic Affiliations

          ชนชาติลีซอจัดอยู่ในกลุ่มจีน-ทิเบต (Sino -Tibetan)  สาขาทิเบต-พม่า     (Tibeto-Burman) โดยในอดีตชาวลีซอติดต่อสื่อสารกันด้วยภาษาพูดเพียงอย่างเดียว ไม่มีภาษาเขียนแต่ในปัจจุบันได้รับอิทธิพลจากศาสนา และรับรู้หลักภาษาเขียนมาจากหมอสอนศาสนา และมิชชั่นนารีโดยดัดแปลงมาจากภาษาโรมันใช้เพื่อกิจการเผยแพร่ศาสนาในพม่าและใช้กันบ้างในประเทศไทย
           สำหรับหมู่บ้านเพชรดำใช้ภาษาลีซอในการสื่อสารภายในชุมชน และใช้ภาษาไทยในการสื่อสารกับหน่วยงานราชการและบุคคลนอกพื้นที่ นอกจากนั้นภาษายังถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบของการร้องและการบรรเลงเพลงโดยได้รับอิทธิพลมาจากภาษาจีนและมูเซอ  (หน้า 36-37)

Study Period (Data Collection)

ไม่ระบุ

History of the Group and Community

         ลีซอเดิมเป็นชนเผ่าที่ตั้งถิ่นฐานดั้งเดิมอยู่ตอนต้นแม่น้ำสาละวิน แม่น้ำโขงและทางตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลยูนนานประเทศจีน โดยลีซอเคยตั้งตนเป็นอิสระจากจีนด้วยการปกครองตนเอง เคยโจมตีกองคาราวานสินค้าจีน จนฝ่ายจีนต้องหาวิธีปราบโดยการไม่ให้สินค้าจำพวกเกลือผ่านไปถึงลีซอ ได้ พอขาดเกลือที่ใช้ในการประกอบอาหาร ลีซอจึงพ่ายแพ้ไปในที่สุด หลังจากแพ้สงครามลีซอส่วนหนึ่งได้อพยพลงมาทางใต้ เพื่อหาที่อยู่อาศัยและดำรงชีพ บางส่วนได้เข้าไปตั้งถิ่นฐานในอินเดีย พม่า และไทย โดยการอพยพเข้าไทยนั้นผ่านเชียงตุง ประเทศพม่า ปี พ.ศ.2443-2473 กลุ่มแรกที่อพยพเข้ามาอยู่ในเขตอำเภอแม่จัน และดอยช้าง จังหวัดเชียงราย และดอยอ่างขาง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ และการตั้งถิ่นฐานได้กระจายไปจนถึง พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ แต่ก็ได้อพยพขึ้นเหนือปี 2511-2512 สาเหตุเพราะการสู้รบระหว่างชาวเขาเผ่าแม้ว (ม้ง) ที่ฝักใฝ่คอมมิวนิสต์กับรัฐบาลไทย
พ.ศ.2526 การสู้รบสิ้นสุดลง ลีซอบ้านเพชรดำจึงเริ่มจับจองที่ทำมาหากิน จากนั้น 5-6 ปีทางราชการจึงจัดสรรที่ให้

Settlement Pattern

          ลีซอที่ตั้งถิ่นฐาน ณ หมู่บ้านเพชรดำ มีการโยกย้ายถิ่นฐานมาจากจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ.2508 แรกเริ่มได้ตั้งถิ่นฐานบริเวณหน้าตลาดพัฒนา จนปี พ.ศ.2512 ได้อพยพไปยังหมู่บ้านขอนหาด ตำบลแคมป์สน อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เพราะการแทรกแซงของกระบวนการก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ โดยได้รับความดูแลจากกองทัพภาคที่ 3 จากนั้นต่อมา 4 เดือนได้อพยพย้ายถิ่นไปยังดอยมูเซอ อำเภอเมือง จังหวัดตาก และบางส่วนอพยพกลับไปยังจังหวัดเชียงใหม่ โดยยังมีครอบครัวลีซอตั้งถิ่นฐานที่บ้านขอนหาด 3-4 หลังคาเรือน
          พ.ศ.2516 ลีซอที่อพยพไปยัง จังหวัดตากได้อพยพเดินทางกลับสู่บ้านขอนหาด ตำบลแคมป์สน อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์
          พ.ศ.2522 ลีซอที่ตั้งถิ่นฐานในหมู่บ้านขอนหาด ได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานราชการของไทย ให้ตั้งถิ่นฐานแห่งใหม่ ณ บ้านเพชรดำ โดยเริ่มแรกมีลีซออาศัยอยู่ประมาณ 30-40 หลังคาเรือน ต่อมามีเหตุสู้รบเป็นครั้งคราวโดยหน่วยงานของรัฐห้ามมิให้ชาวบ้านออกนอกพื้นที่
          พ.ศ.2526 การสู้รบสิ้นสุดลง ลีซอบ้านเพชรดำจึงเริ่มจับจองที่ทำมาหากิน จากนั้น 5-6 ปีทางราชการจึงจัดสรรที่ให้  หมู่บ้านเพชรดำมีประชากรเพิ่มขึ้นจากการย้ายถิ่นฐานเป็นจำนวนมาก เพราะพื้นที่อุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเกษตร ปัจจุบันมีชนเผ่าอยู่ร่วมกันหลายเผ่า ได้แก่ มูเซอ เย้า ลีซอ อีก้อ และคนไทยพื้นราบบางส่วน    
(หน้า 32-33)

Demography

          จากข้อมูลกรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมได้จัดแบ่งกลุ่มชาวเขา เป็น 9 กลุ่มชาติพันธุ์ คือ ลีซอ แม้ว เย้า มูเซอ อีก้อ กะเหรี่ยง ลัวะ ถิ่น และขมุ โดยประเทศไทยมีประชากรชาวเขาทั้งหมด  914,755 คนจากจำนวน 3,444 หมู่บ้านใน 164,670ครัวเรือน ส่วนใหญ่อยู่ในภาคเหนือ 14 จังหวัด ภาคกลาง 5 จังหวัด และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 จังหวัด โดยเฉพาะภาคเหนือนั้นจัดเป็นบริเวณที่มีชาวเขาไปตั้งรกรากกระจายอยู่เป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีสภาพภูมิประเทศที่เหมาะแก่การดำรงชีวิต เช่น จังหวัดเพชรบูรณ์ที่เต็มไปด้วยภูเขา และหุบเขา ต้นน้ำลำธารโดยชาวลีซอเป็น 1 ใน 6 เผ่าที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ใน จังหวัดเพชรบูรณ์ แบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ ลีซอดำและลีซอลาย อาศัยอยู่ใน 10 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร เชียงราย เชียงใหม่ ตาก สุโขทัย เพชรบูรณ์ พะเยา แพร่ แม่ฮ่องสอน และลำปาง โดยมีจำนวนทั้งหมด 37,916 คน จาก 153 หมู่บ้าน ใน 6,530หลังคาเรือน หรือร้อยละ 4.14 ของจำนวนประชากรชาวเขาทั้งหมด (หน้า 2-4 , 14-15)

Economy

          สังคมลีซอเป็นสังคมเกษตรกรรม ดังนั้นลีซอส่วนใหญ่จึงมีอาชีพด้านเกษตรกรรมเป็นหลักโดยมีทั้งการเกษตรกรรมซึ่งใช้เฉพาะบริโภคในครัวเรือน และการผลิตทางเกษตรกรรมที่ผลิตขึ้นเพื่อทางเศรษฐกิจ โดยในส่วนของผลผลิตที่ลีซอได้ผลิตขึ้นเพื่อใช้บริโภคในครัวเรือนนั้น ได้แก่ ข้าว ซึ่งลีซอจะนิยมปลูกกันในไร่จึงเรียกว่าข้าวไร่
          นอกจากนั้นยังมีข้าวเหนียวไร่ซึ่งเป็นข้าวอีกชนิดหนึ่งที่ลีซอได้ปลูกขึ้นแต่ยังไม่เป็นที่นิยมสำหรับการบริโภค โดยผลผลิตข้าวเหล่านี้หากผลิตขึ้นในหมู่บ้านแล้วลีซอจะไม่นิยมนำออกไปขายนอกหมู่บ้าน แต่บางครั้งอาจขายกันในหมู่บ้านหรือหยิบยืมกันเพื่อการบริโภค ส่วนผลผลิตทางการเกษตรที่ลีซอมักจะนำออกไปขายได้แก่ พืชเศรษฐกิจ เช่น ข้าวโพด แครอท พริก เป็นต้น 
          นอกจากนั้นแล้วลีซอยังนิยมเลี้ยงสัตว์เพื่อการดำรงชีพ จากสภาพสังคมและเศรษฐกิจของลีซอ ซึ่งเป็นสังคมเกษตรกรรม ทำให้รูปแบบทางวัฒนธรรมทางดนตรีของลีซูมีความเกี่ยวโยงกับวิถีชีวิตแบบเกษตรกรรมด้วย ซึ่งจะเห็นได้จากบทเพลงต่างๆ ซึ่งล้วนแต่มีความเกี่ยวเนื่องกับสังคมเกษตรกรรมของลีซอทั้งสิ้น เช่น เพลงโตโบเมียขุ (หน้า 43-44)

Social Organization

          สังคมลีซอเป็นสังคมเกษตรกรรม แต่มักจะมีลักษณะเป็นครอบครัวเดียว ประกอบด้วย พ่อ แม่ ลูก บางครอบครัวก็จะมีญาติพี่น้องอาศัยอยู่ร่วมกัน ในสังคมลีซอจะแบ่งเป็นแซ่ตระกูลต่างๆ โดยในแต่ละครอบครัวก็จะมีแซ่ตระกูลซึ่งต่างกันออกไป หญิงลีซอที่แต่งงานกับชายก็จะต้องเปลี่ยนมาใช้นามสกุลของฝ่ายชายด้วย และด้วยลักษณะการอยู่รวมตัวกันเป็นครอบครัวหรือแซ่ตระกูล  ทำให้ลักษณะนิสัยของลีซอมักจะให้ความสำคัญและให้ความเคารพต่อผู้อาวุโสในตระกูลตนเองเป็นอย่างมาก
          นอกจากนั้นวิถีชีวิตที่ต้องอาศัยและพึ่งพิงธรรมชาติในการทำการเกษตรกรรม การล่าสัตว์ หรือการหาสมุนไพร ทำให้ลีซอไม่ว่าชายหรือหญิง มีนิสัยขยันทำงานและช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการทำมาหากินทั้งในส่วนของครอบครัว แซ่ตระกูล หรือในกลุ่มเครือญาติ เกิดระบบการช่วยเหลือเอาแรงกันขึ้น ทั้งในส่วนของด้านการประกอบอาชีพ หรือในส่วนของด้านกิจกรรมประเพณีต่างๆ ในหมู่บ้าน (หน้า 34)

Political Organization

          เนื่องด้วยสภาพสังคมลีซอ เป็นสังคมเกษตรกรรมและด้วยลักษณะการอยู่รวมกันไม่ว่าจะเป็นครอบครัว หรือแซ่ตระกูล ทำให้ลีซอมีอุปนิสัยเคารพเชื่อฟังผู้อาวุโสเป็นอย่างมาก กลายมาเป็นลักษณะแบบแผนทางด้านการเมืองการปกครองของลีซอที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของตน เป็นรูปแบบการปกครองแบบผสมผสานระหว่างการปกครองท้องถิ่นไทยและการปกครองแบบประเพณีดั้งเดิม โดยผู้อาวุโสหรือผู้นำทางด้านศาสนาจะเป็นผู้ที่มีบทบาทในด้านความเชื่อหรือในด้านการปกครองและการแก้ไขไกล่เกลี่ยปัญหาต่างๆ ของหมู่บ้านเป็นอย่างมาก ตลอดจนการที่ทางราชการได้มีการแต่งตั้งลีซอด้วยกันเป็นผู้นำในระดับผู้ใหญ่บ้านหรือกำนัน ทำให้ได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากคนในหมู่บ้านและได้รับความเชื่อฟังและความเคารพเป็นอย่างดี ทำให้เกิดความสะดวกในการปกครองและการแก้ไขจัดการปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น     (หน้า 34-36)

Belief System

          ในด้านลักษณะความเชื่อของลีซอนั้น ลีซอส่วนใหญ่จะนับถือผีโดยเชื่อว่าผีนั้นให้ผลในทางที่เป็นคุณและเป็นโทษกับชีวิตมนุษย์ โดยลีซอจะนับถือผี มีความเชื่อเรื่องผี และสิ่งลี้ลับตามธรรมชาติอย่างเคร่งครัดโดยผีที่ชาวลีซอเกรงกลัวมากที่สุดคือ ผีหลวง รองลงมาคือ ผีเมืองหรืออาปาหมุฮี ซึ่งคอยปกปักรักษาดูแลหมู่บ้านให้มีความสงบสุข  
          นอกจากนั้นลีซอยังนับถือศาลปู่(อาปาหมุ) และศาลย่า เพราะเชื่อว่าเป็นผู้กำหนดชีวิตแปละชี้ชะตาทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับลีซอ ปัจจุบันลีซอบ้านเพชรดำยังสืบทอดขนบธรรมเนียมการเลี้ยงผีอย่างเคร่งครัด โดยแต่ละครอบครัวจะมีการสร้างหิ้งบูชาไว้ ซึ่งแต่ละหิ้งจะแตกต่างกันในแต่ละตระกูลว่านับถือผีอะไร ในขณะที่ประชากรส่วนใหญ่นับถือผีแต่ลีซอบ้านเพชรดำบางส่วนก็มีการนับถือศาสนาคริสต์ โดยมีโบสถ์เป็นศูนย์กลางยึดเหนี่ยวจิตใจ และยังเป็นที่จัดสอนการเรียนการสอนภาษาลีซอ เป็นที่จัดกิจกรรมต่างๆ เช่น การร้องเพลง โดยได้ถูกบันทึกไว้เป็นภาษาเขียนมีทำนองแบบตะวันตก เพราะได้รับอิทธิพลมาจากการเผยแพร่ศาสนาคริสต์ (หน้า 37-39)

Education and Socialization

          เนื่องจากสังคมลีซอเป็นสังคมเกษตรกรรม ดังนั้นลีซอส่วนใหญ่โดยเฉพาะวัยผู้ใหญ่จึงตั้งหน้าตั้งตามุ่งมั่นและขยันทำมาหากินอย่างเดียว ทำให้ไม่มีโอกาสและเวลามากนักในการให้ความสำคัญกับการศึกษา ลีซอซึ่งไม่ได้รับการศึกษาจึงไม่สามารถอ่านหรือเขียนตัวหนังสือไทยได้ แต่ก็ยังมีลีซออีกกลุ่มหนึ่งซึ่งได้ให้ความสำคัญกับการศึกษา โดยเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วก็ได้นำความรู้ที่ได้มาทำงานให้กับหน่วยงานราชการต่างๆ ในพื้นที่ เช่น รับราชการครู หรือเป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล เป็นต้น  และด้วยสภาพทางปัจจัยในด้านพื้นที่ ซึ่งทำให้ลีซอที่ต้องการได้รับการศึกษาต้องเข้ารับการศึกษาในสถานศึกษาซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ราบ ลีซอบางกลุ่มโดยเฉพาะวัยรุ่นจึงรับเอาวัฒนธรรมของคนพื้นที่ราบเข้ามาในถิ่นฐานของตนเองด้วย เช่น วัฒนธรรมดนตรีแบบตะวันตก กล่าวได้ว่าการศึกษาเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้วัฒนธรรมดนตรีแบบตะวันตกเข้ามาเผยแพร่ในสังคมของลีซอ หมู่บ้านเพชรดำ (หน้า 45-47)

Health and Medicine

          สมัยก่อนลีซอในหมู่บ้านนิยมปลูกบ้านในเขตภูเขาสูงและหมู่บ้านจะติดกับพื้นที่ป่าอันเป็นแหล่งสมุนไพร โดยมีหมอยาของแต่ละครอบครัวทำหน้าที่ดูแลรักษา การถ่ายทอดความรู้จะกระทำกันในกลุ่มเครือญาติแต่หากไม่สามารถรักษาเองได้ก็จะมีการพิจารณาว่าจะหาใครมารักษาต่อไป โดยจะมีผู้รักษาอยู่ 2 กลุ่ม คือ หมอยาสมุนไพรหรือผู้รู้ยา (แนจึซูวู) และหมอผี (หนี่ผะ) แต่ในปัจจุบันจะมีการรักษาแผนปัจจุบันและแผนพื้นบ้านควบคู่กันไป (หน้า 47-48)

Art and Crafts (including Clothing Costume)

          การที่สังคมลีซอเป็นสังคมที่มีการธำรงไว้ซึ่งเอกลักษณ์และวัฒนธรรมของตนไว้เป็นการเฉพาะนั้น ทำให้สังคมลีซอมีลักษณะของเอกลักษณ์วัฒนธรรมซึ่งโดดเด่น แตกต่างจากสังคมอื่นอย่างชัดเจน แสดงถึงความเป็นชาติพันธุ์ของตนอย่างเด่นชัด เช่น วัฒนธรรมการแต่งกายของลีซอซึ่งแม้ปัจจุบันจะได้มีการปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัยบ้าง แต่ถ้าเมื่อใดมีงานประจำปีหรืองานประเพณีสำคัญๆแล้วก็จะพบการแต่งกายแบบครบชุดโดยชายลีซอจะแต่งกายด้วย
 
          เสื้อ(อาคู้หละเบฉึ) เป็นเสื้อแขนยาวทรงกระบอก มีความยาวจนถึงข้อมือ โดยใช้ผ้ากำมะหยี่ในการตัดเย็บ     กางเกง(หมื่อสึ)  เป็นกางเกงตัวใหญ่คล้ายๆ กางเกงเฉาก้วย   ผ้าคาดเอว(จิขื้อ)   ปลอกขา(เฉอจุ)        ผ้าโพกศรีษะ(พากิ๊)
 
         ส่วนการแต่งกายของหญิงลีซอจะนิยมแต่งกายด้วยสีฉูดฉาด โดยจะยังคงใส่เสื้อผ้าแบบชุดประจำเผ่าลีซอแต่จะไม่นิยมใส่เครื่องประดับยกเว้นแต่เมื่อถึงประเพณีสำคัญๆ เช่นปีใหม่ หรือแต่งงาน  โดยการแต่งกายของหญิงลีซอยังเป็นการบ่งบอกถึงสถานะทางเพศและฐานะทางครอบครัวของหญิงผู้นั้นอีกด้วยเครื่องแต่งกายของหญิงชาวลีซอประกอบด้วย
 
          กางเกง(หมื่อสึ) เป็นกางเกงตัวใหญ่ๆ มีขากางเกงที่กว้าง ยาวคลุมเข่า เป้ากางเกงมีสีดำเท่านั้น นอกจากนั้นยังมีผ้าคาดเอว ปลอกขา(เฉอจุ)  และเครื่องประดับต่างๆ ได้แก่ หมวก(อู๊ดึเมียกุ) เสื้อกั๊กสีดำประดับเงินและเหรียญเงิน (หลี่กั๊ว)  ต่างหู (นาคุ) เป็นต้น  (หน้า 40-43)
 
          และนอกจากจะมีการแต่งกายซึ่งถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของลีซอแล้วยังมีวัฒนธรรมทางดนตรีซึ่งมีเครื่องดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์ของตน ได้แก่ ฝู่หลู  ญือหลุ ซือบึ โดยจะใช้ในการประกอบพิธีกรรม และใช้ในงานรื่นเริงต่างๆ (หน้า 50)
 
          ผู้วิจัยได้ทำการวิเคราะห์ตามความมุ่งหมายของการวิจัยออกเป็น 2 ประเด็น ได้แก่ วัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับซือบึ และบทเพลงที่บรรเลงโดยซือบึ  ในส่วนของวัฒนธรรมซึ่งเกี่ยวข้องกับซือบึนั้นได้เปลี่ยนแปลงไปตามปัจจัยต่างๆ ในสังคม โดยเด็กลีซอส่วนใหญ่มักต้องเข้ารับการศึกษาในสังคมของชนพื้นราบ ทำให้เด็กลีซอเหล่านี้ รับเอาวัฒนธรรมดนตรีต่างถิ่นอย่างดนตรีตะวันตกเข้ามา ประกอบกับการขาดการถ่ายทอดความรู้ในด้านดนตรีพื้นบ้านอย่างเป็นระบบ ทำให้ไม่เป็นที่เผยแพร่และไม่เป็นที่นิยมในกลุ่มเด็กรุ่นใหม่ อีกทั้งการที่ไม่มีรายรับจากการเล่นดนตรีท้องถิ่น ประกอบกับวัสดุบางอย่างที่ใช้ในการผลิตหายาก ทำให้ซือบึไม่ได้รับความนิยมและความเอาใจใส่ ลดบทบาทลงอย่างมากจากในอดีต ส่วนในด้านบทเพลงที่บรรเลงโดยซือบึนั้น ได้ถ่ายทอดและแสดงออกถึงรูปแบบวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของลีซอซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชาติพันธุ์อย่างชัดเจน ทั้งรูปแบบวิถีชีวิตแบบเกษตรกรรม พิธีกรรม ตลอดจนงานเฉลิมฉลองต่างๆ แม้แต่วัฒนธรรมการบริโภค ซึ่งถูกถ่ายทอดออกมาด้วยบทเพลงที่บรรเลงโดยซือบึ (หน้า 43-45) แต่การที่บทเพลงเหล่านี้ไม่ได้มีการจดบันทึก แต่ถูกถ่ายทอดด้วยมุขปาถะ อาจทำให้บทเพลงเหล่านี้สูญหายหรือเปลี่ยนแปลงไปได้ (หน้า 502-504)

Folklore

ไม่มีข้อมูล

Ethnicity (Ethnic Identity, Boundaries and Ethnic Relation)

          บทเพลงที่บรรเลงโดยซือบึ เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตของชาวลีซอเป็นอย่างดี แต่บทเพลงเหล่านี้ไม่ได้มีการจดบันทึกแต่ถูกสืบทอดด้วยมุขปาฐะ ทำให้ขาดหลักฐานเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของเพลงอีกทั้งบางเพลงยังสูญหายไป (หน้า 503-504)

Social Cultural and Identity Change

          วัฒนธรรมทางดนตรีของลีซอเป็นวัฒนธรรมที่มีการสืบต่อกันมาอย่างยาวนานในสังคมของลีซอเอง โดยได้มีการผสมผสานวัฒนธรรมต่างๆ และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของลีซอถ่ายทอดและแสดงออกมาในรูปแบบของวัฒนธรรมทางดนตรี ซึ่งจะเห็นได้จากความสอดคล้องกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ เช่น เพลง โตโบเมียขุ ซึ่งจะบ่งบอกความเกี่ยวข้องของวิถีชีวิตแบบเกษตรกรรมของลีซอและนอกจากนั้น บทเพลงของลีซอยังได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการประกอบพิธีกรรม และงานเฉลิมฉลองต่างๆ เช่น พิธีกรรมการเลี้ยงผี ปีใหม่ การแต่งงาน หรือม้กระทั่งวัฒนธรรมการบริโภคซึ่งได้ถูกถ่ายทอดเป็นบทเพลง (หน้า 45)
 
          แต่ในปัจจุบันได้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมด้านต่างๆ ขึ้นในสังคมลีซอเอง โดยเฉพาะในส่วนของวัฒนธรรมทางดนตรี เครื่องดนตรีบางชนิดซึ่งเป็นผลผลิตทางสังคมและวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของลีซอได้สูญหายจากหมู่บ้านของลีซอบางแห่งแล้ว เช่น มากวู และพิหลุ ซึ่งไม่มีการเล่นและได้สูญหายไปจากหมู่บ้านเพชรดำแล้ว (หน้า 50)
 
          นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมทางดนตรีก็มีปัจจัยต่างๆ เช่น  เนื่องจากเด็กชาวลีซอต้องไปศึกษาในพื้นที่ราบนอกหมู่บ้านจึงไปรับเอาวัฒนธรรมใหม่ๆ ที่ไม่มีในหมู่บ้านมา เป็นเหตุให้ดนตรีนอกวัฒนธรรมแพร่กระจายในหมู่บ้าน อีกทั้งการที่ไม่มีอาชีพนักดนตรีโดยเฉพาะด้วยเหตุที่ว่าไม่มีรายรับจากการเล่นดนตรี และวัสดุบางอย่างที่ใช้ในการผลิตหายากทำให้ ซือบึมีบทบาทลดลงในสังคมชาวลีซอบ้านเพชรดำ (หน้า 503)

Critic Issues

Other Issues

Google Map

Map/Illustration

ผู้เขียนได้ใช้โน้ตดนตรีและรูปภาพเพื่อประกอบคำอธิบายทั้งเรื่องโดยเฉพาะโน้ตดนตรี ที่ใช้ประกอบคำอธิบายบทเพลง

Text Analyst วรพจน์ กันธาเดช Date of Report 27 เม.ย 2559
TAG ลีซู, ซือบึ, ดนตรี, เพชรบูรณ์, Translator -
 
 

 

ฐานข้อมูลอื่นๆของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
  ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย
จารึกในประเทศไทย
จดหมายเหตุทางมานุษยวิทยา
แหล่งโบราณคดีที่สำคัญในประเทศไทย
หนังสือเก่าชาวสยาม
ภาพยนตร์ชาติพันธุ์
ข่าวมานุษยวิทยา
ICH Learning Resources
ฐานข้อมูลเอกสารโบราณภูมิภาคตะวันตกในประเทศไทย
ฐานข้อมูลประเพณีท้องถิ่นในประเทศไทย
ฐานข้อมูลสังคม - วัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  หน้าหลัก
งานวิจัยชาติพันธุ์ในประเทศไทย
บทความชาติพันธุ์
ข่าวชาติพันธุ์
เครือข่ายชาติพันธุ์
เกี่ยวกับเรา
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  ข้อมูลโครงการ
ทีมงาน
ติดต่อเรา
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
ช่วยเหลือ
  กฏกติกาและมารยาท
แบบสอบถาม
คำถามที่พบบ่อย


ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เลขที่ 20 ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170 
Tel. +66 2 8809429 | Fax. +66 2 8809332 | E-mail. webmaster@sac.or.th 
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2549    |   เงื่อนไขและข้อตกลง