ค้นหาข้อมูล
ค้นหาแบบละเอียด
  •   ความเป็นมาและหลักเหตุผล

    เพื่อรวบรวมงานวิจัยทางชาติพันธุ์ที่มีคุณภาพมาสกัดสาระสำคัญในเชิงมานุษยวิทยาและเผยแผ่สาระงานวิจัยแก่นักวิชาการ นักศึกษานักเรียนและผู้สนใจให้เข้าถึงงานวิจัยทางชาติพันธุ์ได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

  •   กลุ่มชาติพันธุ์และขอบเขตพื้นที่ที่จะสรุปงานวิจัยลงฐานข้อมูล

    ความหมายกลุ่มชาติพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาต่างๆ กัน ในขั้นแรกนี้โครงการฯ เลือกเก็บเนื้อหา “กลุ่มชาติพันธุ์” ต่างๆ ที่ถูกมองว่าเป็น “ชนกลุ่มน้อย” ของประเทศไทย ฐานข้อมูลจึงไม่มีงานวิจัยที่เกี่ยวกับคนไทยภาคกลาง  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ และยังไม่ได้รวมงานวิจัยเกี่ยวกับ “ชาวจีนโพ้นทะเล” ในประเทศไทย ซึ่งได้มีสถาบันวิชาการอื่นรวบรวมไว้แล้ว เช่น สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ภาพ-ข้าวห่อ อาหารของปกาเกอะญอ บ้านมอวาคี จ. เชียงใหม่
  •   ฐานข้อมูลจำแนกกลุ่มชาติพันธุ์ตามชื่อเรียกที่คนในใช้เรียกตนเอง ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ คือ

    1. ชื่อเรียกที่ “คนอื่น” ใช้มักเป็นชื่อที่มีนัยในทางเหยียดหยาม ทำให้สมาชิกกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ รู้สึกไม่ดี อยากจะใช้ชื่อที่เรียกตนเองมากกว่า ซึ่งคณะทำงานมองว่าน่าจะเป็น “สิทธิพื้นฐาน” ของการเป็นมนุษย์

    2. ชื่อเรียกชาติพันธุ์ของตนเองมีความชัดเจนว่าหมายถึงใคร มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอย่างไร และตั้งถิ่นฐานอยู่แห่งใดมากกว่าชื่อที่คนอื่นเรียก ซึ่งมักจะมีความหมายเลื่อนลอย ไม่แน่ชัดว่าหมายถึงใคร เช่น คำว่า “ลัวะ” ถูกใช้ในเรียกรวมในกลุ่ม ลเวือะ ลัวะ และปลัง เป็นต้น


    ภาพ-เยาวชนปกาเกอะญอ บ้านมอวาคี จ.เชียงใหม่

  •  

    จากการรวบรวมงานวิจัยในฐานข้อมูลและหลักการจำแนกชื่อเรียกชาติพันธุ์ที่คนในใช้เรียกตนเอง พบว่า ประเทศไทยมีกลุ่มชาติพันธุ์มากกว่า 62 กลุ่ม


    ภาพ-สุภาษิตปกาเกอะญอ
  •   การจำแนกกลุ่มชนมีลักษณะพิเศษกว่าการจำแนกสรรพสิ่งอื่นๆ

    เพราะกลุ่มชนต่างๆ มีความรู้สึกนึกคิดและภาษาที่จะแสดงออกมาได้ว่า “คิดหรือรู้สึกว่าตัวเองเป็นใคร” ซึ่งการจำแนกตนเองนี้ อาจแตกต่างไปจากที่คนนอกจำแนกให้ ในการศึกษาเรื่องนี้นักมานุษยวิทยาจึงต้องเพิ่มมุมมองเรื่องจิตสำนึกและชื่อเรียกตัวเองของคนในกลุ่มชาติพันธุ์ 


    ภาพ-สลากย้อม งานบุญของยอง จ.ลำพูน
  •   มโนทัศน์ความหมายกลุ่มชาติพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาต่างๆ กัน

    ในช่วงทศวรรษของ 2490-2510 ในสาขาวิชามานุษยวิทยา “กลุ่มชาติพันธุ์” คือ กลุ่มชนที่มีวัฒนธรรมเฉพาะแตกต่างจากกลุ่มชนอื่นๆ ซึ่งมักจะเป็นการกำหนดในเชิงวัตถุวิสัย โดยนักมานุษยวิทยาซึ่งสนใจในเรื่องมนุษย์และวัฒนธรรม

    แต่ความหมายของ “กลุ่มชาติพันธุ์” ในช่วงหลังทศวรรษ 
    2510 ได้เน้นไปที่จิตสำนึกในการจำแนกชาติพันธุ์บนพื้นฐานของความแตกต่างทางวัฒนธรรมโดยตัวสมาชิกชาติพันธุ์แต่ละกลุ่มเป็นสำคัญ... (อ่านเพิ่มใน เกี่ยวกับโครงการ/คู่มือการใช้)



    ภาพ-หาดราไวย์ จ.ภูเก็ต บ้านของอูรักลาโว้ย
  •   สนุก

    วิชาคอมพิวเตอร์ของนักเรียน
    ปกาเกอะญอ  อ. แม่ลาน้อย
    จ. แม่ฮ่องสอน


    ภาพโดย อาทิตย์    ทองดุศรี

  •   ข้าวไร่

    ผลิตผลจากไร่หมุนเวียน
    ของชาวโผล่ว (กะเหรี่ยงโปว์)   
    ต. ไล่โว่    อ.สังขละบุรี  
    จ. กาญจนบุรี

  •   ด้าย

    แม่บ้านปกาเกอะญอ
    เตรียมด้ายทอผ้า
    หินลาดใน  จ. เชียงราย

    ภาพโดย เพ็ญรุ่ง สุริยกานต์
  •   ถั่วเน่า

    อาหารและเครื่องปรุงหลัก
    ของคนไต(ไทใหญ่)
    จ.แม่ฮ่องสอน

     ภาพโดย เพ็ญรุ่ง สุริยกานต์
  •   ผู้หญิง

    โผล่ว(กะเหรี่ยงโปว์)
    บ้านไล่โว่ 
    อ.สังขละบุรี
    จ. กาญจนบุรี

    ภาพโดย ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ
  •   บุญ

    ประเพณีบุญข้าวใหม่
    ชาวโผล่ว    ต. ไล่โว่
    อ.สังขละบุรี  จ.กาญจนบุรี

    ภาพโดยศรยุทธ  เอี่ยมเอื้อยุทธ

  •   ปอยส่างลอง แม่ฮ่องสอน

    บรรพชาสามเณร
    งานบุญยิ่งใหญ่ของคนไต
    จ.แม่ฮ่องสอน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ปอยส่างลอง

    บรรพชาสามเณร
    งานบุญยิ่งใหญ่ของคนไต
    จ.แม่ฮ่องสอน

    ภาพโดย เบญจพล  วรรณถนอม
  •   อลอง

    จากพุทธประวัติ เจ้าชายสิทธัตถะ
    ทรงละทิ้งทรัพย์ศฤงคารเข้าสู่
    ร่มกาสาวพัสตร์เพื่อแสวงหา
    มรรคผลนิพพาน


    ภาพโดย  ดอกรัก  พยัคศรี

  •   สามเณร

    จากส่างลองสู่สามเณร
    บวชเรียนพระธรรมภาคฤดูร้อน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   พระพาราละแข่ง วัดหัวเวียง จ. แม่ฮ่องสอน

    หล่อจำลองจาก “พระมหามุนี” 
    ณ เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า
    ชาวแม่ฮ่องสอนถือว่าเป็นพระพุทธรูป
    คู่บ้านคู่เมืององค์หนึ่ง

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม

  •   เมตตา

    จิตรกรรมพุทธประวัติศิลปะไต
    วัดจองคำ-จองกลาง
    จ. แม่ฮ่องสอน
  •   วัดจองคำ-จองกลาง จ. แม่ฮ่องสอน


    เสมือนสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม
    เมืองไตแม่ฮ่องสอน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ใส

    ม้งวัยเยาว์ ณ บ้านกิ่วกาญจน์
    ต. ริมโขง อ. เชียงของ
    จ. เชียงราย
  •   ยิ้ม

    แม้ชาวเลจะประสบปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย
    พื้นที่ทำประมง  แต่ด้วยความหวัง....
    ทำให้วันนี้ยังยิ้มได้

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ผสมผสาน

    อาภรณ์ผสานผสมระหว่างผ้าทอปกาเกอญอกับเสื้อยืดจากสังคมเมือง
    บ้านแม่ลาน้อย จ. แม่ฮ่องสอน
    ภาพโดย อาทิตย์ ทองดุศรี
  •   เกาะหลีเป๊ะ จ. สตูล

    แผนที่ในเกาะหลีเป๊ะ 
    ถิ่นเดิมของชาวเลที่ ณ วันนี้
    ถูกโอบล้อมด้วยรีสอร์ทการท่องเที่ยว
  •   ตะวันรุ่งที่ไล่โว่ จ. กาญจนบุรี

    ไล่โว่ หรือที่แปลเป็นภาษาไทยว่า ผาหินแดง เป็นชุมชนคนโผล่งที่แวดล้อมด้วยขุนเขาและผืนป่า 
    อาณาเขตของตำบลไล่โว่เป็นส่วนหนึ่งของป่าทุ่งใหญ่นเรศวรแถบอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี 

    ภาพโดย ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ
  •   การแข่งขันยิงหน้าไม้ของอาข่า

    การแข่งขันยิงหน้าไม้ในเทศกาลโล้ชิงช้าของอาข่า ในวันที่ 13 กันยายน 2554 ที่บ้านสามแยกอีก้อ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
 
  Princess Maha Chakri Sirindhorn Anthropology Centre
Ethnic Groups Research Database
Sorted by date | title

   Record

 
Subject โพล่ง โผล่ง โพล่ว ซู (กะเหรี่ยง),อาหารและโภชนาการ, เด็ก, กาญจนบุรี
Author Chotiboriboon,Sinee . Tamachotipong,Sopa . Sirisai,Solot . Dhanamitta,Sakorn . Smitasiri,Suttilak . Sappasuwan,Charana . Tantivatanasathien,Praiwan . Eg-Kantrong,Pasamai .
Title Thailand : food system and nutritional status of indigenous children in a Karen community
Document Type บทความ Original Language of Text ภาษาอังกฤษ
Ethnic Identity โพล่ง โผล่ง โพล่ว ซู กะเหรี่ยง, Language and Linguistic Affiliations จีน-ทิเบต(Sino-Tibetan)
Location of
Documents
Chotiboriboon,Sinee et al.  “Thailand : food system and nutritional status of indigenous children in a Karen community” in Indigenous Peoples’ food systems.  Page 159-183. Total Pages 25 หน้า Year ไม่ระบุปีที่พิมพ์
Source Chotiboriboon,Sinee et al. “Thailand : food system and nutritional status of indigenous children in a Karen community” in Indigenous Peoples’ food systems. Page 159-183.
Abstract

เป็นการศึกษาการบริโภคอาหารและภาวะโภชนาการในเด็กและมารดาชนเผ่ากะเหรี่ยงที่บ้านสะเนพอง จังหวัดกาญจนบุรี โดยผ่านทางการเก็บข้อมูลทั้งทางตรงและทางอ้อม ประกอบการผลจากการตรวจด้วยหลักสหวิทยาการ เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับข้อมูลทางโภชนาการมาตรฐาน
 
จากการศึกษาพบว่าอาหารและวัตถุดิบส่วนมากที่พบภายในบริเวณพื้นที่มีคุณค่าทางสารอาหารมากพอ ยกเว้นอาหารที่มีธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบ แต่พบว่าเด็กส่วนมากยังอยู่ในภาวะขาดสารอาหารที่จำเป็นเช่นวิตามินต่างๆ ปัจจัยหนึ่งที่ก่อให้เกิดการขาดอาหารคือภายหลังจากการประกาศอุทยานแห่งชาติทุ่งใหญ่นเรศวรทำให้ชาวบ้านไม่สามารถจับสัตว์ป่าหรือเก็บของป่าได้ ทำให้จำนวนอาหารลดลง นอกจากนั้นยังพบว่าควรส่งเสริมการเลี้ยงดูบุตรให้ถูกวิธีแก่มารดาโดยเฉพาะเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูก เพราะเรื่องนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการบริโภคขนมในเด็ก 

Focus

เน้นศึกษาการบริโภคอาหารและภาวะโภชนาการในเด็กและมารดาชนเผ่ากะเหรี่ยงที่บ้านสะเนพอง จังหวัดกาญจนบุรี

Theoretical Issues

ใช้การเก็บข้อมูลทั้งทางตรงผ่านทางการสัมภาษณ์คนในชุมชนรวมถึงภาค NGO  ผ่านทางการสื่อสารด้วยภาษาไทยและภาษากะเหรี่ยง เพื่อรวบรวมและใช้หลักการทางสหวิทยาการ เช่นการตรวจทางห้องปฏิบัติการ และข้อมูลทางอ้อมที่ได้จากสำนักงานสาธารณสุขประจำจังหวัด เพื่อนำมาใช้เปรียบเทียบกับข้อมูลทางโภชนาการ 

Ethnic Group in the Focus

ในงานบทความ ผู้เขียนใช้คำว่ากะเหรี่ยง แต่เมื่อพิจารณาจากการระบบเรียกชื่อตนเอง(Ethnic Identity)พบว่ากลุ่มชาติพันธุ์ที่กล่าวในงานวิจัยนี้เป็นคนโพล่ง โผล่ง โพล่ว ซู ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์หนึ่งที่ถูกเรียกรวมว่ากะเหรี่ยง

Language and Linguistic Affiliations

Study Period (Data Collection)

ธันวาคม พ.ศ. 2547 – กันยายน พ.ศ. 2548 โดยเก็บข้อมูลภาคสนามในช่วง กุมภาพันธ์ – มิถุนายน พ.ศ. 2548

History of the Group and Community

ชาวกะเหรี่ยงในหมู่บ้านสะเนพองนั้นได้มีการบันทึกว่าอาศัยอยู่ที่นี้มามากกว่า 200 ปี ในตอนแรกจะอยู่กันอย่างกระจายตัวเป็นชุมชนเล็กๆ (5-10 ครอบครัว ผูกพันกันด้วยระบบเครือญาติ) และแยกตัวโดดเดี่ยวจากชุมชนเมือง จนถึงในสมัยรัชกาลที่ 5 ที่ได้มีการรวมอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง ทำให้มีการเข้ามาของแผนการพัฒนาชุมชน และนโยบายแห่งชาติ

Settlement Pattern

ภายในชุมชนประกอบด้วย 126 ครัวเรือน ที่อาศัยอยู่ในบ้านที่สร้างจากไม้และไม้ไผ่, วัดพุทธ, โรงสีข้าว, แผงพลังงานแสงอาทิตย์, โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน, สถานรับดูแลเด็ก, สถานีภาคสนามของหน่วยงานพัฒนากลุ่มคนที่อาศัยอยู่ตามภูเขา และธนาคารข้าวของชุมชน   มีบ้านของผู้นำชุมชนอยู่บริเวณตรงกลางของหมู่บ้าน และร้านขายของชำ 7 ร้าน 

Demography

มีผู้อยู่อาศัยภายในชุมชน 126 ครัวเรือน ทั้งหมด 661 คน เป็นเพศชาย 345 คน (52.2%) และเพศหญิง 316 คน (47.8%)

Economy

ประชากรภายในชุมชนสามารถหาอาหารเพื่อบริโภคได้จากพื้นที่ 4 ส่วน คือ Sanephong Base (240เฮกเตอร์) , Jakhiphue base (32 เฮกเตอร์) , Thichwe Base (4.8 เฮกเตอร์) , Thupho Base (320 เฮกเตอร์) โดยส่วนมากจะทำการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์หรือเก็บของป่าจากพื้นที่ในส่วนของ Sanephong Base
 
พื้นที่บริเวณ Sanephong Base เป็นที่ราบลุ่มม่น้ำในหุบเขาทอดจากทางตะวันออกไปตะวันตก คนในชุมชนใช้ประโยชน์จากพื้นที่ส่วนนี้ในหลายๆ ด้าน เช่น การตั้งหมู่บ้าน ปลูกข้าว, สวนกล้วย, มะม่วง และขนุน  ส่วนผัก เช่น พืชตระกูลฟักทองและบวบจะทำการปลูกในสวนหลังบ้าน  กิจกรรมเพื่อการดำเนินชีวิตของผู้คนในชุมชนส่วนใหญ่จะเป็นการปลูกข้าว
 
แหล่งอาหารภายในท้องถิ่นประมาณ 85% มาจากการเพาะปลูกในท้องถิ่น การปลูกข้าว มัน และเผือกมักจะปลูกในช่วงเดือนตุลาคม – มกราคมและจะกักตุนไว้สำหรับการบริโภคทั้งปี อาหารส่วนใหญ่ประกอบด้วยข้าว ผัก และพริก มีผลไม้ตลอดปี ยกเว้นบางชนิดเช่นมะม่วง ฝรั่งและขนุนที่พบช่วงฤดูร้อน
 
การแบ่งปันอาหารซึ่งกันและกันภายในชุมชน โดยถือว่าเป็นคุณธรรมข้อสำคัญ เพราะฉะนั้นชาวบ้านจึงไม่ได้ปลูกข้าวสำหรับเพื่อนตนเองเท่านั้นแต่เผื่อคนอื่นด้วย   ชาวบ้านมักจะแบ่งข้าวเปลือกของตัวเองออกเป็น 2ส่วน คือเพื่อการบริโภคและเพื่อผู้ที่มาเยือน
แต่จากการสำรวจพบว่า 58 % ของครัวเรือนทั้งหมดมีข้าวเปลือกไม่เพียงพอต่อการรับประทานภายในครัวเรือน  บ้านที่มีข้าวเปลือกจำนวนมากจะเก็บคลังข้าวเปลือกไว้สำหรับให้ครอบครัวที่ไม่สามารถผลิดได้เพียงพอมายืมไป รวมถึงสามารถยืมข้าวเปลือกจากญาติพี่น้อง
 
ปลาและสัตว์น้ำสามารถพบได้ตามลำธารหลักรอบๆภูเขาสูง ซึ่งสามารถพบพืชและผักในบริเวณนี้ได้อีกเช่นกัน  คนส่วนมากดำรงชีวิตด้วยการจับปลาและสัตว์น้ำ เช่นปู หอย กุ้ง และกบจากลำธาร   อาหารจำพวกเนื้อสัตว์สามารถพบได้ในบริเวณป่าโดยรอบ แต่การล่าสัตว์และจับสัตว์เล็กเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายในพื้นที่บริเวณนี้
 
รายได้ต่อหัวของประชากรภายในหมู่บ้านสะเนพอง คือ 19,789 บาท (ของประเทศไทยคือ 28,412 บาท)
 
ด้านน้ำดื่ม ชาวบ้านสามารถดื่มได้จากลำธาร น้ำฝน และน้ำประปา โดยมีส่วนหนึ่งที่มีการต้มน้ำก่อนดื่ม  ส่วนมารดาที่กำลังให้นมบุตรและเด็กทารกดื่มแต่น้ำที่ผ่านการต้มเท่านั้น
ภายในหมู่บ้านมีน้ำประปาแต่ว่ายังมีไม่เพียงพอต่อการใช้ตลอดทั้งปี

Social Organization

Political Organization

ผู้นำอย่างเป็นทางการคือกำนันและผู้ใหญ่บ้าน
ผู้นำอย่างไม่เป็นทางการเช่นพระ หรือผู้อาวุโสที่เป็นที่เคารพของหมู่บ้าน

Belief System

ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธแต่ก็มีความเชื่อเรื่องวิญญาณที่อยู่ตามธรรมชาติ เช่นข้าว มีพิธีศักดิ์สิทธิ์เพื่อแสดงความเคารพต่อวิญญาณ  เพื่อให้อยู่อย่างมีความสุข ถ้าเกิดไม่มีการจัดพิธีเหล่านี้ขึ้น จะทำให้วิญญาณลงโทษใครสักคนภายในหมู่บ้าน
 
ชาวบ้านเชื่อว่าข้าวขาวเป็นอาหารสำคัญและดีต่อคนท้อง กำลังให้นมบุตร และเด็กเล็ก
เชื่อว่าปลามีส่วนสำคัญในการพัฒนาสมอง
เชื่อว่าแกงเลียงหัวปลีจะช่วยเพิ่มน้ำนมแม่ในช่วงการให้นมบุตร

Education and Socialization

ในปีพ.ศ. 2505 ได้มีการจัดตั้งโรงเรียนประถมศึกษาแห่งแรก ดำเนินการโดยตำรวจตระเวณชายแดน การศึกษาทำให้เด็กกะเหรี่ยงสามารถอ่านและเขียนภาษาไทยได้ โดยเด็กเหล่านี้ได้รับโอกาสทางการศึกษาเท่ากับเด็กคนอื่นในประเทศ คือเรียนฟรีจนถึงม.3 แต่เด็กกะเหรี่ยงส่วนใหญ่มักจะเรียนจบถึงชั้น ป. 6 เพราะครอบครัวไม่มีเงินพอสำหรับค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเรียนสำหรับการเรียนในระดับที่สูงขึ้นนอกชุมชนสะเนพ่องได้ เช่น ค่าเดินทาง ค่าอุปกรณ์การเรียนเป็นต้น และมีหลายคนที่เข้าเรียนตามหลักสูตรที่เปิดสอนแบบไม่เป็นทางการทั่วไป

Health and Medicine

โดยทั่วไปใช้ส้วมซึมโดยเฉพาะบ้านเรือนที่อยู่ใกล้ลำธาร   สำหรับบ้านที่ห่างออกไปจะเข้าไปขับถ่ายในป่าโดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน

นอกจากนี้ในหมู่บ้านยังมีอาสาสมัครประจำหมู่บ้านจำนวน 10 คนที่รับผิดชอบการบริการรักษาขั้นปฐมภูมิ

Art and Crafts (including Clothing Costume)

ไม่มีข้อมูล

Folklore

ไม่มีข้อมูล

Ethnicity (Ethnic Identity, Boundaries and Ethnic Relation)

ไม่มีข้อูล

Social Cultural and Identity Change

มีการเพิ่มจำนวนของร้านขายของชำภายในชุมชน
อาหารพื้นเมือง 5 รายการมีการทำน้อยลงหรือไม่มีเลย เช่น Bai-sa (ถั่วชนิดหนึ่ง) หรือน้ำมันงาที่เคยใช้ในสมัยก่อนถูกแทนที่ด้วยน้ำมันปาล์ม  กล้วยบางชนิด และธัญพืชพื้นเมืองบางชนิดก็ได้สูญหายไปเนื่องจากความแห้งแล้ง 

Critic Issues

Other Issues

อาหารสำหรับทารก เด็กและมารดา
ทารก – ส่วนใหญ่รับประทานน้ำนมแม่ จนถึงอายุประมาณ 1 ขวบ แต่เมื่อหยุดนมแม่แล้วพบว่าเด็กบางส่วนมีภาวะขาดสารอาหารบางอย่าง เช่น วิตามิน A วิตามิน C ธาตุเหล็ก
 
เด็ก – พบว่าเด็กส่วนใหญ่อยู่ในภาวะขาดสารอาหารเรื้อรัง บางส่วนพบโรคโลหิตจาง คอพอก ตาบอดในความมืด ฟันผุ และเลือดออกตามไรฟัน
 
คนท้อง – ควรกินข้าวขาว ปลา เนื้อหมู ไก่ ไข่ นม และผักบางชนิด รวมถึง กล้วยและมะละกอสุก แต่ไม่ควรรับประทานข้าวโพด เผือก มัน และสับปะรด เพราะอาจทำให้เกิดการปวดท้องได้
 
เด็กก่อนวัยเรียน – 5 ปี – ควรรับประทานข้าวขาว หมู มะละกอสุก ฝรั่ง และปลา ส่วนมากเด็กอายุตั้งแต่ 3 ขวบขึ้นไปสามารถเลือกอาหารที่ตนเองจะรับประทานได้ รวมถึงขอทานขนม ซึ่งแม่สามารถซื้อได้ที่ร้านขายของชำ
 
เด็กอายุ 6 ปีขึ้นไป – สามารถรับประทานอาหารเหมือนผู้ใหญ่ได้ บางส่วนชอบรับประทานอาหารประเภททอดด้วยเช่นกัน

Google Map

Map/Illustration

แผนที่แสดงที่อยู่ของชุมชนกะเหรี่ยงสะเนพ่อง

Text Analyst กรกนก ศฤงคารีเศรษฐ์ Date of Report 19 ส.ค. 2556
TAG โพล่ง โผล่ง โพล่ว ซู (กะเหรี่ยง), อาหารและโภชนาการ, เด็ก, กาญจนบุรี, Translator -
 
 

 

ฐานข้อมูลอื่นๆของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
  ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย
จารึกในประเทศไทย
จดหมายเหตุทางมานุษยวิทยา
แหล่งโบราณคดีที่สำคัญในประเทศไทย
หนังสือเก่าชาวสยาม
ภาพยนตร์ชาติพันธุ์
ข่าวมานุษยวิทยา
ICH Learning Resources
ฐานข้อมูลเอกสารโบราณภูมิภาคตะวันตกในประเทศไทย
ฐานข้อมูลประเพณีท้องถิ่นในประเทศไทย
ฐานข้อมูลสังคม - วัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  หน้าหลัก
งานวิจัยชาติพันธุ์ในประเทศไทย
บทความชาติพันธุ์
ข่าวชาติพันธุ์
เครือข่ายชาติพันธุ์
เกี่ยวกับเรา
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  ข้อมูลโครงการ
ทีมงาน
ติดต่อเรา
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
ช่วยเหลือ
  กฏกติกาและมารยาท
แบบสอบถาม
คำถามที่พบบ่อย


ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เลขที่ 20 ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170 
Tel. +66 2 8809429 | Fax. +66 2 8809332 | E-mail. webmaster@sac.or.th 
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2549    |   เงื่อนไขและข้อตกลง