ค้นหาข้อมูล
ค้นหาแบบละเอียด
  •   ความเป็นมาและหลักเหตุผล

    เพื่อรวบรวมงานวิจัยทางชาติพันธุ์ที่มีคุณภาพมาสกัดสาระสำคัญในเชิงมานุษยวิทยาและเผยแผ่สาระงานวิจัยแก่นักวิชาการ นักศึกษานักเรียนและผู้สนใจให้เข้าถึงงานวิจัยทางชาติพันธุ์ได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

  •   กลุ่มชาติพันธุ์และขอบเขตพื้นที่ที่จะสรุปงานวิจัยลงฐานข้อมูล

    ความหมายกลุ่มชาติพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาต่างๆ กัน ในขั้นแรกนี้โครงการฯ เลือกเก็บเนื้อหา “กลุ่มชาติพันธุ์” ต่างๆ ที่ถูกมองว่าเป็น “ชนกลุ่มน้อย” ของประเทศไทย ฐานข้อมูลจึงไม่มีงานวิจัยที่เกี่ยวกับคนไทยภาคกลาง  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ และยังไม่ได้รวมงานวิจัยเกี่ยวกับ “ชาวจีนโพ้นทะเล” ในประเทศไทย ซึ่งได้มีสถาบันวิชาการอื่นรวบรวมไว้แล้ว เช่น สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ภาพ-ข้าวห่อ อาหารของปกาเกอะญอ บ้านมอวาคี จ. เชียงใหม่
  •   ฐานข้อมูลจำแนกกลุ่มชาติพันธุ์ตามชื่อเรียกที่คนในใช้เรียกตนเอง ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ คือ

    1. ชื่อเรียกที่ “คนอื่น” ใช้มักเป็นชื่อที่มีนัยในทางเหยียดหยาม ทำให้สมาชิกกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ รู้สึกไม่ดี อยากจะใช้ชื่อที่เรียกตนเองมากกว่า ซึ่งคณะทำงานมองว่าน่าจะเป็น “สิทธิพื้นฐาน” ของการเป็นมนุษย์

    2. ชื่อเรียกชาติพันธุ์ของตนเองมีความชัดเจนว่าหมายถึงใคร มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอย่างไร และตั้งถิ่นฐานอยู่แห่งใดมากกว่าชื่อที่คนอื่นเรียก ซึ่งมักจะมีความหมายเลื่อนลอย ไม่แน่ชัดว่าหมายถึงใคร เช่น คำว่า “ลัวะ” ถูกใช้ในเรียกรวมในกลุ่ม ลเวือะ ลัวะ และปลัง เป็นต้น


    ภาพ-เยาวชนปกาเกอะญอ บ้านมอวาคี จ.เชียงใหม่

  •  

    จากการรวบรวมงานวิจัยในฐานข้อมูลและหลักการจำแนกชื่อเรียกชาติพันธุ์ที่คนในใช้เรียกตนเอง พบว่า ประเทศไทยมีกลุ่มชาติพันธุ์มากกว่า 62 กลุ่ม


    ภาพ-สุภาษิตปกาเกอะญอ
  •   การจำแนกกลุ่มชนมีลักษณะพิเศษกว่าการจำแนกสรรพสิ่งอื่นๆ

    เพราะกลุ่มชนต่างๆ มีความรู้สึกนึกคิดและภาษาที่จะแสดงออกมาได้ว่า “คิดหรือรู้สึกว่าตัวเองเป็นใคร” ซึ่งการจำแนกตนเองนี้ อาจแตกต่างไปจากที่คนนอกจำแนกให้ ในการศึกษาเรื่องนี้นักมานุษยวิทยาจึงต้องเพิ่มมุมมองเรื่องจิตสำนึกและชื่อเรียกตัวเองของคนในกลุ่มชาติพันธุ์ 


    ภาพ-สลากย้อม งานบุญของยอง จ.ลำพูน
  •   มโนทัศน์ความหมายกลุ่มชาติพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาต่างๆ กัน

    ในช่วงทศวรรษของ 2490-2510 ในสาขาวิชามานุษยวิทยา “กลุ่มชาติพันธุ์” คือ กลุ่มชนที่มีวัฒนธรรมเฉพาะแตกต่างจากกลุ่มชนอื่นๆ ซึ่งมักจะเป็นการกำหนดในเชิงวัตถุวิสัย โดยนักมานุษยวิทยาซึ่งสนใจในเรื่องมนุษย์และวัฒนธรรม

    แต่ความหมายของ “กลุ่มชาติพันธุ์” ในช่วงหลังทศวรรษ 
    2510 ได้เน้นไปที่จิตสำนึกในการจำแนกชาติพันธุ์บนพื้นฐานของความแตกต่างทางวัฒนธรรมโดยตัวสมาชิกชาติพันธุ์แต่ละกลุ่มเป็นสำคัญ... (อ่านเพิ่มใน เกี่ยวกับโครงการ/คู่มือการใช้)



    ภาพ-หาดราไวย์ จ.ภูเก็ต บ้านของอูรักลาโว้ย
  •   สนุก

    วิชาคอมพิวเตอร์ของนักเรียน
    ปกาเกอะญอ  อ. แม่ลาน้อย
    จ. แม่ฮ่องสอน


    ภาพโดย อาทิตย์    ทองดุศรี

  •   ข้าวไร่

    ผลิตผลจากไร่หมุนเวียน
    ของชาวโผล่ว (กะเหรี่ยงโปว์)   
    ต. ไล่โว่    อ.สังขละบุรี  
    จ. กาญจนบุรี

  •   ด้าย

    แม่บ้านปกาเกอะญอ
    เตรียมด้ายทอผ้า
    หินลาดใน  จ. เชียงราย

    ภาพโดย เพ็ญรุ่ง สุริยกานต์
  •   ถั่วเน่า

    อาหารและเครื่องปรุงหลัก
    ของคนไต(ไทใหญ่)
    จ.แม่ฮ่องสอน

     ภาพโดย เพ็ญรุ่ง สุริยกานต์
  •   ผู้หญิง

    โผล่ว(กะเหรี่ยงโปว์)
    บ้านไล่โว่ 
    อ.สังขละบุรี
    จ. กาญจนบุรี

    ภาพโดย ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ
  •   บุญ

    ประเพณีบุญข้าวใหม่
    ชาวโผล่ว    ต. ไล่โว่
    อ.สังขละบุรี  จ.กาญจนบุรี

    ภาพโดยศรยุทธ  เอี่ยมเอื้อยุทธ

  •   ปอยส่างลอง แม่ฮ่องสอน

    บรรพชาสามเณร
    งานบุญยิ่งใหญ่ของคนไต
    จ.แม่ฮ่องสอน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ปอยส่างลอง

    บรรพชาสามเณร
    งานบุญยิ่งใหญ่ของคนไต
    จ.แม่ฮ่องสอน

    ภาพโดย เบญจพล  วรรณถนอม
  •   อลอง

    จากพุทธประวัติ เจ้าชายสิทธัตถะ
    ทรงละทิ้งทรัพย์ศฤงคารเข้าสู่
    ร่มกาสาวพัสตร์เพื่อแสวงหา
    มรรคผลนิพพาน


    ภาพโดย  ดอกรัก  พยัคศรี

  •   สามเณร

    จากส่างลองสู่สามเณร
    บวชเรียนพระธรรมภาคฤดูร้อน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   พระพาราละแข่ง วัดหัวเวียง จ. แม่ฮ่องสอน

    หล่อจำลองจาก “พระมหามุนี” 
    ณ เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า
    ชาวแม่ฮ่องสอนถือว่าเป็นพระพุทธรูป
    คู่บ้านคู่เมืององค์หนึ่ง

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม

  •   เมตตา

    จิตรกรรมพุทธประวัติศิลปะไต
    วัดจองคำ-จองกลาง
    จ. แม่ฮ่องสอน
  •   วัดจองคำ-จองกลาง จ. แม่ฮ่องสอน


    เสมือนสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม
    เมืองไตแม่ฮ่องสอน

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ใส

    ม้งวัยเยาว์ ณ บ้านกิ่วกาญจน์
    ต. ริมโขง อ. เชียงของ
    จ. เชียงราย
  •   ยิ้ม

    แม้ชาวเลจะประสบปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย
    พื้นที่ทำประมง  แต่ด้วยความหวัง....
    ทำให้วันนี้ยังยิ้มได้

    ภาพโดยเบญจพล วรรณถนอม
  •   ผสมผสาน

    อาภรณ์ผสานผสมระหว่างผ้าทอปกาเกอญอกับเสื้อยืดจากสังคมเมือง
    บ้านแม่ลาน้อย จ. แม่ฮ่องสอน
    ภาพโดย อาทิตย์ ทองดุศรี
  •   เกาะหลีเป๊ะ จ. สตูล

    แผนที่ในเกาะหลีเป๊ะ 
    ถิ่นเดิมของชาวเลที่ ณ วันนี้
    ถูกโอบล้อมด้วยรีสอร์ทการท่องเที่ยว
  •   ตะวันรุ่งที่ไล่โว่ จ. กาญจนบุรี

    ไล่โว่ หรือที่แปลเป็นภาษาไทยว่า ผาหินแดง เป็นชุมชนคนโผล่งที่แวดล้อมด้วยขุนเขาและผืนป่า 
    อาณาเขตของตำบลไล่โว่เป็นส่วนหนึ่งของป่าทุ่งใหญ่นเรศวรแถบอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี 

    ภาพโดย ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ
  •   การแข่งขันยิงหน้าไม้ของอาข่า

    การแข่งขันยิงหน้าไม้ในเทศกาลโล้ชิงช้าของอาข่า ในวันที่ 13 กันยายน 2554 ที่บ้านสามแยกอีก้อ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
 
  Princess Maha Chakri Sirindhorn Anthropology Centre
Ethnic Groups Research Database
Sorted by date | title

   Record

 
Subject ไทใหญ่,ผ้า,หัตถกรรม,เชียงใหม่
Author แก่นจันทร์ มะลิซอ
Title การออกแบบผลิตภัณฑ์จากผ้าทอไทใหญ่ บ้านใหม่หมอกจ๋าม อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่
Document Type วิทยานิพนธ์ Original Language of Text ภาษาไทย
Ethnic Identity - Language and Linguistic Affiliations ไท(Tai)
Location of
Documents
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
(เอกสารฉบับเต็ม)
Total Pages 108 Year 2546
Source บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
Abstract

งานเขียนศึกษาประวัติความเป็นมาของการทอผ้าของไทใหญ่ การออกแบบและลวดลายผ้าไทใหญ่ ในพื้นที่บ้านใหม่หมอกจ๋าม อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อทำให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าทอไทใหญ่ รวมทั้งเป็นแหล่งข้อมูลสำหรับผู้ที่สนใจและเผยแพร่งานหัตถกรรมการทอผ้าของไทใหญ่ให้เป็นที่รู้จักของคนโดยทั่วไป

Focus

ศึกษาประวัติความเป็นมาของผ้าทอไทใหญ่และเพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์จากผ้าทอไทใหญ่ บ้านใหม่หมอกจ๋าม อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ (หน้า 3)

Theoretical Issues

ไม่มี

Ethnic Group in the Focus

ไทใหญ่ เป็นชาติพันธุ์ที่อยู่ในกลุ่มตระกูลไตหรือไท ไทใหญ่จะเรียกตนเองว่า ”ไตโหลง” แปลว่า ”ไตหลวง” ไทใหญ่อยู่เป็นจำนวนมากกว่ากลุ่มอื่นๆ ที่อยู่ในบริเวณที่ราบสูงในรัฐฉาน ประเทศพม่า ซึ่งแต่เดิมจะมีชาติพันธุ์อื่นรวมอยู่ด้วยอย่างประปรายไม่ว่าจะเป็นไทเขิน ไทลื้อ ไทเหนือ เป็นต้น พม่าเรียกไทใหญ่ว่า “ฉาน” ส่วนชาวล้านนาเรียกไทใหญ่ว่า “เงี้ยว”ซึ่งมีความหมายในเชิงดูถูกเหยียดหยาม (หน้า 5)

Language and Linguistic Affiliations

ไม่มี

Study Period (Data Collection)

เก็บข้อมูล 24 กุมภาพันธ์ 2546 – 9 มีนาคม 2546 (หน้า 25)

History of the Group and Community

ไทใหญ่อพยพมาจากอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย บ้านใหม่หมอกจ๋าม ตั้งเมื่อ พ.ศ.2506 (หน้าบทคัดย่อ ง) ไทใหญ่อพยพเข้ามาอยู่ในประเทศไทยเมื่อ 50-60 ปีที่แล้วโดยอพยพมาจากเชียงตุง ประเทศพม่าและอีกส่วนอพยพมาจากประเทศจีน (หน้า 2) อาณาจักรเดิมของไทยใหญ่อยู่ที่เมืองแสนหวีซึ่งอยู่ในรัฐฉาน เรียกว่าอาณาจักรไตมาว มี 9 นครรัฐ ต่อมาอยู่ในอำนาจของจีนบ้าง และพม่าบ้าง บางส่วนจึงอพยพเข้าไทย (หน้า 8)

Settlement Pattern

ไม่มี

Demography

ไทใหญ่บ้านใหม่หมอกจ๋าม มี 414 หลังคาเรือน ประชากรมีทั้งหมด 1,852 คน เป็นผู้ชาย 912 คนและผู้หญิง 931 คน (ข้อมูลปี 2545 หน้า 35) ส่วนกลุ่มตัวอย่างมีดังนี้ คนที่ทำอาชีพทอผ้าไทใหญ่ 6 คน ผู้อาวุโสหรือผู้นำชุมชน 4 คน ผู้บริโภคผลิตภัณฑ์ผ้าทอ 50 คน นักออกแบบเสื้อผ้าและผลิตภัณฑ์ในจังหวัดเชียงใหม่ 3 คน (หน้าบทคัดย่อ ง)

Economy

เศรษฐกิจ ไทใหญ่บ้านใหม่หมอกจ๋าม มีอาชีพหลักคือทำการเกษตรกรรมแบบยังชีพ เช่นปลูกข้าว ปลูกถั่ว หาของป่า ได้แก่ เก็บเห็ด หาหน่อไม้ และทำอาชีพเสริม เช่น ทำกระดาษสา ทำเครื่องเงิน ทอผ้า และทำงานรับจ้าง เป็นต้น (หน้า 36)

Social Organization

การแต่งงาน ก่อนการแต่งงาน หนุ่มสาวไทใหญ่จะหาคู่ครอง โดยจะไปเกี้ยวพาราสีกันในตอนกลางคืน หญิงสาวจะนั่งปั่นฝ้ายที่ชานบ้าน เพื่อรอผู้ชายที่ตนหมายปองจะมา สนทนาด้วย หากหญิงชายตกลงใจที่จะแต่งงานมีครอบครัว ผู้ชายก็จะให้ญาติผู้ใหญ่ไปสู่ขอกับผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง แต่ถ้าหญิงชายได้เสียกันก่อนแต่งงาน เมื่อผู้หญิงบอกพ่อแม่ให้ทราบ ต่อมาญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายก็จะตกลงกัน ซึ่งฝ่ายพ่อแม่ฝ่ายชายก็จะพาลูกนำดอกไม้ ธูปเทียน และเงินค่าผิดผีไปขอขมา หลังจากทำพิธีแล้วก็ถือว่าหญิงชายเป็นสามีภรรยากัน ส่วนกรณีที่ฝ่ายชายไม่ยอมรับเพราะไม่อยากแต่งงานก็จะถูกปรับเงินมากกว่าเดิม (หน้า 8)

Political Organization

มีผู้นำชุมชนและผู้ช่วยทำหน้าที่ปกครองและบริหารงานต่างๆ ภายในหมู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการพัฒนาและประสานงานกับหน่วยงานของทางราชการ (หน้า 34)

Belief System

ประเพณีที่สำคัญของไทใหญ่ ประเพณีบวชลูกแก้ว หรือ “ปอยส่างลอง” ไทใหญ่จะจัดงานบวชให้ลูกในระหว่างเดือนมีนาคม-เมษายน (หน้า 6) งานจองผลาหรือจองพารา จะจัดช่วงออกพรรษา ประมาณเดือนตุลาคม โดยจะนำไม้ไผ่และกระดาษแก้วสร้างเป็นปราสาท(“ผลา”หรือ “พารา”) เพื่อต้อนรับพระพุทธเจ้าที่ทรงเสด็จกลับจากการเทศน์แก่พระมารดาที่อยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ไทใหญ่ในหมู่บ้านจะร่วมกันแห่พาราไปทำบุญที่วัด ในวันนี้จะจัดการแสดงรำกิงกะหล่า (กินรา หรือกินรี) รำผีเสื้อกับตัวโต๋ ซึ่งเป็นสัตว์ที่อยู่ในป่าหิมพานต์ ที่มารับเสด็จพระพุทธเจ้า (หน้า 7) วันขึ้นปีใหม่ไทใหญ่หรือวันสงกรานต์ วันนี้จะเล่นน้ำและมีการละเล่น เช่น แห่กม(โคมไฟ) เล่นสะบ้า ม้าจกคอก เป็นต้น (หน้า 7) งานปางวาท งานเขียนบอกว่าเป็นประเพณีที่นิยมกันมากในรัฐฉาน ประเทศพม่า เช่นที่เมืองเชียงตุง เมืองเล่น ในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ จะจัดงานไม่น้อยกว่า 7 วัน และอนุญาตให้เล่นการพนันได้ทุกอย่างโดยไม่ผิดกฎหมาย (หน้า 7)

Education and Socialization

การแต่งกายของไทใหญ่ เมื่อก่อนผู้ชายไทใหญ่ชอบไว้ผมยาวแล้วมวยผมไว้เหมือนผู้หญิง พันหัวด้วยผ้าสีขาว สีดำ สีเขียว สีชมพู สำหรับการแต่งกายของผู้หญิง จะสวมเสื้อทรงกระบอกแขนยาว ป้ายออกมาใต้รักแร้ สวมผ้านุ่งยาวกรอมข้อเท้า (หน้า 8 ภาพหน้า 9-11) ทุกวันนี้คนหนุ่มสาวไทใหญ่จะแต่งตายตามสมัยนิยม คือผู้ชายจะสวมเสื้อยืด กางเกงยีน ส่วนผู้หญิงจะสวมผ้าถุงและเสื้อผ้าตามสมัย ส่วนผู้หญิงที่สมรสแล้วจะแต่งกายแบบเดิม สวมซิ่นและโพกหัวด้วยผ้า (หน้า 8) ผ้าทอไทใหญ่ ผ้าทอแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ ทอหมอกโหลด คือการทอสลับสีด้ายยืนเพื่อให้เกิดลวดลายสลับสีในเนื้อผ้ากับการทอสลับสีด้ายพุ่งเพื่อให้เกิดลวดลายในแถบสีในเนื้อผ้าซึ่งเป็นแถบที่ตัดกับด้ายยืน (หน้า 47) และทอหมอกจกหรือทอจก (หน้า 48) ส่วนลวดลายแบ่งเป็น 3 ชนิดได้แก่ ลายหมอกต๋าห่าง (หน้า 53) ลายหมอกเว้นต๋า (หน้า 53) ซิ่นหมอกถี่ (หน้า 54) สำหรับผ้าทอแบ่งออกเป็นประเภทต่างๆ คือ ผ้าพันศรีษะ คือการทอผ้าที่หัวท้ายของผ้าโดยจะทอเป็นลวดลาย ตรงกลางทอด้วยผ้าสีดำ เป็นเครื่องแต่งกายของเด็กหญิงและสาวไทใหญ่ (หน้า 48 ภาพหน้า 49) ผ้าซิ่น มีความยาว 72 - 80 นิ้ว กว้าง 15 -18 นิ้ว ผ้าซิ่นเมื่อเย็บจะมีลักษณะขวางลายผ้าลวดลายที่เป็นแนวตั้งตอนที่ทอจะเป็นแนวนอน จากนั้นก็จะนำไปเย็บต่อกับผ้าสีพื้น ซึ่งผ้าทอจะเป็นส่วนของตัวซิ่น ส่วนหัวและตีนซิ่นเป็นผ้าทอสีพื้น (หน้า 50) ผ้าแต่งเสื้อ เป็นผ้าที่นำมาเย็บเป็นส่วนประกอบของเสื้อผู้หญิงเป็นผ้าที่มีลวดลายคล้ายผ้าซิ่น (หน้า 51) ย่าม ผ้าที่นำมาตัดเย็บเป็นลวดลายหรือเป็นสีพื้นก็ได้ (หน้า 51) ผ้าปูโต๊ะ มีลวดลายตลอดทั้งผืนขนาดความยาวเท่ากับโต๊ะ (หน้า 52) อุปกรณ์การทอ ด้ายที่ทอจะซื้อมาจากตลาดเพราะทุกวันนี้ไม่มีการทออีกแล้ว สำหรับด้ายที่ไทใหญ่นำมาทอมีชื่อว่า “ด้ายมัน” ส่วนอุปกรณ์ทอผ้าอื่นๆ ประกอบด้วย (หน้า 40) ไม้ปึด ทำด้วยไม้ยาวประมาณ 20 นิ้ว กว้าง 3- 3.5 นิ้ว ส่วนหัวจะตัดเอียงเป็นปลายแหลม ส่วนท้ายตัดเป็นมุมฉาก บริเวณส่วนหัวจะใช้เก็บเส้นด้าย ก่อนการทอด้ายขวาง หรือทอยกดอก นอกจากนี้ยังใช้แยกด้ายยืนออกจากกันตามแนวตะกอ เพื่อให้มีช่องว่างสำหรับเก็บดอกก่อนที่จะทอด้ายขวางต่อไป (เรื่องและภาพหน้า 41) ไม้สักปั่น เป็นไม้ทรงกระบอกยาว 30 นิ้ว มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5-2 นิ้ว เพื่อใช้ม้วนผ้าที่ทอเรียบร้อยแล้วและใช้พันด้ายยืนหากขึ้นเครื่องทอผ้า (เรื่องและภาพหน้า 42) ไม้โกงผางหรือไม้โกงผูก ทำด้วยผิวไม้ไผ่ยางไม่เกิน 20 นิ้ว กว้างไม่เกิน 0.5 นิ้วทั้งสองข้างปลายแหลม เพื่อใช้ตรึงผ้าที่ทอเรียบร้อยแล้วก่อนจะม้วนผ้าด้วยไม้สักปั่น (หน้า 42) แคบฟืนหรือฟืม ทำด้วยไม้ยาว25-30 นิ้ว กว้าง 4 นิ้ว ตรงกลางเป็นซี่สำหรับร้อยด้วยยืน(เรียกว่าฟันหวี)เพื่อตีด้ายพุ่งให้แน่นหนา (เรื่องและภาพหน้า 43) เขาหรือตะกอ คือ ไม้ที่มีรูตรงกลางสำหรับร้อยด้ายยืน โดยจะร้อยไม้ข้างละอัน หากตับตะกอถูกยกขึ้นแผงเส้นด้ายซึ่งร้อยในตะกอก็จะยกขึ้นทำให้มีช่องสำหรับแบ่งเส้นด้ายยืนออกสองพวกเพื่อสอดด้ายพุ่งตะกอจะใช้งาน 2 ชุดสำหรับทอผ้า (หน้า 43) ไม้สอดหรือกระสวย คือ ไม้ที่บากตรงกลางเป็นร่องเพื่อใส่ด้าย ทั้งสองด้านปลายแหลม ถ้าการทอใช้ดิ้นเงิน ดิ้นทองรวมกับเส้นด้ายจะเป็นกระสวยแบบ 2 รู หากมีรูเดียวก็จะทอผ้าตามปกติ (เรื่องและภาพหน้า 44) ไม้เก็บหมอก คือไม้กลมเรียวใช้เพื่อคล้องด้ายตะกอสำหรับแบ่งด้ายยืนเมื่อขึ้นเครื่องทอ ถ้าทอก็จะยกขึ้นสลับกับไม้ช่วยแยกด้าย (หน้า 44) ไม้ตีนเหยียบ ทำด้วยไม้ไผ่หรือไม้จริง มี 2 อันผูกเชือกติดกับตะกอ เมื่อทอก็จะเหยียบเพื่อให้ตะกอแยกด้าย (เรื่องและภาพหน้า 45)

Health and Medicine

ไม่มี

Art and Crafts (including Clothing Costume)

ไม่มี

Folklore

ไม่มี

Ethnicity (Ethnic Identity, Boundaries and Ethnic Relation)

ไม่มี

Social Cultural and Identity Change

ไม่มี

Critic Issues

ไม่มี

Other Issues

ไม่มี

Google Map

Map/Illustration

ตาราง ข้อมูลส่วนตัวของผู้ตอบแบบสอบถาม (หน้า 66) ร้อยละของความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้ผ้าทอไทใหญ่ (หน้า 68) ความต้องการผลิตภัณฑ์ที่นำผ้าทอไทใหญ่เป็นส่วนประกอบ (หน้า 51) ความต้องการผลิตภัณฑ์ที่นำผ้าทอไทใหญ่เป็นส่วนประกอบในรูปแบบของเสื้อผ้า (หน้า 73) ความคิดเห็นเกี่ยวกับความต้องการผลิตภัณฑ์ที่นำผ้าทอไทใหญ่เป็นส่วนประกอบในรูปแบบของผลิตภัณฑ์ (หน้า 75) ภาพ การแต่งกายของผู้สูงอายุไทใหญ่ (หน้า 9) การแต่งกายของผู้หญิง,ผู้ชายสูงอายุไทใหญ่ (หน้า 9,10)การแต่งกายของไทใหญ่ที่แบ่งเป็นกลุ่มชนต่างๆ (หน้า 10,11) ที่นอนพับได้,หมอนอิง(หน้า 20) ด้ายมัน ไหมเงิน ไหมทอง (หน้า 40) ไม้ปึด (หน้า 41) ไม้สักปั่น,ไม้โกงผาง(หน้า 42) แคบฟืน เขา (หน้า 43) ไม้สอด ไม้เก็บหมอก (หน้า 44) ไม้ตีนเหยียบ การแวนหลอด (หน้า 45) การโว้นฮูก การซีบ (หน้า 46) การทอสลับด้ายยืน การทอสลับด้ายพุ่ง (หน้า 47) การทอหมอกจก (หน้า 48) ผ้าพันศีรษะ (หน้า 49) ผ้าซิ่น(หน้า 50) ผ้าแต่งเสื้อ ถุงย่าม (หน้า 51) ผ้าปูโต๊ะ (หน้า 52) ลายหมอกต๋าห่าง ลายหมอกเว้นต๋า (หน้า 53) ซิ่นหมอกถี่,หมอกแมงบี้,หมอกต๋าวัว,หมอกแมงมุมยัก (หน้า 54) หมอกสร้อย,หมอกก๋า,หมอกหูหนู,หมอกเครือดำ,หมอกตามใจ๋,หมอกกบ,หมอกแหลม (หน้า 55) หมอกข้าวมูนแอบ,หมอกหัวใจ๋ลาย , หมอกมอนใจ๋ ,หมอกการบินไทย,หมอกผักแว่น ,หมอกกีมปู๋,หมอกก้างปลา (หน้า 56) หมอกงู,หมอกสลับ,หมอกขัดหมอน,หมอกผักกีน้อย,หมอกผักกี,หมอกต๋าใสหมอกปลิด (หน้า 57) หมอกหันหลัง,หมอกใบไม้,หมอกงอก,หมอกขัด,หมอกไม้เครือ,หมอกสร้อยสองฮีม,หมอกมะขั่ง (หน้า 58) หมอกปีกไก่,หมอกสลับใจ๋,หมอกน้ำตก,หมอกสามจู,หมอกสองใจ๋,หมอกตกสร้อย,หมอกต๋าแปะ (หน้า 59) หมอกพารา ,หมอกสามขา,หมอกงบ,หมอกปลายผักกูด (หน้า 60) แผนภาพ ทางเข้าหมู่บ้านใหม่หมอกจ๋าม (หน้า 34)

Text Analyst ภูมิชาย คชมิตร Date of Report 30 มิ.ย 2560
TAG ไทใหญ่, ผ้า, หัตถกรรม, เชียงใหม่, Translator -
 
 

 

ฐานข้อมูลอื่นๆของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
  ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย
จารึกในประเทศไทย
จดหมายเหตุทางมานุษยวิทยา
แหล่งโบราณคดีที่สำคัญในประเทศไทย
หนังสือเก่าชาวสยาม
ภาพยนตร์ชาติพันธุ์
ข่าวมานุษยวิทยา
ICH Learning Resources
ฐานข้อมูลเอกสารโบราณภูมิภาคตะวันตกในประเทศไทย
ฐานข้อมูลประเพณีท้องถิ่นในประเทศไทย
ฐานข้อมูลสังคม - วัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  หน้าหลัก
งานวิจัยชาติพันธุ์ในประเทศไทย
บทความชาติพันธุ์
ข่าวชาติพันธุ์
เครือข่ายชาติพันธุ์
เกี่ยวกับเรา
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  ข้อมูลโครงการ
ทีมงาน
ติดต่อเรา
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
ช่วยเหลือ
  กฏกติกาและมารยาท
แบบสอบถาม
คำถามที่พบบ่อย


ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เลขที่ 20 ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170 
Tel. +66 2 8809429 | Fax. +66 2 8809332 | E-mail. webmaster@sac.or.th 
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2549    |   เงื่อนไขและข้อตกลง