• 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5

มอญ ชุมชนบ้านกำพร้า ต.บางหญ้าแพรก อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร

           ชาวมอญที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณวัดกำพร้า ตำบลบางหญ้าแพรก อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร สันนิษฐานว่าเข้ามาตั้งถิ่นฐานในหลายช่วงด้วยกัน โดยในระยะแรกอพยพย้ายถิ่นฐานมาในสมัยอยุธยาด้วยการถ่อแพและเลือกพื้นที่ที่ทำเลติดน้ำ เพื่อประโยชน์ในการทำมาหากิน ต่อจากนั้นในระยะที่ 2 คาดการณ์ว่าตรงกับรัชสมัยสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) โดยเข้ามาจากการเป็นแรงงานขุดคลองสร้างป้อมในช่วงเวลาดังกล่าว (โปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติมใน ภาคผนวก 1 หัวข้อ 1.ข้อมูลประวัติศาสตร์มอญจากเอกสาร หน้า 32-36) ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวได้มีการอพยพของชุมชนชาวมอญมาจากประเทศพม่ากระจายอยู่ตามที่ต่างๆ ชาวมอญจากปทุมธานีจำนวนหนึ่งจึงขยับขยายถิ่นอาศัยมาสร้างบ้านเรือนอยู่ในบริเวณวัดกำพร้า และแถบบางหญ้าแพรก จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งจากการเทียบเคียงกับหลักฐานการเกิดขึ้นของศิลปกรรมเช่นวัดต่างๆ ในบริเวณดังกล่าวไม่ว่าจะเป็นวัดกำพร้าที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ช่วงปี พ.ศ. 2369 และวัดบางหญ้าแพรกที่สร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ.2377 แล้วนั้น อาจจะสันนิษฐานได้ว่าชาวมอญได้อพยพย้ายถิ่นฐานเข้ามาในช่วงเวลาดังกล่าว และเมื่อเข้ามาก็ได้สร้างบ้านเรือน และมีการสร้างวัดและศาลกลางบ้านขึ้นเพื่อเป็นที่พึ่งพิงด้านจิตใจและศูนย์รวมความศรัทธาของชุมชนชาวมอญ โดยสังเกตได้จากศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมในวัดนั้นเป็นรูปทรงแบบมอญรามัญอายุนับกว่า 200 ปี ซึ่งมีความเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกันและกันไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง

อ่านต่อ

กะเหรี่ยง ชุมชนบ้านภูเหม็น อ.ห้วยคต จ.อุทัยธานี

          กลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงชุมชนบ้านภูเหม็น อาศัยอยู่ในพื้นที่ตำบลห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี เป็นกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงโปว์ เรียกตนเองว่า โพล่ว โผล่ว โผล่วซู ฉู๊ โพล่งฉู๊ ใช้ภาษากะเหรี่ยงโปว์เป็นหลัก ภาษาเขียนจะมีทั้งกะเหรี่ยงและมอญ ผู้อาวุโสที่ยังสามารถอ่านและเขียนภาษามอญและพูดเป็นกะเหรี่ยงได้เพราะจะต้องใช้ในพิธีกรรมต่างๆ

          ชุมชนนี้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก นิยมทำไร่ซากหรือไร่หมุนเวียน มีหันมาปลูกพืชเชิงเดียว อย่าง ข้าวโพด มันสำปะหลัง ยางพารา ส่วนที่เหลือก็จะประกอบอาชีพรับจ้างในภาคเกษตรกรรมและนอกภาคเกษตรกรรมเช่นงานในโรงงาน หรืออพยพโยกย้ายไปทำงานในภาคอุตสาหกรรมและก่อสร้าง การแต่งกายในชีวิตประจำวันหากเป็นกะเหรี่ยงทั่วไป ก็จะนิยมนุ่งเสื้อแบบสมัยใหม่ เป็นเสื้อยืด เสื้อเชิ้ต เสื้อคอกลม แต่ก็ยังนิยมสวมใส่ผ้าซิ่น ผ้าถุง และโสร่งมากกว่านุ่งกางเกง บ้านเรือนของชุมชนกะเหรี่ยงมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบจากการใช้วัสดุง่าย ๆ ไปใช้วัสดุที่มีราคาสูง รวมไปถึงการปรับตัวในการสร้างบ้านเรือนแบบสมัยใหม่มากขึ้น

          ศาสนาที่ชุมชนบ้านภูเหม็นนับถือ คือ พุทธศาสนา มีพิธีกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับวัด และเจดีย์ อย่างพิธีไหว้เจดีย์ ซึ่งเป็นพิธีที่จัดใหญ่ในชุมชน ศิลปะการแสดงยังมีการรำที่เรียกว่า รำตง เป็นนาฏศิลป์การร่ายรำของชาวกะเหรี่ยง อีกทั้งยังมีงานหัตถกรรมทั้งการทอผ้าซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้หญิง และงานจักสานเป็นงานของผู้ชาย อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงเชิงสังคมวัฒนธรรมก็กระทบต่อการสูญของประเพณีวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวกะเหรี่ยง  บางชุมชนกลายเป็นชุมชนสมัยใหม่มีวิถีชีวิตและวิถีการผลิตแบบคนพื้นราบ ทั้งเรื่องของภาษา การแต่งกาย การเข้าวัดและนับถือพุทธศาสนาแบบไทย อีกทั้งการใช้ภาษากะเหรี่ยงรุ่นใหม่ที่ใช้ภาษาไทยมากขึ้นจนคนรุ่นหลังพูดและรู้ภาษากะเหรี่ยงน้อยลง

          กลุ่มเครือข่ายที่พัฒนาชุมชนกะเหรี่ยงด้วยกันมีตั้งแต่ กลุ่มทางศาสนา กลุ่มภูมิปัญญาและความรู้พื้นบ้าน กลุ่มทางสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ และ กลุ่มที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวและชาติพันธุ์ กลุ่มเหล่านี้เป็นแรงผลักดันสำคัญ ทั้งการฟื้นฟูภูมิปัญญา การผลิตเพื่อการค้า เกิดเครือข่ายด้านภาษาและการรื้อฟื้นภาษา ศาสนา ซึ่งหลายกลุ่มก็ได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานจากภาครัฐ เพื่อส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาต่อไป

อ่านต่อ

กะเหรี่ยง ชุมชนบ้านห้วยหินดำ อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี

           กลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ชุมชนบ้านห้วยหินดำ อ.ด่านช้าง จ. สุพรรณบุรี ใช้ภาษากะเหรี่ยงโปว์เป็นภาษาพูด ใช้ตัวอักษรพม่าและอักษรมอญในการบันทึก เรียกกลุ่มของตนว่า กระเหรี่ยงโปว์ (โผล่ว) บ้านห้วยหินดำ เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในแอ่งที่ราบระหว่างภูเขา มีลำห้วยไหลผ่านชุมชน ชาวกระเหรี่ยงโปว์บ้านห้อยหินดำ มีความสัมพันธ์กับชุมชนกะเหรี่ยงที่อยู่ใกล้เคียงในตำบลเดียวกัน โดยมีความผูกพันกันทางสายเลือด และการรวมกลุ่มเพื่อประกอบอาชีพ

           ตั้งแต่ในอดีตถึงปัจจุบันกระเหรี่ยงโปว์ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก มีการตั้งกลุ่มทอผ้า และประกอบอาชีพอื่น ๆ เป็นรายได้เสริมในชุมชน ด้านการแต่งกาย ในชีวิตประจำวันชาวกระเหรี่ยงโปว์จะแต่งชุดกะเหรี่ยง แบบครึ่งท่อน คือชายนุ่งโสร่ง หญิงนุ่งผ้าถุง ส่วนท่อนบนจะใส่เสื้อตามสมัยนิยม และจะแต่งกายแบบกะเหรี่ยงครบชุดในวันสำคัญ บ้านกะเหรี่ยงโปว์ในอดีต สร้างจากวัสดุที่หาได้จากธรรมชาติ ปัจจุบัน บ้านของชาวบ้านห้วยหินดำส่วนใหญ่เป็นบ้านกึ่งปูนกึ่งไม้ ที่ปรับประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัย แต่ยังปรากฏบ้านไม้และบ้านไม้ไผ่แบบดั้งเดิม และวิธีการเลือกทำเลการปลูกบ้านแบบดั้งเดิมอยู่บ้าง

           ด้านความเชื่อทางศาสนา และพิธีกรรม มีทั้งการนับถือศาสนาพุทธ และนับถือผีควบคู่กันไป โดยพิธีกรรมของชาวกระเหรี่ยงโปว์จะมีความผูกพันกับธรรมชาติและวิถีชีวิตแบบเกษตรกรรมเป็นหลัก  โดยเฉพาะการเลือกทำเลเพื่อทำการเกษตร คือจะต้องมีการเสี่ยงทายก่อนว่าเจ้าที่เจ้าทางอนุญาตให้ทำการเกษตรบริเวณนี้หรือไม่ นอกจากนี้ยังมีหลักการในการเลือกทำเลการเพาะปลูกที่จะไม่ทำให้ตาน้ำธรรมชาติเกิดความเสียหายอีกด้วย และอีกพิธีที่สำคัญคือ การสักการะเจดีย์ประจำปี ด้านศิลปะวัฒนธรรมพื้นถิ่น ก็มีการร้องรำที่เกี่ยวโยงกับผืนป่าผืนน้ำในธรรมชาติเช่นกัน

อ่านต่อ

ภาพถ่าย

วิดีโอ