ชุมชนชาติพันธุ์ : ลัวะ (บ้านห้วยหมี ต.ดงพญา อ.บ่อเกลือ จ.น่าน)

  • ชุมชนชาติพันธุ์ : ลัวะ (บ้านห้วยหมี ต.ดงพญา อ.บ่อเกลือ จ.น่าน)
  • ชื่อเรียกตนเอง : ลัวะปรัย
  • ชื่อที่ผู้อื่นเรียก : ลัวะ
  • ภาษาที่ใช้พูดและเขียน : ภาษาที่ใช้พูด ภาษาลัวะ คำเมือง ภาษาไทย , ภาษาที่ใช้เขียน ภาษาไทย
  • มิติทางประวัติศาสตร์ที่มีผลต่อการเรียกชื่อกลุ่มชาติพันธุ์ :

     

    บ้านห้วยหมี เป็นหมู่บ้านของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะอยู่บนพื้นที่สูงตามแนวตะเข็บชายแดนไทย ตำบลดงพญา อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน อยู่ใกล้กับเมืองไชยสถาน แขวงไชยะบุรี สปป.ลาว ซึ่งเป็นพื้นที่อยู่อาศัยของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะปรัยที่ถูกกั้นไว้เพียงภูเขาและเส้นแบ่งเขตแดนของประเทศ

    สภาพพื้นที่ของชุมชนโดยทั่วไปเป็นภูเขาสูงสลับหุบเขาน้อยใหญ่ การสร้างบ้านเรือนจึงลดหลั่นกันไปตามไหล่เขา มีแหล่งน้ำสำคัญ คือ ห้วยหมี ห้วยป่าแขม ที่ไหลมาจากป่าชุมชนซึ่งเป็นป่าต้นน้ำ เป็นแหล่งน้ำสำหรับประปาภูเขาที่ตำบลดงพญาได้มาติดตั้งในหมู่บ้าน เมื่อปี พ.ศ.2535 (อุดมชัยวัฒน์ธนกุล และคณะ, 2556: 12) นอกจากนี้มีแหล่งน้ำสำคัญที่เป็นแหล่งอาหาร แหล่งน้ำใช้ในชุมชนยามหน้าแล้ง คือ น้ำปาด ได้ไหลผ่านหมู่บ้านก่อนไหลไปรวมกับน้ำว้า และแม่น้ำน่านตามลำดับ

    สภาพอากาศ บนภูเขามีอากาศเย็นสบาย ในฤดูร้อนอากาศไม่ร้อนจัด ในฤดูหนาวมีอากาศหนาวเย็น และมีฝนตกชุกในฤดูฝน ช่วงเดือนพฤษภาคม-กันยายนซึ่งเป็นอุปสรรคในการเดินทางออกนอกหมู่บ้านการเดินทางเข้าไปในพื้นที่บ้านห้วยหมีมีความยากลำบากในฤดูฝน เนื่องจากถนนส่วนใหญ่เป็นดินลูกรัง เมื่อฝนตกทำให้ถนนลื่นต้องเดินเท้า ส่วนการเดินทางในฤดูร้อน และฤดูแล้ง ใช้รถกระบะและจักรยานยนต์เป็นส่วนใหญ่ รถเก๋ง รถตู้ที่มีล้อขนาดเล็กไม่สามารถขึ้นเขาเข้าไปในหมู่บ้านได้

    ชาวบ้านห้วยหมี เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะปรัยที่อาศัยอยู่บนภูเขามาเป็นเวลานานหลายชั่วอายุคน รวมถึงพื้นที่หมู่บ้านใกล้เคียงส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะที่ไปมาหาสู่กันตลอดเวลา ทั้งที่อยู่ในประเทศไทยและ สปป.ลาว มีความสัมพันธ์กันตามระบบเครือญาติ แต่ในปี พ.ศ.2516 เมื่อเกิดภัยสงครามคอมมิวนิสต์เริ่มเข้ามาในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียง ทำให้ชาวบ้านต่างอพยพแยกย้ายหนีภัยสงครามไปยังหมู่บ้านอื่น บางส่วนหนีไปในเขต สปป.ลาว และบางส่วนเข้าร่วมเป็นทหารพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เมื่อสงครามยุติจึงกลับถิ่นฐานในพื้นที่บ้านห้วยหมีตามเดิม

     

  • อื่น ๆ :

    ภาษาที่ใช้พูด     ภาษาลัวะ คำเมือง ภาษาไทย ชาวบ้านห้วยหมีสามารถพูดได้ 3 ภาษา ได้แก่ ภาษาลัวะ คำเมือง และภาษาไทยกลาง โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่สามารถพูดภาษากลางได้ชัดเจน หรือคนที่ออกไปทำงานต่างถิ่นเป็นเวลานาน ๆ ก็จะสามารถใช้ภาษากลางได้ดี

    ภาษาที่ใช้เขียน        ภาษาไทย

  • เอกสารอ้างอิง :

    เนื้อหาโดย ดร. สุวิภา จำปาวัลย์  นักวิจัย สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 

    ปีงบประมาณ 2562  อัพโหลดเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2564 

    บรรณานุกรม

    อุดมชัย  วัฒน์ธนกุล และคณะ. แนวทางการฟื้นฟูฐานอาหารเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารของชุมชนลัวะบ้านห้วยหมี ตำบลดงพญา อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2556.

    เพียร พิศจารย์ และคณะ. แนวทางการจัดการความมั่นคงทางอาหาร “ปลาน้ำว้า” ด้วยองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยชุมชนมีส่วนร่วม บ้านนาบง หมู่ 14 ตำบลบ่อเกลือใต้ อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2560.

    ธรรมนูญ จิตตรีบุตร. ดนตรีกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะในประเทศไทย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว. วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาดุริยางคศิลป์ มหาวิิทยาลัยมหาสารคาม, 2555.

     

     เอกสารอ้างอิงอื่นๆ

    องค์การบริหารส่วนตำบลดงพญา. https://www.facebook.com/dongphaya. เข้าถึงเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2562

    https://earth.google.com เข้าถึงวันที่ 14 พฤษภาคม 2562

     

     ผู้ให้สัมภาษณ์

    1.  นายอุดมชัย วัฒน์ธนกุล 43 หมู่ 6 บ้านห้วยหมี ตำบลดงพญา อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน

    2.  นางเขียว ใจปิง 33 หมู่ 6 บ้านห้วยหมี ตำบลดงพญา อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน

    3.  นายมุก  ใจปิง  33 หมู่ 6 บ้านห้วยหมี ตำบลดงพญา อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน

    4.  นายสาย ใจปิง  27 หมู่ 6 บ้านห้วยหมี ตำบลดงพญา อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน

    5.  นายมี งามนิธิวุฒินันท์ องค์การบริหารส่วนตำบลดงพญา  ตำบลดงพญา อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน

    6.  นายเมธวัฒน์ พุทธิธาดากุล องค์การบริหารส่วนตำบลดงพญา  ตำบลดงพญา อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน

    7.  นางขจร อักขระ ภูพญาโฮมสเตย์ ตำบลดงพญา อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน

     

ชุดข้อมูล : รายงานวิจัยเรื่อง การปรับตัวในมิติความเชื่อและพิธีกรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะในประเทศไทย และลาว

แสดง 1-1 จากทั้งหมด 1 รายการ
จังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน จำนวนครัวเรือน จำนวนประชากร ละติจูด ลองติจูด
น่าน บ่อเกลือ ดงพญา หมู่ที่ 6 บ้านห้วยหมี 72360  
ที่มา:

สุวิภา จำปาวัลย์. (2562). การปรับตัวในมิติความเชื่อและพิธีกรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะในประเทศไทยและลาว. เชียงใหม่: สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่


  • บทนำ :

    บ้านห้วยหมี หมู่ที่ 6 ตำบลดงพญา อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน อยู่ทางทิศเหนือของอำเภอบ่อเกลือ พื้นที่ตั้งหมู่บ้านบนภูเขา มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 1,030 เมตร มีอาณาเขตติดต่อ ดังนี้

    ทิศเหนือ          ติดกับ   บ้านน้ำแคะ  ตำบลดงพญา  อำเภอบ่อเกลือ  จังหวัดน่าน

    ทิศใต้            ติดกับ   บ้านสะปัน   ตำบลดงพญา  อำเภอบ่อเกลือ  จังหวัดน่าน

    ทิศตะวันออก     ติดกับ   บ้านห้วยโทน ตำบลดงพญา  อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน

    ทิศตะวันตก      ติดกับ   บ้านนาหลุม บ้านห้วยขาบ บ้านสว้าเหนือ ตำบลดงพญา อำเภอบ่อเกลือ  จังหวัดน่าน

    บ้านห้วยหมี เป็นหมู่บ้านของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะอยู่บนพื้นที่สูงตามแนวตะเข็บชายแดนไทย ตำบลดงพญา อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน อยู่ใกล้กับเมืองไชยสถาน แขวงไชยะบุรี สปป.ลาว ซึ่งเป็นพื้นที่อยู่อาศัยของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะปรัยที่ถูกกั้นไว้เพียงภูเขาและเส้นแบ่งเขตแดนของประเทศ

    สภาพพื้นที่ของชุมชนโดยทั่วไปเป็นภูเขาสูงสลับหุบเขาน้อยใหญ่ การสร้างบ้านเรือนจึงลดหลั่นกันไปตามไหล่เขา มีแหล่งน้ำสำคัญ คือ ห้วยหมี ห้วยป่าแขม ที่ไหลมาจากป่าชุมชนซึ่งเป็นป่าต้นน้ำ เป็นแหล่งน้ำสำหรับประปาภูเขาที่ตำบลดงพญาได้มาติดตั้งในหมู่บ้าน เมื่อปี พ.ศ.2535 (อุดมชัยวัฒน์ธนกุล และคณะ, 2556: 12) นอกจากนี้มีแหล่งน้ำสำคัญที่เป็นแหล่งอาหาร แหล่งน้ำใช้ในชุมชนยามหน้าแล้ง คือ น้ำปาด ได้ไหลผ่านหมู่บ้านก่อนไหลไปรวมกับน้ำว้า และแม่น้ำน่านตามลำดับ

    สภาพอากาศ บนภูเขามีอากาศเย็นสบาย ในฤดูร้อนอากาศไม่ร้อนจัด ในฤดูหนาวมีอากาศหนาวเย็น และมีฝนตกชุกในฤดูฝน ช่วงเดือนพฤษภาคม-กันยายนซึ่งเป็นอุปสรรคในการเดินทางออกนอกหมู่บ้านการเดินทางเข้าไปในพื้นที่บ้านห้วยหมีมีความยากลำบากในฤดูฝน เนื่องจากถนนส่วนใหญ่เป็นดินลูกรัง เมื่อฝนตกทำให้ถนนลื่นต้องเดินเท้า ส่วนการเดินทางในฤดูร้อน และฤดูแล้ง ใช้รถกระบะและจักรยานยนต์เป็นส่วนใหญ่ รถเก๋ง รถตู้ที่มีล้อขนาดเล็กไม่สามารถขึ้นเขาเข้าไปในหมู่บ้านได้

    ชาวบ้านห้วยหมี เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะปรัยที่อาศัยอยู่บนภูเขามาเป็นเวลานานหลายชั่วอายุคน รวมถึงพื้นที่หมู่บ้านใกล้เคียงส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะที่ไปมาหาสู่กันตลอดเวลา ทั้งที่อยู่ในประเทศไทยและ สปป.ลาว มีความสัมพันธ์กันตามระบบเครือญาติ แต่ในปี พ.ศ.2516 เมื่อเกิดภัยสงครามคอมมิวนิสต์เริ่มเข้ามาในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียง ทำให้ชาวบ้านต่างอพยพแยกย้ายหนีภัยสงครามไปยังหมู่บ้านอื่น บางส่วนหนีไปในเขต สปป.ลาว และบางส่วนเข้าร่วมเป็นทหารพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เมื่อสงครามยุติจึงกลับถิ่นฐานในพื้นที่บ้านห้วยหมีตามเดิม

  • ประวัติ/ที่มาของชุมชนชาติพันธุ์ลัวะ (บ้านห้วยหมี ต.ดงพญา อ.บ่อเกลือ จ.น่าน) :

    ประวัติและที่มา

    ประวัติความเป็นมาของบ้านห้วยหมีในอดีต ไม่ปรากฏหลักฐาน หรือเรื่องเล่าที่สามารถระบุระยะเวลาในการตั้งหมู่บ้านได้ เนื่องจากการอพยพโยกย้ายและภัยจากคอมมิวนิสต์ ในช่วง พ.ศ.2517-2518 เกิดภัยคุกคามจากคอมมิวนิสต์ในพื้นที่ ทำให้ชาวบ้านห้วยหมีและหมู่บ้านใกล้เคียงได้อพยพกระจัดกระจายไปตามพื้นที่ต่าง ๆ เช่น บ้านนาหลุม บ้านห้วยขาบ ตำบลดงพญา บ้านบ่อหยวก ตำบลบ่อเกลือเหนือ อำเภอบ่อเกลือ และบ้านน้ำดั้น อำเภอปัว (อุดมชัย  วัฒน์ธนกุล และคณะ, 2556: 13)

    ช่วงเวลาในการอพยพลี้ภัยไปอยู่หมู่บ้านอื่นประมาณ 5-6 ปี เมื่อเหตุการณ์สงบลงแล้วชาวบ้านได้กลับมาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่บ้านห้วยหมีเช่นเดิม ในปี พ.ศ.2523 มีการตั้งหมู่บ้านขึ้นใหม่ เนื่องจากการไปอยู่ที่หมู่บ้านอื่นมีพื้นที่ทำไร่ไม่เพียงพอ การกลับมายังพื้นที่เดิมเพื่อดำรงชีวิตอยู่ตามจารีตจึงเป็นสิ่งที่ชาวบ้านมีความคุ้นเคย และสามารถทำพิธีกรรมตามความเชื่อได้ดีกว่า ในการตั้งหมู่บ้านใหม่มีลักษณะการปลูกเรือนอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ในบริเวณใกล้เคียงกับบ้านห้วยหมี แบ่งเป็น 3 หย่อมบ้าน ได้แก่ 

    (1)  บ้านห้วยหมี เป็นเบริเวณบ้านห้วยหมีเดิม อพยพกลับมาครั้งแรก 3 หลังคาเรือน ในช่วงปี พ.ศ.2522-2523

    (2)  บ้านป่าแขม เป็นพื้นที่ชาวบ้านน้ำปาดเดิมได้ตั้งชุมชนขึ้นใหม่ในช่วง พ.ศ.2522-2523 ตั้งชื่อหมุ่บ้านป่าแขมตามชื่อหญ้าแขมที่ขึ้นอยู่มากในบริเวณหมู่บ้าน

    (3)  บ้านป่าเหมี้ยง เป็นพื้นที่ชาวบ้านจำนวน 3 ครัวเรือน อพยพมาตั้งที่อยู่อาศัยบริเวณบ้านป่าเหมี้ยงเดิม จึงใช้ชื่อป่าเหมี้ยงตามต้นเหมี้ยง(ต้นชา) ที่มีจำนวนมากในพื้นที่ หรือบางครั้งคนในชุมชนเรียกว่า บ้านสามหลัง (อุดมชัย  วัฒน์ธนกุล และคณะ, 2556: 13)

    การตั้งถิ่นฐานตามไหล่เขาของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะ 3 หย่อมบ้าน แต่ในการจัดตั้งเป็นหมู่บ้านให้ถูกต้องตามระบบการปกครองของไทยได้รวม 3 หน่อมบ้านเข้ามาเป็นบ้านห้วยหมีหมู่บ้านเดียว เพื่อสะดวกในการปกครอง รวมถึงจำนวนประชากรที่ยังมีไม่มากพอ ที่จะตั้งเป็นหมู่บ้านใหม่ได้

    ที่มา: https://earth.google.com เข้าถึงวันที่ 14 พฤษภาคม 2562

     

    มิติทางประวัติศาสตร์

    เมื่อมองในภาพประวัติศาสตร์เมื่อครั้งยังไม่มีการแบ่งปันเขตแดน ไทย-ลาว ถือได้ว่าบริเวณเทือกเขาหลวงพระบาง เป็นที่ตั้งของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะที่ยิ่งใหญ่กระจายตัวอยู่ตามหุบเขา มีอาชีพทำไร่ข้าวบนที่สูง การปักปันเขตแดนทำให้กลุ่มชาติพันธุ์ลัวะในบริเวณนี้ถูกแบ่งแยกออกจากกัน  แต่ในเชิงความสัมพันธ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะในพื้นที่นี้ยังคงความสัมพันธ์ในรูปแบบเครือญาติกันอยู่ เมื่อสอบถามถึงสายตระกูลกับกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะปรัยในพื้นที่เมืองไชยสถาน แขวงไชยะบุรี สปป.ลาว พบว่ายังอยู่ในสายตระกูลเดียวกัน เช่น ตระกูลหยวก ตระกูลชาลล์ (สัมภาษณ์นายมี งามนิธิวุฒินันท์, วันที่ 24 กรกฎาคม 2561)

    กลุ่มชาติพันธุ์ลัวะพื้นที่อำเภอบ่อเกลือ รวมทั้งอำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอทุ่งช้าง อาศัยอยู่ในพื้นที่นี้มาหลายชั่วอายุคน บางส่วนอพยพตามมาสบทบภายหลัง ทั้งสาเหตุการปกครอง การประกอบอาชีพ โดยเฉพาะการทำไร่ข้าว ซึ่งที่สาเหตุการแยกหมุ่บ้านใหม่ออกมาจากหมู่บ้านเดิม เนื่องจากต้องหาที่ทำกินใหม่ และย้ายไปทำไร่ข้าวพื้นที่ใหม่หลายหลังคาเรือนจึงตั้งเป็นหมู่บ้านขึ้น โดยเริ่มจากกลุ่มญาติพี่น้อง และเมื่อเห็นว่าน้ำท่าอุดมสมบูรณ์ มีที่พอที่จะขยายพื้นที่เพาะปลูกได้ ดินดี ได้ผลผลิตข้าวดี ชาวบ้านกลุ่มอื่นได้ย้ายตามกันมา จากหนึ่งครอบครัว กลายเป็นสิบครอบครัว และกลายเป็นหมู่บ้านในที่สุด

    ความเป็นหมู่บ้านตั้งใหม่ในลักษณะนี้ เกิดขึ้นเมื่อมีการอพยพมาตั้งถิ่นฐานรวมกันมากขึ้นหลายตระกูล ทำให้เกิดการขยายตัวของบ้านเรือน ที่ทำกิน ต้องจัดระบบการปกครองในตระกูล คือ แม่ก๊ก ผู้นำในการเลี้ยงผีระดับเมืองทั้งสองเป็นผู้นำที่มีบทบาทในการจัดการพื้นที่ในชุมชน ซึ่งระบบการดำรงชีวิตในลักษณะหมู่บ้านนี้มีความเรียบง่ายและเป็นระบบที่ดำเนินมาตั้งแต่ในอดีตจึงไม่สามารถระบุเวลาให้ชัดเจนได้

    จากการสัมภาษณ์เรื่องการอพยพที่สามารถย้อนไปได้นานที่สุด คือ การอพยพมาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ.2485 เมื่อมีการปักปันเขตแดนไทย-ลาว กลุ่มชาติพันธุ์ลัวะได้แยกไปตามพื้นที่เมืองน่านและเมืองไชยะบุรี โดยการเลือกไปรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ฝั่งไทย ฝั่งลาวที่ตั้งโต๊ะรับรายงานตัวที่เขตชายแดน ในกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะที่ขอขึ้นทะเบียนเป็นคนไทย ได้ใช้นามสกุล “อักขระ” และ “ใจปิง” (สัมภาษณ์นายมี งามนิธิวุฒินันท์, วันที่ 5 มิถุนายน 2561)

    ส่วนช่วงเวลาในการอพยพกลับมาเพื่อตั้งถิ่นฐานของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะในจังหวัดน่านที่เกิดขึ้นหลังจากภัยคอมมิวนิสต์สงบลงนั้น แต่ละพื้นที่อพยพกลับมาไม่พร้อมกัน การตั้งหมู่บ้านในครั้งล่าสุดนี้จึงระบุได้ว่าอยู่ในช่วงทศวรรษ 2520 – ต้นทศวรรษ 2530 เช่น บ้านห้วยหมี ทางราชการมาจัดตั้งเป็นหมู่บ้านในปี พ.ศ.2523 เนื่องจากเดิมกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะบ้านห้วยหมี มีประวัติการย้ายถิ่นฐานหลายครั้ง เพื่อไปหาที่ทำกินใหม่ หรือการโยกย้ายให้พ้นจากภัยสงครามช่วงคอมมิวนิสต์ บางส่วนย้ายไปอยู่ตามกลุ่มเครือญาติบ้านอื่น หรือย้ายไปอยู่เมืองเพียง แขวงไชยะบุรี รอให้สงครามสงบลง จึงย้ายกลับมายังบ้านห้วยหมีตามเดิม และกระจายออกเป็น 3 หย่อมบ้านเพื่อจัดการเรื่องที่ทำกิน

  • วิถีชีวิตของชุมชนชาติพันธุ์ลัวะ (บ้านห้วยหมี ต.ดงพญา อ.บ่อเกลือ จ.น่าน) :

    อัตลักษณ์

              อัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะบ้านห้วยหมี ทั้งชายและหญิง จากภายนอกสังเกตได้จากรูปร่างหน้าตา ที่มีผิวคล้ำ รูปร่างสันทัด ใช้ภาษาลัวะในการสื่อสารภายในกลุ่มชาติพันธุ์ แต่เมื่อเจอคนเมือง หรือกลุ่มชาติพันธุ์ไทยวนพื้นล่างจะพูดคำเมือง

    ด้านการแต่งกาย เป็นเสื้อผ้าร่วมสมัยที่หาซื้อได้ในตลาดหรือร้านค้าทั่วไป ผู้หญิงนิยมแต่งกายด้วยผ้าซิ่น เสื้อแขนสั้น ผู้ชายนุ่งกางเกงขายาว เสื้อแขนสั้น เมื่ออยู่บ้านจะแต่งกายไม่เป็นทางการนัก หากต้องเดินทางไปนอกหมู่บ้านจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่สุภาพและเป็นทางการ สิ่งที่เป็นอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์คือนิยมสะพายย่ามขนาดเล็กติดตัวไปทำธุระนอกหมู่บ้าน หากเดินทางไปไร่มักใช้ถุงย่ามขนาดใหญ่สำหรับใส่สิ่งของโดยคาดสายสะพายไว้ที่ศีรษะ โดยภายในถุงย่ามเมื่อเดินทางไปไร่กลุ่มชาติพันธุ์ลัวะมักใส่ข้าวของส่วนตัวทุกอย่างลงไป เช่น เหมี้ยง แอบข้าว (เครื่องจักสานสำหรับใส่ข้าวเหนียว) บอกเกลือ (กระบอกไม้ไผ่เหี๊ยะมีฝาปิดสำหรับใส่เกลือ) พริก และมีดขนาดเล็ก เป็นต้น (สัมภาษณ์นายมี งามนิธิวุฒินันท์, วันที่ 9 มกราคม 2562)