ชุมชนชาติพันธุ์ : กะเหรี่ยง (บ้านแม่โพ ต.แม่ต้าน อ.ท่าสองยาง จ.ตาก)

  • ชุมชนชาติพันธุ์ : กะเหรี่ยง (บ้านแม่โพ ต.แม่ต้าน อ.ท่าสองยาง จ.ตาก)
  • ชื่อเรียกตนเอง : กะเหรี่ยง, ปกาเกอะญอ-โปว์, สะกอ
  • ชื่อที่ผู้อื่นเรียก : กะเหรี่ยง, ยาง, จะกวฺอ, โป้ว์, โพล่ว์
  • ภาษาที่ใช้พูดและเขียน : ตระกูลภาษาตามการจำแนกตามหลักภาษาศาสตร์ กะเหรี่ยงโปว์ (Pwo Karenic) และ สะกอ (Sgaw Karenic) จัดอยู่ใน ตระกูลภาษาจีน-ทิเบต (Sino-Tibetan linguistic) ภาษาธิเบต-พม่า (Tibeto-Burman) ในกลุ่มภาษา Karenic
  • มิติทางประวัติศาสตร์ที่มีผลต่อการเรียกชื่อกลุ่มชาติพันธุ์ :
  • เอกสารอ้างอิง :

    เอกสารอ้างอิง

    พิเชฐ สายพันธ์. (2562). พลวัตชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงฝั่งตะวันตกของประเทศไทยในเขตตอนบนจังหวัดตากและจังหวัดกำแพงเพชร. ชุดโครงการศึกษาวิจัยพลวัตของชุมชนชาติพันธุ์เพื่อการสร้างแผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต ปีที่ 1 (พ.ศ.2562). กรุงเทพฯ : ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)

    เอกสารที่เกี่ยวข้อง

    ภาษาไทย

    • กริ่มกมล มหัทธนวิศัลย์. (2543). การจัดการความขัดแย้งในป่าชุมชนของชาวปกาเกอญอในจังหวัดแม่ฮ่องสอน. เชียงใหม่: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
    • กัลยา หอมเกตุ. (2548). อัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์กะเหรี่ยงท่ามกลางวิถีชีวิตแบบใหม่: กรณีศึกษาบ้าน ห้วยสัตว์ใหญ่ หมู่ที่ 6 ตำบลป่าเด็ง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี. นครศรีธรรมราช: สาขาวิชาวัฒนธรรมศึกษา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์.
    • กิฏาพล ภัทรธรรมา. (2558). การศึกษาเรื่องข้อห้ามของชาวปกาเกอะญอในช่วงวัยที่ต่างกัน: กรณีศึกษา    บ้านกุยต๊ะ หมู่ 5 ตำบลแม่จัน อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก. กรุงเทพฯ: สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
    • เกียรติศักดิ์ แสงสว่าง. (2550). ภูมิปัญญาและวิถีชีวิตในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของชุมชนปกาเกอะญอ บ้านแม่กองคา หมู่ที่ 10 ต.แม่ยวม อ.แม่เสรียง จ.แม่ฮ่องสอน. ปทุมธานี: สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
    • ขวัญชีวัน บัวแดง. (2541). การเปลี่ยนแปลงวิถีการดำรงชีวิตของชุมชนกะเหรี่ยง: กรณีศึกษาหมู่บ้าน ในอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่: รายงานการวิจัย. เชียงใหม่: สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
    • ขวัญชีวัน บัวแดง. (2546). โครงการวิจัย ศาสนาและอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์: ศึกษากรณีกลุ่มชนกะเหรี่ยงในประเทศไทยและประเทศพม่า : ต้นฉบับสมบูรณ์. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุน สนับสนุนการวิจัย.
    • ขวัญชีวัน บัวแดง. (2547). ศาสนาและอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์: ศึกษากรณีกลุ่มชนกะเหรี่ยงในประเทศไทยและประเทศพม่า. เชียงใหม่: สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
    • ขวัญชีวัน บัวแดง. (2551). พื้นที่พรมแดนแม่น้ำเมยกับความสัมพันธ์ชาติพันธุ์กะเหรี่ยง-คนเมือง. เชียงใหม่: คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
    • ขวัญชีวัน บัวแดง. (2560). เครือข่ายพุทธศาสนาของชาวกะเหรี่ยงข้ามแดนไทย-เมียนมาร์. เชียงใหม่: ศูนย์วิจัยและบริการวิชาการ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
    • ขวัญชีวัน ศรีสวัสดิ์. (2532). ขบวนการครูบาขาวปีกับกะเหรี่ยงโปว์ในภาคเหนือของประเทศไทย. กรุงเทพฯ : สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ.
    • คารน ศรีคาไทย. (2534). ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วมของชาวกะเหรี่ยง ในกิจกรรมของศูนย์การศึกษาเพื่อชุมชนในเขตภูเขา จังหวัดลำพูน. กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
    • จรัสพร ธงสินธุศักดิ์. (2560). กระบวนการผลิตของ "กลุ่มอนุรักษ์" กับการสร้างการยอมรับในอัตลักษณ์ความเป็นกะเหรี่ยง: กรณีศึกษา บ้านกุยเลอตอ จังหวัดตาก. วิทยานิพนธ์บัณฑิตอาสาสมัคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
    • จรีเมธ อังกสิทธิ์. (2538). ผลของการส่งเสริมระบบการปลูกพืชเชิงอนุรักษ์ดินและนาบนที่สูงที่มีต่อ ชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ : กรณีศึกษาโครงการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมบนที่สูง. เชียงใหม่ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
    • จรูญศักดิ์ จารุธีรนาท. (2542). เทคโนโลยีการก่อสร้างเรือน พื้นถิ่นของชาวกะเหรี่ยงสะกอ หมู่บ้านทุ่ง แกเหนือ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่. กรุงเทพฯ: สาขาวิชาประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร.
    • จารัส กันทะวงษ์. (2531). ศึกษาเปรียบเทียบการเผยแพร่ศาสนาพุทธและศาสนาคริสต์ในกลุ่มชาวเขา: ศึกษาเฉพาะกรณีชาวกะเหรี่ยงบ้านผาเต๊ะ ตำบลพระธาตุผาแดง อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยแม่โจ้.
    • จารุณ ระวีคา. (2541). การดำเนินงานของกิจกรรมกลุ่มยุวเกษตรกรชาวไทยพื้นราบและชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงในจังหวัดแม่ฮ่องสอน. เชียงใหม่ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
    • จารุวรรณ อุทาปา. (2558). ดนตรีข้ามพรมแดน : การทำงานวัฒนธรรมของนักดนตรีกะเหรี่ยงในอาณาบริเวณชายแดนไทย-พม่า. เชียงใหม่ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
    • จารูญ ยาสมุทร. (2530). การสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมและการส่งเสริมสุขภาพในกลุ่มชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงในภาคเหนือของไทย. เชียงใหม่ : สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
    • จินตนา กาญจนถวัลย์. (2535). การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมในชุมชนกะเหรี่ยง: ศึกษา เปรียบเทียบกรณีบ้านไร่ป้า อำเภอทองผาภูมิ กับบ้านสะเนพ่อง อำเภอสังขละบุรี จังหวัด กาญจนบุรี. กรุงเทพฯ:จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    • จินตนา สังวร. (2531). การศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการด้านการศึกษานอกโรงเรียนของชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยงในจังหวัดกาญจนบุรี. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร.
    • จิระ ปรังเขียว. (2519). รายงานการศึกษาทางสังคมและเศรษฐกิจเบื้องต้นบ้านห้วยต้ม อ.ลี้ จ.ลำพูน. เชียงใหม่: ศูนย์วิจัยชาวเขา.
    • จิระศักดิ์ มาสันเทียะ. (2543). บทบาทขององค์กรพัฒนาเอกชนตะวันตกในการช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวกะเหรี่ยงตามแนวชายแดนไทย-พม่า. เชียงใหม่: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
    • จุมพล เพิ่มแสงสุวรรณ. (2541). การวิเคราะห์เรือนกะเหรี่ยงสะกอ บ้านแม่ยางส้าน บนตำบลท่าผาอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่. กรุงเทพฯ: สาขาวิชาประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร.
    • เจริญสุข จิระศักดิ์วิทยา. (2543). การศึกษาสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นเรื่องเรือนกะเหรี่ยงโปว์ หมู่บ้านห้วยน้ำหนัก ตำบลตะนาวศรี อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี. กรุงเทพฯ: สาขาวิชาสถาปัตยกรรไทย มหาวิทยาลัยศิลปากร.
    • ชนะพันธ์ รวีโชติภัคนันท์. (2554). วิถีชีวิตชาวกะเหรียง อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี. ขอนแก่น : การศึกษาอิสระปริญญารัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการปกครองท้องถิ่น วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
    • ชมพูนุท โพธิ์ทองคา. (2541). การตั้งชื่อของชาวกะเหรี่ยงโปตำบลสวนผึ้ง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี. นครปฐม: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล.
    • ชลกาญจน์ ฮาซันนารี. (2538). การศึกษาสภาพการดำรงชีวิตของชาวเผ่ากะเหรี่ยง: กรณีศึกษาบ้านคำหวัน ตำบลแม่ตื่น อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก. กรุงเทพฯ : สำนักบัณฑิตอาสาสมัครมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
    • ชวลิต ธนาคา. (2527). โครงสร้างทางสังคมของชนเผ่ากะเหรี่ยงกรณีศึกษาหมู่บ้านตีนธาตุ ตำบลแม่จะเรา อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
    • ชาญชัย เต็มอรุณรุ้ง. (2554). วิถีคริสตชนกับเศรษฐกิจพอเพียง: กรณีศึกษา บ้านขุนแตะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยแม่โจ้.
    • ชาญณรงค์ ศรีสุวรรณ. (2536). เรือนกะเหรี่ยงสะกอบ้านแม่ลิด ต.แม่เหาะ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน. กรุงเทพฯ : สาขาวิชาประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร.
    • ชาญวิทย์ สรรพศิริ. (2537). เรือนชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง หมู่บ้าน เสน่ห์พ่อง ตำบลไล่โว่ อำเภอสังขะบุรี จังหวัดกาญจนบุรี. กรุงเทพฯ : สาขาวิชาประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร.
    • ชาญวิทย์ สุขพร. (2543). รายงานวิจัยเรือนพื้นถิ่นชาวกะเหรี่ยง หมู่บ้านเสน่พ่อง อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี. กรุงเทพฯ: สาขาวิชาสถาปัตยกรรมไทย มหาวิทยาลัยศิลปากร.
    • ณรงค์ ใจหาญ. (2541). สภาพความเป็นอยู่และปัญหาของชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
    • ณัฐพงศ์ แสงรักษาวงศ์. (2547). ปัจจัยทางสังคมและวัฒนธรรมที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงวิถีการดาเนินชีวิตของชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง : กรณีศึกษากะเหรี่ยงหมู่บ้านสบอมแฮด หมู่ที่ 18 ตำบลอมก๋อย อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่. เชียงใหม่ : สาขาการวิจัยและพัฒนาท้องถิ่น กลุ่มวิชาล้านนาคดีศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย สถาบันราชภัฏเชียงใหม่.
    • ณัฐพล บุญอุทิศ. (2543). รายงานวิจัยเรือนพื้นถิ่นชาวกะเหรี่ยง หมู่บ้านเกาะสะเดิ่ง ตำบลโร่โว่ อำเภอสังขละบุรี กาญจนบุรี. กรุงเทพฯ: สาขาวิชาสถาปัตยกรรมไทย มหาวิทยาลัยศิลปากร.
    • ดวงกลม วรรธโนทัย. (2539). บทบาทผู้นำและการผสมผสานทางวัฒนธรรม : ศึกษากรณีชุมชนกะเหรี่ยงในจังหวัดราชบุรี. วิทยานิพนธ์ สค.ม. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
    • ตวงสิทธิ์ ตงศิริ. (2555). การเกื้อกูลที่ดินทำกินเพื่อความอยู่รอดของชาวกะเหรี่ยง: กรณีศึกษา บ้านเวียคะดี หมู่ที่ 5 ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี. กรุงเทพฯ: สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
    • ตุลวัตร พานิชเจริญ. (2525). สภาพวัฒนธรรมและประเพณีของชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง หมู่บ้านห้วยนา ตำบลแม่เงา อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน. กรุงเทพฯ: สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร.
    • ตุลวัตร พานิชเจริญ. (2536). การกล่อมเกลาทางสังคมในด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติของชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง. เชียงใหม่: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
    • ทิพวรรณ คามา. (2546). การดำรงอยู่ของความเชื่อเรื่องผีของกะเหรี่ยงคริสต์. เชียงใหม่: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
    • เทวี สวรรยาธิปัติ. (2525). แบบแผนชีวิตชุมชนที่มีผลกระทบต่อภาวะเจริญพันธุ์ของสตรีกะเหรี่ยงที่กิ่ง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี. กรุงเทพฯ: ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
    • ธชาพร เลาวพงษ์. (2555). การจัดการนาที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตปกาเกอะญอบ้านแม่แดดน้อย หมู่ที่ 4 ตำบลแม่แดด อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่. ปทุมธานี: สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
    • ธนวิทย์ ฉุนฉ่า. (2544). รายงานวิจัยเรือนพื้นถิ่นชาวกะเหรี่ยง หมู่บ้านบ้านน้ำตก อำเภอคลองสาน จังหวัดกำแพงเพชร. กรุงเทพฯ: สาขาวิชาประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร.
    • ธันวดี ดอนวิเศษ. (2545). การเปลี่ยนแปลงระบบการทาเกษตรและผลกระทบที่มีต่อการดำรงชีวิตของชาวกะเหรี่ยงหมู่บ้านแม่ลอง. กรุงเทพฯ: สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
    • ธีภัทร ล.ทองคา. (2558). หัตถานารีอาเซียน ผ้าทอมือของกลุ่มชาติพันธุ์ไท-ลาวและกะเหรี่ยงโป อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี บูรณาการความรู้ด้านภูษา ภาษา และการอพยพย้ายถิ่น. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
    • ธีรวรรณ สมะพันธุ. (2520). เรือนกะเหรี่ยงโปว์ หมู่บ้านแม่จ๊าง. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
    • นัฏกานต์ ชัยพิพัฒน์. (2546). เรือนกะเหรี่ยงบ้านกะโนและบ้านนางิ้ว ว ต.แม่อูคอ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน. กรุงเทพฯ: สาขาวิชาประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร.
    • นัทธมน หงษ์สินี. (2558). หมู่บ้านต้นแบบชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยงบ้านทีตะเฉ เพื่อการฟื้นฟูและยกระดับชีวิต หลังเหตุการณ์ไฟไหม้ ต.นาเกียน อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่. เชียงใหม่: คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
    • นันทวัน อินทร์จันทร์. (2545). การศึกษารูปแบบเครื่องแต่งกายกะเหรี่ยงโปและกะเหรี่ยงสะกอ ในเขตอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน. เชียงใหม่ : คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
    • นิตยา วัยโรจนวงศ์ และ ปราณี กายรุณสุทธิ. (2525). คาเครือญาติในภาษากะเหรี่ยงโปว์. กรุงเทพฯ: ภาควิชาภาษาศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณืมหาวิทยาลัย.
    • นิติพร ลาดปาละ. (2550). อาชีพทอผ้า กรณีศึกษา กลุ่มทอผ้ากะเหรี่ยงสะกอของหมู่บ้านพะมอลอ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน. เชียงใหม่ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
    • นิทราพร ลัดดากรพันธุ์. (2553). ชีวิตและการทาพันธกิจของคริสจักรท้องถิ่นในเขตพื้นที่สูง ชาติพันธุ์กะเหรี่ยงภาคเหนือ สังกัดคริสจักรภาคที่ 10 แห่งสภาคริสจักรในประเทศไทย : รายงานวิจัย. เชียงใหม่ : มหาวิทยาลัยพายัพ.
    • นิ่มวัฒน์., ธ. (2546). เรือนกะเหรี่ยงโปว์บ้านเจ้าวัด อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี. กรุงเทพฯ: สาขาวิชาประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร.
    • นิวัฒน์ ฉิมพาลี. (2545). รายงานวิจัยผลกระทบของการพัฒนาเศรษฐกิจ-สังคมต่อสภาพแวดล้อมและ ชาติพันธุ์ในภูมิภาคตะวันตก : กรณีศึกษาชุมชนกะเหรี่ยงในเขตอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี. กรุงเทพฯ: ภาควิชามานุษยวิทยา คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร.
    • บัณฑิต ไกรวิจิตร. (2559). การเผชิญกับภาพแทนของกะเหรี่ยงโผล่ว ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ทุ่งใหญ่นเรศวร. วิทยานิพนธ์ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
    • บุญช่วย ศรีสวัสดิ์. (2506). ชาวเขาในไทย: เล่าถึงชีวิตความเป็นอยู่และประเพณีแปลกๆ ของชาวเขาในไทย โดยละเอียดพิสดาร. พระนคร: โอเดียนสโตร์.
    • บุญช่วย ศรีสวัสดิ์. (2526). ชาวเขาในประเทศไทย. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์.
    • บุญญิศา บุญเกียรติบุตร. (2549). กระบวนการอนุรักษ์วัฒนธรรมกะเหรี่ยง : ศึกษากรณีพื้นที่พักพิงชั่วคราว บ้านแม่หละ อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
    • บุญเพิ่ม ฤทัยกริ่ม. (2545). การปรับตัวของกลุ่มชาติพันธุ์ชาวปกาเกอะญอที่เข้ามาทำงานในตัวเมืองเชียงใหม่: รายงานวิจัยย่อยฉบับสมบูรณ์. กรุงเทพฯ: ศูนย์ศึกษาเศรษฐศาสตร์การเมือง คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
    • ประนอม สีสะทาน. (2552). กระบวนการเรียนรู้และการถ่ายทอดภูมิปัญญาด้านการทอผ้าของปกฺากะญอ สะกอ: กรณีศึกษาบ้านแม่ระอาใน หมู่ที่ 9 ตำบลแม่ตื่น อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่. ปทุมธานี: สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
    • ประภาวดี สุทธิจิตผ่องใส. (2549). การศึกษารูปแบบและลวดลายผ้าของชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงบ้านป่าปุ๊ ตำบลผาบ่อง อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน. เชียงใหม่ : คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่.
    • ประเสริฐ โพคะ. (2554). วิถีการผลิตในระบบวนเกษตรและการจัดการป่าชุมชนกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและการสร้างความมั่นคงทางอาหารของชุมชนกะเหรี่ยงในภาคเหนือของประเทศไทย. เชียงใหม่: มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ มพน. และชุมชนห้วยหินลาด.
    • ปรียาพร บุษบา. (2555). การออกแบบและพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ผ้าทอกะเหรี่ยงบ้านบึงเหนือ ตำบลบ้านคา จังหวัดราชบุรี. ราชบุรี: มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง.
    • ปัทมา วิชิตจรูญ. (2539). รายงานเรื่อง เรือนชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง บ้านกล้วย หมู่ที่ 1 ตำบลวังยาว อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี. กรุงเทพฯ : สาขาวิชาประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร.
    • ปาณิศา ปวงดี. (2555). การศึกษาการแต่งกายของผู้หญิงชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงบ้านค้างใจหมู่ที่ 7 ตำบลแม่เกิ๋ง อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่. เชียงใหม่: คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่.
    • ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี (2535). องค์ความรู้นิเวศน์วิทยาของชุมชนเกษตรกรรมในเขตป่า: ศึกษากรณีกะเหรี่ยงในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร. วิทยานิพนธ์สังคมวิทยาและมานุษยวิทยามหาบัณฑิต สาขามานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
    • พระปลัดสุชาติ สุวฑฺตโก. (2553). ศึกษาผลสัมฤทธิ์ของการเผยแพร่พระพุทธศาสนาในกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ในอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
    • เพ็ญพรรณ อินทปันตี. (2554). สิทธิชุมชนในการจัดการและใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติ: ศึกษากรณีชุมชนกะเหรี่ยงในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง. วิทยานิพนธ์นิติศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    • เพียงจิต เทียนย้อย. (2535). การเปลี่ยนศาสนาของชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง สะกอ ในหมู่บ้านภาคเหนือของประเทศไทย. วิทยานิพนธ์มานุษยวิทยามหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
    • ภาวนีย์ บุญวรรณ. (2544). การศึกษาวิเคราะห์ความเชื่อพระพุทธศาสนาและฤาษีของชาวกะเหรี่ยงทุ่งใหญ่นเรศวร : กรณีศึกษา หมู่บ้านสะเน่พ่อง ตำบลไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี. วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหิดล.
    • ภูวดล แซ่จ๋าว. (2545). การจัดการทรัพยากรธรรมชาติของชนเผ่ากะเหรี่ยงสกอร์ บ้านขุนตื่นน้อย หมู่ 6 ต.แม่ตื่น อ.อมก๋อย จ.เชียใหม่ กับชนเผ่าลีซุ บ้านปางสาง หมู่ 17 ต.ป่าตึง อ.แม่จัน จ.เชียงราย. วิทยานิพนธ์ตามหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
    • ภูวดล แซ่จ๋าว. (2554). การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ของชนเผ่ากะเหรี่ยงสกอร์ บ้านขุนตื่นน้อย หมู่ 6 ต.แม่ตื่น อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ กับชนเผ่าลีซูบ้านปางสา หมู่ 17 ต.ป่าตึง อ.แม่จัน จ.เชียงราย. ปทุมธานี: สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
    • มาลี ศรีศฤงคาร. (2530). การวิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์ว่าด้วยงานหัตถกรรมชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง: ศึกษากรณีทอผ้า ณ หมู่บ้านพระบาทห้วยต้ม จังหวัดลำพูน. เชียงใหม่ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
    • มาลี สิทธิเกรียงไกร ; บรรณาธิการ. (2554). แนวนโยบายและหลักปฏิบัติในการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
    • เมืองพล เมฆเมืองทอง. (2518). กะเหรี่ยงที่บ้านเลโคะ ต.แม่ยาม อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
    • ยอดชาย ไวเนตร. (2546). ปัจจัยที่มีผลต่อความรู้และความคิดเห็นต่อนโยบายของรัฐในการแก้ไขปัญหาที่ทำกินของชาวเผ่ากะเหรี่ยงในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยผาเมือง จังหวัดลำพูน. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
    • วชิรพันธ์ จงวัฒนา. (2555). บทบาทของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี ภัยแห่งสหประชาชาติต่อการช่วยเหลือชาวกะเหรี่ยงผู้หลบหนีภัยจากการสู้รบในเขตตำบลแม่หละ อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก. เชียงใหม่: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
    • วรกานต์ สิงหเดช. (2541). รายงานการวิเคราะห์เรือนกะเหรี่ยงเผ่า "สะกอ" บ้านแม่ยางส้านล่าง ตำบลท่าผา อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่. กรุงเทพฯ : สาขาวิชาประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร.
    • วรุฒม์ ศิริกิม. (2546). กระบวนการอยู่ร่วมกับป่าของชุมชนกะเหรี่ยง : ศึกษาเฉพาะกรณี หมู่บ้านป่าแป๋ ตำบลป่าพูล อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน. กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกริก.
    • วันดี สันติวุฒิเมธี. (2538). ชีวิตครอบครัวชาวกะเหรี่ยง สะกอ : กรณีศึกษาชาวบ้านซอโอ ตำบลช่องแคบ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก. กรุงเทพฯ : สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
    • วัลย์ลิกา สรรเสริญชูโชติ. (2545). การศึกษาการเปลี่ยนแปลงในวิถีการผลิตและระบบความสัมพันธ์ทางสังคมในมิติหญิงชายของชุมชนกะเหรี่ยง : ศึกษาเฉพาะกรณีบ้านทิพุเย หมู่ที่ 3 ตำบลชะแล อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี. กรุงเทพฯ : คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
    • วาสนา สุทธิพิทักษ์วงศ์. (2547). วิถีชีวิตชนเผ่าปกาเกอญอ สะกอ: กรณีศึกษาชาวบ้านยางห้วยแสมกองคอง หมู่ที่ 4 ตำบลสามหมื่น อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก. ปทุมธานี: สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
    • วิชัย โป๊ะคา. (2555). ผ้าทอกะเหรี่ยงโปว์ในเขตอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ : กรณีศึกษาบ้านผ้าทอบ้านเด่นกระต่าย บ้านผาปูน และบ้านยางเปา. เชียงใหม่: คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
    • วิไลพร ชะมะผลิน. (2522). บทบาททางสังคมและเศรษฐกิจของสตรีชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงสะกอ. กรุงเทพฯ: ศูนย์วิจัยชาวเขา กองสงเคราะห์ชาวเขา กรมประชาสงเคราะห์
    • ศริญญา นาคราช. (มปป.). ชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงกับการทอผ้า. เชียงใหม่: คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
    • ศรินทิพย์ ยามพิชัย. (2557). แนวทางการพัฒนาชุมชนกะเหรี่ยงลินช้าง จังหวัดเพชรบุรี เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน. พะเยา : มหาวิทยาลัยพะเยา.
    • ศักดิ์สิทธิ์ การะเกต. (2544). รายงานวิจัยเรือนพื้นถิ่นชาวกะเหรี่ยง หมู่บ้านโละโคะ ตำบลโกสัมพี กิ่งอำเภอโกสัมพีนคร จังหวัดกำแพงเพชร. กรุงเทพฯ : สาขาวิชาประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร.
    • ศิกษก บรรลือฤทธิ์. (2559). การเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมของที่อยู่อาศัยชาวกะเหรี่ยง: กรณีศึกษาหมู่บ้านทุ่งมะเซอย่อ ต.บ้องตี อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี : รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี
    • ศิริวรรณ เจือแก้ว. (2544). รายงานเรือนชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง หมู่บ้านเพชรจะขอ อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร. กรุงเทพฯ : สาขาวิชาประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร.
    • ศิษฎา แท่นนิล., ศ. (2546). รายงานเรื่องเรือนกะเหรี่ยงบ้านพะยอย และบ้านหัวแม่สุริน ต.แม่อูคอ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน. กรุงเทพฯ: สาขาวิชาประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร.
    • สกุลกร ยาไทย. (2559). เศรษฐกิจการเมืองของความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมจากต่างประเทศในบริบทความขัดแย้งทางชาติพันธุ์กะเหรี่ยง กรณีศึกษา ค่าอพยพนุโพ จังหวัดตาก. วิทยานิพนธ์รัฐศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
    • สมเกียรติ ทองมี. (2540). การเปรียบเทียบทัศนคติของชาวเขาเผ่าม้งกับเผ่ากะเหรี่ยงต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ในตำบลแม่แดด อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่. เชียงใหม่: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
    • สมรักษ์ ชัยสิงหกานนท์, สรินยา คาเมือง และ อธิตา สุนทโรทก. (2550). วัฒนธรรม ความตายกับความหลากหลายทางชาติพันธุ์ : มอญ-โซ่ง-กะเหรี่ยง-ม้ง-เย้า. กรุงเทพฯ : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.
    • สรพงษ์ วิชัยดิษฐ. (2547). กระบวนการก่อรูปอัตลักษณ์ของผู้อพยพชาวกะเหรี่ยง : ศึกษากรณีกะเหรี่ยงในพื้นที่พักพิงชั่วคราว บ้านแม่หละ อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก. วิทยานิพนธ์ (มน.ม.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
    • สราวุฒิ วรพงษ์. (2555). กระบวนการบริหารการพัฒนาที่ยั่งยืนสาหรับชุมชนกะเหรี่ยงบนพื้นที่สูงของอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน. ดุษฎีนิพนธ์ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยแม่โจ้.
    • สายัณฆ์ กลางถิ่น. (2537). ลักษณะผู้นำท้องถิ่นด้านการเกษตร ตามการรับรู้ของชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงในอำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน. เชียงใหม่: บัณฑิตศึกษา สถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้.
    • สิปปะ ด้วงผึ้ง. (2544). รายงานเรื่อง เรือนเครื่องผูกหมู่บ้านกะเหรี่ยงน้ำตก ตำบลคลองลาน พัฒนาอำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร. กรุงเทพฯ: สาขาวิชาประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร.
    • สุจริตลักษณ์ ดีผดุง. (2536). กะเหรี่ยงโป บ้านห้วยฮ่อมนอก ตำบลทาขุมเงิน อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน. นครปฐม: สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยมหิดล.
    • สุทธารี ลิ่มโอภาสมณี. (2517). สภาวะเศรษฐกิจสังคมและการพัฒนาหมู่บ้านสาธิตแม่เหาะ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
    • สุภลักษณ์ โทณลักษณ์. (2542). การนับถือผีบรรพบุรุษของชาวกะเหรี่ยงโปว์: บทบาท ความสำคัญ และการเปลี่ยนแปลง กรณีศึกษาที่หมู่บ้านดงเสลาเก่า ตำบลด่านแม่แฉลบ อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี. กรุงเทพฯ: ภาควิชามานุษยวิทยา คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร.
    • สุภารัช พงษ์กุล. (2546). การจัดการทรัพยากรและการผลิตทางการเกษตรเพื่อยังชีพของชุมชนกะเหรี่ยง : กรณีศึกษา หมู่บ้านแม่แดดน้อย ตำบลแม่แดด อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สถาบันราชภัฏเชียงใหม่.
    • สุภาวดี คุ้มแว่น. (2544). บทบาทในครอบครัวของผู้หญิงกะเหรี่ยง อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่. วิทยานิพนธ์ (สค.ม.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
    • สุรินทร์ เหลือลมัย. (2540). งานวิจัยเรื่องความเชื่อทางศาสนาของชาวกะเหรี่ยง : กรณีศึกษาวันปีใหม่กะเหรี่ยงที่วัดแจ้งเจริญ อำเภอวัดเพลง จังหวัดราชบุรี. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ.
    • สุรีพร ชินวงศ์. (2542). ลักษณะทางสังคม เศรษฐกิจและความเชื่อของกะเหรี่ยงเผ่าโป บ้านตุงติง ตำบลอมก๋อย อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่. กรุงเทพฯ : สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
    • สุวัฒชัย ไทรสังขชวลิต. (2552). การศึกษาและฟื้นฟูภูมิปัญญา "ลือกาเวาะ" เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของคนกะเหรี่ยงบ้านสะเนพ่อง ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี : รายงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นฉบับสมบูรณ์. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
    • สุวิชาน พัฒนาไพรวัลย์. (2545). การจัดการศึกษาเพื่อฟื้นฟูภูมิปัญญาท้องถิ่นชุมชนปวาเก่อญอหมู่บ้านใหม่พัฒนา อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ : รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์โครงการ. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
    • อดิสรณ์ กองเพิ่มพูล. (2543). ทัศนคติของชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงต่อการอนุรักษ์ทรัพยากร ป่าไม้และสัตว์ป่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย. เชียงใหม่: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
    • อรชร มณีสงฆ์. (2550). การศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาหัตถกรรมท้องถิ่นและการตลาดในพื้นที่โครงการหลวง : กรณีศึกษาผ้าทอชาติพันธุ์กะเหรี่ยง บาทห้วยห้อม. เชียงใหม่: สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง องค์การมหาชน.
    • อัครพันธุ์ พันธุ์สัมฤทธิ์. (2541). รายงานเรื่อง เรือนพื้นถิ่นของชาวกะเหรี่ยง หมู่บ้านห้วยสัตว์เล็ก ต.ป่าเต็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี. กรุงเทพฯ: สาขาวิชาประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร.
    • อานนท์ เรืองกาญจนวิทย์. (2541). รายงานเรื่อง เรือนพื้นถิ่นชาวกะเหรี่ยงโปว์ หมู่บ้านท่ามะขาม ต. ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี. กรุงเทพฯ: สาขาวิชาประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร.
    • อารีย์ พานทอง. (2553). ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของปกาเกอะญอ บ้านวัดจันทร์ หมู่ 3 ตำบลบ้านจันทร์ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่. สารนิพนธ์ ศน.ม. สาขาสังคมวิทยา มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
    • อุดม เจริญนิยมไพร และคณะ. (2549). การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืนตามจารีตประเพณีของชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย: กรณีศึกษาชุมชนม้งและกะเหรี่ยง. เชียงใหม่: โครงการพัฒนาแผนที่และการจัดการทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพบนพื้นที่สูง สมาคมศูนย์รวมการศึกษาและวัฒนธรรมของชาวไทยภูเขาในประเทศไทย ร่วมกับ โครงการเพื่อคนกับป่า.

    ภาษาอังกฤษ

    • Ananda Rajah. 1990. “Ethnicity, Nationalism, and the Nation-State: The Karen”. In Ethnic Groups across National Boundaries in Mainland Southeast Asia. Gehan Wijeyewadene (ed.), Singapore: Institute of Southeast Asian Studies.
    • Buadaeng, K. 2003. Buddhism, Christianity and the ancestors: religion and pragmatism in a Skaw Karen community of North Thailand. Chinag Mai: Social Research Institute Chiang Mai University.
    • Hamilton, J. W. 1965. Ban Hong : social structure and economy of a Pwo Karen village in Northern Thailand. Ann Arbor, Mich. : University Microfilms International.
    • Hamilton, J. w. 1976. Pwo Karen : at the edge of mountain and plain. St. Paul: West Pub. Co.
    • Keyes, Charles F. 1977. The Golden Peninsular. New York: McMillan Publishing.
    • Keyes, Charles F. 1979. Ethnic Adaptation and Identity: The Karen on the Thai Frontier with Burma. Philadelphia: Institute for the Studies of Human Issues.
    • Kunstadter, Peter. 1969. “Hill and Valley Populations in Northwest Thailand”. In Tribesmens and Peasants in North Thailand. P. Hinton (ed.), Chiang Mai: Tribal Research.
    • Mischung, R. 1980. Religion in a Cgau Sgaw Karen villiage of Western upland Chiang Mai Province, Northwest Thailand. Bangkok : National Research Council of Thailand, Bangkok.
    • Mohoney J., Rueschemeyer D. (eds.) 2003. Comparative Historical Analysis in the Social Sciences. Cambridge: Cambridge University Press.
    • Srisawat., K. 1988. The Karen and the Khruba Khao Pi movement: a historical study of the response to the transformation in Northern Thailand. Manila : Ateneo de Manila University.

     

แสดง 1-1 จากทั้งหมด 1 รายการ
จังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน จำนวนครัวเรือน จำนวนประชากร ละติจูด ลองติจูด
ตาก ท่าสองยาง แม่ต้าน บ้านแม่โพ20017.2452798.26722

  • บทนำ :

              กะเหรี่ยงโปว์-สะกอ ชุมชนบ้านแม่โพอาศัยอยู่ในพื้นที่ของตำบลแม่ต้าน อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก อาศัยอยู่ในที่ราบระหว่างหุบเขา ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเมยซึ่งทำหน้าที่เป็นแนวพรมแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศเมียนมา มีการอยู่อาศัยต่อเนื่องราว 100 ปีมาแล้ว ลักษณะเป็นชุมชนขนาดใหญ่ราว 200 หลังคาเรือน เดิมหมู่บ้านนี้เป็นที่ตั้งถิ่นฐานของชาวกะเหรี่ยงโปว์ทั้งหมด แต่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมามีการย้ายถิ่นเข้ามาของกะเหรี่ยงสะกอจากชุมชนอื่น ๆ ในพื้นที่อำเภอท่าสองยางจึงเกิดการผสมผสานวัฒนธรรมของกะเหรี่ยงทั้งสองกลุ่มเข้าด้วยกัน

              กะเหรี่ยงชุมชนบ้านแม่โพ พูดภาษากะเหรี่ยงทั้งสำเนียงโปว์และสะกอ การเขียนใช้อักษรพม่าและมอญแต่ออกเสียงเป็นภาษากะเหรี่ยง กลุ่มกะเหรี่ยงโปว์ เรียกตนเองว่า ปกากะญอ-โปว์ กลุ่มกะเหรี่ยงสะกอ เรียกตนเองว่า สะกอ ในปัจจุบันเยาวชนพูดภาษากะเหรี่ยงน้อยลง เนื่องจากการเข้ามาของระบบการศึกษาภาคบังคับของรัฐ ซึ่งมีการเรียนการสอนเป็นภาษาไทยสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่ต้องติดต่อกับคนไทยที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง ไม่มีการเรียนการสอนภาษากะเหรี่ยงในเยาวชนอย่างจริงจัง มีเพียงการพูดในครอบครัวและในชุมชนกะเหรี่ยงเท่านั้น สภาพสังคมของชาวกะเหรี่ยงมีการทำเกษตรกรรมเป็นหลักและมีงานหัตถกรรมทอผ้าเป็นอาชีพเสริมของผู้หญิงในชุมชนแต่ไม่ถึงขั้นของการส่งออกเป็นผลิตภัณฑ์หลัก ลักษณะบ้านเรือนของชาวกะเหรี่ยงปัจจุบันเป็นเรือนใต้ถุนสูงมีชานบ้าน สร้างขึ้นจากวัสดุถาวรและมั่นคง ฝาเรือนทำจากไม้เนื้อแข็ง หลังคามุงด้วยกระเบื้องหรือสังกะสี การแต่งกายของชาวกะเหรี่ยงนิยมใช้ผ้านุ่ง มีเทคนิคการมัดย้อมและตกแต่งด้วยลวดลายหรือเมล็ดพืชซึ่งแตกต่างกันตามเพศและสถานะการแต่งงาน

              พุทธศาสนาเริ่มเข้ามามีบทบาทในชุมชนบ้านแม่โพ แต่ชาวกะเหรี่ยงก็ยังนับถือคติความเชื่อเรื่องผีควบคู่ไปด้วยในสังคม มีการประกอบพิธีกรรมความเชื่อดั้งเดิมในเรื่องเทวดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับการทำเกษตรกรรม รูปแบบการจัดงานมีทั้งในระดับครอบครัวและระดับชุมชน ปัจจุบันเริ่มมีการทำพิธีกรรมแบบคนไทยมากขึ้น แต่ยังคงมีการเรียนรู้สืบทอดและแบ่งลำดับขั้นของผู้นำในการทำพิธีกรรมหรือ ตะละ มักส่งต่อจากผู้อาวุโสในสายตระกูลไปยังลูกหลานรุ่นถัดมา โดยอาศัยระบบเครือญาติและการสืบตระกูลฝ่ายแม่เป็นหลักแม้จะเป็นการแต่งงานข้ามกลุ่มก็ตาม

     

  • ประวัติ/ที่มาของชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยง (บ้านแม่โพ ต.แม่ต้าน อ.ท่าสองยาง จ.ตาก) :

              เดิมชุมชนบ้านแม่โพเป็นที่ตั้งถิ่นฐานของชาวกะเหรี่ยงโปว์ทั้งหมด ชาวบ้านกล่าวว่าหมู่บ้านมีอายุอย่างน้อยได้ร้อยปีมาแล้ว ก่อนหน้านั้นทำไร่หมุนเวียนอยู่รอบ ๆ บริเวณนี้ เริ่มมาตั้งเป็นชุมชนถาวรครั้งแรกอยู่เลยห้วยแมงบุ้งขึ้นไปทางต้นน้ำแม่โพ ซึ่งอยู่ห่างจากที่ตั้งของบ้านแม่โพปัจจุบันราว 2 กิโลเมตร เนื่องจากบริเวณนั้นเป็นพื้นที่ที่มีดินโป่งหรือ "หม่อ" ที่สัตว์จะมารวมตัวกัน จึงมีสัตว์อุดมสมบูรณ์ เรียกพื้นที่บริเวณนั้นว่า "หม่อโพโกร" มีความหมายว่าดินโป่งริมห้วยน้ำแม่โพ ปัจจุบันตำแหน่งที่ตั้งหมู่บ้านเป็นตำแหน่งที่ห้วยน้ำแม่โพไหลลงมาบรรจบกับลำน้ำดาโกรที่เป็นสายใหญ่กว่าไหลลงไปรวมกับแม่น้ำเมย (พิเชฐ สายพันธ์, 2562, น.55)

    สถานที่/หลักฐาน/เอกสารทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของชุมชน

              หลักฐานทางโบราณคดี โบราณสถาน โบราณวัตถุ ชุมชนบ้านแม่โพอยู่ในตำบลแม่ต้าน ซึ่งในตำบลนั้นพบแหล่งโบราณคดีและซากโบราณสถานในช่วงพุทธศตวรรษที่ 20-21 มีลักษณะเป็นศาสนสถานในพุทธศาสนา มีซากอาคารที่เป็นวิหารและเจดีย์ขนาดใหญ่หลายแห่งกระจายตามเนินเขาต่าง ๆ ในบริเวณนั้น ลักษณะทางโบราณคดีในช่วงเวลาดังกล่าวมีลักษณะทางศิลปกรรมใกล้เคียงกับวัฒนธรรมล้านนา จึงแสดงให้เห็นอิทธิพลและความสัมพันธ์ของพื้นที่บริเวณแม่ต้านและลุ่มน้ำเมยที่สัมพันธ์กับล้านนามาตั้งแต่อดีต (พิเชฐ สายพันธ์, 2562, น.43)

               บุคคลสำคัญในชุมชน หมู่บ้านแม่โพ มีผู้นำตามลำดับที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้านแม่โพอย่างเป็นทางการตั้งแต่ราว 60 ปีมาแล้ว มีผู้ใหญ่บ้านมาแล้วสิบคน คนปัจจุบันเป็นคนที่สิบเอ็ดเรียงตามลำดับ ดังที่ พิเชฐ สายพันธ์ (2562, น.43) ได้เก็บข้อมูลรวบรวมเอาไว้

               1) ผู้ใหญ่จ๊ะพอ

               2) ผู้ใหญ่ชวิเอ๊ะ

               3) ผู้ใหญ่พะโด๊ะแช

               4) ผู้ใหญ่ตะเป๊าะหน่อ

               5) ผู้ใหญ่ต่อชวิ

               6) ผู้ใหญ่นที

               7) ผู้ใหญ่แก้วแฮ

               8) ผู้ใหญ่อาคม (เป็นชื่อเดิมของผู้ใหญ่นคร คือผู้ใหญ่นครคนปัจจุบัน ตอนนั้นควบตำแหน่งกำนันก่อนลาออกไปเป็น สจ.)

               9) ผู้ใหญ่แก้วแฮ (กลับมาเป็นผู้ใหญ่แทนผู้ใหญ่อาคมที่ลาออกไปเป็น สจ.)

               10) ผู้ใหญ่ธนพล

               11) ผู้ใหญ่นคร (อดีตผู้ใหญ่อาคม เริ่มมารับตำแหน่งเมื่อปี พ.ศ. 2560)

     

  • วิถีชีวิตของชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยง (บ้านแม่โพ ต.แม่ต้าน อ.ท่าสองยาง จ.ตาก) :

    อัตลักษณ์ชุมชนชาติพันธุ์

              งานศิลปกรรมโดยเฉพาะงานหัตถกรรมทอผ้า ถือเป็นงานฝีมือที่โดดเด่นของหมู่บ้านแม่โพ ผู้หญิงหลายคนในหมู่บ้านยังสามารถทอผ้าได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนสูงอายุจะทอผ้าตามใต้ถุนบ้านยามว่างเป็นประจำ บ้านแม่โพเคยมีโครงการส่งเสริมการทอผ้ามาก่อน แต่มีปัญหาในเรื่องการจัดการ เนื่องจากชาวบ้านไม่สะดวกที่จะเข้าร่วมโครงการตลอดเวลา การทอผ้ายังถือว่าเป็นงานที่ทำเสริมนอกเหนือไปจากการทำไร่นาเท่านั้นทำให้ไม่สามารถเร่งทำผลิตภัณฑ์ผ้าทอได้เต็มที่ สำหรับผู้ที่ยังใช้เวลาว่างทอผ้าอยู่บ้างเมื่อทอได้จำนวนหนึ่งก็จะเก็บไว้รอเมื่อมีงานเทศกาลสำคัญที่ตัวอำเภอหรือตามแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ก็จะนำไปส่งรวมกัน หากในเวลาปกติจะมีตลาดที่มีคนเข้ามาถามรับซื้อผ้าทอไปขายที่ตลาดแปเกราะในค่ายอพยพแม่หละและตลาดคลองถม (อยู่ที่แม่ต้าน อำเภอท่าสองยาง) (พิเชฐ สายพันธ์, 2562, น.51)

    วิถีการดำรงชีวิต

              ชาวบ้านชุมชนบ้านแม่โพ ทำอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก ได้แก่ การทำไร่และทำนา เนื่องจากหมู่บ้านแม่โพมีพื้นที่ในการทำนาลุ่มมาก สภาพภูมิประเทศมีพื้นที่ราบมากพอสมควรและมีแนวลำน้ำกาโกรและลำน้ำแม่โพไหลมาบรรจบกันและผ่านหมู่บ้าน โดยมีลำน้ำสาขาในรัศมี 2-5 กิโลเมตรจากตัวหมู่บ้าน เช่น ห้วยแมงบุ้งหรือห้วยเชมึป่อโกร ห้วยกาคลี จึงเป็นพื้นที่ที่มีความเหมาะสมในการทำเกษตรกรรมและการทำนาเป็นเหตุให้บ้านแม่โพเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ที่มีชาวกะเหรี่ยงตั้งถิ่นฐานในละแวกนี้กว่า 200 หลังคาเรือน (พิเชฐ สายพันธ์, 2562, น.51)

     

  • ครอบครัวและระบบเครือญาติของชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยง (บ้านแม่โพ ต.แม่ต้าน อ.ท่าสองยาง จ.ตาก) :

    โครงสร้างครอบครัว และเครือญาติ

              ญาติทางสายแม่ถือว่ามีความสำคัญในสังคมของชาวกะเหรี่ยง ในกรณีกะเหรี่ยงโปว์ก็เช่นกัน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ กรณีของผู้ใหญ่บ้านมีพ่อซึ่งเป็นชาวกะเหรี่ยงกลุ่มสะกอแต่งงานย้ายเข้ามาอยู่กับบ้านภรรยา ซึ่งก็คือแม่ของผู้ใหญ่บ้านที่เป็นกลุ่มโปว์ เมื่อถามถึงการนิยามตนเองจากผู้ใหญ่บ้านว่าเป็นกรณีลูกครึ่งที่พ่อเป็นสะกอแม่เป็นโปว์นี้ ผู้ใหญ่บ้านนิยามตนเองเป็นกะเหรี่ยงกลุ่มใด ได้ความว่านิยามตนเองเป็นกะเหรี่ยงโปว์ตามแม่ ชาวบ้านอีกคนหนึ่งให้ข้อมูลว่าแม่ของตนเป็นกะเหรี่ยงสะกอพ่อเป็นกะเหรี่ยงโปว์ ตนถือว่าเป็นกะเหรี่ยงสะกอเพราะนับตามแม่เป็นหลัก แสดงว่าการสืบตระกูลทางฝ่ายแม่มีความสำคัญในระบบเครือญาติและสำคัญต่อการนิยามสถานะทางชาติพันธุ์ว่าเป็นกะเหรี่ยงกลุ่มใดด้วย (พิเชฐ สายพันธ์, 2562, น.48-49)

     

  • การแต่งกายของชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยง (บ้านแม่โพ ต.แม่ต้าน อ.ท่าสองยาง จ.ตาก) :

              ผ้านุ่งของผู้ชายชาวกะเหรี่ยง ซึ่งแบ่งแยกสถานะของคนที่แต่งงานแล้วและคนที่ยังไม่แต่งงานด้วยผ้านุ่ง ผ้านุ่งที่เป็นโสร่งลาย เรียกว่า "แทตัวคี" สำหรับชายกะเหรี่ยงที่แต่งงานแล้ว ผ้านุ่งที่เป็นโสร่งสีแดง เรียกว่า "แทเตอะดอกฺง่อ" สำหรับชายหนุ่มกะเหรี่ยงที่ยังไม่ได้แต่งงาน คำว่า "กฺง่อ" แปลว่าสีแดง

              ผ้านุ่งผู้หญิงมีการประดับประดาด้วยลวดลายและเมล็ดพืชนำมาร้อยเป็นลูกปัดเย็บประกอบเป็นลวดลายในผ้าทออีกทีหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีการใช้เทคนิคการมัดย้อมที่เรียกว่ามัดหมี่ในผ้าทอกะเหรี่ยงด้วย สอบถามได้ความว่าเทคนิคมัดหมี่สืบทอดมาตั้งแต่รุ่นแม่ของผู้ทอรุ่นปัจจุบัน

              งานหัตถกรรมทอผ้าถือเป็นงานฝีมือที่โดดเด่นของหมู่บ้านแม่โพ ผู้หญิงหลายคนในหมู่บ้านยังสามารถทอผ้าได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนสูงอายุ จะทอผ้าตามใต้ถุนบ้านยามว่างเป็นประจำ บ้านแม่โพเคยมีโครงการส่งเสริมการทอผ้ามาก่อน แต่มีปัญหาในเรื่องการจัดการ เนื่องจากชาวบ้านไม่สะดวกที่จะเข้าร่วมโครงการตลอดเวลา การทอผ้ายังถือว่าเป็นงานที่ทำเสริมนอกเหนือไปจากการทำไร่นาเท่านั้น ทำให้ไม่สามารถเร่งทำผลิตภัณฑ์ผ้าทอได้เต็มที่ สำหรับผู้ที่ยังใช้เวลาว่างทอผ้าอยู่บ้างเมื่อทอได้จำนวนหนึ่งก็จะเก็บไว้ รอเมื่อมีงานเทศกาลสำคัญที่ตัวอำเภอหรือตามแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ก็จะนำไปส่งรวมกัน หากในเวลาปกติจะมีตลาดที่มีคนเข้ามาถามรับซื้อผ้าทอไปขายที่ตลาดแปเกราะในค่ายอพยพแม่หละและตลาดคลองถม (อยู่ที่แม่ต้าน อำเภอท่าสองยาง) (พิเชฐ สายพันธ์, 2562, น.51)

     

  • บ้านของชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยง (บ้านแม่โพ ต.แม่ต้าน อ.ท่าสองยาง จ.ตาก) :

              รูปแบบ แบบแผนการสร้างบ้านเรือน ลักษณะบ้านเรือน สถาปัตยกรรม มีลักษณะการยกใต้ถุน และเป็นเรือนไม้ดังภาพ ซึ่งเรือนผู้นำชาวกะเหรี่ยงที่มีฐานะจะสร้างเรือนด้วยวัสดุที่ถาวรและมั่นคง (ผู้ใหญ่บ้าน อาคม เสือถวิลไพร, สัมภาษณ์) (พิเชฐ สายพันธ์, 2562, น.49-51)

     

    บ้านชุมชนกะเหรี่ยงใน หมู่บ้านแม่โพ หมู่ 7 ต.แม่ต้าน อ.ท่าสองยาง จ.ตาก

    ถ่ายภาพโดย วสันต์ อิทธิอภิบวร  เมื่อ 15 กรกฎาคม 2562

    ที่มา: พิเชฐ สายพันธ์, 2562, น.49

     

  • อาหารของชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยง (บ้านแม่โพ ต.แม่ต้าน อ.ท่าสองยาง จ.ตาก) :

               ในปัจจุบันภายในหมู่บ้านแม่โพเองมีร้านค้า ร้านค้าในหมู่บ้านเป็นร้านขายของชา ขนม อาหาร เช่นก๋วยเตี๋ยว ส่วนมากคนที่เป็นเจ้าของร้านมักมีรายได้หลายทาง มีพื้นฐานเป็นข้าราชการ เช่น ร้านค้าของคนที่เป็นครูในหมู่บ้าน ร้านค้าของผู้ช่วย อบต. ในหมู่บ้าน (พิเชฐ สายพันธ์, 2562, น.81)

     

  • ประเพณีและเทศกาลสำคัญของชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยง (บ้านแม่โพ ต.แม่ต้าน อ.ท่าสองยาง จ.ตาก) :

               ชาวกะเหรี่ยงบ้านแม่โพ มีพิธีกรรมที่เกี่ยวกับการทำมาหากินเพื่อให้ผลผลิตดีในการทำไร่ ทำนา ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับผีนาและวิญญาณต่าง ๆ (พิเชฐ สายพันธ์, 2562, น.52-53)

               พิธี "ลื่อทีบอ" เลี้ยงผีนา ชาวกะเหรี่ยงบ้านแม่โพ มีพิธีเลี้ยงผีนาประกอบด้วยพิธีที่ซับซ้อน เช่น การเลี้ยงผีให้ดูแลข้าวที่เพิ่งปลูก "แตะเจะ" การทำพิธี "เกาะเทาะโทะ" เพื่อเชิญวิญญาณนก เหยี่ยว ให้เป็นตัวนำโชคให้พืชพรรณ ธัญญาหาร เชิญวิญญาณสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาขอบคุณ ให้กินข้าวให้มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ ให้ปีต่อไปได้ผลผลิตข้าวดีและเชิญผีให้มาดูแลรักษาต่อในปีหน้า พิธีนี้จะทำตอนเกี่ยวข้าวและเอาข้าวกลับเข้ามาในบ้านเข้ายุ้งฉาง จากนั้นจะออกไปทำพิธีที่ไร่นา หลังจากเสร็จพิธีก็จะนำเหล้าและกับข้าวกลับมารินเหล้าที่ยุ้งข้าวอีกครั้ง ผู้ที่นำพิธีเลี้ยงผีนาเรียกว่า "แหว่โก๊ะ" ส่วนใหญ่จะให้ผู้ชายที่เป็นเรี่ยวแรงสำคัญในที่นาแต่ละแห่งเป็นคนทำพิธี ซึ่งมักจะเป็นผู้นำในครอบครัว จึงไม่จำเป็นต้องใช้หมอผีรวมทั้งจะมีการนำผู้อาวุโสอีก 3 คนซึ่งมักจะมีฐานะเป็นปู่หรือตาไปช่วยร่วมอธิษฐานในพิธีร่วมกับแหว่โก๊ะ การเลี้ยงผีนาจะให้หมูหรือไก่ก็ได้ หากนำหมูมาเลี้ยงผีจะพิจารณาที่ดีหมู ถ้าดีหมูในการเลี้ยงผีมีลักษณะไม่ดีก็ต้อทำพิธีเลี้ยงใหม่ อีกทั้งต้องหลีกเลี่ยงการพูดไม่ดีในระหว่างพิธีหรือเหตุร้ายที่เกิดขึ้นในพิธี เช่น เหล้าหกไม่ได้ แมงป่องกัดไม่ได้ มิฉะนั้นต้องทำพิธีใหม่ ในระหว่างที่มีการเลี้ยงผีนาถ้ามีแขกหรือคนนอกบ้านมาถึงบ้านที่กำลังทำพิธีสามารถเชิญแขกเข้ามากินเลี้ยงร่วมด้วยได้ ซึ่งต่างไปจากข้อห้ามของพิธีอื่น ๆ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะห้ามแขกหรือคนนอกเข้าร่วมพิธี (พิเชฐ สายพันธ์, 2562, น.52, 132)

               พิธี "เกาะเทาะโทะ" เป็นพิธีย่อยใน พิธีลือทีบอ เป็นการเชิญวิญญาณนก เหยี่ยว ให้เป็นตัวนำโชคให้พืชพรรณ ธัญญาหาร เชิญวิญญาณสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาขอบคุณ ให้กินข้าวให้มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ ให้ปีต่อไปได้ผลผลิตข้าวดีและเชิญผีให้มาดูแลรักษาต่อในปีหน้า (พิเชฐ สายพันธ์, 2562, น.52, 132)

     

  • ศาสนาและความเชื่อของชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยง (บ้านแม่โพ ต.แม่ต้าน อ.ท่าสองยาง จ.ตาก) :

              ชาวกะเหรี่ยงบ้านแม่โพมีความสัมพันธ์กับความเชื่อหลักอยู่สองรูปแบบคือ ความเชื่อตามศาสนาพุทธที่เข้ามาตามสังคมไทยและพม่าตั้งแต่สมัยอดีต ในขณะเดียวกันก็มีความเชื่อเรื่องผี และธรรมชาติอยู่เป็นพื้นฐานดั้งเดิมอยู่แล้ว

              พุทธศาสนา ในชุมชนได้เข้ามามีบทบาทในหมู่บ้านแม่โพมีสำนักสงฆ์ที่ได้รับอิทธิพลมาจากตั้งแต่สมัยครูบาชัยวงศาตั้งอยู่ซึ่งมีหลักฐานเป็นเจดีย์รูปทรงล้านนา ปัจจุบันทางลูกศิษย์ของครูบาชัยวงศาได้เข้ามาทำการบูรณะต่อให้ใหญ่โตโดยสร้างเจดีย์ทรงลังกาขนาดใหญ่คร่อมเจดีย์เล็กไว้ข้างใน มีพระสงฆ์จากประเทศเมียนมามาจำพรรษาเป็นพระสงฆ์ที่ออกมาจากค่ายอพยพแม่หละ ชื่อพระปัญคิริบวชมาได้แล้ว 26 พรรษา (พิเชฐ สายพันธ์, 2562, น.53, 154)

              ความเชื่อเรื่องผี นอกจากพุทธศาสนาที่เป็นศาสนาที่เข้ามามีบทบาทในภายหลังจากสังคมไทยและพม่าเอง ความเชื่อดั้งเดิมของชาวกะเหรี่ยงยังคงเป็นเรื่องผีและธรรมชาติ

              ผีต้นน้ำ "เลอข่อคี" ชาวกะเหรี่ยงในชุมชนแม่โพ มีความเชื่อเรื่องผีที่ดูแลรักษาต้นน้ำของหมู่บ้านอยู่บริเวณต้นน้ำที่เรียกว่า "เลอข่อคี" ห่างจากหมู่บ้านไปทางทิศตะวันออกประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นจุดที่ทำให้เกิดลำน้ำเซแชะโกร ซึ่งจะไหลลงมาสู่น้ำแม่โพที่ไหลผ่านตัวหมู่บ้านอีกทีหนึ่ง ในการทำพิธีไหว้ผีต้นน้ำปัจจุบันไม่มีหมอผีผู้ทำพิธีโดยตรงแล้วแต่หน้าที่นี้จะเป็นของผู้อาวุโสของหมู่บ้านที่ได้รับเลือกให้เป็นคนที่มีหน้าที่ดูแลน้ำเป็นผู้พาทำพิธีเพื่อแสดงความเคารพ ไม่ไปล่าสัตว์บริเวณนั้น ในอดีตการเลี้ยงผีจะมีการฆ่าไก่เพื่อเลี้ยงผีน้ำให้ดูแลปกปักรักษา ครั้นมาถึงสมัยของผู้ใหญ่บ้านตะปือหน่อเมื่อราว 30 ปี ที่ผ่านมาได้เลิกการเลี้ยงผีแบบเดิมไปด้วยเหตุที่สมัยนั้นผู้ใหญ่ตัดสินใจทำระบบประปาภูเขา ทำให้เห็นว่าคนทั่วไปก็สามารถเข้าไปจัดการต้นน้ำนำมาใช้ อีกทั้งต่อมาได้มีพระเข้าไปใช้พื้นที่บริเวณนั้นอาศัยอยู่ทำให้ความเชื่อเรื่องผีน้ำเริ่มคลายลงไป (พิเชฐ สายพันธ์, 2562, น.52)

              ผีฝาย ผีนา คือ พิธี "ลื่อทีบอ" ชาวกะเหรี่ยงบ้านแม่โพ มีพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร คือ พิธีเลี้ยงผีฝาย ผีนา ในการเลี้ยงผีนาจะประกอบด้วยพิธีที่ซับซ้อน เช่น การเลี้ยงผีให้ดูแลข้าวที่เพิ่งปลูก "แตะเจะ" การทำพิธี "เกาะเทาะโทะ" เพื่อเชิญวิญญาณนกเหยี่ยว ให้เป็นตัวนำโชคให้พืชพรรณ ธัญญาหาร เชิญวิญญาณสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาขอบคุณ ให้กินข้าวให้มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ ให้ปีต่อไปได้ผลผลิตข้าวดี และเชิญผีให้มาดูแลรักษาต่อในปีหน้า พิธีนี้จะทำตอนเกี่ยวข้าวและเอาข้าวกลับเข้ามาในบ้านเข้ายุ้งฉาง จากนั้นจะออกไปทำพิธีที่ไร่นา หลังจากเสร็จพิธีก็จะนำเหล้าและกับข้าวกลับมารินเหล้าที่ยุ้งข้าวอีกครั้ง ผู้ที่นำพิธีเลี้ยงผีนาเรียกว่า "แหว่โก๊ะ" ส่วนใหญ่จะให้ผู้ชายที่เป็นเรี่ยวแรงสำคัญในที่นาแต่ละแห่งเป็นคนทำพิธี ซึ่งมักจะเป็นผู้นำในครอบครัว จึงไม่จำเป็นต้องใช้หมอผีรวมทั้งจะมีการนำผู้อาวุโสอีก 3 คนซึ่งมักจะมีฐานะเป็นปู่หรือตาไปช่วยร่วมอธิษฐานในพิธีร่วมกับแหว่โก๊ะ การเลี้ยงผีนาจะให้หมูหรือไก่ก็ได้ หากนำหมูมาเลี้ยงผีจะพิจารณาที่ดีหมู ถ้าดีหมูในการเลี้ยงผีมีลักษณะไม่ดีก็ต้อทำพิธีเลี้ยงใหม่ อีกทั้งต้องหลีกเลี่ยงการพูดไม่ดีในระหว่างพิธีหรือเหตุร้ายที่เกิดขึ้นในพิธี เช่น เหล้าหกไม่ได้ แมงป่องกัดไม่ได้ มิฉะนั้นต้องทำพิธีใหม่ ในระหว่างที่มีการเลี้ยงผีนาถ้ามีแขกหรือคนนอกบ้านมาถึงบ้านที่กำลังทำพิธีสามารถเชิญแขกเข้ามากินเลี้ยงร่วมด้วยได้ ซึ่งต่างไปจากข้อห้ามของพิธีอื่น ๆ ส่วนใหญ่มักจะห้ามแขกหรือคนนอกเข้าร่วมพิธี (พิเชฐ สายพันธ์, 2562, น.52)

     

  • ข้อห้าม ข้อปฏิบัติของชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยง (บ้านแม่โพ ต.แม่ต้าน อ.ท่าสองยาง จ.ตาก) :

              ชาวกะเหรี่ยงที่บ้านแม่โพ ส่วนมากจะเป็นข้อห้ามที่เกี่ยวข้องกับการทำพิธีกรรม ซึ่งพิธีกรรมต่าง ๆ เกือบทั้งหมดจะห้ามไม่ให้คนนอกเข้าร่วม ยกเว้นพิธีเลี้ยงผีนา ในระหว่างที่มีการเลี้ยงผีนาถ้ามีแขกหรือคนนอกบ้านมาถึงบ้านที่กำลังทำพิธีสามารถเชิญแขกเข้ามากินเลี้ยงร่วมด้วยได้ นอกจากนี้ยังมีข้อควรระวังในการทำพิธี เช่น การเลี้ยงผีนาจะให้หมูหรือไก่ก็ได้ หากนำหมูมาเลี้ยงผีจะพิจารณาที่ดีหมู ถ้าดีหมูในการเลี้ยงผีมีลักษณะไม่ดีก็ต้อทำพิธีเลี้ยงใหม่ อีกทั้งต้องหลีกเลี่ยงการพูดไม่ดีในระหว่างพิธีหรือเหตุร้ายที่เกิดขึ้นในพิธี เช่น เหล้าหกไม่ได้ แมงป่องกัดไม่ได้ มิฉะนั้นต้องทำพิธีใหม่ (พิเชฐ สายพันธ์, 2562, น.52)

     

  • ผู้นำพิธี/ผู้ประกอบพิธีของชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยง (บ้านแม่โพ ต.แม่ต้าน อ.ท่าสองยาง จ.ตาก) :

              ในชุมชนบ้านแม่โพ มีผู้นำในการประกอบพิธีกรรมหลายคน ตามตำแหน่งและหน้าที่ ได้แก่

               1.ฮิโคะ เป็นตำแหน่งหัวหน้าผู้นำพิธีกรรมของหมู่บ้าน ในกรณีของหมู่บ้านแม่โพเป็นกะเหรี่ยงโปว์ซึ่งไม่มีฮิโคะและฮิคะเหลืออยู่แล้ว หน้าที่นี้จึงเป็นหน้าที่ใหม่ของตะละเข้ามาสวมบทบาทแทน (พิเชฐ สายพันธ์, 2562, น. 87)

               2.ฮิคะ (ตำแหน่งรองฮิโคะ) ในกรณีของหมู่บ้านแม่โพเป็นกะเหรี่ยงโปว์ซึ่งไม่มีฮิโคะและฮิคะเหลืออยู่แล้ว หน้าที่นี้จึงเป็นหน้าที่ใหม่ของตะละเข้ามาสวมบทบาทแทน (พิเชฐ สายพันธ์, 2562, น.87)

               3.ผู้เฒ่าผู้แก่ หากไม่มีผู้นำพิธีกรรมอยู่ (พิเชฐ สายพันธ์, 2562, น.66)

               4.ผู้อาวุโส

               5.ตะละ (หมอรักษา) ผู้ที่จะเป็นตะละได้ก็คือผู้ที่มีความสามารถที่จะไปเรียนรู้วิชาจากอาจารย์ที่เป็นตะละมาก่อน มีธรรมเนียมในการเรียนเพื่อที่จะมาเป็นตะละว่าอาจารย์ตะละมักจะไม่สอนให้ในเวลากลางวัน แต่จะสอนในเวลากลางคืนหรือกล่าวกันว่าสอนในเวลาไก่หลับ เพราะเชื่อว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ บางครั้งอาจารย์ตะละอาจพาไปสอนในที่ลับตา (พิเชฐ สายพันธ์, 2562, น.51)

               6.ตะละโพ (หมอเล็ก) ส่วนใหญ่แล้วจะทำพิธีเกี่ยวกับขวัญและวิญญาณให้กับบุคคลรวมทั้งพิธีในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ (พิเชฐ สายพันธ์, 2562, น.52-53)

               7.ตะละผาโด้ (หมอใหญ่) คือหมอหรือผู้รู้อาวุโส (พิเชฐ สายพันธ์, 2562, น.52-53)

               8.แหว่โก๊ะ ผู้นำพิธีเลี้ยงผีนา (พิเชฐ สายพันธ์, 2562, น.52, 133)

     

  • พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยง (บ้านแม่โพ ต.แม่ต้าน อ.ท่าสองยาง จ.ตาก) :

            เนื่องจากชุมชนดังกล่าวมีการทำพิธีและให้ความสำคัญกับบริเวณต้นน้ำของหมู่บ้านมาก ดังนั้นพื้นที่บริเวณต้นน้ำของหมู่บ้านจึงเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของหมู่บ้านที่จะมีผีที่ดูแลรักษาต้นน้ำของหมู่บ้าน เรียกว่า "เลอข่อคี" อยู่ (พิเชฐ สายพันธ์, 2562, น.52)

     

  • การรักษาของชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยง (บ้านแม่โพ ต.แม่ต้าน อ.ท่าสองยาง จ.ตาก) :

              จากข้อมูลรายงานของ พิเชฐ สายพันธ์ (2562, น.51, 137) ยังระบุเพียงการรักษาโรคที่เป็นการรักษาในลักษณะความเชื่อและการทำพิธี โดยชาวกะเหรี่ยงผู้มีบทบาทในการดูแลและการรักษา จะเรียกว่า ตะละ คือ ผู้ที่เป็นหมอรักษา สามารถทำพิธีเสี่ยงทายผีในพิธี "ซือโคะ" หรือพิธีมัดมือ เพื่อรักษาผู้ป่วยตามครอบครัวต่าง ๆ และตะละโพ (หมอเล็ก) ส่วนใหญ่แล้วจะทำพิธีเกี่ยวกับขวัญและวิญญาณให้กับบุคคลรวมทั้งพิธีในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ

               ส่วนมากพิธีเหล่านี้จะสัมพันธ์กับการให้ขวัญกำลังใจ เช่นพิธีมัดมือหรือผูกข้อมือ แต่สำหรับชาวกะเหรี่ยงบ้านแม่โพจะใช้พิธีมัดมือหรือผูกข้อมือกำจัดเคราะห์ร้ายต่าง ๆ รวมไปถึงการเจ็บไข้ได้ป่วยด้วย พิธีดังกล่าวเรียกว่า ซือโคะ

               พิธี "ซือโคะ" หรือ พิธีมัดมือ เป็นพิธีที่ทำในแต่ละครอบครัวหรือแต่ละตระกูลของชาวกะเหรี่ยงบ้านแม่โพ เมื่อคนในครอบครัวเจ็บไข้ได้ป่วยหรือเกิดประสบเคราะห์ร้าย อุบัติเหตุ ด้วยความเชื่อว่าถูกผีทำร้ายก็จะให้ "ตะละ" เป็นผู้ทำพิธีให้เริ่มด้วยการเสี่ยงทายผี เพื่อดูก่อนว่าผีชนิดใดเป็นผู้มาทำร้าย การเสี่ยงทายดูผีนี้เรียกว่า "ตะละก้าต้า" หลังจากดูผีเสร็จก็จะกำหนดวิธีในการแก้ไขรักษาว่าจะทำพิธีรักษาเมื่อใด ทำอย่างไร ใช้อะไรมาเป็นเครื่องพิธีกรรมและการเลี้ยงผี ผู้ที่เป็นหมอรักษาที่เรียกว่า "ตะละ" นั้น ไม่จำเป็นต้องสืบสายตระกูลตามผู้นำพิธีที่เรียกว่า ฮิโคะและฮิคะ ดังนั้นผู้ที่จะเป็นตะละได้ก็คือผู้ที่มีความสามารถที่จะไปเรียนรู้วิชาจากอาจารย์ที่เป็นตะละมาก่อน มีธรรมเนียมในการเรียนเพื่อที่จะมาเป็นตะละว่า อาจารย์ตะละมักจะไม่สอนให้ในเวลากลางวันแต่จะสอนในเวลากลางคืนหรือกล่าวกันว่าสอนในเวลาไก่หลับ เพราะเชื่อว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ บางครั้งอาจารย์ตะละอาจพาไปสอนในที่ลับตา (พิเชฐ สายพันธ์, 2562, น.51, 137)

               นอกจากนี้ ยังมี พิธี "ก่อกะลา" หรือพิธีเรียกขวัญทั่วไป และพิธี "แลโด๊ะดา" หรือพิธีเรียกขวัญแบบเร่งด่วนในกรณีเกิด เจ็บไข้ได้ป่วยที่ต้องรีบแก้ไข (พิเชฐ สายพันธ์, 2562, น.53, 137)

     

Access Point
No results found.