ARTICLE
โครงสร้างเนื้อหาของโคลงทวาทศมาส
ตรงใจ หุตางกูร
หมวด : จารึกในประเทศไทย
ป้ายกำกับ :

โคลงทวาทศมาส จัดเป็นกวีนิพนธ์ประเภท “นิราศ” คือเรื่องราวที่ว่าด้วยการพลัดพรากระหว่างกวีกับคนรัก แต่โคลงนี้ มีกลวิธีผูกเรื่องที่พิเศษกว่านิราศอื่น ๆ ที่นิยมดำเนินเรื่องผ่าน “ระยะทาง” จากการเดินทางไกลของกวี กล่าวคือ โคลงทวาทศมาสใช้ “กาลเวลา” ที่แปรเปลี่ยนในแต่ละเดือน ประหนึ่งกวีไม่ได้เดินทางไปไหน กวีจึงดำรงฐานะในเรื่องราวเป็น “ผู้รอคอยการกลับมา” ของคนรักที่หนีหายไป กลวิธีที่ใช้ “การรอคอย” นี้ ได้ตอกย้ำธรรมชาติของมนุษย์ที่ถือว่า “การรอคอย” เป็นความทนทุกข์ทรมานใจอย่างที่สุดมากยิ่งกว่าการจากกันด้วยเดินทางไกล ที่บางครั้งได้มีโอกาสเปิดหูเปิดตา หรือพบเจอสิ่งใหม่ ๆ ให้คลายทุกข์ไปได้บ้าง แต่การอยู่กับที่อยู่กับสิ่งเดิมๆ และเฝ้ารอใครบางคนนั้น เป็นความทุกข์ทั้งกายและใจอย่างยิ่ง และนี่คือ “กลวิธีการเพิ่มมูลค่า” ความทุกข์ทรมานใจให้กับโคลงทวาทศมาสได้อย่างแยบยล

1. ผู้แตง เดิมเชื่อกันว่าโคลงนี้ แต่งในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แต่ฉันทิชย์  กระแสสินธุ์ สันนิษฐานและหาข้อสนับสนุนว่าแต่งโดย “พระเยาวราช” ซึ่งอาจเป็นพระราชโอรสองค์ที่ 3 ในสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ แต่ทว่าข้อสันนิษฐานนี้ พระวรวงศ์เธอกรมหมื่นพิทยาลาภพฤฒิยากร ยังทรงแคลงพระทัยอยู่ในเรื่องที่ว่า พระเยาวราชคือพระราชโอรสองค์ที่ 3 แม้ทรงเห็นคล้อยว่า วรรณคดีเรื่องนี้ ควรแต่งในรัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถก็ตาม เรื่องนี้ ฉันทิชย์ กระแสสินธุ  อธิบายว่า ผู้แต่งโคลงทวาทศมาส คือ “พระเยาวราช” โดยมีขุนนางอีก 3 คน ช่วยขัดเกลาสำนวน คือ ขุนพรหมมนตรี ขุนศรีกวีราช และ ขุนสารประเสริฐ เพราะมีความปรากฏในโคลงบทที่ 258 ที่ถอดความได้ว่า “กานท์กลอนเรื่องนี้ ตั้งต้นโดยกวีผู้หนึ่ง ชื่อเยาวราช ผู้เป็นท้าวพญาสามนต์ของพระเจ้าไตรโลก มีขุนพรหมมนตรี ขุนศรีกระวีราช และขุนสารประเสริฐ ผู้ฦๅชาทั้งสามได้ช่วยตั้งใจเกลากลอนให้ดีขึ้น” ในโคลงนั้นใช้ศัพท์ว่า “ไตรแผ่นหล้า” ซึ่งถอดความได้เป็น “ไตรโลก” จึงหมายถึงสมเด็จพระบรมไตรโลกอย่างไม่ต้องสงสัย ดังนั้น เบื้องต้นควรพิจารณาว่า โคลงนี้ควรแต่งในช่วงรัชสมัยของพระองค์ คือ ระหว่าง พ.ศ. 1991 – 2031 ประเด็นที่ควรพิจารณาต่อมา คือ ตำแหน่งยศ “พระเยาวราช” ซึ่งถ้าถือตามความที่ปรากฏใน “กำหนดพระราชกฤษฎีกาไอยการ พระราชกุมาร พระราชนัดดา” แล้ว “พระเยาวราช” หมายถึง พระราชโอรสของพระมหากษัตริย์ ซึ่งมีพระสนมเปนมารดา…

 

อ่านบทความฉบับเต็ม

อ้างอิง :