เครือข่ายห้องสมุด ขุมทรัพย์ทางปัญญาที่ไม่มีจุดสิ้นสุด

เป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศญี่ปุ่นเป็นเจ้าแห่งเทคโนโลยีในแทบจะทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการคมนาคม ด้านการสื่อสาร หรือด้านงานอุตสาหกรรม แต่เมื่อแอดมินได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการ Sakura Science Exchange program ที่ดำเนินงานโดยศูนย์วิจัยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา (The Center for Southeast Asian Studies (CSEAS)) มหาวิทยาลัยเกียวโต เพื่อสนับสนุนบรรณารักษ์และห้องสมุดในประเทศไทยให้มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กระบวนการทำงานของห้องสมุดในประเทศญี่ปุ่นนั้น ทำให้แอดมินรู้สึกทึ่งกับระบบเทคโนโลยีของประเทศนี้เป็นอย่างมาก เพราะมีการให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับงานห้องสมุดชนิดที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นวาระแห่งชาติเลยทีเดียว


สาเหตุที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นวาระแห่งชาตินั้น ก็เพราะว่าการทำงานด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับห้องสมุดของประเทศญี่ปุ่น มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับหลายๆ องค์กรในประเทศ ตั้งแต่องค์กรที่เป็นห้องสมุดหรือสถาบันการศึกษาขนาดเล็กตามจังหวัดต่างๆ ไปจนถึงหน่วยงานระดับชาติที่ทำหน้าที่สนับสนุนและพัฒนาเทคโนโลยีภายในประเทศโดยเฉพาะ


ในครั้งนี้ เราได้มีโอกาสพูดคุยกับห้องสมุดและหน่วยงานที่มีความโดดเด่นด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับงานห้องสมุดหลายแห่ง เช่น ห้องสมุดมหาวิทยาลัย Ritsumeikan University,  ห้องสมุด National Diet Library of Kansai-Kan, สถาบัน Universal Communication Research Institute of NICT และสถาบัน National Information Institute (NII) และได้พบกับระบบกาทำงานห้องสมุดที่น่าสนใจอย่างยิ่ง นั่นคือการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างห้องสมุดในเครือข่าย


สถาบัน National Information Institute (NII) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศให้กับสถาบันการศึกษาทั่วประเทศญี่ปุ่น ได้พัฒนางานที่สำคัญขึ้นมาอย่างหนึ่ง ได้แก่การพัฒนาคลังข้อมูล JAIRO (Japanese Institutional Repositories Online) ซึ่งจะเชื่อมโยงข้อมูลจากสถาบันการศึกษาหลายแห่งทั่วประเทศให้สามารถสืบค้นได้จากที่เดียว โดยสามารถรวบรวมข้อมูลได้มากกว่า 540,000 รายการจาก 84 สถาบันทั่วประเทศ


นอกจากนี้ยังพัฒนาระบบฐานข้อมูลกลางเพื่อทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลทางบรรณานุกรมของห้องสมุดที่เป็นเครือข่ายทั้งหมดไว้ในที่เดียวกันเรียกว่า NACSIS-CAT โดยข้อมูลที่ถูกนำเข้าระบบห้องสมุดแต่ละแห่งจะมาปรากฏรวมกันที่ฐานข้อมูลกลางนี้ เพื่อประโยชน์แก่ผู้ใช้บริการที่จะสามารถสืบค้นทรัพยากรสารสนเทศจากมหาวิทยาลัยทุกแห่งที่เข้าร่วมเครือข่ายได้จากที่นี่ในครั้งเดียว และแม้ว่าจะมีการทำงานร่วมกันระหว่างห้องสมุดมากกว่า 1,200 แห่ง แต่สถาบัน NII  ก็มีระบบการจัดการและตรวจสอบข้อมูลบรรณานุกรมของห้องสมุดต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่ห้องสมุดทุกแห่งจะต้องทำงานภายใต้คู่มือควบคุมการลงรายการทางบรรณานุกรมแบบเดียวกัน และมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลความถูกต้องของข้อมูลมากถึง 20 คน


กว่าจะได้มาซึ่งระบบเทคโนโลยีและระบบการทำงานเครือข่ายข้อมูลที่มีประสิทธิภาพนั้น สถาบัน NII ต้องทำการบ้านอย่างหนักเพื่อเตรียมกระบวนการพัฒนางาน ตั้งแต่การระดมความคิดเห็นกับทีมพัฒนาโปรแกรม การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ และการจัดนิทรรศการเพื่อเผยแพร่แนวคิดและสำรวจความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องหลายๆ ฝ่าย เพื่อให้ได้มาซึ่งระบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์นโยบายของรัฐบาลที่ต้องการลดงบประมาณในการจัดหาทรัพยากรและการลงรายการทางบรรณานุกรมของห้องสมุดแต่ละแห่ง ที่สำคัญคือเพื่อให้ผู้รับบริการเข้าถึงข้อมูลได้โดยสะดวก สามารถสืบค้นข้อมูลจากหลายๆ แหล่งข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว และตรงกับความต้องการ


เป็นที่น่ายินดีว่าในปัจจุบันหน่วยงานด้านเทคโนโลยีระดับชาติของประเทศไทยอย่างเช่น สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา เห็นถึงความสำคัญและได้พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลห้องสมุดสถาบันการศึกษาในประเทศไทยให้สามารถบริการทรัพยากรสารสนเทศร่วมกันได้ ซึ่งห้องสมุดศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรก็ได้เข้าร่วมเครือข่ายดังกล่าว และจะมีการเปิดให้บริการในอีกไม่นานนี้ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลและได้รับประโยชน์สูงสุดจากการใช้บริการห้องสมุดของเรานั่นเอง

ขอบคุณภาพประกอบจาก
www.nii.ac.jp