เบ็ดลอย



คำอธิบาย

เบ็ดลอยเป็นเบ็ดตัวใหญ่  ผูกเชือกต่อกับทุ่น  ที่ทำจากกระบอกไม้ไผ่  เปลือกมะพร้าว โฟม  หรือฟองน้ำคล้ายเบ็ดปลาไหล ใช้เหยื่อกล้วยสุก  ข้าวผสมรำบดเป็นก้อนเกี่ยวกับตัวเบ็ดที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของทุ่นจะใช้เชือกผูกโยงกับลำไม้ไผ่  ปักไว้กลางแม่น้ำลำคลอง  หรือแหล่งน้ำขนาดใหญ่กว้างลึก  ดักจับปลาใหญ่  เช่น ปลาสวาย  ปลาเทโพ  ปลาตะเพียน  ปัจจุบันปรากฎพบว่าติดปลานิลตัวใหญ่ด้วย
         

เบ็ดลอยใช้ตัวเบ็ดวัดจากส่วนโค้งถึงปลายโคน  ยาวประมาณ  4 เซนติเมตร  ผูกด้วยเชือกหลายๆ เส้นต่อผูกติดทุ่น  ทำจากไม้ไผ่บางลำใหญ่ตัดไว้ปล่อยหนึ่งปล้อง  หรือตัดแต่งจากเปลือกลูกมะพร้าว  เผาอังไฟให้ขนเกรียน  โฟมหรือฟองน้ำ  พบเห็นได้ตามหมู่บ้านใกล้แหล่งน้ำขนาดใหญ่ บางพื้นที่พบว่า  มีการใช้ผลน้ำเต้าเป็นทุ่นลอยน้ำ  เรีกกว่า  เบ็ดน้ำเต้า
          

เบ็ดลอยน้ำหรือเบ็ดน้ำเต้า  ทำจากผลน้ำเต้าแก่  แห้งสนิท  มีเปลือกหนา  รูปทรงสมดุล  ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 14 เซนติเมตร  ตัดส่วนที่เป็นคอคอดด้านบนออก  ตัวน้ำเต้ามีความสูงประมาณ 9 เซนติเมตร  แคะเนื้อแห้งและเมล็ดภายในออก  จากนั้นจึงเจาะด้านล่างให้ตรงกับด้านบนเป็นช่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ  เพื่อสวมแกน  แกนทำจากไม้เนื้อแข็ง  ยาวประมาณ 21 เซนติเมตร  หนา 4 เซนติเมตร  แบ่งส่วนด้านบน 10 เซนติเมตร  กลึงให้สวยงาม  ส่วนด้านล่างที่เหลือเป็นแท่งสี่เหลี่ยม  ขนาดพอสวมลงพอดีช่วงด้านล่างของลูกน้ำเต้า  สอดแกนด้านบนลงด้านล่าง  แล้วยึดติดด้วยยางชันให้แน่นป้องกันน้ำไหลเข้า เจาะโคนแกนกลางไม้ให้ทะลุเป็นรู  เพื่อผูกเชือกต่อกับตัวเบ็ด  ใช้เชือกจำนวนแปดเส้นผูกมัดให้แน่นที่โคนตัวเบ็ด  แล้วถักเชือกทั้งแปดเส้นยาวขึ้นประมาณ 20 เซนติเมตร  ปลายที่เหลือสอดเข้าในรูที่โคนแกนไม้ผูกมัดให้แน่น  เบ็ดน้ำเต้าใช้คราวละหลายๆ ลูก  โดยมีเหยื่อได้จากกล้วยสุกหั่นให้เหมาะสมกับตัวเบ็ด  หรือใช้ข้าวคลุกกับรำอ่อนใหม่ๆ  บดผสมกันให้เหนียวแล้วผสมปุยฝ้าย  สำลีหรือปุยนุ่น  เพื่อช่วยยึดไม่ให้เหยื่อละลายน้ำง่าย  ใช้เรือพายออกไปบริเวณน้ำลึก  โดยนำไม้ไผ่เลี้ยงลำยาวติดเรือไปด้วยเมื่อเห็นว่าได้สถานที่จะปักลำไม้ไผ่ยึดพื้นให้แน่น  ใช้เหยื่อเกี่ยวเบ็ด  ผูกเชือกที่โคนไม้ด้านบนลูกน้ำเต้า  ปล่อยเบ็ดน้ำเต้าลงลอยน้ำ  ปลายเชือกผูกติดกับลำไม้ไผ่  สั้นยาวไม่เท่ากันเพื่อวางทุ่นเบ็ดน้ำเต้าห่างๆ กัน  ป้องกันปลาลากเบ็ดลอยหนีหรือหายไป การวางทุ่นเบ็ดลอยเช่นนี้  เพราะต้องการปลาตัวใหญ่  ทุ่นจะมีหน้าที่ตัดกำลังปลา  จากนั้นจึงพายเรือออกจากบริเวณที่วางทุ่น  หรือเฝ้ารอคอยปลากินเหยื่อ  เมื่อเห็นปลากินเหยื่อ  ลูกน้ำเต้าจะกระตุกๆ ปลายทุ่นโยกไปมา  เมื่อปลาใหญ่ติดเบ็ด  ปลาจะลากทุ่นลูกน้ำเต้าจมน้ำและเมื่อปลาอ่อนแรงลูกน้ำเต้าจะลอยขึ้นเหนือน้ำ  สู้กันโผล่ๆ หายๆ  เมื่อมั่นใจว่าปลาติดเบ็ดจึงพายเรือเข้าไปยกทุ่นจับปลาได้โดยง่าย  เบ็ดน้ำเต้าปัจจุบันพบว่ามีใช้น้อยมาก  อาจเป็นเพราะปลาใหญ่ในน้ำมีน้อยลง  หรือวิธีการทำต้องใช้ความประณีต  เน้นความสวยงาม  ดังนั้นจึงพบเห็นเบ็ดลอยที่ทำจากโฟมเป็นจำนวนมาก  ส่วนเบ็ดน้ำเต้าก็คงเป็นเพียงอดีตเหมือนเครื่องมืออื่นๆ