ลืมรหัสผ่าน?

  Log in
   
สมัครสมาชิก
  Sign up
 
English (US)
 
ค้นหาข้อมูล
ค้นหาแบบละเอียด
ตำหนักปลายเนิน  
  รีวิวพิพิธภัณฑ์โดยทีมงานและสมาชิก  
 
รีวิวของตำหนักปลายเนิน
เขียนโดย: webmaster (1127 เรื่อง) | เมื่อวันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2555
ตำหนักเรือนไทยแห่งนี้เป็นที่ประทับของสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ตั้งแต่พระชันษา51 ปี เป็นช่วงที่ถวายบังคมลาออกจากราชการแล้ว แต่ก็ยังทรงงานที่ได้รับมอบหมายและงานตามพระประสงค์ตลอดพระชนม์ชีพ เป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งซึ่งทรงใช้สร้างสรรค์งานออกแบบและงานศิลปะหลายแขนงจนได้รับการยกย่องว่าเป็นสมเด็จครูของช่างและศิลปิน

เดิมตำหนักแห่งนี้เป็นบ้านพักตากอากาศในช่วงฤดูร้อน วังที่สมเด็จฯ ได้รับพระราชทานจากรัชกาลที่ 5 และเป็นที่ประทับมาก่อนคือวังท่าพระ ถนนหน้าพระลาน (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยศิลปากร) ต่อมาทรงพระประชวร เจ้าพระยาเทเวศรวงษ์วิวัฒน์ซึ่งป่วยและได้ย้ายมาอยู่ตำบลคลองเตยจึงทูลเชิญให้เสด็จมาประทับที่บ้านของท่าน เมื่อสมเด็จฯลองมาประทับในปีพ.ศ.2455 แล้ว ปรากฏว่าทรงมีพระพลานามัยดีขึ้นอย่างรวดเร็ว ด้วยสมัยนั้นบริเวณนี้ยังเป็นที่นาและสวนผัก อากาศยังบริสุทธิ์ สมเด็จฯจึงทรงหาที่เพื่อปลูกเรือนบ้าง มาได้ที่ใกล้กับบ้านของเจ้าพระยาเทเวศรฯนั่นเอง ทรงซื้อเรือนไทยแบบโบราณมาปลูกเพื่อความรวดเร็วในการก่อสร้าง นอกจากนั้นยังประหยัดเงินเพราะเป็นยุคที่คนนิยมปลูกเรือนปั้นหยาแทนเรือนไทยซึ่งเริ่มตกยุค ทำให้ทรงซื้อมาได้หลายหลังในราคาถูก ทรงเริ่มเสด็จมาประทับในช่วงหน้าร้อนตั้งแต่ปลายปีพ.ศ.2457 ในสมัยนั้นมีไฟฟ้าแต่ไม่มีน้ำประปาใช้ ถนนเป็นอิฐเรียงขรุขระมาจากศาลาแดง ชาวบ้านส่วนใหญ่ใช้เรือแล่นไปได้ถึงหัวลำโพงทะลุออกแม่น้ำเจ้าพระยา

ด้วยสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงเป็นนักออกแบบที่มีความคิดไม่เหมือนใคร ทรงวางผังเรือนไทยเสียใหม่ ไม่ได้ปลูกเรือนเป็นหมู่ล้อมรอบชานที่อยู่ตรงกลางตามแบบประเพณี เนื่องจากทรงเห็นว่าเรือนบังลมกันเอง ทำให้ร้อน แต่ทรงหันด้านหน้าเรือนไปทางทิศตะวันออกทุกหลัง วางตำแหน่งเยื้องกันเพื่อให้รับลมทางทิศใต้ได้ทั่วกัน 

ตำหนักที่ประทับส่วนพระองค์คือตำหนักโถงและตำหนักบรรทม ตำหนักโถงเดิมเคยเป็นหอนั่งของพระยาราชมนตรี สมด็จฯ ทรงใช้ส่วนนี้รับแขกและประกอบพิธี ม.ร.ว.จักรรถ จิตรพงศ์เล่าว่าลักษณะเดิมของตำหนักนี้เหมือนศาลาการเปรียญ คือมีเฉลียงรอบ ไม่มีฝากั้น หลังคามุงจาก ต่อมาจึงทำฝากั้นด้วยแผงไม้ไผ่สาน เมื่อเสด็จมาประทับก็ใช้ไม้ค้ำเปิดขึ้นได้ เมื่อกลับไปประทับที่วังท่าพระจึงปิดไว้ แต่วิธีนี้ไม่สะดวกเพราะเมื่อถึงฤดูฝน ลมพายุเคยพัดแผงไม้ด้านใต้ข้ามหลังคาไปตกด้านตรงข้าม จึงทรงเปลี่ยนเป็นฝาไม้ มีหน้าต่างกว้างแบบที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อน สำหรับฝาไม้แต่ละด้านไม่เหมือนกันเพราะซื้อมาจากคนละแห่ง ส่วนหลังคาจากซึ่งเคยต้องเปลี่ยนใหม่ทุกปีก็เปลี่ยนเป็นหลังคาไม้สัก พื้นที่บริเวณตำหนักมีการปลูกผักสวนครัว เลี้ยงไก่ไว้กินไข่ และเลี้ยงแพะไว้กินนมด้วย เนื่องจากหมอแนะนำให้สมเด็จฯเสวยนมสด แพะตัวแรกประทานชื่อว่าพวง ข้าหลวงเรียกกันว่าพระนมพวง

ภายในตำหนักโถงแบ่งพื้นที่เป็นสองส่วนโดยใช้ตู้หนังสือสูงกั้น ด้านหน้าตู้ แขวนภาพพระพุทธรูปลีลา สองข้างแขวนภาพพระสาวกและภาพเทวดาเหาะมาเฝ้า ทั้งสามภาพเป็นภาพต้นแบบสำหรับเขียนผนังพระอุโบสถวัดราชาธิวาส ซึ่งนายชี ริโกลี เป็นผู้เขียนขยายขึ้นจากแบบ มุมหนึ่งของห้องจัดวางรูปปั้นส่วนพระเศียรของสมเด็จฯ ฝีมือศาสตราจารย์ศิลป พีระศรี ด้านหลังตู้เคยตั้งโต๊ะเสวย ปัจจุบันตั้งบุษบกใช้เป็นที่ไหว้ครูประจำปีในงานวันนริศ ด้านข้างมีตู้ลายรดน้ำฝีมือสกุลช่างวัดเซิงหวาย สมัยอยุธยา เฉลียงด้านเหนือมีผนังกั้น เดิมเป็นห้องพักพระอาหารและที่อยู่มหาดเล็ก ปัจจุบันเป็นตู้กระจกเก็บหัวโขนฝีมือวิจิตรงดงาม

เมื่อเดินออกมาทางทิศตะวันตกเป็นห้องเฉลียงโถง ทรงดัดแปลงห้องนี้เป็นห้องทรงงานโดยทำฝากั้น เรียกว่า ”ห้องทรงเขียน” เป็นห้องที่น่าอยู่ อากาศปลอดโปร่ง ลมถ่ายเทได้ดี ปัจจุบันจัดแสดงผลงานด้านการออกแบบและภาพร่างต้นแบบงานศิลปะไว้หลายชิ้น ต่อจากห้องนี้เข้าไปเป็นตำหนักบรรทม ห้องแรกเก็บหนังสือและเครื่องเขียน อีกห้องหนึ่งเป็นห้องบรรทม ทรงใช้เตียงเหล็กธรรมดาที่ขายในตลาด ส่วนพระแท่นบรรทมสลักลายปิดทองที่จัดแสดงอยู่ในปัจจุบันเป็นของพระองค์เจ้าพรรณรายซึ่งพระมารดา สมเด็จฯเคยตรัสถึงพระแท่นบรรทมนี้ว่า”แม่เกณฑ์ให้ขึ้นไปนอนบนเตียงนี้เมื่อเด็กๆ นอนไม่หลับ กลัวผีเกือบตาย” ถัดจากห้องบรรทมเป็นห้องแต่งพระองค์และห้องสรง หน้าห้องมีชานที่ต่อมาจากตำหนักโถงไปเชื่อมกับเรือนหลังอื่นซึ่งเป็นที่อยู่ของชายา โอรส และธิดา แต่ปัจจุบันเหลือเรือนอยู่ไม่ครบอย่างที่เคยมี เพราะหลังจากที่สมเด็จฯ สิ้นพระชนม์มีการแบ่งที่ดินกันในหมู่ทายาท ทั้งตำหนักและเรือนบริวารก็ทรุดโทรมจำเป็นต้องบูรณะขึ้นใหม่ซึ่งค่าใช้จ่ายสูง ทายาทของท่านได้ย้ายตำหนักเข้ามาประมาณ 30 เมตร เสาและพื้นชั้นล่างเปลี่ยนใหม่ ยกตัวตำหนักสูงขึ้นเพื่อให้พื้นที่ด้านล่างจัดกิจกรรมได้ ส่วนชั้นบนพยายามคงสภาพส่วนที่สำคัญไว้

งานของสมเด็จฯ ที่จัดแสดงในห้องทรงเขียนบางส่วนเป็นภาพร่าง บางส่วนเป็นภาพพิมพ์จากงานจิตรกรรม ส่วนหนึ่งเป็นงานออกแบบ พัดรองและตัวอักษร ผลงานที่ทรงทำเสร็จแล้วจะถวายหรือให้คนอื่นไปแทบทั้งหมด ตัวอย่างงานออกแบบสถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียงที่สุดน่าจะเป็นพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตร นอกจากนั้นยังมีพระอุโบสถวัดราชาธิวาสที่ทรงผสมผสานศิลปะเขมรได้อย่างลงตัว พระที่นั่งราชฤดี สถานีรถไฟบางกอกน้อย ฯลฯ งานออกแบบสถาปัตยกรรมชั่วคราวที่สำคัญคืองานออกแบบพระเมรุไม่ต่ำกว่า 7ครั้ง รวมถึงพระเมรุมาศพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว นอกจากนั้นยังมีงานออกแบบประณีตศิลป์ เช่น พัดรอง เครื่องราชอิสริยาภรณ์ เหรียญที่ระลึก ฯลฯ 

สำหรับงานสองมิติที่น่าสนใจได้แก่การออกแบบปกและภาพประกอบวรรณกรรม ภาพร่างบางภาพจัดแสดงไว้ในห้องทรงเขียนของท่าน วรรณกรรมเรื่องสำคัญได้แก่เรื่องธรรมาธรรมะสงคราม พระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 6 และภาพประกอบหนังสือเรื่องทศชาติ เป็นภาพลายเส้นแสดงความงดงามของเส้นสายที่อ่อนช้อย แม่นยำ รูปร่างของบุคคลและสัตว์ เช่น เทวดา พระโพธิสัตว์ และม้าแสดงกล้ามเนื้อตามอิทธิพลตะวันตก ส่วนลายเส้นของท่าทาง เครื่องแต่งกาย และเครื่องประดับของบุคคลในเรื่องยังคงความเป็นไทยไว้อย่างชัดเจน ผลงานชิ้นสำคัญชิ้นหนึ่งของท่าน คือ ภาพร่าง“พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ” (ลงสีโดยนายคาร์โล ริโกลี) ทรงเขียนทูลเกล้าฯถวายรัชกาลที่ 6 เป็นภาพแนวตั้งของพระอินทร์ประทับห้อยพระบาทซ้ายอยู่บนช้างเอราวัณซึ่งกำลังก้าวย่างอยู่บนก้อนเมฆ พระหัตถ์ขวาถือวัชระชูขึ้นระดับพระอังสา หันพระพักตร์ตรง พระวรกายผึ่งผายสง่างามด้วยท่าประทับนั่งเอียงไปด้านหลังเล็กน้อยช่วยให้ภาพมีมิติ บริเวณก้อนเมฆด้านล่างมีสัญลักษณ์ “น ในดวงใจ” ภาพนี้ทรงเขียนขึ้นเมื่อมีพระชันษา 60 ปี

เมื่อเดินผ่านห้องต่างๆ ในตำหนักที่ท่านเคยอาศัยผู้เข้าชมจะได้สัมผัสบรรยากาศการสร้างสรรค์งานของศิลปินเอกท่านหนึ่งในช่วงเวลาที่ความเป็นไทยปะทะและผสานเข้ากับอิทธิพลจากตะวันตก สิ่งที่น่าประทับใจคือ แม้ว่าตำหนักมีขนาดค่อนข้างกะทัดรัดสะท้อนถึงการดำรงพระชนม์ชีพอย่างเรียบง่ายของท่านเจ้าของเรือน แต่ผลงานของท่านกลับมากทั้งจำนวน คุณภาพและความหลากหลาย ผลงานเหล่านี้สมเด็จฯ ทิ้งไว้ให้เป็นมรดกทางศิลปกรรมแก่ชาวไทย 

สำหรับชื่อ ”ปลายเนิน” มีที่มาจากพื้นถนนพระราม 4 ในสมัยนั้นต่ำกว่าทางรถไฟที่ตัดผ่านมาก จึงต้องถมดินเป็นทางลาดเหมือนเป็นเนินเขา เมื่อรถม้าเดินทางมาจากในเมืองจึงต้องขึ้นเนินข้ามทางรถไฟ แล้วลงเนิน ซึ่งปลายเนินถึงสะพานเข้าตำหนักพอดี

ตำหนักแห่งนี้เปิดให้เข้าชมปีละครั้งในวันคล้ายวันประสูติของสมเด็จฯ ในช่วงวันที่ 28-29 เมษายน วันแรกผู้เข้าชมต้องมีบัตรเชิญซึ่งได้จากการบริจาคเงินเข้ามูลนิธินริศรานุวัดติวงศ์ มีการแสดงดนตรีไทยและนาฏศิลป์ ส่วนวันที่ 29 บุคคลทั่วไปเข้าชมได้ ในเวลา 9:00-17:00น. ในวันงานมีหนังสือเกี่ยวกับพระประวัติ ผลงานของท่าน และตำหนักปลายเนิน รายได้จากการจัดงานนำเข้ามูลนิธิฯซึ่งนำไปส่งเสริมการศึกษาด้านศิลปะไทย โดยมีพิธีมอบรางวัลแก่นักเรียนและนักศึกษาในวันงานด้วย 

เรื่อง/ภาพ เกสรา จาติกวนิช

ข้อมูลจากการสำรวจภาคสนาม : 28 เมษายน 2551

ชอบ  |  แจ้งลบ


 
   
รีวิวพิพิธภัณฑ์นี้ ส่งให้เพื่อน แก้ไขข้อมูลพิพิธภัณฑ์นี้
 
  ตำหนักปลายเนิน  
: 1164 ถนนพระราม 4 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
: 02-249-4280
: -
: เปิดให้เข้าชมเฉพาะวันครบรอบวันประสูติสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ วันที่ 28 เมษายน สำหรับผู้ได้รับบัตรเชิญ,วันที่ 29 เมษายน สำหรับบุคคลทั่วไป 09:00-17:00น.
: ไม่เก็บค่าเข้าชม
: -
: -
: -
: -
จัดการโดย : มูลนิธิและองค์กรไม่แสวงกำไร
เนื้อหา : บ้านประวัติศาสตร์
งานอนุรักษ์สถาปัตยกรรม
สถานะ : เปิดดำเนินการ
อัพเดท 17 ก.พ. 2558
  โหวต
12 คนโหวต
100.00 %
ชอบพิพิธภัณฑ์นี้ คุณล่ะ?
  ผังจัดแสดง  
ดูผังจัดแสดงทั้งหมด+
  แผนที่  

ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น
  วีดีโอ  
ดูวีดีโอทั้งหมด+
  แผ่นพับ  
ดูแผ่นพับทั้งหมด +
  พิพิธภัณฑ์อื่นๆที่คุณอาจสนใจ  
พิพิธภัณฑ์กรมที่ดิน
พิพิธภัณฑ์การศึกษาไทย โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย
พิพิธภัณฑ์วังเทวะเวศม์
พระราชวังเดิม (พระราชวังกรุงธนบุรี)
 ดูทั้งหมด
  ข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากฐานข้อมูลอื่นๆของ ศมส.  
จารึกเรื่องมหาวงษ์ แผ่นที่ ๓๒
จารึกบนแผ่นดินเผา วัดเทพอุรุมภังค์
  Tags  
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์, เรือนไทย, ตำหนัก, ประวัติศาสตร์และโบราณคดี, งานอนุรักษ์สถาปัตยกรรม,
  แฟนพิพิธภัณฑ์
ฐานข้อมูลอื่นๆของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
  งานวิจัยทางชาติพันธุ์
จารึกในประเทศไทย
แหล่งโบราณคดีที่สำคัญในประเทศไทย
จดหมายเหตุทางมานุษยวิทยา
หนังสือเก่าชาวสยาม
ภาพยนตร์ชาติพันธุ์
ข่าวมานุษยวิทยา
ICH Learning Resources
เอกสารโบราณภูมิภาคตะวันตกในประเทศไทย
ฐานข้อมูลประเพณีท้องถิ่นในประเทศไทย
ฐานข้อมูลสังคม - วัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  รีวิวพิพิธภัณฑ์
เพิ่มพิพิธภัณฑ์ใหม่
พิพิธภัณฑ์วิทยา
บทความ
Blog
ข่าวพิพิธภัณฑ์
เทศกาลพิพิธภัณฑ์
เพื่อนพิพิธภัณฑ์
เกี่ยวกับเรา
  ข้อมูลโครงการ
ทีมงาน
ติดต่อเรา
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
facebook
e-newsletter
ช่วยเหลือ
  กฏกติกาและมารยาท
คำถามที่พบบ่อย
แนะนำและแจ้งปัญหา
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เลขที่ 20 ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170
Tel. +66 2 8809429 | Fax. +66 2 8809332 | E-mail. webmaster@sac.or.th 
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2549 | เงื่อนไขและข้อตกลง