ลืมรหัสผ่าน?

  Log in
   
สมัครสมาชิก
  Sign up
 
English (US)
 
ค้นหาข้อมูล
ค้นหาแบบละเอียด
 
  รีวิวพิพิธภัณฑ์โดยทีมงานและสมาชิก  
 
รีวิวของพิพิธภัณฑ์เรือนคำเที่ยง
เขียนโดย: webmaster (1127 เรื่อง) | เมื่อวันที่: 5 พฤศจิกายน 2556
ด้วยทำเลที่ดีอยู่ติดสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีสุขุมวิท  กลางย่านธุรกิจของกรุงเทพฯ พิพิธภัณฑ์เรือนคำเที่ยง อาคารจัดแสดงในพื้นที่ของสยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์   จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่รู้จักกันดีสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ  แม้สถาปัตยกรรมจะแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับตึกอาคารโดยรอบ  เรือนล้านนาโบราณของตระกูลนิมมานเหมินทร์  ยังคงตั้งอยู่อย่างสง่างามท่ามกลางร่มไม้  ยินดีต้อนรับผู้มาเยือน
       
เรือนไม้แบบล้านนาดั้งเดิมหลังนี้  สร้างขึ้นในปีพ.ศ.2391 สมัยพระเจ้ากาวิละเป็นเจ้าเมืองเชียงใหม่  ตั้งอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำปิง จังหวัดเชียงใหม่  โดยนางแซ้ด เป็นชาวไทลื้อ สืบเชื้อสายธิดาเจ้าเมืองแซ่จากแคว้นสิบสองปันนา  จนกระทั่งปี พ.ศ.2506 เรือนหลังนี้ตกเป็นของนางกิมฮ้อ นิมมานเหมินทร์ ท่านได้เห็นความสำคัญต่อคุณค่าสถาปัตยกรรมล้านนา  จึงได้มอบเรือนเก่าแก่ของตระกูลให้แก่สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ ชื่อเรือนคำเที่ยงเป็นการตั้งชื่อตามมารดาคือ แม่นายคำเที่ยง  เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ.2509  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเสด็จฯ เปิดเรือนคำเที่ยงเป็นพิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์วิทยาอย่างเป็นทางการ
 
ในการเข้าชมเมื่อพิจารณาแล้ว  พบว่ามีรายละเอียดและเรื่องราวของการจัดแสดงค่อนข้างมาก  ในแต่ละส่วนมีป้ายคำอธิบายเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษไว้อย่างละเอียด  มีการสร้างบรรยากาศคลอด้วยเสียงดนตรีล้านนา  และมีวีดีทัศน์ฉายภาพยนตร์วิถีชีวิตในเรือนครัว 
 
คุณพิณทิพย์ เกิดผลานันท์  ผู้ช่วยบรรณารักษ์เป็นผู้นำชม ได้ชี้ให้ดูด้านบนประตู  แผ่นไม้แกะสลักที่ติดอยู่บนนั้นเรียกว่า หำยนต์(หัมยนต์) เป็นความเชื่อของชาวล้านนา เหมือนยันต์ที่ป้องกันขับไล่สิ่งไม่ดีจากภายนอกไม่ให้ผ่านเข้าไปทำอันตรายแก่ผู้อยู่อาศัยและเป็นสัญลักษณ์บอกพื้นที่เฉพาะคนในตระกูลที่ถือผีบรรพบุรุษเดียวกัน กับคนนอกตระกูล  ด้านหน้าห้องมีหำยนต์อีกหลายแผ่นลวดลายแกะสลักสวยงามแตกต่างกัน  ส่วนนี้ได้มาจากมีผู้อื่นนำมาให้จัดแสดง  ถ้าแหงนมองขึ้นไปบนเพดานจะมีตะแกรงทำด้วยไม้  สำหรับไว้เก็บของใต้หลังคา  เรียกว่า “ค่วน”สิ่งของที่เก็บเป็นคนโฑดินเผา ตะกร้าหรือขันโตกก็ได้
 
เมื่อเดินข้ามธรณีประตูเข้าไปในห้อง  บรรยากาศภายในขรึมขลัง  ฝั่งซ้ายจัดแสดงเกี่ยวกับวิถีชีวิตของผู้ชายกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์  มีรูปปั้นผู้ชายมีลายสัก(สับ)หมึก นิยมสักบริเวณตั้งแต่ช่วงไหล่ลงมาถึงเอว เพื่อป้องกันภัยจากสัตว์ ศาสตราวุธ ภูตผีปีศาจ อาคมคุณไสย และประเภทเมตตามหานิยมมหาเสน่ห์  ใกล้กันมีการจัดแสดงยันต์เทียนและเทียนยันต์  เสื้อยันต์  ผ้ายันต์ ยันต์หัวเสาและยันต์เกี่ยวกับเรือน  ตะกรุด  ดาบอาวุธประจำกายผู้ชาย
 
ส่วนด้านขวาของห้องจัดแสดงเกี่ยวกับวิถีชีวิตของผู้หญิง มีเครื่องประดับสวยงาม เรื่องราวความเชื่อเรื่องผีบรรพบุรุษ  ตามธรรมเนียมชาวล้านนา ผู้หญิงเป็นผู้ครอบครองและผู้ดูแลเรือน  โดย “สายแม่”จะเป็นผู้รับสืบทอดทั้งเรือนและ “ผีปู่ย่า” วัตถุจัดแสดงที่ใช้ไฟส่องสว่างโดดเด่นกลางห้อง  เป็นเครื่องประดับของผู้หญิงล้านนา มีปิ่นเงิน ต่างหู กำไลข้อมือเงิน แหวน เข็มขัดเงิน  การทอผ้าซิ่นตีนจกเป็นอีกอย่างหนึ่งที่มีการสืบทอดกันจากแม่สู่ลูกสาว  เทคนิคการทำลวดลายส่วนเชิงใช้เทคนิคการจกโดยใช้ขนเม่นหรือไม้สอดนับด้ายเส้นยืน  ซิ่นตีนจกแต่ละท้องถิ่นมีเอกลักษณ์เฉพาะ  จึงบ่งบอกถิ่นฐานของผู้นุ่งซิ่นได้  ที่เห็นเป็นเครื่องนอนปูไว้  แสดงให้เห็นการเย็บ ปัก ถัก ทอเครื่องนอน  เป็นหน้าที่อีกประการของผู้หญิงที่จะแต่งงานต้องทำเครื่องนอนได้ครบทุกอย่าง ได้แก่ สาลี(ฟูก) ผ้าหลบ(ผ้าปูที่นอน) ผ้าทวบหรือผ้าห่ม สุด(มุ้ง) หมอน แบ่งเป็น 4 ชนิด ได้แก่ หมอนหก หน้าหมอนแบ่งเป็นหกส่วน หมอนปล่อง เป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส หมอนผา เป็นทรงสามเหลี่ยม  หมอนเดือนบ้าง(หน้าหมอนรูปครึ่งวงกลม)ใช้ประกอบเครื่องบวชพระ นิยมปักหน้าหมอนด้วยเส้นไหมสีต่างๆ
 
ด้านหน้าเรือนหลังใหญ่  ยังมีเรื่องน่าสนใจ ตรงกลางเติ๋นที่ถัดมาจากชานบ้าน ได้จัดแต่งเป็นมุมนั่งเล่นมีเสื่อจักสานปูไว้  มีของสดประดับตกแต่งไว้มีเชี่ยนหมาก ขันโตกหมากพลู  ขันโตกผลไม้  มีอุปกรณ์ทอผ้า เครื่องดนตรีพื้นเมือง  ส่วนนี้มีป้ายเขียนว่า “แอ่วสาว”บริเวณนี้เป็นสถานที่ให้ชายหนุ่มมาแอ่วหา(มาเยี่ยมทักทาย)หญิงสาว  สนทนาเชิงหยอกเย้ากันได้  แต่ต้องอยู่ในสายตาของผู้ใหญ่  ชายหนุ่มมีวิธีสร้างเสน่ห์ให้กับตนเองด้วยการเล่นดนตรี  ดีดพิณเพียะ(อ่าน “เปี๊ยะ”) ซึง สีสะล้อ ผู้หญิงจะนั่งทำงานเล็กๆน้อยๆ อีดฝ้าย ปั่นฝ้าย กรอเส้นด้าย แกะหอม-กระเทียม  และเตรียมมูลีกับเหมี้ยงไว้เป็นเครื่องต้อนรับแล้วจะมอบให้หากพึงพอใจชายใด ถ้าไปถึงขั้นที่ทั้งคู่ยินดีใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน จะมีการสู่ขอแต่งงาน หากผู้ชายล่วงเกินถูกเนื้อต้องตัวผู้หญิงแล้ว ชายนั้นต้องมาเสียผีตามประเพณี
 
ส่วนจัดแสดงอีกสองด้านหน้าห้องนอน  มีบายศรีที่ใช้ทำพิธีเรียกขวัญ และมีหมากสุ่มหมากเบ็ง พลูสุ้ม ต้นเทียน สุ่มดอก ทำขึ้นเพื่อการสักการบูชาสูงสุด  โดยจะนำไปถวายพระพุทธรูปหรือพระสงฆ์ผู้ใหญ่ที่วัด หรือเป็นการสักการะเจ้านายก็ได้
 
ถัดมาจากเรือนใหญ่ มีเรือนหลังเล็กต่อมา เชื่อมด้วยระเบียงทางเดินอีก 2 เรือนคือ เรือนครัวและหลองเข้า ซึ่งอยู่แยกไปจากตัวบ้าน ในห้องครัวมีวีดีทัศน์ฉายฉากที่แม่ครัวกำลังทำอาหารแบบล้านนาพื้นบ้าน เมนูตัวอย่างคือแกงแคกบและน้ำพริกน้ำปู ชาวล้านนานั้นจะทำอาหารในช่วงเช้า อาหารหลักจะเป็นข้าวเหนียวและกับข้าวที่หาได้ในธรรมชาติ  คนที่เข้าชมในห้องนี้จะเหมือนเดินเข้าไปในครัวจริงๆ อุปกรณ์พร้อม  แล้วยังมีเรื่องราวความเชื่อเรื่อง เตาไฟ ก้อนเส้า และผีในครัวเรือน
 
ส่วนหลองเข้าหรือยุ้งข้าว กล่าวกันว่าถ้าหลองเข้าบ้านไหนใหญ่โต  แสดงว่าครอบครัวนั้นฐานะดี เวลาชายหนุ่มไปแอ่วสาว  จึงมักตั้งเป้าจีบลูกสาวบ้านที่มีหลองเข้าขนาดใหญ่  การปลูกหลองเข้า นิยมปลูกด้านหน้าบริเวณบ้านเยื้องมาทางข้างของเรือน มีตำราบอกว่าตั้งทิศไหนเป็นมงคลอุดมสมบูรณ์ด้วยข้าวปลาอาหาร หลองเข้าไม่นิยมทำหลังคาให้มีกาแล แต่เดิมไม่สร้างติดเรือนใหญ่ บันไดทางขึ้นจะเป็นแบบชั่วคราวเท่านั้น
 
การจัดแสดงด้านในหลองเข้าของที่นี่  เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการปลูกข้าว ความเชื่อและพิธีกรรมต่างๆ เกี่ยวกับการทำนา  วัตถุจัดแสดงเช่น ปักขทีนกระด้าง(อ่าน “ปักขะตีนขะด้าง”) จะเสียบอยู่ข้างประตู ข้างฝาหรือใต้ชายคาของหลองเข้า  สลักรูปพระจันทร์เต็มดวงบอกข้างขึ้น พระจันทร์เสี้ยวคือข้างแรม ให้นับ 1 ถึง 15 ค่ำจากบนลงล่าง จุดเล็กในช่องคือ จำนวนผีที่มาแย่งกินข้าว ถ้าไม่มีจุดคือไม่มีผีแย่งกิน ควรนำข้าวเปลือกออกไปตำ หากจำเป็นควรเลือกวันที่มีจุดน้อยที่สุด
 
ส่วนที่ตั้งไว้กลางห้องคือ ตาแหลว จะใช้ในพิธีแรกนา ก่อนที่จะเริ่มดำนาในแต่ละครั้ง เป็นการบูชาผีเสื้อนาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อให้ข้าวเจริญงอกงามดี ในพิธีจะมีการปักตาแหลวที่สี่มุมของบริเวณพิธี ตรงกลางปักตาแหลวหลวงหรือตาแหลวแรกนา มีที่วางเครื่องเซ่นไว้ที่หน้าตาแหลวหลวง  การประกอบพิธีสู่ขวัญข้าว  มีตั้งแต่การเตรียมเครื่องประกอบพิธี คือเครื่องใช้สตรี เช่น เสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องประทินผิว เป็นต้น เครื่องสู่ขวัญ เช่น บายศรี พร้อมเครื่องคาวหวาน เหล้า หมาก พลู เหมี้ยง ข้าวตอก ดอกไม้ ธูป เทียน เป็นต้น มีเครื่องขันครูของปู่จารย์ ผู้นำประกอบพิธี 1 ชุด คำกล่าวในการประกอบพิธีมีตั้งแต่ กล่าวสังเวยแม่โพสพ เมื่อนำข้าวที่เกี่ยวเสร็จมากองรวมกันแล้วก็ทำการตีเข้า(นวดข้าว) ต้องมีการแรกตี คือพิธีตีข้าวครั้งแรก  นอกจากพิธีการสู่ขวัญข้าวยังมีพิธีสู่ขวัญควาย เพื่อเป็นการระลึกถึงบุญคุณวัวควายที่ได้ใช้งานหนักมา
 
เดินชมบนเรือนแล้ว ใต้ถุนเรือนยังมีการจัดแสดงสิ่งของพื้นบ้านและเรื่องราวอีกมากมาย เช่น ฝาย  สิ่งที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นในการทดน้ำจากลำน้ำเข้าสู่เหมือง ส่งไปยังที่นา ด้วยการใช้ไม้ไผ่หรือลำต้นไม้ขวางทางน้ำ  แผนผังจำลองหมู่บ้านและวัดล้านนา  กี่ทอผ้า เส้นไหมกับเรื่องราวความลับของสีย้อมผ้าล้านนา  การทอตุงและความเชื่อต่างๆ และยังมีวีดีทัศน์การ์ตูนสามมิติ “ต๊กโตผจญภัย”นำเสนอเรื่องราวของฝายกั้นน้ำและพิธีแรกนา
 
----------------------------------------------------
สาวิตรี  ตลับแป้น /ผู้เขียน
สำรวจภาคสนาม วันที่ 27 กรกฎาคม 2556

----------------------------------------------------
การเดินทาง : การเดินทางสะดวกมากโดย  รถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีสุขุมวิท ประตูทางออกหมายเลข 1 รถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีอโศก ประตูทางออกหมายเลข 3
-----------------------------------------------
อ้างอิง 
ข้อมูลการสัมภาษณ์ วันที่ 27 กรกฎาคม 2556
แผ่นพับประชาสัมพันธ์พิพิธภัณฑ์เรือนคำเที่ยง
ASTV ผู้จัดการออนไลน์.(2551).ยล"เรือนคำเที่ยง" สัมผัสเสน่ห์ล้านนา
กลางกรุง. ค้นเมื่อ 15 กันยายน 2556,จาก
http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9510000052801
 

ชอบ  |  แจ้งลบ


 
   
รีวิวพิพิธภัณฑ์นี้ ส่งให้เพื่อน แก้ไขข้อมูลพิพิธภัณฑ์นี้
 
   
: -
: -
: -
: อังคาร-ศุกร์ เวลา 10.00-18.00น. เสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00-19.00น. หยุดวันจันทร์
: -
: -
: -
: -
: -
จัดการโดย : -
เนื้อหา : -
สถานะ :
อัพเดท
  โหวต
78 คนโหวต
93.59 %
ชอบพิพิธภัณฑ์นี้ คุณล่ะ?
  ผังจัดแสดง  
ดูผังจัดแสดงทั้งหมด+
  แผนที่  
  วีดีโอ  
ดูวีดีโอทั้งหมด+
  แผ่นพับ  
ดูแผ่นพับทั้งหมด +
  พิพิธภัณฑ์อื่นๆที่คุณอาจสนใจ  
พิพิธภัณฑ์กรมที่ดิน
พิพิธภัณฑ์การศึกษาไทย โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
ห้องอนุสรณ์สถานปรีดี พนมยงค์
พิพิธภัณฑ์รัชกาลที่ 6
พิพิธภัณฑ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
 ดูทั้งหมด
  ข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากฐานข้อมูลอื่นๆของ ศมส.  
จารึกประตูสวนปรุง หลักที่ ๑ (ด้านทิศตะวันออก)
จารึกตำรายาวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (ว่าด้วยลักษณะวิเศษสมุฏฐาน แผ่นที่ ๑ เตโชสมุฏฐานให้โทษ)
โคกพลับ
ความต้องการในการพัฒนาอาชีพการเกษตรของชาวเขาเผ่ามูเซอดำ หมู่บ้านดอยปู่หมื่นใน ตำบลแม่สาว อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่
Imposing Communities: Pwo Karen Experiences in Northern Thailand
  Tags  
,
  แฟนพิพิธภัณฑ์
ฐานข้อมูลอื่นๆของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
  งานวิจัยทางชาติพันธุ์
จารึกในประเทศไทย
แหล่งโบราณคดีที่สำคัญในประเทศไทย
จดหมายเหตุทางมานุษยวิทยา
หนังสือเก่าชาวสยาม
ภาพยนตร์ชาติพันธุ์
ข่าวมานุษยวิทยา
ICH Learning Resources
เอกสารโบราณภูมิภาคตะวันตกในประเทศไทย
ฐานข้อมูลประเพณีท้องถิ่นในประเทศไทย
ฐานข้อมูลสังคม - วัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  รีวิวพิพิธภัณฑ์
เพิ่มพิพิธภัณฑ์ใหม่
พิพิธภัณฑ์วิทยา
บทความ
Blog
ข่าวพิพิธภัณฑ์
เทศกาลพิพิธภัณฑ์
เพื่อนพิพิธภัณฑ์
เกี่ยวกับเรา
  ข้อมูลโครงการ
ทีมงาน
ติดต่อเรา
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
facebook
e-newsletter
ช่วยเหลือ
  กฏกติกาและมารยาท
คำถามที่พบบ่อย
แนะนำและแจ้งปัญหา
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เลขที่ 20 ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170
Tel. +66 2 8809429 | Fax. +66 2 8809332 | E-mail. webmaster@sac.or.th 
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2549 | เงื่อนไขและข้อตกลง