ลืมรหัสผ่าน?

  Log in
   
สมัครสมาชิก
  Sign up
 
English (US)
 
ค้นหาข้อมูล
ค้นหาแบบละเอียด
 
  รีวิวพิพิธภัณฑ์โดยทีมงานและสมาชิก  
 
รีวิวของห้องพิพิธภัณฑ์โรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์
เขียนโดย: webmaster (1127 เรื่อง) | เมื่อวันที่: 28 ตุลาคม 2556
ถ้าจะมีสักแห่งหนึ่งที่จะเล่าเรื่องราวของจังหวัดจันทบุรี  ในเรื่องประวัติศาสตร์  สถานที่สำคัญ วัฒนธรรมประเพณี  วิถีชีวิตในอดีต  พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านโรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์  คือสถานที่แห่งนั้น  ห้องพิพิธภัณฑ์ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2552 โดยการสนับสนุนของซิสเตอร์อุบล ผังรักษ์  อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์  
       
โรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์ เป็นโรงเรียนในสภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย ในเครือคณะรักกางเขนแห่งจันทบุรี สังกัดสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจันทบุรี เขต1 เป็นโรงเรียนสหศึกษา เปิดทำการสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ
       
สิ่งที่ผู้เข้าชมจะได้พบเมื่อมาเยือนพิพิธภัณฑ์ที่นี่  มัคคุเทศก์น้อยนักเรียนในหลายระดับชั้น  ได้มีการใช้เวลาว่างอย่างเป็นประโยชน์  นักเรียนได้อ่านหนังสือ จดจำประวัติศาสตร์เรื่องราว มาบรรยายเนื้อหาเรื่องราวการจัดแสดงในแต่ละหัวข้อ  อาจารย์วรางคณา ลลิตพงศ์สกุล   เป็นผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์  การจัดแสดงแบ่งออกเป็นสามส่วนใหญ่ๆ คือ ส่วนหน้าเป็นตู้กระจกโชว์ของจิปาถะที่ทางโรงเรียนรวบรวมเก็บรักษาไว้ ได้แก่ หินสีหรือเจิมสโตน นาฬิกา ตะเกียง สิ่งของจำลองจากต่างประเทศ  เครื่องใช้พื้นบ้าน เตาเผาถ่านสมัยก่อน  เครื่องมือการทำนา  เครื่องสีฝัด เป็นต้น
 
ส่วนที่สองจัดแสดงวิถีชีวิตของคนจันทบุรีสมัยก่อน มีเรือนไทยที่ตกแต่งด้วยของใช้สมัยก่อน  มีกระเป๋าหนังใส่เสื้อผ้า หน้าไม้ ดาบ โล่ จักรยานแบบสมัยก่อน  ส่วนที่จำลองร้านก๋วยเตี๋ยวก็ได้บรรยากาศเสมือนจริงของชุมชนริมน้ำจันทบูร  ชุมชนบ้านโบราณที่ดำรงมาตั้งแต่สมัยสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ตั้งแต่ประมาณสามร้อยปีมาแล้ว ก๋วยเตี๋ยวขึ้นชื่อคือ ก๋วยเตี๋ยวหมูเลียง น้ำก๋วยเตี๋ยวมีส่วนประกอบของเครื่องเทศ พวกกระวาน การพลู เร่ว จะมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ ตัวบ้านเป็นลายจำลัก เห็นความโปร่งจากชั้นนอกถึงชั้นใน ด้านหน้าร้านเป็นประตูบานเฟี้ยม  
 
มีมุมแนะนำให้รู้จักกับคนชองที่มีภูมิลำเนาอยู่แถวเขาคิชฌกูฏ มีบ้านจำลองของคนชอง สันนิษฐานว่าเป็นชนกลุ่มแรกที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในบริเวณจังหวัดจันทบุรี คนกลุ่มนี้มีเอกลักษณ์ที่ภาษาชอง  เป็นภาษาในตระกูลมอญ-เขมร บนผนังมีการแสดงตัวอย่างภาษาชอง สถานการณ์ปัจจุบันอยู่ในขั้นวิกฤต  คนชองรุ่นใหม่พูดกันแต่ภาษาไทย ในราวปี พ.ศ.2541-2542 ศ.ดร.สุวิไล  เปรมศรีรัตน์ ได้ติดต่อกำนันเฉิน  ผันผาย  ซึ่งเป็นชาวชองโดยกำเนิด มาเป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัยมหิดล ต่อมาจึงได้มีการผลักดันให้มีการเรียนการสอนภาษาชองเป็นหลักสูตรท้องถิ่น ใช้อักษรไทยเขียน ปัจจุบันราชบัณฑิตยสถานได้ผลิตหนังสือภาษาชองพร้อมวิธีการเขียนภาษาชองด้วยอักษรไทยออกมาแล้ว
 
ส่วนที่สามมีความโดดเด่นเพลิดเพลินสำหรับผู้เข้าชม  ส่วนของเมืองจำลองสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ในจังหวัดจันทบุรี อันได้แก่  การจำลองบานประตูแบบปราสาทหินเมืองเพนียด เมืองโบราณอารยธรรมเขมรที่มีประวัติยาวนานนับพันปี มีการค้นพบโบราณวัตถุเป็นทับหลังและเทวรูปแบบฮินดูเป็นจำนวนมาก  ส่วนสำคัญอีกส่วนคือ เทิดไท้องค์ราชันย์  เป็นส่วนที่ตั้งใจทำเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระเจ้าอยู่หัว พร้อมกับน้อมรับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาถ่ายทอดให้กับนักเรียนได้นำมาใช้เป็นหลักในการดำเนินชีวิต
 
ตึกแดง สร้างขึ้นในสมัย ร.ศ.112 หรือ พ.ศ.2436 เมื่อฝรั่งเศสยึดครองจันทบุรี ได้ใช้เป็นที่พักของนายทหาร และเป็นกองอำนวยการ อยู่บริเวณหาดปากน้ำแหลมสิงห์ ลักษณะเป็นตึกชั้นเดียว สร้างด้วยอิฐฉาบปูนทาสีแดง วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างเช่น เหล็ก ลวด ตาข่าย และกระเบื้อง ล้วนนำมาจากฝรั่งเศส อิฐก่อสร้างส่วนหนึ่งรื้อเอามาจากป้อมพิฆาตปัจจามิตร ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบริเวณตึกแดง 
 
อาคารกองบัญชาการฝรั่งเศส เป็นอาคารทรงสี่เหลี่ยม ก่ออิฐฉาบปูนเรียบ สถาปัตยกรรมตามแบบของยุโรป มีความเป็นมาเมื่อ ร.ศ.112 ฝรั่งเศสมายึดครองเมืองจันทบุรีตามอนุสัญญาข้อที่ 6 ซึ่งต่อท้ายหนังสือสัญญาระหว่างกรุงสยามและกรุงฝรั่งเศส วันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2436 (ร.ศ.112)และได้ตั้งกองบัญชาการอยู่ในค่ายตากสิน 
 
คุกขี้ไก่ อยู่ใกล้ชายหาดแหลมสิงห์ ลักษณะอาคารเป็นตึกก่ออิฐถือปูน 2 ชั้น รูปตึกสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างยาวด้านละ 4 เมตร มีประตูออก 1 ประตู มีช่องหน้าต่างสูงแคบ ภายนอกกว้าง ภายในแคบ มีช่องสำหรับเล็งปืน เล่ากันว่าเดิมเป็นป้อมปืน  ต่อมาฝรั่งเศสใช้เป็นที่ขังคนและเลี้ยงไก่ไว้ข้างบน ให้ไก่ขี้รดหัวนักโทษ 
 
อลงกรณ์เจดีย์ เป็นเจดีย์ศิลาแลง ทรงกลมแบบลังกา มีบันไดขึ้นบานทักษิณทั้ง 4 ด้าน เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสน้ำตกพริ้ว พ.ศ. 2419 ได้โปรดเกล้าฯให้ พระยาจันทบุรีสร้างขึ้น ณ เขาสระบาปบริเวณน้ำตกพลิ้ว  เมื่อ พ.ศ. 2424 ได้โปรดเกล้าฯให้สร้างพระอนุสาวรีย์เป็นรูปปิรามิดด้วยแผ่นอิฐ เพื่อบรรจุอังคารของสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ ที่ทรงเคยเสด็จมา ณ ที่แห่งนี้ ทรงโปรดให้จารึกอักษรข้อความไว้ว่า "ระลึกถึงความรัก แห่งสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชาเทวีอรรคมเหสี ซึ่งเสด็จทิวงคตแล้ว ด้วยเธอได้มาถึงที่นี่เมื่อจุลศักราช 1236 (พ.ศ.2417) โดยความยินดีชอบใจอนุสาวรีย์นี้สร้างขึ้นโดยจุฬาลงกรณ์บรมราชผู้เป็นราชสวามี อันมีความทุกข์เพราะเธอเป็นอย่างยิ่ง ในจุลศักราช 2413 (พ.ศ.2424)" ต่อมาทั้งอลงกรณ์เจดีย์และอนุสาวรีย์พระนางเรือล่ม ชำรุดทรุดโทรมลงมาก จังหวัดจันทบุรีและกรมศิลปากรจึงร่วมกันบูรณะขึ้นใหม่ตามแบบเดิม เมื่อ พ.ศ. 2508 แต่แผ่นหินอ่อนที่จารึกข้อความนี้ไว้ได้สูญหายไปเสียแล้ว
 
การที่พิพิธภัณฑ์มีความสวยงามเพลิดเพลิน อาจารย์วรางคณาบอกว่า อาจารย์ที่โรงเรียนนี้ช่วยกันทำทั้งหมด ไม่ได้ไปจ้างบริษัทใดๆมาออกแบบจัดทำ  ส่วนที่ช่วยสร้างบรรยากาศได้ดีอีกส่วนคือ การจำลองถ้ำเขาแก้ว มีการค้นพบโครงกระดูกในถ้ำเขาแก้ว อยู่ที่ตำบลหนองตามา อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ลักษณะเป็นถ้ำหินปูน มีจำนวนหลายถ้ำ ความลึกประมาณ 50 เมตร ประกอบด้วยหินงอก หินย้อย ลวดลายธรรมชาติสวยงาม สัณนิษฐานว่าอาจเป็นที่อยู่อาศัยหรือประกอบกิจกรรมของคนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ เมื่อประมาณ 10,000 - 6,000 ปี มาแล้ว และอาจจะมีพัฒนาการต่อเนื่อง หรือทิ้งร้างไปแล้วกลับมาใช้ใหม่อีกในช่วงเวลาที่ทำเครื่องมือหินขัดขึ้นใช้ เมื่อประมาณ 4,000 - 2,000 ปีมาแล้ว  ใกล้กันที่จำลองได้เหมือนจริงมากคือต้นไม้ใหญ่และศาลพระภูมิเจ้าที่  เป็นในเรื่องความเชื่อของผู้คนที่มีต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์
 
หลังเข้าชมพิพิธภัณฑ์แล้ว ไม่ควรพลาดในการเข้าชมโบสถ์คาทอลิก  ตั้งเด่นเป็นสง่าบริเวณทางเข้าโรงเรียน โดยมีป้ายด้านหน้าเขียนว่า อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล จันทบุรี โบสถ์แห่งนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นโบสถ์คาทอลิกที่เก่าแก่ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย มีประวัติความเป็นมาว่าเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวญวนผู้นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก  เข้ามาตั้งภูมิลำเนาในจังหวัดจันทบุรีก่อนปี พ.ศ.2254  คริสตศาสนิกชนเหล่านี้อพยพจากการบีบคั้นการเลือกนับถือศาสนา ในช่วงนั้นเป็นสมัยอยุธยา ปลายสมัยสมเด็จพระเจ้าท้ายสระ
 
----------------------------------------------------
สาวิตรี  ตลับแป้น /ผู้เขียน
ข้อมูลจาก  :  สำรวจภาคสนาม วันที่ 6 มิถุนายน 2556
----------------------------------------------------
การเดินทาง: โรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์อยู่ที่เดียวกับโบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล  สังเกตเห็นง่ายจากระยะไกล  อยู่ถนนตรีรัตน์ เลยวัดไผ่ล้อมไป 1 กิโลเมตร อยู่ในตัวเมืองจันทบุรี สามารถเดินข้ามสะพานฝั่งชุมชนริมน้ำจันทบูรไปยังโรงเรียนได้
---------------------------------------------------
อ้างอิง
ข้อมูลการสัมภาษณ์ วันที่ 6 มิถุนายน 2556
แผ่นพับประชาสัมพันธ์พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน โรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์
เมืองโบราณ.(2550).ตึกแดง จันทบุรี.ค้นเมื่อ 15 กันยายน 2556,จาก www.ancientcity.com/?q=/th/location/theRedBlockBuilding_Chanthaburi
ศูนย์ข้อมูลทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม.(2553).อาคารกองบัญชาการทหารฝรั่งเศส.ค้นเมื่อ 16 กันยายน 2556,จาก www.m-culture.in.th/moc_new/album/9154/
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร(องค์การมหาชน).(2555).พะซาช์อง:ประสบการณ์การฟื้นภาษาถิ่นจันทบุรี.ก้าวไปด้วยกัน(ฉบับพิเศษ):จุลสารเพื่อชุมชนพิพิธภัณฑ์,ปีที่ 9 ฉบับที่ 1 มิถุนายน 2555-มกราคม 2556.        
สภาวัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี เทศบาลจันทนิมิตและโรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์.
เอกสารประชาสัมพันธ์การดำเนินโครงการเสริมสร้างและพัฒนาแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมของชุมชนจันทนิมิตอลงกรณ์เจดีย์และอนุสาวรีย์พระนางเรือล่ม.(2556).ค้นเมื่อ 15 กันยายน 2556,จาก http://teeneemuangchan.blogspot.com/2010/06/blog-post.html
 

ชอบ  |  แจ้งลบ


 
   
รีวิวพิพิธภัณฑ์นี้ ส่งให้เพื่อน แก้ไขข้อมูลพิพิธภัณฑ์นี้
 
   
: -
: -
: -
: อังคาร-ศุกร์ เวลา 10.00-18.00น. เสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00-19.00น. หยุดวันจันทร์
: -
: -
: -
: -
: -
จัดการโดย : -
เนื้อหา : -
สถานะ :
อัพเดท
  โหวต
78 คนโหวต
93.59 %
ชอบพิพิธภัณฑ์นี้ คุณล่ะ?
  ผังจัดแสดง  
ดูผังจัดแสดงทั้งหมด+
  แผนที่  
  วีดีโอ  
ดูวีดีโอทั้งหมด+
  แผ่นพับ  
ดูแผ่นพับทั้งหมด +
  พิพิธภัณฑ์อื่นๆที่คุณอาจสนใจ  
พิพิธภัณฑ์กรมที่ดิน
พิพิธภัณฑ์การศึกษาไทย โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
ห้องอนุสรณ์สถานปรีดี พนมยงค์
พิพิธภัณฑ์รัชกาลที่ 6
พิพิธภัณฑ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
 ดูทั้งหมด
  ข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากฐานข้อมูลอื่นๆของ ศมส.  
จารึกตำรายาวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (ว่าด้วยลักษณะอติสารวรรค แผ่นที่ ๑ อมุธาตุอติสาร)
จารึกขันน้ำมนต์วัดบางคาง
โคกพลับ
ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมของชุมชนชาวเล : กรณีศึกษากลุ่มอูรักลาโว้ย บริเวณแหลมตุ๊กแก ตำบลรัษฎา อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต
Inter-Cultural Mediation in Southern Thailand
  Tags  
,
  แฟนพิพิธภัณฑ์
ฐานข้อมูลอื่นๆของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
  งานวิจัยทางชาติพันธุ์
จารึกในประเทศไทย
แหล่งโบราณคดีที่สำคัญในประเทศไทย
จดหมายเหตุทางมานุษยวิทยา
หนังสือเก่าชาวสยาม
ภาพยนตร์ชาติพันธุ์
ข่าวมานุษยวิทยา
ICH Learning Resources
เอกสารโบราณภูมิภาคตะวันตกในประเทศไทย
ฐานข้อมูลประเพณีท้องถิ่นในประเทศไทย
ฐานข้อมูลสังคม - วัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  รีวิวพิพิธภัณฑ์
เพิ่มพิพิธภัณฑ์ใหม่
พิพิธภัณฑ์วิทยา
บทความ
Blog
ข่าวพิพิธภัณฑ์
เทศกาลพิพิธภัณฑ์
เพื่อนพิพิธภัณฑ์
เกี่ยวกับเรา
  ข้อมูลโครงการ
ทีมงาน
ติดต่อเรา
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
facebook
e-newsletter
ช่วยเหลือ
  กฏกติกาและมารยาท
คำถามที่พบบ่อย
แนะนำและแจ้งปัญหา
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เลขที่ 20 ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170
Tel. +66 2 8809429 | Fax. +66 2 8809332 | E-mail. webmaster@sac.or.th 
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2549 | เงื่อนไขและข้อตกลง