ลืมรหัสผ่าน?

  Log in
   
สมัครสมาชิก
  Sign up
 
English (US)
 
ค้นหาข้อมูล
ค้นหาแบบละเอียด
 
  รีวิวพิพิธภัณฑ์โดยทีมงานและสมาชิก  
 
มรดกวัฒนธรรมของชุมชนมอญ บางกระดี่
เขียนโดย: webmaster (1127 เรื่อง) | เมื่อวันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2555
 

การที่วัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์หนึ่งๆจะสืบทอดต่อเนื่องกันมาได้เป็นระยะเวลายาวนาน ชุมชนนั้นต้องมีความเข้มแข็งอย่างยิ่ง ชุมชนชาวมอญ บางกระดี่ เป็นหนึ่งชุมชนที่ดำรงตัวตนได้มาถึงทุกวันนี้ ศูนย์วัฒนธรรมมอญยังเชื่อมโยงไปยังอีกหลายบ้านที่มีการจัดแสดงวิถีชีวิต ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ภาพถ่ายมอญ บ้านขนมหวาน บ้านแส้ กลุ่มบ้านสานกก บ้านเปลมอญ บ้านการแต่งกาย บ้านฟืน บ้านฉัตร-ธง เป็นต้น

ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมมอญ บางกระดี่ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2538 โดยคุณธวัธพงศ์ มอญดะ ประธานศูนย์ศิลปวัฒนธรรมมอญ บางกระดี่ ด้วยวิสัยทัศน์ที่ยาวไกล ในครั้งที่มีคนภายนอกเข้ามากว้านซื้อของเก่าแก่โบราณของชุมชน เขาจึงมีความคิดที่จะอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมเหล่านี้ไว้ในชุมชนด้วยการใช้พื้นที่บริเวณใต้ถุนบ้านและบริเวณศาลาริมน้ำ การจัดแสดงมีส่วนของภาพแสดงประเพณีการบวช การแต่งงาน การจัดพิธีศพของชาวมอญ การจัดแสดงสิ่งของมีครัวแบบมอญ ภาพการแต่งกายแบบคนมอญ ภาชนะเครื่องใช้ต่างๆในงานพิธีและในชีวิตประจำวัน

สิ่งของจัดแสดงที่โดดเด่นคือ จะเข้ คุณธวัธพงศ์ บอกว่าได้มาจากตลาดอองซาน เมืองย่างกุ้งเมื่อปี พ.ศ.2547 จะเข้ตัวนี้มีประวัติความเป็นมาถึง 150 ปี ในวันหนึ่งในปีพ.ศ.2551 ขณะที่ตั้งจัดแสดงอยู่ นายชานรอด ชาวมอญอพยพที่ค่ายอพยพจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้มาเยี่ยมชมชุมชนชาวมอญที่นี่ เขาได้ให้ข้อมูลว่าครั้งสุดท้ายที่เขาเห็นจะเข้ตัวนี้ในตอนที่เขาอายุ 15 ปี ผู้สร้างคือนายโทนง้วย บรรพบุรุษของเขา นายโทนง้วยเป็นนักดนตรีของหมู่บ้านยองตอง อำเภอมุเดิง จังหวัดมะละแม่ง รัฐมอญ ประเทศพม่า หมูบ้านนี้มีชื่อเสียงในเรื่องดนตรีและนาฏศิลป์ ลักษณะเฉพาะของจะเข้ตัวนี้ไม่สามารถถอดหัวและหางได้เหมือนจะเข้มอญทั่วไป

การจัดแสดงอีกฝั่งหนึ่งตรงศาลาริมคลองสนามชัย มีเครื่องจักสานพื้นบ้าน เครื่องดนตรี พระพุทธรูป เสลี่ยงสำหรับอัญเชิญพระพุทธรูปในงานพิธี หงส์แบบมอญ

ด้วยการบริหารจัดการที่ดีเยี่ยม ในปีพ.ศ.2550 ชุมชนชาวมอญ บางกระดี่ จึงได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) โดยเป็นชุมชนที่มีการดำเนินงานตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ในการท่องเที่ยวชมวิถีชาวมอญกิจกรรมท่องเที่ยวมีหลากหลาย ได้แก่ ชมการสาธิตและทดลองทำขนมไทย เช่น ทองหยอด ฝอยทอง เม็ดขนุนลูกโต จากบ้านขนมหวาน ชมวิธีการเย็บจาก การทำแส้จากบ้านแส้ เรียนรู้วิถีชีวิตการทำวังกุ้ง-ปลา ระบบปิดตามธรรมชาติ ชมศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่น การละเล่น ทะแยมอญ สะบ้ามอญ ร่วมงานประเพณีทำบุญ ตักบาตร ถือศีล กินแกงรวม

คุณธวัธพงศ์ได้เล่าถึงบรรยากาศการจัดงานประเพณีสงกรานต์ในชุมชน ที่นี่จัดงานสงกรานต์กันตั้งแต่วันที่ 5 เมษายนไปจนถึงวันที่ 19 เมษายน จากงานนี้เราจะเห็นขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมของชาวมอญได้ชัดเจน เริ่มจากวันที่ 5 เมษายน มีการกวนกาละแม พอวันที่ 12 มีการส่งกาละแม กุศโลบายของการกวนกาละแมอยู่ที่การร่วมใจกัน ต้องมีเพื่อนบ้านมาช่วยกวน ถือเป็นการสร้างความสามัคคี กระทะหนึ่งใช้เวลากวน 8 ชั่วโมง การส่งกาละแมกระทำในวันที่ 12 ซึ่งถือว่าเป็นวันสำคัญ จะมีการเอากะละแมแลกกะละแม อย่างพ่อแม่จะเตรียมกะละแม พร้อมทั้งดอกไม้ธูปเทียนใส่พานใส่โตกทองเหลือง จากนั้นจะให้ลูกหลานไปส่งบ้านอื่น เขาก็จะให้กะละแมกลับมา สำหรับชาวมอญกะละแมเป็นขนมวิเศษประจำเทศกาลสงกรานต์ ทำให้เด็กรู้จักกับการนอบน้อม การกราบไหว้ผู้ใหญ่ การขอขมาผู้ใหญ่และขนมนี้ถือว่าเป็นการเชื่อมโยงให้เด็กๆได้รู้จักบ้านปู่ย่าตายาย รู้จักบ้านลุงบ้านป้า เป็นการสอนลูกสอนหลานเราให้ไปมาหาสู่กัน

พอถึงวันที่ 13-14 เมษายน จะเป็นวันหุงข้าวแช่ หุงวันที่ 12 ทาน 13 หุง 13 ทาน 14 หุง 14 ทาน 15 ก่อนจะหุงต้องตั้งศาลเพียงตานอกบ้าน เพื่อจะได้เชิญนางสงกรานต์ลงมา วิธีการหุงต้องนำข้าวสารมาซาวนอกบ้านเจ็ดครั้ง ล้างน้ำเจ็ดหน มีกับข้าวเจ็ดอย่าง ยึดเอาเลขเจ็ด เพราะว่าถือว่านางสงกรานต์มีเจ็ดคน ถือว่าทำถวายพระบิดา หลังจากไปทำบุญเอาข้าวแช่ไปถวายพระเสร็จ ภรรยาจะต้องจัดใส่โตกทองเหลืองอย่างสวยงาม แล้วนำข้าวแช่นี้มามอบให้กับสามีที่แต่งงาน แล้วภรรยาต้องกราบสามีสามครั้งให้เหมือนกราบพระ สามีก็จะยกมือไหว้ตอบ มีการขอขมาลาโทษกัน

วันที่ 16-18 จะมีประเพณีสรงน้ำพระ โดยเช้าของวันที่ 16 มีการทำบุญตักบาตรตามปกติ (การทำบุญตักบาตรจะเริ่มทำตั้งแต่วันที่ 12 จนถึงวันที่ 19) ประมาณช่วงบ่ายมีการไปรวมกันบ้านญาติผู้ใหญ่ บ้านผู้อาวุโส เพื่ออาบน้ำ เสร็จแล้วจะนำฉัตรธงไปวัด เพื่อกราบไหว้บรรพบุรุษที่เสียชีวิตไปแล้ว จากนั้นจะรอสรงน้ำพระ วันที่ 17 ก็ทำเช่นนี้ ส่วนกลางคืนอาจมีการเล่นสะบ้า วันที่ 18 ก็เช่นเดียวกัน วันที่ 19 มีเพิ่มมาคือประเพณีทรงเจ้า ก็คือเจ้าแม่ประจำหมู่บ้านที่อยู่ท้ายหมู่บ้าน นั่นจึงถือว่าหมดงานสงกรานต์

การเป็นชุมชนที่เข้มแข็งจนสามารถรักษาวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นเอาไว้ได้ สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งคือ การบริหารที่ดีของคนในชุมชน ชุมชนมอญบางกระดี่มีการรวมกลุ่มอาชีพประมาณ 20 กลุ่ม แต่ละกลุ่มมีการเลือกตั้งคณะกรรมการ มีการคัดเลือกประธานกลุ่ม มีการประชุมและกำหนดข้อตกลงร่วมกัน ยกตัวอย่างถ้าบ้านไหนเป็นประธานกลุ่ม บ้านนั้นจะต้องเปิดใต้ถุนบ้านให้นักเที่ยวเข้ามาชม อย่างบ้านทะแยมอญ บ้านเย็บจาก บ้านแส้ เป็นต้น

จากการวิเคราะห์ของคุณธวัธพงศ์ได้พบว่า ในรายละเอียดวัฒนธรรมประเพณีล้วนมีส่วนทำให้เยาวชนไม่ประพฤติผิด อย่างความเชื่อในเรื่องการนับถือผี ทำให้วัยรุ่นไม่ไปเที่ยวเตร่ตอนค่ำหรือพาเพื่อนมามั่วสุมในเวลาที่พ่อแม่ไม่อยู่บ้าน เพราะกลัวว่าถ้าผีเข้าผีจะบอกว่าตนเองทำอะไรไม่ดี หรืออย่างการที่ห้ามไม่ให้คนท้องไปนอนบ้านคนในตระกูลอื่น ก็เพื่อเป็นการดูแลคนท้องไม่ให้ประสบอุบัติเหตุ ส่วนการไว้ผมจุกของเด็กก็เป็นการปกป้องศรีษะส่วนที่กะโหลกยังบาง

แต่ความเคร่งครัดในวัฒนธรรมประเพณีก็มีส่วนทำให้วงดนตรีของมอญที่เรียกว่าวงทะแยมอญ คณะหงส์ฟ้ารามัญ กลายเป็นวงดนตรีมอญที่เหลือเพียงคณะเดียวในประเทศไทย (ชุมชนมอญมีอยู่ใน 37 จังหวัด) เนื่องจากในพิธีเชิญเจ้าที่กระทำกันในทุกชุมชนมอญจะต้องใช้เครื่องดนตรี ประกอบกับการร้องเชิญเจ้าเป็นภาษามอญและสำเนียงมอญ ที่เป็นอยู่ตอนนี้คือคนเรียนภาษามอญน้อยลง คนที่เล่นดนตรีเป็นก็พูดภาษามอญไม่ได้

อย่างไรก็ดีชุมชนมอญบางกระดี่จัดว่าเป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องการรักษาวัฒนธรรม การเปิดกว้างรับคนภายนอกไม่ส่งผลทำให้คนในชุมชนเกิดการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตไปมากนัก
-----------------------------------------------------

สาวิตรี ตลับแป้น /ผู้เขียน

ข้อมูลจาก :
สำรวจภาคสนามเมื่อวันที่ 21 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2554

สำนักศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี. ธนบุรี จากอดีต....สู่ปัจจุบัน. กรุงเทพฯ :เอ็นเตอร์ไพรส์, 2549.

http://dit.dru.ac.th/home/012/data_center_dru-cul_1-4.php [Accessed 18/07/2011]

http://atbangkradi.surprisethailand.com/ [Accessed 18/07/2011]


หมายเหตุ:

สิ่งที่ควรปฏิบัติ : ชุมชนมอญไม่มีที่พักค้างคืน เนื่องจากมีความเชื่อไม่ให้คนท้องนอนค้างในบ้านผู้อื่น

การเดินทาง : การไปยังชุมชนมอญบางกระดี่ หากขับรถมาทางถนนพระราม 2 มุ่งหน้าจังหวัดสมุทรสาคร หลังจากลงสะพานวงแหวนถนนพระราม 2 จะมีทางแยกเข้าถนนบางกระดี่ทางซ้ายมือ วิ่งไปตามถนนบางกระดี่จนเจอสะพานสูงข้ามคลองสนามชัย ลงสะพานไปจะเจอวัดบางกระดี่อยู่ทางขวามือ ส่วนชุมชนมอญบางกระดี่จะอยู่ริมคลองสนามชัยใกล้กับวัด

รถประจำทาง: 68 105 รถปรับอากาศ: 68 76 105 140 141 529 จอดรถได้ที่บริเวณภายในวัด

 

 

ชอบ  |  แจ้งลบ


 
   
รีวิวพิพิธภัณฑ์นี้ ส่งให้เพื่อน แก้ไขข้อมูลพิพิธภัณฑ์นี้
 
   
: -
: -
: -
: อังคาร-ศุกร์ เวลา 10.00-18.00น. เสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00-19.00น. หยุดวันจันทร์
: -
: -
: -
: -
: -
จัดการโดย : -
เนื้อหา : -
สถานะ :
อัพเดท
  โหวต
77 คนโหวต
93.51 %
ชอบพิพิธภัณฑ์นี้ คุณล่ะ?
  ผังจัดแสดง  
ดูผังจัดแสดงทั้งหมด+
  แผนที่  
  วีดีโอ  
ดูวีดีโอทั้งหมด+
  แผ่นพับ  
ดูแผ่นพับทั้งหมด +
  พิพิธภัณฑ์อื่นๆที่คุณอาจสนใจ  
พิพิธภัณฑ์กรมที่ดิน
พิพิธภัณฑ์การศึกษาไทย โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
ห้องอนุสรณ์สถานปรีดี พนมยงค์
พิพิธภัณฑ์รัชกาลที่ 6
พิพิธภัณฑ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
 ดูทั้งหมด
  ข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากฐานข้อมูลอื่นๆของ ศมส.  
จารึกโคลงภาพเรื่องรามเกียรติ์ แผ่นที่ ๙๙ (พระรามทรงมอบหมายให้องคตเป็นทูต)
จารึกโคลงโลกนิติ แผ่นที่ ๗ (บทที่ ๔๓ - ๔๙)
โคกพลับ
ลักษณะและปัญหาในการสื่อสารต่างวัฒนธรรมระหว่างชาวเลกับเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน กรณีศึกษาโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวเลในตำบลราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต
The Movement of Lahu Hill People Towards A Lowland Lifestyle in North Thailand : A Study of Three Village
  Tags  
,
  แฟนพิพิธภัณฑ์
ฐานข้อมูลอื่นๆของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
  งานวิจัยทางชาติพันธุ์
จารึกในประเทศไทย
แหล่งโบราณคดีที่สำคัญในประเทศไทย
จดหมายเหตุทางมานุษยวิทยา
หนังสือเก่าชาวสยาม
ภาพยนตร์ชาติพันธุ์
ข่าวมานุษยวิทยา
ICH Learning Resources
เอกสารโบราณภูมิภาคตะวันตกในประเทศไทย
ฐานข้อมูลประเพณีท้องถิ่นในประเทศไทย
ฐานข้อมูลสังคม - วัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  รีวิวพิพิธภัณฑ์
เพิ่มพิพิธภัณฑ์ใหม่
พิพิธภัณฑ์วิทยา
บทความ
Blog
ข่าวพิพิธภัณฑ์
เทศกาลพิพิธภัณฑ์
เพื่อนพิพิธภัณฑ์
เกี่ยวกับเรา
  ข้อมูลโครงการ
ทีมงาน
ติดต่อเรา
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
facebook
e-newsletter
ช่วยเหลือ
  กฏกติกาและมารยาท
คำถามที่พบบ่อย
แนะนำและแจ้งปัญหา
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เลขที่ 20 ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170
Tel. +66 2 8809429 | Fax. +66 2 8809332 | E-mail. webmaster@sac.or.th 
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2549 | เงื่อนไขและข้อตกลง