ลืมรหัสผ่าน?

  Log in
   
สมัครสมาชิก
  Sign up
 
English (US)
 
ค้นหาข้อมูล
ค้นหาแบบละเอียด
 
  รีวิวพิพิธภัณฑ์โดยทีมงานและสมาชิก  
 
รีวิวของพิพิธภัณฑ์บ้านจิตรกร กวี อังคาร กัลยาณพงศ์
เขียนโดย: webmaster (1127 เรื่อง) | เมื่อวันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2555
โอ้ศรีสัชชนาลัย เวียงชัยพระร่วงเป็นเจ้า

ก่อนพู้นหลายร้อยข้าว ราวชั้นฟ้าพลัดมาดิน ฯ

บัดนี้เจดีย์กู่วิหาร ปานจิตกาธานป่าช้าศิลป์

อสุรกายร่ายเพลงพิณ แว่วยินเสียงสังข์กังสดาล ฯ 

วังเวงวิเวกเอกภพ จบสกลไกรอันไพศาล

เสียงสะอึกสะอื้นทรมาน จากปูชณียสถานดึกดำบรรพ์ ฯ

ดึกดื่นเดือนดาวพะแพร้ว ลมเป่าแก้วป่าอาถรรพณ์

รื่นรื่นชื่นหอมรสสุคันธ์ สระขวัญสวนแก้วอุทยาน ฯ

บทกวีที่ท่านอังคาร กัลยาณพงศ์ เลือกให้อ่านชิ้นนี้ สร้างทั้งรูป เสียง กลิ่น และสัมผัส สามารถพาผู้อ่านเดินทางออกจากชีวิตประจำวันไปยืนอยู่ท่ามกลางโบราณสถานที่ถูกกัดกินด้วยกาลเวลา ได้ยินเสียงจากวิญญาณที่ไม่ยอมไปผุดเกิด สัมผัสสายลมยะเยือกของยามกลางคืน สูดกลิ่นของดอกไม้แทรกซึมอยู่ในบรรยากาศ และที่สำคัญคือถ่ายทอดอารมณ์อันสะเทือนใจ ทำให้ผู้อ่านมีความรู้สึกร่วมไปกับผู้ประพันธ์ ส่วนความงดงามของภาษาคงไม่ต้องอธิบาย ท่านเป็นหนึ่งในกวีเอกของยุคนี้ มีผลงานเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์(กวีนิพนธ์) ปีพ.ศ.2532 และรางวัลซีไรท์จากบทกวีรวมเล่มชื่อ ปณิธานกวี ปีพ.ศ.2529 อาจารย์ประคิณ ชุมสาย ณ อยุธยาให้ทัศนะไว้ว่า “...งานทุกชิ้นของอังคารสะท้อนให้เห็นความเจิดจ้าของวิญญาณกวีที่ผูกผันท่องไปกับธรรมชาติ มองและเห็นทุกสิ่งในทุกซอกทุกมุมอย่างประณีตละเอียดด้วยตากาย ตาใจ...อังคารมิได้เป็นเพียงผู้ร้อยกรองคำประพันธ์ในแบบอย่างของตนเอง แต่เป็นจิตรกรจินตกวีอย่างเต็มภาคภูมิ”

ยิ่งกว่านั้นบทกวีข้างต้นยังสะท้อนถึงช่วงชีวิตหนึ่งของท่านอีกด้วย อังคารเกิดที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อพ.ศ. 2469 บิดาเป็นกำนันตำบลท่าวัง ปู่เป็นช่างทอง ส่วนตาเป็นช่างเขียน เรียนชั้นประถมและมัธยมในพื้นที่ ต่อมาเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เข้าเรียนศิลปะที่โรงเรียนเพาะช่างและคณะจิตรกรรม-ประติมากรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรีเคยชมว่าดูเส้นสายของอังคารแล้ว บุคคลผู้นี้มีหัวพิเศษ ผิดกับเพื่อนทั้งปวง

เมื่อถามถึงแรงบันดาลใจในการสร้างงาน ท่านอังคารตอบว่าลายไทยโบราณ ในวัยหนุ่มท่านมีโอกาสติดตามอาจารย์เฟื้อ หริพิทักษ์ซึ่งสอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร ไปช่วยคัดลอกจิตรกรรมโบราณสมัยอยุธยาหลายแห่ง เช่น ตำหนักสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ วัดพุทไธสวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ท่านเล่าให้ฟังว่าครั้งหนึ่งไปคัดลอกงานจิตรกรรมพระอดีตพุทธ ซึ่งอยู่ภายในพระปรางค์องค์หนึ่งซึ่งอยู่ข้างวิหารหรือพระอุโบสถภายในวัดราชบูรณะ สภาพของพระปรางค์ดูไม่มั่นคงนัก อาจารย์เฟื้อจึงสั่งว่าถ้าเห็นพระปรางค์ทำท่าจะพังให้รีบกระโจนออกมา โดยเตรียมกองกิ่งไม้ใบไม้เป็นเบาะรองรับไว้ด้านนอก คืนหนึ่งพายุพัดหนัก พระปรางค์องค์นี้ต้านทานลมไม่ไหวในที่สุดก็พังทลายลงมา โชคดีที่เป็นเวลากลางคืนท่านอยู่ข้างนอก มิฉะนั้นท่านอังคารอาจจะถูกกองอิฐกองปูนทับสิ้นบุญตั้งแต่ยังไม่สร้างชื่อก็เป็นได้

นอกจากที่อยุธยาแล้ว ท่านและอาจารย์เฟื้อได้ตระเวนคัดลอกและศึกษางานจากวัดโบราณอีกหลายเมือง เช่น สุโขทัย ศรีสัชชนาลัย เพชรบุรี ประสบการณ์ครั้งนั้นเป็นการเรียนรู้แบบครูพักลักจำจากศิลปินที่ไม่รู้จักชื่อในอดีต ท่านสรุปว่า “ได้คุณค่าของบรรพบุรุษมาใส่ในสายเลือด” 

ด้านหนึ่งของท่านอังคารเป็นกวีเอก อีกด้านหนึ่งเป็นจิตรกรที่มีชื่อเสียง ภาพที่คุ้นตาคนส่วนใหญ่น่าจะเป็นภาพเขียนด้วยแท่งถ่าน (Charcoal) หรือเกรยอง ความจริงท่านอังคารวาดทั้งภาพสีและภาพดำขาว แต่ภาพสีส่วนใหญ่ประชาชนทั่วไปคงมีโอกาสเห็นน้อยกว่าเพราะมักเป็นสมบัติส่วนบุคคลหรือองค์กร เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย และโรงเรียนนายร้อยจปร. เป็นต้น เนื้อหาของภาพส่วนใหญ่ออกไปทางอุดมคติ ลักษณะเป็นภาพสองมิติตามแบบจิตรกรรมประเพณี แต่สามารถให้ความรู้สึกเป็นสามมิติได้ ท่านเน้นการศึกษาด้วยตัวเองและการปฏิบัติจริง โดยกล่าวถึงวิธีทำงานว่า “เมื่อเราจะเขียนรูปต้องธุดงค์เข้าไปในรูปเขียน” 

เมื่อถามถึงความสัมพันธ์ของบทกวีและรูปเขียน ท่านตอบว่ารูปเขียนบางรูปมีความเป็นกวีอยู่ในนั้น เพราะมาจากหัวใจอันเดียวกัน หัวใจอันอ่อนไหวที่รู้สึกในสิ่งนั้นอย่างลึกซึ้ง เมื่อถามถึงสัญลักษณ์ในภาพ อย่างเช่น เพชรที่ส่องประกาย ท่านว่าเป็นความรู้สึกอย่าง poetic ท่านยังเล่าถึงปรากฏการณ์ที่ท่านเคยเห็นที่วัดพุทไธสวรรย์ เรียกว่าดาวเข้าวงเดือน อธิบายว่าคือดวงดาวเคลื่อนเข้าไปซ้อนกับเดือน ให้ความรู้สึกประหลาด ยะเยือก นอกจากนั้นท่านยังเล่าถึงประสบการณ์ในชีวิตผ่านมุมมองของกวีว่า น้ำทะเลที่เกาะกูดเมื่อก่อนใสเหมือนกับลงไปว่ายในหัวแหวน แสงของเพชรเป็นสีแพรวพรายประภัสสร เชื่อมโยงไปถึงรังสีของพระพุทธเจ้า ส่วนภาพเขียนที่ซ่อนความหมายในแง่ลบก็มี เช่น จระเข้ที่ปรากฏในบางภาพหมายถึงอวิชชา ความโง่ เปรียบได้กับมนุษย์ที่มีพฤติกรรมไปตามกิเลสตัณหาเหมือนกับสัตว์

ณ วันที่สัมภาษณ์ ท่านอังคารอายุแปดสิบเศษแล้วแต่ยังดูหนุ่มกว่าวัย คาถาพาหุงที่ท่านท่องเป็นทำนองให้ฟังยังชัดเจนเปี่ยมด้วยพลัง เรื่องราวต่างๆที่ท่านเล่าแสดงถึงจินตนาการทางภาพและภาษาที่ผสมกลมกลืนกันอยู่ในตัวตน ท่านยังทำงานอยู่เสมอทั้งงานวาดและงานเขียนโดยบอกว่า”เขียนไปเรื่อยๆเหมือนกับหายใจ” เมื่อการสนทนาเลี้ยวไปหาการเมือง แน่นอนว่าย่อมจะมีถ้อยคำแสบคันอยู่บ้างเมื่อเอ่ยถึงนักการเมืองโกงชาติ บทกวีวิจารณ์การบ้านการเมือง หรือกะเทาะเปลือกความเป็นมนุษย์ที่ท่านแต่งมีอยู่ไม่น้อย เช่น ตุลาฯ วันประชาธิปไตย โอ้อีศานโศกสลดหนอ และคลั่งสงครามห่ามร้ายอำมหิต เป็นต้น ส.ศิวรักษ์เขียนไว้ว่า”ใครก็ตามที่รู้จักอังคาร ย่อมต้องรู้ด้วยว่าเขาอุทิศตนและงานเขียนของเขาเพื่อผู้ยากไร้ เพื่อความยุติธรรมทางสังคม และเพื่อผู้ถูกเอารัดเอาเปรียบ...”

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้อยู่ในบ้านพักอาศัยของท่านอังคาร คุณอุ่นเรือนคู่ชีวิตและลูกๆ ซึ่งเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ห้องจัดแสดงผลงานมิได้แยกออกมาต่างหาก แต่ใช้พื้นที่ของฝาผนังภายในบ้าน เริ่มตั้งแต่ห้องแรกที่ก้าวเข้าไป ห้องนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นทั้งห้องรับแขกและห้องทำงาน ภาพที่จัดแสดงติดต่อเนื่องเข้าไปบริเวณโถงบันไดเล็กๆแล้วไล่ขึ้นไปตามช่องบันไดสู่ชั้นสองของบ้าน ผลงานที่จัดแสดงมีทั้งภาพและบทกวีลายมือท่านอังคารซึ่งถือว่าเป็นศิลปะอยู่ในตัวเอง เช่น บทกวีห้วงน้ำแห่งความอาลัย สำหรับภาพส่วนใหญ่เป็นภาพสเก็ตช์และภาพวาดด้วยเกรยองสีดำ เช่น รูปบุคคลมีลวดลายไทยประกอบ ลายกนกสะบัดปลิวอยู่บนเรือนผม รูปบุคคลลักษณะคล้ายเทวดาหรือพระโพธิสัตว์ บางรูปเขียนบทกวีไว้ด้านข้าง มีรูปหนึ่งที่แตกต่างจากรูปอื่น เป็นรูปผู้ชายหัวเถิกกำลังเดินและเล่นดนตรีไปด้วย มีเด็กผมแกละตีกลองเดินตามหลังมีหมานำหน้า รูปนี้เขียนด้วยลายเส้นอิสระ ให้อารมณ์สนุกสนานครื้นเครง นอกจากนั้นยังมีชิ้นส่วนสถาปัตยกรรมโบราณจัดแสดงด้วย เช่น ปูนปั้นที่มีลวดลายประดับ ก้อนอิฐสมัยอยุธยา และสมัยทวารวดี

ที่นี่ยังเป็นที่ทำการของสำนักพิมพ์กนรินทร์ จัดพิมพ์หนังสือผลงานของท่านและมีงาน reproduct ใส่กรอบเรียบร้อยสวยงามจัดจำหน่ายแก่ผู้สนใจอีกด้วย การเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ต้องติดต่อล่วงหน้าเพื่อให้เจ้าของบ้านและสมาชิกในบ้านมีเวลาเตรียมตัวรับรอง

ผู้เขียน: เกสรา จาติกวณิช

ข้อมูลจาก: สำรวจภาคสนามวันที่ 4 สิงหาคม 2551

ชอบ  |  แจ้งลบ


 
   
รีวิวพิพิธภัณฑ์นี้ ส่งให้เพื่อน แก้ไขข้อมูลพิพิธภัณฑ์นี้
 
   
: -
: -
: -
: อังคาร-ศุกร์ เวลา 10.00-18.00น. เสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00-19.00น. หยุดวันจันทร์
: -
: -
: -
: -
: -
จัดการโดย : -
เนื้อหา : -
สถานะ :
อัพเดท
  โหวต
77 คนโหวต
93.51 %
ชอบพิพิธภัณฑ์นี้ คุณล่ะ?
  ผังจัดแสดง  
ดูผังจัดแสดงทั้งหมด+
  แผนที่  
  วีดีโอ  
ดูวีดีโอทั้งหมด+
  แผ่นพับ  
ดูแผ่นพับทั้งหมด +
  พิพิธภัณฑ์อื่นๆที่คุณอาจสนใจ  
พิพิธภัณฑ์กรมที่ดิน
พิพิธภัณฑ์การศึกษาไทย โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
ห้องอนุสรณ์สถานปรีดี พนมยงค์
พิพิธภัณฑ์รัชกาลที่ 6
พิพิธภัณฑ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
 ดูทั้งหมด
  ข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากฐานข้อมูลอื่นๆของ ศมส.  
จารึกโคลงภาพฤาษีดัดตน ท่าที่ ๗ (แก้ปวดท้องแก้ข้อเท้า)
จารึกโคลงภาพฤาษีดัดตน ท่าที่ ๖๙ (แก้ขา)
โคกพลับ
การเปลี่ยนแปลงและการปรับตัวทางสังคมของชาวเขาเผ่าเย้าบ้านผาเดื่อ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
นโยบายการจัดการศึกษาของรัฐในชุมชนไทยมุสลิมจังหวัดชายแดนภาคใต้ (พ.ศ.2475-2535)
  Tags  
,
  แฟนพิพิธภัณฑ์
ฐานข้อมูลอื่นๆของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
  งานวิจัยทางชาติพันธุ์
จารึกในประเทศไทย
แหล่งโบราณคดีที่สำคัญในประเทศไทย
จดหมายเหตุทางมานุษยวิทยา
หนังสือเก่าชาวสยาม
ภาพยนตร์ชาติพันธุ์
ข่าวมานุษยวิทยา
ICH Learning Resources
เอกสารโบราณภูมิภาคตะวันตกในประเทศไทย
ฐานข้อมูลประเพณีท้องถิ่นในประเทศไทย
ฐานข้อมูลสังคม - วัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  รีวิวพิพิธภัณฑ์
เพิ่มพิพิธภัณฑ์ใหม่
พิพิธภัณฑ์วิทยา
บทความ
Blog
ข่าวพิพิธภัณฑ์
เทศกาลพิพิธภัณฑ์
เพื่อนพิพิธภัณฑ์
เกี่ยวกับเรา
  ข้อมูลโครงการ
ทีมงาน
ติดต่อเรา
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
facebook
e-newsletter
ช่วยเหลือ
  กฏกติกาและมารยาท
คำถามที่พบบ่อย
แนะนำและแจ้งปัญหา
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เลขที่ 20 ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170
Tel. +66 2 8809429 | Fax. +66 2 8809332 | E-mail. webmaster@sac.or.th 
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2549 | เงื่อนไขและข้อตกลง