ลืมรหัสผ่าน?

  Log in
   
สมัครสมาชิก
  Sign up
 
English (US)
 
ค้นหาข้อมูล
ค้นหาแบบละเอียด
 
  รีวิวพิพิธภัณฑ์โดยทีมงานและสมาชิก  
 
รีวิวของพิพิธภัณฑ์เครื่องราชศรัทธา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5(พิพิธภัณฑ์วัดประดู่)
เขียนโดย: webmaster (1127 เรื่อง) | เมื่อวันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2555
วัดประดู่เป็นวัดโบราณที่สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลาย “พิพิธภัณฑ์เครื่องราชศรัทธา” มีที่มา เนื่องจากในสมัยแผ่นดินพระพุทธเจ้าหลวง เมื่อครั้งเสด็จประพาสต้นตามหัวเมืองต่างๆ ในช่วง พ.ศ.2447 ได้เสด็จโดยทางเรือมายังมณฑลราชบุรี และในวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ.2447 ได้เสด็จมาแวะพักเสวยพระยาหารเช้าที่หน้าวัดประดู่ และทรงเสด็จไปทอดพระเนตรการรดน้ำมนต์ที่วัดประดู่ในครั้งนั้น หลวงปู่แจ้งซึ่งเป็นเจ้าอาวาสอยู่ขณะนั้นก็ได้รับกิจนิมนต์จากในพระราชวังเรื่อยมา  การเข้าไปรักษาในพระบรมมหาราชวังหลายครั้งหลายคราด้วยกัน ก็ได้รับพระราชทาน “เครื่องราชศรัทธา” มาเป็นจำนวนมาก หลวงปู่แจ้งและเจ้าอาวาสรูปต่อๆ มาจนถึงก่อนรูปปัจจุบันได้เก็บเครื่องราชศรัทธาไว้ตามห้องและกุฏิต่างๆ ภายในวัด  จนถึงสมัยของพระมหาจุลศักดิ์ อติศฺกดิโข เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน  จึงรวบรวมเครื่องราชศรัทธามาจัดระเบียบเสียใหม่   โดยในช่วงแรกประมาณปีพ.ศ.2540-2543 ได้แบ่งห้องภายในหมู่กุฏิของวัดมา 3 ห้องเพื่อจัดวางและให้ผู้ที่เข้ามาทำบุญหรือมาเที่ยววัดได้เข้าชม เครื่องราชศรัทธาที่ในหลวงรัชกาลที่ 5 พระราชทานมายังวัดประดู่ มีทั้ง ย่าม ตาลปัตร กาน้ำ ฝาบาตรฝังมุก ปิ่นโตอาหาร เครื่องราชศรัทธาหลายๆ ชิ้นที่ได้รับพระราชทานมานั้น จะมีการสลักไว้ว่า ได้มาจากงานใด เช่น งานฉลองพระราชพิธีโสกันต์ เป็นต้น 
 
จากนั้นประมาณ ปี พ.ศ. 2547 -2548 ท่านเจ้าอาวาส มีโครงการขยายพิพิธภัณฑ์เครื่องราชศรัทธา  ออกจากตัวอาคารกูฏิหลังเดิม  โดยก่อสร้างอาคารหลังใหม่เพื่อรองรับการจัดพิพิธภัณฑ์ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น  ปัจจุบันอาคารพิพิธภัณฑ์แบ่งออกเป็น 2 อาคาร
 
 อาคารหลังแรก จัดแสดงเครื่องราชศรัทธาที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5  เป็นอาคาร 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นห้องจัดแสดงสิ่งของต่างๆ ที่ได้รับถวายมาจากประชาชนทั่วไปที่มีความศรัทธาในหลวปู่แจ้งและพระมหาจุลศักดิ์ อติศฺกโข รวมถึงเจ้าอดีตอาวาสรูปอื่นๆด้วย  ส่วนชั้นบนจัดแสดงเครื่องราชศรัทธา และหุ่นจำลองพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง ภายในจังหวัดสมุทรสงคราม ตั้งแต่ในอดีตสมัยต้นรัตนโกสินทร์เป็นต้นมา ด้านบน มีห้องจัดแสดงทั้งหมด 3 ห้องใหญ่ๆ ตามผังหลักของเรือนไทย คือ มีอาคาร 3 หลังมาประกอบกันและพื้นที่ตรงกลางระหว่างอาคารทั้งสามหลังประดิษฐานพระพุทธรูปหยกขาว และหุ่นจำลองของหลวงปู่แจ้งและสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ห้องด้านซ้ายมือ  ในแต่ละห้องก็จะจัดเครื่องราชศรัทธาไว้ไม่แน่นมากหนัก นอกจากนั้นยังมีพระเครื่อง เครื่องเบญจรงค์ และหุ่นเรซินจำลองของพระเกจิอาจารย์ในอดีต  ภายในติดแอร์เพื่อรักษาอุณหภูมิภายในห้องเนื่องจากเรซิ่นนั้นต้องมีการควบคุมอุณหภูมิในการจัดวางด้วย 
 
ห้องที่ 2 ภายในอาคารเรือนไทยหลังเดียวกันก็ยังจัดแสดงเรื่องราวคล้ายๆ กัน แต่จะมีเน้นเรื่องราวพระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมากขึ้น  มีพระรูปแกะสลักของพระองค์ท่านและสิ่งของจัดแสดงต่างๆ ทั้งที่เป็นพระบรมฉายาลักษณ์ และป้ายความรู้ที่เกี่ยวกับพระองค์  บริเวณหน้าประตูทางเข้าเรือนหลังที่ 2 จะมีรั้วลูกกรงของวังกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ เป็นรูปทหารเรือแบกปืนอยู่ในท่าเดิน พระมหาจุลศักดิ์เล่าว่า เมื่อก่อนนั้น ตรงบริเวณวัดประดู่นั้นเป็นอำเภอวัดประดู่ของมณฑลราชบุรี แล้วต่อมาเปลี่ยนเป็นอำเภอแม่น้ำอ้อม จากนั้นก็เป็นกิ่งอำเภอวัดเพลง และปัจจุบันก็เป็นอำเภออัมพวา ของจังหวัดสมุทรสงคราม บริเวณของวัดประดู่แต่เดิมเคยเป็นพื้นที่ฝึกทหารเรือ ทำให้ในปัจจุบันรั้วที่ริมเขื่อนหน้าวัดประดู่นั้น ยังเป็นรูปทหารเรือ โดยถอดเแบบจากรั้วเดิม ห้องที่ 3 ของเรือนหลังนี้ จัดแสดงเครื่องเบญจรงค์เล็กและเครื่องถ้วยเก่าของวัด
 
เมื่อลงจากอาคารพิพิธภัณฑ์หลังแรก ออกมาทางที่จอดรถ จะพบอาคารไม้ซึ่งเป็นอาคารอีกส่วนหนึ่งของที่จัดแสดงหุ่นจำลองพระเกจิอาจารย์ชื่อดังในลุ่มแม่น้ำแม่กลอง  นอกจากนั้นยัวจัดแสดงเครื่องถ้วยชามเบญจรงค์  กระเบื้องเคลือบ  เครื่องทองเหลือง และหม้อน้ำมนต์เก่าของทางวัด ด้านบนของเพดานอาคารพิพิธภัณฑ์นั้น ท่านเจ้าอาวาสได้ให้ช่างเขียนรูปจำลองจากวรรณคดีเรื่องทศกัณฐ์ ไว้อย่างน่าชม
 
การเข้ามาเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์นั้นไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น นอกจากนี้ทางวัดยังมีมัคคุเทศก์น้อยนำชมอย่างน่าสนุกสนาน เด็กๆ ที่มาทำหน้าที่นำชมนี้บางคนเพิ่งอยู่ประถม 4 หรือ 5 เท่านั้น แต่พูดจาฉะฉาน เนื่องจากก่อนหน้านี้ทางวัดเคยจัดหลักสูตรมัคคุเทศก์น้อย  แต่ต่อมาเมื่อพระที่เป็นผู้อบรมได้ย้ายไปที่อื่นก็ไม่ได้มีการจัดหลักสูตรนี้อีก
 
ภูมิประเทศของบริเวณโดยรอบพิพิธภัณฑ์  ส่วนใหญ่เป็นสวนผลไม้เช่น ส้มโอ  ลิ้นจี่  สวนมะพร้าว มีลำคลองไหลผ่านหน้าวัด ในอดีตเป็นเส้นทางสัญจรไปมาระหว่างชาวบ้านอัมพวากับวัดเพลงเพราะสามารถพายเรือลัดเลาะไปตามเส้นทางคลองนี้เรื่อยๆ ก็จะสามารถเดินทางถึงตัวจังหวัดราชบุรีได้
 
เมธินีย์  ชอุ่มผล เรื่อง
สำรวจวันที่ 26 เมษายน 2552

ชอบ  |  แจ้งลบ


 
   
รีวิวพิพิธภัณฑ์นี้ ส่งให้เพื่อน แก้ไขข้อมูลพิพิธภัณฑ์นี้
 
   
: -
: -
: -
: อังคาร-ศุกร์ เวลา 10.00-18.00น. เสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00-19.00น. หยุดวันจันทร์
: -
: -
: -
: -
: -
จัดการโดย : -
เนื้อหา : -
สถานะ :
อัพเดท
  โหวต
78 คนโหวต
93.59 %
ชอบพิพิธภัณฑ์นี้ คุณล่ะ?
  ผังจัดแสดง  
ดูผังจัดแสดงทั้งหมด+
  แผนที่  
  วีดีโอ  
ดูวีดีโอทั้งหมด+
  แผ่นพับ  
ดูแผ่นพับทั้งหมด +
  พิพิธภัณฑ์อื่นๆที่คุณอาจสนใจ  
พิพิธภัณฑ์กรมที่ดิน
พิพิธภัณฑ์การศึกษาไทย โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
ห้องอนุสรณ์สถานปรีดี พนมยงค์
พิพิธภัณฑ์รัชกาลที่ 6
พิพิธภัณฑ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
 ดูทั้งหมด
  ข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากฐานข้อมูลอื่นๆของ ศมส.  
จารึกบนแผ่นอิฐวัดนาราบ ๒
จารึกเรื่องฉันท์วรรณพฤติ แผ่นที่ ๒๕ (กุสุมวิจิตรฉันท์)
โคกพลับ
การเปลี่ยนแปลงลักษณะและความหมายของคำในภาษาพวน
บทบาทเครือญาติของชาวผู้ไทบ้านธาตุ อำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร
  Tags  
,
  แฟนพิพิธภัณฑ์
ฐานข้อมูลอื่นๆของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
  งานวิจัยทางชาติพันธุ์
จารึกในประเทศไทย
แหล่งโบราณคดีที่สำคัญในประเทศไทย
จดหมายเหตุทางมานุษยวิทยา
หนังสือเก่าชาวสยาม
ภาพยนตร์ชาติพันธุ์
ข่าวมานุษยวิทยา
ICH Learning Resources
เอกสารโบราณภูมิภาคตะวันตกในประเทศไทย
ฐานข้อมูลประเพณีท้องถิ่นในประเทศไทย
ฐานข้อมูลสังคม - วัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  รีวิวพิพิธภัณฑ์
เพิ่มพิพิธภัณฑ์ใหม่
พิพิธภัณฑ์วิทยา
บทความ
Blog
ข่าวพิพิธภัณฑ์
เทศกาลพิพิธภัณฑ์
เพื่อนพิพิธภัณฑ์
เกี่ยวกับเรา
  ข้อมูลโครงการ
ทีมงาน
ติดต่อเรา
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
facebook
e-newsletter
ช่วยเหลือ
  กฏกติกาและมารยาท
คำถามที่พบบ่อย
แนะนำและแจ้งปัญหา
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เลขที่ 20 ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170
Tel. +66 2 8809429 | Fax. +66 2 8809332 | E-mail. webmaster@sac.or.th 
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2549 | เงื่อนไขและข้อตกลง