ค้นหาข้อมูล
ค้นหาแบบละเอียด
     
ค้นหาจารึกจาก
ชื่อจารึก อักษร ภาษา
จังหวัดที่พบ คำค้นหา ชุดคำค้น
หรือพิมพ์ชื่อ
 
จารึกบนหัวระฆังสัมฤทธิ์ (บนขอบหัวระฆัง)
จารึกกู่วัดเสาหิน
 
   
แสดงจารึกจากชุดคำค้น "ศาสนา-จารึกในพระพุทธศาสนา" จำนวน 1533 รายการ
 

     
 
ชื่อจารึก : จารึกวัดศรีชุม
เนื้อหาโดยสังเขป :
จารึกหลักนี้ เป็นคำสรรเสริญสมเด็จพระมหาเถรศรีศรัทธาราชจุฬามุณี ศรีรัตนลังกาทีปมหาสามีเป็นเจ้า ซึ่งเป็นบุตรของพระยาคำแหง (พระราม) เป็นหลานของพ่อขุนผาเมือง แต่ผู้แต่งจารึกหลักนี้ เห็นจะไม่ใช่พระมหาเถรนั้น เป็นผู้อื่น ผู้ใช้คำว่า “กู” ในด้านที่ ๒ ตั้งแต่บรรทัดที่ ๔๕ ไป แต่ผู้แต่งนั้นจะชื่ออะไรไม่ปรากฏ บางทีจะได้ออกชื่อไว้ในตอนต้นของจารึกหลักนี้แล้ว แต่ตอนต้นชำรุดเสียหมดอ่านไม่ได้ คำจารึกหลักนี้แบ่งออกเป็นหลายตอน คือ ตอนที่ ๑ (ด้านที่ ๑ บรรทัดที่ ๑ ถึง ๗) ชำรุดมาก แต่เข้าใจว่าเป็นคำนำมีชื่อพระมหาเถรศรีศรัทธาฯ ตอนที่ ๒ (ตั้งแต่บรรทัดที่ ๘ ถึง ๒๐) เป็นประวัติของพ่อขุนศรีนาวนำถม ตอนที่ ๓ (ตั้งแต่บรรทัดที่ ๒๑ ถึง ๔๑) เป็นเรื่องพ่อขุนผาเมืองตั้งราชวงศ์สุโขทัยและเรื่องราชวงศ์สุโขทัย ตอนที่ ๔ (ตั้งแต่บรรทัดที่ ๔๑ ถึง ๕๒) เป็นคำสรรเสริญพระมหาเถรศรีศรัทธาฯ ตอนที่ ๕ (ตั้งแต่บรรทัดที่ ๕๓ ถึง ๖๑) เป็นเรื่องอิทธิปาฏิหาริย์ในการเสี่ยงพระบารมี โดยวิธีอธิษฐานต่างๆของพระมหาเถรศรีศรัทธาฯ ตอนที่ ๖ (ตั้งแต่บรรทัดที่ ๖๑ ถึง ด้านที่ ๒ บรรทัดที่ ๕) ในตอนนี้เป็นประวัติของสมเด็จพระมหาเถรศรีศรัทธาฯ เมื่อยังอยู่ในคิหิเพศ แบ่งออกเป็นสามพลความคือ ก.(ตั้งแต่บรรทัดที่ ๖๑ ถึง ๗๕) เป็นเรื่องเจ้าศรีศรัทธาฯ ทรงทำยุทธหัตถี (ชนช้าง) กับขุนจัง ข. (ตั้งแต่บรรทัดที่ ๗๖ ถึง ๗๙) เป็นเรื่องประวัติเมื่อเจ้าศรีศรัทธาฯ ทรงเจริญวัยเป็นหนุ่ม ค. (ตั้งแต่บรรทัดที่ ๗๙ ถึงด้านที่ ๒ บรรทัดที่ ๕) เป็นเรื่องเจ้าศรีศรัทธาฯ ได้ทรงศึกษาศิลปวิทยาต่างๆ แล้ว และทรงเบื่อหน่ายในฆราวาสวิสัย แลมีศรัทธาเลื่อมใสออกผนวชในพระพุทธศาสนา ตอนที่ ๗ (ตั้งแต่ด้านที่ ๒ บรรทัดที่ ๖ ถึง ๑๙) เล่าเรื่องมหาเถรศรีศรัทธาฯ ได้บำเพ็ญการกุศลแลสร้างถาวรวัตถุต่างๆ ตอนที่ ๘ (ตั้งแต่บรรทัดที่ ๒๐ ถึง ๔๘) เป็นเรื่องพระมหาเถรได้ปฏิสังขรณ์วัดมหาธาตุเมืองสุโขทัย ตอนที่ ๙ (ตั้งแต่บรรทัดที่ ๔๙ ถึงบรรทัดสุดท้าย) เป็นเรื่องแสดงปาฏิหาริย์ของพระธาตุต่างๆ ในเมืองสุโขทัย

ชุดคำค้น : อายุ-จารึกพุทธศตวรรษที่ 19, อายุ-จารึกพุทธศตวรรษที่ 20, อายุ-จารึกพุทธศตวรรษที่ 19-20, ยุคสมัย-จารึกสมัยสุโขทัย, วัตถุ-จารึกบนหิน, วัตถุ-จารึกบนหินดินดาน, ลักษณะ-จารึกบนใบเสมา, ที่อยู่ปัจจุบัน-จารึกในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, ศาสนา-จารึกในพระพุทธศาสนา, เรื่อง-การสรรเสริญบุคคล, เรื่อง-การสรรเสริญบุคคล-สมเด็จพระมหาเถรศรีศรัทธาราชจุฬามุณี ศรีรัตนลังกาทีปมหาสามีเป็นเจ้า, เรื่อง-ประวัติศาสตร์-เมืองสุโขทัย, เรื่อง-กษัตริย์และผู้ครองนคร-ขุนผาเมือง, เรื่อง-กษัตริย์และผู้ครองนคร-พ่อขุนศรีนาวนำถม, เรื่อง-กษัตริย์และผู้ครองนคร-พระยาคำแหง, เรื่อง-การสรรเสริญ-สมเด็จพระมหาเถรศรีศรัทธาราชจุฬามณี, เรื่อง-ประวัติศาสตร์สุโขทัย, เรื่อง-การบริจาคและการทำบุญ, เรื่อง-การบริจาคและการทำบุญ-สร้างวัดหรือศาสนสถาน, เรื่อง-ประวัติและตำนาน-วัดมหาธาตุ สุโขทัย, เรื่อง-การบูรณะปฏิสังขรณ์ศาสนสถาน, บุคคล-กษัตริย์และผู้ครองกรุงสุโขทัย, บุคคล-กษัตริย์และผู้ครองกรุงสุโขทัย-พ่อขุนรามคำแหงมหาราช, บุคคล-กษัตริย์และผู้ครองกรุงสุโขทัย-ขุนผาเมือง, บุคคล-กษัตริย์และผู้ครองกรุงสุโขทัย-พ่อขุนศรีนาวนำถม, บุคคล-สมเด็จพระมหาเถรศรีศรัทธาราชจุฬามุณี ศรีรัตนลังกาทีปมหาสามีเป็นเจ้า, บุคคล-พ่อขุนรามคำแหงมหาราช, บุคคล-ขุนจัง, บุคคล-พ่อขุนผาเมือง, บุคคล-พ่อขุนศรีนาวนำถม,

อ่านรายละเอียด >>
     
 
ชื่อจารึก : สัญญาไทย-ฝรั่งเศส ครั้งสมเด็จพระนารายณ์ฯ
เนื้อหาโดยสังเขป :
หนังสือสัญญาระหว่างไทยกับฝรั่งเศสเรื่องการอนุญาตให้บริษัทฝรั่งเศสเข้ามาค้าขายในประเทศไทยโดยมีเงื่อนไขต่างๆ ๑๒ ข้อ ได้แก่
(๑) พระบาทสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พระราชทานที่ดินแก่บริษัทฝรั่งเศสเพื่อสร้างตึกสำหรับการค้าขาย
(๒) พระบาทสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงอนุญาตให้บริษัทฝรั่งเศสค้าขายในกรุงศรีอยุธยาโดยไม่คิดจังกอบและฤชา และสามารถซื้อสินค้าของชาติอื่นๆ ได้ตามต้องการ แต่ถ้าเป็นของที่ทางราชการไทยต้องการเช่นเดียวกันทางไทยก็จะแบ่งขายให้ในราคาทุนที่ซื้อมา หากบริษัทต้องการซื้อดีบุกนอกเมืองถลางบางคลี งาช้าง ช้าง ดินประสิวขาว ดีบุกดำ หมากกรอกและฝาง ทางพระคลังจะขายให้ในราคาที่ซื้อขายกับลูกค้ารายอื่นๆ โดยห้ามไม่ให้บริษัทฝรั่งเศสซื้อขายสินค้าดังกล่าวกับผู้อื่น ส่วนสินค้าต้องห้าม ได้แก่ ดินประสิวขาว-ดำ กำมะถัน ปืนและอาวุธ จะสามารถซื้อขายได้เมื่อพระนารายณ์มีพระราชประสงค์เท่านั้น นอกจากนี้ บริษัทฝรั่งเศสต้องยื่นบัญชีสินค้าให้ทางราชการดูก่อน หากทางการต้องการสินค้าใดย่อมมีสิทธิ์ซื้อก่อนผู้อื่น อีกประการหนึ่งคือ ห้ามฝรั่งเศสซื้อหนังจากกรุงศรีอยุธยาฝ่ายเหนือ ฝ่ายใต้จนถึงปากน้ำเจ้าพระยาเพราะพระราชทานสิทธิ์แก่บริษัทฮอลันดาแล้ว แต่หากจะซื้อจากที่อื่นโดยไม่ได้นำเข้ามาก็สามารถซื้อขายได้
(๓) อย่าให้พนักงานเรียกเก็บจังกอบเมื่อบริษัทไปค้าขายต่างเมือง
(๔) ถ้าบริษัทเช่าระวางของผู้อื่นไปค้าขาย ให้เงื่อนไขเป็นไปตามข้อสองและข้อสาม (๕) หากคนฝรั่งเศสหรือคนในบังคับของบริษัทก่อเหตุฆ่ากันตาย ให้ใช้กฎหมายฝรั่งเศส โดยส่งตัวกลับไปลงโทษที่ฝรั่งเศส หากต้องอาญาหรือเป็นความแพ่งกับคนฝรั่งเศสและชาติอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในบังคับของบริษัท ให้ตุลาการของทางราชการไทยเป็นผู้พิจารณาคดีแต่ต้องมีนายบริษัทฝรั่งเศสอยู่ด้วย
(๖) บริษัทฝรั่งเศสสามารถซื้อขายที่เมืองถลางบางคลีโดยไม่เสียจังกอบและฤชา และอนุญาตให้ซื้อดีบุกในเมืองนั้นได้เพียงผู้เดียว หากผู้ใดลักลอบซื้อ ให้ริบแล้วแบ่งเป็นสี่ส่วน โดยสองส่วนให้เป็นของหลวง ส่วนหนึ่งให้โจทย์ อีกส่วนหนึ่งให้บริษัทฝรั่งเศส สินค้าที่ฝรั่งเศสนำมาขายและดีบุกที่จะซื้อให้เจ้าเมืองและบริษัทตกลงกันอย่าให้ขึ้นลงราคาตามใจชอบ สำหรับอากรดีบุกที่เมืองถลางให้ทางคลังเรียกเก็บตามธรรมเนียม และห้ามราษฎรซื้อขายดีบุกตั้งแต่เดือน ๑๐ ปีมะโรง สัมฤทธิ์ศก
(๗) หากฝรั่งเศสต้องการสร้างตึกค้าขายที่หัวเมืองและเมืองขึ้นของกรุงศรีอยุธยาสามารถทำได้โดยมีเงื่อนไขเช่นเดียวกับข้อ ๒-๕ แต่ห้ามซื้อขายดีบุกที่เมืองนครเพราะเป็นสิทธิ์ของฮอลันดา
(๘) หากเรือกำปั่นของบริษัทเสียในบริเวณที่ขึ้นแก่กรุงศรีอยุธยา ให้บริษัทเก็บสินค้าไว้อย่าให้เจ้าเมืองหรือผู้ใดนำไป
(๙) ทางบริษัทฝรั่งเศสต้องสัญญาว่าจะไม่ให้ที่ดินซึ่งพระนารายณ์ฯ พระราชทาน เป็นที่อาศัยหรือช่วยเหลือศัตรูของกรุงศรีอยุธยา
(๑๐) หากชาวฝรั่งเศสที่มีลูกเมียในกรุงศรีอยุธยาและเมืองขึ้น ต้องการออกไปจากกรุงศรีอยุธยาก็สามารถนำทั้งลูกเมียและทรัพย์สินทั้งปวงของตนไปด้วยได้
(๑๑) ชาวฝรั่งเศสที่เดินทางมากรุงศรีอยุธยาหรือเมืองขึ้นโดยเรือกำปั่นของพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ ก็ดี มากับกำปั่นของบริษัทก็ดี อย่าให้เจ้าพนักงานชักชวนให้ละไปจากเรือ หากมีการหลบหนี ให้เจ้าพนักงานนำตัวมาให้แก่นายกำปั่นให้ได้
(๑๒) พระนารายณ์ ฯ ทรงเห็นชอบกับสัญญาเรื่องการค้าพริกไทยกับฝรั่งเศสที่ทำขึ้นใน พ.ศ. ๒๒๒๗ (ที่จริงคือพ.ศ. ๒๒๒๖) และมีพระราชโองการว่าพริกที่ถูกริบและไหมที่ได้มาจากผู้ลักลอบนั้นให้แบ่งเป็นสี่ส่วน ๒ ส่วนให้เป็นของหลวง ส่วนหนึ่งให้แก่ผู้ส่อ อีกส่วนหนึ่งให้แก่บริษัทฝรั่งเศส โดยขณะที่ทำการแบ่งให้ทุกฝ่ายอยู่ด้วยกัน แต่ละฝ่ายมีกุญแจของตน เพื่อป้องกันการทะเลาะวิวาท
ตอนท้ายกล่าวถึงการเขียนเป็นภาษาไทย ๓ ฉบับ ภาษาฝรั่งเศส ๓ ฉบับ ภาษาโปรตุเกส ๓ ฉบับ ระบุสถานที่เขียนคือ เมืองลพบุรี ในวันพฤหัสบดี เดือนอ้ายขึ้นแปดค่ำ พ.ศ. ๒๒๓๑ ปีเถาะนพศก

ชุดคำค้น : อายุ-พ.ศ. 2230, อายุ-จารึกพุทธศตวรรษที่ 23, ยุคสมัย-จารึกสมัยอยุธยา, ยุคสมัย-จารึกสมัยอยุธยา-สมเด็จพระนารายณ์มหาราช, ยุคสมัย-จารึกสมัยอยุธยา-พระรามาธิบดีที่ 3, วัตถุ-จารึกบนกระดาษฝรั่ง, ลักษณะ-จารึกแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า, ศาสนา-จารึกในพระพุทธศาสนา, ที่อยู่ปัจจุบัน-จารึกหอจดหมายแห่งชาติ กระทรวงอาณานิคม ประเทศฝรั่งเศส, ที่อยู่ปัจจุบัน-จารึกที่พิพิธภัณฑสถานทหารบก กรุงเทพฯ, เรื่อง-ประวัติศาสตร์-สนธิสัญญาระหว่างไทยกับฝรั่งเศส, บุคคล-ออกญาพระเสด็จสุเรนทราธิบดีศรีศุปราชพิริยพาหุ, บุคคล-พระศรีพิพัฒน์ราชโกษา,

อ่านรายละเอียด >>
     
 
ชื่อจารึก : จารึกวัดป่ามะม่วง (ภาษาไทย) หลักที่ ๑
เนื้อหาโดยสังเขป :
คำจารึกภาษาเขมร กับคำจารึกภาษาไทยผิดกันบ้างเล็กน้อย ยกเป็นตัวอย่าง คำจารึกภาษาไทยไม่กล่าวถึง เรื่องพรญาฦาไทยเสด็จไปปราบจลาจลในเมืองสุโขทัย เมื่อ ม.ศ. ๑๒๖๙ และไม่กล่าวถึงเรื่องประดิษฐานรูปพระอิศวร พระนารายณ์ ในหอเทวาลัยป่ามะม่วง ส่วนเรื่องพระยารามราช คือ พ่อขุนรามคำแหง ได้ปลูกต้นมะม่วงมีแต่ในจารึกภาษาไทย ในคำเขมรไม่มี นอกจากนั้นคำจารึกทั้งสอง มีเนื้อความอย่างเดียวกันทุกๆ ประการ

ชุดคำค้น : อายุ-จารึก พ.ศ. 1904, อายุ-จารึกพุทธศตวรรษที่ 20, ยุคสมัย-จารึกสมัยสุโขทัย, ยุคสมัย-จารึกสมัยสุโขทัย-พระมหาธรรมราชาที่ 1, วัตถุ-จารึกบนหิน, วัตถุ-จารึกบนหินทราย, ลักษณะ-จารึกบนหลักสี่เหลี่ยม, ที่อยู่ปัจจุบัน-ที่อยู่ปัจจุบัน-จารึกในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, ศาสนา-จารึกในพระพุทธศาสนา, เรื่อง-ประวัติศาสตร์สุโขทัย, เรื่อง-พิธีกรรมทางศาสนา-ปลูกมะม่วง,

อ่านรายละเอียด >>
     
 
ชื่อจารึก : จารึกธรรมจักร (นครปฐม)
เนื้อหาโดยสังเขป :
คาถาที่ปรากฏอยู่นี้ อาจเรียกอย่างง่ายๆ ว่า “คำพรรณนาถึงพระอริยสัจ ๔” โดยมีเนื้อหากล่าวเปรียบเทียบว่า จักร คือ พระธรรมของพระพุทธเจ้า ซึ่งแสดงถึงอริยสัจจ์ ๔ คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค โดยหมุนวนครบ ๓ รอบ เป็นสัจจญาณ กิจจญาณ กตญาณ มีอาการ ๑๒ อย่าง คำพรรณนาเช่นนี้ ยังพบได้ใน จารึกเสาแปดเหลี่ยม (ซับจำปา) (หรือ ลบ. ๑๗) และ จารึกฐานรองพระธรรมจักร (สพ. ๑) แต่จะมีคำต่างกันเล็กน้อย คือ ในจารึกทั้ง ๒ ที่กล่าวข้างต้นจะใช้คำว่า “วตฺตํ” แต่ในขณะที่จารึกธรรมจักร ๑ (นครปฐม) นี้ จะใช้คำว่า “วฏฺฏํ” สำหรับคำจารึกนี้ ศ. ยอร์ช เซเดส์ ได้กล่าวเกี่ยวกับที่มาว่า “เราไม่สามารถที่จะค้นหาที่มาอย่างถูกต้อง ของคำพรรณนาถึงพระอริยสัจ ๔ ได้ เพราะเหตุว่าคำนี้มีกล่าวอยู่ทั่วไปในคัมภีร์ต่างๆ ทางพระพุทธศาสนา สำหรับการแสดงถึงญาณ ๓ ประการที่เกี่ยวกับพระอริยสัจ ๔ คือเกี่ยวกับกิจที่จะต้องกระทำ และกิจที่ได้ทำแล้วนั้น เราจะเห็นว่ามีอยู่ในหนังสือมหาวัคค์ แห่งพระวินัยปิฏก เช่นเดียวกับในหนังสือของพระอรรถกถาจารย์ คือ สมันตปาสาทิกา แต่จารึกบนกำนั้นได้ให้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับประโยชน์ ๔ อย่าง (อัตถ) แห่งความจริงของมรรค คือ การนำ เหตุ การเห็น และความสามารถ ข้อความนี้อาจจะมาจากคัมภีร์ ปฏิสัมภิทามัคค์ หรือ จากหนังสือวิสุทธิมัคค์ ของพระพุทธโฆส และจากหนังสืออธิบายของพระธัมมปาละ ทั้งสองเล่มนี้ แต่งขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๐ อย่างไรก็ดี คำสั่งสอนนี้ก็เป็นคำสั่งสอนที่มีอยู่ในหนังสือทุกสมัย เป็นต้นว่า ในหนังสือสารัตถสมุจจัย ซึ่งเป็นหนังสืออธิบายของภาณวาร และคงจะแต่งขึ้นในรัชกาลของพระเจ้าปรากรมพาหุแห่งเกาะลังกา (ครึ่งแรกของพุทธศตวรรษที่ ๑๘) จารึกที่มีลักษณะเป็นพิเศษที่สุดก็คือ จารึกบนดุม ได้แก่ จารึกบนขอบชั้นใน (ดุม ๑) เพราะจารึกบนขอบชั้นนอก (ดุม ๒) นั้นเป็นจารึกที่ไม่มีแบบที่ไหนเลย จารึกบนขอบชั้นใน (ดุม ๑) เป็นคาถา ซึ่งแม้ว่าจะเห็นกันอยู่เสมอ แต่เมื่อมีสัมผัสรับกันอยู่เช่นนี้ ก็เห็นได้ว่าคงจะลอกมาจากที่อื่นทั้งคาถา ตามความรู้ของข้าพเจ้า คาถาบทนี้ไม่ได้มีอยู่ในคัมภีร์อื่นๆ อีกเลย นอกจากในหนังสือสารัตถสมุจจัย และปฐมสมโพธิ ซึ่งได้กล่าวถึงประโยชน์ ๔ อย่างของมรรคด้วย แต่อายุหนังสือเหล่านี้ ก็อ่อนกว่าอายุของตัวอักษรที่ใช้จารึกบนพระธรรมจักร ซึ่งพบที่พระปฐมเจดีย์นี้เป็นแน่นอน เราจึงไม่อาจจะกล่าวได้ว่า หนังสือเล่มหนึ่งเล่มใดในสองเล่มข้างต้น เป็นที่มาของคาถาที่จารึกบนขอบดุมชั้นใน (ดุม ๑) ของพระธรรมจักรได้ สิ่งที่ควรค้นหาก็คือ ที่มาของจารึกและหนังสือทั้งสองเล่มนั้น แต่ในที่นี้ เราไม่อาจจะกล่าวอะไรยิ่งไปกว่านี้ได้”

ชุดคำค้น : อายุ-จารึกพุทธศตวรรษที่ 12, ยุคสมัย-จารึกสมัยทวารวดี, วัตถุ-จารึกบนหิน, ลักษณะ-จารึกบนธรรมจักร, ศาสนา-จารึกในพระพุทธศาสนา, ที่อยู่ปัจจุบัน-จารึกในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, เรื่อง-เวทมนตร์คาถาในพระพุทธศาสนา, เรื่อง-เวทมนตร์คาถาในพระพุทธศาสนา-อริยสัจ 4,

อ่านรายละเอียด >>
     
 
ชื่อจารึก : จารึกวัดโพธิ์ร้าง
เนื้อหาโดยสังเขป :
กล่าวถึงการกัลปนาของคนทรงเจ้า ๒ คน ให้แก่พระอารามแห่งหนึ่ง

ชุดคำค้น : อายุ-จารึกพุทธศตวรรษที่ 12, ยุคสมัย-จารึกสมัยทวารวดี, วัตถุ-จารึกบนหินชนวน, ลักษณะ-จารึกบนชิ้นส่วนชำรุด, ที่อยู่ปัจจุบัน-จารึกในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์, ศาสนา-จารึกในพระพุทธศาสนา, เรื่อง-การบริจาคและการทำบุญ, เรื่อง-พิธีกรรมทางศาสนา, เรื่อง-พิธีกรรมทางศาสนา-กัลปนา,

อ่านรายละเอียด >>
     
 
ชื่อจารึก : จารึกวัดพระยืน
เนื้อหาโดยสังเขป :
ข้อความที่จารึก คำขึ้นต้นของจารึกด้านที่ ๑ บรรทัดแรก เป็นคำนอบน้อมพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยภาษาบาลี ข้อความต่อจากนั้นไปเป็นภาษาไทย กล่าวถึงพระนามกษัตริย์แห่งราชวงศ์มังรายบางพระองค์ ได้กล่าวถึงมูลเหตุที่ไปอาราธนาพระสุมนมหาเถร จากนครสุโขทัย มาเผยแพร่พระพุทธศาสนายังล้านนา ในปี พ.ศ. ๑๙๑๒ และได้นิมนต์ท่านมาอยู่ที่วัดพระยืน ในหริภุญไชยนคร คือ จังหวัดลำพูน และได้กล่าวสรรเสริญเกียรติคุณแห่งพระมหาเถร ด้านที่ ๒ กล่าวถึงการปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุต่างๆ ภายในวัดพระยืน รวมทั้งพระเจดีย์ที่มีพระพุทธรูปสมัยหริภุญไชย ประดิษฐานประทับยืนอยู่ในซุ้มคูหา

ชุดคำค้น : อายุ-จารึก พ.ศ. 1913, อายุ-จารึกพุทธศตวรรษที่ 20, ยุคสมัย-จารึกสมัยล้านนา, ยุคสมัย-จารึกสมัยล้านนา-พระเจ้ากือนา, วัตถุ-จารึกบนหิน, วัตถุ-จารึกบนหินดินดาน, ลักษณะ-จารึกบนใบเสมา, ที่อยู่ปัจจุบัน-จารึกวัดพระยืน ลำพูน, ศาสนา-จารึกในพระพุทธศาสนา, เรื่อง-ประวัติศาสตร์ล้านนา, เรื่อง-ประวัติศาสตร์หริภุญไชยนคร, เรื่อง-การบริจาคและการทำบุญ, เรื่อง-การบริจาคและการทำบุญ-สร้างถาวรวัตถุ, บุคคล-พระสุมนมหาเถร,

อ่านรายละเอียด >>
     
 
ชื่อจารึก : จารึกวัดสมุหนิมิต
เนื้อหาโดยสังเขป :
ด้านที่ ๑ : พ.ศ. ๒๓๑๙ อาจารย์วัดจำปา ภิกษุ สามเณร และสีกาบุญรอด ซึ่งเป็นผู้อุปการะ ไปนำหินจากเขาโพมาสร้างพระพุทธรูปปางสมาธิ ๒๑ องค์ พระอรหันต์ ๙ องค์ มีการบอกรายนามผู้สร้างและปิดทอง จากนั้นกล่าวถึงการอัญเชิญพระพุทธรูปปางสมาธิ ๙ องค์ และพระอรหันต์ ๘ องค์ ไปประดิษฐาน ณ ถ้ำศิลาเตียบ ต่อมาเจ้าพระยาไชยาและทายกทั้งปวงแห่พระพุทธรูปไปประดิษฐาน ณ ถ้ำวิหารพระโค ๒๓ องค์ ตอนท้ายกล่าวว่าหากผู้ใดนมัสการให้ทำการกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลแก่สัตว์ทั้งหลายด้วย ด้านที่ ๒ : (ข้อความต่อเนื่องจากด้านที่ ๑) เนื้อหาส่วนใหญ่กล่าวถึงการถวายที่นาให้แก่วัด โดยระบุชื่อและจำนวนที่ถวาย มีการสาปแช่งผู้ที่จะเบียดบังที่นาและจังหันของพระสงฆ์ให้พบกับอันตราย ๑๖ ประการ ตอนท้ายระบุศักราชตรงกับ พ.ศ. ๒๓๑๙ โดยเทียบไว้ทั้งพุทธศักราช, จุลศักราชและมหาศักราช

ชุดคำค้น : อายุ-จารึก พ.ศ. 2319, ยุคสมัย-จารึกสมัยรัตนโกสินทร์, วัตถุ-จารึกบนหิน, วัตถุ-จารึกบนหินทราย, วัตถุ-จารึกบนหินทรายสีแดง, ลักษณะ-จารึกบนใบเสมา, ศาสนา-จารึกในพระพุทธศาสนา, ที่อยู่ปัจจุบัน-จารึกวัดสมุหนิมิต สุราษฏร์ธานี, เรื่อง-การบริจาคและการทำบุญ, เรื่อง-การบริจาคและการทำบุญ-สร้างพระพุทธรูป, เรื่อง-พิธีกรรมทางศาสนา, เรื่อง-พิธีกรรมทางศาสนา-กัลปนา, เรื่อง-กัลปนา, เรื่อง-พิธีกรรมตามความเชื่อ-สาปแช่ง, บุคคล-เจ้าพระยาไชยา,

อ่านรายละเอียด >>
     
 
ชื่อจารึก : จารึกลานทอง วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี
เนื้อหาโดยสังเขป :
พระราชาองค์หนึ่งโปรดให้สร้างสถูปและบรรจุพระบรมธาตุ ต่อมาพระโอรสของกษัตริย์พระองค์นั้นได้ทำการปฏิสังขรณ์และบรรจุพระบรมธาตุรวมทั้งบูชาด้วยเครื่องบูชาต่างๆ เช่น ทองคำ โดยตั้งความปรารถนาขอให้ได้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต

ชุดคำค้น : ยุคสมัย-จารึกพุทธศตวรรษที่ 24, ยุคสมัย-จารึกสมัยรัตนโกสินทร์, วัตถุ-จารึกบนทองคำ, ลักษณะ-จารึกบนแผ่นสีเหลี่ยมผืนผ้า, ศาสนา-จารึกในพระพุทธศาสนา, ที่อยู่ปัจจุบัน-จารึกในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, เรื่อง-การบริจาคและการทำบุญ, เรื่อง-การบริจาคและการทำบุญ-สร้างสถูป, เรื่อง-พิธีกรรมทางศาสนา, เรื่อง-พิธีกรรมทางศาสนา-บรรจุพระธาตุ, บุคคล-กษัตริย์และผู้ครองกรุงรัตนโกสินทร์, บุคคล-กษัตริย์และผู้ครองกรุงรัตนโกสินทร์-รัชกาลที่ 2, บุคคล-พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย,

อ่านรายละเอียด >>
     
 
ชื่อจารึก : จารึกวัดพระธาตุศรีสองรัก ๑
เนื้อหาโดยสังเขป :
ในปี พ.ศ. ๒๑๐๓ มีพระมหากษัตริย์ ๒ พระองค์ คือ สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์ กษัตริย์แห่งอาณาจักรศรีอยุธยา กับ พระไชยเชษฐาธิราช กษัตริย์แห่งอาณาจักรศรีสัตนาคนหุต (ล้านช้าง) ได้นิมนต์มหาอุบาลี มหาเถรวิริยาธิกมุนี และพระสงฆ์อีก ๑๐ รูป พร้อมเชิญมหาอุปราชและเสนาอมาตย์ของทั้งสองอาณาจักร มาร่วมพิธีกระทำสัตยาธิษฐาน แล้วทรงร่วมกันสร้างพระเจดีย์ศรีสองรักไว้เป็นสักขีพยาน

ชุดคำค้น : อายุ-จารึก พ.ศ. 2106, อายุ-จารึกพุทธศตวรรษที่ 22, วัตถุ-จารึกบนหินทราย, ลักษณะ-จารึกบนใบเสมา, ที่อยู่ปัจจุบัน-จารึกหอพระแก้ว เมืองเวียงจันทร์, ยุคสมัย-จารึกสมัยอยุธยา, ศาสนา-จารึกในพระพุทธศาสนา, เรื่อง-การบริจาคและการทำบุญ, เรื่อง-พิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา, เรื่อง-การกระทำสัตย์สาบาน, เรื่อง-การสร้างเจดีย์, บุคคล-พระไชยเชษฐาธิราช, บุคคล-สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์,

อ่านรายละเอียด >>
     
 
ชื่อจารึก : จารึกวัดเสมาเมือง
เนื้อหาโดยสังเขป :
ด้านที่ ๑ เนื้อความตอนต้นเป็นการสรรเสริญความยิ่งใหญ่ของพระเจ้ากรุงศรีวิชัย ช่วงต่อมากล่าวถึงพระบรมราชโองการให้พระเถระนามว่าชยันตะ สร้างปราสาทอิฐ ๓ หลัง เพื่อถวายให้เป็นที่ประทับแด่พระมนุษยพุทธ พระโพธิสัตว์ปัทมปาณี และ พระโพธิสัตว์วัชรปาณี ต่อมาเมื่อชยันตเถระมรณภาพ ลูกศิษย์ของท่านคืออธิมุกติเถระ ได้สร้างปราสาทอิฐขึ้นอีก ๒ หลัง ใกล้ๆ กัน ส่วนด้านที่ ๒ นั้น กล่าวว่า พระเจ้ากรุงศรีวิชัยพระองค์นี้ พระนามว่า “ศรีมหาราชา” เป็นมหากษัตริย์ในไศเลนทรวงศ์ ยิ่งใหญ่เหนือกษัตริย์ทั้งปวง เปรียบได้ดั่งพระวิษณุองค์ที่ ๒

ชุดคำค้น : อายุ-จารึก พ.ศ. 1318, อายุ-จารึกพุทธศตวรรษที่ 14, ยุคสมัย-จารึกอาณาจักรศรีวิชัย, วัตถุ-จารึกบนหิน, ลักษณะ-จารึกบนใบเสมา, ที่อยู่ปัจจุบัน-จารึกในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, ศาสนา-จารึกในพระพุทธศาสนา, ศาสนา-จารึกในพระพุทธศาสนา นิกายมหายาน, เรื่อง-การบริจาคและการทำบุญ, เรื่อง-การบริจาคและการทำบุญ-สร้างวัดหรือศาสนสถาน, บุคคล-กษัตริย์และผู้ครองอาณาจักรศรีวิชัย, บุคคล-กษัตริย์และผู้ครองอาณาจักรศรีวิชัย-ศรีมหาราชา, บุคคล-พระเจ้ากรุงศรีวิชัย, บุคคล-ศรีมหาราชา, บุคคล-ชยันตะ, บุคคล-อธิมุกติเถระ,

อ่านรายละเอียด >>

ฐานข้อมูลอื่น ๆ ของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
  ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทย
ฐานข้อมูลงานวิจัยทางชาติพันธุ์
ฐานข้อมูลจดหมายเหตุทางมานุษยวิทยา
ฐานข้อมูลแหล่งโบราณคดีที่สำคัญในประเทศไทย
ฐานข้อมูลภาพยนตร์ชาติพันธุ์
หนังสือเก่าชาวสยาม
ICH Learning Resource
ฐานข้อมูลเอกสารโบราณภูมิภาคตะวันตกในประเทศไทย
ฐานข้อมูลประเพณีท้องถิ่นในประเทศไทย
ข่าวมานุษยวิทยา
ฐานข้อมูลสังคม - วัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมนูหลักภายในเว็บไซต์
  หน้าหลัก
รวมเรื่องจารึก
บทความ
คลังภาพ
ข่าวสารและกิจกรรม
เกี่ยวกับเรา
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
ช่วยเหลือ
  ทีมงาน
ติดต่อเรา
 


ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เลขที่ 20 ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 10170 
Tel. +66 2 8809429 | Fax. +66 2 8809332 | E-mail. webmaster@sac.or.th 
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2549    |   เงื่อนไขและข้อตกลง